Home > Cloud Computing, Press/Release > เทรนด์ ไมโคร เผยรายงานผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในองค์กร 1,200 ราย ห่วงเรื่องความปลอดภัยและความพร้อมใช้งานบนระบบคลาวด์

เทรนด์ ไมโคร เผยรายงานผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในองค์กร 1,200 ราย ห่วงเรื่องความปลอดภัยและความพร้อมใช้งานบนระบบคลาวด์

คูเปอร์ติโน, แคลิฟอร์เนีย – 24 มิถุนายน 2554 – บริษัท เทรนด์ ไมโคร อินคอร์ปอเรท (ชื่อในตลาดหุ้นโตเกียว: 4704) ผู้นำระดับโลกด้านการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบคลาวด์ เปิดเผยผลสำรวจผู้เชี่ยวชาญและมีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีในประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี แคนาดา อินเดีย และญี่ปุ่น จำนวน 1,200 ราย เกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบคลาวด์ทั่วโลก พบว่าการก้าวเข้าสู่ระบบคลาวด์ขององค์กรนั้นเต็มไปด้วยความไม่ปลอดภัยและความกังวล โดยรวมแล้วให้การยืนยันว่าองค์กรกำลังย้ายระบบเข้าสู่ระบบคลาวด์อย่างรวดเร็ว และกำลังประสบกับปัญหาใหญ่ที่เริ่มก่อตัวขึ้นจากการปรับใช้ระบบใหม่ดังกล่าว แม้ว่าผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 10% จะปรับใช้โครงการการประมวลผลแบบคลาวด์แล้วในขณะนี้ แต่ก็มีจำนวนเกือบครึ่งที่เพิ่งกำลังปรับใช้หรือเริ่มทดลองใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ของระบบคลาวด์ในแบบนำร่อง

แม้ว่าการประมวลผลแบบคลาวด์จะกำลังได้รับการนิยมเพิ่มมากขึ้นในหลายประเทศ แต่ยังคงมีความสับสนเกิดขึ้นในกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ โดยที่บางคนยังไม่รู้ด้วยว่าบริการการประมวลผลแบบคลาวด์คืออะไร เมื่อแสดงรายชื่อบริการการ ประมวลผลแบบคลาวด์ให้ผู้ตอบแบบสำรวจดู พบว่า 93% ระบุว่าพวกเขากำลังใช้บริการดังกล่าวอย่างน้อยหนึ่งรายการ และ 7% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังระบุด้วยว่า บริษัทของตนไม่มีแผนที่จะปรับใช้บริการการประมวลผลแบบคลาวด์ ซึ่งเป็นความเห็นที่ขัดแย้งกัน

เดฟ แอสเพรย์ รองประธานด้านการรักษาความปลอดภัยระบบคลาวด์ บริษัท เทรนด์ ไมโคร กล่าวว่า “จากข้อมูลที่เรามีพบว่าแอพพลิเคชั่นแบบคลาวด์จะเพิ่มจำนวนมากขึ้นในโลกออนไลน์ในอีกสองสามปีข้างหน้านี้ ในขณะที่ 43% ของฐานผู้ใช้เดิมของระบบคลาวด์ประสบปัญหาด้านความปลอดภัยตั้งแต่ปีที่แล้ว และ ที่สำคัญกว่านั้นผู้ตอบแบบสำรวจบางรายยังไม่รู้ว่าพวกเขากำลังใช้ระบบคลาวด์อยู่จึงไม่จำเป็นต้องพูดถึงเรื่องการรักษาความปลอดภัยใดๆ ผลการสำรวจดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ส่วนใหญ่ไม่ได้เน้นเรื่องการเพิ่มทรัพยากรไอทีเพื่อการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ ซึ่งจริงๆ แล้วการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบคลาด์นั้นไม่ใช่เป็นเพียงตัวเลือก แต่มันเป็นสิ่งที่จำเป็น”

ประสิทธิภาพและความพร้อมใช้งานสำคัญไม่แพ้เรื่องความปลอดภัย

แม้ว่าเรื่องความปลอดภัยจะยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการนำระบบคลาวด์มาใช้ แต่องค์กรจำนวนมากในขณะนี้กำลังมองว่าประสิทธิภาพและความพร้อมใช้งานของบริการแบบคลาวด์ก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กัน จากการสำรวจ พบว่าอุปสรรคสำคัญที่ผู้ตอบแบบสำรวจพบเมื่อนำบริการการประมวลผลแบบคลาวด์เข้ามาใช้ ได้แก่ ความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลหรือโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ (50%) รวมถึงประสิทธิภาพ และความพร้อมใช้งานของบริการ แบบคลาวด์ (48%)

“ในอดีตความกังวลเรื่องความปลอดภัยถือเป็นอุปสรรคสำคัญอย่างยิ่งในการนำระบบคลาวด์มาใช้งาน แต่ในปัจจุบันประเด็นด้านประสิทธิภาพและความพร้อมใช้งานก็มีอิทธิพลต่อผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีเช่นเดียวกัน ในฐานะ ที่เราได้รับรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ล่าสุดของการละเมิดข้อมูล ทำให้ทราบว่าทุกสิ่งเกี่ยวข้องกันหมด ไม่ว่าจะเป็นระดับความปลอดภัยที่ต่ำมากจนเป็นเหตุให้ระบบหยุดทำงาน เช่นเดียวกับประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง” แอสเพรย์ กล่าว

ข้อมูลในระบบคลาวด์ที่ไม่ได้เข้ารหัสไว้มีความเสี่ยง

เมื่อถึงเวลาที่จะต้องรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำคัญที่เก็บไว้ในระบบคลาวด์ องค์กรต่างๆ มักจะหันมาใช้การเข้ารหัสข้อมูล โดย 85% ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าพวกเขาเข้ารหัสข้อมูลที่เก็บไว้ในระบบคลาวด์ และก่อนที่จะ ผลีผลามนำระบบคลาวด์เข้ามาใช้งานนั้น ในจำนวนกว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะพิจารณาว่าผู้ให้บริการระบบคลาวด์ได้รวมเอาที่จัดเก็บข้อมูลแบบเข้ารหัสไว้ในข้อเสนอด้วยหรือไม่ อย่างไรก็ตามเทคนิคการจัดการ คีย์การเข้ารหัสส่วนใหญ่ที่ใช้ในระบบคลาวด์นั้นมีความเสี่ยง

การจัดการคีย์ด้วยนโยบายเพื่อการควบคุมข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในระบบคลาวด์ที่ดีขึ้น

เทรนด์ ไมโคร ซิเคียว คลาวด์ (™ SecureCloud™) ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว เป็นแพลตฟอร์มความปลอดภัยที่ใช้เทคโนโลยีการจัดการคีย์ด้วยนโยบายที่มีการเข้ารหัสตามมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยสามารถ ช่วยองค์กรให้ควบคุมข้อมูลที่เก็บไว้ในระบบคลาวด์แบบสาธารณะ ส่วนตัว หรือแบบผสมได้อย่างครอบคลุม แพลตฟอร์มนี้ช่วยบรรเทาความเสี่ยงที่มีต่อความปลอดภัยของข้อมูล ความเป็นส่วนตัว และการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง กับการปรับใช้ข้อมูลในสภาพแวดล้อมการประมวลผลแบบคลาวด์

ซิเคียว คลาวด์ (SecureCloud) จะช่วยให้องค์กรสามารถปรับใช้ข้อมูลในสภาพแวดล้อมคลาวด์แบบส่วนตัวและแบบสาธารณะได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทำให้พวกเขาสามารถรักษาความปลอดภัยข้อมูลสำคัญได้โดยไม่ต้องติดตั้งโครงสร้าง พื้นฐานจำนวนมากที่มีความซับซ้อนเพิ่มเติม

เทรนด์ ไมโคร พร้อมให้การรักษาความปลอดภัยแก่องค์กรที่ก้าวเข้าสู่ระบบคลาวด์

บริษัท เทรนด์ ไมโคร ทุ่มงบลงทุนเพื่อพัฒนาในกลุ่มผลิตภัณฑ์การป้องกันแบบหลายระดับชั้นสำหรับสภาพแวดล้อมแบบคลาวด์และแบบเสมือน ซึ่งทั้งหมดนี้ออกแบบมาเพื่อดูแลองค์กรให้ก้าวเข้าสู่ระบบคลาวด์ได้อย่างปลอดภัย นอกจาก       ซิเคียว คลาวด์ (SecureCloud) แล้ว ยังมีเทรนด์ ไมโคร ดีพ ซิเคียวริตี้ (Trend Micro™ Deep Security) ที่สามารถป้องกันการขโมยข้อมูลที่จะส่งผลให้ธุรกิจหยุดชะงัก และป้องกันการละเมิดกฎระเบียบด้าน ความปลอดภัยสำหรับ เซิร์ฟเวอร์ ของศูนย์ข้อมูลเสมือนในปัจจุบัน  โดยโซลูชั่นดีพ ซิเคียวริตี้รุ่นล่าสุดได้รวมการป้องกันมัลแวร์แบบไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ (เอเจนต์) การรับรู้ระบบเสมือน และใช้ API ของวีเอ็มแวร์ล่าสุดเพื่อป้องกันเซิร์ฟเวอร์ต่อการละเมิดข้อมูลและ ช่วยให้องค์กร สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบได้ดียิ่งขึ้น

“บริษัท เทรนด์ ไมโคร พร้อมให้การดูแลองค์กรให้ปลอดภัยเมื่อก้าวเข้าสู่ระบบคลาวด์ ชุดโซลูชั่นความปลอดภัยแบบครบวงจรของเรามีความโดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากมีประสิทธิภาพสูงสำหรับสภาพแวดล้อมแบบคลาวด์และเสมือน อีกทั้ง ยังมีบริการการจัดการคีย์การเข้ารหัสด้วยนโยบายซึ่งจะรักษาข้อมูลให้ปลอดภัยไม่ว่าจะเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์จริง ระบบเสมือน หรือแม้แต่ระบบคลาวด์แบบสาธารณะก็ตาม” แอสเพรย์ กล่าว

ระเบียบวิธีการสำรวจ

ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีจำนวน 1,200 รายจากประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมนี แคนาดา อินเดีย และญี่ปุ่น (ผู้ตอบแบบสำรวจมา 6 ประเทศๆ ละ 200 ราย) ได้รับเชิญให้เข้าร่วมตอบแบบสำรวจเกี่ยวกับการประมวลผลแบบคลาวด์ ผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้มาจากองค์กรที่มีพนักงานมากกว่า 500 คน และมีหน้าที่ตัดสินใจในการสั่งซื้อบริการการประมวลผลแบบคลาวด์ ระบบเซิร์ฟเวอร์เสมือน หรือโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเดสก์ท็อปเสมือน (Virtual Desktop infrastructure: VDI) เทรนด์ ไมโคร พร้อมให้คำแนะนำที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานก้าวเข้าสู่ระบบคลาวด์ได้อย่างปลอดภัย ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  www.trendmicro.com/cloud.

View :1060

Related Posts

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.
You must be logged in to post a comment.