Archive

Archive for the ‘Press/Release’ Category

ก.ไอซีที จับมือองค์การ APSCO พัฒนาความร่วมมือและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศ

May 1st, 2012 No comments

นายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมระหว่างประเทศเรื่อง “การประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของประเทศภาคีสมาชิกภายใต้อนุสัญญา APSCO เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการ Research on Atmospheric Effects” ว่า ในการประชุมคณะมนตรีขององค์การ APSCO ครั้งที่ 2 เมื่อเดือนธันวาคม 2552 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้มีมติให้ประเทศไทยเป็นแกนนำเพื่อศึกษาความเป็นไปได้โครงการ Research on Atmospheric Effects เนื่องจากประเทศไทยมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีและบุคลากรที่มีศักยภาพ

ดังนั้น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในฐานะหน่วยงานประสานงานกิจกรรมภายใต้องค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก หรือ Asia Pacific Space Cooperation Organization (APSCO) ได้เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีในด้านกิจการอวกาศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จึงได้ร่วมกับสำนักงานเลขาธิการ APSCO เป็นเจ้าภาพร่วมจัดการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของประเทศภาคีสมาชิกภายใต้อนุสัญญา APSCO เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการ Research on Atmospheric Effects on Ka Band Rain Attenuation Modelling ; and Ionospheric Modelling through Study of Radio Wave Propagation and Solar Activity.

การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 1 -3 พฤษภาคม 2555 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการฯ ด้านต่างๆ อาทิ วัตถุประสงค์และขอบเขตการดำเนินโครงการ การออกแบบและแนวทางการดำเนินโครงการ ต้นทุนการดำเนินโครงการ การมีส่วนร่วมของประเทศสมาชิกและการแบ่งปันผลประโยชน์ เป็นต้น พร้อมกันนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ รวมทั้งตระหนักถึงความสำคัญของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอวกาศในด้านต่างๆ ตลอดจนสามารถพัฒนาองค์ความรู้เพื่อก่อให้เกิดความร่วมมือทั้งในระดับทวิภาคีและพหุภาคีในอนาคตได้
สำหรับกลุ่มผู้เชี่ยวชาญของประเทศภาคีสมาชิกภายใต้อนุสัญญา APSCO ที่เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้มาจาก 9 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐตุรกี สาธารณรัฐประชาชนบังคลาเทศ ประเทศมองโกเลีย สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สาธารณรัฐเปรู และประเทศไทย โดยผู้เข้าร่วมประชุมฝ่ายไทย ประกอบด้วยผู้แทนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน)

“การประชุมฯ ในครั้งนี้จะทำให้ประเทศไทยได้รับโอกาสในการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศที่มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีอวกาศ เป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเป็นการแสดงความสามารถ รวมถึงผลงานของนักวิทยาศาสตร์ไทย ตลอดจนเป็นการจัดสรรการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรร่วมกันในภูมิภาคให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะก่อให้เกิดการพัฒนาความร่วมมือและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศ รวมทั้งเกิดการประสานความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดในการพัฒนาเทคโนโลยีและการใช้ประโยชน์จากอวกาศกับประเทศต่างๆ จากศักยภาพที่มีอยู่ร่วมกัน ภายใต้กรอบความร่วมมือและความตกลงระหว่างประเทศ อันเป็นการส่งเสริมบทบาทในเวทีโลกของประเทศไทยในฐานะสมาชิกขององค์การ APSCO ให้มีความเด่นชัดมากยิ่งขึ้น และเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ด้านกิจการอวกาศให้กับบุคลากรด้านอวกาศของประเทศอีกด้วย” นายวรพัฒน์ กล่าว

View :631

ทรูมูฟ เอช เปิดตัว H TV สัมผัสประสบการณ์การดูทีวีบนมือถือรูปแบบใหม่

May 1st, 2012 No comments

รับชมคอนเทนต์ระดับโลกจากทรูวิชั่นส์ และช่องอื่น ๆ กว่า 90 ช่อง ผ่าน 3G + บนเครือข่ายคุณภาพ ให้ภาพคมชัดระดับเอชดี ได้ทุกที่ ทุกเวลา

พิเศษ! ลูกค้าทรูมูฟ เอช ดาวน์โหลดวันนี้รับสิทธิยกเว้นค่าบริการรายเดือน นาน 12 เดือน

โดย นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโมบายล์ บริษัท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา (ขวา)กรรมการผู้จัดการ บมจ. ทรูวิชั่นส์ ร่วมเปิดตัว “” เพื่อยกระดับประสบการณ์การดูทีวีบนมือถือรูปแบบใหม่ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทรูมูฟเอช มอบประสบการณ์ความบันเทิงที่แตกต่างกว่าที่เคย หรือที่เรียกว่า H-perience ซึ่ง จะเพิ่มอิสระการรับชมรายการโปรดได้ทุกที่ทุกเวลา ชูจุดเด่น คอนเทนต์ระดับโลก จากทรูวิชั่นส์และช่องอื่นๆ กว่า 90 ช่อง พร้อมภาพคมชัดระดับไฮเดฟฟินิชั่น* ผ่านทรูมูฟ เอช 3G+บนเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมครบ 77 จังหวัด 843 อำเภอ 5,158 ตำบล และจะครบ 928 อำเภอ 7,235 ตำบล 71,567 หมู่บ้าน ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงบริการ WiFi ความเร็วสูงสุด 100 Mbps** ครอบคลุม 100,000 จุด ในไทยกลางปีนี้ และมากกว่า 200,000 จุด ในต่างประเทศ

สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช เท่านั้น! ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น H TV ฟรี ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายนนี้ รับสิทธิยกเว้นค่าบริการรายเดือน นาน 12 เดือน ตั้งแต่วันลงทะเบียนครั้งแรก จากราคาปกติ 399 บาทต่อเดือน ไม่รวมค่าบริการดาต้า สำหรับสมาชิกทรูวิชั่นส์ รับชมรายการตามแพ็คเกจสมาชิก

* สำหรับลูกค้าทรูวิชั่นส์ที่สมัครแพ็คเกจ เอชดี

** ความเร็วในการใช้บริการ 3G+ และ WiFi ขึ้นอยู่กับปริมาณผู้ใช้งาน ณ จุดที่ใช้งานและอุปกรณ์ที่รองรับ

View :890

กทม.จับมือทรูเปิดบริการ Bangkok WiFi ฟรี เพื่อสนองไลฟ์สไตล์คนเมือง

May 1st, 2012 No comments

กทม.ร่วมกับ บริษัท อินเทอร์เน็ต จำกัด เปิดตัวบริการฟรีอินเตอร์เน็ตไร้สาย ภายใต้โครงการ ใน 2 รูปแบบ เพื่อตอบสนองการใช้ชีวิตในสังคมเมืองผ่านเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สาย ด้วย HotSpot กว่า 20,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงนามในบันทึกข้อตกลงการให้บริการประชาชนผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สาย (Bangkok Wi-Fi) ร่วมกับนายเจริญ ลิ่มกังวาฬมงคล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ ทรูออนไลน์ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด ณ ห้องเจ้าพระยา ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า)

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเล็งเห็นความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารในสังคมปัจจุบัน ซึ่งทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทุกที่ ทุกเวลา และการใช้งานอินเทอร์เน็ตเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เราสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถเข้าถึงข้อมูลและรับรู้ข่าวสารต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองต่อการใช้ชีวิตประจำวันของชาวเมือง กรุงเทพมหานครจึงจัดทำโครงการ “Bangkok Wi-Fi” เพื่อพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร รวมถึงสร้างโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างกว้างขวาง ทุกที่ทุกเวลาผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สาย (Wi-Fi) โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด ซึ่งมีศักยภาพความพร้อมในการให้บริการ และสมัครใจที่จะสร้างสรรค์ประโยชน์แก่สังคมของกรุงเทพฯ จึงขอขอบคุณบริษัท ทรู อินเตอร์เน็ต จำกัด ที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพฯ ด้วยดีเสมอมา

ด้าน นายเจริญ ลิ่มกังวาฬมงคล หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ ทรูออนไลน์ บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด กล่าวว่า รู้สึกยินดีที่กลุ่มทรู โดย บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด ได้บรรลุข้อตกลงกับ กรุงเทพมหานคร สานต่อการให้บริการประชาชนชาวกรุงเทพด้วยอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ตามโครงการ Bangkok WiFi โดยกลุ่มทรูในฐานะผู้นำบริการอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง ที่มีความโดดเด่นเรื่องโครงข่าย WiFi คุณภาพที่ใหญ่ที่สุด และจำนวนฮอตสปอตคุณภาพครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดในกรุงเทพมหานคร พร้อมที่จะอำนวยความสะดวกด้านโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สาย (WiFi) จำนวนไม่น้อยกว่า 20,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ โดยทรูอินเทอร์เน็ตจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าติดตั้ง ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ และค่าดำเนินการให้บริการ WiFi ตลอดจนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ การจัดทำป้ายแสดงจุดให้บริการ ซึ่งโครงการ Bangkok WiFi ครั้งนี้ ได้ปรับความเร็วให้สูงขึ้น เพื่อให้ชาวกรุงเทพมหานครสามารถเลือกใช้บริการ WiFi เพื่อชีวิตอิสระของชาวกรุงเทพฯ ใน 2 รูปแบบ คือ ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 2 Mbps./512 Kbps. ฟรี 5 ชั่วโมงต่อเดือน หรือความเร็ว 256 kbps./128 Kbps. โดยไม่จำกัดชั่วโมงการใช้งาน ตามแต่ลักษณะและไลฟ์สไตล์การใช้งาน ทั้งนี้ กลุ่มทรูจะสามารถให้บริการแก่ประชาชนได้ถึง 150,000 คน โดยทุก 6 เดือนผู้ใช้งานจะต้องลงทะเบียนใช้งานใหม่ ซึ่งมั่นใจว่าจะตอบโจทย์ความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายที่มีการเติบโตเพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งรองรับความแพร่หลายในการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อเน็ตไร้สายทั้งสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์แทบเบล็ตและโน้ตบุ้ค ตามไลฟ์สไตล์ของคนกรุงเทพฯยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ชาวกรุงเทพฯและนักท่องเที่ยวที่สนใจใช้บริการ Bangkok Wi-Fi ฟรี สามารถลงทะเบียนรับรหัสผ่าน ได้ง่ายๆ บนหน้า Log-in เมื่อเลือกโครงข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง @TRUEWIFI จากอุปกรณ์สมาร์ทโฟนหรือโน้ตบุ้คของตนเอง

View :939

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา นำผู้แทนองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก WMO เข้าพบรัฐมนตรีไอซีทีหารือการจัดการน้ำท่วมเชิงบูรณาการอย่างยั่งยืนในประเทศไทย

May 1st, 2012 No comments


เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 ดร.สมศรี ฮั่นตระกูล อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมด้วยผู้แทนจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ดร.วูล์ฟกัง อีริค แกรบส์ (Dr. Wolfgang Eric Grabs) ผู้อำนวยการระดับสูงด้านการพยากรณ์อุทกวิทยาและทรัพยากรน้ำขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก เข้าพบเพื่อเยี่ยมคารวะและประชุมหารือกับ นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (รมว.ทก.) ณ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พร้อมด้วยนาวาอากาศเอก รศ.ดร. ประสงค์ ประณีตพลกรัง ที่ปรึกษา รมว.ทก. และคณะ

สืบเนื่องจากเหตุการณ์มหาอุทกภัยในปี 2554 ที่ผ่านมา ได้สร้างความเสียหายแก่ชีวิต ทรัพย์สิน พื้นที่การเกษตร ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม ธุรกิจ เศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างมหาศาล ซึ่งจากความเสียหายที่เกิดขึ้น องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (World Meteorological Organization : WMO) ในฐานะองค์การชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ ซึ่งมีบทบาทในการให้บริการ พัฒนางานวิชาการ รวมทั้ง หามาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์ทางด้านสภาพอากาศ ภูมิอากาศ น้ำ และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความช่วยเหลือประเทศไทย ในการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ ในการบริหารจัดการน้ำท่วมเชิงบูรณาการ (Integrated Flood Management : IFM) สำหรับประเทศไทย ที่ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 – 22 มีนาคม 2555 ณ สวนสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยกรมอุตุนิยมวิทยา เป็นผู้ประสานงานกลางของประเทศและเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีหน่วยงานต่างๆ ของประเทศไทยที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ รวมทั้งหน่วยงานภาคการศึกษา วิจัย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ ได้ร่วมส่งผู้แทนระดับตัดสินใจ เข้าร่วมประชุมระดมสมองในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การจัดการน้ำท่วมเชิงบูรณาการระดับชาติในครั้งนี้

สรุปผลที่ได้จากการประชุมดังกล่าว ได้มีการนำเสนอสู่สาธารณชนเพื่อทราบในเบื้องต้นในการ จัดสัมมนาในงานวันอุตุนิยมวิทยาโลก เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2555 ณ กรมอุตุนิยมวิทยา โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนทุกแขนง เป็นอย่างมาก

ในโอกาสที่ ดร.วูล์ฟกัง อีริค แกรบส์ ได้เดินทางมาประเทศไทย ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ อธิบดี กรมอุตุนิยมวิทยา จึงได้มีโอกาสนำผู้แทน WMO และทีมงานของกรมอุตุนิยมวิทยา เข้าเยี่ยมคารวะและประชุมหารือร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ และทีมงานที่ปรึกษา รมว.ทก. ณ กระทรวงไอซีที เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2555 เกี่ยวกับแนวทางในการจัดการน้ำท่วมเชิงบูรณาการ และประสบการณ์ที่ WMO ได้ดำเนินการในประเทศต่างๆ รวมทั้งการผลักดันแผนยุทธศาสตร์การจัดการน้ำท่วม เชิงบูรณาการสำหรับประเทศไทย ผลจากการประชุมเชิงปฏิบัติการที่ได้จัดขึ้นเพื่อนำไปสู่ภาคปฏิบัติและใช้สนับสนุนการจัดการน้ำท่วมของประเทศไทยต่อไปในอนาคต

การหารือสนทนาได้กล่าวถึงสรุปผลของการประชุมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งแบ่งตามประเด็นต่างๆ ได้แก่ การนำแนวคิดมาสนับสนุนแผนแม่บทของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ การมีส่วนร่วมของชุมชน การทำแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม การพยากรณ์และการเตือนภัย การกำหนดหน่วยงานและผู้รับผิดชอบหลักในการพยากรณ์และเตือนภัย โดยมีรายละเอียดดังนี้

การนำแนวคิดและหลักการในการบริหารจัดการน้ำท่วมเชิงบูรณาการมาสนับสนุนแผนแม่บทของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ควรต้องนำข้อเสนอแนะจากการระดมความคิดในการประชุม เชิงปฏิบัติการไปใช้สนับสนุนหรือบูรณาการเข้ากับนโยบายและแผนแม่บทของชาติ

การมีส่วนร่วมของชุมชน ให้มีการจัดฝึกอบรมผู้แทนจากชุมชนเพื่อเป็นผู้ฝึกสอน โดยทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้จากรัฐบาลสู่ชุมชน จัดทำคู่มือการปฏิบัติและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครเพื่อจัดการกับภาวะวิกฤติ เชิญตัวแทนจากชุมชนมารับทราบมาตรการในการจัดการน้ำท่วมและผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมทั้งมีการจ่ายชดเชยแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างหรือการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลด้วย

การทำแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ควรมีการจัดทำแผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ วางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน มีการเผยแพร่แผนที่เสี่ยงภัยให้แก่ชุมชน เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ทั้งก่อนเกิดและระหว่างเกิดน้ำท่วม

การพยากรณ์และการเตือนภัย ทั้งด้านอุตุนิยมวิทยา อุทกวิทยา ระบบเตือนภัยล่วงหน้า และ การจัดทำโครงข่ายการปฏิบัติงาน โดยกรมอุตุนิยมวิทยาจะต้องมีการปรับปรุงการพยากรณ์ปริมาณน้ำฝนระยะสั้น (1-3 ชั่วโมง) ในหน่วยมิลลิเมตร จากเรดาร์ตรวจอากาศ จัดทำคำพยากรณ์ฝนสำหรับพื้นที่ในลุ่มน้ำต่างๆ และพัฒนาการพยากรณ์น้ำท่วมฉับพลัน ปรับปรุงและพัฒนาระบบเครือข่ายการตรวจวัดข้อมูลอุทกวิทยา โดยประยุกต์ใช้ระบบการตรวจวัดฝนอัตโนมัติ (โทรมาตร) ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ปรับปรุงและพัฒนาข้อมูลพื้นที่หน้าตัดของลำน้ำ (Cross section) และข้อมูลโค้งความสัมพันธ์ระหว่างระดับน้ำและปริมาณน้ำ (Rating curve) ส่วนเรื่องระบบเตือนภัยล่วงหน้า ให้มีการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายระบบสื่อสารสำหรับเตือนภัย น้ำท่วม จัดทำข่าวคำเตือนภัยที่ง่ายต่อการเข้าใจและจัดทำโครงการเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงภัยธรรมชาติและภาวะวิกฤติ และในการจัดทำโครงข่ายการปฏิบัติงาน ให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการภัยพิบัติมาจัดทำข้อตกลงในการแบ่งปันข้อมูล และกำหนดข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูล โดยมอบหมายให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องจัดทำ web portal เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านอุตุนิยมวิทยา (Meteorological data) จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรฐานเดียวกัน

นอกจากนี้ ที่ประชุมเชิงปฏิบัติการยังมีความเห็นว่าหน่วยงานและผู้รับผิดชอบหลักในการทำหน้าที่พยากรณ์และเตือนภัย กำหนดให้กรมอุตุนิยมวิทยาทำหน้าที่พยากรณ์อากาศและข้อมูลสารสนเทศภูมิอากาศ พยากรณ์น้ำท่วมฉับพลัน กรมชลประทานทำหน้าที่พยากรณ์น้ำล้นตลิ่ง กรมทรัพยากรธรณีทำหน้าที่พยากรณ์โคลนและดินถล่ม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทำหน้าที่พยากรณ์น้ำท่วมชายฝั่ง ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติทำหน้าที่เตือนภัยสึนามิ และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทำหน้าที่ในการปฏิบัติการตอบสนองการเตือนภัย (Action on warning) ทั้งนี้ ในการพยากรณ์และการเตือนภัยจะต้องมีการกำหนดปริมาณ การตรวจวัดให้ชัดเจน เช่น ปริมาณฝนเป็นมิลลิเมตร ระดับน้ำ ปริมาณน้ำ ความเร็วลม ความรุนแรง ระยะเวลา และระดับการเตือนภัย นอกจากนี้จะต้องกำหนดพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบและเวลาที่คาดว่าจะเกิดเหตุการณ์ โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการตอบสนอง หลังจากที่ได้มีการแจ้งข่าวพยากรณ์และการเตือนภัยออกไป

ในตอนท้าย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยาและผู้แทน WMO ได้เสนอข้อมูลการเสนอแนะจากผล การประชุมเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับสิ่งที่ควรดำเนินการต่อไปในอนาคตแก่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีและ ที่ปรึกษาว่าควรนำผลของการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การจัดการน้ำท่วมเชิงบูรณาการครั้งนี้ ไปสนับสนุนหรือ บูรณาการเข้ากับแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ควรมีการกำหนดขอบเขตความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำท่วมตามบทบาทและอำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานให้ชัดเจน และควรจัดตั้งหน่วยบัญชาการเพียงหน่วยเดียวในการบริหารจัดการน้ำท่วมภายใต้โครงสร้างที่มีอยู่ในปัจจุบัน

นอกจากนี้ควรมีการกำหนดช่องทางการสื่อสารให้ชัดเจนอย่างเป็นทางการ เช่น ใครเป็นผู้รับผิดชอบในการให้ข้อมูล กับใคร เมื่อไร และในโอกาสใด ให้การสนับสนุนชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ น้ำท่วมให้มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการเตรียมพร้อมรับมือ ส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน (NGOs) และสถาบันการศึกษาในทุกระดับเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำท่วม พัฒนาหลักเกณฑ์การเตือนภัยระดับต่างๆ ให้เป็นมาตรฐาน รวมถึงพัฒนาทางวิชาการ ความเชี่ยวชาญในงาน ตลอดจนการสื่อสารให้มีประสิทธิภาพ เพื่อปรับปรุงการให้บริการของหน่วยงาน รวมถึงมุ่งมั่นพัฒนาความร่วมมือในการดำเนินงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการน้ำท่วมให้ดียิ่งขึ้น

View :1138
Categories: Press/Release Tags:

ทรูมูฟ เอช เปิดจำหน่าย The New iPad ในไทย เวลา 0.00 น. 27 เมษายน

April 27th, 2012 No comments

นำโดย นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโมบายล์ บมจ. คอร์ปอเรชั่น พร้อมคณะผู้บริหาร ประกาศศักดาผู้นำบริการ 3G และผู้จำหน่าย Gadget สุดล้ำของ Apple ตัวจริงเสียงจริง จัดงานจำหน่าย ในไทยอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง มอบอิสระตามสไตล์ FreeYou ที่เหนือกว่าทั้งคุณภาพเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย HSPA+ ด้วยความเร็วสูงสุด 42 Mbps* เต็มอิ่มกับหลากหลายเอ็กซ์คลูซีฟไลฟ์สไตล์คอนเทนต์ระดับโลกคุณภาพระดับ HD และโปรโมชั่นแรงสุดๆ เฉพาะลูกค้าทรูมูฟ เอช เท่านั้น โดยมีสาวก iPad เข้าคิวรอเป็นเจ้าของ กันอย่างล้นหลาม โดยทรูมูฟ เอช เปิดจำหน่ายล็อตแรกในเวลา 0.00 น. วันที่ 27 เมษายน ณ สเตเดี้ยม สยามพารากอน

ทรูมูฟ เอช ชู 3 จุดเด่น คำตอบที่ดีที่สุดสำหรับ The New iPad ดังนี้

1. คุณภาพเครือข่าย 3G+ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สาย HSPA+ ที่เร็วและแรงกว่า ด้วยความเร็วสูงสุด
42 Mbps* ที่ใช้ได้จริงวันนี้ ครอบคลุมครบ 77 จังหวัด 843 อำเภอ 5,158 ตำบล และจะครบ 928 อำเภอ 7,235 ตำบล 71,567 หมู่บ้าน ภายในสิ้นปีนี้ และบริการ WiFi ความเร็วสูงสุด 100 Mbps* ครอบคลุม 100,000 จุด ในไทยกลางปีนี้ และมากกว่า 200,000 จุด ในต่างประเทศ

2. ความครบครันของเอ็กซ์คลูซีฟไลฟ์สไตล์คอนเทนต์ระดับโลก โดนใจคนรุ่นใหม่ ทั้งคอนเทนต์ทีวีคุณภาพระดับ HD จาก คอนเทนต์เพลง จาก H MUSIC รวมถึง เกม ช้อปปิ้ง อี-บุ๊ค และอื่นๆ

3. โปรโมชั่นแรง! พิเศษสำหรับผู้ที่ลงทะเบียนสั่งซื้อเครื่อง The New iPad จากทรูมูฟ เอช และรับเครื่องในงาน รับสิทธิ์เลือกซื้อ

· The New iPad รุ่น WiFi + 4G ความจุ 64 GB เฉพาะ 300 คนแรก ในราคาเพียง 50% พร้อมผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตซิตี้แบงค์ หรือผ่อน 0% นาน 6 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ เมื่อซื้อเครื่องพร้อมจดทะเบียนรายเดือนเบอร์ใหม่ แพ็กเกจ Net(i) 899 บาท พร้อมจ่ายค่าบริการรายเดือนล่วงหน้า 7 เดือน และใช้บริการนาน 18 เดือนต่อเนื่องกัน

· รับส่วนลดค่าเครื่องทันที 2,000 บาท พร้อมผ่อน 0% นาน 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือผ่อนสบายๆ นาน 24 เดือน ผ่านบัตรซิตี้แบงค์เรดดี้เครดิต เมื่อซื้อเครื่องพร้อมจดทะเบียนรายเดือนเบอร์ใหม่ หรือทำการย้ายค่ายมาเป็นทรูมูฟ เอช สำเร็จแล้ว พร้อมสมัครแพ็กเกจ iPad หรือ Net(i) ใดๆ ก็ได้ พิเศษรับส่วนลดค่าบริการรายเดือน 50% นาน 4 เดือน เมื่อสมัครแพ็กเกจ Net (i) 899 บาท

· สำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องเปล่า สามารถผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือนผ่านบัตรซิตี้แบงค์ หรือผ่อน 0% นาน 6 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

· สำหรับลูกค้าทุกคนที่ผ่อน 0% กับบัตรซิตี้แบงค์ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 20%

นอกจากนี้ ทรูมูฟ เอช ยังมอบสิทธิพิเศษให้เป็นเจ้าของ The New iPad ได้ที่ร้านทรูช็อป ทั่วประเทศ ดังนี้

· สำหรับผู้ถือบัตรทรูการ์ด รับส่วนลดค่าเครื่อง 2,000 บาท พร้อมผ่อน 0% นาน 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือผ่อนสบายๆ นานสูงสุด 24 เดือน ผ่านบัตรเครดิตซิตี้แบงค์เรดดี้เครดิต เมื่อซื้อเครื่องพร้อมจดทะเบียนรายเดือนเบอร์ใหม่และสมัครแพ็กเกจ iPad หรือ Net(i) แพ็กเกจใดก็ได้ และใช้บริการนาน 3 เดือนต่อเนื่องกัน และพิเศษ! รับส่วนลดค่าบริการรายเดือน 50% นาน 4 เดือน เมื่อสมัครแพ็กเกจ Net(i) 899

· สำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องพร้อมสมัครแพ็กเกจ iPad หรือ Net(i) รับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ หรือผ่อนสบายๆ นาน 24 เดือน ผ่านบัตรซิตี้แบงค์เรดดี้เครดิต และพิเศษ! รับส่วนลดค่าบริการรายเดือน 50% นาน 4 เดือน เมื่อสมัครแพ็กเกจ Net(i) 899

· สำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องเปล่า รับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตซิตี้แบงค์ หรือผ่อน 0% นาน 6 เดือน ผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ

ผู้สนใจสามารถซื้อ The New iPad พร้อมรับสิทธิพิเศษจากทรูมูฟ เอช ได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2555 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.truemove-h.com

* ความเร็วในการใช้บริการ 3G+ ด้วยเทคโนโลยี HSPA+ ขึ้นอยู่กับปริมาณผู้ใช้งาน ณ จุดที่ใช้งานและอุปกรณ์ที่รองรับ

** ความยาวนานในการใช้งานแบตเตอรี่จะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการตั้งค่าอุปกรณ์ การใช้งาน และปัจจัยอื่นๆ

*** 4G LTE ให้บริการบนเครือข่าย AT&T และ Verizon ในสหรัฐอเมริกา รวมถึงเครือข่าย Bell, Rogers และ Telus ในแคนาดา แพ็กเกจดาต้าจำหน่ายแยกต่างหาก

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ iPad สามารถค้นหาได้ที่ www.apple.com/ipad

View :698

ก.ไอซีที เป็นเจ้าภาพจัดประชุม ASEAN TELSOM – ATRC Leaders’ Retreat Meeting

April 26th, 2012 No comments

นายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ และผู้นำสภาหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการ (ASEAN TELSOM – ATRC Leaders’ Retreat Meeting) ซึ่งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22 – 23 เม.ย. 2555 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

การประชุมดังกล่าว จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อติดตามผลการดำเนินการตามแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอาเซียน (ASEAN ICT Master Plan 2015) การพิจารณาโครงสร้างและกลไกการดำเนินงานตามมาตรการ/ แผนงานด้าน ICT ภายใต้การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน และสนับสนุนการนำไปสู่การเป็นประชาคมอาเซียน ในปี 2558

สำหรับความร่วมมือของอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศนั้น มีการดำเนินงานในระดับต่างๆ คือ 1.การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (ASEAN Telecommunications and Information Technology Ministers Meeting: ASEAN TELMIN) 2.การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (ASEAN Telecommunications and Information Technology Senior Officials Meeting: ASEAN TELSOM) 3.การประชุมสภาหน่วยงานกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมแห่งอาเซียน (ASEAN Telecommunication Regulators Council: ATRC) และ 4.การประชุมระดับคณะทำงานภายใต้ TELSOM และ ATRC

โดยในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสฯ จะมีการประชุมปีละ 2 ครั้ง คือ การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ สมัยพิเศษ (The Special ASEAN Telecommunications and IT Senior Officials Meeting: Special TELSOM) ที่จัดขึ้นประมาณเดือนกรกฎาคม และการประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส (ASEAN TELSOM) ซึ่งจัดขึ้นในลักษณะต่อเนื่องกับการประชุมระดับรัฐมนตรีในช่วงปลายปี และตั้งแต่ปี 2552 ได้มีการจัดประชุมผู้นำเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ (ASEAN Telecommunications and IT Senior Official Leaders Retreat: ASEAN TELSOM Leaders Retreat) ขึ้นปีละประมาณ 1 – 2 ครั้ง

ภายหลังจากการรับรองแผนแม่บท ASEAN ICT Masterplan 2015 ได้มีการมอบหมายให้ TELSOM และ ATRC รับผิดชอบการดำเนินงานตามแผนงานภายใต้แผนแม่บทดังกล่าว และต่อมาอาเซียนได้เห็นชอบให้มีการจัดประชุม TELSOM – ATRC Leaders’ Retreat Meeting เป็นประจำทุกปี

View :695
Categories: Press/Release Tags:

“ซินโครตรอน” จับมือ มข. ผุดสถานีทดลองใหม่ 66 ล้าน รองรับสร้างผลงานวิจัยด้านการแพทย์ -วัสดุศาสตร์-สวล.

April 26th, 2012 No comments

นครราชสีมา- สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) จับมือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ทุ่มงบ 66 ล้าน สร้างระบบลำเลียงแสงและสถานีทดลองแห่งใหม่ 2 สถานี โดยใช้แสงซินโครตรอนย่านรังสีเอกซ์ และย่านอินฟราเรด เพื่อรองรับงานวิจัยด้านการแพทย์ วัสดุศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม หวังให้นักวิจัยของมหา’ลัย ได้เข้าถึงเทคนิคขั้นสูงโดยใช้แสงซินโครตรอน สร้างงานวิจัยให้เป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ คาดแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ในปี 2556

เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.นวลวรรณ สงวนศักดิ์ รักษาการผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) หรือ สซ. และ รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “โครงการพัฒนาสถานีวิจัย มข.-สซ.” ในการพัฒนาระบบลำเลียงแสงและสถานีทดลอง 2 สถานี ประกอบด้วย ระบบลำเลียงแสงและสถานีทดลอง 1.1 (BL1.1) ใช้แสงซินโครตรอนย่านรังสีเอกซ์ และระบบลำเลียงแสงและสถานีทดลอง 4.1b (BL4.1b) ใช้แสงซินโครตรอนย่านอินฟราเรด ซึ่งจะทำการจัดสร้างและติดตั้งภายในห้องปฏิบัติการแสงสยาม จังหวัดนครราชสีมา

สำหรับสถานีทดลองทั้ง 2 สถานีนี้ถือเป็นความร่วมมือระหว่าง 2 สถาบัน โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นสนับสนุนด้านงบประมาณครึ่งหนึ่งจำนวน 33 ล้านบาท ในการจัดซื้ออุปกรณ์หลักสร้างสถานีทดลองทั้งสองระบบนี้ และสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนสนับสนุนงบประมาณอีกครึ่งหนึ่งในการจัดหาอุปกรณ์เสริมระหว่างการติดตั้ง รวมถึงกำลังคนที่มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบ และพัฒนาระบบลำเลียงแสง รวมถึงถ่ายทอดองค์ความรู้เทคนิคการวิเคราะห์แก่คณะนักวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนในการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ของแสงซินโครตรอน จะแบ่งกันคนละครึ่งของจำนวนเวลาที่จะเปิดให้บริการ คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ปลายปี 2556

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า จากการประสานงานอย่างต่อเนื่องระหว่างศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน และศูนย์วิจัยนาโนเทคโนโลยีบูรณาการของมหาวิทยาลัยขอนแก่น กับทีมนักวิจัยของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และมหาวิทยาลัยส่งเสริมสนับสนุนให้อาจารย์ นักศึกษา และนักวิจัย ได้สร้างผลงานวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ใหม่สู่สังคมมาอย่างต่อเนื่อง เกิดความร่วมมือครั้งนี้ขึ้น เพื่อเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการและเปิดโอกาสให้นักวิจัยของมหาวิทยาลัยได้เข้าถึงเทคนิควิเคราะห์ขั้นสูงโดยใช้แสงซินโครตรอนอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานผลงานวิจัยให้เป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติต่อไป

สำหรับสถานีทดลองทั้ง 2 สถานีนี้จะรองรับงานวิจัยที่มีอย่างหลากหลาย และผลงานที่นักวิชาการของมหาวิทยาลัยมีความชำนาญ เช่น งานทางด้านวัสดุศาสตร์ งานด้านสิ่งแวดล้อม และการแพทย์ ทั้งนี้ทางมหาลัยจะได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานโครงการฯ เพื่อประสานร่วมกับสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ในส่วนสิทธิและทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นจะเป็นผลงานร่วมกันระหว่างทั้งสองสถาบัน

ด้าน ดร.นวลวรรณ สงวนศักดิ์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาสถานีวิจัย มข. และ สซ. ถือเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในระดับทวิภาคี โดยมหาวิทยาลัยขอนแก่นถือเป็นสถาบันอุดมศึกษาของรัฐอีกแห่งหนึ่งที่มีผลงานวิจัยที่โดดเด่นระดับแนวหน้าของไทย ส่วนสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอนฯ เป็นหน่วยงานวิจัยกลางที่พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีของประเทศโดยให้บริการแสงซินโครตรอนและแสวงหาความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก การที่สถาบันอุดมศึกษาซึ่งเป็นแหล่งรวมนักวิชาการทุกสาขา ได้ให้ความสำคัญและเล็งเห็นถึงพัฒนางานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์โดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์จากแสงซินโครตรอน ถือเป็นการร่วมสร้างจุดแข็งของการพัฒนากำลังคนและงานวิจัยของไทยสู่สากลยิ่งขึ้น

View :528
Categories: Press/Release Tags:

ไทยเซิร์ต สพธอ.จับมือ ไซแมนเทค สหรัฐ จัดตั้งระบบระวังภัยและวิเคราะห์ข้อมูลภัยคุกคามทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ

April 26th, 2012 No comments

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานงานแถลงข่าวพิธีลงนาม ความร่วมมือในการจัดตั้งระบบระวังภัยและวิเคราะห์ข้อมูลภัยคุกคามทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ ระหว่าง ศูนย์ประสานงานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) และ บริษัท ไซแมนเทค คอร์ปอเรชั่น จากประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) เป็น องค์การมหาชน ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อพัฒนา ส่งเสริม และสนับสนุนการทำธุรกรรมหรือการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งในภาคธุรกิจและภาครัฐ โดยภารกิจหลักที่มีบทบาทสำคัญ คือ การป้องกันและลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกรรมทางออนไลน์ ซึ่งการดำเนินงานของ สพธอ. ที่ผ่านมานั้น มีส่วนช่วยสนับสนุนให้การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ด้วยการเปิดตัวหน่วยงานเพื่อปฏิบัติภารกิจดังกล่าวโดยตรง คือ ศูนย์ประสานงานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย หรือ “ไทยเซิร์ต” มิติใหม่ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2554 ที่ผ่านมา

สำหรับความร่วมมือในการจัดตั้งระบบระวังภัยและวิเคราะห์ข้อมูลภัยคุกคามทางอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดศูนย์รวบรวมและตรวจจับพฤติกรรมการบุกรุกและภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ต พร้อมทั้งรายงานสถิติภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตในรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในประเทศไทย โดยเป็นการประสานความร่วมมือระหว่าง สพธอ. และ บริษัทไซแมนเทค คอร์ปอเรชั่น จากประเทศสหรัฐอเมริกา ในการช่วยป้องกัน ปราบปราม และลดอัตราการเกิดภัยคุกคามที่เกิดจากการทำธุรกรรมทางออนไลน์ได้ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจ ที่ดำเนินธุรกรรมผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ว่าจะได้รับความมั่นคงและปลอดภัยอย่างแน่นอน

ด้าน นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการ สพธอ. กล่าวว่า สพธอ. มั่นใจว่าความร่วมมือกับ ไซแมนเทค ครั้งนี้จะช่วยให้สามารถควบคุมสถานการณ์ภัยคุกคามในโลกไซเบอร์ได้ดีขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากทรัพยากรและฐานความรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ตของไซแมนเทค มาช่วยเสริมความพร้อมให้ ไทยเซิร์ต สพธอ.ในการรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดจากภัยคุกคามในโลกไซเบอร์ รวมไปถึงอาชญากรรมบนอินเทอร์เน็ต ทั้งนี้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับทุกคนมากขึ้น

มร.อิเลียต ซานโตสซ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกิจการภาครัฐประจำภูมิภาคตะวันออกกลางและแอฟริกา และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และญี่ปุ่น ของไซแมนเทค คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การโจมตีทางไซเบอร์ทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในปีที่ผ่านมาพบว่ามีภัยคุกคามใหม่ๆ กว่า 286 ล้านรายการ ซึ่ง ไซแมนเทค เชื่อว่าประสบการณ์และฐานความรู้เกี่ยวกับการเติบโตของภัยคุกคาม ที่มีความซับซ้อน ตลอดจนข้อมูลผลกระทบที่บริษัทมีอยู่ จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อ ไทยเซิร์ต สพธอ. ในการช่วยเสริมสร้าง ขีดความสามารถ การปกป้องดูแลเครือข่ายในประเทศไทย และความร่วมมือครั้งนี้ จะช่วยปรับปรุงความเข้าใจเกี่ยวกับภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงแนวทางในการลดความเสี่ยง ตลอดจนช่วยเพิ่มความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในการปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อกระตุ้นการพัฒนาโลกดิจิตอลอย่างเหมาะสม

การลงนามความร่วมมือระหว่าง ไทยเซิร์ต สพธอ. และ ไซแมนเทค ดังกล่าว นับเป็นการพัฒนาความสามารถของประเทศไทยในการรับมือภัยคุกคามที่มาจากอินเทอร์เน็ต รวมทั้งเป็นการป้องกันและสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับคนไทย โดย ไซแมนเทค จะให้ความช่วยเหลือในการจัดการภัยคุกคามไซเบอร์ ด้วยการจัดตั้งและบริหารจัดการระบบเฝ้าระวังภัยคุกคามอิเล็กทรอนิกส์ ที่ครอบคลุมถึงการจัดหาเครื่องมือเพื่อใช้ตรวจสอบและวิเคราะห์ภัยคุกคามภายในเครือข่าย โดยจะเปิดโอกาสให้ ไทยเซิร์ต สพธอ.ใช้ประโยชน์จากโปรแกรม Attack Quarantine System (AQS) ซึ่งเป็นเครือข่าย Honeypot (ฮันนีพอท) แบบอัตโนมัติที่ออกแบบเป็นพิเศษเพื่อตรวจจับและรวบรวมข้อมูลภัยคุกคามออนไลน์ โดย ไซแมนเทค จะจัดส่งรายงานเป็นรายสัปดาห์ให้แก่ ไทยเซิร์ต สพธอ. พร้อมระบุถึงจำนวนมัลแวร์ที่ตรวจพบ ข้อมูลคุณลักษณะของมัลแวร์ รวมถึงวิธีการและคำแนะนำสำหรับการกำจัดภัยคุกคามดังกล่าวด้วย

View :539
Categories: Press/Release Tags:

“IT Manager Friend Book” จากซีเอส ล็อกซอินโฟ เพื่อนข้างกายคนที่ต้องการเข้าใจเรื่องไอที!!!

April 26th, 2012 No comments


“IT Manager Friend Book” หนังสือที่ทางคุณอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) และทีมผู้บริหาร ได้เขียนขึ้นแทนที่จะเขียนในเชิงวิชาการซึ่งอ่านแล้วเข้าใจยากและไกลตัว ทางทีมจึงเขียนจากประสบการณ์จริงที่ได้พบเห็นในการให้บริการลูกค้า เนื้อหาภายในเล่มนำเสนอข้อมูลทางด้านเทคโนโลยีสื่อสาร รวมทั้งเครือข่ายโทรคมนาคมต่างๆที่ใช้งานกันอยู่ในปัจจุบัน โดยนำเสนอเรื่องราวในเชิงบูรณาการ คือ รวมเอาการปฏิบัติจริงควบคู่ไปกับการพิจารณาด้าน Technology และการบริหารจัดการด้าน Network, System, Security และ Business Continuity แบบองค์รวม ซึ่งหนังสือดังกล่าวจะสามารถสร้างความเข้าใจทางด้านไอซีทีให้กับผู้อ่าน และผู้ที่ต้องการใช้งานมากขึ้น มุ่งหมายให้หนังสือเล่มนี้เป็นเพื่อนข้างกายคนที่ต้องการเข้าใจเรื่องไอที!!! โดยทางบริษัทขอมอบเงิน 100 บาท ให้กับมูลนิธิพระดาบสต่อการขายทุกๆ 1 เล่ม เพื่อนำเงินไปใช้ในกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณกุศล มีจัดจำหน่ายที่ ซีเอ็ด บุ๊ค ,B2S,แพร่พิทยา,นายอินทร์,ศูนย์หนังสือจุฬา ในเขตกรุงเทพ และปริมณฑล หรือสอบถามได้ที่ หน่วยงานประชาสัมพันธ์ บมจ.ซีเอส ล็อกซอินโฟ 02-2638000 ต่อ 2029

View :615
Categories: Press/Release Tags:

ทรูมูฟ เอช เปิดตัว H TV ดูทีวีบนมือถือรูปแบบใหม่ ชมทรูวิชั่นส์ ผ่าน 3G +

April 26th, 2012 No comments

เปิดตัว “” ยกระดับประสบการณ์การดูทีวีบนมือถือรูปแบบใหม่ เพิ่มอิสระการรับชมรายการโปรดได้ทุกที่ทุกเวลา ชูจุดเด่น คอนเทนต์ระดับโลก จากทรูวิชั่นส์และช่องอื่นๆ กว่า 90 ช่อง พร้อมรับชมภาพคมชัดระดับ เอชดี ผ่านทรูมูฟ เอช 3G+ บนเครือข่ายคุณภาพที่เร็วและแรงกว่า ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดในไทย ส่งโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช ดาวน์โหลด ผ่านแอพสโตร์ ฟรี ตั้งแต่ 26 เมษายน เป็นต้นไป รับสิทธิยกเว้นค่าบริการรายเดือน 399 บาท นาน 12 เดือน นับแต่วันลงทะเบียนครั้งแรก

นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโมบายล์ บริษัท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “H TV” เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของทรูมูฟ เอช ที่ตั้งใจเพิ่มอิสระ ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทรูมูฟเอช มอบประสบการณ์ความบันเทิงที่แตกต่างกว่าที่เคย หรือที่เรียกว่า H-perience ซึ่งการเปิดตัว H TV จะยกระดับประสบการณ์การดูทีวีบนมือถือรูปแบบใหม่ ให้สามารถรับชมเอ็กซ์คลูซีฟคอนเทนต์ระดับโลกจากทรูวิชั่นส์และช่องสาระบันเทิงอื่นๆ กว่า 90 ช่อง และที่สำคัญคือคุณภาพการรับชมที่แตกต่างกว่าที่เคยมีมาก่อน โดยจะได้รับชมภาพคมชัดระดับไฮเดฟฟินิชั่น* ได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านทรูมูฟ เอช 3G+ บนเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมครบ 77 จังหวัด 843 อำเภอ 5,158 ตำบล และจะครบ 928 อำเภอ 7,235 ตำบล 71,567 หมู่บ้าน ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงบริการ WiFi ความเร็วสูงสุด 100 Mbps** ครอบคลุม 100,000 จุด ในไทยกลางปีนี้ และมากกว่า 200,000 จุด ในต่างประเทศ

นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บมจ. ทรูวิชั่นส์ เปิดเผยว่า “H TV เป็นอีกก้าวสำคัญของทรูวิชั่นส์ ที่จะเพิ่มช่องทางการรับชมสำหรับสมาชิกทรูวิชั่นส์ให้สามารถรับชมได้แม้อยู่นอกบ้าน โดยสามารถรับชมได้ตามแพ็คเกจที่เป็นสมาชิก และสำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอชก็จะได้ชมคอนเทนต์คุณภาพระดับโลกจากทรูวิชั่นส์ H TV จึงเป็นแหล่งรวมรายการทีวีสุดฮิตบนมือถือที่ครบทุกความบันเทิง ให้อิสระในการดูทีวี ได้ทุกที่ ทุกเวลา ครบครันด้วยรายการยอดนิยมของคนไทย อาทิ พรีเมียร์ลีก, KMTV, Cartoon Network, National Geographic, iConcerts และ CNN ตอบโจทย์ทุกความต้องการของสมาชิกในครอบครัว”

สิทธิพิเศษสำหรับชาวทรูมูฟ เอช เท่านั้น! ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น H TV ฟรี ตั้งแต่วันที่ 26 เมษายนนี้ รับสิทธิยกเว้นค่าบริการรายเดือน นาน 12 เดือน ตั้งแต่วันลงทะเบียนครั้งแรก จากราคาปกติ 399 บาทต่อเดือน ไม่รวมค่าบริการดาต้า สำหรับสมาชิกทรูวิชั่นส์ รับชมรายการตามแพ็คเกจสมาชิก

View :1202
Categories: Press/Release Tags: