Home > Press/Release > ก.ไอซีที ศึกษาแนวทางกำกับธุรกิจบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

ก.ไอซีที ศึกษาแนวทางกำกับธุรกิจบริการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในฐานะรองประธานกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เปิดเผย ว่า คณะ กรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ได้จัดทำโครงการศึกษาแนวทางการกำกับธุรกิจ บริการทางธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น เพื่อศึกษาวิเคราะห์ สำรวจสภาพข้อเท็จจริงเกี่ยวกับธุรกิจบริการภาคเอกชนหรือการทำธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงและจำเป็นต้องกำกับดูแลในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการศึกษาแนวนโยบาย แนวปฏิบัติ และมาตรการของต่างประเทศ พร้อมทั้งวิเคราะห์เปรียบเทียบสภาพความพร้อมในการกำกับดูแลธุรกิจบริการกับ ของประเทศไทย ซึ่งผลจากการศึกษานี้จะนำมาใช้ในการวางแผน ส่งเสริม และพัฒนาการดำเนินกิจการที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งนี้ เพื่อให้การประกอบกิจการดังกล่าวมีความเข้มแข็งเป็นไปตามมาตรฐานสากล เสริมสร้างความเชื่อมั่นและสร้างการยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และป้องกันความเสียหายต่อสาธารณชน อันเป็นการสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพของภาคธุรกิจ ของไทยให้สามารถแข่งขันกับผู้ประกอบการต่างชาติได้

โดยปัจจุบัน คณะกรรมการฯ ได้กำหนดให้ธุรกิจบริการออกใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ หรือ Certification Authority : CA และธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Payment Service Provider เป็น ธุรกิจบริการที่จำเป็นต้องมีการกำกับดูแล เนื่องจากเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างและยอมรับในระบบข้อมูล อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีความเสี่ยงที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชน ในวงกว้างหากไม่มีการกำกับดูแล และตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ได้กำหนดให้มีการกำกับดูแลธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรักษาความมั่นคงทางการเงินและการพาณิชย์ โดยให้คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำหน้าที่พิจารณากำหนดประเภทธุรกิจบริการเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่อาจจำเป็นต้องมีการกำกับดูแล จึงได้มีการตราเป็นกฎหมายลำดับรองในพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ฯ คือ พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชำระเงินทาง อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 และ (ร่าง) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจการให้บริการออกใบรับรองเพื่อสนับ สนุนลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. …. ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา

นางจีราวรรณ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ คณะ กรรมการฯ ได้วางแผนที่จะทำการศึกษาธุรกิจบริการภาคเอกชนหรือการทำธุรกรรมทาง อิเล็กทรอนิกส์ภาครัฐที่มีความจำเป็นต้องกำกับดูแลโดยคำนึงถึง 3 ประเด็น คือ ธุรกิจนั้นจะต้องมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงิน ความน่าเชื่อถือในข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และต่อสาธารณชน เช่น ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความน่าเชื่อถือ การยอมรับในระบบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในรูปของการออกใบรับรองเพื่อยืนยันตัว บุคคลผู้เป็นเจ้าของลายมือชื่อดิจิทัล ธุรกิจเกี่ยวกับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ( e-Document Service) ธุรกิจบริการเกี่ยวกับ Website, Web Hosting, e-Market Place หรือ ธุรกิจที่มีเนื้อหาด้านบันเทิง/มัลติมีเดีย ( e-Content Service) เป็น ต้น เนื่องจากธุรกิจบริการดังกล่าวเป็นธุรกิจบริการที่เชื่อมโยงกับการทำธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ จึงมีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะเกิดความเสี่ยงและจำเป็นต้องกำกับดูแล ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการสร้างให้เกิดความเชื่อมั่นในการใช้เอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ให้เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ”

View :1122

Related Posts

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.
You must be logged in to post a comment.