Home > Press/Release > ไอดีซี คาดการณ์ 10 อันดับแนวโน้มที่สำคัญในปี 2554

ไอดีซี คาดการณ์ 10 อันดับแนวโน้มที่สำคัญในปี 2554

ไอดีซี คาดว่า การดำเนินธุรกิจของภูมิภาคเอเชียและมุมมองด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที นั้นจะยังคงถูกเน้นหนักไปที่ภาพของการเติบโตอย่างยั่งยืนและหรือในบางกรณีมีอัตราการเติบโตในระดับสูง ด้วยเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนส่งผลให้เกิดการแปลงสภาพของอุตสาหกรรม ไอซีที ตามลำดับ และยังเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

“แม้ว่า ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะได้รับผลกระทบที่ไม่รุนแรงจากวิกฤตการณ์ทางการเงินเมื่อเปรียบเทียบกับอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก แต่ทว่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำดังกล่าวได้ส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ เมื่อภาวะทางเศรษฐกิจที่เริ่มมีความไม่แน่นอนราวปลายปี 2551 นั้น บรรดาบริษัทต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้เริ่มที่จะเพิ่มสนใจไปยังการเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายของลูกค้าในปัจจุบันให้สูงขึ้น มากกว่าที่จะหันไปรุกตลาดใหม่ ๆ และจากเหตุผลดังกล่าว สภาพการแข่งขันในภูมิภาคนี้ก็ยังคงทวีความเข้มข้นขึ้นหลังจากวิกฤตได้ผ่านพ้นไปแล้วและยังหมายรวมไปถึงการขยายตัวของตลาดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตที่เริ่มกลับเข้ามาเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงกันอีกครั้ง องค์กรต่าง ๆ ในทุกภาคธุรกิจในปัจจุบันกำลังประสบกับสภาพการแข่งขันที่รุนแรงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินค้าหรือการให้บริการ และไอดีซีคาดว่า แนวโน้มดังกล่าวนี้จะยังคงต่อเนื่องไปอีกสองถึงสามปีข้าง หน้า ไอดีซีเชื่อว่าแนวคิดริเริ่มที่มองลูกค้าเป็นตัวตั้งนั้น จะกลายเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจลำดับต้น ๆ สำหรับตลาดที่กำลังเกิดใหม่ในปี 2554 และปีต่อ ๆ ไป” กล่าวโดย นายคลาวส์ มอร์เทนเซน หัวหน้ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยเทคโนโลยีเกิดใหม่ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ไอดีซีคาดว่า ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังคงพอใจต่ออัตราการเติบโตในระดับสูงอีกปีหนึ่ง โดย ประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของการใช้จ่ายด้านไอทีเพิ่มขึ้นมากที่สุดของภูมิภาคนี้ในปี 2554

ถัดจากนี้ไปคือ สิ่งเหล่านี้ไอดีซีเชื่อว่าจะเป็นแนวโน้มสำคัญที่ส่งผลกระทบตลาดไอซีทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้

1. แอพพลิเคชั่น Socialytic จะเปลี่ยนตลาด
ไอดีซี คาดว่าในปี 2554 จะเป็นปีที่มีแนวโน้มของการประสานกันระหว่าง social media กับ business analytical ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มให้กับบรรดาแอพพลิเคชั่นหลัก ๆ สำหรับองค์กรที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ กำลังเริ่มที่จะฝังตัวเรื่องของ unified communications และ social media ไว้กับการทำงานปัจจุบัน และ ไอดีซีคาดว่า แอพพลิเคชั่นทางธุรกิจทุกประเภทกำลังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของระบบโครงการสร้างการทำงาน ด้วยการรวมซอฟท์แวร์ด้าน social/collaboration และงานด้านการวิเคราะห์ เข้าไปเป็นหน่วยหนึ่งในแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจที่ใช้งานมาดั้งเดิม ในปี 2554 นี้

2. Mobilution – Mobility จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดไอที
ไอดีซี กำลังเห็น สิ่งที่เราจะเรียกได้ว่า “มหาพายุ (perfect storm)” ที่เกิดจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีหลายประเภทที่รวมตัวกัน ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเรื่อง mobility แท็บเล็ต มีเดียแท็บเล็ต อย่างไอแพด และสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ ในปัจจุบันสามารถใช้งานด้านซอฟ์แวร์หรือเซอร์วิสสำหรับงานองค์กรในเวอร์ชั่นสมบูรณ์ได้เกือบทั้งหมด จากการมุ่งไปสู่เทคโนโลยี cloud computing ในปัจจุบันนี้ เรากำลังจะพบว่าระบบไอทีต่าง ๆ จำนวนมากกำลังจะเริ่มให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นเวอร์ชวลไลซ์ มากขึ้น ด้วยการลดความสำคัญของงานประมวลผลที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ สิ่งนี้จะทำให้ “ทุกสิ่งทุกอย่าง” กลายเป็น mobile อย่างจริงจังและไอดีซีเชื่อว่า ในปี 2554 นี้จะเป็นปีที่เป็นตัวเร่งสำหรับเรื่องดังกล่าวนี้

3. “จ่ายน้อยยุ่งยากน้อย – Less for Less” – พอร์ทัลสำหรับให้ลูกค้าใช้บริการด้วยตนเองจะเป็นหัวหอกในการนำเสนอบริการราคาประหยัดที่ยึดเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง
ภาวะการณ์แข่งขันในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหนก็ตาม คาดว่าจะทวีความเข้มข้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้านี้ จากเหตุผลดังกล่าว องค์กรธุรกิจจำนวนมากจะพบงานหนักกว่าที่เคยพบมาในการสร้างความแตกต่างเฉพาะตัวของตนเองเพื่อเป็นจุดแข็งในการดำเนินธุรกิจให้เกิดขึ้นในตลาด ไอดีซี คาดว่า การมองลูกค้าเป็นตัวตั้ง – การปรับเปลี่ยนสินค้าหรือบริการไปตามสภาพของตลาดที่เปลี่ยนไป – จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็เป็นส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกัน เราก็กำลังจะเห็นแนวคิดหรือวิถีชีวิตที่มาจากคน Gen-Y เพิ่มขึ้นในโลกของธุรกิจอีกด้วย ด้วยแรงขับเคลื่อนจากสองสิ่งนี้ในสภาพแวดล้อมของการทำงาน บทบาทของการให้บริการด้วยตนเอง (self-service) ที่เป็นการใช้งานผ่านเว็บไซท์จะกลายเป็นเรื่องสำคัญ จากแนวคิดของ “จ่ายน้อยยุ่งยากน้อย” หมายถึงค่าใช้จ่ายที่น้อยสำหรับการใช้บริการที่จะเกิดขึ้นสำหรับลูกค้าผู้ใช้บริการ ที่ไม่มีความซับซ้อนต่อการใช้บริการ ง่ายต่อการให้บริการดูแลลูกค้า ซึ่งไอซีทีจะมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องของบริการด้วยตนเองที่ “จ่ายน้อยยุ่งยากน้อย” ที่ใช้แนวคิดลูกค้าเป็นตัวตั้ง

4. Analytics จะช่วยเร่งการติดตามพฤติกรรมการบริโภคในเอเชีย
การแข่งขันที่คาดว่าจะทวีความเข้มข้นในเอเชียในอีก 3-5 ปีข้างหน้านี้จากธุรกิจจำนวนมากที่กำลังมุ่งเข้าตลาดในภูมิภาคนี้ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต จากเหตุผลในเรื่องของความสามารถในการพัฒนาวิธีการตัดสินใจและช่วยส่งเสริมให้รายได้เพิ่มขึ้นสูงข้น การวิเคราะห์ต่าง ๆ ด้านธุรกิจถูกคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ระยะกลางสำหรับบรรดาซีไอโอ ในปี 2554 เมื่อเทคโนโลยีนี้กำลังถูกมองว่าเป็นตัวช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เพื่อความสามารถในการแข่งขันได้

5. Apple’s iPad จะได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในเรื่อง Client Virtualization
ด้วยกระแสความนิยมในสินค้า อย่าง Apple’s iPhone และล่าสุดอย่าง iPad ในปี 2533 นั้น ซีไอโอของแต่ละองค์กรในปัจจุบันกำลังถูกเชิญชวนโดยผู้บริหารระดับสูงของ Apple เพื่อโน้มน้าวให้ผลิตภัณฑ์ของ Apple สามารถเชื่อมต่อเข้าไประบบไอทีขององค์กรและสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับได้ ทั้งที่ ซีไอโอกำลังกังวลว่ามีโอกาสที่อาจจะมีปัญหาในเรื่องความเสี่ยงต่าง ๆ โซลูชั่นทางเลือกที่เป็นไปได้ทางหนึ่งคือการใช้ client virtualization ด้วยการสร้างช่วงของการใช้งานที่เป็นเวอร์ชวลไลซ์จะไม่เพียงแค่ทำให้สามารถเข้าไปใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงระบบปฏิบัติการ มันยังสามารถสร้างความมั่นใจให้กับซีไอโออีกด้วยว่าพวกเขาจะรู้ได้ว่าข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กรนั้นมีความปลอดภัย เรื่องนี้เป็นไปได้ว่าจะใช้เวลาอีกหลายปีในการดำเนินการ แต่ ไอดีซี คาดว่าการใช้งานอย่างแพร่หลายของ client virtualization จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

6. การให้บริการและการจัดตั้งสมาพันธ์จะเป็นตัวโน้มน้าวให้เกิดการใช้งาน cloud ในระดับองค์กร
การเริ่มต้นของเทคโนโลยีและบริการ private cloud สำหรับองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2554 เนื่องจาก ความกังวลเกี่ยวกับ ระบบความปลอดภัย ความเสถียร และประสิทธิภาพของบริการ public cloud ไอดีซี คาดว่า ความสามารถในการผสานรวมแอพพลิเคชั่นหรือบริการจาก cloud กับแอพพลิเคชั่นหรือบริการจากหน่วยงานไอทีขององค์กรหรือกับบริการจากผู้ให้บริการ cloud อีกรายหนึ่งนั้นจะเป็นได้ทั้งแรงบวกหรือลบสำหรับการนำ cloud มาใช้ในองค์กร สมมุติว่า ถ้าหากบริษัทต่าง ๆ ในเอเชียจะใช้บริการ cloud ที่จะเน้นไปที่โซลูชั่นที่ใช้งานตามความต้องการเฉพาะเรื่องมากกว่าที่จะใช้งานแบบ “ถอดทิ้งและแทนที่ใหม่” ซึ่งมันจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานในปัจจุบันกับแอพพลิเคชั่นของ cloud จำเป็นจะต้องผนวกเข้าด้วยกัน ถ้าหากปราศจากการผสานรวมกันแล้ว มันจะเป็นเรื่องยากที่จะบรรลุถึงวัตถุประสงค์ในเรื่องผลตอบแทนการลงทุน (ROI) และแอพพลิเคชั่นที่ถูกเก็บไว้เป็นไซโลในที่ต่าง ๆ จะทำให้ผู้ใช้งานเกิดความสับสน ไม่ว่าบริการ cloud จะลงหลักในองค์กรต่าง ๆ ในเอเชียตามที่เราได้คาดการณ์ไว้ได้หรือไม่ก็ตาม มันจะขึ้นอยู่กับว่า โครงสร้างพื้นฐานของ cloud ในฝั่งผู้ให้บริการนั้นดีเพียงใด ผู้ติดตั้งเทคโนโลยี cloud ผู้ให้บริการ public cloud และ ผู้ให้บริการ virtual private cloud สามารถผลักดันให้เกิดสมาพันธ์ cloud ได้หรือไม่

7. องค์กรธุรกิจที่ทันสมัยจะเริ่มทำแคทตาล๊อกบนพื้นฐานเกี่ยวกับไอที (catalog-based IT)
จากการที่เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ได้กลับมาฟื้นตัวและธุรกิจต่าง ๆ ก็กำลังเติบโต ผู้ใช้งานจะเริ่มมีความต้องการใช้ทรัพยากรด้านไอทีมากขึ้น ตามระยะเวลาในการทำตลาดได้เพียงสั้น ๆ และการจัดหาทรัพยากรคอมพิวเตอร์มาให้ได้แบบปัจจุบันทันด่วน กำลังกลายเป็นความต้องการที่เหมือนจะเป็นข้อ บังคับอยู่กลายๆ ไอทีในองค์กรต่าง ๆ จะถูกคาดหวังให้สนับสนุนความต้องการใช้งานเฉพาะหน้าที่ ส่วน มากจะเป็นแบบปัจจุบันทันด่วน เพียงหนทางเดียวที่จะตอบสนองต่อความคาดหวังเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้คือการติดตาม และ การเตรียมพร้อมในเรื่องทรัพยากรด้านไอที ผ่านแคตตาล๊อกบนพื้นฐานไอที (catalog-based IT) จากผลการสำรวจในหัวข้อ ’s Dynamic IT Benchmark ช่วงต้นปี 2553 นั้น พบว่าร้อยละ 49 จากจำนวน 355 รายของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วภูมิภาคเอเชีย ระบุถึงไอทีที่ใช้บริการด้วยตนเองที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นองค์กรธุรกิจจะเป็นกลยุทธ์ด้านไอทีที่สำคัญสำหรับบริษัท เมื่อภาวะเศรษฐกิจของภูมิภาคฟื้นตัวในปี 2554 ไอดีซี คาดว่า มากกว่าร้อยละ 50 ขององค์กรธุรกิจสัญชาติเอเชียขนาดกลางถึงใหญ่จะกำลังถูกให้สร้างหรือเริ่มที่จะถูกให้สร้าง แคตตาล๊อกบนพื้นฐานไอซีที ในปี 2554

8. Business-as-a-Service: เป็นคำตอบสำหรับการผสานระหว่างไอทีกับธุรกิจเข้าด้วยกัน ?
Business-as-a-Service เป็นการนำเสนอบริการที่เน้นไปในเรื่องของขั้นตอนดำเนินธุรกิจมากกว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนที มันเป็นแนวโน้มที่แสดงถึงความสำคัญและผลกระทบที่ไม่ใช่แค่เรื่องไอทีเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงเรื่องการเอ้าซอร์สขั้นตอนการดำเนินธุรกิจทั้งหมด โดยทั่วไปอีกด้วย Business-as-a-Service ถูกคาดหมายว่าจะเป็นสิ่งที่นำแสงแห่งความหวังในการจับคู่ระหว่าง ไอที และ ธุรกิจ ให้กลายเป็น “หนึ่งเดียวกัน” เพื่อแข่งขันได้อย่างมั่นใจในตลาดเอเชียแปซิฟิก ในภาวะที่เรียกว่า “เศรษฐกิจโลกหลังวิกฤติจะไม่เหมือนเดิม” เพราะความสามารถในการส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์เชิงธุรกิจได้ ซีไอโอจะสามารถจัดตำแหน่งหรือรวมไอทีเข้าไปกับการดำเนินธุรกิจได้ ไอดีซี เชื่อว่า แนวโน้มดังกล่าวนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและจะเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในปี 2554

9. ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะหันกลับมาตลาดไอที
Cloud ซึ่งยังคงถูกพูดถึงจนถึงทุกวันนี้ เป็นหนึ่งในยุคของเทคโนโลยีซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมครองตลาดได้ เนื่องจากมันเป็นข้อได้เปรียบที่ติดมาจากการเป็นเจ้าของระบบโครงข่ายการติดต่อสื่อสาร ซึ่งสิ่งนี้เรื่องจำเป็นที่สำหรับการให้บริการ cloud ทั้งหมด ไอดีซี เชื่อว่า องค์กรส่วนใหญ่จะมุ่งพัฒนาไปสู่รูปแบบ cloud ที่เป็นลูกผสม โดยที่บริษัทหลายแห่งชอบที่จะปกป้องทรัพย์สินของตนเองโดยเฉพาะงานหรือแอพพลิเคชั่นที่มีความสำคัญต่อองค์กรไว้ภายใน private cloud ที่ลงทุนเอง ไอดีซีเชื่อว่าผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะไม่หันหลังให้กับโอกาสสำหรับโซลูชั่น private cloud ที่องค์กรต่าง ๆ จะลงทุนเอง ตลาดนี้คาดว่าจะมีมูลค่าราว 752 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2554 และคาดว่าจะสูงถึง 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2557

10. ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะมองหาเทคโนโลยี Cloud เพื่อใช้ในการดำเนินงาน
นอกเหนือไปจากการพูดคุยกันในเรื่องเดิม ๆ ที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต กำลังเร่งนำเสนอบริการ Cloud ให้กับผู้ใช้งานที่เป็นบุคคลทั่วไป หรือองค์กรธุรกิจ แต่กลับมีกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมย่อยที่เกิดใหม่และน่าจับตามอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบริการไอที โดยผู้จัดหาอุปกรณ์เครือข่าย กำลังจัดหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้กับผู้ให้บริการโทรคมนาคม ซึ่งจะทำหน้าที่ในการแปลงผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือการให้บริการเหล่านี้ไปสู่การให้บริการ cloud ที่ให้ผลตอบแทนกลับมาเป็นตัวเงินได้ รูปแบบการให้บริการ cloud ที่นำเสนอในลักษณะที่ไม่ใช่เป็นแบบ “ผู้ให้บริการหนึ่งรายต่อลูกค้าหลายราย” ซึ่งมักจะเป็นเรื่องที่อยู่ในใจเสมอเมื่อกำลังพูดถึงบริการ cloud ที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยทั่วไปแล้วมักลังเลเป็นอย่างมากที่จะแชร์เซิฟเวอร์เดียวกันกับคู่แข่งของเขา เพื่อขจัดปัญหาเช่นนั้น ผู้จัดหาอุปกรณ์เครือข่าย กำลังมองหาแนวทางในการนำเสนอบริการเหล่านี้ในลักษณะ hosted private cloud ซึ่งจะมีการจัดสรรโครงสร้างพื้นฐานตามตรรกะตามผู้ให้บริการโทรคมนาคมแต่ละราย ด้วยทิศทางในอนาคตที่จะมุ่งไปสู่การมีโครงสร้างพื้นฐานของ cloud ที่เสมือนจะแยกกันอย่างชัดเจน จะทำให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั้งหลายจะรู้สึกสบายใจมากขึ้นในเรื่องของแนวคิดการใช้งานร่วมกัน

การคาดการณ์ 10 อันดับแนวโน้มที่สำคัญประจำปีของธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีทีในภูมิภาคเอเชียโดย ไอดีซี นั้นได้จัดทำขึ้นจากงานวิจัยล่าสุดของไอดีซีและการระดมสมองของนักวิเคราะห์ที่ประจำทั่วโลกมากกว่า 1 พันคน โดยสิ่งเหล่านี้ได้ถูกนำมาขยายความต่อในแต่ละภูมิภาค ที่จะทำหน้าที่ในการตรวจทานและให้น้ำหนักในเรื่องของ เหตุการณ์หลัก ๆ ที่เกิดในอุตสาหกรรม แนวโน้มของผู้ใช้งาน กลยุทธ์ของผู้ค้า และมาตรวัดทางเศรษฐกิจ โดยนำเอาสิ่งเหล่านี้มาประกอบการวิเคราะห์เพื่อค้นหาแนวโน้มทางเทคโนโลยีซึ่งจะส่งผลกระทบและเป็นแรงผลักดันให้กับตลาดไอซีทีของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยกเว้นญี่ปุ่นในปี 2554 นี้ ในทั่วโลก สอดคล้องกับเรื่อง 10 อันดับแนวโน้มที่สำคัญของโลกโดย ไอดีซี จะมีทีมงานในระดับภูมิภาคทำหน้าที่ในการเผยแพร่แนวโน้มในเรื่องเฉพาะด้านต่าง ๆ ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

View :1049

Related Posts

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.
You must be logged in to post a comment.