Home > Software, Technology > แซส เปิดตัวระบบการตรวจสอบการทุจริต (SAS Fraud Management) แบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับและการป้องกัน

แซส เปิดตัวระบบการตรวจสอบการทุจริต (SAS Fraud Management) แบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจจับและการป้องกัน

ธนาคารชั้นนำระดับโลกสามารถลดการทุจริตได้อย่างมากด้วยแซสเป็นจำนวนเงินมูลค่านับพันล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อชื่อเสียงขององค์กร และความสัมพันธ์ของลูกค้าอันมีค่าต้องตกอยู่ในภาวะเสี่ยง การเอาชนะผู้ทุจริตให้ได้ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับธนาคารต่างๆ และการใช้ SAS Fraud Management ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการการทุจริตในองค์กรโดยใช้การวิเคราะห์ที่ครอบคลุม ประกอบไปด้วยระบบการให้คะแนนบัญชี แบบเรียลไทม์ รวมถึงการซื้อ การชำระเงิน และการทำธุรกรรมเกี่ยวกับการเงิน จะช่วยให้ธนาคารสามารถตรวจหา ป้องกัน และจัดการการทุจริตในผลิตภัณฑ์ สายธุรกิจ และช่องทางต่างๆ ได้หลากหลาย

AS Fraud Management ล่าสุดจากบริษัท แซส ผู้นำด้านซอฟต์แวร์และบริการการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงธุรกิจ ให้ความสามารถในการตรวจจับการทุจริตที่เกิดขึ้นกับองค์กรได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มประสิทธิภาพอีกหลากหลาย รวมถึง Application Programming Interface (API) แบบผสมผสาน การกำหนดค่าการจัดการด้วยกฎขั้นสูง เพิ่มการจัดการเชิงปฏิบัติการ และการให้คะแนนการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ได้อย่างแท้จริง ซึ่งทำงานบนระบบการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงของแซสที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว( Advanced SAS Analytics)

“การตรวจสอบพฤติกรรมและการทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์ ถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของการป้องกันการทุจริตทางอินเทอร์เน็ต เนื่องจากความสามารถที่เพิ่มขึ้นของผู้ทุจริตที่สามารถหลบหลีกขั้นตอนการรับรองความถูกต้องได้อย่างไม่น่าเชื่อ” นายจอร์ช ทิวบิน ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการวิจัยบริษัท ทาวเวอร์กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารองค์กร กล่าว และว่า “สิ่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยขณะนี้สถาบันการเงินต่างๆ ได้เตรียมพร้อมเพื่อรอการปรับปรุงแนวทางการรับรองความถูกต้องของสภาการตรวจสอบสถาบันการเงินแห่งรัฐบาลสหรัฐฯ (Federal Financial Institutions Examination Council: FFIEC)”
ธนาคารเอชเอสบีซีลดจำนวนการทุจริต

“SAS Fraud Management รุ่นใหม่กำลังถูกนำไปใช้ในฝ่ายปฏิบัติงานของเราภายในภูมิภาคเอเชีย และเรามั่นใจว่าแซสจะช่วยให้เราสามารถสร้างโมเดลป้องกันการทุจริตที่ดีที่สุดเท่าที่ตลาด ในขณะนี้จะสามารถนำเสนอได้” นายดีเรก ไวลด์ หัวหน้ากลุ่มความเสี่ยงด้านการฉ้อโกงและการรักษาความปลอดภัยส่วนกลางของเอชเอสบีซี (HSBC) กล่าว “เห็นได้จากจำนวนการทุจริตที่เราตรวจพบ ซึ่งมีอัตราการตรวจพบเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ผลบวกลวง (false-positive) ลดน้อยลง และเป็นไปตามเป้าหมาย ที่เราวางไว้”

ด้วยทรัพย์สินประมาณ 2.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัท เอชเอสบีซี โฮลดิ้ง พีแอลซี ถือเป็นหนึ่งในองค์กรผู้ให้บริการทางการเงินและการธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยขณะนี้สามารถให้บริการลูกค้ากว่า 95 ล้านรายผ่านสำนักงาน 7,500 แห่งใน 87 ประเทศต่างๆ ทั้งนี้ เอชเอสบีซีได้เข้าร่วมเป็นคู่ค้าการพัฒนากับบริษัท แซส ตั้งแต่ปี 2550 และได้ใช้ SAS Fraud Management เป็นระบบพื้นฐานสำหรับการตรวจหาการทุจริตแบบเรียลไทม์และการจัดการการทุจริตอย่างต่อเนื่องครอบคลุมทั้งเครือข่ายทั่วโลกของบริษัท โดยบริษัท แซส ได้ช่วยให้เอชเอสบีซีสามารถลดการสูญเสียทั่วโลกจากการทำธุรกรรมที่ทุจริตและภัยคุกคามที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะนี้เอชเอสบีซีได้ปรับใช้ SAS Fraud Management แล้วในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย ซึ่งสามารถป้องกันการทำธุรกรรมของบัตรเครดิตได้ 100% ในเวลาเรียลไทม์ และกำลังจะขยายให้ครอบคลุมการทุจริตทั้งหมดข้ามสายธุรกิจที่หลากหลายและช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

“เราได้รับผลลัพธ์ที่ดีเยี่ยมอย่างมากเหนือกว่าระบบก่อนหน้านี้ที่เราเคยใช้มาก่อน” นายไวลด์ กล่าว “บริษัท แซส มีความมุ่งมั่นที่จะทำให้แน่ใจได้ว่าเอชเอสบีซีจะยังคงมีโซลูชั่นป้องกันการทุจริตระดับแนวหน้าอย่างต่อเนื่อง เรามีความยินดีอย่างยิ่งกับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น การวิเคราะห์การทุจริตสามารถนำมาซึ่งผลประโยชน์ที่สำคัญมากมาย และนั่นเป็นประสบการณ์ของเราที่มีร่วมกับแซสซึ่งเป็นคู่ค้าของเราและซอฟต์แวร์ SAS Fraud Management”
API ใหม่และฟังก์ชันการแจ้งเตือนต่อสู้กับภัยการทุจริต

ระบบการบริหารจัดการการทุจริตของแซส (SAS Fraud Management) เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของระบบแฟรมเวิร์กด้านอาชญากรรมทางการเงินสำหรับธนาคารของแซส (SAS Enterprise Financial Crimes Framework for Banking) ด้วย API แบบผสมผสาน ทำให้ SAS Fraud Management เพิ่มขีดความสามารถการประมวลผลแบบเรียลไทม์เพื่อแจ้งเตือนสำหรับผลิตภัณฑ์และช่องทางที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยธุรกิจที่เกิดใหม่ เช่น สำนักหักบัญชีอัตโนมัติ (ACH) การธนาคารแบบผ่านระบบสาย ระบบโทรศัพท์ และระบบอินเทอร์เน็ต รวมทั้งการตรวจสอบบริษัทนายหน้าต่างๆ โดยบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินสามารถติดตามตรวจสอบและตรวจหาภัยด้านการทุจริตได้อย่างรวดเร็วและเชื่อถือได้ ไม่ว่าจะมาจากช่องทางจำหน่ายเดียว หรือช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายโดยมีเป้าหมายเพื่อขโมยเงินมูลค่านับล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตัวอย่างเช่น การโจมตีในรูปแบบ “การหาผู้ทำหน้าที่โอนเงินแทน” (money mule) และ “โทรจัน Zeus” ทางอินเทอร์เน็ตที่สามารถขโมยข้อมูลประจำตัวเกี่ยวกับบัญชีธนาคารของผู้ใช้ได้ โดยเป็นไวรัสมัลแวร์ที่สามารถแพร่ระบาดไปยังระบบคอมพิวเตอร์ของสถาบันการเงินกว่า 2,000 ระบบ และ พีซีมากกว่า 3 ล้านเครื่องในสหรัฐฯ โดยผู้ทุจริตจะติดต่อคอลล์เซ็นเตอร์เพื่อเข้าใช้และเปิดบัญชี จากนั้นจะโอนเงินข้ามประเทศหรือโอนไปยังบัญชีอื่นๆ ภายในประเทศ รูปแบบการทุจริตนี้มีมูลค่าไม่มากนักเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตเว้นแต่องค์กรจะมีระบบตรวจสอบบัญชีเชิงรุกที่ครอบคลุมประเภทช่องทางการชำระเงินต่างๆ ได้ทั้งหมด
เทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรและการให้คะแนนแบบเรียลไทม์เพื่อความแม่นยำและประสิทธิภาพ

บริษัท แซส ได้รับการอนุมัติสิทธิบัตรสำหรับ “Computer-Implemented Data Storage Systems and Methods for Use with Predictive Model Systems” (ระบบและวิธีการจัดเก็บข้อมูลที่ใช้คอมพิวเตอร์สำหรับการใช้กับระบบสร้างโมเดลเชิงพยากรณ์) (US patent 7,912,773 B1) สำหรับเทคโนโลยีการวิเคราะห์ใน SAS Fraud Management รุ่นใหม่แล้ว โดยซอฟต์แวร์นี้สามารถจัดเก็บข้อมูลดิบที่ชาญฉลาดในรูปลายเซ็น ซึ่งจะบันทึกประวัติของส่วนย่อยต่างๆ ในธุรกิจ (เช่น รหัสบัตร รหัสบัญชี รหัสลูกค้า รหัสเทอร์มินอล หรือที่อยู่ IP) ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรม การเพิ่มความแม่นยำในการตรวจหาพฤติกรรมลูกค้าที่อยู่ภายนอกบรรทัดฐานในระหว่างการทำธุรกรรม ณ จุดขาย โดยข้อมูลนี้สามารถนำไปปรับใช้กับโมเดลเชิงพยากรณ์จำนวนมากเพื่อช่วยในการตรวจหาการทุจริจและการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตโดยเฉพาะ

เทคโนโลยีการวิเคราะห์นี้และวิธีการสร้างโมเดลเครือข่ายประสาทที่มีประสิทธิภาพและได้รับการ จดสิทธิบัตรแล้ว ของบริษัท แซส อยู่เบื้องหลังโมเดลการทุจริตที่มีประสิทธิภาพของแซส ซึ่งสามารถให้การป้องกันขั้นสูงต่อลูกค้าและผู้ให้บริการออกบัตรเครดิตได้

“ความสามารถในการจัดเก็บข้อมูลดิบอย่างชาญฉลาดสำหรับหน่วยงานที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญต่อการจัดการปัญหาด้านความเสี่ยงและการทุจริตจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟต์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “นวัตกรรมของแซส เป็น สิ่งที่น่าตื่นเต้นอย่างมากไม่เพียงแต่แง่มุม ด้านเทคโนโลยี แต่ยังครอบคลุมถึงผลประโยชน์ที่มีต่ออุตสาหกรรมทางการเงินด้วย”

ซอฟต์แวร์รุ่นใหม่นี้ยังจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถกำหนดค่าการจัดการกฎขั้นสูงเพื่อตรวจสอบและติดตามรูปแบบพฤติกรรมในอดีตของหน่วยธุรกิจต่างๆ ตามความต้องการทางธุรกิจ โดยการกำหนดค่าดังกล่าวให้กับองค์กรจำนวนมากจะช่วยให้สถาบันทางการเงินสามารถปรับใช้และจัดการโซลูชั่นองค์กรในลักษณะที่แยกส่วนกันได้อย่างละเอียด และเมื่อมีการจับคู่เข้ากับการวิเคราะห์ขั้นสูงที่ได้รับการจดสิทธิบัตรแล้วของแซส ทำให้ SAS Fraud Management สามารถลดจำนวนผลบวกลวง (false positive) ได้อย่างมาก บริการลูกค้าจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการลดการทำธุรกรรมที่ล่าช้าลง รวมทั้งยังทำให้พนักงานได้รับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับการจัดการที่ดีกว่าเดิม องค์กรต่างๆ จึงสามารถรับรู้ประสิทธิภาพด้านการปฏิบัติงานที่ดียิ่งขึ้นได้ในขณะที่มีผลบวกลวงน้อยลง ประหยัดเวลา และเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าได้อย่างสูงสุด

View :1200

Related Posts

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.
You must be logged in to post a comment.