Home > Convergence, Technology > เลขาธิการ ITU เผยมุมมองการกำกับดูแลในยุคหลอมสื่อ

เลขาธิการ ITU เผยมุมมองการกำกับดูแลในยุคหลอมสื่อ

พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) กล่าวในงานปาฐกถาพิเศษภายใต้หัวข้อ “มุมมองของเลขาธิการสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU กับการกำกับดูแลในยุคหลอมรวมสื่อ”

(Thailand and regulation in a converged environment : an international perspective) ว่า กสทช. มีความร่วมมือกับ ITU ในหลายด้านมายาวนาน ด้วยความรู้และประสบการณ์ของ ITU ได้สร้างประโยชน์ต่อกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมของประเทศไทย ทั้ง 2 องค์กร ได้ร่วมมือกันในหลายโครงการ อาทิ โครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง ซึ่งมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการโทรคมนาคมอย่างเท่าเทียม หรือโครงการพัฒนาสมรรถภาพบุคลากรของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ล่าสุด กสทช. ได้รับการสนับสนุนจาก ITU ในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการประมูลคลื่นความถี่ 3G โดยITU ได้จัดทำรายงาน Thailand 3G Auction Review Report ซึ่งผลการศึกษาได้ประเมินและรับรองว่า การประมูลคลื่นความถี่ 3G สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศ

ดร. ฮามาดูน ตูเร เลขาธิการITU กล่าวว่า ประเทศไทยมีการใช้โทรศัพท์มือถือจำนวนเกินกว่า 100 %แล้ว จึงเห็นโอกาสของการใช้การสื่อสารที่จะเข้ามาพัฒนาทุก ๆ สิ่งได้เป็นอย่างดี เป้าประสงค์สูงสุดของ ITU คือการเห็นสังคมเป็นสังคมอุดมปัญญา ที่ประชาชนสามารถที่จะเข้าถึงและใช้ฐานข้อมูลความรู้ พัฒนาต่อยอดและถ่ายทอดกันได้อย่างกว้างขวาง ในมุมมอง ITU การประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 2.1 GHz ที่ผ่านมาของประเทศไทยถือว่าประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดียิ่ง สามารถจัดสรรคลื่นความถี่ได้เป็นผลสำเร็จ ส่วนตัวมองว่า การประมูลคลื่นความถี่ของประเทศไทยมีการวางนโยบายได้เหมาะสม ไม่เน้นเรื่องรายได้จากการประมูลมากเกินไป มีการมองเรื่องประโยชน์ของผู้บริโภคเป้นสำคัญ จึงทำให้การประมูลไม่ก่อให้เกิดปัญหา จนเป็นผลให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมไม่สามารถให้บริการได้เนื่องจากต้นทุนให้บริการนั้นสูงเกินไป

ประชาชนควรจะมีโอกาสได้รับบริการโทรคมนาคมพื้นฐานที่ทั่วถึง อันจะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลสาร ความรู้ต่างๆ รวมทั้งบริการต่างๆ จากภาครัฐได้ โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องระยะทางต่อไป ปัจจุบันกว่า 2 ใน 3 ของประชากรในโลกนี้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้แล้ว เป้าหมายท้ายที่สุด คือการเชื่อมโยงเหล่านี้จะทำให้ไปสู่สังคมอุดมปัญญา (Knowledge Society) และในสังคมอุดมปัญญาดังกล่าว ประชาชนจะต้องสามารถทำ 4 อย่างนี้ได้ ได้แก่ 1. ประชาชนต้องเข้าถึงความรู้เหล่านี้ได้ 2. ประชาชนต้องสามารถใช้ความรู้เหล่านี้ได้ 3. ประชาชนสามารถสร้างความรู้ได้ 4. ประชาชนสามารถแบ่งปันความรู้นี้ได้

สำหรับประเทศไทย กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจาก Analog ไปสู่Digital TV นอกเหนือจากการบริหารคลื่นความถี่ให้พอเพียงกับกิจการวิทยุและกิจการโทรทัศน์แล้ว ยังควรต้องคำนึงถึงการกำหนด Digital Dividend ในช่วง700 MHz เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการ บรอดแบนด์ได้อย่างทั่วถึง จึงจะนับว่าเป็นการใช้คลื่นความถี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในประเด็นเกี่ยวกับการกำกับดูแลในเรื่องการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน อยากให้ดูแลเรื่องการลดการลงทุนซ้ำซ้อน เพราะจะทำให้ต้นทุนบริการลดลง อันจะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้มากขึ้น

ท้ายนี้ในเรื่องของแนวทางการกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม ควรเป็นแบบ Light- Touch Regulation คือการกำกับดูแลแบบไม่ลงไปควบคุมมากจนเกินไป แต่จะปล่อยให้กลไกในตลาดควบคุมกันเอง ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า การกำกับดูแลที่ดีที่สุดคือการไม่จำเป็นต้องไปกำกับดูแล สำหรับ ITU เอง เราใช้การให้คำแนะนำ (Recommendation) แทนการออกกฎระเบียบ ข้อบังคับ และใช้วิธีการแสวงหาความเห็นร่วมของสมาชิกมากกว่าจะใช้วิธีการลงคะแนนเสียง

View :534

Related Posts

Categories: Convergence, Technology Tags:
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.
You must be logged in to post a comment.