Archive

Posts Tagged ‘ประมูล 3G’

กสทช. เคาท์ดาวน์ประมูล 3G ความถี่ 2.1 GHz ยืนยันกระบวนการโปร่งใสเป็นธรรม

September 21st, 2012 No comments

ประกาศเริ่มนับถอยหลังประมูล 3G คลื่นความถี่ 2.1 GHz อีกครั้งกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในประเทศ สู่การเป็น “เครือข่ายไทย เครือข่ายโลก” พร้อมเผยวิธีการประมูลและกระบวนการที่โปร่งใส สร้างความเชื่อมั่น ด้วยมาตรฐานสากล ดีเดย์ 16 ตุลาคม นี้

นายพิทยาพล จันทนะสาโร รองเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รองเลขาธิการ กสทช.) เผยวันนี้การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz เพื่อเดินหน้าสู่การพัฒนาโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G เต็มรูปแบบ เป็นวาระแห่งชาติที่ได้รับเสียงตอบรับจากทุกฝ่าย 16 ตุลาคม 2555 คือ วันที่จะจัดการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz ครั้งแรกของประเทศไทย

การพัฒนาเครือข่าย 3G บนคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz จะทำให้สามารถใช้งานโทรคมนาคม ได้อย่างสมบูรณ์ครอบคลุมทุกรูปแบบ วันนี้เราทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของประเทศได้มาแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะผลักดันประเทศไทยสู่การสื่อสารยุค 3G สมบูรณ์แบบ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ซึ่งจะส่งผลดีกับประเทศในการรองรับนโยบายเปิดเสรีอาเซียน ที่กำลังจะมาถึง

ประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการนำโครงข่าย 3G มาใช้เพื่อประโยชน์ทางด้านการศึกษา Tele-Education และการสาธารณสุข Tele-Health ในท้องถิ่นทุรกันดาร ห่างไกล นอกจากนี้ยังสามารถช่วยแก้ไขปัญหาความสับสนของประชาชนในการเลือกซื้อโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้รองรับกับเครือข่ายของ ผู้ให้บริการ 3G เมื่อบ้านเราใช้เทคโนโลยี 3G มาตรฐาน ก็จะสามารถรองรับเครื่องลูกข่ายที่รองรับ 3G ที่มีจำหน่ายอยู่ในตลาดได้ และที่สำคัญยังเป็นการเปลี่ยนรูปแบบการให้บริการโทรคมนาคมของประเทศไทย จากเดิมในยุคผูกขาดด้วยระบบสัมปทานไปสู่ระบบการให้ใบอนุญาตเป็นครั้งแรก

นายพิทยาพล กล่าวว่า กสทช. ใช้วิธีจัดสรรคลื่นความถี่ด้วยการประมูล ซึ่งเป็นวิธีการตามที่พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 45 กำหนดไว้ สำหรับรูปแบบที่จะใช้ในการประมูล กทค. และ กสทช. ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications – IMT) ย่าน 2.1 GHz สาระสำคัญของร่างประกาศประกอบด้วย จำนวนคลื่นความถี่ที่ผู้เข้าประมูลแต่ละรายสามารถถือครองได้ (Spectrum Cap)คือ 15 MHz และมีการแบ่งคลื่นความถี่ออกเป็น 9 สล็อต สล็อตละ 5 MHz โดยมีราคาประมูลตั้งต้นอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท ต่อ 5 MHz

ในทุกขั้นตอน กสทช. ได้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ ถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย โปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจะนำเอาคลื่นย่าน 2.1 GHz มาให้บริการประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้บริการที่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มศักยภาพทางการสื่อสารให้กับประเทศไทย เพิ่มโอกาสในการลงทุนเพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนทุกคน

รองเลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า งานวันนี้จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ถึงความสำคัญและประโยชน์ของการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz รวมถึงเป็นการยืนยันว่าการดำเนินการจัดประมูลจะกระทำด้วยความสุจริต โปร่งใส และเที่ยงธรรม ตลอดจนถือเป็นวันสำคัญที่ทุกฝ่ายในวงการโทรคมนาคม ทั้งหน่วยงานกำกับดูแล หน่วยงานของรัฐ ผู้ประกอบการโทรคมนาคม สื่อมวลชน รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการ มาพร้อมใจรวมพลังเพื่อสร้างจุดเปลี่ยนให้กับอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย รวมกันสนับสนุนให้การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz เกิดขึ้น

ในส่วนของสำนักงาน กสทช. เอง ก็ได้เตรียมพร้อมทั้งในด้านสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบสารสนเทศ ความปลอดภัย และการประชาสัมพันธ์ สำหรับการประมูล โดยมีคณะกรรมการดำเนินการประมูล 4 คณะ ได้แก่ คณะทำงานเตรียมการประมูล คณะทำงานด้านวิชาการ คณะทำงานรับและตรวจสอบคำขอรับใบอนุญาต และคณะทำงานตรวจสอบคุณสมบัติผู้ขอรับใบอนุญาต ดูแล สำหรับที่ปรึกษาการประมูลได้บริษัท พาวเวอร์ อ็อกชั่น มาเป็นที่ปรึกษา และดูแลระบบซอฟท์แวร์การประมูล

นายพิทยาพล กล่าวทิ้งท้ายว่า กสทช. อยากให้ประชาชนคนไทยทุกคนรวมพลัง และให้การสนับสนุนการประมูล 3G ครั้งนี้ เพื่อให้ประเทศไทยของเราได้มีโอกาสใช้บริการที่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มศักยภาพทางการสื่อสารให้กับประเทศเพิ่มโอกาสในการลงทุน 16 ตุลาคม 2555 นี้ วันประมูลคลื่นความถี่ครั้งแรกของประเทศไทย ณ สำนักงาน กสทช.

View :827

เอไอเอส รุกเดินหน้าต่อเนื่อง เน้นตอบโจทย์และมอบประสบการณ์คุณภาพครบทุกด้าน พร้อมยืนยันเข้าสู่สังเวียนประมูล 3G เต็มที่

February 22nd, 2012 No comments

ประกาศความสำเร็จผลการดำเนินงานปี 2011 ที่เติบโตในภาพรวมถึง 12 % ยืนยันให้เห็นถึงความต้องการใช้งานทั้ง Voice และ Data ที่ยังคง เพิ่มอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนาคุณภาพบริการทุกด้านเพื่อสร้างประสบการณ์คุณภาพสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำฟิตเต็มร้อย สำหรับการประมูล 3 จี 2.1 GHz ที่จะเกิดขึ้น ในปีนี้

นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ภาพรวมของอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคม ในปีที่ผ่านมาเติบโตราว 9% ทั้งในส่วนของการให้บริการที่โต 11% และการจำหน่ายสมาร์ทดีไวส์ ที่เติบโต15% เช่นกัน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงความต้องการใช้งานระบบสื่อสารไร้สายของ คนไทยอย่างชัดเจน”

นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)


“ในส่วนของเอไอเอส สำหรับปี 2554 ที่ผ่านมา ยังคงครองความเป็นผู้นำใน ส่วนแบ่งการตลาด ด้วยการเติบโตในภาพรวม 12% โดยมีจำนวนลูกค้า ณ สิ้นปี 2554 ถึง 33.5 ล้านราย มีการใช้งาน Voice ที่เติบโต 8% และ มีลูกค้าที่ใช้งานดาต้า 10 ล้านราย โดยในจำนวนนี้ 1.2 ล้านราย คือ ผู้ที่ใช้งาน 3 จี ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเชื่อว่าเป็นผลที่เกิดจากการยึดมั่นเรื่องคุณภาพในการให้บริการทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายที่พร้อมตอบสนองทั้ง Voice และ Data, แพ็คเกจการใช้บริการที่หลากหลาย สำหรับทุก Segment ,การนำ Smart Device คุณภาพเข้ามาจำหน่าย , การพัฒนาหลากหลาย Application อาทิ AIS Book Store ที่ได้รับการตอบอย่างดียิ่ง ตลอดจนการยกระดับบุคลากรที่ส่งมอบบริการ รวมไปถึงการผนึกกำลังกับพันธมิตรตามหลัก Ecosystem มอบประสบการณ์สุดพิเศษ ให้แก่ลูกค้า”

“ปี 2555 ในภาพใหญ่ถือเป็นปีแห่งความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ของประเทศ ในการก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น จากตัวเลข GDP ที่คาดว่าจะเติบโตราว 3-5% รวมถึงนโยบาย ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งให้ความสำคัญแก่การขยายโอกาส ในการเข้าถึงโลกแห่ง online ผ่านโครงการ Smart Thailand รวมไปถึง โครงการ One Tablet per Child และการเตรียมเปิดประมูล 3จี 2.1 GHz ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ยืนยันว่าจะสามารถดำเนินการได้ในปีนี้ ทั้งหมด จะนำมาซึ่งโอกาสที่คนไทยจะได้สัมผัสกับบริการทางด้านสื่อสารโทรคมนาคมที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น”

นายวิเชียร คาดการณ์ภาพของอุตสาหกรรมในปี 2555 ว่า “การเติบโตของการใช้งาน Voice, Data และยอดจำหน่ายของ Smart Device จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด มากกว่า 100% ซึ่งแน่นอนเราจะได้เห็นภาพการแข่งขันระหว่าง Operator ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง โดยกลยุทธ์ในส่วนของเอไอเอสนั้นยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับ “การส่งมอบประสบการณ์คุณภาพสมบูรณ์แบบ” ในทุกด้าน ควบคู่กับการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อผนึกกำลังส่งมอบความพิเศษที่มากยิ่งขึ้นไปยังลูกค้าตลอดปีนี้ นอกจากนี้เอไอเอสยังมีความพร้อมเต็มที่ใน การเข้าร่วมประมูล 3จี ไม่ว่าจะเป็น เงินลงทุน, ความรู้ ความสามารถของบุคลากร, งบประมาณ รวมไปถึงความสามารถในการให้บริการได้อย่างรวดเร็ว หากได้รับใบอนุญาต”

ด้าน นายมาร์ค ชอง ชิน ก๊อก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ผู้บริหารด้านปฏิบัติการ เอไอเอส กล่าวว่า “คุณภาพ” ยังคงเป็นหัวใจหลักในการส่งมอบประสบการณ์จากทุกมิติ ผ่าน Devices, Networks, Applications รวมถึง Customer Services โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ Network ซึ่ง เอไอเอสจะใช้งบประมาณลงทุนด้านเครือข่ายเป็นเงินเบื้องต้น 8 พันล้านบาท ซึ่งจะมีทั้งการขยายพื้นที่การให้บริการ, ปรับปรุงคุณภาพเครือข่าย, เพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานของ 2G ในส่วนของ Voice และ Data อย่าง EDGE Plus ที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้ดาต้า ของ 3 G 900 MHz รวมไปถึงการขยายจุดให้บริการ Wifi ใน Community Mall ใหม่ๆ พร้อมด้วยประสบการณ์พิเศษที่จับมือกับพาร์ทเนอร์มอบให้แก่ลูกค้าเอไอเอสเท่านั้น”

“ในส่วนของ Smart Device จะมุ่งเน้นการขยายตลาดไปยังตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ผู้ผลิตระดับโลก นำ Smart Device คุณภาพระดับสากลในราคาสุดคุ้มมามอบให้แก่ลูกค้า พร้อมแพ็คเกจการใช้งานที่เหมาะสม คุ้มค่าทั้ง Voice , Data ก่อนใคร และพิเศษกว่าใครเสมอ”

นายมาร์ค ย้ำถึงแนวทางการพัฒนา Applications และ Service ว่า “เรายังมุ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนา Applications ที่จะอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในทุกๆ Segment ทั้งลูกค้าทั่วไปเพื่อให้ Digital Lifestyle เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่าน Innovative Application ต่างๆรวมไปถึง การมุ่งพัฒนา Mobile Business Solution และการผสมผสานเทคโนโลยี Fix และ Wireless เข้าด้วยกันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มลูกค้า SMEs และลูกค้าองค์กรที่มีความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติอุทกภัย ที่ผ่านมาซึ่งสามารถทำให้การทำงานยังคงเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง”

ด้านนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานการตลาดเอไอเอส กล่าวว่า “เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าปัจจุบันโทรศัพท์เคลื่อนที่และเทคโนโลยีไร้สาย เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน เพราะเป็นทั้งผู้ช่วยและ Support กิจวัตรต่างๆพร้อมตอบสนองความคาดหวังของผู้บริโภคในแต่ละ Segment ที่มี Lifestyle แตกต่างกันออกไป”

“สำหรับกลยุทธ์ด้านการตลาดในปีนี้ เรายังคงมุ่งเน้นการตอบสนองความต้องการใช้งาน Voice และ Data ผ่านทาง Promotion Package ที่หลากหลายและคุ้มค่า ควบคู่กับ การนำ Device คุณภาพและ Application เพื่อส่งมอบให้ลูกค้าในแต่ละ Segment ที่ละเอียดยิ่งขึ้น โดยจุดแข็งของเอไอเอสที่เหนือกว่า คือ การพัฒนา Innovative Service อย่างต่อเนื่อง ที่จะเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่สำหรับผู้ใช้บริการ อาทิ ช่วงที่ผ่านมาได้เปิดตัวความร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย ให้ลูกค้าเอไอเอสถอนเงินสดจากตู้เอทีเอ็มได้เพียงใช้รหัส ซึ่งนอกเหนือจากจะเป็นประโยชน์แก่ลูกค้าแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสทางการเติบโตให้แก่พาร์ทเนอร์ในอุตสาหกรรมอื่นๆตามแนวคิด Ecosystem โดยจะมีการทยอยเปิดบริการใหม่ๆตามแนวคิดนี้อย่างต่อเนื่อง”

“อย่างไรก็ตามสิ่งที่เอไอเอสยืนยันและต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค คือ“เครือข่ายที่ดี และ เชื่อมั่นได้มากที่สุด” จะต้องมีการเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องในทุกๆด้าน เพราะความต้องการของผู้บริโภคมิใช่เพียง 3G มิใช่เพียง Data มิใช่เพียงการใช้งาน Voice มิใช่เพียงการใช้ Application และมิใช่เพียง…….ฯลฯ หากแต่ต้องผสมผสานบริการ ทุกรูปแบบอย่างลงตัวเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกๆ Segment สนับสนุนให้สามารถเลือกใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองชื่นชอบได้อย่างไร้ข้อจำกัดตามแนวคิด “ชีวิตในแบบคุณ” ล่าสุดจึงได้ส่งผ่านแนวคิดดังกล่าวผ่าน Communication Campaign ที่นำเสนอมุมมองของผู้บริโภคถึง 15 กลุ่ม ซึ่งต่างบอกเล่าถึง Lifestyle และการเติมเต็มความต้องการได้ดังใจจากบริการของเอไอเอส โดยเรามีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการเดินข้างหน้า นำบริการที่ดีที่สุดมามอบให้แก่ลูกค้า พร้อมประสบการณ์คุณภาพที่สมบูรณ์แบบตลอดไป” นายสมชัยกล่าวในตอนท้าย

View :1436