Archive

Archive for September, 2013

แอลจีพร้อมรุกตลาดพรีเมียมสมาร์ทโฟน เปิดตัว LG G2

September 4th, 2013 No comments

LG G2 (17)

กรุงเทพฯ, 3 กันยายน 2556 – บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยโฉม () สมาร์ทโฟนเรือธงระดับพรีเมียมจากแอลจีรุ่นแรกภายใต้ “จี” ซีรีส์ ตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมสมาร์ทโฟนเพื่อผู้บริโภค พร้อมเปิดปฐมบทใหม่ของตลาดพรีเมียมสมาร์ทโฟนในประเทศไทย

คุณอนุพันธ์ ภักดีศุภฤทธิ์ หัวหน้ากลุ่มผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “แอลจีให้ความสำคัญต่อการรับฟังและเรียนรู้จากผู้บริโภค ผ่านการศึกษาวิจัยพฤติกรรมและไลฟ์สไตล์ของพวกเขาเสมอ ซึ่งนำมาสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมสมาร์ทโฟนอันชาญฉลาดที่มาพร้อมดีไซน์ที่สวยงามล้ำสมัย และสัมพันธ์กับฟังก์ชั่นการใช้งานที่ให้ประสิทธิภาพสูงสุดกับผู้ใช้งานอย่างลงตัว แอลจี จีทู ภายใต้ จี ซีรีส์นี้ ถือเป็นการยกระดับอีกขั้นของสมาร์ทโฟนที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ของแอลจีในการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากประสบการณ์ในการใช้งานของผู้บริโภคอย่างแท้จริง”

แอลจี จีทู พลิกโฉมดีไซน์ของสมาร์ทโฟน ด้วยแนวคิดของ “Rear Key” ซึ่งเป็นผลจากการศึกษาพฤติกรรมในการจับโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งานส่วนใหญ่ที่มักวางนิ้วชี้ในตำแหน่งตรงกลางของด้านหลังเครื่องอยู่เสมอ แอลจีจึงพัฒนาตำแหน่งของปุ่มสั่งการเพื่อให้สะดวกต่อผู้ใช้งานมากขึ้น โดยความพิเศษของ “Rear Key” คือ สามารถปรับเพิ่มลดเสียงของการสนทนา เข้าโหมดกล้องถ่ายรูปพร้อมถ่ายภาพ รวมถึงการเปิดฟังก์ชั่น Quick Memo™ เพื่อให้ผู้ใช้งานบันทึกข้อความได้อย่างรวดเร็วทันใจ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ KnockON ที่ช่วยให้เปิดปิดหน้าจอ เพียงแค่เคาะ 2 ครั้ง บนหน้าจอเบาๆ เท่านั้น

แอลจี จีทู ยังมาพร้อมกับชิพประมวลผลล้ำหน้าที่สุดกับ Snapdragon™ 800 จากควอลคอมม์ ด้วยความเร็ว ที่ยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานอีกขั้น ด้วยการตอบสนองดังใจคิด มอบภาพกราฟฟิคที่สวยสมจริง และแบตเตอรี่ความจุพิเศษขนาด 3000 มิลลิแอมป์ พร้อมรองรับการใช้งานยาวนานได้ตลอดวัน

นอกจากนี้ แอลจี จีทู มาพร้อมหน้าจอ ฟูล เอชดี ขนาด 5.2 นิ้ว และเทคโนโลยีระบบ Full HD IPS ที่มอบความคมชัดเหนือระดับ สีสันสดใสไม่ผิดเพี้ยนให้ภาพเสมือนจริง ครั้งแรกกับเทคโนโลยีป้องกันภาพสั่นไหว (OIS) ในแอลจี จีทู ช่วยให้ผู้ที่รักการถ่ายภาพสามารถถ่ายภาพได้คมชัด หมดปัญหาภาพสั่นแม้ขณะเคลื่อนไหวหรือถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย และยังเก็บรายละเอียดได้มากกว่าด้วยกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล แอลจี จีทู ยังเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมกับคุณภาพเสียงระดับ 24 bit/192kHz Hi-Fi เทียบเท่าสตูดิโอระดับอาชีพ จึงเต็มอิ่มกับสุดยอดคุณภาพเสียง และสัมผัสเสียงสมจริงได้อย่างที่ไม่เคยมีในสมาร์ทโฟนรุ่นใดมาก่อน

LG G2 (แอลจี จีทู)

LG G2 (แอลจี จีทู)


และด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในฟีเจอร์ที่ใช้งานบ่อยที่สุด แอลจี จีทู จึงมาพร้อมกับไฮไลท์ฟีเจอร์ที่ใช้งานได้จริงและตอบสนองไลฟ์สไตล์ได้อย่างตรงจุดที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Audio Zoom เลือกซูมและฟังเฉพาะเสียงที่ต้องการ เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่มีเสียงรบกวนสูง QuickRemote ฟังก์ชั่นที่สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนแทนรีโมทคอนโทรล โดยใช้กับโทรทัศน์, เครื่องเล่นบลูเรย์, เซตท็อป บ็อกซ์, เครื่องปรับอากาศ หรือโปรเจ็คเตอร์ที่เป็น อินเตอร์แบรนด์ได้ทุกแบรนด์ และ Answer Me รับโทรศัพท์อัตโนมัติ เพียงยกโทรศัพท์แนบหู

ภายในงานยังมีคู่รักสุดหวาน คุณชาคริตและคุณวุ้นเส้น วิริฒิพา ภักดีประสงค์ แย้มนาม แอลจี แบรนด์ แอมบาสเดอร์ ที่มาร่วมพูดคุยถึงไลฟ์สไตล์ในการใช้สมาร์ทโฟนด้วย โดยคุณวุ้นเส้นกล่าวว่า “วุ้นเป็นคนที่ชอบถ่ายภาพ และต้องแชร์ภาพอัพเดทขึ้นอินสตาแกรม เฟสบุคของตัวเองตลอดเวลา ซึ่งดีไซน์การออกแบบปุ่ม ’Rear Key’ ของแอลจี จีทู ช่วยให้วุ้นถ่ายภาพตัวเองได้ง่ายขึ้น และที่สำคัญ แอลจี ยังมีเทคโนโลยี OIS ที่ช่วยให้วุ้นได้รูปสวยๆ แม้ถ่ายภาพขณะเคลื่อนไหวหรืออยู่ในงานปาร์ตี้ที่มีสภาพแสงน้อยได้อีกด้วย”

ด้านคุณชาคริตกล่าวว่า “สมาร์ทโฟนก็เหมือนผู้ช่วยของผม ฉะนั้นต้องฉลาด รวดเร็วและสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้ในเวลาเดียวกัน อย่างแอลจี จีทู ที่มีชิพประมวลผลที่แรงที่สุด และมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานยาวนานตลอดทั้งวัน จึงช่วยให้ผมใช้งานได้อย่างไม่มีสะดุด ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์ของผมได้จริงๆ”

แอลจี จีทู มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และ สีขาว โดยแอลจีเตรียมนำมาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสกันภายใน ต้นเดือนตุลาคมนี้ สามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของแอลจีทั่วประเทศ ข้อมูลเพิ่มเติมเข้าชมได้ที่ www.lg.com/th และ www.facebook.com/thailandlifesgood

View :797

เทรนด์ไมโครจับมือเอสไอเอสรุกตลาดคลาวด์ ซิเคียวริตี้สมบูรณ์แบบครั้งแรกในไทย

September 4th, 2013 No comments

Trend Micro & SiS
บริษัท (ประเทศไทย) เปิดกลยุทธ์รุกตลาดคลาวด์ซิเคียวริตี้ครึ่งปีหลัง ผนึกกำลังพันธมิตรธุรกิจยักษ์ใหญ่ บริษัท ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นำเสนอโซลูชั่นเทรนด์ไมโคร ดีพ ซิเคียวริตี้ ยกระดับการรักษาความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ให้กับกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และเอสเอ็มบี พร้อมตั้งเป้ายอดขายโซลูชั่นคลาวด์ซิเคียวริตี้เพิ่มขึ้นประมาณ 20 %
นายวิลเลี่ยม ตัน ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากรายงานของบริษัทวิจัยข้อมูลเทคนาวิโอ ประเทศสหรัฐอเมริกาเปิดเผยถึงภาพรวมของตลาดซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยสำหรับระบบคลาวด์ทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ประมาณ 963.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2557 ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ตลาดคลาวด์ซิเคียวริตี้ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้น คือการใช้บริการคลาวด์สำหรับการจัดเก็บข้อมูลที่สำคัญซึ่งกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของอาชญากรไซเบอร์ที่พุ่งเป้าโจมตีไปที่ระบบคลาวด์โดยเฉพาะ และในรายงานฉบับนี้ยังระบุด้วยว่าบริษัทเทรนด์ไมโครครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นอันดับ 1 ด้านซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ (2012 Technavio Global Cloud Security Software Market)”

บริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) มีแนวทางการทำตลาดที่เน้นให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์กับบริษัทคู่ค้า ล่าสุดร่วมกับบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประกาศความพร้อมรุกตลาดคลาวด์ซิเคียวริตี้ครึ่งปีหลัง พร้อมเปิดตัวโซลูชั่น “เทรนด์ไมโคร ดีพ ซิเคียวริตี้ 9” โซลูชั่นแรกและโซลูชั่นเดียวในอุตสาหกรรมที่มีคุณสมบัติเด่นด้านการปกป้องบนระบบเสมือนของ VMware โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งเอเจนท์ (agentless) ก็สามารถครอบคลุมครบทั้งระบบป้องกันการบุกรุก ระบบตรวจสอบความสมบูรณ์ของระบบ รวมถึงทำการปรับแต่งระบบเสมือนจริงได้โดยไม่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสใดๆ เพิ่มเติม ช่วยตอบสนองความต้องการในการรักษาความปลอดภัยสำหรับเซิร์ฟเวอร์ และนำไปปรับใช้ร่วมกับระบบคลาวด์แบบเปิด และไฮบริดได้ ที่สำคัญยังเสริมความคล่องตัวและประหยัดค่าใช้จ่าย ช่วยให้กลุ่มลูกค้าองค์กรสามารถปรับขยายศูนย์ข้อมูล รวมทั้งเพิ่มปริมาณโหลดของระบบไปยังระบบคลาวด์แบบที่องค์กรต้องการได้อย่างมั่นใจ โดยกลุ่มลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มธุรกิจการเงิน การธนาคาร หน่วยงานราชการ และภาคอุตสาหกรรมการผลิต

นายวิลเลี่ยมกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “บริษัทเทรนด์ไมโครมีความมุ่งมั่นที่จะเสริมความแข็งแกร่งและสร้างประโยชน์ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจ และมั่นใจว่าความร่วมมือระหว่างบริษัท เทรนด์ไมโคร (ประเทศไทย) และบริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จะสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าตั้งแต่องคก์กรธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดย่อม รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหาโซลูชั่นคลาวด์ซิเคียวริตี้ที่สมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพสูงสุด ล่าสุดบริษัท เอสไอเอสฯ ยังได้รับรางวัล Asean Distributor of the year 2012″ จากทาง VMware Asean ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางด้าน Virtualization อย่างแท้จริง และจากความร่วมมือของทั้งสองบริษัทคาดว่าจะสามารถผลักดันยอดขายในส่วนของคลาวด์ซิเคียวริตี้ให้เพิ่มขึ้นได้ประมาณ 20%”

นายสมชัย สิทธิชัยศรีชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความร่วมมือในการรุกตลาดคลาวด์ซิเคียวริตี้ครั้งนี้ว่า “เนื่องจากปัจจุบันมีการนำอุปกรณ์ไอทีมาใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันทางธุรกิจ รวมถึงเริ่มมีการปรับใช้ระบบคลาวด์ในองค์กรที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่และทุกเวลา ดังนั้นองค์กรธุรกิจไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดย่อมต่างก็ตระหนักถึงความสำคัญในด้านการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลขององค์กรกันเพิ่มมากขึ้น”

“บริษัท เอสไอเอส มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นพันธมิตรธุรกิจร่วมกับบริษัท เทรนด์ไมโครในครั้งนี้ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าจะสามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าองค์กรที่กำลังก้าวไปสู่ระบบคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยกลุ่มสินค้าที่ทำตลาดร่วมกับเทรนด์ไมโคร คือ โซลูชั่นดีพ ซิเคียวริตี้ โซลูชั่นรักษาความความปลอดภัยสำหรับระบบคลาวด์ที่สมบูรณ์แบบ และเป็นกลุ่มสินค้าชั้นนำในตลาด มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นอันดับ 1 และด้วยความเชี่ยวชาญของเอสไอเอสซึ่งเป็นผู้แทนจำหน่ายในกลุ่มสินค้าเวอร์ช่วลไลซ์ (Virtualized) ที่ครบสมบูรณ์ที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ระบบวีเอ็ม (VM), ระบบรักษาความปลอดภัยบนวีเอ็ม และแบ็คอัพบนวีเอ็ม จึงมั่นใจว่าธุรกิจสามารถแข่งขันในตลาดได้ และส่งผลให้ยอดขายในส่วนการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบคลาวด์ในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน”

View :894

ดีแทคประกาศผลผู้ชนะเลิศทีม ฟาสอินโฟล (Fastinflow) จากโครงการ dtac Accelerate คว้าชัยลัดฟ้าสู่ ซิลิคอน แวลลีย์

September 4th, 2013 No comments

Resize of IMG_4063
28 สิงหาคม 2556 – ดีแทคประกาศผลทีม ฟาสอินโฟล (Fastinflow) ผู้ชนะเลิศในโครงการ ประกวดผลงานโมบายแอพพลิเคชั่น ในธีม Wizard of Apps เฟ้นหาสุดยอดนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น หลังขับเคี่ยวกับหลายทีมและผ่านเวิร์คช้อปจากนักธุรกิจชื่อดังที่บินตรงมาจากซิลิคอน แวลลีย์อย่างเข้มข้น ตั้งแต่เปิดโครงการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จนได้ ทีมฟาสอินโฟล ที่ชนะใจกรรมการ ด้วยแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวกับ การวิจัยการตลาดที่ง่ายต่อการใช้งาน ภายใน 5 นาที กับ 3 ขั้นตอน คือ 1. สร้างแนวคำถามที่ต้องการถามลูกค้า 2. ส่งคำถามไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ และ 3. รับผลสรุปจากกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
ฟาสอินโฟลเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดให้กับนักวิจัยการตลาดที่ต้องการเจาะลึกถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง
Resize of IMG_4138 (1)
รางวัลสำหรับผู้ชนะ จะได้เข้าร่วมโปรแกรม Blackbox Connect ที่ซิลิคอน แวลลีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการเข้าคอร์สติวเข้ม ระยะเวลา 2 สัปดาห์ ภายใต้แนวคิด “Half-a-year Silicon Valley experience condensed in a two-week immersion program” ด้วยเนื้อหาจากประสบการณ์จริงของ ผู้บริหาร นักพัฒนา นักลงทุน และนักธุรกิจชั้นนำของซิลิคอน แวลลีย์ เพื่อเตรียมความพร้อมเพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทระดับโลก และสำหรับผู้ผ่านเข้ารอบโครงการ dtac Accelerate จะได้รับการสนับสนุนการพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์จากดีแทคอีกด้วย

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า “ผมขอแสดงความยินดีกับทีมที่ชนะเลิศ และทีมที่เข้ารอบทั้งหมดในวันนี้ซึ่งได้เห็นถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและพลังสร้างสรรค์ ที่อยากทำงานอย่างอิสระ มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้ประกอบธุรกิจที่มีอนาคตไกล ผลงานที่แต่ละทีมนำเสนอเข้ามา ทำให้มองเห็นเทรนของการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่หลากหลายรองรับการดำเนินชีวิต mobility lifestyle ในอีก 3-5 ปี ข้างหน้า

โครงการ dtac Accelerate เกิดขึ้นจากการที่ดีแทคมีความเชื่อมั่นในความสามารถของคนไทย และต้องการสร้างแรงกระตุ้นให้คนไทยเป็นผู้ริเริ่มสร้างนวัตกรรม แอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ ร่วมปฏิวัติอุตสาหกรรมเทคโนโลยี เพิ่มพื้นที่เรียนรู้และแสดงศักยภาพให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ดีแทคให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจสู่โมบายคอนเทนท์และแอพพลิเคชั่น ที่เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการทรานฟอร์มบริษัทสู่ธุรกิจโมบายล์ อินเทอร์เน็ตอย่างเต็มตัว เพื่อสร้าง application ecosystem ที่สมบูรณ์แบบขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ทางด้านการส่งเสริมการตลาดกับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นในประเทศไทย เพื่อนำแอพพลิเคชั่นดีๆ สู่ผู้ใช้บริการ และยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นไทยก้าวสู่เวทีระดับโลก”

โครงการ dtac Accelerate ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยม ด้วยจำนวน Like กว่า 8,000 บน Facebook Fan Page มีผู้ลงทะเบียนเป็นสมาชิกกว่า 2,500 คน มีไอเดียที่ผ่านเกณฑ์คัดเลือกมากกว่า 200 ไอเดียจากผู้เข้าแข่งขันประมาณ 1,000 คน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา dtac Accelerate เป็นโครงการที่สร้างความโดดเด่นและแตกต่าง ด้วยการจัด Workshop กับผู้บริหารดีแทค นักพัฒนา นักลงทุนและนักธุรกิจชื่อดังที่บินตรงมาจาก ซิลิคอน แวลลีย์ เพื่อโครงการนี้โดยเฉพาะ เช่น Matt Monday อดีต editor จาก Apple App Store และ Paul Jastrzebski ผู้เชี่ยวชาญด้าน Business Development ที่นำเกมดังมากมายเช่น Grand Theft Auto 3, Shadowgun มาสู่ Google Play Fadi Bishara ผู้ก่อตั้ง Blackbox Accelerator เป็นต้น

และในที่สุดก็มาถึงวันเดโมเดย์ รอบชิงชนะเลิศที่ทั้ง 10 ทีมที่เข้ารอบจะได้พรีเซ้นท์ผลงานต่อคณะกรรมการ 5 ท่าน ซึ่งประกอบไปด้วย 1. Stephanie Palmeri, Principal จาก SoftTech VC ที่ลงทุนในบริษัท Startup กว่า 15,000 ล้านบาท 2. Benjamin Ranck, CTO แห่ง Jetabroad บริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการสำรองตั๋วเครื่องบิน และการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวในอนาคต 3. Matt Walters, Principal จาก Ardent Capital ผู้ร่วมก่อตั้ง WhatsNew และ Topicmarks 4. ชวภาส องค์มหัทมงคล ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหาร PrimeStreet Advisory บริษัทที่ปรึกษาด้านการร่วมทุน อาจารย์พิเศษ และที่ปรึกษาให้กับองค์กรธุรกิจและการศึกษาหลายแห่ง และ 5. ปัญญา เวชบรรยงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่าย Business Support System ดีแทค
Resize of IMG_4096 (1)
โดยมีรายชื่อทีมผู้เข้ารอบ 10 ทีมสุดท้ายและแอพพลิเคชั่นดังนี้
· DietParty: แอพพลิเคชั่นที่จะทำให้คุณสนุกกับการลดน้ำหนัก ด้วยวิธีการที่น่าสนุกและลดน้ำหนักไปพร้อมกับเพื่อนๆ
· Evrdi, Social Diary ไดอารี่ออนไลน์แนวใหม่ ที่จะช่วยเก็บความทรงจำของคุณ ไม่หล่นหายไปตามกาลเวลา
· Facecard: แอพพลิเคชั่นที่จะทำให้ นามบัตรของคุณ ไม่เป็นเพียงบัตรกระดาษใบเล็กอีกต่อไป
· Fastinflow: แอพพลิเคชั่นที่จะทำให้นักการตลาด สามารถหา consumer insight ของลูกค้าได้ ในเวลา 5 นาที!
· Shopsuke: แอพพลิเคชั่นที่จะรวมร้านค้าที่ถูกใจใน Facebook พร้อมช่องทางสื่อสารกับร้านค้าโดยตรง มาอยู่ในมือคุณ
· Haamor: นวัตกรรมทางการแพทย์ ที่จะช่วยให้ปัญหาสุขภาพของคุณมีคำตอบ ด้วยคำถามง่าย ๆ จากแพทย์ชั้นนำ
· Packlink: ทริปท่องเที่ยวของคุณ จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป กับแอพพลิเคชั่นที่จะช่วยให้คุณไม่พลาดของสำคัญในการเดินทาง
· Quest: แอพพลิเคชั่นที่จำช่วยให้ startups ค้นหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ และสร้างความสัมพันธ์เพื่อธุรกิจที่ยั่งยืน
· sabuy.me: แอพพลิเคชั่นที่ช่วยสร้างช่องทางให้กับร้านค้าออนไลน์ พร้อมระบบการซื้อขายที่สะดวกยิ่งขึ้น
· Storylog: การแบ่งปันเรื่องสนุกของคุณ จะไม่เป็นเพียงเรื่องเล่าธรรมดาๆ อีกต่อไป กับแอพพลิเคชั่น Storylog

View :744
Categories: Application Tags: