Archive

Author Archive

วอลโว่จับมือแอปเปิ้ลติดตั้ง Apple CarPlay ในรถยนต์

March 4th, 2014 No comments

-แอปเปิ้ลผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก
Volvo & Apple Pic
วอลโว่ คาร์ กรุ๊ป จับมือ เปิดมิติใหม่ในวงการรถยนต์ นำระบบปฏิบัติการของแอปเปิ้ลซึ่งได้รับความนิยมสูงและเป็นที่ชื่นชอบทั่วโลกมาไว้ในรถยนต์หรูของวอลโว่ ผนึกกำลังสุดยอดเทคโนโลยีชั้นนำด้านยนตรกรรมและการสื่อสารเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ

ความร่วมมือดังกล่าวจะทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับประสบการณ์ประทับใจมากยิ่งขึ้นในระหว่างการเดินทาง ด้วยการติดตั้งระบบปฏิบัติการ ไว้ในรถยนต์วอลโว่ ซึ่งบริการใหม่นี้จะทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถใช้งานหรือบริการต่างๆ ที่อยู่บน iPhone iPad และ iPod ได้จากหน้าจอแบบสัมผัสขนาดใหญ่ที่ติดตั้งอยู่ในคอนโซลหน้าของรถยนต์วอลโว่

วอลโว่ได้ติดตั้งและเชื่อมระบบปฏิบัติการของแอปเปิ้ลเข้ากับระบบสื่อสารในรถที่วอลโว่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่อยู่ในอุปกรณ์สื่อสารของแอปเปิ้ล ได้ด้วยการสั่งงานด้วยเสียงหรือด้วยปุ่มบนพวงมาลัยรถ ทำให้สื่อสารได้อย่างปลอดภัยและใช้งานง่ายอีกด้วย

จากการทำงานร่วมกันระหว่างระบบปฏิบัติการของแอปเปิ้ลกับซอฟต์แวร์และจอแสดงผลที่วอลโว่พัฒนาขึ้นใหม่นี้ เป็นที่มาของรูปลักษณ์ในการออกแบบภายในของวอลโว่ โดยเน้นความเรียบง่าย และใช้งานได้จริง ซึ่งเป็น 2 คุณสมบัติหลักที่ผสานจุดแข็งของวอลโว่และแอปเปิ้ลเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

มร. ฮาคัน ซามูเอลสัน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร วอลโว่ คาร์ เปิดเผยว่า “รูปแบบการแสดงผลหน้าจอของแอปเปิ้ลนั้นเรียบง่าย สอดคล้องกับแนวคิดการออกแบบในสไตล์สแกนดิเนเวียนที่เน้นความลื่นไหลและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี”

รถยนต์รุ่นแรกที่ได้รับการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay คือ XC90 ใหม่ รถยนต์ SUV หรูจาก วอลโว่ ซึ่ง XC90 ใหม่เป็น SUV ที่ทันสมัยมากและจะมาแทน XC90 รุ่นที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันซึ่งเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ในตลาด SUV และเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของวอลโว่

ระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay ทำให้การแสดงผลหน้าจอในรถยนต์วอลโว่เป็นรูปแบบเดียวกับในไอโฟนที่ผู้ใช้งานคุ้นเคย ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานโทรศัพท์ ข้อความ เพลง หรือระบบนำทาง นอกจากนี้ วอลโว่ยังมีแอพพลิเคชั่นที่ให้ความบันเทิงจากซัพพลายเออร์ อาทิ เสียงเพลงแบบสตรีมมิ่งจาก Spotify ที่โด่งดังอีกด้วย

หน้าจอแสดงผลใหม่ของวอลโว่สามารถผสมผสานการแสดงข้อมูล และปุ่มควบคุมการทำงานของรถยนต์วอลโว่และการใช้งานของ Apple พร้อมๆ กันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนสลับไปมาระหว่างการทำงานของรถยนต์หรือไอโฟน

ระบบ Apple CarPlay ถูกผสานเข้ากับเทคโนโลยีการแสดงผลหน้าจอแบบใหม่ของวอลโว่ ทำให้ดูกลมกลืนกับระบบสื่อสารภายในรถ และแสดงผลเช่นเดียวกับบนหน้าจอของแอปเปิ้ล

“ผู้ใช้ไอโฟนจะรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านเมื่อขับขี่วอลโว่ เราได้พัฒนาระบบหน้าจอแบบสัมผัสของวอลโว่ใหม่เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานอุปกรณ์สื่อสารในรถยนต์ ยิ่งเมื่อบวกกับความปลอดภัย และระบบสั่งงานด้วยเสียง อย่าง Siri ยิ่งทำให้แอปเปิ้ลกับวอลโว่เป็นคู่ที่เหมาะสมกันอย่างสมบูรณ์แบบ” มร. ฮาคัน ซามูเอลสัน กล่าวสรุป

เชื่อมต่อแบบราบรื่น

Apple CarPlay ช่วยให้การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์สื่อสารกับระบบในรถยนต์เป็นไปได้อย่างราบรื่นผ่าน Lightning cable โดยอาศัยการทำวีดิโอสตรีมมิ่งแบบ H.264 ที่จะเชื่อมต่อการสั่งการของผู้ใช้ผ่านหน้าจอแบบสัมผัส และจะมีการพัฒนาระบบ WiFi เพื่อการเชื่อมต่อแบบไร้สายในอนาคต

View :553

กรมอนามัย ยูนิเซฟ และดีแทค ร่วมผลักดัน SMS *1515 ส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการเด็ก

February 26th, 2014 No comments

dtac DoH UNICEF-2
และดีแทคร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “*1515 SMS ครอบครัวผูกพัน” เป็นระยะเวลา 2 ปี เพื่อส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดูแลเด็กให้แก่พ่อแม่ผู้ปกครอง

การลงนามดังกล่าวจัดขึ้นภายในงานสัมมนาวิชาการอนามัยแม่และเด็ก ในวันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2557 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ทั้งสามองค์กรได้เปิดตัวโครงการ SMS *1515 ซึ่งเป็นบริการส่งข้อมูลเกี่ยวกับการดูแลเด็กตั้งแต่อยู่ในครรภ์จนถึงอายุ 2 ปี ให้พ่อแม่ผู้ปกครองผ่านข้อความ SMS ทุกวันโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยข้อมูลเหล่านี้ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอนามัยแม่และเด็กได้คัดเลือกให้เหมาะสมกับการพัฒนาในแต่ละช่วงอายุ และครอบคลุมหัวข้อที่หลากหลาย เช่น สุขภาพเด็ก โภชนาการ อาการเจ็บป่วยที่พบบ่อย การป้องกันการบาดเจ็บในเด็ก และการส่งเสริมพัฒนาเด็กตั้งแต่ 0-2 ปี

นายแพทย์พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ปัจจุบัน พัฒนาการและการเจริญเติบโตที่ล่าช้าของเด็กปฐมวัยยังเป็นปัญหาที่สำคัญในประเทศไทย โดยกรมอนามัยได้สำรวจพัฒนาการเด็กปฐมวัย (อายุ 0-5 ปี) เมื่อปี 2553 พบว่า เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสงสัยล่าช้าถึงร้อยละ 30 สูงกว่าค่าเฉลี่ยขององค์การอนามัยโลกซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 15-20 นอกจากนี้ ยังพบว่าเด็กปฐมวัยมีพัฒนาการล่าช้าในด้านภาษาและด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กร้อยละ 19 และร้อยละ 8 ตามลำดับ ซึ่งพัฒนาการทั้งสองด้านถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาสติปัญญาของเด็ก

“น่าชื่นชมที่กรมอนามัย และยูนิเซฟ ได้ร่วมดำเนินงานโครงการ SMS ครอบครัวผูกพัน ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถช่วยสนับสนุนการทำงานของภาครัฐในการพัฒนาสุขภาพแม่และเด็กได้เป็นอย่างดี และสามารถบูรณาการไปกับโครงการฝากท้องทุกที่ ฟรีทุกสิทธิ์ โดยการสื่อสารให้หญิงตั้งครรภ์มาฝากครรภ์เร็ว ได้รับความรู้เพื่อการดูแลสุขภาพของตนเองและบุตร ดังนั้นการมีช่องทางสื่อสารโดยตรงกับกลุ่มเป้าหมายจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเด็กในประเทศไทย” นายแพทย์พรเทพกล่าว

ปัจจุบันกรมอนามัยได้ออกนโยบายและโครงการต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและสตรี และส่งเสริมการเข้าถึงบริการอย่างเท่าเทียม ตัวอย่างเช่น นโยบายฝากท้องทุกที่ ฟรีทุกสิทธิ์ การสร้างพ่อแม่คุณภาพผ่านโรงเรียนพ่อแม่ การใช้กระบวนการกิน กอด เล่น เล่า ให้เด็กได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดและได้กินอาหารตามวัย ซึ่งนโยบายเหล่านี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษของสหประชาชาติ

นายพิชัย ราชภัณฑารี ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า “การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน และองค์กรนานาชาติจะสามารถดึงความเชี่ยวชาญของแต่ละหน่วยงานมาเพื่อสร้างการบริการที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่ประเทศไทยยังเผชิญอยู่ได้”

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคมีความยินดีที่ได้นำเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญทางธุรกิจของดีแทคเข้ามาใช้ในการให้บริการด้านสุขภาพเพื่อให้เกิดประโยชน์ด้านพัฒนาการของเด็ก เพราะโทรศัพท์มือถือเป็นช่องทางที่จะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดีและทั่วถึงที่สุด”

ดีแทคและเทเลนอร์ ได้ร่วมกันให้การสนับสนุนยูนิเซฟทั้งด้านการเงิน และโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการอยู่รอด และการพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน โดยในปี 2556 ได้มอบเงินจำนวน 1.3 ล้านบาทเพื่อสนับสนุนการทำวิจัยเรื่องการจดทะเบียนเกิด นอกจากนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เทเลนอร์กรุ๊ป และยูนิเซฟ ยังได้มีการลงนามเป็นพันธมิตรระดับโลกเพื่อส่งเสริมและสร้างความตระหนักในเรื่องสิทธิเด็ก เป็นจำนวนเงินประมาณ 18.56 ล้านบาท (580,000 ดอลล่าร์สหรัฐ) ตลอดระยะเวลาห้าปีต่อจากนี้

“หลังจากนี้ ดีแทคจะร่วมกับกรมอนามัย และยูนิเซฟ ในการประชาสัมพันธ์ *1515 SMS ครอบครัวผูกพัน เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนมาสมัครรับบริการผ่านการประชุม การอบรม และกิจกรรมอื่นๆ ที่จะจัดขึ้นโดยกรมอนามัย และภาคีอื่นๆ ในอนาคต” นายจอนกล่าวเพิ่มเติม

หญิงตั้งครรรภ์และพ่อแม่ผู้ปกครองสามารถสมัครใช้บริการนี้ได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการรับข้อความสำหรับทุกเครือข่ายตลอดโครงการ ผู้ใช้เครือข่ายดีแทคกด *1515 แล้วโทรออก ส่วนผู้ที่ใช้เครือข่ายอื่น โทร. 02-202-8900 (มีค่าใช้จ่ายตามโปรโมชั่นเฉพาะตอนสมัคร)

View :344

โนเกียเปิดตัว Nokia X, Nokia X+ และ Nokia XL เพื่อการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและบริการคลาวด์

February 26th, 2014 No comments

โนเกีย XL

โนเกีย XL


บาร์เซโลน่า สเปน – 24 กุมภาพันธ์ 2557: โนเกียตอกย้ำพันธะสัญญาในการเชื่อมต่อผู้คนอีกพันล้านคนทั่วโลกสู่อินเตอร์เน็ตด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนราคาประหยัด รวมถึง สมาร์ทโฟนที่สามารถใช้แอพแอนดรอยด์
พร้อมบริการไมโครซอฟต์และประสบการณ์โนเกียอันเป็นเอกลักษณ์

· โนเกีย X โนเกีย X+ และโนเกีย XL จะวางจำหน่ายในราคาย่อมเยาเพื่อเจาะตลาดที่สมาร์ทโฟนราคาย่อมเยามีการเติบโตสูง พร้อมเปิดประสบการณ์บริการจาก Lumia และไมโครซอฟต์ เช่น Skype, OneDrive และ Outlook.com

· Nokia Asha 230 สมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัส full touch ที่มีราคาย่อมเยาที่สุดในตระกูล Asha ราคา 45 ยูโร

· Nokia 220 โทรศัพท์มือถือที่พร้อมเข้าถึงอินเตอร์เน็ต มาพร้อมโซเชี่ยลแอพ ราคา 29 ยูโร

สตีเฟ่น อีลอป รองประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์และบริการ โนเกีย กล่าวว่า “โนเกียได้เชื่อมต่อผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก และวันนี้ เราได้สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนใหม่ๆ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อเชื่อมต่อผู้คนอีกนับพันล้านคนสู่ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม”

“แนวทางของเราคือการนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ใน 4 ระดับ ได้แก่ อุปกรณ์ขั้นพื้นฐาน อย่าง Nokia 220, สมาร์ทโฟนราคาย่อมเยาตระกูล Asha อย่าง Nokia Asha 230, สมาร์ทโฟนตระกูลใหม่ Nokia X, X+ และ XL ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนสำหรับตลาดที่กำลังเติบโต และสมาร์ทโฟน Lumia ซึ่งมากับนวัตกรรมขั้นสูงพร้อมประสบการณ์ไมโครซอฟต์สมบูรณ์แบบ” อีลอปกล่าวเสริม

Nokia X มอบสิ่งที่ดีที่สุดจากหลากแพลทฟอร์ม

สมาร์ทโฟนโนเกีย X มากับตัวเครื่องที่ดีทั้งคุณภาพและการออกแบบ พร้อมอินเตอร์เฟซแบบ tile ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสมาร์ทโฟนตระกูล Lumia พร้อมหน้าจอ Fastlane ให้สลับใช้งานแอพต่างๆ ได้ราบรื่นยิ่งขึ้น ผู้ใช้งานสามารถโหลดแอพที่ได้รับการทดสอบคุณภาพแล้วจาก Nokia Store, เลือกโหลดแอพจากร้านแอพออนไลน์อื่นๆ กว่า 12 แห่ง และโหลดผ่านโปรแกรมจากคอมพิวเตอร์ (side load) ผู้ใช้งานยังสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์โนเกียได้ฟรี เช่น แผนที่ โนเกีย ซึ่งรวมถึงการใช้งานแบบออฟไลน์ บริการนำทางแบบเลี้ยวต่อเลี้ยว 1 และ Nokia MixRadio สำหรับการฟังและดาวน์โหลดเพลง 1 นอกจากนี้ ยังมีแอพและเกมยอดนิยมที่ติดตั้งไว้แล้วในเครื่องอี

กมากมาย

สมาร์ทโฟนตระกูล Nokia X เป็นสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยา ที่มาพร้อมบริการที่ได้รับความนิยมจากไมโครซอฟต์ รวมถึงบริการจัดเก็บข้อมูลฟรีบนคลาวด์ผ่าน OneDrive นอกจากนี้ ในบางประเทศผู้ซื้อ Nokia X จะสามารถใช้งาน Unlimited World Subscription จาก Skype เป็นเวลา 1 เดือนโดยจะสามารถโทรไปยังโทรศัพท์พื้นฐาน (landline) ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และโทรไปยังโทรศัพท์มือถือในอีก 8 ประเทศทั่วโลกฟรีในระยะเวลาที่กำหนด

Nokia X สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของตระกูล มากับหน้าจอสัมผัส capacitive IPS 4 นิ้ว และกล้อง 3 ล้านพิกเซล สำหรับ Nokia X+ ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อคนใช้งานมัลติมีเดียโดยเฉพาะ เพื่อให้เพลิดเพลินกับเกม เพลง รูปภาพและวิดีโอได้อย่างเต็มที่ มาพร้อมหน่วยความจำที่ให้เก็บข้อมูลได้มากขึ้น ทั้ง Nokia X และ Nokia X+ จะมีสีเขียวสด แดงสด ฟ้า เหลือง ดำและขาว2ให้เลือก สำหรับ มากับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล เพื่อใช้ทำวิดีโอคอลล์ เช่น Skype และกล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล พร้อมโฟกัสอัตโนมัติและแฟลช โดย จะมีสีเขียวสด ส้ม ฟ้า เหลือง ดำ และขาว2ให้เลือก สมาร์ทโฟนตระกูล Nokia X ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลแบบ dual core Qualcomm Snapdragon พร้อมรองรับการใช้งานสองซิม สามารถสลับซิมได้ง่ายเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากอัตราค่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่แตกต่างกัน

Nokia X จะมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 89 ยูโร3 จะเริ่มวางจำหน่ายทันทีในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป อินเดีย ละตินอเมริกา อาฟริกาและตะวันออกกลาง ส่วน Nokia X+ และ Nokia XL คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 ในราคาประมาณ 99 ยูโร และ 109 ยูโร ตามลำดับ

Nokia Asha 220

Nokia Asha 220


Nokia Asha 230 และ Nokia 220 โทรศัพท์ที่ได้รับการสร้างสรรค์ เพื่อการใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือเป็นครั้งแรก
โนเกียเปิดตัวโทรศัพท์มือถือสองรุ่นที่ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์อินเตอร์เน็ตเป็นครั้งแรก โดย Nokia Asha 230 จะเปิดประสบการณ์การใช้งานโทรศัพท์มือถือหน้าจอสัมผัสที่มากับประสบการณ์ Asha สุดสนุก ได้แก่ Fastlane และการเข้าถึงแอพสังคมออนไลน์อาทิ Line, WeChat และ เพียงแค่ swipe เดียวจากหน้าจอ lockscreen ก็สามารถเปิดใช้งานกล้องได้ทันที และแตะเพียงครั้งเดียวเพื่อแบ่งปันภาพไปยังสังคมออนไลน์ที่คุณโปรดปราน Nokia Asha 230 จะมาพร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาด 7GB ฟรีบนคลาวด์ของไมโครซฟอท์ OneDrive และสามารถเลือกเก็บสำรองภาพถ่ายบนคลาวด์ได้อีกด้วย
Nokia Asha 230

Nokia Asha 230


Nokia Asha 230 จะวางจำหน่ายในราคาประมาณ 45 ยูโร ถือเป็นสมาร์ทโฟน Asha ระบบสัมผัสที่ย่อมเยาที่สุดในปัจจุบัน โดย มีทั้งซิมเดี่ยวและซิมคู่ จะวางจำหน่ายทันทีในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป อินเดีย ละตินอเมริการ ตะวันออกกลาง และ อาฟริกา

โนเกียขอแนะนำ Nokia 220 โทรศัพท์มือถือดีไซน์สวยในราคาถูกที่สุดที่สามารถรับส่งข้อมูลอินเตอร์เน็ตได้ ช่วยให้ผู้คนนับล้านทั่วโลกสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย ด้วยหน้าจอสี 2.4 นิ้ว พร้อมแป้นพิมพ์กันฝุ่นและน้ำสาด Nokia 220 ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์การสื่อสารเคลื่อนที่และอินเตอร์เน็ตครั้งแรก มาพร้อม , Twitter และระบบการค้นหา Bing ใน Nokia Xpress browser ที่โหลดไว้แล้วบนเครื่อง Nokia 220 จะวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นประมาณ 29 ยูโร และวางจำหน่ายทันทีทั้งซิมเดี่ยวและซิมคู่ ในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป อินเดีย ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และอาฟริกา

View :459

อีริคสัน เปิดตัว ‘Future TV Anywhere’ เพื่อประสบการณ์ใหม่ในการรับชมโทรทัศน์

February 26th, 2014 No comments

· อีริคสันกำหนดนิยามแห่งการรับชมโทรทัศน์ยุคใหม่ ด้วยนวัตกรรมแห่งเทคโนโลยีล่าสุด

· ด้วยการควบรวมบริการ Pay TV คุณภาพเยี่ยม พร้อมคอนเทนท์ที่หลากหลาย เข้ากับบริการจาก OTT ที่จะทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ตรงใจ (personalization) สามารถโต้ตอบได้ (interactivity) และรับชมได้บนหน้าจอหลากหลายขนาด

· Future TV Anywhere จากอีริคสัน เป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ ที่จะสร้างนวัตกรรมเพื่อประสบการณ์ในการรับชมโทรทัศน์ยุคใหม่ ที่ราบรื่น และรวดเร็วแบบเว็บ

นวัตกรรมแห่งเทคโนโลยียุคใหม่ ได้ทำให้การรับชมรายการทีวีและมีเดียประเภทต่างๆ เปลี่ยนไปอย่างมาก และถึงแม้โลกของเราจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แต่ประสบการณ์ในการรับชมรายการทีวีในปัจจุบัน ยังขาดความเป็นเอกภาพและไม่เป็นที่พึงพอใจในบางกรณี ผู้บริโภคมักใช้บริการวีดีโอจากหลายแห่ง เพื่อค้นหาคอนเทนท์ที่ถูกใจ และเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อการรับชมไปมา ด้วยความสามารถในการรับชมคอนเทนท์ที่แตกต่างกัน ผู้ให้บริการด้านสื่อโทรทัศน์จำนวนมาก จึงจำเป็นต้องก้าวให้เท่าทันเทคโนโลยี รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพของตนอย่างรวดเร็ว ในยุคแห่งสังคมเครือข่าย (Networked Society) ภายในปี ค.ศ. 2020 จำนวนอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 50 พันล้านเครื่อง และ 15 พันล้านเครื่องในจำนวนนี้ จะสามารถให้บริการสื่อวีดีโอแก่ผู้ใช้ได้ อีริคสันได้เล็งเห็นถึงความท้าทายในธุรกิจนี้ จึงต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และอีโคซิสเต็มของทีวีแห่งยุคอนาคต – อนาคตที่เราสามารถรับชมโทรทัศน์ได้ ทุกสถานที่ บนทุกอุปกรณ์ ด้วยประสบการณ์ในการรับชม ที่พัฒนาตามความต้องการของผู้บริโภคได้

เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจดังกล่าว อีริคสันได้เปิดตัว Future TV Anywhere เพื่อนำเทคโนโลยีสมัยใหม่บนเว็บ เข้ามาสู่กลุ่มผู้ให้บริการโทรทัศน์ เพื่อสร้างบริการที่เปี่ยมคุณภาพ พร้อมคอนเทนท์ที่หลากหลายจาก Pay TV ร่วมกับความสามารถในการโต้ตอบและการแสดงผลบนหน้าจอหลายประเภท จากกลุ่มผู้ริเริ่มในบริการวีดีโอแบบ Over the Top (OTT)

อีริคสันเป็นผู้สร้างแพล็ตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบ สำหรับผู้ให้บริการ Pay TV บนพื้นฐานของเทคโนโลยีเว็บและคลาวด์ (Cloud) ทั้งหมด โดยซอฟต์แวร์ใหม่ในรูปแบบของเซอร์วิสแพล็ตฟอร์มนี้ จะทำให้ผู้ให้บริการทีวีสามารถตอบสนองต่อตลาดได้อย่างทันท่วงที พร้อมสร้างสรรค์บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ยังสามารถบริหารจัดการโหลดมหาศาล ที่มาพร้อมกับรายการถ่ายทอดสดได้ นอกจากนั้นแล้ว ระบบยังให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ อันจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ให้บริการ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนครั้งใหม่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้

คามิลล่า วอลเทียร์ ประธานบริษัทอีริคสัน ประเทศไทย

คามิลล่า วอลเทียร์ ประธานบริษัทอีริคสัน ประเทศไทย


นาง คามิลล่า วอลเทียร์ ประธานบริษัทอีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “การรับชมบริการ Pay TV บนอินเตอร์เน็ตเว็บไซด์ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ด้านธุรกิจทีวีและมีเดียของอีริคสัน ซึ่งจะเอื้อให้ผู้บริการ Pay TV ต่างสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆในการนำเสนอคอนเทนท์ที่หลากหลายสู่ลูกค้าได้สะดวกรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น ไม่จำกัดว่าจะต้องมี Set Top Box หรือ อุปกรณ์เพิ่มเติม อันจะนำมาซึ่งชัยชนะในตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก และอีริคสันยังสามารถช่วยเหลือลูกค้าในกลุ่มผู้ให้บริการโทรทัศน์และสื่อได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการเสนอประสบการณ์ในการรับชม ผ่าน TV Anywhere คุณภาพเยี่ยม พร้อมกับเพิ่มขีดความสามารถในการหารายได้จากบริการที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก”

อีริคสันได้ลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื้องเพื่อขยายความเป็นผู้นำในธุรกิจโทรทัศน์และสื่อ ผ่านการซื้อสินทรัพย์จาก Mediaroom และการเข้าซื้อ Azuki Systems ซึ่งมีการประกาศอย่างเป็นทางการไปเมื่อไม่นานมานี้ การลงทุนดังกล่าว ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ของอีริคสัน สู่ Future TV Anywhere อย่างเป็นรูปธรรม โดยรวมแล้ว อีริคสันประสบความสำเร็จในตลาดธุรกิจโทรทัศน์เป็นอย่างดี โดยมีแพล็ตฟอร์ม IPTV ที่ถูกนำไปใช้มากที่สุดในโลก ร่วมกับประสบการณ์กว่าหลายทศวรรษในเทคโนโลยีวีดีโอ นอกจากนั้นแล้ว อีริคสันยังมีพอร์ตโฟลิโอด้านโทรทัศน์และสื่อที่ไม่มีผู้เทียบเคียงได้ ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีการบีบอัดสัญญาณที่ก้าวหน้า และแพล็ตฟอร์มสำหรับนำส่งคอนเทนท์ที่สมบูรณ์แบบ เป็นต้น

อีริคสันจะทำการจัดแสดงโซลูชั่นตามวิสัยทัศน์ Future TV Anywhere ในงาน เพื่อสาธิตให้เห็นถึงความสามารถ และยูเซอร์อินเตอร์เฟสของระบบ

ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน อีริคสันได้นำสุดยอดระดับโลก ทั้งในด้านเทคโนโลยี ความสามารถในการให้บริการ และนวัตกรรมล่าสุด ไปจัดแสดงในงาน Mobile World Congress 2014 เราเชื่อว่า ทุกสิ่งที่จะได้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อ จะได้รับการเชื่อมต่อนั้น เราจะเป็นผู้นำทาง ด้วยโซลูชั่นที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนา เพื่อประโยชน์สำหรับ โมบิลิตี้ บรอดแบนด์ และคลาวด์ อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างอีโคซิสเต็มที่ดี และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระหว่างอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และเราจะเป็นผู้นำทางของคุณในสังคมเครือข่าย

View :392

กลุ่มเทเลนอร์ในเอเชีย มุ่งสร้างความปลอดภัยบนโลกอินเทอร์เน็ต เตรียมพร้อมรับคลื่นลูกใหม่ของผู้ใช้งานอีกกว่า 500 ล้านคน

February 26th, 2014 No comments

Safer Internet

เนื่องในวันแห่งการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยมากขึ้น หรือ เซฟเฟอร์ เดย์ () ซึ่งกำหนดไว้เป็นวันที่ 11 กุมภาพันธ์ เทเลนอร์กรุ๊ป ได้ประมาณการว่า ภายในระยะเวลา 10 ปี ตลาดเอเชียจะมีกลุ่มผู้ใช้งานอายุน้อยเพิ่มขึ้นอีกกว่า 500 ล้านคน ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรกผ่านอุปกรณ์มือถือ โดยเทเลนอร์คาดว่า ช่วงเวลา 3 ปีจากนี้ จะมีเยาวชนถึง 85 ล้านคนทั่วโลก เข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ดังกล่าว

เทเลนอร์กรุ๊ป ร่วมเป็นหนึ่งพลังที่จะสร้างโลกอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับกลุ่มเยาวชนเป็นลำดับแรก เนื่องจากเห็นว่าเป็นกลุ่มประชากรซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่อาจประสบกับภัยร้ายจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์

“กลุ่มเทเลนอร์เข้ามาทำธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตั้งแต่ 2 ทศวรรษที่แล้ว ด้วยความเชื่อว่าโทรศัพท์มือถือเป็นเทคโนโลยีสำหรับทุกคน ปัจจุบัน ตลาดกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของโมบายล์ อินเทอร์เน็ต เราจึงมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกๆ คนสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ ด้วยเหตุผลที่ว่า เทคโนโลยีนี้เปิดโลกและโอกาสที่ยิ่งใหญ่ให้กับคนทุกกลุ่มในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเหล่าเยาวชนให้สามารถเชื่อมต่อและเข้าถึงแหล่งข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ ซึ่งเคยเป็นสิ่งที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา” นายซิคเว่ เบรคเก้ รองประธานบริหาร เทเลนอร์กรุ๊ป และเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด เอเชีย กล่าว

ข้อมูลล่าสุดจากบอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป (Boston Consulting Group) เกี่ยวกับการใช้งานอินเทอร์เน็ตของเยาวชนระบุว่า ผู้ใช้งานร้อยละ 8 เคยสมัครใช้บริการโดยที่ไม่ทราบว่ามีค่าใช้จ่าย ผู้ใช้งานร้อยละ 10 มีโอกาสที่จะถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางมิชอบ ผู้ใช้งานร้อยละ 20 มีโอกาสเข้าถึงขอมูลที่มีเนื้อหารุนแรงหรือไม่เหมาะสม และมีกลุ่มผู้ใช้งานอายุน้อยจำนวนครึ่งหนึ่ง ที่อาจเคยโดนกลั่นแกล้งโดยการข่มเหงรังแกผ่านโลกไซเบอร์ (Cyberbullying)

เทเลนอร์กรุ๊ป เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือรายแรกของโลกที่ทำงานร่วมกับ องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ หรืออินเตอร์โพล (Interpol) เพื่อสร้างฟิลเตอร์ดักจับเนื้อหาเกี่ยวกับการกระทำผิดทางเพศที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน โดยบริษัทในเครือเกือบทั้งหมดในยุโรปมีการนำฟิลเตอร์นี้ไปใช้ ส่วนในเอเชียเองมีการใช้ฟิลเตอร์นี้แล้วในบังคลาเทศ และปากีสถาน สำหรับประเทศอื่นๆ อยู่ระหว่างการพัฒนาโปรแกรมและจะนำมาใช้งานในอนาคตอันใกล้นี้

สำหรับประเทศไทย มีเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 14 ปี ประมาณ 14 ล้านคน ที่กำลังจะเริ่มใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นครั้งแรก จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเทเลนอร์ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนโลกอินเทอร์เน็ต รวมถึงการให้ความรู้กับผู้ใช้งานเพื่อให้รู้เท่าทัน

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า “ภายใต้กลยุทธ์ Internet for All ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ดีแทคได้ดำเนินโครงการ 1 ล้านชั่วโมงเพื่อเด็กไทย ส่งมอบบริการอินเทอร์เน็ตฟรีให้กับโรงเรียนในชนบททั่วประเทศ โดยตั้งเป้าที่จะมอบให้โรงเรียน 200 แห่งในปี 2557 และเข้าถึงมากกว่า 2,000 แห่งภายในปี 2559 และในปีนี้ ยังมีโครงการที่จะเชิญชวนพนักงานร่วมแสดงพลังจิตอาสาโดยการออกไปสอนวิธีการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงการใช้งานที่ไม่เหมาะสม (Digital Responsibility)ให้กับเยาวชนอีกด้วย”

เทเลนอร์กรุ๊ป และบริษัทในเครือทั่วโลก มีการพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อการใช้อินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง ดังต่อไปนี้
· เทเลนอร์ เป็นผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่รายแรกของโลกที่ร่วมมือกับอินเตอร์โพล เพื่อสร้างฟิลเตอร์ดักจับเนื้อหาที่เกี่ยวกับการกระทำผิดทางเพศที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน ซึ่งเป็นหนึ่งโครงการที่ช่วยส่งผลให้เกิดการจัดตั้ง “พันธมิตรเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เพื่อการต่อต้านเนื้อหาการกระทำผิดทางเพศที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนแห่งจีเอสเอ็มเอ” (GSMA’s Mobile Alliance against Child Sexual Abuse Content) ในปี 2551
· ร่วมจัดตั้งองค์กรความร่วมมือเพื่อต่อต้านการกลั่นแกล้งรังแกเยาวชนผ่านช่องทางออนไลน์ (Cyberbullying)
· พัฒนาเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้เพื่อให้ผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือได้ทราบถึงวิธีการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานอันปลอดภัย
· ร่วมกับบริษัทชั้นนำที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันอีกกว่า 30 แห่ง รวมถึง กูเกิล ไมโครซอฟท์ และเฟซ บุ๊ก ทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการยุโรป (European Commission) เพื่อช่วยกันหาวิธีทำให้โลกอินเทอร์เน็ตเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเยาวชน

View :259

อีริคสัน ผลักดันการเปลี่ยนแปลงข้ามอุตสาหกรรมนานาชนิด ในงาน Mobile World Congress 2014

February 26th, 2014 No comments

Ericsson_MWC_Barcelona

· ที่งาน ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประธานบริษัทและซีอีโอของอีริคสัน นาย ได้กล่าวถึงโอกาสในการเติบโตสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย และคาดการณ์ถึงโลกอนาคต ที่การสื่อสารข้อมูลจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นไปอีก การพัฒนาสมรรถนะของเครือข่ายให้ดีเลิศ จึงมีความจำเป็นอย่างสูง

· นาย เวสท์เบิร์ก สรุปถึงความสามารถใหม่ๆของอีริคสัน เพื่อช่วยสนับสนุนลูกค้าในช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกใหม่ ครอบคลุมทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ

· โชลูชั่น เรดิโอ ด็อต ซิสเต็ม (Ericsson Radio Dot System) ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำ ทั้งจากยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ และอัฟริกา

· ความเปลี่ยนแปลงข้ามอุตสาหกรรมนานาชนิด จะผลักดันให้เกิดการร่วมมือกันและนวัตกรรมรูปแบบใหม่

วันเปิดงาน Mobile World Congress 2014 ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน อีริคสันประกาศยืนยันถึงความเป็นผู้นำทั้งทางในด้านเทคโนโลยีและบริการ บนโลกที่มีการสื่อสารข้อมูลเป็นศูนย์กลาง และนับวันยิ่งขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น

ประธานบริษัทและซีอีโอ – คุณฮานส์ เวสท์เบิร์ก ได้สรุปภาพรวมของปี 2013 โดยกล่าวถึงปริมาณโทรศัพท์มือถือที่ถูกส่งออกไปสู่ท้องตลาดทั้งหมดว่า มากกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ เป็นสมาร์ทโฟน และจำนวนผู้ใช้ LTE ที่มีมากถึง 200 ล้านคน คุณเวสท์เบิร์ก ยังกล่าวต่อไปอีกว่า “ยุคแรกแห่งสังคมเครือข่ายได้มาถึงแล้ว เราใช้สมาร์ทโฟน ทั้งในการทำงาน ใช้ชีวิต และให้ความบันเทิงแก่ตนเอง อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทุกวัน อันเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาสมรรถนะของเครือข่ายให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และความเป็นผู้นำของเรา – ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเทคโนโลยีจนถึงปัจจุบัน, จากระบบฟิกซ์ไลน์ มาถึงระบบไร้สาย สู่ LTE Advanced และอนาคตสู่ 5G – ล้วนมีส่วนช่วยส่งเสริม ให้เราสามารถส่งต่อความสำเร็จนั้น ไปสู่ลูกค้าของเราอีกด้วย”

จากการวัดค่าที่ได้มาเมื่อไม่นานนี้ พบว่า ปริมาณทราฟฟิคที่เกิดจากมือถือสมาร์ทโฟน LTE ทั้งหมดนั้น ประมาณครึ่งหนึ่งถูกส่งผ่านเครือข่ายของอีริคสัน และบริษัทยังได้รับการจัดอันดับเป็นที่หนึ่ง ในด้านส่วนแบ่งตลาด LTE ในเมืองชั้นนำ 100 แห่งแรกของโลก

นอกจากนี้แล้ว ฐานะความเป็นที่หนึ่งของบริษัทในธุรกิจด้านบริการ ยังจะขยายตัวเพิ่มยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวของบริการ Telecom Cloud Transformation ซึ่งประกอบไปด้วย บริการด้านการให้คำปรึกษาและการควบรวมระบบสำหรับผู้ให้บริการ ในปัจจุบันยอดขาย 43 เปอร์เซ็นต์ ของอีริคสัน มาจากธุรกิจด้านบริการ แน่นอนว่า ธุรกิจนี้ย่อมมีบทบาทที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงภายในบริษัทเอง

ฮานส์ เวสท์เบิร์ก ประธานบริษัทและซีอีโอ อีริคสัน

ฮานส์ เวสท์เบิร์ก ประธานบริษัทและซีอีโอ อีริคสัน


ในขณะที่โลก กำลังให้น้ำหนักความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลมากยิ่งขึ้น เครือข่ายก็กำลังก้าวเข้าสู่การควบรวม ระหว่างไอทีและโทรคมนาคม หลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า อีริคสันให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีด้านไอพี เครือข่าย และบริการชั้นนำ ได้แก่ การประกาศด้านความร่วมมือทางกลยุทธ์ กับผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสารข้อมูลผ่านใยแก้ว – ซีน่า (Ciena) ระบบโมบายล์และฟิกซ์ไลน์ ต่างต้องการทรานสปอร์ตเน็ตเวิร์คคุณภาพสูง ซึ่งการควบรวมทางเทคโนโลยีระหว่างไอพีและสายไฟเบอร์ใยแก้ว จะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวจะสร้างโอกาสในการเติบโตให้แก่อีริคสัน ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตฟอลิโอ จากการควบรวมระหว่างเทคโนโลยีด้านไฟเบอร์ใยแก้วของซีน่า เข้ากับเทคโนโลยีด้านไอพีและเอสดีเอ็นของอีริคสัน

ในช่วงปี 2013 อีริคสันได้เปิดตัวสินค้าที่มีความโดดเด่น สำหรับการสร้างพื้นที่ครอบคลุมภายในอาคาร (indoor coverage) คือ อีริคสัน เรดิโอ ด็อต ซิสเต็ม (Ericsson Radio Dot System) ซึ่งได้รับการรับรองเป็นอย่างดี จากกลุ่มลูกค้า ผูให้บริการเครือข่ายชั้นนำต่างๆเช่น เอทีแอนด์ที (AT&T) และ เวอร์ไรซอน (Verizon) นาย เวสท์เบิร์ก ยังได้กล่าวถึงชื่อของลูกค้าเพิ่มเติม ที่มีความมุ่งมั่นในการทดสอบ เรดิโอ ด็อต ซิสเต็ม ในตลาดของพวกเขา ได้แก่ เอ็มทีเอ็น (MTN), สิงเทล (SingTel), ซอฟท์แบงก์ (Softbank), สวิสคอม (Swisscom), เทลสตรา (Telstra) และโวดาโฟน (Vodafone)

นาย เวสท์เบิร์ก ได้พูดถึงกลยุทธ์ที่สำคัญและการเปิดตัวสินค้าและบริการในปีนี้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนลูกค้าในสามด้าน คือ วิวัฒนาการของเครือข่าย, OSS/BSS และการเปลี่ยนแปลงด้านกระบวนการ และการสร้างนวัตกรรมรวมถึงการเติบโตของรายได้

บนเวที แขกคนสำคัญได้ผลัดกันพูดถึงข้อตกลงทางธุรกิจในแต่ละประเภท โดยซีทีโอของเวอร์ไรซอน – นาย โทนี เมโลน ได้กล่าวถึงวิวัฒนาการของเครือข่าย โดยอธิบายถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับ LTE Broadcast และอภิปรายถึงความสำคัญในการเพิ่มพื้นที่ครอบคลุมภายในอาคาร ด้วยโซลูชั่นอย่าง อีริคสัน เรดิโอ ด็อต ซิสเต็ม

ในด้านนวัตกรรมและการเติบโตของรายได้ นาย เวสท์เบิร์ก ได้แถลงบนเวทีร่วมกับซีอีโอของบริษัทฟิลลิปส์ เพื่อประกาศถึงโครงการ Zero Site ซึ่งเป็นนวัตกรรมของเสาไฟ LED ที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลชุมชนเมือง สามารถเปิดเป็นพื้นที่ให้เช่า สำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายในการติดตั้งอุปกรณ์โมบายล์บรอดแบนด์

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของอุตสาหกรรมโดยรวม และสำหรับอีริคสัน คือ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการเติบโตของตลาดที่เกี่ยวข้องกับระบบ OSS/BSS ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถสร้างและเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (จากเดือน เป็นวัน เป็นชั่วโมง) และให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ อันเป็นประโยชน์ต่อโอเปอร์เรเตอร์ ในการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีสำหรับลูกค้า จากการเสริมความแข็งแกร่งในด้านนี้ ความเป็นผู้นำของอีริคสันก็ได้รับการยืนยันอีกครั้ง จากการประกาศถึงข้อตกลงกับโอเปอร์เรเตอร์ในฝั่งอเมริกาเหนือ – เซนจูรี่ลิงค์ (CenturyLink) ด้วยบริการ Service Agility จากอีริคสัน เซนจูรี่ลิงค์จะสามารถเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานของลูกค้าได้ ด้วยการบูรณาการด้านโพรดักส์, การเปลี่ยนแปลงระบบ และการปรับปรุงเครือข่ายให้มีโครงสร้างที่เรียบง่ายยิ่งขึ้น

นาย เวสท์เบิร์ก กล่าวถึงแนวโน้มใหม่ห้าประการสำหรับปี 2014: (1) ดิจิตอลไลฟ์สไตล์จะเป็นตัวผลักดันดีมานด์, (2) ไอซีทีเปลี่ยนอุตสาหกรรม, (3) ข้อมูลขนาดใหญ่จะก่อให้เกิดโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่, (4) ประสบการณ์ในการใช้งานของลูกค้าคอสิ่งสำคัญ, และ (5) สมรรถนะของเครือข่ายที่ดีกว่าจะนำมาซึ่งชัยชนะ

นาย เวสท์เบิร์ก ยังคาดการณ์ด้วยว่าโมบายล์วีดีโอทราฟฟิคจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ และโอกาสที่โลกจะมีโมบายล์ดาต้าทรูพุตอย่างน้อย 1 Mbps ซึ่งจะทำให้มี app coverage ที่อาจจะเพียงพอในปี 2014ในบางพื้นที่ แต่คงจะไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานในอนาคตเพราะเราต้องการพัฒนา app coverage อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อวิถีชิวิต และวิถีในการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไป”

นาย โยฮัน วีเบิร์คฮ หัวหน้า Business Unit Networks ของอีริคสัน จะอภิปรายในหัวข้อเรื่อง กลยุทธ์ด้านคลื่นความถี่, โครงสร้างที่ปรับเปลี่ยนขนาดได้ (scalable architecture), ความตระหนักถึงบริการ, เซลล์ขนาดเล็กที่มีการทำงานแบบเชื่อมโยงกัน และซอฟต์แวร์ล่าสุด ในงาน GSMA วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ ณ เมืองบาร์เซโลน่า นาย วีเบิร์คฮ จะอธิบายถึงเหตุผล ว่าทำไมเรา (ทั้งจากมุมของผู้ใช้และผู้ให้บริการเครือข่าย) จึงควรเปลี่ยนคำถามแบบเดิมที่ว่า “มี coverage หรือไม่” ไปเป็น “มี coverage ที่เหมาะสม สำหรับแอ็พที่เราชอบใช้ หรือไม่” มากกว่า เขากล่าวว่า: “มากกว่าหนึ่งพันล้านอุปกรณ์พกพา ถูกเพิ่มเข้ามาในเครือข่ายโทรคมนาคมและเครือข่ายสื่อสารข้อมูล ในช่วงปี 2012 ในขณะเดียวกัน จำนวนแอ็พที่ถูกดาวน์โหลดจากสองค่ายยักษ์ใหญ่ พุ่งขึ้นมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นความท้าทายของโอเปอร์เรเตอร์จึงมิใช่หยุดแค่เพียง ความสามารถในการรองรับการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ต้องเข้าใจความต้องการที่แตกต่างอีกด้วย”

ซีทีโอของอีริคสัน – คนาย อัลฟ์ อีวัลด์ซัน จะปรากฏตัวบนเวทีอภิปรายในช่วงคืนวันจันทร์ เกี่ยวกับบทบาทของอีริคสัน ในฐานะผู้ก่อตั้ง อินเตอร์เน็ต ด็อต ออค (internet dot org) เพื่อนำอินเตอร์เน็ตสู่ 3.5 ล้านคนบนโลกใบนี้ ที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้งาน ในขณะที่ซีเอ็มโอของบริษัท – คุณอรุณ บิคเชสวารัน จะพูดถึงอนาคตของบริการด้านวอยซ์ด้วย ในวันพุธ

ในงาน Mobile World Congress 2014 ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทสสเปนนี้ อีริคสันจะทำการแสดงเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ความสามารถในการให้บริการมืออาชีพ และนวัตกรรมใหม่ๆ เราเชื่อว่าทุกสิ่งที่จะได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อ จะได้รับการเชื่อมโยงนั้น และเราจะเป็นผู้นำทาง ด้วยโซลูชั่นที่พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนา ด้านโมบิลิตี้ บรอดแบนด์ และคลาวด์ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับอีโคซิสเต็มส์ และพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงข้ามอุตสาหกรรมนานาชนิด เราคือผู้นำทางของคุณสู่สังคมเครือข่าย

View :367

เมื่อ Facebook และ WhatsApp รวมกิจการเข้าด้วยกัน

February 21st, 2014 No comments

โดย คุณอุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จำกัด
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2557

อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธอมัสไอเดีย จำกัด

อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธอมัสไอเดีย จำกัด

• การรวมกิจการครั้งนี้ คาดว่าจะมีผลเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง
ถือว่าเป็นจังหวะที่ ตัดสินใจได้ดี นับว่าเป็น Strategic Move ที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ มากขึ้น
ในแง่ของการให้บริการ – การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ อาจสร้างความฮือฮาครั้งสำคัญได้ไม่แพ้เมื่อครั้งที่ Facebook รวมกิจการของ Instagram มาก่อนหน้านี้ เพราะการที่ได้ฟังก์ชั่นของ Instagram ที่ทำให้ Facebook นำเอาข้อดีมา integrate กับสิ่งที่มีอยู่ของ Facebook ครั้งนี้ก็เช่นกัน

ในแง่ของผู้ใช้งาน – ลักษณะการใช้งานของกลุ่มผู้ใช้ ซึ่งเป็นการใช้งานลักษณะ Instant Message ที่แตกต่างจาก Facebook ที่เป็นลักษณะ Story message มากกว่า ก็น่าจะทำให้ฐานผู้ใช้ จะมีโอกาสที่ได้สัมผัสการพัฒนาจากทีม Facebook ให้มีสีสันมากขึ้น ทั้งหมดนี้ช่วยตอบโจทย์เทรนด์การใช้งานสื่อสารบนโมบายของผู้บริโภคทั่วโลกได้ด้วย

• ผลกระทบต่อวงการโซเชียลมีเดีย
จากเดิมที่ปีที่แล้ว Facebook ได้แก้ปัญหาของ Mobile AD ไปได้ระดับหนึ่ง แต่การที่ได้ฐานลูกค้าจาก WhatsApp ด้วย จะเป็นจุดดึงดูดนักการตลาดมากขึ้น และช่วยให้เกิดความน่าสนใจผ่านช่องทางสื่อสารของแบรนด์กับผู้บริโภคด้วย เนื่องจาก Facebook พยายามพัฒนาจุดเด่นที่แตกต่างจากโซเชียลแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่มีจำนวนผู้ใช้งานทั่วโลกมากขึ้น และได้กลุ่ม Chat ที่พร้อมใช้งานเข้ามาด้วย เป็นการรักษาฐานผู้ใช้ของตนเองให้รั้งอันดับหนึ่งในโลกดิจิตอลอยู่

ผลกระทบต่อโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มอื่นๆ คาดว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ คือการปรับตัวของคู่แข่งในกลุ่มโซเชียลแพลตฟอร์มรายอื่นๆ เช่น Line, WeChat, Twitter ที่คงต้องมีการพัฒนามากขึ้น การแข่งขันนี้จะทำให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ถูกใจมากขึ้นไปอีก

• คิดว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะมีแนวโน้มของโลกการสื่อสารในระยะ 2-3 ปีนี้ เป็นเช่นไร
อย่างตัวเลขที่ Facebook ประกาศว่ารายได้ของ Mobile AD ในปี 2013 ที่ผ่านมาสูงถึง 53% นั้น เป็นการชี้ชัดว่าแนวโน้มของเทคโนโลยีการสื่อสารบนโมบายจะเป็นกระแสหลัก ที่ทั้งผู้ประกอบการ นักพัฒนา และผู้บริโภคเองก้าวสู่การสื่อสารบนดีไวซ์ติดตัวจนเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว

• นักการตลาดไทยควรเตรียมตัวอย่างไร
แนวโน้มของผู้บริโภค จำนวนการครอบครองโมบายดีไวซ์และสัดส่วนการเข้าถึงมีมากขึ้น สิง่ที่นักการตลาด หรือ ผู้บริหารแบรนด์ควรเตรียมตัวต่อไป คือ การเปลี่ยนแปลงที่ Facebook จะนำเอาข้อดีของตัวเองและ WhatsApp เข้ามา integrate เข้าด้วยกัน น่าจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ใช้งานโฟกัสที่แบรนด์ได้มากขึ้น

ส่วนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะมี Application ใหม่ๆ มาให้เลือกใช้มากขึ้นแน่นอน ดังนั้น นักการตลาดต้องมีการวางแผนและเลือกใช้ Content Strategy ให้เหมาะสมกับ feature ต่างๆ ที่ Facebook จะนำมาเสนอ

• ข้อความที่อยากฝากกับผู้อ่านทั่วไป
เรื่องสนุกเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิตอลที่เข้ามาสู่การใช้ชีวิตประจำวัน ทำให้เราสะดวกขึ้น นอกจากช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว ยังช่วยให้ธุรกิจก้าวหน้าได้รวดเร็วด้วย ขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของผู้บริหารองค์กรที่จะปรับตัวสู่ Digital Transformation ได้ทันโลกที่หมุนเร็วขึ้นทุกวันหรือไม่

View :551

ดีแทคออกบัตรเงินสด FARMER INFO บริการข้อมูลการเกษตร

February 21st, 2014 No comments

FARMER INFO-2

19 กุมภาพันธ์ 2557 – บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค ออกบัตรเงินสด (Cash Card) ลายใหม่ ชวนผู้ใช้สมัครบริการ SMS *1677 และโหลดแอพลิเคชั่นซึ่งเป็นคลังข้อมูลข่าวสารการเกษตรแบบ 360 องศาหนึ่งเดียวของประเทศ ที่พร้อมให้ลูกค้าสมาร์ทโฟนทุกระบบปฏิบัติการดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรีแล้ววันนี้

ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการสร้างประโยชน์และเชื่อมต่อกับประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา สาธารณสุข สังคม รวมถึงเกษตรกรรม ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ เป็นที่มาของการสร้างสรรค์บริการ *1677 ทางด่วนข้อมูลการเกษตร ให้ลูกค้าสมัครรับ SMS ข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตรและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และต่อยอดโดยการเสนอบริการใหม่ FARMER INFO แอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟน ให้ข้อมูลสินค้าเกษตร ทั้งราคารับซื้อ ราคาขาย ณ ตลาดใหญ่ในหลายพื้นที่ รวมถึงเกร็ดความรู้ด้านการเกษตรแบบครบวงจรที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งเกษตรกรและผู้บริโภค เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการช่วยลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ และบริโภคปลอดภัย

วิธีการสมัคร สมัครรับ SMS กด *1677 และโทรออก หากต้องการติดตั้งแอพพลิเคชั่น FARMER INFO บนสมาร์ทโฟน สามารถดาวน์โหลดได้จาก App Store, Google Play หรือ Window Phones Store โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

ภายในกลางปี 2557 นี้ ดีแทคมีแผนที่จะร่วมกับบริษัท รักบ้านเกิด จำกัด พัฒนาช่องทางในการซื้อขายผ่านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-commerce) ระหว่างคนไทยกับทั่วโลกผ่านเว็บไซต์ รักบ้านเกิด.คอม โดยไม่คิดค่าสมาชิก รวมทั้งจะเปิดให้บริการด้านการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Financial Services) เพื่อชำระค่าสินค้าเกษตรและอื่นๆ ให้ผู้ผลิตและผู้ซื้อทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านสมาร์ทโฟน ภายใต้ความร่วมมือกับพันธมิตร ได้แก่ บริษัท เพย์สบาย จำกัด เป็นต้น

View :363

เอไอเอส มุ่งยกมาตรฐาน Startup สานต่อเวที “AIS The StartUp” ปี 3

February 21st, 2014 No comments

_AEW9786_1
เฟ้นหา Incubated Content Partner ไฟแรง พร้อมปล่อยของ ออกสู่ตลาดจริง

18 กุมภาพันธ์ 2557 : เอไอเอส เดินหน้ายกระดับมาตรฐาน ให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้คนรุ่นใหม่ เปิดฉาก “ The StartUp 2014” เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน เพิ่มดีกรีการสนับสนุนเข้มข้นยิ่งขึ้น ฉีกทุกรูปแบบการแข่งขัน มุ่งเฟ้นหา iCP (Incubated Content Partner) มาร่วมเป็นดิจิตอลพาร์ทเนอร์กับเอไอเอส โดยเปิดโอกาสให้นักคิด นักสร้างสรรค์ รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย ที่มีผลิตภัณฑ์ในมือพร้อมที่จะต่อยอดธุรกิจ ร่วมส่งผลงานเข้าแข่งขันใน 3 หมวด ได้แก่ Online/ Digital Content, Corporate Solution และ Social Business เพื่อพัฒนาและนำผลงานออกสู่ตลาดจริง ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเอไอเอสและพันธมิตรทั้งไทยและเทศที่มีช่องทางเข้าถึงฐานลูกค้ากว่า 500 ล้านรายในภูมิภาค รวมมูลค่ารางวัลกว่า 39 ล้านบาท

นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอล เอไอเอส เปิดเผยว่า “เอไอเอสเป็นผู้ริเริ่มโครงการสนับสนุนกลุ่ม Startup ในประเทศไทย ด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพและพลังของคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิตอล และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งโลกไอที โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่าโครงการ ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก สร้างผู้ประกอบการดิจิตอลหน้าใหม่ ที่มีแอพพลิเคชั่นและบริการออกมาให้บริการกับผู้ใช้มือถือเป็นจำนวนมาก อาทิ ทีม ShopSpot, Noonswoon, the Trip Packer, Buzzebees, FOURLEAF ฯลฯ อีกทั้ง ยังสร้างแรงผลักดันให้องค์กรต่างๆ หันมาร่วมกันส่งเสริมกลุ่ม Startup ในวงกว้างยิ่งขึ้นด้วย
ปัจจุบันเทรนด์ของ Startup ยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเอง พัฒนาการของ Startup ได้ผ่านช่วงเวลาของการเริ่มต้นมาแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นของการเติบโต ในปีนี้เอง โครงการ “AIS The StartUp 2014” ในธีม Growing with Partnership จึงตั้งใจปรับรูปแบบการสนับสนุนไปอีกขั้น โดยมีเป้าหมายไปที่กลุ่มนักคิด นักพัฒนา หรือผู้ประกอบการรายย่อย ที่มีผลิตภัณฑ์หรือผลงาน พร้อมที่จะต่อยอดธุรกิจไปสู่ตลาดได้จริง ด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเอไอเอสและพันธมิตร รวมมูลค่ารางวัลกว่า 39 ล้านบาท โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การได้ร่วมเป็น iCP หรือ Incubated Content Partner หรือคอนเทนต์พาร์ทเนอร์ที่ได้รับการบ่มเพาะจากเอไอเอสอย่างเต็มที่ ภายใต้ Business Model ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อกลุ่ม Startup พร้อมทั้งการสนับสนุนจากกลุ่ม Regional Seed Network (RSN) ซึ่งเป็นเครือข่ายพันธมิตรในเครือ SingTel ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลักดัน Startup ในเครือให้ก้าวไปสู่ระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง”

นายไพโรจน์ ไววานิชกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานบริการเสริม เอไอเอส กล่าวเสริมว่า “เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคดิจิตอลคอนเทนต์ ที่ขยายรูปแบบหลากหลายกว่าเดิม ไม่จำกัดอยู่เพียงเฉพาะบน Mobile Application แต่มองกว้างไปถึง Solution ที่สามารถตอบสนองการใช้งานและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันได้ ดังนั้น AIS The StartUp 2014 จึงเพิ่มโอกาสให้กับกลุ่ม Startup ที่มีไอเดียหลากหลายได้มากกว่าเดิม โดยแตกไลน์ประเภทของการแข่งขัน เป็น 3 หมวด ประกอบด้วย

1. หมวด Online และ Digital Content ที่มีตลาดเป็นผู้ใช้บริการเป็นวงกว้าง (Mass Customer) และต้องมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น Mobile App, Digital Content ที่ใช้งานผ่านอุปกรณ์ดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์สื่อสารต่างๆ
2. หมวด Corporate Solution ที่ช่วยในการสนับสนุน หรือจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีลูกค้าเป้าหมายเป็นองค์กร ห้างร้าน (Enterprise)
3. หมวด Social Business มีผลิตภัณฑ์หรือบริการ และเป้าหมายหลักเป็นไปเพื่อสร้างสรรค์สังคม และมีโมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นนำกำไรไปใช้ในการแก้ไขปัญหา หรือพัฒนาสังคมในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง”

ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเป็นวิดีโอพรีเซนเตชั่น ความยาวไม่เกิน 3 นาที นำเสนอแนวคิดทางธุรกิจ, แผนการดำเนินธุรกิจ, วิธีการใช้งาน, การสร้างรายได้, กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงประโยชน์ที่ลูกค้าเอไอเอสจะได้รับ โดยเข้ามากรอกใบสมัครที่ www.ais.co.th/thestartup2014 พร้อมแนบ URL ของ VDO มาด้วย ตั้งแต่วันนี้ – 23 มีนาคม 2557 โดยผู้สมัครจะเป็นบุคคลหรือบริษัท ชาวไทยหรือต่างชาติก็ได้ และสามารถส่งผลงานได้มากกว่า 1 ผลงาน โดยประกาศผลงานที่ได้เข้ารอบ Final Presentation ในวันที่ 29 มีนาคม 2557 เพื่อให้ผู้ที่เข้ารอบนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการ ในวันที่ 8-10 เมษายน 2557 และประกาศผลรางวัลชนะเลิศพร้อมรับมอบรางวัลในวันที่ 21 เมษายน 2557

โดยสิ่งที่ Startup จะได้รับ นอกเหนือจากเงินรางวัล และเครื่องมือสนับสนุนการสร้างธุรกิจให้เป็นจริงแล้ว ยังได้รับโอกาสในการสร้างธุรกิจร่วมกับเอไอเอส รวมมูลค่ากว่า 39 ล้านบาท ทั้งนี้ รางวัลและสิทธิพิเศษที่ผู้ชนะเลิศในแต่ละหมวดจะได้รับ คือ เงินทุนพัฒนา จำนวน 200,000 บาท, ร่วมเป็น iCP พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดจริงกับเอไอเอส โดยได้รับการลดหย่อนกฏเกณฑ์ต่างๆ อาทิ ค่าแรกเข้า, รายได้ประกันขั้นต่ำ เป็นต้น, สื่อทางการตลาด มูลค่า 1,000,000 บาท และการสนับสนุนจากพันธมิตรอีกมากมาย ได้แก่ สิทธิพิเศษจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติในการพิจารณาให้ทุนสนับสนุนโครงการนวัตกรรมเป็นกรณีพิเศษ, ที่ปรึกษาด้านการลงทุน จาก Golden Gate Ventures และ Expara, Microsoft Bizspark พร้อมทั้ง Windows Azure เครดิตมูลค่า USD 60,000 ฟรีในปีแรก และ ลดราคาพิเศษ 50% ในปีที่ 2, Amazon Web Service (AWS) เครดิตมูลค่า USD3,000, พื้นที่ออฟฟิศทำงาน ฟรี 3 เดือน จาก HUBBA, ส่วนลดราคาพิเศษพื้นที่ออฟฟิศทำงาน จาก Launchpad และพิเศษสำหรับผู้ชนะในหมวด Social Business จะได้รับการสิทธิพิจารณาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก Change Fusion นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษจากธนาคารกสิกรไทยจะคัดเลือกผลงานให้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ “SME มีตังค์เยอะ” จำนวน 1 รางวัล

นอกจากนี้ ทุกๆทีมที่ผ่านเข้ารอบนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการจะได้รับการอบรมด้าน Business Development จาก AIS, ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้าสำหรับการเปิดบริการ K-SME Debit Card, ได้รับการยกเว้นค่าบริการและธรรมเนียมในการทำธุรกรรม K-SME บัญชีหลัก, และ การอบรมด้าน Investment Presentation จาก Expara อีกด้วย

“ในครั้งนี้ เอไอเอสได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนเป็นอย่างดี จากหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ Invent, ธนาคารกสิกรไทย, MCFIVA, Golden Gate Ventures, Expara, SIPA, SOFTWARE PARK, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, สกส, Change Fusion ตลอดจนพาร์ทเนอร์ด้านสื่อออนไลน์และดิจิตอลในวงการ Startup มาร่วมกันสร้างคอมมูนิตี้กลุ่ม Startup ของประเทศไทยให้เข้มแข็งมากขึ้น

เอไอเอสเชื่อมั่นว่า “AIS The StartUp 2014 Growing with Partnership” จะเป็นการสานต่อแนวทางStartup ที่สามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้เกิดการเติบโตในอุตสาหกรรม Mobile และ ดิจิตอลคอนเทนต์ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุค 3G ที่นิยมใช้งาน DATA มากขึ้นทวีคูณ อีกทั้งเป็นการเดินหน้าไปอีกขั้นในการต้อนรับการเป็นพันธมิตรโดยตรงกับตัวผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น หรือผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเอไอเอสยืนยันว่า เราพร้อมจะสนับสนุน ส่งเสริม ทั้งเทคโนโลยี กลยุทธ์-เทคนิคทางการตลาด ช่องทางการเข้าถึงลูกค้าเอไอเอสที่มีกว่า 41 ล้านรายในปัจจุบัน และผลักดันสู่กลุ่มลูกค้าในระดับภูมิภาคผ่านทาง SingTel Group ที่มีฐานลูกค้ารวมกว่า 500 ล้านรายต่อไป” นายปรัธนากล่าวสรุป

View :375
Categories: Stratup Tags: , ,

เอคเซนเชอร์ ตั้งกลุ่มธุรกิจ Accenture Digital เปิดตัวบริการดิจิตอลแบบครบวงจร

February 21st, 2014 No comments

กลุ่มธุรกิจ ผสานรวมบริการชั้นนำด้านการตลาดดิจิตอล
การวิเคราะห์ข้อมูล และโมบิลิตี้ ครอบคลุมหลากหลายภูมิภาคและกลุ่มอุตสาหกรรม

กรุงเทพฯ 19 กุมภาพันธ์ 2557 – (Accenture) ประกาศจัดตั้งกลุ่มธุรกิจ Accenture Digital ซึ่งผสานรวมทรัพยากรดิจิตอล ซอฟต์แวร์ และบริการของบริษัท โดยครอบคลุมทั้งในส่วนของการตลาดดิจิตอล โมบิลิตี้ และการวิเคราะห์ข้อมูล แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ลูกค้าปลดปล่อยพลังของระบบดิจิตอล เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างสรรค์ธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ

Accenture Digital จะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้บริการทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยีอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนากลยุทธ์ดิจิตอล การนำเทคโนโลยีดิจิตอลไปใช้งาน ไปจนถึงการจัดการกระบวนการดิจิตอล ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) ระบบโมบิลิตี้ (Mobility) และการตลาดดิจิตอล (Digital Marketing) ของเอคเซนเชอร์ รวมถึงหน่วยธุรกิจ Accenture Interactive ซึ่งเป็นผู้นำด้านการจัดหาบริการดิจิตอลให้แก่ผู้บริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจ Accenture Digital จะช่วยให้ลูกค้าใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เชื่อมต่อและอุปกรณ์พกพาที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน โดยกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกโดยใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ก้าวล้ำ และเสริมสร้างประสบการณ์และการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

“ดิจิตอลได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการดำเนินธุรกิจของลูกค้าของเราอย่างมาก ตั้งแต่วิธีการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ประชาชน และซัพพลายเออร์ ไปจนถึงแนวทางการบริหารจัดการบุคลากร” นาย

นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เอคเซนเชอร์

นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เอคเซนเชอร์

กล่าว “เพื่อให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว องค์กรธุรกิจทุกแห่งจะต้องรองรับและขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิตอล เราได้ลงทุนอย่างจริงจังใน Accenture Interactive รวมไปถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูลและโมบิลิตี้ และตอนนี้เรากำลังเปิดตัวบริการดิจิตอลแบบครบวงจร เพื่อช่วยให้ลูกค้าแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางสภาพแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

กลุ่มธุรกิจ Accenture Digital ซึ่งรวมเอาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ 23,000 คน จะใช้ประโยชน์จากความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งของเอคเซนเชอร์ในเทคโนโลยีคลาวด์ การควบรวมระบบ และแอพพลิเคชั่นสำหรับองค์กร รวมไปถึงเครือข่ายการให้บริการทั่วโลก เพื่อช่วยให้ลูกค้าผสานรวมเทคโนโลยีดิจิตอลไว้ในทุกแง่มุมขององค์กร และปฏิรูปธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

“ความสามารถของเราในการทำงานร่วมกันได้อย่างครอบคลุมในระบบดิจิตอลทั้งหมด บวกกับความเชี่ยวชาญในด้านอุตสาหกรรม และการดำเนินธุรกิจในหลายๆ ประเทศทั่วโลก นับเป็นข้อได้เปรียบด้านการแข่งขันที่สำคัญของเรา” นนทวัฒน์กล่าว “เราได้ผสานรวมบุคลากร ทักษะและความสามารถที่เหมาะสม เพื่อให้เอคเซนเชอร์เป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจในทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับดิจิตอล”

ข้อมูลเกี่ยวกับเอคเซนเชอร์
เอคเซนเชอร์ เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านการให้คำปรึกษา บริการด้านเทคโนโลยี และบริการเอาต์ซอร์ส โดยมีบุคลากรราว 275,000 คนทำหน้าที่ให้บริการแก่ลูกค้าในกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ด้วยการผสานรวมประสบการณ์ที่เหนือกว่า ความสามารถรอบด้านที่ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและทุกสายงานธุรกิจ รวมถึงการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับบริษัทที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เอคเซนเจอร์ทำงานร่วมกับลูกค้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน บริษัทมีรายได้สุทธิ 28.6 พันล้านเหรียญสหรัฐสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2556 เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทได้ที่ www.accenture.com

Accenture Interactive
Accenture Interactive เป็นหน่วยธุรกิจที่ช่วยให้แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกสามารถผลักดันประสิทธิภาพด้านการตลาดที่เหนือกว่า โดยครอบคลุมประสบการณ์ของลูกค้าในหลากหลายช่องทาง Accenture Interactive ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ Accenture Digital นำเสนอโซลูชั่นด้านการตลาดและการปฏิรูปดิจิตอลแบบครบวงจร ติดตามทางทวิตเตอร์ได้ที่ @AccentureSocial หรือเยี่ยมชม www.accenture.com/interactive

Accenture Mobility
Accenture Mobility ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Accenture Digital ทำหน้าที่วางแผน ดำเนินการ และจัดการโซลูชั่นโมบิลิตี้สำหรับองค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่กลยุทธ์โมบิลิตี้ในองค์กร ไปจนถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ โดยอาศัยความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมและความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิค Accenture Mobility ช่วยให้ลูกค้าสามารถขยายธุรกิจและจัดการการปฏิรูปได้อย่างเหมาะสม ด้วยการปรับใช้เครื่องมือสำหรับธุรกิจดิจิตอล ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.accenture.com/mobility

Accenture Analytics
Accenture Analytics ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Accenture Digital นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่กว้างขวาง เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ ปรับปรุงผลประกอบการ ด้วยประสบการณ์อย่างกว้างขวางในเชิงอุตสาหกรรม ฟังก์ชั่นการทำงาน ธุรกิจ และเทคโนโลยี Accenture Analytics ได้พัฒนานวัตกรรมบริการด้านการให้คำปรึกษาและบริการเอาต์ซอร์สสำหรับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุนในระบบวิเคราะห์ข้อมูล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามทางทวิตเตอร์ได้ที่ @ISpeakAnalytics และเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.accenture.com/analytics

View :478