Home > Press/Release > ดีแทคนำสัญญาณ TriNet บุกภาคเหนือ พร้อมดีแทคไตรเน็ตสมาร์ทโฟน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Internet for All”กระตุ้นธุรกิจสร้าง SMEs เข้มแข็ง

ดีแทคนำสัญญาณ TriNet บุกภาคเหนือ พร้อมดีแทคไตรเน็ตสมาร์ทโฟน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Internet for All”กระตุ้นธุรกิจสร้าง SMEs เข้มแข็ง

dtac
เผยโฉมคอลล์เซ็นเตอร์ 10 ภาษารองรับเศรษฐกิจเสรี AEC

14 มิถุนายน 2556 ดีแทครุกขึ้นเหนือเปิดสัญญาณ TriNet พร้อมนำมือถือ ดีแทคไตรเน็ตโฟน สมาร์ทโฟนคุณภาพ สอดรับวิสัยทัศน์ใหม่ “Internet for All” สมาร์ทโฟนสเป็คสูง ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย ขยายโอกาสให้ทุกคนใช้ 3G เข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้เร็วขึ้น พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการลูกค้า พัฒนาศักยภาพดีแทคคอลล์ เซ็นเตอร์ ให้พนักงานบริการลูกค้าได้ถึง 10 ภาษา และขยายช่องทางจัดจำหน่ายร่วมมือกับพันธมิตรในภาคเหนือ เปิด TriNet Partner ช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าและบริการของดีแทคได้มากขึ้น และยังเป็นการช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้ชาวเหนือ

ปัจจุบันผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือมีแนวโน้มการใช้งานดาต้าเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนลูกค้าดีแทคที่ใช้งานดาต้าถึง 9 ล้าน ในขณะที่การเปิดให้บริการเครือข่าย 3 จี บนคลื่น 2100 เมกะเฮิร์ตซ์ ส่งผลให้ประเทศไทยมีศักยภาพในการรองรับการให้บริการสื่อสารเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล แต่ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือที่รองรับ 3 จี บนคลื่น 2100 ในเมืองไทยมีจำนวนเพียง 20% เท่านั้น ในขณะที่การใช้งานดาต้าในภาคเหนือ มีการใช้ปริมาณข้อมูลต่อคน ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ

จากข้อมูลหอการค้า จังหวัดเชียงใหม่ ภาวะเศรษฐกิจภาคเหนือไตรมาส 1 ปี 2556 ขยายตัวดีแต่มีอัตราชะลอลง โดยการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวหลังจากมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐสิ้นสุดในไตรมาสก่อนหน้า สาหรับการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมทรงตัว ด้านการท่องเที่ยวขยายตัวดีโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีน จากข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยในปีนี้ อันดับหนึ่งคือ นักท่องเที่ยวชาวจีน โตขึ้นถึง 60% เมื่อเทียบกับช่วง 3 เดือนแรกของปีที่แล้ว ซึ่งมาจากความนิยมหนังดัง Lost in Thailand ทำให้เกิดกระแสการทะลักเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวจีน ประกอบกับมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและประชุมสัมมนา การส่งออกที่ขยายตัวดีมาก โดยเฉพาะการค้าชายแดนไปประเทศเพื่อนบ้าน และนโยบายการเปิดประเทศของพม่าส่งผลให้มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการรายย่อย หรือ SMEs ที่มีผลิตผลทางการเกษตร และผลิตภัณฑ์ที่เป็นของพื้นบ้านที่มีคุณภาพ และสามารถทำรายได้ส่งออกให้กับประเทศ โดยมีการติดต่อค้าขายกับประเทศจีน พม่า ลาว เพื่อเปิดตลาดการค้าไปสู่ AEC

จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) ที่เป็นกุญแจสำคัญของการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) โดยเฉพาะการเชื่อมโยงกับตลาดใหญ่อย่างประเทศ จีน สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็คือการเป็นอนุภูมิภาคที่มีความเจริญรุ่งเรือง และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยมีทำเลที่ตั้งอยู่ บริเวณศูนย์กลางของทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือที่มีพลวัตมากที่สุดของโลก

นอกจากนี้เชียงใหม่ ยังเป็นหนึ่งในจังหวัดที่กำลังจะเป็น ไมซ์ ซิตี้” (Mice City) หรือศูนย์กลางการจัดการแสดงสินค้าภายในประเทศ เป็นหนึ่งแนวทางในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมไมซ์ หลังจากเปิดเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 ซึ่งถือเป็นปัจจัยเกื้อหนุนที่จะช่วยส่งเสริมให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงและมีเสถียรภาพ ลดการพึ่งพิงจากต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นการกระจายรายได้จำนวนมหาศาลให้หมุนเวียนจากส่วนกลางไปยังส่วนภูมิภาค

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ ดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคได้จัดโครงการ 77/77 อินเตอร์เน็ต ฟอร์ ออล โรด ทริป (77/77 Internet for All Road Trip) ต่อไปยังภาคเหนือ เพื่อทดสอบสัญญาณ TriNet และนำวิสัยทัศน์ Internet For All เป้าหมายสำคัญที่ดีแทคได้ประกาศไว้ให้เป็นจริง ในการสร้างความเท่าเทียมเข้าถึงอินเทอร์เน็ตทุกพื้นที่ เพื่อยกระดับคุณภาพ ชีวิตของประชากร และยังสร้างมิติใหม่ให้ภาคโทรคมนาคมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ

ดังนั้นเมื่อตลาดมีศักยภาพการเติบโตที่ชัดเจน เครือข่ายดีแทค TriNet ก็พร้อมให้บริการในปลายเดือนมิถุนายนนี้ ประกอบกับการมี โทรศัพท์มือถือจากดีแทคไตรเน็ต สมาร์ทโฟนที่มีสเป็คสูงในราคาสมเหตุผล จึงเป็นจังหวะดีที่ดีแทคจะได้มุ่งมั่นพัฒนาสินค้าและบริการ ให้สนองตอบความต้องการของลูกค้า ได้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากอินเตอร์เน็ตได้สะดวก รวดเร็ว นอกจากนี้ดีแทคยังได้เพิ่มศักยภาพ คอลล์ เซ็นเตอร์ รับสายลูกค้าได้มากถึง 10 ภาษา และยังได้มีการปรับโฉมหน้า ศูนย์บริการดีแทค และร่วมมือกับพันธมิตรแต่งตั้ง TriNet Partner ช่องทางจัดจำหน่ายให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการของดีแทคได้มากขึ้น”

นายชัยยศ จิรบวรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้า ดีแทค กล่าวเพิ่มเติมว่า “ ในปีนี้ดีแทคได้ปรับโฉมงานบริการลูกค้า และพัฒนาขีดความสามารถของพนักงานในการให้บริการลูกค้าครั้งใหญ่ ด้วยงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาท ด้วยปรัชญาในการให้บริการลูกค้ากว่า 26.5 ล้านราย โดยการยึดให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แบบครบถ้วน ทั้งเรื่องการใช้งานและเรื่องของจิตใจเพราะดีแทครู้ว่าเราคือเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมานาน ดีแทคจึงใส่ใจดูแลทุกรายละเอียด และพร้อมให้คำปรึกษากับผู้ใช้บริการทุกคนเหมือนกัน

ปัจจุบันลูกค้ามีหลากหลายเชื้อชาติและภาษา และมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการใช้งานที่มีแนวโน้มใช้ดาต้าในการค้นหาข้อมูล ข่าวสาร และติดต่อกันทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น เมื่อมี 3G ลูกค้าเริ่มเปลี่ยนมาใช้สมาร์ทโฟน และอุปกรณ์พกพา ซึ่งมีหลายคนที่เริ่มต้นใช้สมาร์ทโฟนเป็นครั้งแรก และต้องการคำแนะนำที่ถูกต้องทั้งการเลือกซื้อ รวมถึงการใช้งานฟังก์ชั่นและแอพพลิเคชั่นที่ถือเป็นเรื่องใหม่ ดีแทคจึงได้พัฒนาความสามารถในการให้บริการลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยการเปิดดีแทค คอลล์ เซ็นเตอร์ 10 ภาษาได้แก่ ภาษาจีน, พม่า, ลาว, กัมพูชา, Bahasa มาลายู, Bahasa อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ยาวี, ญี่ปุ่น, อังกฤษ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว และแรงงานต่างชาติ และยังพัฒนาการให้บริการลูกค้าทางโซเชียลมีเดีย ทั้ง Facebook บริการ E-Service ทางดีแทคเว็บไซต์ เว็บไซต์ Pantip และ Line เพื่อให้ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้ายุคใหม่

พร้อมกันนี้ดีแทคยังได้ปรับโครงสร้างช่องทางใหม่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการติดต่อกับดีแทค ให้ได้รับสะดวกสบาย สอดคล้องกับรูปแบบการใช้บริการของลูกค้ามากขึ้น สามารถสร้างประสบการณ์ที่ดี
ให้กับลูกค้าทุกคน โดยการปรับโฉมศูนย์บริการดีแทค ที่มีทั้งการขายและบริการแบบครบวงจร (Sales & Service Integration) จัดเสนอให้ตรงใจลูกค้าแต่ละกลุ่ม ซึ่งได้ทยอยปรับปรุงจะครบ 100 สาขาไปแล้ว และมีแผนปรับปรุงกว่า 300 สาขาทั่วประเทศ

และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มเติม ด้วยการแต่งตั้ง TriNet partner ซึ่งเป็นการยกระดับศักยภาพการขายและให้บริการของลูกตู้ขึ้นมาเป็นพันธมิตร ที่มีความพร้อมในการขายสินค้ามือถือไม่ว่าจะเป็นอินเตอร์แบรนด์และ Phone สมาร์ทโฟนและบริการให้คำปรึกษาแนะนำการใช้งาน สมาร์ทโฟนและแท๊บเล็ต โดยตั้งเป้าที่จะขยายให้ครบ 300 แห่ง ทั่วประเทศ

การปรับปรุงประสิทธิภาพของงานบริการลูกค้าทั้งในส่วนของ Call Center และการขยายศูนย์บริการ ดีแทค ฮอลล์, ดีแทค เซ็นเตอร์ และดีแทค เอ็กซ์เพรส จะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในพื้นที่ภาคเหนือ” นายชัยยศ กล่าวสรุปในตอนท้าย

View :571

Related Posts

Categories: Press/Release Tags:
  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.
You must be logged in to post a comment.