Archive

Archive for the ‘Press/Release’ Category

ผอ. สวทช. ไขข้อข้องใจพนักงานยืนยันองค์กรพร้อมผลักดันวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศตามนโยบายรัฐบาล

May 24th, 2013 No comments

23 พฤษภาคม 2556 อุทยาน วิทยาศาสตร์ประเทศไทย รังสิต ปทุมธานี : ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดเวที “ผพว. พบ พนักงาน ในวาระพิเศษ” ขึ้น เพื่อไขข้อข้องใจแก่พนักงานจากการที่มีข่าวของ สวทช. ปรากฏตาม สื่อสาธารณะต่างๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมีผลทำให้พนักงานส่วนหนึ่งสูญเสียขวัญ และกำลังใจ และเกิดความไม่มั่นใจต่อทิศทางและแนวทางการดำเนินงานขององค์กร ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวในรายละเอียดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจาก ความคลาดเคลื่อนในข้อมูลของบุคลากรบางส่วนซึ่งอาจเกิดจากการสื่อสารที่ไม่ ทั่วถึง โดยประเด็นที่ พนักงานมีความกังวลมากคือแนวทางในการทำงานวิจัยและพัฒนาซึ่งเป็นหน้าที่หลัก ของสวทช. เนื่อง มาจากงบประมาณที่ลดลงในปี 2557 ดร. ทวีศักดิ์กล่าวแก่พนักงานว่า สวทช.พร้อมทำงานที่ตอบ โจทย์ Value Chain ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วิทยาศาสตร์ฯที่ต้องการเห็น การบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภายในกระทรวง ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ รวมถึงตอบ Country Strategy ของรัฐบาล โดยอยากให้นักวิจัยมองว่าการมีส่วนร่วมขับเคลื่อน งานวิจัยในแนวทางนี้ เป็นโอกาสที่จะแสดงความสามารถให้สังคมได้เห็นว่างานของสวทช. สามารถตอบโจทย์ที่เป็นปัญหาแท้จริงของประเทศในภาค real sector โดยเฉพาะในภาคท้องถิ่น และชุมชน และสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในภาพรวมได้ สำหรับนักวิจัยที่มีความรู้ความชำนาญในงานด้านอื่นที่อาจ ได้รับงบประมาณลดลงหรือไม่ได้รับงบประมาณจะใช้แนวทางการทำงานใน รูปแบบการร่วมมือกับพันธมิตร หรือหาทุนจากแหล่งทุนภายนอกเช่น ภาค เอกชน หรือหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยอื่น โดยจะทำงานเชิงรุกมากขึ้นแต่ยังมุ่งเน้นงานที่สามารถ สร้างผลกระทบได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีนัยสำคัญ

ดร. ทวีศักดิ์ฯ กล่าวว่า จากที่ได้ไปประชุมกับท่านนายกรัฐมนตรีร่วมกับหน่วยงานหลักด้านการวิจัยของ ประเทศ หรือ 6ส และวช. (สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.), สำนัก งาน คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.),สถาบัน วิจัย ระบบสาธารณสุข (สวรส.), สำนักงานพัฒนาการ วิจัย การเกษตร (สวก.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.),สำนักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ยืนยันว่าท่านนายกฯ ให้ ความสำคัญต่องาน วิจัยพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมากและต้องการเห็นการ จัดสรร งบประมาณในส่วนของการวิจัยเพิ่มขึ้นเป็น 1-2% ของ GDPโดย ท่านได้ฝากการบ้านให้หน่วยงาน 6ส และวช. ไปร่วมกันกำหนดโจทย์ที่เป็นวาระหลักด้านการวิจัยของประเทศและนำไป ประชุมหารือ ร่วมกับท่านอีกครั้งหนึ่งในปลายเดือนนี้ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีที่หน่วยงานวิจัยทั้งหลายจะได้มาร่วมกัน ขับเคลื่อนเรื่องการ วิจัยและพัฒนา ซึ่งเป็นวาระหลักด้านหนึ่งของ CountryStrategy ให้เห็นผล เป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่ง ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯได้สนองตอบนโยบาย รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีด้วยการเร่งจัดทำแผนบูรณาการ ในรูปของ Value Chainที่แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย วิทยาศาสตร์เพื่อการสร้างงาน,สร้าง รายได้,สร้างอนาคตและสร้างชีวิต รวมไปถึงการส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปทำงานในภาค อุตสาหกรรมเพื่อให้ เกิดการใช้ประโยชน์จากกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ฯ อย่างเต็มประสิทธิภาพใน

ประเด็น เรื่องการโอนย้ายบุคลากร สวทช. ไปปฏิบัติหน้าที่ยังหน่วยงานต่างๆในสังกัดนั้น เป็น เพียงการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเนื่อง จากลักษณะการทำงานในปัจจุบันจะเน้นการบูรณาการระหว่าง หน่วยงานอยู่ แล้วซึ่งจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่กระจาย อยู่ตามหน่วยงาน ต่างๆ มาระดมความคิดจากมุมมองและประสบการณ์ที่หลากหลายและพร้อมที่จะ ปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม ในกรณีการเผยแพร่และนำเสนอข่าวที่ต้องการดึงหรือโยงเรื่องของการ บริหารงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับผู้บริหารจากฝ่ายการเมือง นั้น สวทช. ใคร่ขอให้สื่อมวลชนโปรดใช้วิจารณญาณใน การนำเสนอข่าวเฉพาะที่มาจากแหล่งข่าว ที่สามารถยืนยันได้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากพบว่า ข่าวบางเรื่องที่นำเสนอสู่สาธารณชนเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จ จริง ตัวอย่างเช่น กรณีมีข่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯสั่งการให้ตรวจสอบ คอมพิวเตอร์และอีเมลล์ของ พนักงานสวทช. รวมทั้งบอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯเดินทางเข้ามาที่ สวทช. ใน วันที่ 18 พฤษภาคม และได้เรียกประชุมผู้บริหารอย่างเร่งด่วนนั้นขอยืนยันว่าข่าวดัง กล่าวไม่เป็น ความจริง โดยในประเด็นเรื่องการตรวจสอบคอมพิวเตอร์และอีเมลล์รัฐมนตรีว่า การกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และสวทช.เคารพและปฏิบัติตามแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความ มั่นคง ปลอดภัยด้านสารสนเทศของ หน่วยงานของรัฐ(ตามพระราชบัญญัติว่าด้วย การกระทำผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐) ที่กำหนดโดยกระทรวงไอซีทีอย่างเคร่งครัดรวมทั้งไม่สนับสนุนให้ บุคลากรของสำนักงานละเมิดหรือมีการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับแนวนโยบายและแนว ปฏิบัติดังกล่าว

View :454
Categories: Press/Release Tags:

ติ๊กเก้อ จับมือพันธมิตรต่อยอดความสนุก แชร์ “ตราติ๊กเก้อ” ลุ้นรับเสื้อยืดสุดแนว

May 21st, 2013 No comments

Print

ติ๊กเก้อ สนุกสุดๆ จนหยุดไม่อยู่ ฉลองยอดดาวน์โหลดทะลุ 3 ล้านครั้ง จัดแคมเปญชวนผู้ใช้แชร์รูปพร้อม “ตราติ๊กเก้อ” ประโยคโดนๆ ใหม่ล่าสุดบนโลกโซเชียล ลุ้นรับเสื้อยืดแนวๆ 500 ตัวฟรี ร่วมเป็นสมาชิกครอบครัวติ๊กเก้อ

นางสาวณัชฌารีย์ ณัฐณิชาพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การตลาด บริษัท แอปโซลูท เพลย์ จำกัด ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นสุดแนว “ติ๊กเก้อ” เปิดเผยว่า หลังจากที่แอพพลิเคชั่นติ๊กเก้อเปิดให้ดาวน์โหลดตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ปัจจุบันมียอดดาวน์โหลดมากกว่า 3 ล้านครั้ง ถือเป็นแอพพลิเคชั่นของคนไทยที่ได้รับความนิยมสูงสุดในช่วงผ่านมา ซึ่งที่ผ่านมาติ๊กเก้อยังคงอัพเดทประโยคเด็ดๆ โดนๆ เพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับผู้ใช้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการฉลองก้าวแรกความสำเร็จของติ๊กเก้อ จึงได้จัดแคมเปญเพื่อต่อยอดความสนุกแบบไม่รู้จบ โดยได้จับมือกับพันธมิตรแบรนด์ต่างๆ ที่มาร่วมสร้างสีสันให้กับผู้ใช้ได้คลิกและแชร์ประโยคใหม่ๆ ภายใต้กรุ๊ป “ตราติ๊กเก้อ” อาทิ อยุธยา อลิอันซ์, ยาโยอิ, เอ็มเค, เอสซีบี ธนาคารไทยพาณิชย์, เพย์สบาย, ภูเรือ มิวสิค เฟสติวัล เวชพงศ์โอสถ และ เบนโล (เช็ครายชื่อพันธมิตรด้วยจ้า มีอีกเพิ่มได้นะ) ให้ผู้ใช้เลือกประโยคจากกรุ๊ป “ตราติ๊กเก้อ” และแชร์พร้อมรูปภาพขึ้นบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก เช่น Facebook, Instagram เป็นต้น ลุ้นรับเสื้อยืดสุดแนว โดยแคมเปญดังกล่าว จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 17 พ.ค. เป็นต้นไป

“ติ๊กเก้อเกิดจากแนวคิดว่าอยากให้คนใช้ได้สนุกกับการใช้แอพพลิเคชั่นง่ายๆ ตอนนี้มีผู้ใช้ประมาณ 3 ล้านราย ติ๊กเก้อจึงคิดเกมให้ทุกคนได้สนุกร่วมกันแบบไม่ต้องคิดมาก แค่มาแชร์รูปพร้อมประโยคโดนใจเหล่านี้ขึ้นบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก ติดตามกติกาได้ที่ Facebook Fanpage ของติ๊กเก้อ ลุ้นรับเสื้อยืด ใส่แล้วมาร่วมเป็นครอบครัวติ๊กเก้อด้วยกัน” นายยุคลอาจ กล่าว

สำหรับพันธมิตรที่ร่วมกับติ๊กเก้อสร้างสรรค์แคมเปญครั้งนี้ จะได้สร้างความใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากขึ้น สร้างการจดจำในสินค้าที่มาพร้อมกับความสนุกสนาน ซึ่งด้วยฐานลูกค้าหลักล้านรายของติ๊กเก้อ เชื่อว่าจะช่วยในด้านการสื่อสารภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์พันธมิตรได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ติ๊กเก้อ ยังเตรียมแคมเปญอีกมากไว้ให้ผู้ใช้ได้ร่วมเล่นอย่างต่อเนื่อง โดยต่อไปเตรียมพบกันในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป ที่จะจัดช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้!!

View :916
Categories: Press/Release Tags:

โพลีคอมแต่งตั้ง แบรด เกรย์ เป็นผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

May 21st, 2013 No comments
แบรด เกรย์

แบรด เกรย์

สิงคโปร์ – 20 พฤษภาคม 2556: โพลีคอม อิงค์ (Nasdaq: PLCM) ผู้นำระดับโลกในด้านระบบสื่อสารและการทำงานร่วมกันแบบครบวงจร (Unified Communications and Collaboration – UC&C) บนมาตรฐานเปิด ประกาศแต่งตั้ง แบรด เกรย์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีหน้าที่บริหารจัดการธุรกิจและผลักดันยอดขายในภูมิภาคนี้ รวมไปถึงการพัฒนาธุรกิจในตลาดใหม่ๆ เช่น อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย

ด้วยประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า 22 ปีในธุรกิจไอที โทรคมนาคม และเครือข่ายองค์กร เกรย์จะมุ่งเน้นการขยายฐานคู่ค้าและพันธมิตรของโพลีคอมสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงการเสริมสร้างสัมพันธภาพกับผู้ให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโซลูชั่นแบบโฮสต์ เกรย์มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านการพัฒนาธุรกิจ การบริหารงานคู่ค้าสัมพันธ์และกลยุทธ์สำหรับบริษัทข้ามชาติ ก่อนหน้าที่จะเข้าร่วมงานกับโพลีคอม เกรย์ได้ใช้เวลากว่า 11 ปีในการดำรงตำแหน่งผู้บริหารของ Juniper Networks ในเอเชีย-แปซิฟิก โดยเขาได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ทางด้านคู่ค้าสำหรับบริษัทฯ และขยายรายได้ให้เติบโตจนแตะระดับ 200 ล้านดอลลาร์ต่อปีสำหรับภูมิภาคนี้ นอกจากนี้เขายังเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารหลายตำแหน่งของ Bay Networks และ 3Com ในอินโดนีเซียอีกด้วย

“ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นหนึ่งในตลาดที่เต็มไปด้วยโอกาสใหม่ๆ มากมายสำหรับการขยายธุรกิจของโพลีคอม” ไมเคิล แอลป์ ประธานประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของโพลีคอมกล่าว “ผมรู้สึกดีใจอย่างมากที่แบรดเข้าร่วมคณะผู้บริหารที่แข็งแกร่งของเราในเอเชีย ด้วยความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับภูมิภาคนี้รวมถึงความเชี่ยวชาญในการเสริมสร้างศักยภาพแก่คู่ค้า ผมมั่นใจว่าเขาจะประสบความสำเร็จในการจัดการโอกาสและความท้าทายที่โดดเด่นในตลาดที่เต็มไปด้วยความหลากหลายนี้”

เกรย์มีประสบการณ์ทางด้านธุรกิจและวัฒนธรรมอย่างกว้างขวางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเพราะเขาเคยอาศัยและทำงานอยู่ในหลายๆ ประเทศในเอเชีย รวมถึงอินโดนีเซียและสิงคโปร์ และเขาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในการดำเนินธุรกิจใหม่ๆ การจัดทำแผนงานความร่วมมือสำคัญๆ และการบริหารทีมงานฝ่ายขาย ฝ่ายการตลาด และฝ่ายช่องทางจัดจำหน่ายซึ่งทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด

“ผมรู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทีมงานของโพลีคอมและมีโอกาสที่จะนำเสนอนวัตกรรมและโซลูชั่นที่เหนือชั้นให้แก่ตลาด เราจะประสานงานร่วมกับเครือข่ายคู่ค้าและพันธมิตรจำนวนมากเพื่อผลักดันการปรับใช้ระบบวิดีโอเพื่อการทำงานร่วมกันอย่างกว้างขวางมากขึ้น โดยเราจะกระชับความสัมพันธ์กับคู่ค้าและพันธมิตรที่มีอยู่ ควบคู่ไปกับการขยายฐานความร่วมมืออย่างแข็งแกร่ง” เกรย์กล่าว

View :375
Categories: Press/Release Tags:

เอฟดีเค จัดตั้งบริษัทสาขาในไทย ตั้งเป้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง

May 8th, 2013 No comments

กรุงเทพฯ, ประเทศไทย – 3 พฤษภาคม 2556 – เอฟดีเค (FDK) บริษัทในเครือของฟูจิตสึ กรุ๊ป และผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่ระดับโลก เปิดเผยแผนการขยายธุรกิจ ด้วยการจัดตั้งสำนักงานสาขาที่กรุงเทพฯ

สำนักงานสาขาแห่งใหม่นี้เริ่มเปิดดำเนินงานเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2556 โดยจะทำหน้าที่กระตุ้นยอดขายในตลาดใหม่ๆ เช่น เวียดนาม เมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา

นายมิชิมาซา โมชิซูกิ ประธานบริษัทเอฟดีเค คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ตลาดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแบตเตอรี่เติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเมื่อปีที่แล้ว ยอดขายของบริษัทเติบโต 10-15% ด้วยเหตุนี้ จึงตัดสินใจที่จะจัดตั้งบริษัทสาขาในประเทศไทย เพราะไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูงสุดในภูมิภาคนี้ เนื่องจากเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ระบบโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ที่แข็งแกร่ง เราคาดหมายว่าตลาดและยอดขายในส่วนนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทยังมองเห็นโอกาสที่ดีสำหรับ AEC ซึ่งจะเริ่มต้นในปี 2558 โดยจะส่งผลดีต่อธุรกิจของเราในภูมิภาคนี้”

นายมาซากิ มิอุระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอฟดีเค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ภารกิจแรกสำหรับสำนักงานสาขาในประเทศไทยก็คือ การขยายสำนักงานขายและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับฝ่ายการตลาด เพื่อผลักดันยอดขายในภูมิภาคนี้ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เมื่อปี 2555 บริษัทฯ ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น “PremiumG” ซึ่งเป็นแบตเตอรี่อัลคาไลน์ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่อัลคาไลน์รุ่นอื่นๆ ของฟูจิตสึ, “แบตเตอรี่แบบชาร์จไฟได้ของฟูจิตสึ” ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่มีการคายประจุไฟต่ำ และ “แบตเตอรี่สมาร์ทโฟนของฟูจิตสึ” สำหรับการชาร์จสมาร์ทโฟนอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ เรายังจัดหาระบบสตอเรจที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยมีการใช้เทคโนโลยีทั้งหมดที่เกี่ยวข้องของเอฟดีเค ทั้งในส่วนของชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์”

เอฟดีเคจะจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำคัญๆ เช่น แบตเตอรี่แห้ง, แบตเตอรี่ลิเธียม, แบตเตอรี่ Ni-MH, ลิเธียมไอออน คาปาซิเตอร์ และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านทางตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย

“ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทนำเสนอแก่ลูกค้าทั่วโลกสอดรับกับแนวคิดหลัก 3 ข้อ ได้แก่ 1. มุมมองที่มุ่งเน้นลูกค้าเป็นหลัก, 2. แนวทางการผลิตแบบ “Monozukuri” ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ รวมถึงการปรับปรุงระบบและกระบวนการผลิต และ 3. การสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่า โดยอาศัยเทคโนโลยีที่พัฒนาต่อยอดจากแบตเตอรี่อีกด้วย”นายมิอุระ กล่าวทิ้งท้าย

View :284
Categories: Press/Release Tags:

Sony announces its 2013 business directions with “One-Touch Entertainment” strategy

May 8th, 2013 No comments

Sony3

Bangkok, 3 May 2013 – Sony Thai co., ltd. today announced their vision statement, business direction and marketing strategy for fiscal year 2013 at Sony Press Conference 2013. To reinforce the company’s business growth, Sony introduces its new “Be Moved” communication message in which the consumers can unboundedly capture every touching moments in their lives through the use of Sony’s technology. Sony also offers a new dimension of integrated entertainment and communication, giving consumers the ease and flexibility to share content across different platforms through “One-Touch Entertainment” solution. Furthermore, Sony officially launched its new product line-up including BRAVIA TV, XPERIA Tablet Z, Cyber-shot camera, HandyCam®, home theater set and many more to highlight the company’s strengths in innovative technologies designed to elevate consumers’ entertainment experiences by allowing them to enjoy content and unique applications across various screen sizes and devices while at home or on the go. Lastly, the company also announces its new NEX camera presenter Toey Jarinporn Joonkiat. This move is in response to the company’s refreshed business direction, and positions the company to deliver on its 2013 goals.

Mr. Toru Shimizu, Managing Director, Sony Thai Co., Ltd. said that, “Last year, the overall electricity and portable device market was affected by both positive and negative factors. However, we managed to grow our businesses in many key product categories, especially in smartphone and Interchangeable Lens Digital Cameras segments. Sony has gained 150 percent growth in Xperia™ Sony Smartphone segment, and 50 percent growth in Alpha and NEX camera segment as a result of our effective marketing strategy and the fact that our products respond to the needs of our target customers. In 2013, we expected that the television segment will grow 15 percent in accordance with technological advancement in Thailand’s digital television this year. We are confident that our BRAVIA TV will deliver superb graphic quality as well as the best-sounding, richest audio experience available on a television.”

In addition, Sony is aiming to strengthen its business growth with Sony’s high quality innovations. With new “Be Moved” communication message, Sony aims to create a new dimension of integrated entertainment experience and to communicate how the brand keeps on touching the lives of portable device users around the world. Moreover, the new One-Touch Entertainment solution helps consumers make sharing content easier than ever. Sony is now driving innovation in its products by leveraging NFC (Near Field Communication) technology and placing it at the heart of content sharing with one-touch. For example, consumers can connect Xperia Z smartphone to stereo, BRAVIA TV screen or portable speakers and headphones or Play Station with just one-touch, and no need for wires, passwords or docks.

Sony1

“This year, Sony plans to move its business forward through 3 key strategic business segments including Consumer Products segment, Professional Products segment, and Sony Mobile Communications segment which is responsible for Xperia smartphone and Xperia tablet. The Sony Xperia Z smartphone is the key product for leveraging our latest One-Touch Entertainment technology in order to deliver the simplicity of one-touch to customers in connecting their entertainment experience with other Sony’s new NFC enabled products. With this new strategy, high-quality innovative products, and promotional activities that respond to consumers’ needs, we are confident that our business will grow over 10 percent in 2013,” Mr. Shimizu added.

Sony also announces its new presenter for NEX camera, Toey Jarinporn Joonkiat and reveals its 2013 product line-up that equipped with latest technology in many segments such as TVs, digital imaging, and IT products. Mr. Pinyo Sanguansethakul, Senior Director, Consumer Sales Division, Sony Thai Co., Ltd., explained that “The reason we chose Toey to become our new presenter is her cheerful and lively personality which clearly reflects lifestyle of NEX camera’s target group. Apart from Thailand, Toey will also appear in Sony’s communication campaign in more than 10 countries including Malaysia, Singapore, Vietnam, Indonesia, Philippines etc.

“Sony’s innovations have always been embraced by Thai customers. We achieved strong growth in many areas such as Alpha and NEX DSLR camera, Hybrid notebooks (VAIO Duo 11) which succeeded as number 1 in the market and Xperia smartphone. We are confident that we will achieve a solid turnaround this year as a result of a strong lineup of 18 new BRAVIA TVs with 4K HD available in 55” and 65” models. Featuring a new sleek design, Sense of Quartz, BRAVIA TV also comes with new Triluminos technology that gives the best picture quality. In addition, Sony also launches a brand new Xperia tablet Z, while introducing more than 15 new Cyber-shot and HandyCam cameras.”

Product Lineup
To showcase the ‘One-Touch Entertainment’ strategy, Sony promises to offer diversified products with sleek design and advanced technology to connect entertainment experiences across devices and platforms for consumers. To create vibrant experiences for consumers in Thailand’s AVIT market, the company has announced the launch of the following models;

BRAVIA Televisions – 18 newly introduced models with Sense of Quartz that gives sleek design, showcasing fine picture quality equipped with TRILUMINOS Display and X-Reality Pro. Product highlights include the BRAVIA X9004A Series that equipped with 4K X-Reality Pro and the BRAVIA W954A Series with full HD, TRILUMINOS Display, and support One-Touch Mirroring (W954A, W804A and W704A) via Sony’s One-Touch remote control.

Xperia™ Tablet Z – includes the very best of Sony technology. With a 10.1” HD WUXGA Display, powered by Mobile BRAVIA Engine 2, it delivers enhanced color reproduction for a brilliant TV-like viewing experience. Equipped with an 8MP rear camera featuring “Exmor R for mobile”, the tablet also comes with HDR water proof and 1.5GHz Qualcomm® APQ8064+MDM9215M Quad Core CPU.

Home Entertainment – includes BDV-N9100W Blue-Ray home cinema system. Comes with powerful performance of Magnetic Fluid speakers, these thin yet effective speakers reproduce 1000W of clear, undistorted Hi-Fi sound. It also supports One-Touch Entertainment technology using NFC from smartphone. Equipped with Built-in Wi-Fi, consumers can enjoy endless entertainment online.

Cyber-shot Digital Cameras – 7 new models such as DSC-HX300 with a 20.4 megapixel Carl Zeiss Vario-Sonnar T and 50x optical zoom lens and DSC-TX30 with a 18.2 mega pixel Carl Zeiss Vario-Sonnar T and Exmor R CMOS sensor.
HandyCam Video Cameras – 8 new models including NEX-VG30 Interchangeable Lens Digital Cameras and Action Cam HDR-AS15 which is a rugged, wearable full HD video camcorder with built-in Wi-Fi.

VAIO – 2 new models including the outstandingly designed VAIO Fit 14E / 15E and VAIO Fit 14 and 15. These models also support NFC sharing and will be available in June 2013.

To find out more, visit Sony dealers and Sony Stores nationwide or contact Sony Customer Service Center, Tel 0-2715-6100, or visit www.sony.co.th

View :1573
Categories: Press/Release Tags:

ดีแทค – ซัมซุง จับมือโปรโมต Samsung Galaxy Note 8.0 และ Samsung Galaxy S4

May 3rd, 2013 No comments

dtac_Samsung Galaxy S4_1595OOrz
ด้วยแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตคุ้มค่าบนเครือข่ายใหม่ รับส่วนลดรายเดือนสูงสุด 8,280 บาท

3 พฤษภาคม 2556 – ดีแทคและซัมซุงร่วมมือกันโปรโมตแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด Samsung Galaxy Note 8.0 และ Samsung Galaxy S4 ที่ศูนย์บริการดีแทคทั่วประเทศ มอบประสบการณ์อินเทอร์เน็ตที่ดีที่สุดบนเครือข่ายดีแทคด้วยแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตคุ้มค่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อ Samsung Galaxy S4 รับสิทธิ์สมัครแพ็กเกจสมาร์ทโฟน เพียง 539 บาทจากราคาปกติ 999 บาท รับส่วนลดรายเดือนสูงสุด 8,280 บาท ใช้งานอินเทอร์เน็ตบน 3G/Edge ได้ไม่จำกัดด้วยความเร็ว 3G สูงสุด 2GB โทรฟรีทุกเครือข่าย 550 นาที พิเศษพร้อมแพ็กเกจ dtac Deezer ให้ฟังเพลงได้ไม่จำกัด 20 ล้านเพลงทั่วโลก ใช้งานได้นาน 18 เดือน

และสำหรับลูกค้าที่ซื้อ Samsung Galaxy Note 8.0 สามารถเลือกแพ็กเกจใช้งานได้อย่างจุใจจากแพ็กเกจยอดนิยม 2 แพ็กเกจประกอบด้วยแพ็กเกจที่เหมาะสำหรับลูกค้าโทรและเน็ต แพ็กเกจสมาร์ทโฟน 539 บาทจากราคาปกติ 999 บาท และ แพ็กเกจสำหรับเล่นเน็ตโดยเฉพาะ แพ็กเกจแอร์การ์ดแท็บเล็ต 199 บาท รับส่วนลดรายเดือนสูงสุด 2,400 บาท จากปกติ 399 บาท ใช้งาน 3G/Edge ได้ไม่จำกัด ความเร็ว 3G สูงสุด 1GB ใช้งานได้นาน 12 เดือน

พิเศษ ลูกค้าที่ซื้อ Samsung Galaxy Note 8.0 ราคา 15,200 บาท หรือ Samsung Galaxy S4 ราคา 21,900 บาท ที่ดีแทครับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 6เดือน และผ่อน 0% นาน 10 เดือนตามลำดับ ทั้งสองรายการรับเครดิตเงินคืน 3% เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตธนาคารไทยพาณิชย์ รวมทั้งรับสิทธิ์รับประกันเครื่องสมาร์ทโฟนจากดีแทคนานขึ้นถึง 15 เดือน

ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการดีแทคทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดได้ที่ www.dtac.co.th หรือดูข้อมูล Samsung Galaxy Note 8.0 และ Samsung Galaxy S4 ได้ที่ www.samsung.com

View :561
Categories: Press/Release Tags:

ดีแทคปลื้มติดโผบริษัทมหาชนรายใหญ่ของโลกจากการจัดอันดับล่าสุดโดยฟอร์บส์

May 2nd, 2013 No comments

30 เมษายน 2556 – บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทคภูมิใจติดรายชื่อ 1 ใน 16 บริษัทไทยจากการที่นิตยสารฟอร์บส์ประกาศรายชื่อบริษัทมหาชนรายใหญ่ของโลก 2,000 บริษัท โดยนิตยสารฟอร์บส์ ทำการจัดอันดับบริษัทมหาชนรายใหญ่ที่สุดของโลกประจำปี 2012 ที่ผ่านมาและมีการเผยแพร่ในเว็บไซต์ฟอร์บส์

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่าเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เป็น 1 ในรายชื่อบริษัทมหาชนรายใหญ่ของโลก 2,000 บริษัท หรือ The World’s Biggest Public Companies และเป็น 1 ใน 16 บริษัทไทยประจำปีนี้จากการประกาศอันดับประจำปีของฟอร์บส์ โกลบอล 2000 บริษัทชั้นนำ จากนิตยสารฟอร์บส์ ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยวกับธุรกิจและการเงินชื่อดังในสหรัฐอเมริกาและการจัดอันดับประจำปีประเภทต่างๆ ที่สนใจกันทั่วโลก

ทั้งนี้นิตยสารฟอร์บส์ได้มีเกณฑ์การตัดสินและพิจารณาจัดอันดับบริษัทมหาชนทั่วโลกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จากมูลค่าตลาดทั้งหมดทุกบริษัทโดยคำนวณเป็นเงินสกกุลดอลลาห์สหรัฐอเมริกา (USD) ดรรชนีวัดยอดขาย กำไรสุทธิ สินทรัพย์ และมูลค่าตลาด เป็นต้น และประกาศการจัดอันดับทางเว็บไซต์ www.forbes.com/global2000/

นายจอน กล่าวต่อไปว่า “ดีแทคได้ประสบความสำเร็จในปี 2555 โดยบริษัทฯ มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ทั้งในส่วนของกำไรสุทธิ ยอดลูกค้าใหม่ในระบบเพิ่มขึ้น โดยดีแทค มีรายได้รวมทั้งสิ้น 8.95 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงขึ้นร้อยละ 13.0 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา (YoY) โดยเรายังได้เสร็จสิ้นการยกระดับโครงข่ายทั่วประเทศ รวมทั้งการขยายโครงข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 850 MHz และในเวลาเดียวกัน รายได้ของบริษัท ฯ ยังสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในด้านธุรกิจบริการเสริม การเติบโตในธุรกิจข้อมูลอินเทอร์เน็ต และการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าใหม่เป็นอย่างมาก”

โดยไตรมาสแรกของปี 2556 นั้น ดีแทคมีรายได้จากการดำเนินงาน รวมทั้งสิ้น 23.9 พันล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างแข็งแกร่งร้อยละ 6.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกับปีที่แล้ว (YoY) รายได้จากการให้บริการเติบโตสูงถึงร้อยละ 9.1 จากไตรมาสเดียวกันปีก่อนและร้อยละ 2.6 จากไตรมาสก่อน

“สำหรับปี 2556 นี้ เราจะยังคงมุ่งมั่นในปรัชญาลูกค้าคือศูนย์กลาง หรือ customer centricity เพื่อนำความพอใจสูงสุด และประสบการณ์ที่ดีที่สุดมาสู่ลูกค้า นอกจากนี้ แผนลงทุนของดีแทคในปี 2556-2558 เท่ากับ 3.4 หมื่นล้านบาท เพื่อให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ย่าน 2.1GHz ที่ครอบคลุมประชากรได้ร้อยละ 80 ภายในปี 2558 ซึ่งเร็วกว่าข้อกำหนดของ กสทช. ถึง 1 ปี และเมื่อเริ่มให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ย่าน 2.1GHz ดีแทคจะเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวในประเทศไทยที่ดำเนินการบน 3 เครือข่าย ได้แก่ 1800MHz 850 MHz และ 2.1GHz ทำให้เราเป็นผู้ประกอบการที่มีแบนด์วิธกว้างที่สุด สนับสนุนการใช้บริการที่เพิ่มขึ้นได้เป็นอย่างดีและรองรับการใช้งานของโทรศัพท์เคลื่อนที่ได้หลากหลายที่สุด โดยเราคาดว่าจะเริ่มให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ย่าน 2.1GHz ภายในไตรมาส 2 ของปี 2556” นายจอน กล่าวในที่สุด

View :388
Categories: Press/Release Tags:

PropertyGuru เปิดตัวประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด เสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ในภูมิภาค

April 23rd, 2013 No comments

นายบียอร์น สปรีนเจอส์

นายบียอร์น สปรีนเจอส์


นักการตลาดมือฉมัง นายบียอร์น สปรีนเจอส์ พร้อมนำความสามารถและประสบการณ์ในระดับเวิลด์คลาสมาเสริมทัพทีมเว็บไซต์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ชั้นแนวหน้าของเอเชีย

พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป (PropertyGuru Group) ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของ DDproperty.com – เว็บไซต์ค้นหาอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของเมืองไทยเปิดตัวสมาชิกใหม่ในทีมบริหาร ได้แก่ นายนายบียอร์น สปรีนเจอส์ ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาดหลังจากที่ได้มีการประกาศแต่งตั้งสมาชิกในทีมบริหารในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน, ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และผู้จัดการประจำประเทศมาเลเซียไปก่อนหน้านี้

สำหรับการเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ นายบียอร์นจะดูแลรับผิดชอบภาพรวมของธุรกิจ ผู้บริโภค และการตลาดออนไลน์ รวมไปถึงการสื่อสารต่างๆ ทั้งภายในและระหว่างองค์กร โดยนายบียอร์นจะเป็นกำลังสำคัญในการดำเนินกลยุทธ์ทางด้านการตลาดเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์และชื่อเสียงขององค์กร

โดยก่อนหน้านี้ นายบียอร์นมีประสบการณ์ในการนำทีมการตลาดด้านผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ให้กับแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่อย่างฟิลิปส์มานานถึง 11 ปี โดยนายบียอร์นเป็นหัวหอกคนสำคัญที่ทำให้แบรนด์ของฟิลิปส์เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีการแข่งขันสูงอย่างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันและเครื่องครัว รวมไปถึงแบรนด์ผลิตภัณฑ์ของฟิลิปส์ในระดับพรีเมี่ยมอย่าง AVENT และ Sonicare

ทั้งนี้ การเสริมทัพทีมผู้บริหารในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ PropertyGuru ได้สร้างประวัติศาสตร์ในการสร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึง 96% และมีจำนวนผู้ใช้บริการออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 60% ในปี 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งความสำเร็จแบบเป็นประวัติการณ์ในครั้งนี้เกิดขึ้นจากกลยุทธ์ทางการตลาดที่สร้างสรรค์ นวัตกรรมในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการค้นหาที่อยู่อาศัยให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย

“ตั้งแต่แรกเริ่ม PropertyGuru ได้กำหนดทิศทางของตัวเองให้เป็นผู้นำในการค้นหาที่อยู่อาศัยสำหรับคนรุ่นใหม่ซึ่งเป็นการค้นหาแบบฉลาดและรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นผู้ให้บริการรายแรกๆ ที่ช่วยให้บรรดาตัวแทนอสังหาริมทรัพย์และเหล่าผู้ประกอบการสามารถโฆษณาและขายอสังหาริมทรัพย์ของตนผ่านช่องทางออนไลน์ได้อีกด้วย ซึ่งการได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่มีไฟและเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจเช่นนี้ นับเป็นความภูมิใจของผมเป็นอย่างยิ่ง และผมมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ PropertyGuru ให้ดียิ่งขึ้น” นายบียอร์น กล่าว

ด้านนายสตีฟ เมลฮูอิช ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานกรรมการบริหารพร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ปกล่าวว่า “นับเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของเราที่ได้สมาชิกที่มากไปด้วยประสบการณ์และความสามารถอย่างบียอร์นมาร่วมทีม ซึ่งผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า บียอร์นจะเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์ PropertyGuru และบริษัทในเครือเติบโตยิ่งๆ ขึ้นไปในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นจุดยืนและความเป็นผู้นำของแบรนด์ในตลาด รวมไปถึงการเสริมสร้างบริการที่น่าประทับใจให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขายอสังหาริมทรัพย์ให้มากยิ่งขึ้น”

View :400
Categories: Press/Release Tags:

“โมทีฟ” เข้าร่วม MFEC Group บุกกลุ่มธนาคาร-ประกันเพิ่มหลังพบการเติบโตสูง

April 22nd, 2013 No comments

“วรพจน์ อนุเอกจิตร” กรรมการผู้จัดการ โมทีฟ เทคโนโลยี เผยการเข้าร่วมเป็นหนึ่งใน MFEC Group ถือว่าเดินมาถูกทาง ทำให้การขยายธุรกิจทำได้คล่องตัวขึ้น ด้วยต้นทุนลดลง ในขณะที่องค์กรมีขนาดใหญ่มีธุรกิจครบวงจร ครองใจลูกค้าได้เหนียวแน่น คุยปีนี้พร้อมบุกลูกค้ากลุ่มสถาบันการเงิน- ประกันเพิ่ม หลังพบงบลงทุนสูง เชื่อดันผลงานเติบโตโดดเด่น ส่วนปีหน้าพร้อมใช้จุดแข็ง MFEC Group เจาะตลาดเพื่อนบ้านรับ AEC เต็มสูบ

วรพจน์ อนุเอกจิตร

วรพจน์ อนุเอกจิตร


นายวรพจน์ อนุเอกจิตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมทีฟ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ MOTIF บริษัทไทยแท้ผู้นำด้านการวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใช้ในระบบงานโอเปอเรชั่นของสถาบันการเงินการธนาคาร งานกฎหมาย การบริหารองค์กรภาครัฐของไทย ในเครือ MFEC Group กล่าวว่า การเข้ามาเป็นหนึ่งใน MFEC Group ในช่วงที่ผ่านมา ถือว่าบริษัทได้เดินมาถูกทาง โดยทั้งโมทีฟ และ บริษัทในเครือ MFEC Group สามารถใช้จุดแข็งของกันและกัน สนับสนุนให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง รับมือกับการแข่งขันจากยักษ์ใหญ่ข้ามชาติได้อย่างคล่องตัว โดยใน MFEC Group โมทีฟ จะทำหน้าที่เป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ หรือ โซลูชั่นเฉพาะทางให้กับ MFEC Group โดยเน้นกลุ่มธุรกิจ หรือลูกค้าแบบเฉพาะเจาะจง เพื่อให้สามารถแข่งขัน รวมทั้งสามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ต่างชาติได้ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นระบบงานติดตามหนี้ หรือระบบงานกฎหมายของธนาคาร โดยจุดเด่นของซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยโมทีฟ คือ มีแนวปฏิบัติของซอฟต์แวร์ที่สอดคล้องกับระเบียบ ข้อบังคับของกฎหมายไทยที่ต่างชาติไม่สามารถทำได้ จึงทำให้เป็นซอฟต์แวร์ที่ได้รับการยอมรับจากธุรกิจการเงินการธนาคาร ตลอดจนกลุ่มรัฐวิสาหกิจ และภาครัฐอย่างกว้างขวางจนถึงปัจจุบัน ซึ่งโมทีฟ ถือว่าเป็นผู้นำในธุรกิจซอฟต์แวร์ด้านนี้

“ภายหลังการเข้าเป็นส่วนหนึ่งใน MFEC Group ทำให้เรามีเวลาทำงานที่เราถนัด คือ การพัฒนาซอฟแวร์ได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องห่วงงานด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการตลาด งานฮาร์ดแวร์ หรือระบบความปลอดภัยเครือข่าย รวมทั้ง Technology ด้านโครงสร้างต่างๆ เพราะทาง MFEC Group มีทีมงานที่เชี่ยวชาญมากกว่าและรับไปดูแลแทน ทำให้โมทีฟ ทุ่มเทเวลาให้กับงานวิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อย่างเต็มที่ จนสามารถพัฒนาซอฟต์แวร์คุณภาพป้อนให้กับ MFEC กรุ๊ปได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถพัฒนาบุคลากรเฉพาะทาง เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคตได้อย่างเต็มที่ ซึ่งพูดได้ว่าเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ด้วยต้นทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญกับการแชร์คอสต์ร่วมกันใน MFEC Group จึงทำให้มั่นใจว่า โมทีฟจะขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างโดดเด่นตามเป้าหมายที่วางไว้ได้” นายวรพจน์ กล่าว

สำหรับการขยายธุรกิจในปีนี้เขากล่าวว่า ทางโมทีฟได้วางเป้าหมายไว้ 2 ด้านคือการขยายฐานลูกค้า และการพัฒนาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางให้สามารถต่อยอดธุรกิจให้กับลูกค้าได้อย่างคล่องตัว โดยการขยายฐานลูกค้าในปีนี้จะให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจในแนวลึก คือ พัฒนาโซลูชั่นใหม่ให้ลูกค้าเดิมได้ใช้งานเพิ่มขึ้น เพื่อต่อยอดให้ลูกค้าประสบความสำเร็จทางธุรกิจ และโมทีฟก็เติบโตไปด้วยกัน ควบคู่กับการขยายธุรกิจในแนวกว้าง คือ เพิ่มลูกค้าใหม่ๆ ในอุตสาหกรรมเดิม คือ การเงินการธนาคาร ประกันภัย ประกันชีวิต ธุรกิจด้านบริหารทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ ตลอดจนงานภาครัฐ และรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มสถาบันการเงิน และ กลุ่มประกัน เนื่องจากธุรกิจดังกล่าวมีแนวโน้มเติบโตสูงตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ ทำให้มีการลงทุนด้านเทคโนโลยีเป็นจำนวนมากเพื่อรองรับการเติบโตและรับมือกับกับการแข่งขันในระดับภูมิภาค ซึ่งคาดว่าจะสนับสนุนให้รายได้และกำไรของบริษัทเติบโตไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ ซึ่งในปีนี้โมทีฟวางเป้าหมายรายได้ไว้ที่ 150 ล้านบาท เติบโตประมาณร้อยละ 20 จากปีก่อน ส่วนกำไรคาดว่าจะทำได้สูงถึงร้อยละ 20 ของรายได้

ส่วนการขยายฐานธุรกิจออกสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจภายหลังประเทศในภูมิภาคอาเซียนรวมตลาดเป็นหนึ่งเดียวภายใต้ชื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC นายวรพจน์ กล่าวว่าทางโมทีฟมีความพร้อมเป็นอย่างดี ทั้งซอฟแวร์และบุคลากร และมีแผนที่จะพัฒนาศักยภาพทางด้านการสื่อสารของบุคลากรในส่วนของภาษาอังกฤษเพิ่มเติม โดยการเข้าไปขยายฐานในตลาดต่างประเทศ จะรวมกันเป็นทีมงานในนาม MFEC Group ที่มีภาพลักษณ์ของความเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีความพร้อมทั้ง ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ บุคลากร เงินทุน พันธมิตร และความเชี่ยวชาญทางธุรกิจ โดยคาดว่าจะเริ่มที่ประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียงอาทิ พม่า และลาวก่อน โดยในส่วนของโมทีฟ จะใช้จุดแข็งที่เป็นเจ้าของซอฟต์แวร์ มีทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของตัวเองเข้าไปร่วมขยายธุรกิจกับพันธมิตรในท้องถิ่น ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

View :932
Categories: Press/Release Tags:

ดีแทคร่วมสนับสนุนกระทรวงพาณิชย์ ลงนามใน MoU เพื่อการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทย

April 22nd, 2013 No comments

22 เมษายน 2556 – ดีแทคร่วมเป็นหนึ่งในภาคเอกชนสนับสนุนนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ในการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทย ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มุ่งใช้เทคโนโลยีสื่อสารไร้สายเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศโดยรวมในที่สุด

ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว ดีแทคจะให้การสนับสนุนกระทรวงพาณิชย์ในเรื่องของการให้บริการชำระเงิน ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินการธนาคารผ่านโทรศัพท์มือถือได้อย่างรวดเร็ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปธนาคาร เป็นการก้าวข้ามอุปสรรคเรื่องเวลา สถานที่ รวมถึงความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงิน หรือการให้บริการทางการเงินอีกด้วย

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจด้านการสื่อสาร ดีแทคมีความพร้อมที่จะนำเทคโนโลยีสื่อสารไร้สายมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และมีการคิดค้น สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ภายใต้เครือข่ายสัญญาณที่ครอบคลุม และแอพพลิเคชั่นที่มีความปลอดภัย ดีแทคจะใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสให้ประชาชนในการเข้าถึงบริการด้านการเงิน และมีแผนที่จะเปิดตัว บริการด้านการเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Financial Services) เร็วๆ นี้
dtac-032_o
ในภาพ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ (แถวหลัง ที่ 5 จากซ้าย) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจค้าส่งค้าปลีกไทย โดยมี ดร.สรัณยา แสงหิรัญ (แถวหน้า ที่ 4 จากซ้าย) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) ผู้แทนบริษัทฯ ร่วมลงนาม

View :721
Categories: Press/Release Tags: