Archive

Archive for June, 2014

แท็บเล็ตพร้อมไล่ทันสมาร์ตโฟน เป็นโมบายดีไวซ์คู่ใจขาช้อป ราคูเท็นพบ ยอดขายแท็บเล็ตโตถึง 4 เท่าไวกว่าโทรศัพท์

June 10th, 2014 No comments

กรุงเทพฯ ประเทศไทย 5 มิถุนายน 2557 ยอดผู้ใช้งานแท็บเล็ตโตขึ้นถึง 4 เท่า ไวกว่ายอดการใช้งานสมาร์ตโฟน สอดคล้องกับ ผลสำรวจล่าสุด “อีคอมเมิร์ซ อินเด็กซ์” จากราคูเท็น หนึ่งในผู้นำด้านตลาดออนไลน์และผู้เป็นเจ้าของราคูเท็นตลาดดอทคอมในประเทศไทย โดยจากการศึกษาเทรนด์การ
ช้อปปิ้งใน 14 ตลาด พบว่ายอดการใช้งานแท็บเล็ตเพิ่มขึ้นถึง 41.9%ในปีที่ผ่านมา ในขณะที่ยอดการใช้งานสมาร์ตโฟนโตเพียงแค่ 9.7% เมื่อเปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน

ราคูเท็นพบว่า มีผู้พึงพอใจในการใช้แท็บเล็ตในการช้อปปิ้งออนไลน์ถึง 6.1% ในขณะที่6.8% ชอบใช้สมาร์ตโฟน โดยสหราชอาณาจักรเป็นตลาดที่มีผู้ใช้แท็บเล็ตมากที่สุดแซงแชมป์เก่าอย่างสหรัฐอเมริกา ด้วย 12.2% ของชาวอังกฤษผู้ตอบแบบสำรวจบอกว่าชอบใช้แท็บเล็ตมากกว่า ขณะที่มีชาวอเมริกันเพียง 11.3% เท่านั้นที่ชอบใช้แท็บเล็ต

ในขณะที่อีกด้าน มีเพียง 0.7%ของนักช้อปชาวบราซิลเท่านั้นที่ชอบช้อปและใช้ประโยชน์จากแท็บเล็ต และนักช้อปชาวไทยก็เช่นกันที่ชอบใช้สมาร์ตโฟนในการช้อปถึง 13.3% ขณะที่ชาวไทยเพียงแค่ 8.5%นิยมการใช้งานแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ เท่านั้น

แม้ว่าจะมีการเติบโตของเอ็มคอมเมิร์ซ ทั้งนี้ทั้งนั้น คอมพิวเตอร์ก็ยังคงเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเพื่อใช้ในการเข้าถึงเว็บไซต์ต่างๆ อย่างไรก็ตามยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว โดยผู้ใช้คอมพิวเตอร์ในการช้อป
ปิ้งทั่วโลกมีจำนวน 81.8% เมื่อเทียบกับ ปี 2556 ที่มี 83.2% ซึ่งหมายความว่า ยอดการใช้งานผ่านโมบายเพิ่มขึ้น 13.8% จาก12%ของเมื่อปีที่แล้ว สำหรับในประเทศไทย มีผู้ช้อปออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์57.3% และ 25.3%ที่ช้อปผ่านโมบายดีไวซ์

คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ Rakuten TARAD.com กล่าวว่า “เรากำลังเฝ้าสังเกตดูการเปลี่ยนแปลงของวิธีการที่ผู้บริโภคใช้ในการปฏิสัมพันธ์กับผู้ค้าปลีกผ่านช่องทางดิจิตอล หลังจากที่มีการเปิดตัว iPad จากค่าย Apple ส่งผลให้แท็บเล็ตกลายเป็นอุปกรณ์ที่ฮอตฮิตขึ้นมาทันที ด้วยหน้าจอที่ใหญ่กว่าสมาร์ตโฟน ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้สะดวกสบายขึ้น แน่นอนว่า ใหญ่กว่า ย่อมดีกว่า แต่อย่างไรก็ดี มีร้านค้าจำนวนมากที่ไม่สามารถวัดประสิทธิภาพทางการค้าของเขาผ่านการใช้แอพพลิเคชั่นได้ ร้านค้าอาจจะพลาดการใช้ประโยชน์จากจุดนี้ ซึ่งเราอาจจะใช้วิธีการเปิดประสบการณ์การใช้แท็บเล็ตให้กับนักช้อปเพื่อสร้างความประทับใจก็ได้เช่นกัน”

ช่วงปีที่ผ่านมาบางตลาดได้เล็งเห็น “ความเบื่อหน่ายทางสังคม” จากจำนวนการแนะนำสินค้าผ่านทางโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คที่ลดลง โดยจากผลสำรวจล่าสุดพบว่าเหลือเพียง 41.9% ซึ่งลดจำนวนลงจาก 44% เมื่อปี 2556 ส่วนในประเทศไทยพบว่า มีชาวไทยจำนวน 65% ที่ตอบแบบสอบถามมักจะค้นหาข้อมูลหรือรีวิวสินค้าก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ

คุณภาวุธ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า “สังคมยังคงเป็นช่องทางที่สำคัญสำหรับร้านค้าที่จะดึงดูดนักช้อปและ ‘crowdsource’ กลุ่มคนที่คอยสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ จากแง่มุมของผู้ที่มีโอกาสใช้งานจริง แนะนำผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียยังคงเป็นช่องทางที่ดึงดูดใจให้ช้อปได้เป็นอย่างดี เช่นตอนนี้ นักช้อปต่างใช้ Pinterest หรือ Twitter ในการค้นหาสินค้าที่เขาต้องการซื้อและดูความคิดเห็นประกอบการตัดสินใจ ซึ่งแน่นอนร้านค้าสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้ในการปฏิสัมพันธ์กับนักช้อปและแนะนำสินค้าได้เช่นกัน”

เสื้อผ้าและเครื่องประดับ เป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกออนไลน์ทั่วโลกแต่นักช้อปจากบราซิลและญี่ปุ่นกลับสวนทาง เพราะที่บราซิลนั้น สินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยจำนวนเกินครึ่งของสินค้าอื่น (55.1%) ขณะที่ญี่ปุ่น สิ่งที่นักช้อปนิยมมากที่สุดก็คือ การดาวน์โหลด หนังสือ หรือ นิตยสาร โดยนิยมสูงสุดถึง 59.7% จากสินค้าทั้งหมดที่ผู้คนจับจ่าย และสำหรับประเทศไทยของเรานั้น สินค้าที่ฮอตฮิตที่สุด ก็คือ สินค้าประเภทเสื้อผ้าและเครื่องประดับ 51.9% นอกจากนี้สินค้าประเภทที่ได้รับความนิยมตามมาก็คือ สินค้าจำพวกสุขภาพและความงาม สินค้าจำพวกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และรองเท้า โดยคนไทยมีแนวโน้มที่จะซื้อสินค้าพวกเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ออนไลน์น้อยที่สุด โดย 96.2% มีความพึงพอใจที่จะซื้อกับผู้ขายโดยตรงมากกกว่า

View :2090
Categories: Press/Release Tags:

เอ็กซ์เซกคิวทีฟ ซีนิม่า ผนึกกำลัง เอไอเอส เปิดบริการโรงภาพยนตร์ที่หรูที่สุดในโลก ระดับ 6 ดาว

June 8th, 2014 No comments

DECORATE EMBASSY diplomat Screens by AIS_5
6 มิถุนายน 2557 : เอ็กซ์เซกคิวทีฟ ซีนิม่า จับมือ เอไอเอส มอบประสบการณ์ความบันเทิงจากโลกภาพยนตร์ต่อเนื่องให้แก่คนไทย ล่าสุดร่วมมอบปรากฏการณ์ความบันเทิงซึ่งหรูหราที่สุด ครั้งแรกในประเทศไทยกับโรงภาพยนตร์ระดับ 6 ดาว‘เอ็มบาสซี่ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส’ พร้อมสิทธิพิเศษหลากหลายเพื่อลูกค้าเอไอเอสและพันธมิตร

นายไบรอัน ฮอลล์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็กซ์เซกคิวทีฟ ซีนิม่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด (Mr. Brian Hall CEO Executive Cinema Corporation Co.ltd.) เปิดเผยว่า “บริษัทได้ลงทุนไปกว่า 120 ล้านบาท ในการสร้าง “เอ็มบาสซี่ ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส” ซึ่งเป็นครั้งแรก กับ โรงภาพยนตร์หรูระดับ 6 ดาว ทั้ง 5 โรงภาพยนตร์ แห่งใหม่ล่าสุดในเมืองไทย ที่จะเปิดให้บริการบนชั้น 6 ของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บนถนนเพลินจิต ติดกับห้างเซ็นทรัล ชิดลม ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายนเป็นต้นไป

“ด้วยเงินลงทุนที่มากกว่า 120 ล้านบาท ส่งผลให้ต้นทุนการลงทุนใช้เม็ดเงิน ต่อที่นั่งสูงที่สุดในประเทศไทย หรืออาจจะสูงที่สุดในโลก โดยตั๋วชมภาพยนตร์เป็นราคาเหมาะสม โดย ราคาปกติเริ่มต้นที่เพียง 900 บาทต่อที่นั่งและราคาโปรโมชั่นเพียง 720 บาทต่อที่นั่ง”

สำหรับเอ็มบาสซี่ ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส ถือเป็นสุดยอดโรงภาพยนตร์ที่ผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างคลับเอ็กซ์คลูซีฟ และโรงภาพยนตร์ส่วนตัวที่มีบริการส่วนตัวระดับ 6 ดาว ที่คุณจะสามารถดื่มดำประสบการณ์ภาพยนตร์ร่วมกับคนรู้ใจอย่างเป็นส่วนตัว

ด้านนางวิลาสินี พุทธิการันต์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านงานบริการและบริหารลูกค้า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “นอกเหนือจากนวัตกรรมแห่งโลกการสื่อสารที่เรามุ่งเน้นพัฒนาอย่างต่อเนื่องแล้ว เรายังให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมที่นำมาซึ่งสุดยอดประสบการณ์เหนือระดับมามอบให้ลูกค้า และคนไทยได้สัมผัสก่อนใครเสมอเช่นกัน ดังเช่น โรงภาพยนตร์ 4 มิติ AIS 4DX ในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดจึงร่วมมือกับผู้นำแห่งโลกภาพยนตร์ เอ็กซ์เซกคิวทีฟ ซีนิม่า เปิดตัว โรงภาพยนตร์ที่หรูที่สุดในโลก ระดับ 6 ดาว ครั้งแรกในประเทศไทย กับ ‘เอ็มบาสซี่ ดิโพลแมทสกรีน โดย เอไอเอส’ ที่นอกจากจะเป็นการนำประสบการณ์ของสุดยอดการรับชมภาพยนตร์ ที่ทั้งสะดวกสบาย Exclusive และหรูหราแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนแล้ว ยังมอบสิทธิพิเศษ ส่วนลด สูงสุดถึง 25% พร้อมการอำนวยความสะดวก ณ AIS Lounge ให้แก่ลูกค้า AIS 3G อีกด้วย”

“อย่างไรก็ตาม นายไบรอัน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 ปี ก็จะสามารถคืนทุนให้กับบริษัทได้ เนื่องจากผลตอบรับที่ดีเกินคาดจากทางพาร์ทเนอร์ โดยปัจจุบัน ถือว่าเป็นโรงภาพยนตร์แห่งเดียวในประเทศไทย ที่มี แคเทกอรี เอ็กซ์คลูซีฟ พาร์ทเนอร์ มากที่สุดถึง 8 แบรนด์ ใน 5 โรงภาพยนตร์ และทางพารท์เนอร์จะมีกิจกรรมทางการตลาดเพื่อให้สิทธิประโยชน์ร่วมกันกับทางโรงภาพยนตร์ตลอดทั้งปี และเป็นยุทธศาสตร์การขยายตลาดกับฐานลูกค้าของ แคเทกอรี เอ็กซ์คลูซีฟ พาร์ทเนอร์ร่วมกับทางโรงภาพยนตร์

จำนวนลูกค้าที่คาดว่าจะมีจำนวนมากโดยตั้งเป้า ยอดผู้ชมในปีแรกที่ 130,000 คนและมีอัตราการเติบโตของผู้เข้าชม 10% ทุกปี โดยอัตราการใช้โรงภาพยนตร์ (Occupancy) ที่ 35% ในขณะที่ (Average Occupancy) อัตราเฉลี่ยในประเทศไทยอยู่ที่ เพียง 20% โดยคาดว่ารายได้ในปีแรกจะอยู่ที่ประมาณ 140 ล้านบาท ซึ่งรายได้จะมาจากยอดขายตั๋วภาพยนตร์ 100 ล้านบาท ยอดขายที่คอนเซสชั่น 10 ล้านบาท และยอดขายโฆษณา 30 ล้านบาท

นอกจากนี้ ทางผู้บริหาร ยังไม่มีแผนจะขยายสาขาโรงภาพยนตร์เพิ่ม เนื่องจากโรงภาพยนตร์ เอ็มบาสซี่ ดิโพลแมทสกรีน เป็นโปรเจคที่หรูหรา มีระดับ ไม่เหมือนใคร ซึ่งอาจจะพูดได้ว่าเป็นเพียงหนึ่งเดียว ดีที่สุด ทั้งในประเทศไทย และในโลก เป็นเวิลด์คลาส เดสทิเนชั่น

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ มูฟวี่ คองเซียส ไดเรกไลน์ 02-160-5999 หรือ www.embassycineplex.com หรือ Facebook: Embassycineplex , Itunes Application:Embassycineple

View :1801
Categories: Press/Release Tags: