Archive

Archive for the ‘Internet’ Category

ก.ไอซีที จับมือ ผู้ประกอบการโครงข่ายการสื่อสารขยายบริการ ICT Free Wi-Fi กว่า 200,000 จุดทั่วประเทศ

August 3rd, 2012 No comments

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้แถลงความร่วมมือ “โครงการบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์สาธารณะ” ว่า โครงการบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ นี้ เป็นอีกหนึ่งนโยบายสำคัญของรัฐบาล ที่ได้ให้คำมั่นสัญญากับประชาชนไว้ โดยเป็นส่วนหนึ่งภายใต้นโยบายหลัก SMART THAILAND ที่มุ่งหวังให้ประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ มีโอกาสได้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตกันอย่างทั่วถึงทุกคนทั่วประเทศ โดยไม่ต้องมีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น มากกว่า 200,000 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาลหวังเป็นอย่างยิ่งว่า โครงการ จะสร้างโอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตอย่างเท่าเทียม ลดความเลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย ให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการดำรงชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพของตนเอง

ด้าน นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงไอซีที ได้เริ่มดำเนินโครงการ ICT Free Wi-Fi มาตั้งแต่ปลายปี 2554 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรไทย อันเป็นการส่งเสริมการเพิ่มศักยภาพของทรัพยากรบุคคลในประเทศ ยกระดับการศึกษาและส่งเสริมให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ด้วยตนเองแม้อยู่นอกห้องเรียน พร้อมกันนี้ยังเป็นการสนับสนุนนโยบายการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ ตลอดจนช่วยเพิ่มอันดับของประเทศไทยในการจัดอันดับความพร้อมด้าน ICT ทั้งในภูมิภาคและระดับโลก

ซึ่งกระทรวงไอซีที ได้ร่วมมือกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และกลุ่มบริษัทเครือข่ายผู้ให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมทั้ง 6 ค่าย ได้แก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) หรือ TOT บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT Telecom บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE และบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3 BroadBand ขยายสัญญาณอินเทอร์เน็ตให้กระจายไปแล้วในหลายพื้นที่ของประเทศเป็นจำนวน กว่า 76,210 จุด โดยในปี 2555 ได้วางเป้าหมายที่จะดำเนินการในสถานที่ต่างๆ ทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐ ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ ที่ทำการ อบต. โรงพยาบาลของรัฐ สถานีตำรวจ ที่ทำการไปรษณีย์ สถานที่สำคัญต่างๆ เช่น สถานที่ท่องเที่ยว ท่าอากาศยาน สถานีขนส่ง บนรถไฟฟ้า สถานีบริการน้ำมัน และศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน เป็นต้น ซึ่งรวมทั้งหมดแล้วภายในสิ้นปีนี้จะมีการขยายสัญญาณ ICT Free Wi-Fi ได้มากกว่า 200,000 จุดทั่วประเทศ

ส่วน พลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. กล่าวว่า กสทช. พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนคนไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างสะดวกรวดเร็ว ซึ่งโครงการ ICT Free Wi-Fi เป็นโครงการหนึ่งของรัฐบาลที่จะช่วยผลักดันให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว ด้วยการให้บริการอินเทอร์เน็ตฟรีครอบคลุมทั่วประเทศ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม และทำให้ประชาชนเลือกทำกิจกรรมต่างๆ ได้โดยสะดวก เพราะสามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว อาทิ การรักษาพยาบาล การศึกษา การทำธุรกรรมทางการเงิน อีกทั้งยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านการเดินทางอีกด้วย

ขณะที่ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมทั้ง 6 ค่ายนั้น ต่างพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และกระทรวงไอซีที ในการดำเนินโครงการฯ นี้ เพื่อให้ประชาชนคนไทยในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ สามารถใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งความรู้ต่างๆ อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และทันท่วงที อันเป็นการเพิ่มโอกาสการเรียนรู้ให้แก่เยาวชน และประชาชนทุกกลุ่ม ตลอดจนเป็นการเพิ่มพลังและคุณค่าให้กับสังคมไทยอีกด้วย

View :1224

ทรูออนไลน์ ส่งบริการเสริมใหม่ๆ พร้อมสิทธิประโยชน์สุดๆเฉพาะลูกค้าอัลตร้าไฮสปีด

July 31st, 2012 No comments

เปิดโลกการเรียนรู้กับ ABC Eggs รับส่วนลดสูงสุดถึง 40% พร้อม Internet Security จาก Trend Micro เพื่อโลกออนไลน์ปลอดภัยเต็มสปีด ให้ใช้ฟรีถึง 31 ต.ค.นี้

อัลตร้า ไฮสปีด อินเทอร์เน็ต จากทรูออนไลน์ คัดสรรบริการเสริมเพิ่มประโยชน์และคุณภาพให้ลูกค้าออนไลน์มากยิ่งขึ้น แนะนำ 2 บริการเสริมใหม่ ทั้ง เรียนภาษาอังกฤษทางอินเทอร์เน็ตกับ ABC Eggs จากทรู ดิจิตอล พลัส ที่เหมาะสำหรับตั้งแต่เด็กเล็กถึงระดับวัยอนุบาล พร้อมรับส่วนลดสูงสุด 40% เมื่อสมัครใช้บริการ และบริการเสริม Internet Security จากเทรนด์ ไมโคร ที่ช่วยป้องกันไวรัสหรือภัยคุกคามต่างๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต ปลอดภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขนาดไฟล์เล็ก ติดตั้งง่าย และอัพเดทข้อมูลต่างๆ ผ่าน Cloud ตลอดเวลาโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องทำเอง สมัครวันนี้ ใช้ฟรีถึง 31 ตุลาคม 2555 สนใจใช้บริการเสริมติดต่อผ่านทรู ช้อป ทรูมูฟช้อป หรือสอบถาม 1686 ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายนนท์ อิงคุทานนท์ ผู้จัดการทั่วไป สายงานบริการบรอดแบนด์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ” ผู้นำนวัตกรรมโครงข่ายอินเทอร์เน็ตพื้นฐานอันดับ 1 ของไทย มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้มีประสิทธิภาพเพิ่มสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงการเลือกสรรบริการเสริมต่างๆ ที่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์ที่ช่วยเติมเต็มชีวิตรอบด้านของลูกค้าผู้ใช้งานอัลตร้า ไฮสปีด อินเทอร์เน็ต ให้สะดวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ล่าสุด ร่วมกับ 2 บริษัทพันธมิตรชั้นนำเปิดให้บริการเสริมใหม่ บริการเสริมด้านเรียนภาษาอังกฤษทางอินเทอร์เน็ตกับ ABC Eggs สำหรับตั้งแต่เด็กเล็กถึงระดับวัยอนุบาล จากทรู ดิจิตอล พลัส ผู้นำคอนเท้นท์ออนไลน์คุณภาพ ที่จะเพิ่มโอกาสให้สมาชิกเล็กๆในครอบครัวเรียนภาษาอังกฤษอย่างสนุก พูดได้เหมือนเจ้าของภาษาอย่างถูกต้องรวด
เร็ว และสะดวกผ่านการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่บ้าน ซึ่งผู้ปกครองสามารถมั่นใจได้ เนื่องจาก ABC Eggs เป็นโปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ที่พัฒนาเพื่อเด็กเอเชีย และพิสูจน์ความสำเร็จแล้วที่ประเทศเกาหลี และอีกหลายประเทศทั่วโลกโดยทรูออนไลน์ พร้อมมอบส่วนลดพิเศษสูงสุดถึง 40% สำหรับลูกค้าอัลตร้า ไฮสปีดอินเทอร์เน็ตที่สมัครบริการเสริม ABC Eggs

บริการเสริม Internet Security จากเทรนด์ ไมโคร ที่ช่วยป้องกันเครื่องคอมพิวเตอร์จากไวรัสหรือภัยคุกคามต่างๆ บนโลกอินเทอร์เน็ต ที่โดดเด่นทั้งด้านความปลอดภัย…ตลอด 24 ชั่วโมง ติดตั้งง่าย และอัพเดทข้อมูลต่างๆ ผ่าน Cloud ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติ พร้อมมอบสิทธิให้ใช้ฟรีถึง 31 ตุลาคม 2555 พิเศษเฉพาะลูกค้าอัลตร้า ไฮสปีด อินเทอร์เน็ต จากทรูออนไลน์เท่านั้น โดยสามารถให้บริการสำหรับลูกค้าที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งระบบผ่านสายโทรศัพท์ (ADSL) และระบบผ่านสายเคเบิ้ล (DOCSIS) ทุกแพ็กเกจทั่วประเทศ ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครใช้บริการได้ที่ทรู ช้อป/ทรูมูฟ ช้อป หรือสอบถาม 1686 ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

นายมานะ ประภากมล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู ดิจิตอล พลัส จำกัด กล่าวว่า หลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ABC Reading Eggs เป็นโปรแกรมพัฒนาภาษาอังกฤษจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง โดยปัจจุบันมีครูมากกว่า2,000 คน และเด็กนักเรียนมากกว่า 1 ล้านคนทั่วโลกที่ใช้หลักสูตรดังกล่าวนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ อัลตร้า ไฮสปีด อินเทอร์เน็ต จากทรูออนไลน์ เลือกสรรหลักสูตร ABC Reading Eggs เป็นบริการเสริม เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าสามารถสร้างทักษะการเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้กับสมาชิกในครอบครัวแบบออนไลน์ได้ง่าย ผ่านเกม เพลง การ์ตูน นิทาน อีกทั้งสามารถทบทวนบทเรียนได้สะดวกทุกเวลา ด้วยจุด
เด่นของหลักสูตรที่เน้นความสนุกสนานผสมผสานเทคโนโลยี รวมทั้งสิทธิพิเศษที่ทรูออนไลน์มอบให้ลูกค้าถึง 40% ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าอัลตร้า ไฮสปีด อินเทอร์เน็ต จากทรูออนไลน์ที่มีสมาชิกภายในครอบครัวตั้งแต่เด็กเล็กถึงระดับวัยอนุบาลอย่างแน่นอน

นายสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูลย์ ผู้จัดการฝ่ายเทคนิค บริษัท เทรนด์ ไมโครประจำภูมิภาคอินโดไชน่า กล่าวว่า “Trend Micro Titanium Internet Security เป็นโปรแกรมป้องกันไวรัสหรือภัยคุกคามต่างๆ บนโลกอินเทอร์เน็ตที่มีมาตรฐานในการรักษาปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง ที่ได้รับความเชื่อถือในระดับโลก นำเสนอบริการให้เลือก 2 แพ็คเกจที่มีคุณสมบัติโดดเด่นหลายประการ อาทิ ขนาดไฟล์เล็ก ติดตั้งง่ายอัพเดทข้อมูลต่างๆ ผ่าน Cloud ได้ตลอดเวลา โดยไม่ต้องทำเอง อีกทั้งใช้พื้นที่หน่วยความจำในคอมพิวเตอร์น้อยกว่าระบบการรักษาความปลอดภัยอื่น ที่สำคัญ มีระบบรักษาความปลอดภัยครบวงจร แอนตี้ไวรัส สปายแวร์ ภัยคุกความทางเว็บไซต์ ป้องกันการโจรกรรมข้อมูล ระบบการควบคุมโดยผู้ปกครอง เครื่องมือปรับแต่งระบบ และการลบไฟล์อย่างปลอดภัย พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับ Titanium Cloud Edition Maximum Securityจะได้รับระบบจัดการล็อกไฟล์ และรักษาความปลอดภัยให้กับสังคมออนไลน์เพิ่มเติมโดยลูกค้าอัลตร้า ไฮสปีด อินเทอร์เน็ต จากทรูออนไลน์ที่สนใจบริการตั้งแต่วันนี้รับสิทธิพิเศษในการใช้บริการฟรีถึงสิ้นเดือนตุลาคม 2555”

“ทรูออนไลน์ มั่นใจว่า ทั้งสองบริการเสริมใหม่ล่าสุดนี้จะเพิ่มคุณค่าในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูกค้าให้เกิดประโยชน์เต็มประสิทธิภาพ เปี่ยมไปด้วยคุณภาพรวมทั้งได้รับความพึงพอใจสูงสุด สมกับที่เราได้รับรางวัล เกียรติยศจากการสำรวจผู้บริโภคของนิตยสาร “รีดเดอร์ ไดเจสท์” ให้เป็นแบรนด์ที่ได้รับความเชื่อมั่นระดับสูงสุด Platinum Award ในหมวดผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต ประจำปี 2012” นายนนท์ กล่าวสรุป

View :958

คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ วางหลักเกณฑ์ธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม

July 21st, 2012 No comments

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 5/ 2555 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2555 กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม จากเดิมที่ได้ออกประกาศไปแล้วเมื่อ ปี พ.ศ. 2552 โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ออกเพิ่มเติมนี้ จะช่วยทำให้เกิดความมั่นคงทางด้านการเงินของประเทศ ช่วยลดต้นทุนในการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนเพื่อประโยชน์ในการเข้าไปกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย

และที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ยังได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐเพิ่มเติมอีก 2 หน่วยงาน คือ กรมการค้าภายใน และการเคหะแห่งชาติ ทำให้ขณะนี้มีนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของหน่วยงานภาครัฐที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว จำนวน 37 หน่วยงาน

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้มีการหารือแนวทางการรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐมีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนกันมากขึ้น ซึ่งการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวนี้ บางส่วนจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลด้วย โดยข้อมูลส่วนบุคคลจะมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ และยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการเฉพาะมาใช้บังคับ จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการนโยบายกฎหมายไปพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางในการดำเนินงาน ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

นอกเหนือจากการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว หน่วยงานภาครัฐยังมีการจัดทำเว็บไซต์เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน อันเป็นการอำนวยความสะดวก ลดระยะเวลาและขั้นตอนในการให้บริการ ซึ่งเว็บไซต์เหล่านั้นจะต้องมีความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและใช้บริการภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น คณะกรรมการฯ จึงมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐ หากพบว่ามีช่องโหว่ ก็จะมีหนังสือแจ้งให้หน่วยงานเหล่านั้นทราบ เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขหรือปิดให้บริการทันที

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งรัดการดำเนินการต่างๆ เช่น การออกประกาศภายใต้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยวิธีการแบบปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2553 การจัดทำแผนแม่บทธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย และมาตรฐานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้แล้วเสร็จโดยเร็วอีกด้วย

View :1038

เดลต้าให้บริการ Wi-Fi ที่ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งครอบคลุมเที่ยวบินที่บินระหว่างประเทศด้วย

July 11th, 2012 No comments


การร่วมมือกับเซอร์วิส โพไวเดอร์ เพียงหนึ่งเดียวช่วยให้การเชื่อมต่อเป็นไปอย่างทั่วถึง ทั่วโลก ด้วยบริการ Gogo อินเตอร์เน็ท ภายในห้องผู้โดยสาร

ผลตอบรับที่ได้จากผู้โดยสารเน้นให้ความสำคัญกับการให้บริการอินเตอร์เน็ทบนเครื่องที่บินในภูมิภาคในทุกชั้นโดยสาร รวมถึง เครื่องบินในประเทศที่บินเส้นทางหลัก และ เที่ยวบินระหว่างประเทศ

แอตแลนต้า, 6 กรกฎาคม 2555 – (NYSE: DAL) จะเริ่มเปิดให้บริการอินเตอร์เน็ทภายในห้องโดยสารของฝูงบินระหว่างประเทศที่บินระยะทางไกล (long haul) กว่า 150 ลำ ได้แก่ เครื่องโบอิ้ง 777, 767, 747, แอร์บัส 330 และเครื่องโบอิ้ง 757 ที่บินข้ามมหาสมุทรโดยจะเปิดให้บริการในต้นปี 2556

การขยายการให้บริการ Wi-Fi จะใช้ดาวเทียมในการรับส่งสัญญาณเพื่อให้การบริการครอบคลุมทั่วโลกและยังช่วยเสริมให้การบริการ อากาศสู่ภาคพื้น (air-to-ground) ที่ Gogo ให้บริการอยู่ในเครื่องบินโดยสารภายในอเมริกาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ฝูงบินเดลต้าให้บริการอินเตอร์เน็ท Wi-Fi ที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยให้บริการในกว่า 3,000 เที่ยวบินทุกวัน รวมถึงเครื่องบินในประเทศที่บินเส้นทางหลัก จำนวน กว่า 800 ลำซึ่งรวมทั้งเครื่องที่บินในภูมิภาค ( Regional jets) ทุกลำของเดลต้า ทำให้ผู้โดยสารกว่า 400,000 คน ในแต่ละวัน สามารถเข้าถึงบริการอินเตอร์เน็ท Wi-Fi ที่ความสูงหนือพื้นดิน 10,000 ฟุต

บริการอินเตอร์เน็ทระหว่างประเทศใช้ดาวเทียมในช่วงคลื่นความถี่สูง Ku-band เพื่อให้สามารถครอบคลุมการใช้บริการได้ทั่วโลก และในปี 2558 เมื่อการดำเนินการทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ ฝูงบินทั่วโลกของเดลต้าจะมีเครื่องบินที่ติดตั้งอุปกรณ์อินเตอร์เน็ท Wi-Fi ประมาณ 1,000 ลำ

“ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีของเดลต้าคือส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยยกระดับความพึงพอใจต่อประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร อีกทั้ง J.D. Power and Associates และ นิตยสาร PC World ยังยกย่องให้สิ่งนี้เป็นจุดเด่นของการเดินทาง” Tim Mape รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดของเดลต้า กล่าว “ด้วยการขยายบริการอินเตอร์เน็ท Wi-Fi ข้ามโลกตลอดทั่วทั้งฝูงบินของเรา ทำให้ผู้โดยสารของเดลต้าไม่ขาดการติดต่อตลอดระยะเวลาของการเดินทาง”

การขยายบริการอินเตอร์เน็ท Wi-Fi ภายในห้องผู้โดยสารในฝูงบินที่บินข้ามมหาสมุทรของเดลต้าเป็นแผนปรับปรุงล่าสุดซึ่งเดลต้าได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 9 หมื่นล้านบาทเพื่อยกระดับการให้บริการ ผลิตภัณฑ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก

ทั่วโลกไปจนถึงปี 2556 นอกเหนือจากการปรับปรุงคุณภาพการให้บริการอินเตอร์เน็ท Wi-Fi แล้ว เดลต้ายังได้เพิ่มที่นั่งในชั้น เฟิร์สคลาส ให้มากขึ้นและปรับปรุงระบบความบันเทิงภายในห้องผู้โดยสารสำหรับเครื่องบินในประเทศ การให้บริการที่นั่ง BusinessElite ที่ปรับเอนนอนได้ 180o ในฝูงบินระหว่างประเทศทั้งหมด และเมื่อเร็วๆนี้ ได้มีการติดตั้งที่นั่งแบบ Economy Comfort เสร็จสมบูรณ์ในฝูงบินโดยสารทุกลำ เพิ่มระบบความบันเทิงส่วนตัวภายในตัวที่นั่งให้แก่ผู้โดยสารทั้งในชั้น BusinessElite และ Economy ในเที่ยวบินระหว่างประเทศที่บินระยะทางไกล ปรับปรุง Delta Sky Lounge Clubs ให้ทันสมัยอย่างสม่ำเสมอ และ การปรับปรุงคุณภาพสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารผู้โดยสารใหม่สำหรับผู้โดยสารที่บินระหว่างประเทศใน 2 เกตเวย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกของเดลต้า ได้แก่ ที่ แอตแลนต้า ซึ่งปัจจุบันได้เปิดให้บริการแล้วและการขยายเทอร์มินัลระหว่างประเทศที่ นิวยอร์ก-เจเอฟเค ซึ่งจะเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคมปี 2013

เดลต้า แอร์ไลน์ส ให้บริการการบินแก่ลูกค้ากว่า 160 ล้านคนในแต่ละปี และในปีที่ผ่านมา เดลต้าได้รับการยกย่องให้เป็น “สายการบินในประเทศที่ดีที่สุดแห่งปี” โดยผู้อ่านนิตยสาร Travel Weekly และได้ชื่อว่าเป็น “Top Tech-Friendly U.S. Airline” จากนิตยสาร PCWorld สำหรับนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี่ และชนะเลิศรางวัล Business Travel News Annual Airline Survey จากการที่เดลต้ามีเครือข่ายชั้นนำในอุตสาหกรรมการบินที่ครอบคลุมการบินทั่วโลก เดลต้า และ ฝูงบินของ เดลต้า คอนเนคชั่น จึงสามารถให้บริการการบินสู่ 350 เส้นทางใน 65 ประเทศ ใน 6 ทวีป สำนักงานใหญ่ของเดลต้าตั้งอยู่ในแอตแลนต้า เดลต้า มีการจ้างพนักงานกว่า 80,000 คนทั่วโลก ให้บริการการบินโดยใช้ฝูงบินของเดลต้าเองกว่า 700 ลำ และในฐานะสมาชิกผู้ก่อตั้งของพันธมิตร SkyTeam ทั่วโลก เดลต้าได้เข้าร่วมกับผู้นำในอุตสาหกรรมการบินระหว่างทวีปยุโรปและทวีปอเมริกา ได้แก่ แอร์ฟรานซ์-เคแอลเอ็ม และ อลิตาเลีย และเมื่อรวมกับพันธมิตรอื่นๆของเดลต้าทั่วโลกแล้ว เดลต้าสามารถให้บริการการบินแก่ลูกค้าวันละกว่า 13,000 เที่ยวบิน ซึ่งมีศูนย์กลางใน แอมสเตอร์ดัม, แอตแลนต้า, ซินซินเนติ, ดีทรอยท์, เมมฟิส, มินิอาโปลิส-เซนต์พอล, นิวยอร์ก-เจเอฟเค, ปารีส-ชาร์ล เดอ กอลล์, ซอลท์เลค ซิตี้ และ โตเกียว-นาริตะ บริการของสายการบินยังรวมถึงโปรแกรม SkyMiles สำหรับผู้เดินทางซึ่งเป็นโปรแกรมสะสมไมล์ของสายการบิน การบริการในชั้น BusinessElite ที่ได้รับรางวัลการให้บริการ และ Sky Clubs ของเดลต้าในท่าอากาศยานทั่วโลกกว่า 50 แห่ง เดลต้าได้ทุ่มงบกว่า 9 หมื่นล้านบาทตลอดถึงปี 2556 เพื่อปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆในท่าอากาศยาน รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทั่วโลก, การบริการ ตลอดจนเทคโนโลยี่ ทั้งนี้ เพื่อให้บริการของเราเป็นที่ประทับใจของลูกค้าทั้งบนอากาศและภาคพื้นดิน ลูกค้าสามารถเช็คอินเที่ยวบิน, พิมพ์บัตรขึ้นเครื่อง, เช็คกระเป๋า และตรวจสอบสถานะทางการบินได้ที่ delta.com

View :1084

ทรูคอฟฟี่ เสิร์ฟ WiFi by TrueMove H ฟรีทันที

July 2nd, 2012 No comments

อร่อยกับเครื่องดื่มคุณภาพ พร้อมออนไลน์เพลินกับเน็ตแรง ที่ร้านทรูคอฟฟี่ กว่า 60 สาขาทั่วประเทศ

ทรูคอฟฟี่ โดย นางสาววิชชุดา สุขีวัฒนมงคล (ซ้าย) ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานการตลาด ทรู ไลฟ์สไตล์ รีเทล ช้อป และ โดย นางจามรี นิตยวรรณ (ขวา) รองผู้อำนวยการ สายงานการตลาดบรอดแบนด์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมประกาศความเป็นผู้นำ เพื่อสร้างประสบการณ์ประทับใจให้ลูกค้าทรูคอฟฟี่ เพลิดเพลินกับการท่องเน็ตฟรี ผ่านบริการ ที่ร้านทรูคอฟฟี่ กว่า 60 สาขา ทั่วประเทศ

พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทรูคอฟฟี่ให้สามารถซื้อแพ็กเกจ WiFi by TrueMove H ความเร็วสูงสุด 100 Mbps ในราคาเพียง 150 บาทต่อเดือน ท่องโลกออนไลน์อิสระได้ไม่จำกัดชั่วโมงการใช้งานด้วยประสิทธิภาพโครงข่ายคุณภาพที่ใหญ่ที่สุด ผ่านฮอตสปอตกว่า 100,000 จุดทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม นี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ร้านทรูคอฟฟี่ทุกสาขา

View :2010
Categories: Internet Tags:

อัลตร้า ไฮ-สปีด อินเทอร์เน็ต จากทรูออนไลน์ เสริมบริการใหม่ อัพสปีดรายเดือน (Up Speed) สั่งเพิ่มความเร็วแรงได้อีก สูงสุด 5 Mbps เพียง 100 บาท

June 21st, 2012 No comments

อัลตร้า ไฮ-สปีด อินเทอร์เน็ต จากทรูออนไลน์ เปิดบริการเสริมใหม่ครั้งแรกในไทย อัพสปีดรายเดือน (Up Speed) เอาใจลูกค้าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งแบบผ่านสายโทรศัพท์ (ADSL) และผ่านสายเคเบิ้ล (DOCSIS) ทั่วประเทศ ให้เติมความเร็วเน็ตได้เฉพาะเดือนที่ต้องการใช้งาน เพิ่มความเร็วสูงสุดได้ถึง 5Mbps. ในราคาสุดคุ้มเพียง 100 บาท เพื่อการดาวน์โหลด/สตรีมมิ่ง คอนเทนต์ ได้รวดเร็วถูกใจไม่มีสะดุดทุกรูปแบบ ทั้ง ดูหนัง ฟังเพลง หรือเชียร์กีฬา สนใจสมัครที่ทรูช้อปทุกสาขา หรือ โทร 1686 ตลอด 24 ชั่วโมง

นายนนท์ อิงคุทานนท์ ผู้จัดการทั่วไป สายงานบริการบรอดแบนด์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์คนไทย เริ่มเข้าสู่โลกยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว คนรุ่นใหม่นิยมรับชมความบันเทิงต่างๆ ในรูปแบบการสตรีมมิ่งคอนเทนต์ผ่านเน็ตที่เร็วแรงสูง เพื่อดูหนัง ฟังเพลง หรือรายการถ่ายทอดสดกีฬา ในฐานะผู้นำตลาดบรอดแบนด์ จึงได้พัฒนาบริการเสริมใหม่ ครั้งแรกในไทย อัพสปีดรายเดือน หรือ Up Speed เพื่อตอบโจทย์ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูกค้าทรูออนไลน์ ซึ่งบางเดือนมีความต้องการใช้งานเน็ตเร็วแรงกว่าที่ใช้บริการตามปกติ ก็สามารถสั่งเพิ่มความเร็วแรงได้สูงสุดถึง 5 Mbps โดยคิดค่าบริการเพิ่มในเดือนนั้นๆ อีกแค่เพียง 100 บาทเท่านั้น ซึ่งบริการดังกล่าวเป็นลักษณะเดียวกับบริการเสริม Topping ของมือถือ

“จากการที่ ทรูออนไลน์ได้รับรางวัล Trusted Brand Award 2012 ในฐานะผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตระดับแพล็ตตินัม ด้วยเหตุผลหลักที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นในเครือข่ายคุณภาพที่สามารถเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์การสื่อสารของคนไทยอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้เราจะไม่หยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์บริการ ซึ่งบริการเสริมใหม่

อัพสปีดรายเดือน หรือ Up Speed นี้ เป็นอีกหนึ่งบริการที่ตั้งใจพัฒนาขึ้นสำหรับ ลูกค้า ULTRA hi-speed Internet จากทรูออนไลน์ ทั้งที่ใช้ระบบผ่านสายโทรศัพท์ (ADSL) และแบบผ่านสายเคเบิ้ล (DOCSIS) ทั่วประเทศ เพื่อให้มีทางเลือกในการเพิ่มความเร็วของอินเทอร์เน็ต ในช่วงเวลาที่ตนเองต้องการแบบชั่วคราวๆ ละ 1 เดือน ในขณะที่มีค่าบริการเพิ่มแค่เพียง 100 บาท/ครั้งเท่านั้น ไม่ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายคงที่เกินความจำเป็น ทั้งนี้ สามารถสมัครใช้บริการได้ปีละ 2 ครั้ง แต่ละครั้งจะใช้งานได้นาน 1 เดือน เมื่อครบกำหนด 30 วัน ระบบจะปรับระดับความเร็วให้กลับมาสู่ปกติ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใดๆ อีก” นายนนท์ กล่าวสรุป

ผู้สนใจสามารถสมัครใช้บริการ อัพสปีดรายเดือน หรือ Up Speed ได้ตั้งแต่ วันที่ 20 มิถุนายนนี้
เป็นต้นไป ที่ทรูช้อป ทุกสาขา หรือสมัครผ่าน Call Center 1686

View :832
Categories: Internet Tags:

อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ผนึกภาครัฐและเอกชนปลุกกระแสเยาวชนคนดี เปิดเวที “ไทยแลนด์ เอนิเมชั่น คอนเทสต์ 2012”

June 14th, 2012 No comments


ประชันฝีมือภาพยนตร์เอนิเมชั่นในหัวข้อ “เยาวชนรุ่นใหม่ ใฝ่ดี มีคุณธรรม”

กรุงเทพฯ – บมจ. ประกันชีวิต ร่วมกับ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ สานต่อโครงการ “ไทยแลนด์ เอนิเมชั่น คอนเทสต์ โดย ” ประจำปี 2012 ภายใต้หัวข้อ “เยาวชนรุ่นใหม่ ใฝ่ดี มีคุณธรรม” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หวังสร้างทัศนคติให้เยาวชนรุ่นใหม่ประพฤติดี มีคุณธรรม ผ่านการสร้างภาพยนตร์เอนิเมชั่นส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ตลอดจนพัฒนาฝีมือนักสร้างสรรค์ให้แก่อุตสาหกรรมเอนิเมชั่นไทย

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายบริหารการตลาด และการสื่อสารองค์กร บมจ. อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต เปิดเผยว่า ด้วยวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่จะเป็นปัจจัยหลักแห่งความมั่นคง คุ้มครองทุกครอบครัวไทย ได้สะท้อนออกมาในรูปแบบนโยบายนอกเหนือจากการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างความมั่นคงและคุ้มครองครอบครัวไทยผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆของบริษัทแล้ว เรายังตระหนักถึงการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดที่ว่า ‘ปันความรู้สู่เด็กไทย’เพื่อสร้างเกราะคุ้มครองและสร้างความมั่นคงแก่สังคมไทยด้วยการวางรากฐานความรู้แก่เยาวชนไทยที่จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของชาติต่อไป

ล่าสุด บมจ. อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ประกันชีวิต ได้ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช และสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ จัดโครงการ “ไทยแลนด์ เอนิเมชั่น คอนเทสต์ 2012 โดย อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ภายใต้หัวข้อ “เยาวชนรุ่นใหม่ ใฝ่ดี มีคุณธรรม” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทุนการศึกษารวมมูลค่า 256,000 บาท และกรมธรรม์ประกันภัยให้ความคุ้มครองชีวิตและอุบัติเหตุ ทุนประกันภัยรวมมูลค่ากว่า 13 ล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี พร้อมนำทีมผู้ชนะเลิศทั้ง 2 ระดับ เดินทางทัศนศึกษางานเอนิเมชั่น ณ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 1 สัปดาห์ และรางวัล Popular Vote จำนวน 2 รางวัล ๆ ละ 3,000 บาท

“สำหรับการประกวดในปีนี้ เราตั้งหัวข้อ ‘เยาวชนรุ่นใหม่ ใฝ่ดี มีคุณธรรม’ เนื่องจากเราตระหนักว่าหลายปีที่ผ่านมาสังคม ผู้ใหญ่อย่างเราเน้นการพัฒนาเยาวชนให้มีความรู้ ความสามารถ ให้เด็กโตขึ้นเป็นคนเก่ง โดยเรามองข้ามที่จะเน้นย้ำในเรื่องของคุณธรรมที่ควบคู่ไปกับความสามารถ เราจึงตั้งหัวข้อการประกวดนี้ขึ้น เพื่อปลูกจิตสำนึกในเรื่องของความมีคุณธรรม ตอกย้ำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการประพฤติดี สามารถพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถควบคู่กับการดำรงไว้ซึ่งคุณธรรมในการดำเนินชีวิต และนอกจากจะเป็นการปลูกจิตสำนึกในเรื่องของคุณธรรมแล้ว ยังถือเป็นเวทีให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความคิดที่จะทำความดี และสื่อสารออกมาในรูปแบบของภาพยนตร์เอนิเมชั่นด้วย”

“เราเริ่มโครงการไทยแลนด์ เอนิเมชั่น คอนเทสต์ มาตั้งแต่ปี 2550 ด้วยเจตนารมณ์ที่มุ่งกระตุ้นให้เยาวชนได้ใช้ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ พัฒนาทักษะการสร้างภาพเคลื่อนไหวด้วยคอมพิวเตอร์หรือ ภาพเอนิเมชั่น เพื่อวางรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนี้ในอนาคต พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ นับว่าโครงการฯประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากมาโดยตลอด มีเยาวชนจากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันแล้วกว่า 8,500 คน ที่สำคัญเยาวชนให้ความสนใจสมัครเข้าแข่งขันเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสนใจของเด็กไทยต่อเวทีแสดงความสามารถในด้านนี้ ควบคู่ไปกับศักยภาพ และฝีมือของเด็กไทยก็ได้รับการพัฒนาสูงขึ้น สำหรับปีนี้เราตั้งเป้าจำนวนเยาวชนสมัครเข้าร่วมการแข่งขันไว้ที่ 500 ทีม หรือ 1,500 คน” นางสาวพัชรา กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯได้มีโครงการต่อยอดความสามารถของเด็กไทยไปสู่เวทีระดับโลก ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 โดย อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี. ได้เปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการเอนิเมชั่นไทย ด้วยการส่งเด็กสร้างผู้เคยผ่านเวทีประกวด “ไทยแลนด์ เอนิเมชั่น คอนเทสต์ โดย อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.” ไปคว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยมจากเวทีประกวดเอนิเมชั่นระดับโลก ASIA DIGITAL ART AWARD 2011 ที่ประเทศญี่ปุ่น นับเป็นครั้งแรกที่มีเด็กไทยไปสร้างชื่อเสียงจนได้รับรางวัลในเวทีระดับโลก ถือเป็นความสำเร็จอันเยี่ยมยอดเกินคาดของโครงการฯ

ดร.จรินทร์ สวนแก้ว ประธานมูลนิธิ ๕ ธันวามหาราช กล่าวว่า มูลนิธิ ๕ ธันวามหาราชได้ให้การสนับสนุนโครงการ “ไทยแลนด์ เอนิเมชั่น คอนเทสต์ โดย อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.” มาต่อเนื่อง เพราะเห็นถึงเพราะเห็นถึงประโยชน์และความสำคัญของโครงการฯ ที่มีส่วนช่วยในการพัฒนาเยาวชนของชาติให้เติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวข้อการประกวดในปีนี้ จะช่วยกระตุ้นจิตสำนึกของเยาวชนให้สะท้อนมุมมองต่างๆ ในการทำความดีไม่ว่าจะเป็นการการช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตอาสา คิดดี ทำดี ก็ล้วนต้องเริ่มต้นที่ตนเองก่อน และจะได้รับรางวัลเป็นความอิ่มใจ สุขใจอันเกิดจากได้ทำกิจกรรมนั้นๆ และมีความคิดริเริ่มที่จะทำประโยชน์ตอบแทนแก่สังคมต่อไป”

ด้าน ดร. วิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กล่าวว่า “ในฐานะของผู้ร่วมจัดโครงการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ
ก็ยังคงเน้นในเรื่องของการสนับสนุนทางด้านวิชาการและเทคโนโลยีสำหรับการสร้างผลงานเอนิเมชั่นของเยาวชนภายใต้โครงการThailand animation contest อย่างต่อเนื่องเหมือนเช่นทุกปี โดยในปีนี้ในหัวข้อ
“เยาวชนรุ่นใหม่ ใฝ่ดี มีคุณธรรม” เรามุ่งหวังผลงานมีคุณภาพมากขึ้นไม่เฉพาะแต่ในเรื่องของความสวยงามจากเครื่องมือและเทคนิคในการสร้างผลงานเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังถึงคุณภาพของผลงานในเรื่องของการเล่าเรื่อง (storytelling) ที่สร้างสรรค์ น่าสนใจ มีเหตุและผล รวมทั้งมีการลำดับเรื่องราวที่ดีน่าติดตามปีนี้เราจึงได้ปรับหลักสูตรของการอบรมเยาวชนที่ผ่านการคัดเลือกในรอบที่ 1 ให้เข้มข้นขึ้นทั้งในส่วนของการสร้างแนวคิด การเล่าเรื่อง และในส่วนของการใช้เครื่องมือในการสร้างผลงานซึ่งยังคงกำหนดเงื่อนไขให้ใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สในการสร้างผลงานเช่นเดิมในปีนี้จึงมั่นใจได้ว่าเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการจะได้ความรู้และทักษะพื้นฐานในการสร้างงานด้านเอนิเมชั่นอย่างครบถ้วนสมบูรณ์มากขึ้น ซึ่งเยาวชนที่เข้ารอบสุดท้ายของทุกปีจะได้รับโอกาสในการที่จะต่อยอดผลงาน ความรู้และทักษะด้านเอนิเมชั่นเพื่อส่งผลงานไปยังเวทีระดับนานาชาติต่อไปซึ่งปีที่ผ่านมาก็มีเยาวชนไทยได้รับรางวัลจากเวทีระดับเอเชีย ในงาน Asia Digital Art Award 2011 ซึ่งจัดโดยประเทศญี่ปุ่นเหล่านี้จะเป็นการเตรียมความพร้อมในการสร้างบุคลากรให้กับอุตสาหกรรมเอนิเมชั่นของไทยซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักภายใต้เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ หรือ Creative economy”

ด้าน ดร. ดัชกรณ์ ตันเจริญรองคณบดีฝ่ายบริหารและวิเทศสัมพันธ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ กล่าวว่า “ “ในปีที่ผ่านมา สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ได้ร่วมสนับสนุนโครงการ Thailand Animation Contest ในกิจกรรมอบรมโอเพ่นซอร์สเทนนิ่ง และเข้าค่ายแข่ง Reality 34 ชั่วโมงรอบสุดท้าย ในด้านสถานที่ และบุคลากรในการจัดกิจกรรมสันทนาการ ในปีนี้ทางสถาบันฯ ได้เป็นผู้สนับสนุนหลักเต็มตัวเป็นปีแรก ด้วยเล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาเยาวชนของประเทศให้มีทักษะความสามารถด้านแอนิเมชั่นให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และในปีนี้ทางสถาบันได้ร่วมสนับสนุนด้านสถานที่การจัดงานและสิ่งอำนวยความสะดวก ในการจัดอบรม Open Source Training ระหว่างวันที่ 10 – 15 สิงหาคม 2555 ตลอดจนมอบของรางวัลให้แก่เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ และพิเศษสำหรับผู้ชนะการแข่งขันในระดับมัธยมศึกษาจะได้รับทุนการศึกษาในระดับปริญญาตรีของสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ รวมมูลค่ากว่า 7 แสนบาท นอกจากนี้ทางบริษัทซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมสนับสนุนของที่ระลึกสำหรับเยาวชนผู้เข้าร่วมอบรม ณ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้เห็นความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนในการสะท้อนมุมมองตามหัวข้อ “เยาวชนรุ่นใหม่ ใฝ่ดี มีคุณธรรม” ผ่านผลงานแอนิเมชั่นกันครับ”

การประกวดการสร้างภาพเคลื่อนไหวของโครงการ “ไทยแลนด์ เอนิเมชั่น คอนเทสต์ 2012 โดยอยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.” ภายใต้หัวข้อ “เยาวชนรุ่นใหม่ ใฝ่ดี มีคุณธรรม” แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ระดับ สำหรับเยาวชนระดับมัธยมศึกษาและระดับอุดมศึกษา ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าแข่งขันเป็นทีมๆละ 3 คน โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษาให้การรับรอง โดยผลงานเอนิเมชั่นที่ส่งเข้าประกวดจะต้องมีความยาวไม่เกิน 3 นาที และสร้างด้วยโปรแกรม Open Source เท่านั้น หมดเขตรับสมัครในวันที่ 14 กรกฎาคม 2555 ดูรายละเอียดและสมัครออนไลน์ได้ที่ www.aacp.co.th/thailandanimation สสอบถามรายละเอียดได้ที่ ฝ่ายการตลาด-กิจกรรมเพื่อสังคม บมจ. อยุธยา อลิอันซ์ ซี.พี.ประกันชีวิต ชั้น 6 อาคารเพลินจิตทาวเวอร์ 898 ถนนเพลินจิต กรุงเทพฯ 10330 โทร. 02-305-7768 หรือ 02–305-7407

View :964

มูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน เปิดตัวเว็บไซต์ www.welovevaccines.com ให้ความรู้เรื่องวัคซีนผ่านโลกออนไลน์

June 13th, 2012 No comments

ตอบสนองไลฟ์สไตล์ยุคดิจิตอล เปิดตัวเว็บไซต์สื่อสารผ่านโลกออนไลน์ www.welovevaccines.com เดินหน้าให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีนพร้อมรณรงค์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคร้ายแก่ประชาชน

นายแพทย์มานิต ธีระตันติกานนท์ ประธานมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน องค์กรกลางที่ส่งเสริมความร่วมมือด้านวัคซีนระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาชีพ และนักวิชาการ เปิดเผยว่า มูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชนจะเปิดตัวเว็บไซต์ “www.welovevaccines.com” อย่างเป็นทางการในวันที่ 15 มิถุนายน 2555 เพื่อเป็นช่องทางการสื่อสารและให้ความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัคซีนและรณรงค์การสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายด้วยวัคซีน ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งที่ดีทีสุดในการป้องกันโรค ซึ่งแต่ละปีวัคซีนสามารถป้องกันการเสียชีวิตได้ถึงปีละ 3 ล้านคนทั่วโลกและสามารถป้องกันความพิการของเด็กได้ถึงปีละไม่น้อยกว่า 750,000 คน

“วัคซีนนับเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลสุขภาพ และเป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดในการป้องกันโรค โดยเฉพาะในวัยเด็กซึ่งเป็นวัยที่ภูมิคุ้มกันยังทำงานไม่สมบูรณ์ และมีความเสี่ยงสูงในการติดเชื้อจากโรคอันตรายต่างๆ จึงจำเป็นต้องได้รับวัคซีนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่ต่อเนื่องไปจนโต นอกจากนี้ วัคซีนยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบสาธารณสุขของประเทศ สามารถป้องกันโรคติดเชื้อไม่ให้ระบาดในชุมชน และช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิผล จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและลดความสูญเสียทางเศรษฐกิจได้ เพราะการฉีดวัคซีนเป็นการลงทุนที่น้อยกว่ามาตรการอื่นๆ การเปิดตัวเว็บไซต์ของมูลนิธิจะเป็นช่องทางหนึ่งในการให้ความรู้ รวมทั้งเป็นแหล่งค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนเพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้องของประชาชน รวมทั้งประชาชนได้ทราบถึงวัคซีนที่ควรได้รับและมีส่วนร่วมเป็นแรงผลักดันนอกเหนือจากนักวิชาการด้านต่างๆ เพื่อให้รัฐบาลให้ความสนใจพิจารณานำเข้าสู่แผนการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค” นพ.มานิตกล่าว

เว็บไซต์ “www.welovevaccines.com” ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับวัคซีนซึ่งปัจจุบันด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทำให้มีวัคซีนชนิดใหม่ที่ป้องกันโรคต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ทั้งวัคซีนพื้นฐาน เช่น วัคซีนป้องกันวัณโรค วัคซีนป้องกันโรคตับอักเสบบี วัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ วัคซีนทางเลือกหรือวัคซีนที่จำเป็นสำหรับเด็กเพื่อป้องกันโรคสำคัญๆ ที่ติดต่อได้ง่ายหรือโรคที่ก่อให้เกิดอาการรุนแรงอันตรายในเด็ก เช่น วัคซีนไวรัสโรต้า วัคซีนโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส วัคซีนไข้หวัดใหญ่ วัคซีนนวัตกรรมที่ป้องกันตั้งแต่ 4-6 โรคในเข็มเดียว เช่น วัคซีนป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรนชนิดไร้เซลล์ โปลิโอ ตับอักเสบบี และเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อฮิบ เป็นต้น นอกจากนี้ เว็บไซต์ยังมีแอพพลิเคชั่นสำหรับบันทึกประวัติการรับวัคซีนของเด็ก คำแนะนำและข้อปฏิบัติเมื่อได้รับวัคซีน รวมทั้งคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวัคซีน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองที่มีเด็กทารกและเด็กเล็กที่มีความจำเป็นต้องได้รับวัคซีน นอกจากนี้ มูลนิธิยังเดินหน้ารณรงค์การให้ความรู้เรื่องวัคซีนผ่านโซเชียล เน็ตเวิร์ค ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบัน เพื่อการเข้าถึงประชาชนในวงกว้างอีกด้วย

“มูลนิธิฯ หวังว่า เว็บไซต์ “www.welovevaccines.com” จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้คนไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนเพื่อป้องกันโรคต่างๆ ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขของไทย ซึ่งเมื่อประชาชนมีสุขภาพดีและไม่เจ็บป่วยด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนก็จะสามารถสร้างความเข้มแข็งและความเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อีกด้วย” นพ.มานิตกล่าวโดยสรุป

สำหรับมูลนิธิวัคซีนเพื่อประชาชน จัดตั้งขึ้นโดยความร่วมมือของภาครัฐ โดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กับภาควิชาชีพ และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีน และได้รับการสนับสนุนด้านวิชาการจากองค์กรแพทย์ต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปในเรื่องวัคซีน เพื่อส่งเสริมการศึกษาและให้การสนับสนุนด้านวิชาการวัคซีนแก่บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในเรื่องวัคซีน

View :834

ทรู ออนไลน์ รุกเจาะกลุ่มบริการอินเทอร์เน็ตลูกค้าองค์กรทั่วประเทศ เน้นคุณภาพและบริการเทียบชั้นเวิลด์คลาส

June 13th, 2012 No comments

นายเจริญ ลิ่มกังวาฬมงคล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น


รุกขยายฐานลูกค้าอินเทอร์เน็ตลูกค้าองค์กรทั่วประเทศ มุ่งเจาะกลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มการศึกษา กลุ่มโรงแรม และโรงพยาบาล ชูจุดเด่นด้านคุณภาพ และบริการเทียบชั้นเวิลด์คลาส ในรูปแบบ One-stop service ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเครือข่าย Ethernet Fiber รายแรกในไทย ที่มีช่องสัญญาณใหญ่และเสถียรที่สุดในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศ ด้วยงบลงทุนไม่ต่ำกว่าปีละ 100 ล้านบาท เพื่อขยายแบนด์วิธต่างประเทศ และขยายอุปกรณ์โครงข่าย เพิ่มศักยภาพการให้บริการ โดยเตรียมเพิ่มฐานลูกค้าองค์กรตามทิศทางการตลาดทรูออนไลน์ โดยนำร่องเพิ่มบริการใน 36 จังหวัดใหญ่ ปีนี้ตั้งเป้ารายได้กว่า 1,500 ล้านบาท จากลูกค้าองค์กรทั่วประเทศ

นายเจริญ ลิ่มกังวาฬมงคล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ ทรูออนไลน์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ทรู ออนไลน์ มุ่งมั่นชัดเจนที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านการให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่ลูกค้าองค์กรทั่วประเทศ โดยที่ผ่านมาได้เดินหน้าขยายแบนด์วิธอย่างต่อเนื่อง ด้วยงบประมาณลงทุนปีละไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท เพื่อที่จะให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่มีคุณภาพสูง มีมาตรฐานเทียบชั้นเวิลด์คลาส รวมถึงการสรรหาบริการใหม่ๆ ที่จะตอบสนองความต้องการใช้งานสำหรับลูกค้าองค์กรโดยเฉพาะ ซึ่งปีนี้ มีแผนจะขยายฐานลูกค้าองค์กรให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยพร้อมให้บริการในพื้นที่ที่ทรู ออนไลน์ ได้นำร่องวางโครงข่าย Docsis 3.0 ไปแล้ว 36 จังหวัดใหญ่ๆ ทั้งนี้ ด้วยจุดเด่นด้านคุณภาพเทคโนโลยี ตลอดจนโครงข่ายและบริการ ที่ผสานเข้ากับ กลยุทธ์คอนเวอร์เจนซ์ของกลุ่มทรู ทำให้มั่นใจว่าจะเพิ่มมูลค่าให้กับลูกค้าและทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าให้เติบโตได้ตามเป้าหมายโดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรจำนวนไม่น้อย เริ่มจัดตั้งสำนักงานแห่งที่ 2 นอกเขตกรุงเทพฯ ประกอบกับแนวโน้มในการขยายตัวของ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีความต้องการที่จะใช้บริการด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้สามารถแข่งขันเชิงธุรกิจได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยในปีนี้ ทรู ออนไลน์ ตั้งเป้ารายได้ในส่วนของบริการอินเทอร์เน็ตลูกค้าองค์กรไว้ที่กว่า 1,500 ล้านบาท

นายเจริญ ลิ่มกังวาฬมงคล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น และ นายวสุ คุณวาสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด


นายวสุ คุณวาสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของ ทรู อินเทอร์เน็ตสำหรับลูกค้าองค์กรเพิ่มสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปีที่ผ่านมา เติบโตเพิ่มถึง 40% และมีแนวโน้มจะเพิ่มอีกอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งการขยายฐานตลาดลูกค้าองค์กรปีนี้ จะมุ่งขยายสู่ 3 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม กลุ่มการศึกษา กลุ่มโรงแรม และโรงพยาบาล โดยชูความโดดเด่นของ ทรู อินเทอร์เน็ต 3 ประการ ได้แก่

· ด้านเทคโนโลยีระดับเวิลด์คลาส ซึ่ง ทรู อินเทอร์เน็ต เป็นรายแรกในประเทศไทยที่ให้บริการผ่านโครงข่าย Ethernet Fiber ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานระดับเวิลด์คลาส จาก MEF หรือ Metro Ethernet Forum
· ด้านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตระดับเวิลด์คลาส เนื่องจาก ทรู อินเทอร์เน็ต เป็นผู้ให้บริการที่มีช่องสัญญาณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตทั้งในและต่างประเทศใหญ่ที่สุดในประเทศไทยผ่าน TIG ( Gateway) และ IIG (Internet International Gateway) โดยแบ่งแยกช่องสัญญาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตระหว่างลูกค้าองค์กรกับลูกค้าทั่วไปอย่างชัดเจน
· ด้านบริการหลังการขายในระดับเวิลด์คลาส โดยเน้นการให้บริการแบบ One-stop service เพื่อรองรับในกรณีที่เกิดปัญหาการใช้งานหรือเหตุขัดข้อง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการติดตั้งหรือแก้ไขปัญหาต่างๆ อีกทั้งยังมีทีม Service & Support ที่จะทำหน้าที่รับผิดชอบดูแลตรวจสอบสัญญาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง
.
“สำหรับปี 2555 ทรู ออนไลน์ เล็งเห็นว่า มีองค์กรจำนวนไม่น้อย เริ่มจัดตั้งสำนักงานแห่งที่ 2 ในต่างจังหวัดมากขึ้น ประกอบกับแนวโน้มในการขยายตัวของ กลุ่มนิคมอุตสหกรรม กลุ่มการศึกษา กลุ่มโรงแรมและโรงพยาบาล ต่างๆ ทั่วประเทศ ที่เติบโตขึ้น และมีความต้องการที่จะใช้บริการด้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เพื่อให้สามารถแข่งขันเชิงธุรกิจได้อย่างไร้ขีดจำกัด โดยอินเทอร์เน็ตลูกค้าองค์กรนั้น จะมีความเสถียรสูง เหมาะต่อการใช้งานทั้งในระดับ บริษัท หน่วยงานราชการ หรือองค์กรต่างๆ ที่มีความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตคุณภาพสูง ต้องการควบคุมการใช้งานแบบ Server เพื่อการบริหารจัดการ Website และ Email ได้เอง เป็นต้น ทั้งนี้ ทรู ออนไลน์ มั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จในการก้าวสู่ผู้นำอินเทอร์เน็ตองค์กร และขยายฐานลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างแน่นอน” นายเจริญ กล่าวสรุป

View :907

อีริคสันคาดการณ์เครือข่ายโมบายบรอดแบนด์จะครอบคลุม 85 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั่วโลกภายใน ปี 2560

June 12th, 2012 No comments

- รายงานสภาพตลาดโทรคมนาคมและข้อมูลดาต้าทราฟฟิกประจำปี 2555 ของอีริคสันคาดว่า เครือข่าย 3G จะครอบคลุม 85 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั่วโลกภายในปี 2560
- เครือข่ายระบบ 4G จะขยายครอบคลุมกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั่วโลกภายในปี 2560
- ผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนจะเพิ่มเป็น 3 พันล้านในปี 2560
- ในไตรมาสที่ 1 ปี 2555 มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 6.2 พันล้าน โดยมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นสุทธิ 170 ล้าน
- ข้อมูลการใช้งานดาต้าทราฟฟิกทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 15 เท่าภายในปี 2560 ณ ปัจจุบันผู้คนทั่วโลกต่างมองว่าโทรศัพท์มือถือเป็นวิธีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตที่สะดวกและง่ายที่สุดซึ่งก็สอดคล้องกับ รายงานสภาพ

ตลาดโทรคมนาคมและข้อมูลดาต้าทราฟฟิกประจำปี 2555 ของอีริคสันที่คาดการณ์ว่า ภายในปี 2560 เราจะมีเครือข่าย 3G ที่ครอบคลุม 85 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั่วโลก และยอดผู้ใช้โทรศัพท์มือถือจะถึง 9 พันล้าน ซึ่งณ ปัจจุบัน มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือเพียง 6 พันล้านรายทั่วโลกเท่านั้น โดยจำนวนที่เพิ่มขึ้นอีก 3 พันล้านนั้นจะรวมไปถึงการใช้งานในลักษณะ M2M (Machine to Machine Communications) อีกด้วย

จำนวนผู้ใช้งานโมบายบรอดแบนด์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจาก1 พันล้านในปี 2554 เป็น 5 พันล้านภายในปี 2560 เช่นกัน

นาย ดักลาส กิวสแตบ (Mr Douglas Gilstrap) รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ ของอีริคสันกล่าวว่า “วันนี้ผู้คนต่างมีความคิดเหมือนกันที่ว่า การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตนั้นคือฟังก์ชันพื้นฐานที่อุปกรณ์ต่างๆจำต้องมี และด้วยความคิดนี้เองที่ทำให้เกิดความต้องการใช้บรอดแบนด์มือถือเพิ่มมากขึ้นและส่งผลให้มีการใช้งานดาต้าทราฟฟิกทีสูงขึ้นอีกด้วย โดยผู้ให้บริการเครือข่ายหรือโอเปอเรเตอร์ต่างเริ่มมองเห็นโอกาสทางธุรกิจและได้เริ่มปรับปรุงและอัพเกรดระบบเครือข่ายของตนเพื่อรองรับการใช้งานที่สูงขึ้นและพัฒนารูปแบบบริการและใช้งาน (User interface) ให้สะดวกและง่ายขึ้น ณ ปัจจุบัน ประมาณ 75 เปอร์เซ็นต์ของเครือข่าย HSPA ทั่วโลกนั้นได้ถูกอัพเกรดให้มีความเร็วสูงสุดที่ 7.2 Mbps และอีกกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ยังสามารถรองรับความเร็วที่ 21 Mbps อีกด้วย ”

ในรายงานของอีริคสันยังคาดการณ์ว่า เครือข่าย LTE/4G จะครอบคลุมมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรทั่วโลกและจะมีการใช้งานโทรศัพท์สมาร์ทโฟนเพิ่มเป็น 3 พันล้านในปี 2560 และเมื่อเปรียบเทียบกับยอดผู้ใช้งานในปัจจุบัน 700 ล้านแล้วก็จะเห็นได้ว่าเป็นอัตราการเพิ่มที่สูงมาก

ณ ปัจจุบัน อัตราการใช้งานโมบายดาต้าทราฟฟิกยังคงเพิ่มขึ้นในสัดส่วนอย่างต่อเนื่องโดยการใช้งานในไตรมาสที่ 1 ของปี 2555 นั้นเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2554 โดยส่งผลมาจากการใช้งาน VDO และโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่มากขึ้น และอีริคสันยังคาดการณ์ว่าการใช้โมบายดาต้าทราฟฟิกทั่วโลกจะเพิ่มขึ้น 15 เท่าภายในปี 2560 เช่นกัน

รายงานได้มีการแสดงข้อมูลเชิงเปรียบเทียบประเทศในภูมิภาคต่างๆด้วย ตัวอย่างเช่น เรื่องการเพิ่มผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือสุทธิ (Net Addition) ประเทศจีนมีผู้ใช้งานรายใหม่ 39 ล้านรายใน สามเดือนแรกของปี 2555 ซึ่งมากที่สุดในภูมิภาค และอันดับที่สองค์อประเทศอินเดียที่มี 25 ล้านราย โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมียอดผู้ใช้รายใหม่สูงที่สุดในโลกประมาณ 93 ล้าน และแอฟริกาที่เป็นอันดับสองจำนวน 30 ล้าน

นายบัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “แนวโน้มอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั่วโลกจะยังคงมุ่งที่จะพัฒนาบริการต่างๆให้รองรับการใช้งานในลักษณะโมบายมากขึ้น ช่วยเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตง่ยขึ้น รองรับบริการวิดีโอคลาว์เบส (Cloud-Based Services) และการเชื่อมต่อ M2M (Machine to Machine Communications) เพื่ออำนวยความสะดวกให้พวกเราสามารถที่จะเข้าถึงและใช้บริการต่างๆนั้นได้ในทุกที่และทุกเวลา”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มโปรดเยี่ยมชมที่ www.ericsson.com/traffic-market-report

View :1324