Archive

Archive for July, 2012

ดีแทคจัดโปรโมชั่น iPhone Best Deal แบบไม่มีข้อผูกมัดเพื่อลูกค้าดีแทค มอบส่วนลดสูงสุด กว่า 11,000 บาท ผ่อน 0% นาน 10 เดือน

July 9th, 2012 No comments

9 กรกฎาคม 2555 – ดีแทคมอบข้อเสนอเอาใจลูกค้าดีแทคที่สนใจเป็นเจ้าของสมาร์ทโฟนด้วยโปรโมชั่นใหม่ล่าสุด iPhone Best Deal นำ iPhone 4/4S มาจัดรายการมอบส่วนลดสูงสุดรวมค่าเครื่องและแพ็กเกจกว่า 11,000 บาท ร่วมทีมด้วยสมาร์ทโฟนยอดนิยมอีกหลายรุ่นที่มอบทั้งส่วนลดและความคุ้มค่าจากแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตแบบไม่จำกัดและข้อเสนอการชำระเงินแบบสบายใจ

ลูกค้าดีแทคและแฮปปี้สามารถเป็นเจ้าของ iPhone 4/4S จากดีแทคได้อย่างสะดวกและคุ้มค่าได้แล้ววันนี้ด้วยข้อเสนอจากโปรโมชั่น iPhone Best Deal ที่มอบส่วนลดพิเศษ โดยรุ่นท็อปสุดของร้านคือ รุ่น 64GB มอบส่วนลดค่าเครื่อง 4,750 บาท และส่วนค่าแพ็กเกจ 6,480 บาท รวมมูลค่าส่วนลดมากกว่า 11,000 บาท รับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน และใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างจุใจและคุ้มค่าจากแพ็กเกจ Smartphone 899 ที่มอบส่วนลดค่าบริการรายเดือนเป็นพิเศษจากเดือนละ 899 บาท เป็น 539 บาท ลูกค้าสามารถเล่นอินเทอร์เน็ตบน3G/EDGE ได้ไม่จำกัด ใช้ 3G ความเร็วสูงสุด 2GB โทรฟรีทุกเครือข่าย 550 นาที พร้อมใช้งาน ได้ไม่จำกัดด้วย

โปรโมชั่น iPhone Best Deal ยังนำทัพ iPhone4/4S รุ่นอื่น ๆ รวมถึงสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ชั้นนำต่าง ๆ เข้าร่วมรายการมอบส่วนลดพิเศษพร้อมผ่อน 0% นาน 10 เดือนสำหรับลูกค้าดีแทคมากมายประกอบด้วย Samsung Galaxy Note, Samsung Galaxy SII และ HTC Sensation XL โดยทุกรุ่นทุกรายการไม่มีการทำสัญญา ไม่มีค่าปรับหรือข้อผูกมัดใดๆกับลูกค้า ลูกค้าดีแทคและแฮปปี้ที่มีอายุการใช้งาน 90 วันขึ้นไปและลูกค้าที่ทำการย้ายค่าย (MNP) เรียบร้อยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ดีแทคเซ็นเตอร์ สำนักงานบริการลูกค้าดีแทค และร้านค้าที่ร่วมรายการตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2555 หรือสามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.dtac.co.th

View :1264

OPPO เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นบางที่สุดในตลาด OPPO FINDER X9017

July 8th, 2012 No comments

OPPO (ออปโป้) เดินหน้ารุกตลาดสมาร์ทโฟน ด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ตัวแรง รุ่นใหม่ล่าสุด ชูจุดเด่นดีไซน์เฉียบ ขึ้นชั้นสมาร์ทโฟนที่บางที่สุดในขณะนี้ เพียง 6.65 มิลลิเมตร ผลิตด้วยโลหะชั้นดี คงทน แข็งแรง หน้าจอแสดงผล Super Amoled plus ขนาด 4.3 นิ้ว ความละเอียด 800×480 พิกเซล เสริมด้วยกระจกจอ Gorilla glass ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android 4.0.3 Ice Cream Sandwich หน่วยประมวลผล CPU Qualcomm dual-core 1.5 GHz RAM 1 GB พื้นที่เก็บข้อมูลภายในเครื่อง 16 GB คุณภาพล้ำเกินราคา เจาะกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์โดดเด่น อินเทรนด์ และชื่นชอบการถ่ายภาพ

นายซู ยี่ แดน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โอ พี พี โอ ไทย จำกัด หรือ OPPO (ออปโป้) เปิดเผยว่า หลังจากที่ OPPO ได้เปิดตัว OPPO Find 3 สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นแรกในไทยไปเมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดี จนสินค้าไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แต่เพื่อต่อยอดความสำเร็จและตอบสนองความต้องการด้านเทคโนโลยีสุดล้ำ ที่มาพร้อมดีไซน์โดดเด่น บริษัทฯ ได้เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด OPPO Finder X9017 ด้วยจุดเด่นด้านดีไซน์ที่เรียบหรู และฟังก์ชันการใช้งานที่ง่าย ตอบโจทย์การใช้งานของไลฟ์สไตล์ชีวิตออนไลน์ พร้อมชูจุดเด่นด้านดีไซน์ด้วยความบางเฉียบเพียง 6.65 มิลลิเมตร ซึ่งถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นที่บางที่สุดในขณะนี้ที่มีวางขายในตลาด ณ ปัจจุบัน

OPPO Finder X9017 ตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพได้เป็นอย่างดี ด้วยกล้องถ่ายรูปความละเอียด 8 ล้านพิกเซล เลนส์คุณภาพเยี่ยมจาก Sony ให้ภาพมีความคมชัดสมจริง และมีกล้องหน้า 1.3 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดช่วยถ่ายภาพชื่อว่า Rewind โหมดช่วยการถ่ายภาพต่อเนื่อง 5 ภาพ และสามารถเปลี่ยนรูปหน้าของบุคคลที่อยู่ในภาพ ให้หันซ้าย หันขวา หรือยิ้มก็ได้ เรียกได้ว่าไม่ว่าจะถ่ายมุมไหน ช็อตไหน ก็สามารถปรับให้ภาพออกมาดีที่สุดได้ ทั้งยังสามารถจับภาพได้อย่างรวดเร็ว และเก็บรักษาช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดได้อย่างแม่นยำ

ด้านคุณภาพเสียง OPPO Finder X9017 ให้เสียงบริสุทธิ์ยอดเยี่ยมด้วย Dolby Mobile ไม่ว่าจะเปิดเพลงผ่านหูฟังหรือลำโพงก็ให้คุณภาพเสียงที่สุดยอด อินเตอร์เฟซเครื่องเล่นเพลงรองรับรูปแบบไฟล์เพลงได้หลากหลาย อาทิ Flac, ape, wma, mp3, aac, ra, ogg, amr, wav, midi รูปแบบวีดีโอเป็นแบบ
Full HD 1080P รองรับ HDMI ความถี่เครือข่าย WCDMA 850/900/2100MHz GSM: 850/900/1800/1900 MHz รองรับเครือข่ายของประเทศไทยได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะใช้ 2G หรือ 3G ไม่ต้องเปลี่ยนซิมหรือย้ายเครือข่าย

นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันพิเศษเอาใจคนไทยโดยเฉพาะ อาทิ ฟังก์ชันพยากรณ์อากาศที่แม่นยำโดยกรมอุตุนิยมวิทยา สนับสนุนปฏิทินจันทรคติไทย ฟังก์ชัน K1 พิมพ์ทันที ส่งทันใจ ง่ายสุด เร็วสุด ค้นเบอร์อัจฉริยะ รองรับการค้นหารายชื่อด้วยภาษาไทย อังกฤษและตัวเลข NearMe โน้ต สนับสนุนการบันทึกด้วยหลายรูปแบบ เช่น ลายมือส่วนตัว Graffiti รูปภาพ เป็นต้น มาพร้อมโปรแกรมแต่งรูป “Anyphoto” และโปรแกรม Quickoffice มีพอร์ต MHL (HDMI) สนับสนุนการส่งออก Video HD โปรแกรมป้องกันความปลอดภัย และโปรแกรมประหยัดแบตเตอรี่

“เท่านั้นยังไม่พอ เรายังมีบริการหลังการขายที่ให้บริการอัพเดทเวอร์ชันให้ลูกค้าฟรี และรองรับการรับข้อมูล PUSH จาก OTA อีกด้วย เพราะว่าในอนาคตจะรองรับบริการ cloud เช่น Cloud-Near me โน้ต ลิงค์ข้อมูลกับ Cloud ค้นหาตำแหน่งของโทรศัพท์มือถือเมื่อโทรศัพท์หาย ทั้งยังมี wallpaper และธีมให้โหลดฟรีอีกด้วย จึงหวังอย่างยิ่งว่าการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดครั้งนี้จะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี จนนำไปสู่ยอดขายที่น่าพอใจ” นายซู ยี่ แดน กล่าวทิ้งท้าย

View :1240

ไอดีซีระบุตลาดเครื่องพิมพ์ไทยยังคงเติบโตต่อเนื่องในไตรมาสแรกของปีนี้

July 8th, 2012 No comments

ไอดีซีเปิดเผยผลการวิจัยตลาดเครื่องพิมพ์ของประเทศไทยในไตรมาสแรกของปีนี้ โดยตลาดในภาพรวมนั้นฟื้นตัวกลับมาเติบโตอีกครั้งหลังจากชะลอตัวลงเพราะสถานการณ์อุทกภัยที่ทำให้การลงทุนภาครัฐ ภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาคครัวเรือนหดตัวในช่วงปลายปีที่แล้ว ซึ่งยอดจัดส่งเครื่องพิมพ์ในไตรมาสที่ 1 ปี 2555 มีถึง 480,000 เครื่อง คิดเป็นการขยายตัวในอัตรา 18.1% เมื่อเทียบกับยอดส่งมอบที่มีเพียง 407,000 เครื่องเท่านั้นในไตรมาสที่ 4 ปี 2554

นายโดโนแวน โลว์ นักวิเคราะห์สายงานศึกษาตลาดเครื่องพิมพ์ประจำไอดีซีประเทศไทยระบุว่า “ตลาดสินค้าที่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภคอย่างเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท และ เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชันเครื่องพิมพ์ฟื้นกลับมามีการเติบโตเป็นบวกอีกครั้ง โดยขยายตัว 11.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 ซึ่งมีการเติบโตติดลบ ส่วนยอดจัดส่งนั้นอยู่ที่ 344,000 เครื่อง คิดเป็น 71.7% ของตลาดเครื่องพิมพ์รวมในไตรมาสแรกของปีนี้”

โดยการเติบโตในไตรมาสที่ 1 ปี 2555 ของตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชันอยู่ที่ 10.7% และตลาดเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทอยู่ที่ 13.2%

“ตลาดเครื่องพิมพ์เลเซอร์และเครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันเองก็ฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด โดยมียอดจัดส่งเพิ่มขึ้น 46.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โครงการต่างๆ ของทั้งภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้องกับบริการจัดการด้านงานพิมพ์ (managed print services – MPS) เป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่ทำให้เกิดการขยายตัวในอัตราที่สูงเช่นนี้ นอกจากนี้โครงการจัดซื้อต่างๆ ที่ล่าช้ามาจากปลายปีที่แล้วเพราะน้ำท่วม ก็มีส่วนช่วยกระตุ้นตลาดด้วย”

ตลาดเครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันในไตรมาสที่ 1 ปี 2555 ขยายตัว 33.9% และเครื่องพิมพ์ตลาดเลเซอร์ขยายตัว 55.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

“โดยรวมถือว่าตลาดเครื่องพิมพ์ในประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีปัจจัยภายนอกเช่นน้ำท่วมเข้ามาชะลอตัวบ้างก็ตาม โดยในปัจจุบันนั้นผู้บริโภคจะยังคงอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา ในขณะที่ผู้ผลิตจะยังคงพยายามนำเข้าสินค้ารุ่นใหม่ๆ และนำเสนอกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อทั้งจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ” นายโดโนแวนเสริม

ภาพ 1: ยอดจัดส่งเครื่องพิมพ์ในประเทศไทย ประจำไตรมาสที่ 1 ปี 2555

ที่มา: Asia/Pacific Quarterly HCP Tracker, 1Q 2012
การฟื้นตัวของธุรกิจต่างๆ จากภาวะอุทกภัย ประกอบกับปริมาณการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นจะนำไปสู่โครงการจัดซื้อใหม่ๆ ในขณะเดียวกันโครงการจัดซื้อเดิมที่ถูกระงับหรือชะลอไว้ก่อนหน้านี้ก็มีแนวโน้มที่จะกลับมาดำเนินต่อเช่นกัน ที่สำคัญการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ ไอดีซีคาดการณ์ว่าปัจจัยบวกเหล่านี้จะทำให้ตลาดเครื่องพิมพ์ของไทยขยายตัวได้ 5.4% ในปี 2555 นี้

View :839

เอชพี ติดอาวุธเพิ่มศักยภาพให้ SME ส่งโซลูชั่น บริการ และโปรแกรมใหม่ รองรับความต้องการการทำงานแบบโมบายล์

July 8th, 2012 No comments

เอชพี ประกาศเปิดตัวโซลูชั่นและบริการใหม่เพื่อช่วยธุรกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มบี) ให้สามารถจัดการระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีของตนเพื่อรองรับความต้องการการใช้อุปกรณ์การทำงานแบบโมบายล์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน มีการใช้อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่จำนวนรวมทั้งสิ้นมากกว่า 1,100 ล้านเครื่องทั่วโลก(1) ทำให้องค์กรธุรกิจไม่ว่าจะมีขนาดใหญ่หรือเล็ก ต้องเผชิญกับความท้าทายที่เกิดจากการใช้อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบขององค์กร การจัดการ และการรักษาความปลอดภัยของอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่และข้อมูล ทั้งนี้ ระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบผนวกของเอชพี ( Converged Infrastructure) คือ คำตอบที่ดีที่สุด โดยเป็นสุดยอดแพลทฟอร์มที่สนับสนุนการเข้าใช้ข้อมูลและแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย นอกจากนี้ เอชพียังทำงานร่วมกับพันธมิตรผู้พัฒนาโซลูชั่นรายใหญ่ต่างๆ อาทิ ไซตริกซ์ ไมโครซอฟท์ และวีเอ็มแวร์ ส่งผลให้เอชพีช่วยลูกค้าให้สามารถรองรับความต้องการการใช้อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่และรองรับข้อมูลต่างๆ ได้มากขึ้น และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตอบสนองความต้องการทำงานแบบโมบายล์ที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องได้อย่างครบถ้วน

โซลูชั่นและบริการใหม่ของเอชพี ได้แก่ นวัตกรรมโซลูชั่นเทคโนโลยีสุดล้ำ บริการที่เปี่ยมประสิทธิภาพ และหลักสูตรการฝึกอบรมที่หลากหลาย เพื่อให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่มีทรัพยากรอย่างจำกัด สามารถพัฒนาระบบไอทีของตนให้ใช้งานง่าย และยังเพิ่มประสิทธิภาพการทำคอลลาบอเรชั่นในสภาพแวดล้อมที่มีการติดต่อสื่อสารแบบโมบายล์มากขึ้นได้อย่างดีเยี่ยม

สุดยอดโซลูชั่นสนับสนุนการเข้าใช้ข้อมูลบนอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ได้อย่างง่ายดายและปลอดภัย

ผลการวิจัยของการ์ทเนอร์ระบุว่า ภายในปี พ.ศ. 2559 จะมีผู้ใช้แท็บเล็ตหรืออุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่มาใช้ส่งอีเมล์เพื่อธุรกิจแทนเครื่องเดสก์ท้อปแบบเดิมคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 50(2) การใช้อุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เพื่อเข้าใช้อีเมล์และข้อมูลทางธุรกิจอื่นๆ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กต้องเตรียมพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการติดต่อสื่อสารแบบเคลื่อนที่ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น โซลูชั่นและบริการใหม่ของเอชพีสนับสนุนองค์กรต่างๆ ดังนี้

· เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยด้วยโซลูชั่นเดสก์ท้อปแบบเวอร์ช่วล HP Client Virtualization SMB ซึ่งประกอบด้วยระบบสถาปัตยกรรมอ้างอิง เช่น เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HP ProLiant Generation 8 (Gen8) พร้อมด้วยซอฟท์แวร์ไคลเอ็นท์ เวอร์ช่วลไลเซชั่น ของไซตริกซ์ ไมโครซอฟท์ หรือวีเอ็มแวร์ ที่ช่วยปกป้องข้อมูลขององค์กร โดยจัดเก็บประวัติและข้อมูลของผู้ใช้งานบนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ส่วนกลาง ส่งผลให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กเข้าใช้แอพพลิเคชั่นจากเครื่องลูกข่าย (thin client) โน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟนได้อย่างปลอดภัย โดยข้อมูลยังคงได้รับการปกป้องไว้บนเครื่องเซิร์ฟเวอร์ หากอุปกรณ์ดังกล่าวเกิดการสูญหาย

· ลดความเสี่ยงและความซับซ้อนของระบบไคลเอ็นท์ เวอร์ช่วลไลเซชั่น ด้วยบริการ HP Client Virtualization, Analysis and Modeling ซึ่งเป็นบริการสำเร็จรูปที่ช่วยวิเคราะห์สภาพแวดล้อมไอทีที่มีอยู่เดิมเพื่อให้องค์กรขนาดกลางสามารถใช้เทคโนโลยีเสมือนหรือเวอร์ช่วลไลเซชั่นอย่างง่ายดายและรวดเร็ว ทั้งยังเข้าใช้เทคโนโลยีโมบายล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

· สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีโมบายล์ให้ง่ายขึ้น ด้วยบริการ HP Transformation Experience Workshop for Mobility ซึ่งเป็นบริการที่เหมาะสำหรับวงการธุรกิจและไอที เพื่อสนับสนุนพนักงานให้เข้าใช้ข้อมูลทั้งยังสามารถรักษาความปลอดภัยของข้อมูลได้ตามมาตรฐานที่วางไว้

· เพิ่มระยะเวลาทำงานของระบบด้วยโซลูชั่น HP Business Protection ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมแบบอ้างอิงที่พัฒนาต่อยอดจากระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบผนวกของเอชพี และมาตรการที่มีประสิทธิภาพสูงสุดทางด้านการคุ้มครองข้อมูล การรักษาความปลอดภัยของระบบเครือข่าย และการกู้คืนระบบล่ม เพื่อสนับสนุนการทำงานแบบโมบายล์ นอกจากนี้ โซลูชั่น HP Business Protection ยังช่วยแนะนำเอสเอ็มบีในการออกแบบโปรแกรมขจัดความเสี่ยง เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลขององค์กรจากอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ได้อย่างต่อเนื่อง

ชุดเครื่องมือคอลลาบอเรชั่นเพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการทำงานแบบโมบายล์

จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์การสื่อสารเคลื่อนที่นั้น เอชพีจึงได้ร่วมกับพันธมิตรเพื่อช่วยธุรกิจขนาดกลางและเล็กในการพัฒนาพนักงานให้ทำงานอย่างมีประสิทธิผลยิ่งขึ้น พร้อมทั้งขับเคลื่อนธุรกิจให้มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้

· เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานร่วมกันโดยใช้โซลูชั่น HP Unified Communications & Collaboration (UC&C) พร้อมด้วยโซลูชั่น Microsoft Lync ซึ่งเป็นโซลูชั่นที่ผนวกรวมฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์แบบครบวงจร ช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและเล็กสามารถทำวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ แลกเปลี่ยนข้อมูลบนเครื่องเดสก์ท้อป และร่วมมือกันเพิ่มประสิทธิผลในการทำงานได้อย่างปลอดภัย โซลูชั่น UC&C แบบครบวงจรประกอบด้วยซอฟท์แวร์ Microsoft Lync อุปกรณ์โทรศัพท์ HP VoIP (Voice over Internet Protocol) ระบบเครือข่าย เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HP ProLiant Gen8 อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และบริการต่างๆ จากเอชพี

ระบบโครงสร้างพื้นฐานที่ทำงานง่ายรองรับธุรกิจขนาดกลางและเล็กที่มีการทำงานแบบโมบายล์

องค์กรขนาดกลางและเล็กต้องการระบบประมวลผลที่ทำงานง่าย มีเสถียรภาพ และประหยัด เพื่อรองรับแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ และข้อมูลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งในสภาพแวดล้อมแบบมีสายและไร้สาย โซลูชั่นใหม่ของเอชพีที่พัฒนาจากระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบผนวกของเอชพี มีความโดดเด่นในการสนับสนุนเอสเอ็มบี ดังนี้

· ทำให้การบริหารจัดการเครือข่ายง่ายดายขึ้นด้วยอุปกรณ์เราท์เตอร์ HP Multi-Service Router (MSR) Series ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มแบบครบวงจรที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการใช้งาน สนับสนุนการใช้ระบบเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผนวกรวมฟีทเจอร์ของระบบเครือข่ายแบบมีสายและไร้สายเข้าไว้ด้วยกันในเครื่องเดียว

· ลดค่าไฟฟ้าด้วยอุปกรณ์สวิตช์ HP 1910 8G Switch Series โดยใช้เทคโนโลยี Power over Internet (PoE) แบบประหยัดพลังงาน ทำให้การเข้าถึงระบบเครือข่ายมีความง่ายดาย มีเสถียรภาพ และประหยัดคุ้มค่าสูงสุด รองรับแอพพลิเคชั่นที่ใช้มัลติมีเดียรูปแบบต่างๆ อาทิ เสียงและภาพ ได้อย่างดีเยี่ยม

· ช่วยจัดการและแก้ไขปัญหาการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของข้อมูลที่ยุ่งเหยิงแบบไร้โครงสร้างที่เกิดจากการทำงานแบบเคลื่อนที่ของพนักงานที่ต้องเดินทางและปฏิบัติงานนอกสถานที่เป็นประจำ โดยใช้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล HP X5000 Storage ที่บริหารจัดการง่ายและมีสมรรถนะสูง โดยมีแพลทฟอร์มระบบเครือข่ายจัดเก็บข้อมูล (NAS) ที่จัดรวมเป็นคลัสเตอร์ ช่วยลดเวลาในการบริหารระบบไอที ทำให้การเข้าใช้ไฟล์ข้อมูลสามารถทำได้จากอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ต่างๆ

เพิ่มการสนับสนุนให้แก่ธุรกิจขนาดกลางและเล็กและพันธมิตรผู้จำหน่าย

เอชพี มีโปรแกรมสนับสนุนหลากหลายประเภท เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจขนาดกลางและเล็ก รวมทั้งพันธมิตรผู้จำหน่ายให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง สร้างช่องทางรายได้ใหม่ๆ และทำงานร่วมกันได้มากขึ้น โปรแกรมใหม่ๆ ดังกล่าว ได้แก่

· เพิ่มช่องทางการจำหน่ายด้วยโปรแกรม Coffee Coaching ที่พัฒนาโดยเอชพีร่วมกับไมโครซอฟท์ สร้างช่องทางการเรียนรู้ใหม่ๆ ในหลากหลายภาษาให้แก่พันธมิตรผู้จำหน่ายในภูมิภาคเอเชียและอื่นๆ ได้แก่ เกาหลี อินโดนีเซีย ไต้หวัน และไทย โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ เป็นแหล่งถ่ายทอดความรู้ทางด้านเทคนิคและการขายให้แก่พันธมิตรผู้จำหน่ายกว่า 62,000 ราย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโปรแกรม Coffee Coaching สามารถเข้าไปดูได้บนเฟซบุ๊ค ลิงค์อิน (LinkedIn) ทวิตเตอร์ ยูทูป และบล็อก Coffee Coaching

· เพิ่มทักษะทางธุรกิจให้แก่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กผ่านโปรแกรม HP Learning Initiative for Entrepreneurs (HP LIFE) ซึ่งเป็นโปรแกรมการเรียนรู้บนอินเทอร์เน็ต (e-Learning) ที่ทำงานบนแพลทฟอร์มระบบคลาวด์ที่สนับสนุนระบบโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์แบบผนวกของเอชพี (HP Converged Cloud) ให้บริการข้อมูลและหลักสูตรฝึกอบรมต่างๆ ฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเอสเอ็มบีสร้างธุรกิจของตนให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมาจนถึงขณะนี้ โปรแกรม HP LIFE ได้ช่วยสร้างและขยายธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการต่างๆ มากกว่า 19,700 ราย และสร้างงานใหม่ๆ กว่า 43,000 ตำแหน่งทั่วโลก(3)

ปัจจุบัน เอชพีมีศูนย์ฝึกอบรม HP LIFE รวม 31 แห่งในประเทศต่างๆ ได้แก่ ออสเตรเลีย กัมพูชา จีน ฮ่องกง อินเดีย อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ เกาหลีใต้ ไทย และเวียดนาม

โซลูชั่น HP Client Virtualization SMB Reference Architecture for Microsoft VDI มีกำหนดออกวางจำหน่ายในเดือนกันยายน ศกนี้ สำหรับโซลูชั่นและบริการอื่นๆ เปิดจำหน่ายและให้บริการแล้วในขณะนี้โดยผ่านทางเอชพีและพันธมิตรผู้จำหน่ายทั่วโลก

View :774
Categories: Press/Release Tags: , ,

ททท.เปิดตัวแอพพลิเคชั่น “Lifestyle Thailand” บนโทรศัพท์สมาร์ทโฟน ออกแบบประสบการณ์การท่องเที่ยว ให้เหมาะกับความต้องการของตัวเอง

July 5th, 2012 No comments

ททท.เปิดตัวโครงการ แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือ เจาะ 8 กลุ่ม ไลฟ์สไตส์การท่องเที่ยว ตอบสนองความต้องการคนรุ่นใหม่ที่ต้องการค้นหาประสบการณ์การท่องเที่ยว ที่ตรงกับความต้องการของตนเอง เผยคัดเฉพาะสินค้าระดับไฮเอนท์ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยวกว่า 300 แห่งพร้อมส่วนลดพิเศษกว่า 20-50%

นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้าน ตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย() เปิดเผยว่า จากแนวโน้มในการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี ในยุคปัจจุบัน ททท.จึงได้เริ่มศึกษาและวิเคราะห์แนวโน้มความนิยมและประโยชน์ของโทรศัพท์มือถือประเภทสมาร์ทโฟน (Smartphone) ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ททท.จึงได้จัดทำโครงการ “Lifestyle Thailand” ในรูปแบบของแอพพลิเคชั่น สำหรับสำหรับผู้ที่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟน ซึ่งสามารถดาวโหลดฟรีได้ที่ App store หรือ Android Market พร้อมทั้งจัดทำมินิไซต์ (Lifestyle Thailand Minisite) ภายใต้เว็บไซต์ http://lifestylethailand.tourismthailand.org/

โดยโครงการดังกล่าวจะเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวตามสไตส์ที่เป็นคุณ แบ่งออกเป็น 8 ไลฟ์สไตส์ การท่องเที่ยว พร้อมทั้งอัพเดสข้อมูลทุกๆ 1 เดือน โดยจะจะคัดเลือกสินค้าการท่องเที่ยวระดับไฮเอนท์ ให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่กลุ่ม ได้แก่ โรงแรมที่พัก (Accommodation) ร้านอาหาร (Restaurant) แหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย (Attraction) รวมถึง กิจกรรมที่ไม่ควรพลาดในเมืองไทย (Thing to do) ซึ่งถูกคัดสรรและถูกจัดแบ่งให้เหมาะสมตามสไตส์ครอบคลุมทุกความต้องการของนักท่องเที่ยว รวมกว่า 300 แห่ง พร้อมทั้งนำเสนอสิทธิพิเศษ (Hot Deal) ส่วนลดพิเศษโรงแรม ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ 20-50% ซึ่งทำให้สามารถท่องเที่ยวได้แบบสบายกระเป๋า เพียงแค่โชว์แอพพลิเคชั่นบนมือถือเท่านั้น โดยกลุ่มเป้าหมายจะมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรป กลุ่มชาวต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทย และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ใช้ Mobile Application

นอกจากนี้ยังมีฟังชั่นพิเศษอื่นๆ อาทิ 360° Visual Tour เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวผ่านโลกออนไลน์ เพียงแค่เปิดแอพพลิเคชั่นก็สามารถท่องเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวไฮไลท์ที่คุณไม่ควรพลาดในมุมมอง 360 องศา เสมือนอยู่ในสถานที่จริง ทั้งยังสามารถสร้างตารางเวลาการเดินทางของตัวเอง ค้นหาเส้นทางการท่องเที่ยวผ่านทาง Google map พร้อม interactive maps ให้แชร์ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวเชื่อมต่อกับ โซเชียลเน็ตเวิร์คผ่าน facebook , Twister

ทั้งนี้สำหรับ 8 กลุ่มประสบการณ์ท่องเที่ยว ประกอบด้วย 1.Chic : กลุ่มคนที่ชอบความทันสมัย นำเสนอสินค้า แหล่งช้อปปิ้ง Night Life ที่กิ๊บเก๋ ทันสมัย ซึ่งกลุ่มนี้จะมีบริการพิเศษนอกเหนือจากกลุ่มอื่น(Excusive service) อาทิ Personal Stylist บริการที่ปรึกษาด้านแฟชั่น การแต่งกาย , Hands-Free Shopping บริการถือของเวลาชอปปิ้ง หรือแม้กระทั่งบริการเครื่องบินเจ็ทส่วนตัว บริการรถลีมูซีน เป็นต้น 2. Romantic : สำหรับคู่รักที่ต้องการมาฮันนีมูนในเมืองไทย 3.Breezy : กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบชายทะเล สายลม แสงแดด 4.Thainess : กลุ่มคนที่นิยมวิถีชีวิตแบบไทยๆ 5.Adventure : กลุ่มผู้ที่ชื่นชอบความท้าทาย กีฬาทางบก ทางน้ำ 6.Wellness : กลุ่มผู้นิยมสุขภาพและความงาม 7.Easy n’ Slow : กลุ่มผู้ที่นิยมวิถีชีวิตธรรมชาติ และท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism) 8.Family : กลุ่มครอบครัว ซึ่งสามารถเลือกสินค้าให้เหมาะสมกับการท่องเที่ยวแบบครอบครัว

View :2315

ณเดชน์ ชวนคนไทยทั้งประเทศ เปลี่ยนเป็นทรูมูฟ เอช 3G+” โทรชัด เน็ตแรงถึงใจ

July 5th, 2012 No comments


แรงสุดครบทุกเรื่อง ทั้งเครือข่าย แพ็กเกจ ดีไวซ์ คอนเทนต์และแอพพลิเคชั่น
ตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้โมบายล์ อินเทอร์เน็ตทุกรูปแบบ

กรุงเทพฯ 5 กรกฎาคม 2555 – ทรูมูฟ เอช ผู้นำบริการ 3G ตัวจริง เกาะติดเทรนด์โมบายล์อินเทอร์เน็ต ตอบสนองการใช้งานดาต้าทุกรูปแบบของคนไทย ชวนคนไทยทั้งประเทศเปลี่ยนมาใช้ 3G+ แรงถึงใจ ชูจุดเด่นศักยภาพความพร้อมครบทุกด้าน ทั้งเครือข่ายที่ครอบคลุมมากที่สุด แพ็กเกจและดีไวซ์หลากหลายเลือกได้ตามการใช้งาน และคอนเทนต์และแอพพลิเคชั่นโดนใจ ให้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วยบริการ 3G+ จากทรูมูฟ เอช ที่จะเปลี่ยนชีวิตให้ดีกว่าเดิม เข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร และจุใจกับความบันเทิงง่ายๆ บนมือถือ พร้อมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาแนว Musical ชุด “แรงถึงใจ” โดยมีพระเอกขวัญใจคนไทย “ณเดชน์ คูกิมิยะ” อาสาชวนคนไทยทั่วประเทศ “เปลี่ยนเป็นทรูมูฟ เอช 3G+” ด้วยกัน ออกอากาศครั้งแรกวันนี้ พิเศษ! เชิญร่วมกิจกรรม “เต้นแรงถึงใจกับทรูมูฟเอช 3G+” ส่งคลิปเต้นตาม ณเดชน์ ในภาพยนตร์โฆษณา ชิงรางวัลใหญ่โทรศัพท์ซัมซุง S3 และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.truemove-h.com

นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโมบายล์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรูมูฟ เอช ภูมิใจในความเป็นผู้นำบริการ 3G โดยมุ่งมั่นพัฒนาบริการ เพื่อให้ชาวไทยได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 3G ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ให้สามารถเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร และความบันเทิงได้ทุกที่ทุกเวลา แม้ในพื้นที่ห่างไกล วันนี้ ทรูมูฟ เอช พร้อมเชิญชวนคนไทยทั่วประเทศมาใช้บริการทรูมูฟ เอช 3G+ โดยจัดแคมเปญยักษ์ใหญ่แห่งปี “เปลี่ยนเป็นทรูมูฟ เอช 3G+ แรงถึงใจ” ชวนคนไทยทุกคน เปลี่ยนจาก 2G เป็น 3G เปิดประสบการณ์ใหม่ในการสื่อสารด้วยบริการทรูมูฟ เอช 3G+ บนเครือข่ายที่ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย ใน 77 จังหวัด 928 อำเภอ 6,583 ตำบล 54,620 หมู่บ้าน โทรชัด เน็ตแรงถึงใจด้วยความเร็วสูงสุด 42 Mbps* พร้อมแพ็กเกจบริการเลือกได้ทั้งแบบรายเดือนและแบบเติมเงิน รวมถึงสมาร์ทโฟนและดีไวซ์หลากหลายแพลตฟอร์มให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และสนุกกับคอนเทนต์และแอพพลิเคชั่นมากมายที่ตอบโจทย์ตรงใจทุกไลฟ์สไตล์สำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช โดยเฉพาะ”

แคมเปญ “เปลี่ยนเป็นทรูมูฟ เอช 3G+ โทรชัด เน็ตแรงถึงใจ” ตอบสนองเทรนด์การใช้โมบายล์อินเทอร์เน็ตของคนไทยที่มีการใช้ดาต้ามากขึ้น ไม่ว่าจะค้นหาข้อมูล เช็คอีเมล์ เกาะติดสังคมออนไลน์ ทั้งเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ และใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ บนมือถือ อาทิ แชตผ่าน Line หรือ Whatsapp ดูหนัง และฟังเพลง ก็สนุกได้เต็มที่ผ่านมือถือหรืออุปกรณ์ที่รองรับคลื่นความถี่ 850 MHz ที่มีให้เลือกหลากหลายแพลตฟอร์ม ซึ่งทรูมูฟ เอช พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานของลูกค้า

สำหรับแคมเปญนี้ ทรูมูฟ เอช คว้าพระเอกสุดฮอตแห่งยุค “ณเดชน์ คูกิมิยะ” มาชวนคนไทยทั่วประเทศเปลี่ยนจากระบบ 2G มาใช้ 3G เพื่อชีวิตที่ดีกว่าเดิม โดยถ่ายทอดผ่านภาพยนตร์โฆษณาแนว Musical ชุด “แรงถึงใจ” ที่จะเริ่มออกอากาศครั้งแรกในวันที่ 5 กรกฎาคมนี้ พร้อมเติมความแรงในกิจกรรม “เต้นแรงถึงใจกับทรูมูฟเอช 3G+” เชิญชวนผู้สนใจส่งคลิปเต้นตาม ณเดชน์ ในภาพยนตร์โฆษณา ชิงรางวัลใหญ่โทรศัพท์ซัมซุง S3, แอร์การ์ด และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.truemove-h.com

“ผมมั่นใจว่า ด้วยศักยภาพความพร้อมของทรูมูฟ เอช ที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าทั้งด้านเครือข่ายที่ดีที่สุด แพ็กเกจหลากหลายตอบทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ดีไวซ์ครบครัน รวมทั้งคอนเทนต์และแอพพลิเคชั่นโดนใจ จะทำให้ลูกค้า “เปลี่ยน” มาใช้ 3G+ จากทรูมูฟ เอช อย่างแน่นอน” นายอติรุฒม์ กล่าวสรุป

* ความเร็วในการใช้บริการ 3G+ ขึ้นอยู่กับปริมาณผู้ใช้งาน ณ จุดที่ใช้งานและอุปกรณ์ที่รองรับ

View :1109

Nokia และ IEC เปิดตัว Nokia Lifestyle Shop แห่งแรกของไทยที่สยาม พารากอน

July 5th, 2012 No comments

เปิดประสบการณ์อินเตอร์แอคทีฟเหนือระดับในการเลือกสรรเทคโนโลยีการสื่อสารเคลื่อนที่

กรุงเทพฯ 5 กรกฎาคม 2555: โนเกียและบริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน) หรือ IEC เปิดตัว Nokia
Lifestyle Shop (โนเกีย ไลฟสไตล์ ช็อป) แห่งแรกของประเทศไทยที่ศูนย์การค้าสยาม พารากอน มอบประสบการณ์
อินเตอร์แอคทีฟเหนือระดับในการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยีการสื่อสารเคลื่อนที่ ณ ใจกลางกรุงเทพมหานคร

“ ด้วยแรงบันดาลใจจากไลฟสไตล์อินเตอร์แอคทีฟสมัยใหม่ จึงได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด ‘แหล่งพบปะแนวอินเตอร์แอคทีฟสำหรับผู้รักเทคโนโลยีสื่อสารเคลื่อนที่’ เพื่อเป็นสถานที่สำหรับผู้สนใจต้องแวะมา
เพื่ออัพเดต แลกเปลี่ยนและแบ่งปันความสนใจในเทคโนโลยีสื่อสารเคลื่อนที่” มร. แกรนท์ แมคบีธ กรรมการผู้จัดการ
โนเกีย ประเทศไทยและตลาดเอเชียเกิดใหม่ กล่าวพร้อมเสริมว่า “ด้วยความร่วมมือระหว่างโนเกียและไออีซี ผู้บริโภคจะได้รับประสบการณ์แบบอินเตอร์แอคทีฟเต็มรูปแบบพร้อมบริการที่เหนือกว่าที่ Nokia Lifestyle Shop ไม่ว่าโทรศัพท์ของพวกเขาจะเป็นสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ หรือโทรศัพท์มือถือสุดฉลาด”

Nokia Lifestyle Shop ได้รับการตกแต่งในสไตล์นีโอ มินิมัลลิซึ่ม ด้วยสีสันสดใสที่เพิ่มบรรยากาศแอคทีฟ สดใส และทันสมัย บนเนื้อที่กว่า 134 ตารางเมตรโดยแบ่งเป็น 4 พื้นที่หลักได้แก่ Interactive Intelligence (อินเตอร์แอคทีฟ อินเทลลิเจนซ์) Experience Display (เอ็กซ์พีเรียนซ์ ดิสเพลย์) Accessories Corner (แอคเซสซอรี่ คอร์เนอร์) และ Lifestyle Studio (ไลฟสไตล์ สตูดิโอ)

ในก้าวแรกที่สัมผัส Nokia Lifestyle Shop ผู้บริโภคจะได้รับการต้อนรับผ่าน Interactive Intelligence ที่สามารถทักทาย ตอบโต้กับผู้มาเยี่ยมชม ถ่ายภาพ และแสดงการสาธิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ Experience Display เป็นแลนด์มาร์คที่รวบรวมผลิตภัณฑ์เด่น เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสและทดลองใช้งานผลิตภัณฑ์ที่หมายปองพร้อมได้อัพเดตแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ Accessories Corner เป็นพื้นที่เพื่อให้ผู้บริโภคได้ค้นหาอุปกรณ์เสริมไฮเทคเก๋ๆ สำหรับโทรศัพท์ของพวกเขา Lifestyle Studio เป็นเลานจ์สีสันสดใสให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เพื่อให้ผู้บริโภคได้พบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสื่อสารเคลื่อนที่ พร้อมร่วมเวิร์คช็อปและกิจกรรมต่างๆสำหรับผู้สนใจเทคโนโลยี นอกจากนี้ ยังมีโนเกียกูรู (Nokia Guru) ผู้เชี่ยวชาญด้านโทรศัพท์มือถือโนเกียที่จะให้คำแนะนำที่ดีที่สุดและความรู้ด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับฟังก์ชั่นต่างๆ ของผลิตภัณฑ์โนเกีย พร้อมสาธิตเพื่อมอบประสบการณ์ที่สมบูรณ์ให้กับผู้บริโภค

เพื่อเป็นการฉลองการเปิด Nokia Lifestyle Shop แห่งแรกในประเทศไทย ลูกค้าคนแรกในวันเปิดร้านที่ซื้อ Nokia Lumia รุ่นใดก็ได้จำนวน 1 เครื่องรับฟรีโทรศัพท์รุ่นเดียวกันอีก 1 เครื่อง และลูกค้า 100 คนแรกรับของแถมสุดพิเศษจากโนเกีย

เยี่ยมชม Nokia Lifestyle Shop ได้ที่ชั้น 3 สยาม พารากอน ซึ่งมอบความสะดวกสบายในการเดินทางและประสบการณ์การช็อปปิ้งที่เหนือกว่าได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

View :1662

ดีแทคเปิดศูนย์บริการตามแนวคิดใหม่อย่างเป็นทางการ ตั้งเป้าครบ 100 สาขาปลายปีนี้

July 5th, 2012 No comments


พร้อมเดินหน้าทั่วประเทศเพื่อสร้างประสบการณ์แบบครบวงจรที่ดีขึ้นให้แก่ลูกค้า

5 กรกฎาคม 2555 – ดีแทคนำกลยุทธ์ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) สร้างแนวคิดศูนย์บริการรูปแบบใหม่ ปรับมาตรฐานทุกร้านให้สร้างประสบการณ์ที่ดีกับลูกค้าอย่างเท่าเทียมกัน เปิดตัวสาขาแรกกรกฎาคม 2555 เป็นต้นแบบการให้บริการครบวงจรทั้งการขายและบริการ พร้อมจัดข้อเสนอให้ตรงใจลูกค้าแต่ละกลุ่ม วางแผนให้บริการลูกค้าครบ 100 สาขาทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้

นายชัยยศ จิรบวรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้า บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า “ในปีนี้ลูกค้าของเราจะได้พบกับศูนย์บริการดีแทคแนวคิดใหม่ที่มีคุณภาพเป็นมาตรฐานเดียวกันจากการปรับเปลี่ยนและการลงทุนครั้งใหญ่ของเรา ที่นำความต้องการของลูกค้ามาเป็นโจทย์ในการออกแบบบริการต่าง ๆ ตามแนวคิด Customer Centricity โดยดีแทคได้จัดโครงสร้างร้านขนาดต่าง ๆ ทั้งดีแทคฮอลล์ ดีแทค เซ็นเตอร์ และดีแทคเอ็กซ์เพรส ให้รวมศูนย์ภายใต้แนวคิดใหม่นี้ และใช้วิธีในการนำเสนอสินค้าและบริการของทุกร้านให้เป็นแบบเดียวกันใน 2 รูปแบบคือ การขายและบริการแบบครบวงจร (Sales & Service Integration) เรามีมุมที่ลูกค้าจะได้ทดลองใช้งาน และเลือกซื้อสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ต่าง ๆ มีบริการแนะนำการใช้งานเครื่องและเลือกแพ็กเกจที่เหมาะสม บริการหลังการขายรวมถึงบริการพื้นฐานต่าง ๆ และการจัดข้อเสนอตามความต้องการลูกค้าแต่ละกลุ่มที่มาใช้บริการภายในศูนย์ฯ (Segmentation) ซึ่งให้บริการโดยพนักงานที่ได้รับการอบรมให้มีความรู้ที่จะสามารถแนะนำการใช้งานและลือกแพ็กเกจที่เหมาะสมได้”

“สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้เวลาพิจารณาด้วยตัวเอง เราเพิ่มเติมมุมบริการแบบ DIY (Do It Yourself) ในร้านระดับดีแทคฮอลล์ที่จะให้ลูกค้าได้เลือกชมมือถือ แท็บเล็ต โปรโมชั่นข้อเสนอพิเศษ และเลือกแพ็กเกจหรือบริการเสริมตามความต้องการ นับเป็นเครื่องมือช่วยตัดสินใจให้กับลูกค้าก่อนที่จะเลือกใช้งานจริง”

“จากศูนย์ต้นแบบแห่งแรกที่เดอะมอลล์บางแค เราจะขยายให้ครบ 100 สาขาภายในปี 2555 และเดินหน้าต่อไปจนครบทุกแห่งเพื่อให้ลูกค้าดีแทคทั่วประเทศได้ใช้บริการบนมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานบริการแบบครบวงจร One Stop Service ที่มีประสิทธิภาพตอบรับความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง การให้คำแนะนำปรึกษา จำหน่าย และบริการหลังการขายที่ต่อเนื่องเป็นระบบเดียวกันในรูปแบบ Sales & Service Integration การได้รับข้อเสนอที่ถูกต้องแบ่งตามลักษณะการใช้งานตามเซ็กเม้นต์ (Right Segment) ทั้งหมดนี้ทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น (Better Experience) เมื่อเข้ามาที่ศูนย์บริการดีแทคแนวคิดใหม่ เหนือสิ่งอื่นใด รูปแบบใหม่ของศูนย์บริการดีแทคจะก่อให้เกิดความรู้สึกและความผูกพันที่ดีระหว่างดีแทคกับลูกค้า และสร้างความแตกต่างในธุรกิจให้กับเราในระยะยาวด้วย” นายชัยยศกล่าวปิดท้าย

View :883

เจ.ไอ.บี. คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป ฉลองครบรอบ 11 ปี จัดมหกรรม “Mega Sale 2012” ลดยิ่งใหญ่คืนกำไรให้ลูกค้า

July 5th, 2012 No comments

เจ.ไอ.บี.คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป ฉลองครบรอบ 11 ปี ยิ่งใหญ่ จัดมหกรรมลดราคาสินค้าไอทีครั้งสำคัญ “J.I.B.Mega Sale 2012” คืนกำไรให้ลูกค้า 7-15 ก.ค. 55 ที่เซียร์ รังสิต พร้อมเปิดตัว “คลับ การ์ด” สิทธิพิเศษสำหรับแฟนพันธุ์แท้หวังดูแลลูกค้าครบวงจร แถมเชิญ “พลอย” เฌอมาลย์ ซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังร่วมสร้างสีสันในงาน “สมยศ เชาวลิต” กรรมการผู้จัดการ เผยงานนี้จัดขึ้นเพื่อคืนกำไรให้ลูกค้าโดยเฉพาะ หลังจากให้การสนับสนุนกันมานานถึง 11 ปี มั่นใจได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับงานมหกรรมลดราคาอื่นๆ ของ เจไอบีก่อนหน้านี้

นายสมยศ เชาวลิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ไอ.บี.คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ผู้บริหารร้านค้าปลีกสินค้าไอทีครบวงจรภายใต้ชื่อ (J.I.B.) กล่าวว่าในโอกาสครบรอบ 11 ปีของการก่อตั้ง บริษัท เจ.ไอ.บี.คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ในเดือนกรกฎาคมนี้ บริษัทได้จัดมหกรรมคืนกำไรให้กับลูกค้าครั้งยิ่งใหญ่ภายใต้ชื่อ “J.I.B.Mega Sale 2012”โดยนำสินค้าไอทีชั้นนำมาลดราคาครั้งสำคัญสูงสุดถึง 80% เพื่อตอบแทนที่ลูกค้าที่ได้ให้การสนับสนุนบริษัทมาอย่างต่อเนื่องถึง 11 ปี โดยปัจจุบันสามารถขยายสาขาครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ครบ 125 สาขาทั่วประเทศ และคาดว่าจะทำได้ครบ 150 สาขาในปีนี้ โดยภายในงานนอกจากจะจัดจำหน่ายสินค้าในราคาลดพิเศษแล้ว ยังเปิดให้มีการประมูลสินค้าในราคาประมูลเริ่มต้นเพียง 1 บาท และผู้ที่ซื้อสินค้าครบทุก 3,000 บาท/ 1 บิล ยังมีสิทธิ์รับคูปองลุ้นโชคแลกซื้อโน้ตบุ๊คในราคา 1 บาทด้วย พร้อมกับมีของสมนาคุณอีกมากมาย โดยงานนี้ถือเป็นมหกรรมลดราคาสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในไตรมาสที่ 3 ของปี ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าแฟนสินค้าไอทีทุกคน

“งานนี้ถือเป็นงานใหญ่ของไตรมาสที่ 3 โดยถือเป็นการคืนกำไรให้กับลูกค้า เจ.ไอ.บี.ในโอกาสดำเนินธุรกิจมาครบ 11 ปี เพราะเราไม่ได้ลดราคาสินค้าแต่เพียงอย่างเดียว แต่ภายในงานยังมีกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่องตลอดการจัดงาน และที่พิเศษในวันเปิดงานวันที่ 7 กรกฎาคม 2555 เราจะมีการเปิดตัว “เจ.ไอ.บี.คลับการ์ด” เป็นครั้งแรก เพื่อเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าตั้งแต่การซื้อสินค้าไปจนถึงการบริการหลังการขายและการซ่อมบำรุง ถือเป็นการดูแลลูกค้าอย่างครบวงจร นอกจากนั้น ในวันเดียวกันเรายังเชิญคุณเฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ดาราชื่อดังมาเป็นแขกพิเศษร่วมเปิดงานและร่วมกิจกรรมแจกรางวัลพร้อมถ่ายรูปกับลูกค้าผู้โชคดีด้วย ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ลูกค้าของ เจ.ไอ.บี.ได้ใกล้ชิดดาราคนโปรดด้วย”นายสมยศ กล่าว

สำหรับมหกรรมลดราคาสินค้าไอที “J.I.B.Maga Sale 2012” ครั้งนี้ เขามั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ซึ่งบริษัท คาดว่าจะมีรายได้จากการจัดจำหน่ายสินค้าในงานไม่น้อยกว่า 40 ล้านบาท ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุนให้รายได้รวมของบริษัททั้งปีเติบโตในอัตรา30% จากปีก่อนที่ทำได้ 5,400 ล้านบาทได้สำเร็จ และบริษัท เจ.ไอ.บี.คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป ยังมีเป้าหมายจะขยายสาขาศูนย์ซ่อมคอมพิวเตอร์มารตรฐานภายใต้ชื่อ Inside IT Care เพิ่มเติมอีก 5 สาขาครอบคลุมลูกค้าทุกภูมิภาคในปีนี้ด้วย เพื่อให้สามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างทั่วถึง โดยสาขาที่จะเปิดในปีนี้คือ สาขาขอนแก่น หาดใหญ่ ชลบุรี เชียงใหม่ และพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ จากปัจจุบันที่มีอยู่เพียงสาขาเดียว คือที่ศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต

View :803
Categories: Technology Tags:

dtac wifi ครองพื้นที่เดินเล่นสนุก 43 ศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพ รุกเพิ่มสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอีก 23 แห่ง

July 4th, 2012 No comments


จัดแคมเปญฉลองใหญ่ให้ลูกค้าทุกเครือข่ายทดลองใช้ฟรี

4 กรกฎาคม 2555 – wifi ฉลองความสำเร็จการขยายบริการครอบคลุม 43 ศูนย์การค้าทั่วกรุงเทพฯ และสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส 23 สถานีพร้อมเดินหน้าทั่วประเทศ ชวนลูกค้าร่วมเดินเล่นสนุกฟรี 15 วันในเดือนกรกฏาคมนี้ผ่าน www..co.th และหน้าจอล็อคอิน

ดร. เกษชญง สกาวรัตนานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีแทค บรอดแบนด์ จำกัด กล่าวว่า บริการของ ได้ขยายไปจนครอบคลุมศูนย์การค้าในเขตกรุงเทพฯ เกือบทั้งหมดแล้ว โดยให้บริการครบ 43 ศูนย์การค้าหลัก และบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอีก 23 สถานีตามที่ได้วางแผนไว้ ซึ่งการให้บริการบนสถานีรถไฟฟ้านับเป็นจุดเด่นของ ที่เราริเริ่มขึ้นเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่ใช้งานอินเทอร์เน็ตในทุกที่ทุกเวลาโดยเฉพาะเมื่อเดินทางหรือระหว่างรอรถ และเพื่อเป็นการฉลองการขยายบริการทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนกรกฎาคมนี้เราจึงจัดแคมเปญเชิญชวนลูกค้าทุกคนทุกเครือข่ายให้ใช้งานฟรีเป็นระยะเวลา 15 วันด้วย เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า และขณะเดียวกันก็ขยายบริการให้ลูกค้าได้รู้จักมากยิ่งขึ้น โดยต่อจากนี้ไปเราก็จะเดินหน้าขยายบริการ ไปในจังหวัดอื่น ๆ ต่อไป

ลูกค้าทุกเครือข่ายสามารถขอรหัสการใช้งาน dtac wifi ฟรี 15 วัน ได้ตั้งแต่วันนี้-31 กรกฎาคม 2555 ผ่านทาง www.dtac.co.th/wifi หรือผ่านหน้าจอล็อคอินเมื่ออยู่ในพื้นที่ให้บริการ

พื้นที่ให้บริการ dtac wifi ใน 43 ศูนย์การค้า เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

เค วิลเลจ เจ อเวนิว ทองหล่อ เจเจมอลล์ ซีคอนสแควร์ เซน เซ็นจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า เซ็นเตอร์วัน เซ็นทรัล ชิดลม เซ็นทรัลพลาซ่า แจ้งวัฒนะ เซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า เซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 เซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 3 เซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 9 เซ็นทรัลรังสิต (ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต) เซ็นทรัลพลาซ่า รัตนาธิเบศร์ เซ็นทรัลพลาซ่า รามอินทรา เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว เซ็นทรัลเวิลด์ ดิจิตอลเกตเวย์ เดอะพาซิโอ เดอะมอลล์ 2 รามคำแหง เดอะมอลล์ 3 รามคำแหง เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน เดอะมอลล์ ท่าพระ เดอะมอลล์ บางกะปิ นวมินทร์ ซิตี้ อเวนิว ฟอร์จูน ทาวน์ (รัชดา) ฟิวเจอร์ พาร์ค รังสิต (โซนพลาซ่า) มาร์เก็ต เพลส ทองหล่อ มาร์เก็ต เพลส นวมินทร์ ยูเนี่ยนมอลล์ โรบินสัน พระราม 9 โรบินสัน รังสิต (ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต) โรบินสัน รัชดา โรบินสัน รัตนาธิเบศร์ ลา วิลล่า พหลโยธิน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ สยามพารากอน อิเซตัน เอ็มโพเรียม เอสพลานาด รัชดาภิเษก และ ไอที สแควร์ หลักสี่

พื้นที่ให้บริการ dtac wifi บนสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส 23 สถานี

สาย 1 : ตั้งแต่สถานีหมอชิต-อ่อนนุช รวม 17 สถานี และสาย 2 : ตั้งแต่สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ-สะพานตากสิน รวม 6 สถานี

View :944