Archive

Archive for the ‘Press/Release’ Category

ประกาศผลและมอบรางวัลการประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ ประเภท e-Learning ปี พ.ศ. 2555

September 10th, 2013 No comments

DSC09419
งานประกาศผล มอบรางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ ประเภท e-Learning ปี พ.ศ. 2556

สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) ร่วมกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ได้จัดงานประกาศผลและมอบรางวัลการประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ ประเภท e-Learning ปี พ.ศ. 2555 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอังคารที่ 10 กันยายน 2555 เวลา 13.00 – 15.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ทีเค พาร์ค (ชั้น 8) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ ทีเค พาร์ค กล่าวว่า สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดตั้งขึ้นตามนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต ภายใต้วัตถุประสงค์เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกถึงพลังแห่งการสร้างสรรค์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ในการจัดฝึกอบรมการสร้างสื่อดิจิทัลให้กับครูทั่วประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ยุคปัจจุบัน ที่การเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศอย่างรวดเร็วฉับไวเป็นสิ่งสำคัญ เด็กนักเรียนจำเป็นจะต้องมีแหล่งเรียนรู้ในรูปของสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น การประกวดสื่อดิจิทัล ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมไอซีทีเชิงบวกในเด็ก พัฒนาทักษะด้านไอซีทีให้กับครู และช่วยเพิ่มจำนวนสื่อดีที่จะสะสมในแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กไทย
คุณสุจิตรา สาระอินทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา ได้มีการอบรมเพิ่มเติมความรู้ในการจัดทำผลงานสื่อดิจิทัลให้สามารถใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตได้ ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ได้รับแจกแท็บเล็ตจากรัฐบาล มีครูเข้าร่วมการฝึกอบรมมากกว่า 400 คน ในศูนย์ฝึกอบรม 4 ภูมิภาค ได้แก่ สำนักงานเขตการศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิเขต 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โรงแรมอมรินทร์ลากูน จ.พิษณุโลก และ ทีเค พาร์ค กิจกรรมต่อเนื่องหลังจากการฝึกอบรม ก็คือ การประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดจำนวนกว่า 135 ผลงาน จากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิให้มีทีมที่ผ่านเข้ารอบ 22 ทีมสุดท้าย โดยมีทีมที่ได้รับรางวัลเป็นไปตามรายการแนบท้าย
ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ประธานมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการนี้จะกระตุ้นให้เกิดการใช้ไอซีทีในทางสร้างสรรค์ ได้แก่ การเพิ่มเนื้อหาข้อมูลดิจิทัลเชิงบวก ซึ่งประเทศของเรายังขาดแคลนมาก ส่วนใหญ่แล้วเรายังเข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อดึงข้อมูลจากต่างประเทศ อีกประการหนึ่ง ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพด้านไอซีทีให้กับครู โดยเฉพาะครูในต่างจังหวัดซึ่งขาดโอกาสในด้านนี้ โครงการยังช่วยเสริมนโยบายของรัฐบาลโดยเพิ่มเนื้อหาให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านแท็บเล็ตมากยิ่งขึ้น โดยคณะทำงานจะได้คัดเลือกสื่อขึ้นทูลเกล้าถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อจัดทำสำเนาเผยแพร่ให้กับโรงเรียนและแหล่งเรียนรู้ในความดูแลของพระองค์ท่าน และโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป

รายชื่อทีมที่ได้รับรางวัล
การประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ ประเภทอีเลินนิ่ง (e-learning) ประจำปี 2556

ระดับประถมศึกษา

รางวัล ชื่อผลงาน ชื่อสถาบัน จังหวัด
รางวัลชนะเลิศ กระบี่กระบอง โรงเรียนวัดเศวตฉัตร กรุงเทพฯ
รางวัลชมเชย แอโรบิคขยับกายสบายชีวี โรงเรียนวัดเศวตฉัตร กรุงเทพฯ
รางวัลชมเชย อาเซียน โรงเรียนสวนหม่อน นครราชสีมา
รางวัลชมเชย การดำรงชีวิตของพืช โรงเรียนปทุมานุกูล นครศรีธรรมราช
รางวัลชมเชย การหาพื้นที่รูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก โรงเรียนบ้านในถุ้ง นครศรีธรรมราช
รางวัลชมเชย แรงและความดัน โรงเรียนอนุบาลชัยภูมิ ชัยภูมิ

ระดับมัธยมศึกษา
รางวัล ชื่อผลงาน ชื่อสถาบัน จังหวัด
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระบบคอมพิวเตอร์และเทศโนโลยีสารสนเทศ โรงเรียนภูเรือวิทยา เลย
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 สื่อการสอนโครงงานคอมพิวเตอร์ โรงเรียนจ่านกร้อง พิษณุโลก
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เตรียมความพร้อมก่อนเข้า ป.1 โรงเรียนบึงมะลูวิทยา ศรีสะเกษ
รางวัลชมเชย MOMENTUM โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่
รางวัลชมเชย ฟังคำในหลวง โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่
รางวัลชมเชย บทเรียนอีเลิร์นนิ่งคณิตศาสตร์พื้นฐาน ป.5 : เศษส่วน โรงเรียนบึงมะลูวิทยา ศรีสะเกษ
รางวัลชมเชย ระบบจำนวนเต็ม โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ ศรีสะเกษ
รางวัลชมเชย เรียนรู้ สู่อาเซียน โรงเรียนกันทรารมณ์ ศรีสะเกษ

ระดับอุดมศึกษา
รางวัล ชื่อผลงาน ชื่อสถาบัน จังหวัด
รางวัลชนะเลิศ The Adventure of Mate ตอนระบบสุริยะจักรวาล มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 ภัยมา…ป่าหาย…แก้ไขได้ด้วยมือเรา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กรุงเทพฯ
รางวัลชมเชย พลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม
รางวัลชมเชย สภาวะโลกร้อน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาสารคาม
รางวัลชมเชย ดนตรีพื้นบ้านไทย 4 ภาค มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาสารคาม
รางวัลชมเชย โลกและการเปลี่ยนแปลง มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม
รางวัลชมเชย การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต วิทยาศาสตร์ ป.5 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กรุงเทพฯ

View :586
Categories: Press/Release Tags:

ทรูมูฟ เอช เปิดตัวซิม “ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” แบบรายเดือน รับเน็ตเพิ่มฟรีสูงสุด 1 GB/เดือน

August 28th, 2013 No comments

ดูทรูวิชั่นส์ ผ่านแอพฯ “ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” จุใจกว่า 140 ช่อง ทุกที่ ทุกเวลา
160 SIM pack 2
กรุงเทพฯ 28 สิงหาคม 2556 – ทรูมูฟ เอช ชวนลูกค้าเชียร์กีฬาระดับโลกและอีกหลากหลายรายการคุณภาพจากทรูวิชั่นส์บนมือถือผ่านเครือข่าย 4G LTE และ 3G ที่ดีที่สุดกับ “ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” แอพพลิเคชั่นโมบายล์เพย์ทีวีที่ดีที่สุด พร้อมเปิดตัวซิมใหม่ “ซิมทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” แบบรายเดือน ที่มอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม ฟรีอินเทอร์เน็ตเพิ่มทุกเดือน นาน 12 เดือน สำหรับรับชมรายการผ่านบริการทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์ โดยลูกค้าที่สมัครใช้แพ็กเกจตั้งแต่ 699 บาท/เดือนขึ้นไป รับอินเทอร์เน็ตเพิ่มฟรี 1 GB หรือ รับอินเทอร์เน็ตเพิ่มฟรี 500 MB เมื่อใช้แพ็กเกจน้อยกว่า 699 บาท/เดือน “ซิมทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” แบบรายเดือน ราคาเพียง 69 บาท เลือกแพ็กเกจได้ตามไลฟ์สไตล์การใช้งานทั้ง iSmart, iNet และ iTalk วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ทรูช้อป ทรูพาร์ตเนอร์ และเพื่อนคู่ค้าที่ร่วมรายการ

“ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช ที่เป็นสมาชิกทรูวิชั่นส์แพ็กเกจแพลทินัม เอชดี, โกลด์ เอชดี และซูเปอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อัดแน่นด้วยรายการคุณภาพจากทรูวิชั่นส์ มากกว่า 1,760 รายการต่อเดือน ชมช่องเอชดี 15 ช่อง และช่องรายการอีกหลากหลาย รวม 140 ช่อง เต็มอิ่มจุใจกับกีฬาระดับโลกหลากหลายประเภทในรูปแบบ HD ทั้งฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ลาลีกา สเปน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, บาสเกตบอลเอ็นบีเอ และทรูวิชั่นส์เชียร์ไทย ลุ้นเชียร์นักกีฬาไทยชิงแชมป์โลก ไม่ว่าจะเป็นแบดมินตัน วอลเล่ย์บอล เทนนิส กอล์ฟ และอื่นๆ รวมทั้งสุดยอดรายการอีกมากมาย อาทิ MUTV, การ์ตูนสุดฮิต Ben10, ทรู อคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น 10, ภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ คอนเสิร์ตเกาหลีและคอนเสิร์ตต่างประเทศ ลูกค้าทรูมูฟ เอช ดูฟรีนานสูงสุด 2 ปี (ค่าบริการทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์ 299 บาท/เดือน) ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” ได้ฟรีที่แอพสโตร์ สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS หรือ เพลย์สโตร์ สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ หรือลงทะเบียนผ่าน http://truevisions.tv

View :904
Categories: Press/Release Tags:

พบสุดยอดเก้าอี้เข็นคนไข้ ที่เป็นฝีมือคนไทย ในงานมหกรรมวิทย์ 2556 ที่ไบเทค บางนา

August 14th, 2013 No comments

งานมหกรรมกระทรวงวิทย์ฯ 2556 เปิดโซนเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างสุดยอด พบกับรายละเอียดวิวัฒนาการทางการแพทย์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเชิญชมนวัตกรรมเครื่อง MRI และเครื่อง CT SCAN จำลองเสมือนจริง สามารถตรวจค้นเซลล์มะเร็งในร่างกาย พร้อมชมเก้าอี้เข็นคนไข้ฝีมือคนไทย พร้อมสรรสาระด้านการแพทย์หลากรูปแบบที่ ไบเทค บางนา
การจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ในปีนี้ มีหลากหลายโซนที่น่าสนใจมากมาย
โดยเฉพาะโซนการแสดงด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ โดยองค์ประกอบของโซนนี้อยู่ที่การเผยแพร่เรื่องราววิวัฒนาการทางการแพทย์ของบุคคลสำคัญของโลก ตั้งแต่ก่อนสมัยคริสตกาลไปจนถึงปัจจุบัน อาทิ ฮิมโฮเทป (Imhotep) ชาวอียิปต์ ถือเป็นเทพเจ้าทางการแพทย์ที่เขียนตำราแพทย์ลงบนกระดาษที่ชื่อว่า “ดิอีเบอร์ปาปิรุส” หรือในปี 1628 มีนักวิทยาศาสตร์ชื่อ วิลเลียม ฮาร์วี ผู้ค้นพบว่าเลือดของเรามีการไหลเวียนไปในทางเดียวกันและมีการไหลเวียนในหลอดเลือด และฮาร์วี ก็เรียก “หัวใจ” เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ปั้มหรือสูบฉีดเลือดไปทั่วร่างกาย ซึ่งผู้ชมงานจะได้เพลิดเพลินกับความรู้เพิ่มเติมประวัติศาสตร์วิวัฒนาการทางการแพทย์ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และบุคคลสำคัญทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียงที่มีบทบาทสำคัญทำให้วงการแพทย์เจริญก้าวหน้าเป็นที่ยอมรับอย่างสากล
นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงเทคโนโลยีและอุปกรณ์ในการรักษา โดยเฉพาะการให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องตรวจสุขภาพ MRI และเครื่องตรวจมวลสภาวะของกระดูก CT SCAN ที่ใช้ตรวจโรคร้ายแรงได้อย่างละเอียด อาทิ การตรวจก้อนเนื้องอกของมะเร็งและอวัยวะภายในต่างๆ การตรวจต่อมน้ำเหลือง การตรวจรอยแตกร้าวของกระดูกหักหรือข้อต่อต่างๆ ซึ่งมีการจำลองตัวเครื่องเสมือนจริงมาให้ชมกันอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้จำลองการทำงานให้คนไข้สอดตัวผ่านอุโมงค์ (MRI) ที่ใช้ในการตรวจหาโรคร้าย ที่ให้ผลที่ชัดเจนแม่นยำ แต่ไม่ส่งผลต่อร่างกายของคนไข้แต่อย่างใด

ในโซนนี้ ยังมีการจัดแสดงเก้าอี้เข็นคนไข้ ที่เป็นฝีมือคนไทย ซึ่งได้มีการพัฒาโดยทีมนักศึกษาและคณาจารย์จากคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตธัญบุรี ซึ่งเป็นเก้าอี้เข็นคนไข้ ที่ผลิตในประเทศ แต่มีประสิทธิภาพการใช้งานได้ดี มีสมรรถนะการใช้งานคงทน แต่เมื่อราคาถูกกว่าสินค้าที่ผลิตจากต่างประเทศเกือบเท่าตัว ซึ่งถือเป็นการช่วยให้คนไข้ ให้มีทางเลือกในราคาที่เหมาะสม ภายในโซน ยังมีการจัดแสดงยาสมุนไพร และต้นไม้สมุนไพรหลากหลายชนิด มีการจัดนิทรรศการการให้ความรู้เกี่ยวกับวงการแพทย์แผนไทย ที่ให้รายละเอียดเรื่องราวของ การนวดแผนไทย การนวดประคบ รวมถึงมีสวนสมุนไพรจำลอง ที่นำพืชสมุนไพร ที่มีฤทธิ์ในการรักษาต่างๆ ซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยขนานแท้ ที่คนรุ่นใหม่ๆ อาจจะไม่ทราบว่าจะใช้รักษาโรคได้ ซึ่งมีพืชหลากหลายชนิด ที่เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะพืชผักสวนครัว แต่มีสรรพคุณในการรักษาโรคต่างๆ ได้ อาทิ เช่น กระเพา กระเจี้ยบ ต้นไม้กระทืบโรง เป็นต้น อื่นๆ ที่น่าสนใจอย่างเช่น นิทรรสการเทคโนโลยีทางการแพทย์ในอนาคตข้างหน้า อย่างเช่น เรื่องของเซลล์ต้นกำเนิดสเต็มเซลล์ และนวัตกรมการรักษาจากเซลล์ต้นกำเนิด หรือในเรื่องของศาสตร์ทางด้านการฝังเข็ม ซึ่งจัดโดยการแพทย์แผนจีน จากมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ การแสดงหุ่นกายวิภาคร่างกายมนุษย์ โดยการแพทย์อายุรเวท มหาวิทยาลัยรังสิต ทั้งนี้เทคโนโลยีและสาระความรู้ที่หลากหลายเหล่านี้ รอให้คุณได้สัมผัส ได้แล้วที่งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2556 ได้แล้วที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนาและนิทรรศการเทคโนมาร์ทวันที่ 14-18 สิงหาคม 2556 ณ ลานเซ็นทรัลเวิลด์

View :519

“กังหันลมแนวแกนตั้ง” นวัตกรรมเพื่อพลังงานทางเลือกในงานมหกรรมวิทย์ 2556 ติดตั้งได้ทุกพื้นที่ ผลิตไฟได้ตลอดเวลา

August 14th, 2013 No comments

กังหัน

งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี 2556 เป็นงานมหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศและในแถบอาเซียน ที่พลาดไม่ได้เป็นศูนย์รวมความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมการคิดค้นใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นมาทุกปี

ภายในปีนี้ผู้ร่วมงานนอกจากจะได้พบกับประสบการณ์ใหม่ที่หน่วยงานต่างๆ นำมาวิจัยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมการคิดค้นเรื่องพลังงานทางเลือกก็มีจุดไฮไลต์ที่น่าสนใจไม่น้อยพลังงาน เทคโนโลยีเพื่ออนาคต กระแสพลังงานทางเลือกที่เคยเป็นแค่ “ทางเลือกเล็กๆ” ปัจจุบันกำลังกลายเป็นทางเลือกที่ขยายใหญ่ขึ้น อันเนื่องมาจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของสังคม ทั้งการใช้แก๊ส LPG หรือ NGV เพื่อการขนส่ง และการใช้พลังงานธรรมชาติเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า เช่น โซลาร์เซลล์ และพลังงานลม

“กังหันลมแนวแกนตั้ง” เป็นนวัตกรรมเพื่อการผลิตกระแสไฟฟ้าล่าสุด ที่ถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นโดย สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีร่วมกับสถาบันไทย-เยอรมัน และ บริษัท ไทย ไดนามิค มาสเตอร์ จำกัด ร่วมกับภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านการวิจัยและออกแบบด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นใช้เองภายในประเทศ และต้องการนำพลังงานลมมาใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า

กังหันลมแบบแนวแกนตั้ง มีความสูงประมาณสามเมตร และใบพัดซึ่งเป็นไฟเบอร์จำนวนสามใบยาวประมาณสองเมตร โดยมีหลักการทำงานเช่นเดียวกับกังหันลมทั่วไปคือ ใช้ลมในการหมุนใบพัดและเปลี่ยนพลังงานจลน์ให้เป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ติดอยู่กับแกนหมุนของกังหันลม และมีการติดตั้งเครื่องควบคุมกระแสไฟฟ้า เพื่อทำให้กระแสไฟฟ้าที่ได้มีค่าคงที่ ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่ได้สามารถนำไปใช้ได้โดยตรงหรือผ่านเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จเข้าสู่แบตเตอรี่

ข้อดีของกังหันลมแนวแกนตั้งนี้คือ แกนหมุนตั้งฉากกับทิศทางลมทำให้สามารถรับลมได้ทุกทิศทาง สามารถผลิตไฟฟ้าได้ด้วยความเร็วลมต่ำเพียง 1-7 เมตร/วินาที มีเสียงรบกวนต่ำ มีความแข็งแรงทนทางสูงอายุการใช้งานนานหลายสิบปี ติดตั้งได้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีลมแรงหรือไม่ก็ตาม โดยกังหันลม 1 ตัวสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 2 กิโลวัตต์ เพียงพอสำหรับการใช้งานในบ้าน สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้กำลังไฟสูงมาก

ขณะนี้กังหันลมแนวแกนตั้งถือว่ายังอยู่ระหว่างการพัฒนา ยังไม่มีการจำหน่าย แต่ผู้สนใจสามารถไปชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในส่วนของการแสดงเทคโนโลยีเครื่องจักรกล ภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ปี 2556 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 สิงหาคม 2556 นี้ และงานเทคโนมาร์ทวันที่ 14-18 สิงหาคมนี้ ณ ลานเซ็นทรัลเวิร์ล

View :583

“เทคโฟลิโอ้” เปิดตัว “ฟิล์มล่องหน” นวัตกรรมรักษาหน้าจอมือถือแนวใหม่ ครั้งแรกในประเทศไทย

August 12th, 2013 No comments

2

บริษัท จำกัด ผู้แทนจำหน่าย “” “ลิควิดอาร์เมอร์” (LIQUID-ARMOR) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัว นวัตกรรมดูแลรักษาหน้าจอโทรศัพท์มือถือจากประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งขณะนี้กำลังได้รับความนิยมแพร่หลายทั่วโลก เปลี่ยนจากการปกป้องหน้าจอทั่วไป เป็นการใช้เทคโนโลยีนาโนมาเคลือบหน้าจอโดยตรง เช่นเดียวกับการเคลือบสีรถยนต์ ด้วยคริสตัล
มีคุณสมบัติพิเศษลดรอยขีดข่วน กันฝุ่นละออง แบคทีเรีย หมดปัญหาจากฟองอากาศ และการบดบังสายตา เกิดความเงาแวววาวสูงและดูแลรักษาง่าย สามารถใช้เคลือบจอกระจกได้ทุกชนิด ไม่จำกัดขนาดจอที่เคลือบ รองรับจอกระจกทุกชนิด หมดปัญหาหน้าจอโทรศัพท์บางรุ่นที่ไม่มีฟิล์มรองรับ ที่สำคัญ “ฟิล์มล่องหน” “ลิควิดอาร์เมอร์” จะช่วยให้โลกลดการใช้ฟิล์มพลาสติก ได้ปริมาณมหาศาล
ผู้ใช้สามารถทำการเคลือบหน้าจอเองได้ง่ายๆ ไม่ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญทำให้ เพียงทา ลิควิด-อาร์เมอร์ บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ทิ้งไว้ให้แห้ง 8-24 ช.ม. เพื่อให้การยึดเกาะของนาโนแข็งแกร่งสูงสุด จึงค่อยเช็ดคราบน้ำยาออก
หาซื้อ “ฟิล์มล่องหน” ลิควิด-อาร์เมอร์ ได้แล้ววันนี้ที่ ร้านเจ มาร์ท และ ซัมซุง แบรนด์ ช็อป บาย เจ มาร์ท ในกรุงเทพฯ รวม 20 สาขา และจะกระจายสินค้าสู่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ภายในเดือนสิงหาคมนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.ฟิล์มล่องหน.com หรือ Facebook ค้นหา “ฟิล์มล่องหน”

สนใจสมัครเป็นตัวแทนจำหน่าย ติดต่อ บริษัท เทคโฟลิโอ้ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ในประเทศไทย โทร. 02-276-9430-2, 089-532-4744

View :820

ดีแทค ไตรเน็ต รุกคืบหน้าโอนย้ายต่อเนื่องลูกค้ากลุ่มบริการข้ามแดนอัตโนมัติและกลุ่มบริการพิเศษ

August 12th, 2013 No comments

TriNet_2508

8 สิงหาคม 2556 – ดีแทค ไตรเน็ตรุกต่อเนื่องการโอนย้ายไป TriNet ตามความประสงค์ลูกค้า โดยทยอยโอนย้ายลูกค้าแต่ละกลุ่มเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด มุ่งสู่เป้า 1ล้านรายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ ทยอยส่ง SMS เชิญลูกค้ามาเปลี่ยนซิมตามกำหนดวันที่ศูนย์บริการสำหรับกลุ่มบริการพิเศษตั้งแต่ 8 สิงหาคม นี้

นายชัยยศ จิรบวรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้า บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และกรรมการบริษัท จำกัด กล่าวว่า ตามที่มีลูกค้าแสดงความประสงค์ต้องการโอนย้ายมาใช้ มากกว่า 3.5 ล้านรายนั้น เพื่อประสิทธิภาพและความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ตามแผนรองรับการโอนย้าย บริษัทฯ จึงขอแจ้งความคืบหน้าต่อเนื่อง โดยตอนนี้ลูกค้าทุกท่านกำลังอยู่ในลำดับการติดต่อกลับ โดยจะได้รับแจ้งผ่านทาง SMS ล่วงหน้าก่อนถึงกำหนดวันโอนย้าย

“สำหรับความคืบหน้าของลูกค้ากลุ่มบริการพิเศษเช่น กลุ่มบริการข้ามแดนอัตโนมัติ, Multi SIM, Group Bill (Family) หรือใช้แอร์การ์ดและแท็บเล็ต ที่มีความประสงค์โอนย้าย จะทยอยได้รับ SMS แจ้งให้ทราบถึงกำหนดวันเปลี่ยนซิมการ์ดที่ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รวมถึงระบบตอบรับอัตโนมัติเพื่อให้ลูกค้าได้สามารถเลือกรับซิมใหม่ด้วยการจัดส่งทางไปรษณีย์ พร้อมคู่มือการดำเนินการที่สามารถทำได้ง่าย ซึ่งจะทยอยได้รับซิมใหม่ประมาณกลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป”

ทั้งนี้ ดีแทค ไตรเน็ต ได้เริ่มโอนย้ายลูกค้าที่แจ้งความประสงค์ไปโครงข่าย TriNet แล้วตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา และกำลังทยอยโอนย้ายอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะดำเนินการได้ครบ 1 ล้านรายในเดือนสิงหาคมนี้ หากลูกค้ามีความคิดเห็นจากการใช้งานหรือมีคำแนะนำสามารถโทรแจ้งได้ที่ 1678

View :437

ผู้ชนะโครงการ “AIS The StartUp Weekends 2013” เตรียมปล่อยของ แอพใหม่สุดล้ำ เอาใจสาวก AIS 3G 2100

August 6th, 2013 No comments

(5 สิงหาคม 2556) เอไอเอสประกาศผลสุดยอดทีม Tech Startup แห่งปี ผู้ชนะเลิศ “AIS The StartUp Weekends 2013” กิจกรรมประกวดสร้างโมบายแอพพลิเคชั่น หลังผ่านหลักสูตร Boot Camp ฝึกอบรมทุกแง่มุมของธุรกิจอย่างเข้มข้น 90 วันเต็ม เตรียมส่งผลงานออกสู่ตลาดจริงทันที ให้สาวก 3G ได้สนุกกับแอพใหม่ฝีมือคนไทย ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเอไอเอสและบริษัทพันธมิตร พร้อมรับเงินรางวัลจำนวน 600,000 บาท และโอกาสก้าวสู่ตลาดโลก

นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอล เอไอเอส เปิดเผยว่า“สำหรับกิจกรรม AIS The StartUp Weekends 2013 ที่เปิดโอกาสให้เหล่านักพัฒนาได้แสดงพลังความคิดสร้างสรรค์ แข่งขันสร้างโมบายแอพพลิเคชั่นออกสู่ตลาดในครั้งนี้ นับว่าประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง โดยมี Startup ให้การตอบรับสมัครเข้าร่วมกว่า 500 คน หรือ 116 ทีม ได้ร่วม Pitching Idea จนในที่สุดได้ 5 ทีมที่ผ่านการคัดเลือก ได้รับรางวัลพิเศษในการเข้าร่วมหลักสูตรอบรม Boot Camp ซึ่งเอไอเอสจัดขึ้นโดยเฉพาะเพื่อผู้ประกอบการธุรกิจดิจิตอลหน้าใหม่ โดยได้รวมเหล่า Hero Mentor กูรูดังจากหลากหลายวงการ ทั้งไทยและต่างประเทศ มาร่วมเป็นพี่เลี้ยงและที่ปรึกษา บ่มเพาะทั้งเจ้าของกิจการเองและผลิตภัณฑ์ไปพร้อมๆ กัน เป็นเวลา 90 วันเต็ม ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กรกฏาคม 2556 ที่ผ่านมานี้

จนกระทั่งวันนี้ได้จัดกิจกรรมแข่งขันรอบสุดท้ายให้ทั้ง 5 ทีม ได้นำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิากแวดวงไอทีและนักลงทุน อาทิ Edgar Hardless CEO แห่ง SingTel Innov8, Amit Anand แห่ง BANSEA, คุณธนพงษ์ ณ ระนอง จาก Invent, คุณพิภวัตว์ ภัทรนาวิก จาก KBank เป็นต้น

โดย 5 ทีม Startup ประกอบด้วย 1. Closed Tag กับผลงาน Mini CRM Platform ที่จะมาพลิกรูปแบบใหม่ของการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า 2. Noonswoon กับแอพพลิเคชั่นแนว Match Maker ที่มาพร้อมไอเดียสุดหวือหวา คอนเนคคนโสดในเมืองใหญ่ 3. Stock Guru แอพพลิเคชั่นเพื่อคอหุ้นรุ่นหนุ่มสาว มาในมาดใหม่สไตล์ Virtual Trading ที่ทำให้การซื้อขายหุ้นเป็นเรื่องง่ายและสนุก 4. TripPacker แอพพลิเคชั่นนำเที่ยวแนวใหม่ เอาใจคนชอบลุย ที่เบื่อการท่องเที่ยวจำเจแบบเดิมๆ และ 5. Zupzip กับแนวคิด Social Second Screen สร้างมิติใหม่ของจอบันเทิงส่วนตัว ให้สนุกไปพร้อมกับกลุ่มเพื่อนที่สนใจในเรื่องเดียวกัน ซึ่งผลงานของทั้ง 5 ทีมต่างก็มีแนวคิดและคอนเทนต์ที่โดดเด่น แตกต่าง และมีศักยภาพในการพัฒนาออกสู่ตลาดได้ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้มือถือยุค 3G เป็นอย่างยิ่ง” นายปรัธนากล่าว

โดยทีมที่ชนะเลิศจะได้รับเงินรางวัล 600,000 บาท จากเอไอเอส, Invent และธนาคารกสิกรไทย พร้อมการออกผลิตภัณฑ์สู่ตลาดทันที โดยการสนับสนุนด้านแผนการตลาดและโฆษณาประชาสัมพันธ์จากเอไอเอส อย่างเต็มที่

“อย่างไรก็ตาม ผลงานของอีก 4 ทีมที่ผ่านการอบรมจาก Boot Camp ก็ยังคงในแผนงานพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อเตรียมออกสู่ตลาดเช่นกัน รวมถึงทุกทีมที่สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ก็ถือเป็นสมาชิกของ AIS The StartUp ที่เอไอเอสพร้อมเปิดกว้าง และให้การสนับสนุนตลอดเวลา ทุกทีมสามารถนำผลิตภัณฑ์เข้ามาพัฒนาต่อยอดร่วมกัน เพื่อก้าวสู่การเป็นพาร์ทเนอร์ร่วมทำธุรกิจกับเอไอเอสในอนาคต

ทั้งนี้ จากการจัดกิจกรรม AIS The StartUp Weekends 2013 ที่ผ่านมา ทำให้พบว่า ประเทศไทยเต็มไปด้วยนักคิด นักพัฒนา และคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะเริ่มต้นและลองทำสิ่งใหม่ๆ ซึ่งกิจกรรมนี้ ถือเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญในการปลุกกระแสและเปิดเวทีให้คนเหล่านี้แสดงความสามารถ รวมตัวเป็นคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อประเทศไทยก้าวสู่ยุค 3G อย่างเต็มรูปแบบ เกิดความต้องการใช้งาน DATA และแอพพลิเคชั่นของผู้ใช้มือถืออีกจำนวนมหาศาล จึงเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้กับกลุ่มนักพัฒนาได้อย่างไร้ขีดจำกัด เอไอเอสจึงขอเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมกลุ่ม Tech Startup ของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป” นายปรัธนาสรุป

View :362
Categories: Press/Release Tags:

ไอเน็ต จับมือ ทีเอ็นเอส รุกธุรกิจเครือข่ายรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต ยกระดับการให้บริการความปลอดภัยทางธุรกรรมเต็มรูปแบบ พร้อมให้บริการแก่ AMEX

July 30th, 2013 No comments

INET_TNS -01

บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ไอเน็ต จับมือกับบริษัท ทรานแซคชั่น เน็ตเวิร์ค เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ ทีเอ็นเอส ประกาศความร่วมมือพร้อมรุกธุรกิจให้บริการเครือข่ายรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต ส่งโซลูชั่นการบริหารจัดการความปลอดภัยทางธุรกรรมการเงินบนเครือข่ายรับชำระเงินผ่านเครื่องรูดบัตร (EDC Network Service) ด้วยมาตรฐาน PCI DSS (Payment Card Industry Data Security Standard)

นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า “ ไอเน็ตเป็นผู้นำด้านการให้บริการ ICT infrastructure และเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายรับชำระเงินผ่านบัตรมากว่า 10 ปี มีธนาคารและผู้ให้บริการบัตรเครดิตใช้บริการมาอย่างยาวนาน เพื่อรองรับมาตรฐานความปลอดภัยของธุรกรรมด้านการเงิน PCI DSS ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศที่แพร่หลายทั่วโลก ในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของบัตรเครดิต สำหรับเครือข่ายชำระเงินผ่านบัตรเครดิต (EDC Network Service) และพัฒนาระบบเครือข่ายเดิมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ใช้งานมาแล้วทั่วโลก อีกทั้งยังรองรับความต้องการของลูกค้าในการให้บริการชำระเงินผ่านบัตรได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ไอเน็ตได้จับมือกับบริษัท ทรานแซคชั่น เน็ตเวิร์ค เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงินผ่านบัตรเครดิตระดับโลก ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังได้นำระบบนี้มาให้บริการในประเทศไทย ส่งผลให้ลูกค้าธนาคารของไอเน็ตได้ใช้บริการเครือข่ายชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS ทันทีด้วยระบบเครือข่ายรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่ได้มาตรฐาน PCI DSS ทำให้ไอเน็ตได้รับความไว้วางใจจากบริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (AMEX) ผู้ให้บริการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ครอบคลุมทั่วโลก ที่เลือกใช้บริการระบบเครือข่ายของไอเน็ตในประเทศไทย ” นางมรกต กล่าวปิดท้าย
นายไมค์ คีเกิ้น กรรมการผู้จัดการบริษัท ทรานแซคชั่น เน็ตเวิร์ค เซอร์วิสเซส จำกัด กล่าวว่า “ เรามีความยินดีในความเป็นพันธมิตรกับบริษัท ไอเน็ต ที่ให้บริการในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการนำจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัท จะเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพความเป็นเลิศของการบริการให้กับลูกค้าต่างๆไม่ว่าจะเป็น กลุ่มธนาคาร, กลุ่มธุรกิจพาณิชย์ขนาดใหญ่ หรือผู้ให้บริการระบบธุรกรรมการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตในธุรกิจนี้ ทีเอ็นเอสเป็นผู้ให้บริการธุรกรรมการชำระเงินมานานกว่า 20 ปี ทั่วโลก และยังมีความเข้าใจในความต้องการของผู้ประกอบการ ของการให้บริการธุรกรรมการชำระเงินที่มีความต้องการในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ที่ได้การรับรองมาตรฐาน PCI DSS ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของเครือข่ายและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ทีเอ็นเอส ร่วมกับไอเน็ต มุ่งเน้นในการให้บริการที่ตอบโจทย์กับความต้องการ และยังสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลที่มีการใช้เทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูง ”

ไอเน็ต เชื่อมั่นว่าด้วยระบบเครือข่ายรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่ได้มาตรฐาน PCI DSS นี้ จะมีส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับการรับชำระเงินผ่านบัตรของไทยให้สามารถใช้งานอย่างมั่นใจในความปลอดภัย ธนาคารหรือผู้ให้บริการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตทุกค่ายสามารถเชื่อมต่อเข้าระบบอย่างรวดเร็ว อันจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจนี้ได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

View :354
Categories: Press/Release Tags:

[PR News] กล้อง Action Cam กล้องถ่ายวิดีโอจิ๋ว คมชัดระดับ Full HD จากโซนี่

July 4th, 2013 No comments

SAUS12-1200

กล้อง Action Cam ขนาดจิ๋ว รุ่น HDR-AS15 ที่สามารถบันทึกภาพได้อย่างคมชัดในระบบ Full HD ด้วยเลนส์ Carl Zeiss® Tessar® ที่สามารถบันทึกภาพด้วยมุมกว้างถึง 170 องศา ด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด และมีนำหนักเพียง 90 กรัม จึงสามารถติดตัวกล้องเข้ากับจักรยาน หมวกนิรภัยได้อย่างสะดวกสบายด้วยอุปกรณ์ติดตั้งที่ให้มาพร้อมตัวเครื่อง

กล้อง Action Cam มาพร้อม Exmor R™CMOS sensor ช่วยให้บันทึกภาพในที่แสงน้อยได้อย่างคมชัด มีระบบป้องกันภาพสั่นไหว Steady Shot™ สามารถปรับเลือกโหมดการบันทึกภาพได้ 5 แบบตั้งแต่รายละเอียดสูงสุดแบบ Full HD 30p จนถึงระบบ VGA เพื่อการบันทึกที่ยาวนาน พร้อมระบบันทึกภาพช้า 2 ระดับ (4 เท่า และ 2 เท่า) สามารถควบคุมการใช้งานได้ด้วยสมาร์ทโฟน พร้อมโอนภาพลงสมาร์ทโฟนผ่านไวไฟ

หมดกังวลกับการบันทึกภาพในสภาวะต่าง ๆ อาทิฝนตก หิมะตก หรือในเส้นทางที่เปียกชื้น ปักโคลน และฝุ่นละอองสูง อาทิด้วยอุปกรณ์เสริมป้องกันน้ำและป้องกันฝุ่นละอองที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง กล้อง Action Cam สามารถใช้สื่อบันทึกได้ทั้ง Micro SD/SDHC (Class 4 หรือสูงกว่า) และ Memory Stick Micro™(M2)

กล้อง Action Cam รุ่น HDR-AS15 มีจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 11,990 บาท ที่โชว์รูมโซนี่ ร้านโซนี่เซ็นเตอร์ที่เลือกสรร และ King Power ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

View :1072
Categories: Press/Release Tags:

ก.ไอซีที แนะผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ เช็คข้อมูลก่อนเชื่อและแชร์

July 3rd, 2013 No comments

นายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึง สถานการณ์การใช้สื่อสังคมออนไลน์ ว่า ปัจจุบันประชาชนได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์กันอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะ Facebook Instagram และ Twitter เนื่องจากสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยง่ายผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์พีซี โทรศัพท์เคลื่อนที่ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต จึงทำให้เข้าถึงเนื้อหาบนโลกออนไลน์ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว รวมถึงสามารถโพสต์ แชร์ กดไลค์ และแสดงความคิดเห็นต่อข้อมูลต่างๆ ได้อย่างเสรี โดยการกระทำต่างๆ ที่กล่าวไปนั้น บางครั้งอาจส่งผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างได้ ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่ผู้ใช้ไม่ได้ คัดกรองข้อมูลข่าวสารมากมายต่างๆ ที่เข้ามาอย่างเพียงพอ ดังกรณีตัวอย่างเช่น การแชร์ภาพบัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพของบุคคลต่างๆ โดยอาจมีการบรรยายว่าบุคคลนั้นได้กระทำความผิด ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วยังมิได้มีการตรวจสอบถึงบุคคลที่ปรากฏอยู่บนบัตรประจำตัวประชาชนใบนั้น ว่าได้กระทำความผิดหรือไม่ การกระทำดังกล่าว อาจทำให้บุคคลในภาพตกเป็นจำเลยของสังคม ซึ่งผู้ที่ทำการแชร์ภาพหรือให้ข้อมูลเหล่านี้อาจมีความผิดฐานละเมิดสิทธิข้อมูลส่วนบุคคล การหมิ่นประมาท และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 โดยบางครั้งเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏแล้วว่าบุคคลดังกล่าวมิได้กระทำความผิดตามที่อ้างจริง แต่ข้อเท็จจริงเหล่านั้นอาจจะไม่ย้อนกลับไปยังกลุ่มคนบางกลุ่มที่ได้แชร์ข้อมูลไปก่อนหน้า ทำให้ผู้เสียหายยังคงตกเป็นจำเลยของสังคมจนถึงปัจจุบันทั้งๆ ที่ไม่ได้กระทำความผิดใดเลย

อีกหนึ่งกรณีตัวอย่าง ได้แก่ การโพสต์ให้ความรู้ที่ไม่ถูกต้องแก่ประชาชนในเรื่องแถบสีของหลอด ยาสีฟัน โดยอ้างว่าแถบสีแต่ละสีหมายถึงสรรพคุณหรือส่วนประกอบต่างๆ ของยาสีฟัน ซึ่งจากข้อเท็จจริงแล้วไม่ได้เป็นไปตามที่กล่าวอ้าง กรณีนี้ ผู้ที่นำข้อมูลมาแชร์ต่อ ต้องคำนึงถึงว่ายังมีเด็กและเยาวชนอีกจำนวนมากที่บริโภคข้อมูลต่างๆ ผ่านสื่อออนไลน์ ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่เข้ามาชมข้อมูลผ่านสื่อดังกล่าว อาจเกิดความเข้าใจผิดและนำไปถือเป็นแนวคิดในการบริโภคสินค้าที่ไม่ถูกต้องได้ สำหรับกรณีตัวอย่างสุดท้าย ได้แก่ การแชร์ข้อมูลผู้ป่วยหรือมีปัญหาด้านสุขภาพแล้วอ้างว่า หากทำการแชร์ข้อมูลดังกล่าวแล้ว จะมีการบริจาคเงินโดยผู้ให้บริการเว็บไซต์ดังกล่าวให้แก่บุคคลที่อยู่ในภาพตามจำนวนการแชร์ข้อมูลทั้งหมด ซึ่งข้อมูลที่ประชาชนได้รับทราบดังกล่าวนั้นไม่เป็นความจริง เป็นเพียงการนำภาพบุคคลนั้นๆ มาใช้แสวงหาผลประโยชน์อื่นจากการสร้างข้อมูลแชร์ ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านระบบจากการแชร์ข้อมูลจำนวนมหาศาล

ในส่วนของการแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการภารกิจของหน่วยงานราชการ อาทิ การจำนำข้าว ประชาชนควรติดตามข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น รวมถึงข้อมูลในเรื่องอื่นๆ ด้วย ขอให้ประชาชนอย่าเพิ่งหลงเชื่อข้อมูลที่มาจากการแชร์ผ่านสื่อออนไลน์ในทันที ขอให้ทำการตรวจสอบข้อมูลและข้อเท็จจริงให้รอบด้านก่อน ตลอดจนไตร่ตรองก่อนกระทำการแชร์ข้อมูลต่างๆ เพื่อลดปัญหาการสื่อสารหรือส่งต่อข้อมูลที่ผิดพลาด

“ทั้งนี้ กระทรวงไอซีที ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน ให้ร่วมใจกันสร้างสรรค์สังคมออนไลน์ ให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพ เป็นแหล่งข้อมูลข่าวสารอันเป็นประโยชน์ ไม่เป็นพื้นที่ในการสร้างและส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือข้อมูลที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งใช้อินเทอร์เน็ตอย่างมีจิตสำนึกที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อผู้อื่นและสังคม ตลอดจนร่วมกันสอดส่องดูแลสังคมให้ปลอดภัยจากสิ่งไม่พึงประสงค์ โดยหากพบเห็นเว็บไซต์หรือข้อความที่มีเนื้อหา ไม่เหมาะสมสามารถแจ้งมาได้ที่ศูนย์ CSOC โทร.1212 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง” นายไชยยันต์ฯ กล่าว

View :426
Categories: Press/Release Tags: