Home > Press/Release > ธอมัสไอเดียชี้แนวโน้มนักการตลาดเลือกดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งเป็นตัวช่วยไตรมาสสุดท้าย

ธอมัสไอเดียชี้แนวโน้มนักการตลาดเลือกดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งเป็นตัวช่วยไตรมาสสุดท้าย

สบช่องเสริมความแกร่งผนึกกลยุทธ์สร้างแบรนด์ระยะยาว

อินเตอร์แอคทีฟเอเยนซี่ชั้นนำของไทย เผยแนวโน้มนักการตลาดไทยหันใช้กลยุทธ์ มากขึ้น โดยเฉพาะการเสริมแบรนด์สินค้าให้ทีมตลาดเพื่อรุกยอดขายปิดยอดปลายปี คาดการแข่งขันบนโลกออนไลน์เน้นสีสันและรูปแบบมัดใจผู้บริโภคไปพร้อมกับแคมเปญ CRM ระยะยาว ส่วนผลประกอบการของบริษัทในปีนี้เพิ่มขึ้น 20% ตามแผน เตรียมขยายทีมงานและสร้างบริการใหม่พร้อมเปิดตัวต้นปีหน้า

อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธอมัสไอเดีย จำกัด เผยถึงสัดส่วนของการใช้กลยุทธ์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งทั่วโลกว่า “ผลของเทคโนโลยี มีเครือข่ายโซเชียลเน็ตเวิร์ค และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป รวมทั้งเครื่องมือในการเข้าถึงสื่อมีปริมาณเพิ่มขึ้น ทำให้นักการตลาดทั่วโลกเห็นประสิทธิภาพของกลยุทธ์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง และเป็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา มีบริษัทกว่า 85% ที่หันมาใช้เฟคบุ๊คในกลุยทธ์การตลาดด้วย หรือแม้แต่ในประเทศจีนที่แมคโดนัลด์ใช้กลยุทธ์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คในการโปรโมตผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง “แมค วิงส์” สร้างจำนวนคน “ชอบ” สูงถึง 2 ล้านคนได้ในไม่กี่สัปดาห์

ในขณะที่จำนวนสมาชิกคนไทยบนเฟคบุ๊คที่มีอยู่กว่า 4.8 ล้านคน อยู่ในช่วงอายุ 18-24 ปี 37% และ 25-34 ปี 34% โดยมีสถิติที่น่าสนใจในอัตราการเข้าใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คของคนไทยพบว่า คนไทยเข้าไปใช้งานเฟคบุ๊ค 1.8 ล้านคน, ยูทูบ 1.15 ล้านคน และทวิตเตอร์ 90,000 คน ต่อวัน”

อุไรพรกล่าวถึงแนวโน้มดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งของไทยว่า “ในปีที่ผ่านมา นักการตลาดไทยส่วนใหญ่รู้จักดิจิตอลมาร์เก็ตติ้ง แต่ยังไม่ได้ศึกษาลงลึกว่ากลไกหรือการลงทุนสามารถตอบโจทย์ที่ต้องการได้มากน้อยอย่างไร จึงอยู่ในช่วงรอดูผลของคนที่เริ่มก่อน และเป็นการทดลองในระดับเริ่มต้นเพื่อศึกษา ซึ่งต่างจากปีนี้หลังจากที่ได้เห็นปรากฎการณ์ของกลุ่มผู้บริโภคผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คในช่วงวิกฤติการเมืองแล้ว จึงแน่ใจในปริมาณและพฤติกรรมของผู้บริโภคมากขึ้น และใช้ช่องทางนี้ในการสร้างกลยุทธ์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น ถ้าเทียบกับปีที่แล้ว สัดส่วนดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งน่าจะเป็นไปตามที่คาดไว้ คือ มีส่วนแบ่งจากงบประมาณการตลาดทั้งหมดที่ 2-5% ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและงบของแต่ละองค์กรว่ามีมูลค่ามากน้อยอย่างไร”

“เราได้เห็นแอพพลิเคชั่นผ่านเทคโนโลยีและโซเชี่ยลมีเดียแพลตฟอร์มใหม่ๆ มากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เช่น แอพพลิเคชั่นบนไอแพด หรือ สมาร์ทโฟนรุ่นต่างๆ ที่อยู่ติดตัวผู้บริโภคมากขึ้น เอ.อาร์, โฟร์สแควร์ เชื่อว่าเดือนกันยายนนี้น่าจะเป็นเดือนที่เราจะเริ่มเห็นแคมเปญออนไลน์ใหม่ๆ นำร่องที่เน้นการสร้างยอดขายมาสร้างสีสันในวงการสื่ออินเตอร์แอคทีฟในช่วงไตรมาสสุดท้าย แม้แต่ผู้ประกอบการรายย่อย ก็สามารถใช้ช่องทางออนไลน์มาสร้างยอดขายของตัวเองได้เช่นกัน”

อุไรพรอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์และทิศทางดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งที่นักการตลาดอาจนำมาใช้ในช่วงปลายปี ได้แก่
1. เชื่อมสัมพันธ์ด้วย Social Network เป็นเครื่องมือใหม่ที่นักการตลาดนิยมใช้ สามารถติดต่อกับกลุ่มเป้าหมายแจ้งข่าวโปรโมชั่นได้รวดเร็ว และเชื่อมต่อไปยังเครือข่ายขยายต่อไปอีก ทั้งยังเป็นการสื่อสารแบบ 2 ทางทำให้ได้รับข้อมูลตรงจากลูกค้าตัวจริง รวมถึงเพิ่มการรับรู้และสร้างชื่อเสียงที่ดีผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค เป็นการเพิ่มยอดขายทางอ้อม
2. สร้าง Brand Engagement ผ่านรูปแบบการนำเสนอเนื้อหาที่ช่วยสร้างภาพลักษณ์ของสินค้าและแบรนด์ได้ เช่น เกมส์ แคมเปญออนไลน์ กิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟ ซึ่งหัวข้อที่เหมาะสำหรับการส่งต่อความรู้สึกดีๆ ในช่วงเทศกาลส่งความสุขวันปีใหม่ จะเป็นประเด็นที่นักการตลาดทั้งหลายต้องระดมความคิดสร้างสรรค์แข่งกันสุดความสามารถ ไม่แพ้ช่วงเทศการบอลโลกที่ผ่านมาแน่นอน
3. การบริหาร CRM ออนไลน์ สำหรับผู้ประกอบการที่ลงทุนด้านดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งอย่างเป็นระบบ จะได้เปรียบกว่าคู่แข่งในเรื่องการประมวลข้อมูลที่เกิดจากกิจกรรมอินเตอร์แอคทีฟทั้งหลาย มาพัฒนาเพื่อยกระดับการบริหาร CRM ออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต่อยอดไปสู่การทำการตลาดแบบ One-on-One เพื่อกระตุ้นยอดขายจากกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดมากกว่าสื่ออื่นๆ
4. เข้าใจและเลือกใช้ Technology Platform เมื่อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารพัฒนาสู่ยุคดิจิตอล การเชื่อมโยงและถ่ายทอดได้ครบรูปแบบมากขึ้น ทั้งเสียง ภาพ และวิดีโอ ช่วยให้สีสันต่อการสร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่เสริมให้การตลาดอยู่ใกล้ชิดกับกลุมเป้าหมายมากกว่าเดิม อาทิ AR เทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลแบรนด์ผ่านประสบการณ์แปลกใหม่ไม่คาดคิด หรือ Foursquare โซเชี่ยลมีเดียแพลตฟอร์มสำหรับการทำตลาดหรือโปรโมชั่นที่เป็น Location-based ซึ่งวันนี้มีผู้ลงทะเบียนใช้งานแล้วกว่า 3 ล้านคนทั่วโลก

“กลยุทธ์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งสำหรับนักการตลาดไทยในวันนี้ ถือว่ามีความสำคัญและช่วยกระตุ้นยอดขายได้ อีกทั้งข้อมูลจากการสื่อสารแบบอินเตอร์แอคทีฟที่ได้จากผู้บริโภคตัวจริง ก็ช่วยให้การวิเคราะห์ วางแผนการตลาดได้ทันท่วงที ดังนั้น คนที่พร้อมและปรับใช้เทคโนโลยีดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งได้เต็มประสิทธิภาพจริงๆ ก่อน คือผู้ที่ได้เปรียบในระยะยาว” นางสาวอุไรพรกล่าวสรุป

สำหรับผลประกอบการของธอมัสไอเดียในปีนี้ มีการเติบโต 20% เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งพบว่ามีลูกค้าใหม่เข้ามาใช้บริการด้านการวางกลยุทธ์ดิจิตอลมาร์เก็ตติ้งให้กับองค์กร การจัดการออนไลน์แบรนด์ดิ้ง รวมไปถึงบริหารและวิเคราะห์โซเชียลมีเดียอย่างครบวงจรมากขึ้น ในปีนี้ซึ่งเป็นวาระครบรอบ 15 ปีแห่งการก่อตั้งบริษัท ถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่บริษัทมีความพร้อมและต้องการสร้างทีมที่แข็งแกร่งพร้อมกับการก้าวสู่การเป็นอินเตอร์แอคทีฟเอเยนซี่ชั้นนำในระดับภูมิภาค โดยจะเปิดเผยรายละเอียดได้ในไตรมาสแรกของปี 2554 นี้

View :1127

Related Posts

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.
You must be logged in to post a comment.