Archive

Archive for the ‘3G’ Category

ดีแทค ไตรเน็ตลุยพัฒนาระบบสถานีฐานเฟสแรกสู่ 4G 2100MHz

March 28th, 2014 No comments

25 มีนาคม 2557 – ไตรเน็ตเดินหน้าพัฒนาสถานีฐานเฟสแรกพร้อมเริ่มทดสอบสู่การให้บริการ 4G LTE บนคลื่น 2100MHz ในพื้นที่กรุงเทพฯ มั่นใจความพร้อมของเทคโนโลยีใหม่และการพัฒนาระบบที่ทำได้อย่างต่อเนื่องตามแผนงาน เพื่อรองรับการใช้งานดาต้าที่สูงขึ้นและต่อยอดประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เน็ตบนโครงข่ายดีแทค ไตรเน็ต
dtac4G-158N
นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่าขณะนี้ดีแทค ไตรเน็ตได้ดำเนินการพัฒนาระบบสถานีส่งสัญญาณหลักในพื้นที่กรุงเทพมหานครตามแผนงาน หลังจากได้รับมติอนุญาตอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เพื่อพัฒนาระบบสู่เทคโนโลยี 4G LTE บนคลื่นความถี่ 2100MHz บนช่องสัญญาณที่ดีแทค ไตรเน็ตมีอยู่ในปัจจุบัน มาให้บริการภายใต้ขอบเขตใบอนุญาตเดิม เรามั่นใจในความพร้อมของเครือข่ายใหม่ที่รองรับพัฒนาสู่เทคโนโลยีล่าสุดได้อย่างรวดเร็วเพียงแค่เปลี่ยนการ์ด 4G ในตู้สัญญาณ และยังเริ่มทดสอบการใช้งานเทคโนโลยี 4G LTE ผ่านอุปกรณ์สื่อสารเพื่อเตรียมให้บริการในเร็วๆ นี้

ทางดีแทค ไตรเน็ตได้ออกแบบพื้นที่ที่จะให้บริการ 4G 2100MHz ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน เนื่องจากมีปริมาณการใช้งานดาต้า 3G สูง จึงจะนำ 4G 2100MHz เปิดให้บริการในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้งานดาต้าที่ดีมากขึ้น โดยทีมงานดีแทค ไตรเน็ตกำลังเร่งดำเนินการพัฒนาระบบสถานีฐานสู่ 4G LTE บนคลื่นความถี่ 2100MHz อย่างต่อเนื่องตามแผนงานที่วางไว้

“การพัฒนาสู่ 4G LTE บนคลื่นความถี่ 2100MHz ของดีแทค ไตรเน็ตในครั้งนี้เป็นการต่อยอดประสบการณ์การใช้งานในการสื่อสารที่เหนือระดับกว่า และเป็นการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยสู่อนาคต หลังจากดีแทค ไตรเน็ตประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมาด้วยการรวมเอาเครือข่ายบนคลื่น 2100MHz, 850MHz และ 1800MHz เข้าไว้ด้วยกันจึงมีแบนด์วิธที่กว้างที่สุดในการให้บริการ ตลอดจนรองรับอุปกรณ์สื่อสารได้หลากหลายและครอบคลุมที่สุด และระบบอัจฉริยะของ 3 โครงข่ายนี้พร้อมสลับคลื่นความถี่ให้เหมาะสมสำหรับการใช้งานทุกรูปแบบ ในทุกพื้นที่โดยอัตโนมัติ โดยลูกค้าไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะใช้บริการบนคลื่นความถี่ไหน พร้อมทั้งเป็นการตอกย้ำกลยุทธ์ Internet for All ของดีแทคที่มุ่งมั่นจะทำให้คนไทยทั่วประเทศสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น” นายปัญญา กล่าว

View :1651

เอไอเอส สานต่อเวที “AIS The StartUp” ปี 3 เฟ้นหา Incubated Content Partner

March 10th, 2014 No comments

_AEW9808_1
18 กุมภาพันธ์ 2557 : เดินหน้ายกระดับมาตรฐาน Startup ให้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้คนรุ่นใหม่ เปิดฉาก “ 2014” เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน เพิ่มดีกรีการสนับสนุนเข้มข้นยิ่งขึ้น ฉีกทุกรูปแบบการแข่งขัน มุ่งเฟ้นหา iCP () มาร่วมเป็นดิจิตอลพาร์ทเนอร์กับเอไอเอส โดยเปิดโอกาสให้นักคิด นักสร้างสรรค์ รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย ที่มีผลิตภัณฑ์ในมือพร้อมที่จะต่อยอดธุรกิจ ร่วมส่งผลงานเข้าแข่งขันใน 3 หมวด ได้แก่ Online/ Digital Content, Corporate Solution และ Social Business เพื่อพัฒนาและนำผลงานออกสู่ตลาดจริง ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเอไอเอสและพันธมิตรทั้งไทยและเทศที่มีช่องทางเข้าถึงฐานลูกค้ากว่า 500 ล้านรายในภูมิภาค รวมมูลค่ารางวัลกว่า 39 ล้านบาท

นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอล เอไอเอส เปิดเผยว่า “เอไอเอสเป็นผู้ริเริ่มโครงการสนับสนุนกลุ่ม Startup ในประเทศไทย ด้วยเล็งเห็นถึงศักยภาพและพลังของคนรุ่นใหม่ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมดิจิตอล และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งโลกไอที โดยตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ถือว่าโครงการ AIS The StartUp ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างมาก สร้างผู้ประกอบการดิจิตอลหน้าใหม่ ที่มีแอพพลิเคชั่นและบริการออกมาให้บริการกับผู้ใช้มือถือเป็นจำนวนมาก อาทิ ทีม ShopSpot, , the Trip Packer, Buzzebees, FOURLEAF ฯลฯ อีกทั้ง ยังสร้างแรงผลักดันให้องค์กรต่างๆ หันมาร่วมกันส่งเสริมกลุ่ม Startup ในวงกว้างยิ่งขึ้นด้วย

ปัจจุบันเทรนด์ของ Startup ยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเอง พัฒนาการของ Startup ได้ผ่านช่วงเวลาของการเริ่มต้นมาแล้ว และกำลังอยู่ในขั้นของการเติบโต ในปีนี้เอง โครงการ “AIS The StartUp 2014” ในธีม Growing with Partnership จึงตั้งใจปรับรูปแบบการสนับสนุนไปอีกขั้น โดยมีเป้าหมายไปที่กลุ่มนักคิด นักพัฒนา หรือผู้ประกอบการรายย่อย ที่มีผลิตภัณฑ์หรือผลงาน พร้อมที่จะต่อยอดธุรกิจไปสู่ตลาดได้จริง ด้วยการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากเอไอเอสและพันธมิตร รวมมูลค่ารางวัลกว่า 39 ล้านบาท โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การได้ร่วมเป็น iCP หรือ Incubated Content Partner หรือคอนเทนต์พาร์ทเนอร์ที่ได้รับการบ่มเพาะจากเอไอเอสอย่างเต็มที่ ภายใต้ Business Model ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อกลุ่ม Startup พร้อมทั้งการสนับสนุนจากกลุ่ม Regional Seed Network (RSN) ซึ่งเป็นเครือข่ายพันธมิตรในเครือ SingTel ที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อผลักดัน Startup ในเครือให้ก้าวไปสู่ระดับภูมิภาคอย่างจริงจัง”

นายไพโรจน์ ไววานิชกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานบริการเสริม เอไอเอส กล่าวเสริมว่า “เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการบริโภคดิจิตอลคอนเทนต์ ที่ขยายรูปแบบหลากหลายกว่าเดิม ไม่จำกัดอยู่เพียงเฉพาะบน Mobile Application แต่มองกว้างไปถึง Solution ที่สามารถตอบสนองการใช้งานและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันได้ ดังนั้น AIS The StartUp 2014 จึงเพิ่มโอกาสให้กับกลุ่ม Startup ที่มีไอเดียหลากหลายได้มากกว่าเดิม โดยแตกไลน์ประเภทของการแข่งขัน เป็น 3 หมวด ประกอบด้วย
1. หมวด Online และ Digital Content ที่มีตลาดเป็นผู้ใช้บริการเป็นวงกว้าง (Mass Customer) และต้องมีโมเดลธุรกิจที่ชัดเจน ตัวอย่างเช่น Mobile App, Digital Content ที่ใช้งานผ่านอุปกรณ์ดิจิตอล ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์สื่อสารต่างๆ
2. หมวด Corporate Solution ที่ช่วยในการสนับสนุน หรือจัดการองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีลูกค้าเป้าหมายเป็นองค์กร ห้างร้าน (Enterprise)
3. หมวด Social Business มีผลิตภัณฑ์หรือบริการ และเป้าหมายหลักเป็นไปเพื่อสร้างสรรค์สังคม และมีโมเดลธุรกิจที่มุ่งเน้นนำกำไรไปใช้ในการแก้ไขปัญหา หรือพัฒนาสังคมในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง”
_AEW9786_1
ผู้สนใจสามารถส่งผลงานเป็นวิดีโอพรีเซนเตชั่น ความยาวไม่เกิน 3 นาที นำเสนอแนวคิดทางธุรกิจ, แผนการดำเนินธุรกิจ, วิธีการใช้งาน, การสร้างรายได้, กลุ่มเป้าหมาย รวมถึงประโยชน์ที่ลูกค้าเอไอเอสจะได้รับ โดยเข้ามากรอกใบสมัครที่ www.ais.co.th/thestartup2014 พร้อมแนบ URL ของ VDO มาด้วย ตั้งแต่วันนี้ – 23 มีนาคม 2557 โดยผู้สมัครจะเป็นบุคคลหรือบริษัท ชาวไทยหรือต่างชาติก็ได้ และสามารถส่งผลงานได้มากกว่า 1 ผลงาน โดยประกาศผลงานที่ได้เข้ารอบ Final Presentation ในวันที่ 29 มีนาคม 2557 เพื่อให้ผู้ที่เข้ารอบนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการ ในวันที่ 8-10 เมษายน 2557 และประกาศผลรางวัลชนะเลิศพร้อมรับมอบรางวัลในวันที่ 21 เมษายน 2557

โดยสิ่งที่ Startup จะได้รับ นอกเหนือจากเงินรางวัล และเครื่องมือสนับสนุนการสร้างธุรกิจให้เป็นจริงแล้ว ยังได้รับโอกาสในการสร้างธุรกิจร่วมกับเอไอเอส รวมมูลค่ากว่า 39 ล้านบาท ทั้งนี้ รางวัลและสิทธิพิเศษที่ผู้ชนะเลิศในแต่ละหมวดจะได้รับ คือ เงินทุนพัฒนา จำนวน 200,000 บาท, ร่วมเป็น iCP พัฒนาผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดจริงกับเอไอเอส โดยได้รับการลดหย่อนกฏเกณฑ์ต่างๆ อาทิ ค่าแรกเข้า, รายได้ประกันขั้นต่ำ เป็นต้น, สื่อทางการตลาด มูลค่า 1,000,000 บาท และการสนับสนุนจากพันธมิตรอีกมากมาย ได้แก่ สิทธิพิเศษจากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติในการพิจารณาให้ทุนสนับสนุนโครงการนวัตกรรมเป็นกรณีพิเศษ, ที่ปรึกษาด้านการลงทุน จาก Golden Gate Ventures และ Expara, Bizspark พร้อมทั้ง Windows Azure เครดิตมูลค่า USD 60,000 ฟรีในปีแรก และ ลดราคาพิเศษ 50% ในปีที่ 2, Amazon Web Service (AWS) เครดิตมูลค่า USD3,000, พื้นที่ออฟฟิศทำงาน ฟรี 3 เดือน จาก HUBBA, ส่วนลดราคาพิเศษพื้นที่ออฟฟิศทำงาน จาก Launchpad และพิเศษสำหรับผู้ชนะในหมวด Social Business จะได้รับการสิทธิพิจารณาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก Change Fusion นอกจากนี้ ยังมีรางวัลพิเศษจากธนาคารกสิกรไทยจะคัดเลือกผลงานให้ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ “SME มีตังค์เยอะ” จำนวน 1 รางวัล
นอกจากนี้ ทุกๆทีมที่ผ่านเข้ารอบนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการจะได้รับการอบรมด้าน Business Development จาก AIS, ฟรี ค่าธรรมเนียมแรกเข้าสำหรับการเปิดบริการ K-SME Debit Card, ได้รับการยกเว้นค่าบริการและธรรมเนียมในการทำธุรกรรม K-SME บัญชีหลัก, และ การอบรมด้าน Investment Presentation จาก Expara อีกด้วย
“ในครั้งนี้ เอไอเอสได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนเป็นอย่างดี จากหน่วยงานภาครัฐและพันธมิตรทางธุรกิจ ได้แก่ Invent, ธนาคารกสิกรไทย, MCFIVA, Golden Gate Ventures, Expara, SIPA, SOFTWARE PARK, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, สกส, Change Fusion ตลอดจนพาร์ทเนอร์ด้าน สื่อออนไลน์และดิจิตอลในวงการ Startup มาร่วมกันสร้างคอมมูนิตี้กลุ่ม Startup ของประเทศไทยให้เข้มแข็งมากขึ้น

เอไอเอสเชื่อมั่นว่า “AIS The StartUp 2014 Growing with Partnership” จะเป็นการสานต่อแนวทางStartup ที่สามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้เกิดการเติบโตในอุตสาหกรรม Mobile และ ดิจิตอลคอนเทนต์ ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุค 3G ที่นิยมใช้งาน DATA มากขึ้นทวีคูณ อีกทั้งเป็นการเดินหน้าไปอีกขั้นในการต้อนรับการเป็นพันธมิตรโดยตรงกับตัวผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น หรือผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเอไอเอสยืนยันว่า เราพร้อมจะสนับสนุน ส่งเสริม ทั้งเทคโนโลยี กลยุทธ์-เทคนิคทางการตลาด ช่องทางการเข้าถึงลูกค้าเอไอเอสที่มีกว่า 41 ล้านรายในปัจจุบัน และผลักดันสู่กลุ่มลูกค้าในระดับภูมิภาคผ่านทาง SingTel Group ที่มีฐานลูกค้ารวมกว่า 500 ล้านรายต่อไป” นายปรัธนากล่าวสรุป

View :426

ดีแทคและเทเลนอร์กรุ๊ปจับมือเปิดตัว dtac Accelerate ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท ลงทุนตั้งบริษัทสร้างสตาร์ทอัพหน้าใหม่

March 10th, 2014 No comments

ดีแทคและเทเลนอร์กรุ๊ปจับมือเปิดตัว ทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท ลงทุนตั้งบริษัทสร้างสตาร์ทอัพหน้าใหม่ การันตีความสำเร็จทำธุรกิจได้จริง
dtac Accelerate2_5867
7 มีนาคม 2557 ดีแทคและเทเลนอร์กรุ๊ปเปิดตัวโครงการ Accelerate พร้อมทุ่มงบกว่า 100 ล้านบาท และทรัพยากรเต็มที่ จัดตั้งบริษัท Accelerate ลงทุนให้กลุ่มสตาร์ทอัพ ที่มีความรู้ ความสามารถ ทำธุรกิจได้อย่างจริงจัง สนับสนุนและผลักดันให้เติบโตและเป็นผู้ประกอบการทางด้านเทคโนโลยีอย่างแท้จริงทั้งในตลาดเมืองไทยและต่างประเทศ โดยมุ่งหวังที่จะช่วยสตาร์ทอัพคนไทยผงาดบนเวทีโลก ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และการส่งเสริมธุรกิจมือถือเข้าสู่โมบายอินเทอร์เน็ตและแอพพลิเคชั่น ที่ช่วยสร้าง mobile internet ecosystem ให้เติบโตอย่างสมบูรณ์แบบในไทย

“สืบเนื่องมาจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริการทางด้านดิจิตอล และการพัฒนาคอนเท้นท์สำหรับคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเยาวชนไทยซึ่งมีการตอบรับเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างรวดเร็ว และมีความกระตือรือล้นที่จะแบ่งปันประสบการณ์ต่างๆกับเพื่อนและครอบครัว ทำให้ประเทศไทยกำลังกลายเป็นสังคมที่มีนักพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีหรือสตาร์ทอัพที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาคนี้ ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นตัวขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นแหล่งบ่มเพาะโครงการนักพัฒนาที่สมบูรณ์แบบ อย่างเช่น dtac Accelerate ซึ่งเราเชื่อว่า โครงการนี้จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านออนไลน์ครั้งสำคัญในประเทศไทย

เทเลนอร์เล็งเห็นความสำคัญและอนาคตของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ จึงพร้อมให้การสนับสนุน และเปิดกว้างที่จะนำแพลตฟอร์มระดับโลก และการทำธุรกิจดิจิตอลมาช่วยสร้างความสำเร็จให้กับสตาร์ทอัพให้แจ้งเกิดทั้งจากตลาดภายในและต่างประเทศ” นายซิคเว่ เบรคเก้ เจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด เทเลนอร์ เอเชีย กล่าว

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ กล่าวว่า “ “ดีแทคมองเห็นแนวโน้มของการเริ่มต้น Startup Ecosystem ที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างสดใส และศักยภาพของประเทศไทยที่จะก้าวไปเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมทางด้านดิจิตอล dtac Accelerate ปีนี้ไม่ใช่เป็นเพียงการแข่งขันของสตาร์ทอัพ แต่เป็นการสร้างสรรค์ นวัตกรรมทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับระบบ mobile Internet ecosystem ซึ่งมีผู้นิยมใช้ข้อมูลและคอนเท้นท์ของไทย และยังมีแอพพลิเคชั่นที่มีแนวคิดใหม่ๆ ที่มาช่วยสร้างสีสันไลฟ์สไตล์และยกระดับคุณภาพชีวิตสำหรับคนไทยมากมาย ดีแทคจึงได้ประกาศเปิดบริษัทใหม่ dtac Accelerate ด้วยเงินลงทุนมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ภายใต้กลุ่มธุรกิจ Corporate Strategy and Business Innovation ที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจทางด้าน digital Services ในการสร้างความแตกต่างให้กับดีแทคในตลาด รวมทั้งสร้างความแข็งแกร่งในการแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างมั่นคง”

นายแอนดรูว์ ควอลเสท ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่าย Corporate Strategy and Business Innovation ดีแทค กล่าวว่า “dtac Accelerate ปีนี้เปิดกว้างให้กับผู้ที่สนใจ โดยกำหนดหลักเกณฑ์ผู้ร่วมโครงการไว้ 2 กลุ่มคือ กลุ่มแรก Incubation ที่มีไอเดียแล้วแต่ยังไม่มีผลงาน และยังไม่มีโมเดลธุรกิจ แต่มีเวลาเข้ามาร่วมอบรมตลอดโครงการ และกลุ่มที่สอง กลุ่ม Acceleration มีผลงานและเริ่มมีโมเดลทางธุรกิจที่ชัดเจน แต่ต้องการปรับปรุง พัฒนาและผลักดันให้ผลิตภัณฑ์เติบโต มากขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยปีนี้ได้เปิดกว้างให้ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานเข้ามาได้หลากหลายประเภท เช่น โมบายล์แอพพลิเคชั่น ออนไลน์เซอร์วิส ที่เกี่ยวกับสุขภาพ อีคอมเมิร์ซ โมบายล์คอมเมิร์ซ การชำระเงินทางออนไลน์ และบริการทางการเงิน คอนเท้นท์ที่เกี่ยวกับการศึกษา เพลง เกมส์ ความบันเทิง หนังสือ แอพพลิเคชั่น ออนไลน์ เซอร์วิสสำหรับ SME คลาวด์ แอพพลิเคชั่นสำหรับกลุ่มองค์กร และ Technology Social Venture”

ความโดดเด่นและแตกต่างของ dtac Accelerate ปี 2557 ที่ดีแทคและเทเลนอร์กรุ๊ปให้การสนับสนุนคือ
1. บริษัทฯที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับเงินทุนทีมละ 5 แสนบาททันที และสามารถได้รับเงินสนับสนุนต่อเนื่องรวมมูลค่าถึง 1.5 ล้านบาท หากผ่านเกณฑ์การประเมินผลงานในระดับต่อไป
2. โครงการฯ ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้ประกอบการใหม่ แต่ยังเปิดรับผู้ประกอบการที่มีผลงาน อยู่แล้วให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้ ทางโครงการฯ จะให้ความสนับสนุนและผลักดันตามความเหมาะสมของแต่ละผลงานของผู้สมัคร
3. จัดหาที่ปรึกษา (Mentor) ระดับโลกจากซิลิคอน วัลเล่ย์และในภูมิภาคเอเชีย ทางด้านการ Pitching การสร้าง User Experience โมเดลทางธุรกิจ การทำตลาด รวมถึงการทำเวิร์คช้อป และได้ฝึกการลงสนามจริง พร้อมทั้งจัดองค์กรที่ปรึกษาชั้นนำ เช่น ไพรซ์วอเทอร์เฮาส์คูเปอส์ หรือ พีดับบลิวซี มาให้คำปรึกษาในด้านกฏหมายและการเงินอีกด้วย
4. สนับสนุนการทำตลาดอย่างจริงจังไปสู่กลุ่มลูกค้าดีแทครวมถึงลูกในเครือเทเลนอร์กรุ๊ป กว่า 150 ล้านคนทั่วโลก
5. โครงการได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรระดับโลก ทั้งในเอเชีย และอเมริกา เช่น โกลเด้นท์ เกท เวนเจอร์ (Golden Gate Venture) ธุรกิจเงินร่วมลงทุนชั้นนำในสิงคโปร์ ไซเบอร์ เอเจ้นท์ เวนเจอร์ (Cyber Agent Venture) ธุรกิจเงินร่วมลงทุนที่มีมูลค่า 6.4 พันล้านบาทในญี่ปุ่น แบล็คบ็อกซ์ เวนเจอร์ (Blackbox Venture) ธุรกิจร่วมทุนจาก ซิลิคอน วัลเล่ย์ สหรัฐอเมริกา
6. ได้รับโอกาสในการเข้าร่วมโครงการ Blackbox Connect ที่ซิลิคอน แวลลี่ย์ สหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 2 สัปดาห์ และเดินทางไป Pitch กับธุรกิจเงินร่วมลงทุน หรือ VC ในสิงคโปร์และญี่ปุ่น ซึ่งทีมจะได้รับประสบการณ์อันล้ำค่า ได้เรียนรู้ถึงหลักการต่างๆในการเป็น สตาร์ทอัพ

โครงการจะเปิดรับสมัครผลงานตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม – 16 เมษายน 2557 ผู้ที่สนใจสามารถส่งผลงานนำเสนอแนวคิด แผนการดำเนินงาน วิธีการใช้งาน การสร้างรายได้ กลุ่มเป้าหมาย ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ หรือเข้ามาดูรายละเอียดและกรอกใบสมัครได้ที่ www.dtac.co.th/accelerate โดยจะมีการคัดเลือกผลงาน 15 ทีมแรก ในวันที่ 17 – 20 เมษายน 2557 หลังจากนั้นจัดนำเสนอผลงานในรอบแรก (Pitch day) 5 ทีมสุดท้ายในวันที่ 22 เมษายน เริ่มปัจฉิมนิเทศ (Orientation) วันที่ 28 เมษายน เริ่มคอร์สอบรม intensive boot camp ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม และนำเสนอผลงานรอบสุดท้ายประกาศผลในวัน Demo day ในเดือนสิงหาคมนี้

View :383

ทรูมูฟ เอช เปิดตัวมือถือ GO Live Facebook รองรับ 3G รุกตลาดมือถือ 3G

February 20th, 2014 No comments

Printกรุงเทพฯ 20 กุมภาพันธ์ 2557 – ผู้ให้บริการ 3G ที่ดีที่สุด ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดทั่วประเทศ ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์โฟนตระกูล GO Live รุ่นใหม่ล่าสุด รองรับ 3G ออกแบบสำหรับลูกค้าที่ชอบเล่นเฟซบุ๊คตลอดเวลาในทุกที่ โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ด้วยปุ่ม F-Button ที่ช่วยเชื่อมต่อเฟซบุ๊คได้อย่างรวดเร็วทันใจในปุ่มเดียว นอกจากนี้ ยังสามารถเปิดบัญชีเฟซบุ๊คได้ง่ายกว่าเดิม เพียงใส่หมายเลขโทรศัพท์มือถือและยังได้รับการแจ้งเตือน (notification) จากเฟซบุ๊คผ่าน SMS ฟรี พร้อมอัดแน่นด้วยคุณสมบัติเด่น อาทิ หน้าจอขนาดใหญ่ 2.8 นิ้ว กล้องหน้าความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล กล้องหลังความละเอียดสูงสุดถึง 3 ล้านพิกเซล อึดกว่าด้วยแบตเตอรี่ขนาด 1400 mAh ในราคาเพียง 1,450 บาท รับประกันนาน 15 เดือน พร้อมด้วยโปรโมชั่นสุดคุ้ม สำหรับลูกค้าแบบเติมเงิน รับโบนัสคืนสูงสุด 1,290 บาท พร้อมเล่นเฟซบุ๊คฟรีไม่อั้น 30 วัน เมื่อเติมเงินครบ 50 บาท นานสูงสุด 1 ปี สำหรับลูกค้ารายเดือน รับส่วนลดค่าบริการรายเดือนรวม 1,290 บาท พร้อมใช้บริการ 3G และ WiFi ไม่จำกัด เล่นเฟซบุ๊คไม่อั้น เป็นเจ้าของ รองรับ 3G จากทรูมูฟ เอช ได้แล้ววันนี้ที่ร้านทรูช้อป ร้าน 7-Eleven ทรูสโตร์และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

ดร. กิตติณัฐ ทีคะวรรณ ผู้อำนวยการ ธุรกิจรีเทล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ปัจจุบันตลาดสมาร์ทโฟนมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 50% แต่ทรูมูฟ เอช ยังเล็งเห็นศักยภาพของตลาดฟีเจอร์โฟนซึ่งยังมีอยู่กว่า 40% ในตลาด เราจึงได้ออกแบบฟีเจอร์โฟนที่รองรับ 3G พร้อมโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คสุดฮิตอย่างเฟซบุ๊ค เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ โดยทรูมูฟ เอช ภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับ เฟซบุ๊ค ผู้นำโซเชียลเน็ตเวิร์คระดับโลก นำเสนอ GO Live Facebook รองรับ 3G ฟีเจอร์โฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่เชื่อมต่อเข้าสู่เฟซบุ๊คได้อย่างง่ายดาย ผ่าน SMS ฟรี ทรูมูฟ เอช เชื่อมั่นว่า GO Live Facebook รองรับ 3G สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้ 3G ซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการร่วมมือเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้ จะก่อให้เกิดประโยชน์ร่วมกัน โดยผู้บริโภคก็จะได้ใช้โทรศัพท์มือถือคุณภาพดีเยี่ยมที่ออกแบบเป็นพิเศษเน้นเรื่องประโยชน์ของการใช้งานเป็นหลัก และได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้เครือข่าย 3G ที่ดีที่สุด ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดของเรา ส่วนเฟซบุ๊คก็สามารถขยายฐานผู้ใช้งานได้มากขึ้น ในขณะที่ทรูมูฟ เอช ก็สามารถตอกย้ำความเป็นผู้นำทั้งทางด้านเสียงและดาต้าอีกด้วย”

มร. ไลออร์ ทาล หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Facebook กล่าวว่า “ภารกิจของเฟซบุ๊ค คือทำให้สมาชิกสามารถแชร์ และสร้างโลกที่เปิดกว้างและเชื่อมโยงถึงกันได้มากยิ่งขึ้น สำหรับทรูมูฟ เอช มีความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์โทรศัพท์มือถือ GO Live Facebook รองรับ 3G เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ร่วมมือกับบริษัทที่มีวิสัยทัศน์เช่นเดียวกัน ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ใช้งานเฟซบุ๊คผ่านโทรศัพท์มือถือกว่า 17 ล้านคน จากการประกาศความร่วมมือกับทรูในวันนี้ เรามั่นใจว่าจะเป็นการเปิดโอกาสให้ชาวไทยสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและเฟซบุ๊คได้ง่ายยิ่งขึ้นเพียงแค่กดปุ่มเดียวบนโทรศัพท์มือถือเท่านั้น”

Go Live Facebook รองรับ 3G อัดแน่นด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่าฟีเจอร์โฟนทั่วๆ ไป อาทิ หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 2.8 นิ้ว กล้องหน้า ความละเอียด 0.3 ล้านพิกเซล กล้องหลัง ความละเอียด 3.0 ล้านพิกเซล รองรับ 3G และ WiFi สามารถใช้เป็นตัวปล่อยสัญญาน WiFi (WiFi hot-spot) ได้อีกด้วย แบตเตอรี่ขนาด 1400 mAh ความจำภายใน 64 MB สามารถเพิ่มความจำภายนอกได้ถึง 16 GB ในราคาเบาๆ เพียง 1,450 บาท และยังเป็นโทรศัพท์เฮ้าส์แบรนด์รุ่นแรกที่มาพร้อมกับปุ่ม F-Button เพื่อเชื่อมต่อ Facebook ได้อย่างสะดวกรวดเร็วทันใจ

นอกจากนี้ทรูมฟ เอช ยังจัดโปรโมชั่นสุดคุ้มฉลองการเปิดตัว GO Live Facebook รองรับ 3G ดังนี้

สำหรับลูกค้าแบบเติมเงิน

· รับโบนัสค่าโทรและเน็ตฟรีสูงสุด 1,290 บาท : เติมเงินเท่าไร ได้โบนัสค่าโทรและเน็ตฟรี เท่ามูลค่าที่เติมเงิน สูงสุด 1,290 บาท

· รับสิทธิ์เล่นเฟซบุ๊ค ฟรี 30 วัน เมื่อเติมเงินครบ 50 บาท นานสูงสุด 1 ปี (ค่าบริการส่วนเกิน: ค่าโทร 0.99 บาท/นาที, 3G/EDGE/GPRS 1 บาท/MB, SMS 2 บาท/ข้อความ, MMS 5 บาท/ครั้ง, WiFi 1 บาท/นาที)

· รับการแจ้งเตือนจากเฟซบุ๊ค ผ่าน SMS ฟรี

· อัตราค่าบริการ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม): โทรทุกเครือข่ายนาทีละ 99 สตางค์ ตลอด 24 ชั่วโมง, SMS 2 บาท/ข้อความ, MMS 5 บาท/ครั้ง

สำหรับลูกค้าแบบรายเดือน

· รับส่วนลดค่าบริการรายเดือนรวม 1,290 บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดค่าบริการในแต่ละรอบบิล

· ฟรี เล่นเฟซบุ๊คไม่อั้น พร้อมฟรี WiFi ไม่จำกัด นาน 12 รอบบิล
Screen Shot 2557-02-20 at 11.04.09 PM
*รับสิทธิ์ใช้ 3G/EDGE/GPRS ได้ที่ความเร็วสูงสุด 42 เมกะบิตต่อวินาที (Mbps.) ตามปริมาณที่กำหนด หลังจากนั้นใช้ได้ไม่จำกัดปริมาณที่ความเร็วสูงสุด 64 กิโลบิตต่อวินาที (Kbps.) สำหรับแพ็กเกจ iSmart299 และใช้ได้ไม่จำกัดปริมาณที่ความเร็วสูงสุด 128 กิโลบิตต่อวินาที (Kbps.) สำหรับแพ็กเกจ iSmart399+ และ iSmart599

View :608

ดีแทคเริ่มจำหน่าย iPhone 5s และ iPhone 5c ในประเทศไทย ศุกร์ที่ 25 ตุลาคมนี้

October 24th, 2013 No comments
ราคา iPhone 5s, 5c, 4s ของดีแทค

ราคา , 5c, 4s ของดีแทค

กรุงเทพฯ – 21 ตุลาคม 2556 – ดีแทคเริ่มจำหน่าย iPhone 5s สมาร์ทโฟนที่ล้ำหน้าที่สุดในโลกและ iPhone 5c ไอโฟนที่มีสีสันสดใสที่สุด ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม 2556 – iPhone 5s รุ่น 16 กิกะไบต์ ราคา 2,365 บาทต่อเดือน, รุ่น 32 กิกะไบต์ ราคา 2,735 บาทต่อเดือน และรุ่น 64 กิกะไบต์ ราคา 3,095 บาทต่อเดือน ทั้งหมดเป็นราคาผ่อน 0% 10 เดือน เมื่อสมัครแพ็คเกจแบบรายเดือน ส่วน iPhone 5c รุ่น 16 กิกะไบต์ ราคา 1,990 บาทต่อเดือน และรุ่น 32 กิกะไบต์ ราคา 2,365 บาทต่อเดือน ทั้งหมดเป็นราคาผ่อน 0% 10 เดือน เมื่อสมัครแพ็คเกจแบบรายเดือน พร้อมรับเครดิตเงินคืนจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ นอกจากนั้น ยังมี iPhone 4s จำหน่ายในราคา 1,450 บาท ราคาผ่อน 0% 10 เดือน เมื่อสมัครแพ็คเกจแบบรายเดือนเช่นเดียวกัน ลูกค้าดีแทคที่ซื้อ iPhone 5s และiPhone 5c จะได้สัมผัสประสบการณ์สื่อสารที่รวดเร็วกว่ากับ TriNet – 3 โครงข่ายอัจฉริยะหนึ่งเดียวของไทย

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น () กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นมากกับการนำ iPhone 5s และ iPhone 5c มาสู่ผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งไม่ว่าลูกค้าจะเลือก iPhone 5s ตัวเครื่องโลหะเนี้ยบกริบ หรือ iPhone 5c สีสันสดใส ก็จะได้สัมผัสประสบการณ์สื่อสารที่รวดเร็วและใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพกว่า บน 3 โครงข่ายอัจฉริยะ dtac TriNet และดีแทคยังให้ลูกค้าได้มากกว่ากับ แพ็กเกจที่ตอบโจทย์การใช้งาน iPhone 5s และ 5c ที่ลงตัวที่สุด”
Screen Shot 2556-10-24 at 10.25.49 AM
iPhone 5s สร้างคำจำกัดความใหม่ของประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดในโลก กับคุณสมบัติใหม่ ๆ ที่น่าทึ่งอัดแน่นอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่บางและน้ำหนักเบา ทั้งชิพ A7 64 บิต ของ Apple กล้อง iSight ความละเอียด 8 ล้านพิกเซลใหม่ พร้อมแฟลช True Tone และ Touch ID เทคโนโลยีในการปลดล็อคหน้าจอใหม่อย่างง่ายดายเพียงใช้นิ้วสัมผัส ส่วน iPhone 5c คือสมาร์ทโฟนดีไซน์ใหม่ที่พรั่งพร้อมด้วยคุณสมบัติที่ทุกคนรู้จักและชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอเรติน่าขนาด 4 นิ้ว ประสิทธิภาพการทำงานที่รวดเร็วทันใจด้วยชิพ A6 กล้อง iSight ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นาน * ทั้ง iPhone 5s และ iPhone 5c รองรับแถบคลื่นสัญญาณ LTE ** ครอบคลุมมากกว่าสมาร์ทโฟนอื่น ๆ ในโลก พร้อมกล้องความละเอียดสูงใหม่สำหรับการใช้งาน FaceTime

iPhone 5s และ iPhone 5c มาพร้อม iOS 7 ซึ่งเป็น iOS เวอร์ชั่นที่มีการปรับเปลี่ยนครั้งสำคัญที่สุดตั้งแต่เปิดตัว iPhone รุ่นแรก ด้วยหน้าจอการใช้งานใหม่ที่โดดเด่นสะดุดตา กับดีไซน์โฉมใหม่หมดจด การใช้สีสันอย่างมีสไตล์ การแบ่งเลเยอร์ที่ชัดเจนตามฟังก์ชั่นการใช้งาน และไอคอนที่เคลื่อนไหวได้ตามการขยับหน้าจอ ดูมีชีวิตชีวายิ่งขึ้น iOS 7 มีคุณสมบัติการใช้งานใหม่ที่น่าสนใจนับร้อยรายการ ซึ่งรวมถึง Control Center, Notification Center, ระบบมัลติทาสก์ที่เหนือชั้นกว่าเดิม, Airdrop, ภาพถ่ายคุณภาพดีกว่าเดิม, Safari, Siri และ iTunes Radio บริการวิทยุทางอินเทอร์เน็ตฟรีที่พ่วงมากับการใช้งาน iTunes ***

View :904

เอไอเอส เดินหน้าจับมือ Noonswoon เตรียมปล่อยของให้ลูกค้า AIS 3G ได้ใช้บริการ ภายใน ต.ค. นี้

October 21st, 2013 No comments

เดินหน้าจับมือ ยอดทีม Startup สร้างความสำเร็จในสนามจริง
เผยได้รับ Funding จากกลุ่มนักลงทุนจาก Silicon Valley แล้ว
เตรียมปล่อยของให้ลูกค้า ได้ใช้บริการ ภายใน ต.ค. นี้
ais
เอไอเอส โดย นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอล เปิดเผยถึงความสำเร็จของทีม Noonswoon ว่า “ภายหลังจากทีม Noonswoon กับผลงานแอพพลิเคชั่นแนว Match Maker ได้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการ Weekends 2013 แล้ว เราก็ได้ทำงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเอไอเอสได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ Noonswoon ในฐานะ Startup Partner เจ้าแรก ที่ก้าวสู่การเป็น ICP () หรือคอนเทนต์พาร์ทเนอร์ที่ได้รับการบ่มเพาะ ซึ่งจะได้รับการสนับสนุนจากเอไอเอสอย่างเต็มที่ ภายใต้ Business Model ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อกลุ่ม Startup โดยได้เตรียมเปิดตัวแอพพลิเคชั่นออกสู่ตลาดจริงให้ลูกค้าเอไอเอส 3G ได้ใช้บริการ ภายในเดือนตุลาคมศกนี้

พร้อมกันนี้ เอไอเอสยังร่วมเป็น Back up ผลักดัน Noonswoon สู่เวทีนักลงทุนระดับโลกมาโดยตลอดด้วยศักยภาพของ Noonswoon ที่พร้อมต่อการเติบโตทางธุรกิจในอนาคต ทำให้ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งขณะนี้ Noonswoon ได้รับการลงทุน นำโดย Golden Gate Venture และ 500 Startups กลุ่มนักลงทุนชื่อดังจาก Silicon Valley และผู้ร่วมทุนรายอื่นๆ อีก
เหล่านี้ จึงนับเป็นเป็นความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมก้าวแรกของทีม Noonswoon ที่เอไอเอสตั้งใจสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืนให้กับกลุ่ม Startup พร้อมเติบโตไปด้วยกันอย่างแข็งแรง” นายปรัธนากล่าว

View :509

ดีแทคจัดทัพสมาร์ทโฟนใหม่ บุกงาน Thailand Mobile Expo 2013 Showcase

October 3rd, 2013 No comments

DTAC_TME02

3 ตุลาคม 2556 – ดีแทคนำสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ทุกระบบปฏิบัติการ มามอบส่วนลดและแพ็กเกจสมาร์ทโฟนสูงสุดกว่า 50% ไฮไลท์ Samsung Galaxy Note 3 และ Sony Xperia Z1 พร้อมของสมนาคุณสุดพิเศษ

ดีแทคนำสมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุด ร่วมงานมหกรรมโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศปลายปี “ ” วันที่ 3-6 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมจัดข้อเสนอพิเศษมอบส่วนลดแพ็กเกจสมาร์ทโฟนสูงสุด 50% (เฉพาะรุ่น) พร้อมของของสมนาคุณสุดพิเศษ พร้อมเปิดตัว สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากดีแทค Samsung Galaxy Note 3 ราคาเพียง 23,500 บาท และ Sony Xperia Z1 ราคา 20,990 บาท พร้อมผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือน กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ และพิเศษกับดีแทค TriNet Phone รุ่น Mousey ราคา 1,290 บาท รับฟรี กระเป๋าผ้า Smartphone (สีดำ) มูลค่า 290 บาท , รุ่น Joey ราคา 2,590 บาท รับฟรี Case Joey มูลค่า 490 บาท และรุ่น Cheetah ราคา 4,590 บาท รับฟรี Case Cheetah มูลค่า 590 บาท

สมาร์ทโฟนลดสูงสุดกว่า 50% เมื่อซื้อพร้อมแพ็กเกจ

• Nokia Lumia 820 ราคาปกติ 12,900 บาท ราคาพิเศษ 7,000 บาท รับฟรี Yoobao Powerbank 5200 mAh มูลค่า 890 บาท

• Nokia Lumia 920 ราคาปกติ 16,900 บาท ราคาพิเศษ 9,200 บาท ฟรี Nokia Wireless Charger มูลค่า 2,990 บาท

• Nokia Asha 311 ราคาปกติ 3,480 บาท ราคาพิเศษ 3,000 บาท ผ่อน 0% นาน 6 เดือน

• Sony Eperia E ราคาปกติ 4,990 บาท ราคาพิเศษ 3,500 บาท รับฟรี Sony Xperia Bag มูลค่า 1,290 บาท (50%)

• Sony Eperia ion ราคาปกติ 13,990 บาท ราคาพิเศษ 6,995 บาท ร่ม Sony (สีดำ) มูลค่า 890 บาท (ลด 50%)

• Black Berry Q10 ราคาปกติ 22,990 บาท ราคาพิเศษ 17,700 บาท ฟรี ลำโพง-Jabra Soulmate มูลค่า 5,990 บาท

• Black Berry Z10 จากปกติ 16,990 บาท ราคาพิเศษ 9,900 บาท ผ่อน 0% นาน 10 เดือน

• Black Berry 9220 จากปกติ 5,390 บาท ราคาพิเศษ 3,669 บาท

ลูกค้าดีแทค รับข้อเสนอพิเศษมากมาย อาทิ

• ฟรีบัตรกำนัลมูลค่า 2,000 บาท และติดฟิล์มกันรอยจาก Focus

• สมาร์ทโฟนลดสูงสุด 50%

• รับ Cash back จากบัตรเครดิดที่ร่วมรายการ

• เมื่อสมัครแพ็กเกจจากดีแทคมูลค่า 500 บาท ขึ้นไปรับฟรี กระเป๋าผ้าสุดเก๋

พร้อมกันนี้ เมื่อซื้อสมาร์ทโฟนจากดีแทคทุกรุ่นรับแพ็กเกจสุดพิเศษ Smartphone SmartSet 555 จ่ายเพียงเดือนละ 555 บาท รับโทรฟรี 700 นาที ใช้อินเทอร์เน็ตและ WiFi ไม่จำกัดนาน 2 ปี สิทธิพิเศษนี้ เฉพาะงานนี้เท่านั้น พบกับ สมาร์ทโฟนอีกมากมายจากดีแทคพร้อมโปรโมชั่นดีๆได้ที่บู๊ทของดีแทคในงาน Thailand Mobile Expo 2013 Showcase ในวันที่ 3-6 ตุลาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

View :578

ทรูมูฟ เอช ผนึก ไมโครซอฟท์ ประเดิมขาย Microsoft Surface ที่ร้านทรูช้อป

October 3rd, 2013 No comments

Resize_02
กรุงเทพฯ 3 ตุลาคม 2556 – โดย ดร. กิตติณัฐ ทีคะวรรณ (ขวา) ผู้อำนวยการด้านบริหารผลิตภัณฑ์ดีไวซ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศความร่วมมือกับ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย โดย นายมานพ มณีชวขจร (ซ้าย) Consumer Channel Group Director บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อขยายประสบการณ์การใช้งาน Window 8 จากสมาร์ทโฟนสู่แท็ปเล็ต อย่างครบวงจร โดย ในฐานะผู้นำสมาร์ทดีไวซ์ทุกแพลตฟอร์ม จัดจำหน่าย Surface ทั้งรุ่น Surface RT และ Surface Pro ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค โดยไม่มีข้อจำกัดระหว่างการทำงานและความเพลิดเพลินอีกต่อไป ทั้งนี้ Windows 8 จะมอบประสบการณ์การเชื่อมต่อที่รวดเร็วลื่นไหล และเป็นระบบปฏิบัติการที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี พร้อมมอบข้อเสนอสุดคุ้ม! ด้วยโปรโมชั่น รับฟรี Surface Type Cover มูลค่า 4,490 บาท (สำหรับ 50 ท่านแรกเท่านั้น) และสามารถใช้บริการ WiFi by TrueMove H ฟรี 1 ปีเต็ม ท่องเน็ตจุใจด้วย WiFi ที่เร็วที่สุด และครอบคลุมพื้นที่มากที่สุดด้วยจุดให้บริการที่มากกว่า 100,000 จุดทั่วไทย ตลอดจนรับสิทธิ์ผ่อน 0% ได้นานถึง 10 เดือนผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ได้แก่ KCC, KBank, SCB, KTC, Firstchoice, BBL และ CitiBank

Microsoft Surface แท็ปเล็ตทรงพลังมีให้ เลือก 2 รุ่น ได้แก่
Surface RT ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows RT
- ขนาด 32 GB ราคา 11,500 บาท
- ขนาด 64 GB ราคา 14,500 บาท
Surface Pro ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows 8 Pro
- ขนาด 64 GB ราคา 25,500 บาท
- ขนาด 128 GB ราคา 28,500 บาท

ผู้สนใจสามารถเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ทรูช้อป 5 สาขา ได้แก่ ร้านทรู เออร์เบิน พาร์ค, ร้านทรู ดิจิตอล เกตเวย์, ร้านทรู เมกา บางนา, ร้านทรู ซีคอน บางแค และร้านทรู ไอทีมอลล์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.truemove-h.com/surface

View :480
Categories: 3G Tags: ,

ดีแทคคืบหน้าตามแผนให้บริการ 4G บนคลื่น 1800 MHz

October 3rd, 2013 No comments

3 ตุลาคม 2556 – ดีแทคประกาศวันนี้ว่าดีแทคกำลังเข้าสู่การเจรการกับ กสท เพื่อนำคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ที่ยังไม่ได้ใช้งานจำนวน 24.5 เมกะเฮิรตซ์ มาใช้งานในการให้บริการ 4G LTE โดยการให้บริการจะใช้รูปแบบธุรกิจขายส่งและขายต่อบริการตามแนวทางที่ กสท ได้เคยทำความตกลงกับกลุ่มบริษัทอื่นไปก่อนหน้านี้ ในขณะเดียวกัน หาก กสทช ประสงค์จะนำคลื่นความถี่ดังกล่าวไปประมูล ดีแทคก็ยินดีที่จะคืนคลื่นดังกล่าวเพื่อให้นำไปประมูลในปี 2557 ทั้งนี้ ดีแทคพร้อมที่จะดำเนินการให้บริการในทั้ง 2 แนวทางเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคและพัฒนาการที่รวดเร็วของเทคโนโลยี 4 จี ที่เกิดขึ้น

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เปิดเผยว่า การที่บริษัทเลือกดำเนินการในทั้ง 2 ทางเลือกข้างต้น ก็เพราะดีแทคมีความพร้อมและมุ่งมั่นในการนำเทคโนโลยี 4G LTE ที่ทันสมัยมาสู่ประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ ดีแทคจึงเลือกที่จะดำเนินการทั้ง 2แนวทางไปพร้อมๆ กัน

“ผู้บริหารระดับสูงของดีแทคได้เริ่มต้นเจรจากับทาง กสท แล้ว โดยพิจารณาการใช้รูปแบบธุรกิจแบบขายส่ง-ขายต่อบริการ คล้ายกับสัญญาที่ กสท ได้ลงนามกับกลุ่มบริษัทอื่นไปก่อนหน้านี้ โดยดีแทคจะหารือรูปแบบธุรกิจร่วมกับ กสทและทำงานร่วมกันกับ กสท รวมถึงผู้เกี่ยวข้องต่อไปเพื่อให้ได้ผลสรุปรูปแบบธุรกิจที่นำมาใช้ในการให้บริการ 4 จีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี การนำคลื่นความถี่ของดีแทคที่ยังไม่ได้ใช้งานดังกล่าวไปประมูลในเดือนกันยายน 2557 ยังคงเป็นทางออกที่ดีที่สุดในระยะยาว ดังนั้น หาก กสทช ประสงค์จะนำคลื่นความถี่ดังกล่าวไปประมูลในเดือนกันยายน 2557 นี้ ดีแทคก็ยินดีและไม่ขัดข้อง อนึ่งการจัดการประมูลล่วงหน้าก่อนหมดสัญญาสัมปทาน จะยิ่งส่งเสริมเรื่องความโปร่งใสและชัดเจนในการจัดการบริหารคลื่นความถี่จากกสทช. ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะวางแผนลงทุนล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกัน ผู้ใช้บริการก็สามารถมั่นใจได้ว่าจะได้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องมีการกำหนดมาตรการเยียวยาอีก” นายจอน กล่าว

หากเทียบเคียงกับราคาประมูลขั้นต่ำ (Reserve Price) ที่ตั้งไว้สำหรับคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ มูลค่าของคลื่นดีแทคที่ยังไม่ได้ใช้งานน่าจะมีมูลค่ามากกว่า 22,000 ล้านบาท หากรวมคลื่นดังกล่าวกับคลื่น จำนวน 25.2 เมกะเฮิรตซ์ ของทรูมูฟและดีพีซีและคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ของเอไอเอส จำนวน 20 เมกะเฮิรตซ์ และนำคลื่นทั้งหมดมาประมูลพร้อมกันในปี 2557 ก็จะสามารถสร้างรายได้ให้แก่รัฐได้มากกว่า 62,725 ล้านบาท

View :448
Categories: 3G Tags:

เอไอเอส 3G จับมือ โรส มีเดียฯ เปิดแอพ “AIS Gang Cartoon” จัดแพ็กบุฟเฟ่ท์ ให้ดูไม่อั้น ทั้งบนมือถือและพีซี

October 3rd, 2013 No comments

1

(3 ตุลาคม 2556) : ย้ำภาพผู้นำแอพพลิเคชั่น เดินหน้าจับมือพาร์ทเนอร์ตัวจริงทุกด้าน มอบประสบการณ์ใช้งานมือถือยุค 3G ตอบสนองทุกเซกเมนต์ ล่าสุด ผนึกกำลัง “โรส มีเดียฯ” เจ้าตลาดลิขสิทธิ์การ์ตูนอันดับหนึ่งของไทย ขยายตลาดคอนเทนต์มูฟวี่ เปิดให้บริการแอพ เจาะกลุ่มสาวกคนรักการ์ตูนแอนิเมชั่น จัดเต็มคอนเทนต์ลิขสิทธิ์พรีเมี่ยมจากญี่ปุ่นกว่า 1,000 ตอน จาก 40 เรื่องยอดฮิต พร้อมขยายช่องทางการรับชมรูปแบบใหม่ สมัครแพ็กเดียว ดูได้ไม่อั้น ทั้ง 2 จอ บนมือถือและพีซี! ในราคาสุดคุ้ม อีกสิ่งดีๆ เพื่อลูกค้าเอไอเอส 3G

นายปรัธนา ลีลพนัง รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอล กล่าวว่า “หลังจากที่เอไอเอสได้เปิดให้บริการ 3G 2100 จนกระทั่งถึงวันนี้ที่เครือข่ายครอบคลุมทุกหัวเมือง 77 จังหวัดแล้วนั้น ด้วยศักยภาพของเครือข่าย 3G 2100 ที่มีความเร็วอินเตอร์เน็ตสูงขึ้น ทำให้สามารถขยายประสบการณ์ใช้งานเน็ตบนมือถือของลูกค้าไปอีกขั้น ก้าวสู่ยุคของคอนเทนต์ดิจิตอลมัลติมีเดียอย่างจริงจัง โดยพบว่าเทรนด์ของการรับชมภาพยนตร์และวิดีโอคลิปผ่านมือถือ มีอัตราเติบโตเป็นอันดับต้นๆ รองจากโซเชียลฯ และแชท ดังเช่น แอพ AIS Movie Store ที่ขณะนี้มีจำนวนภาพยนตร์ให้เลือกดูกว่า 2,000 เรื่องทั้งไทยและเทศ และมียอดดาวน์โหลดแอพสูงถึง 500,000 โหลด ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 250 % เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปี 2556 ก่อนที่จะมี 3G 2100

ล่าสุด เพื่อเป็นการเพิ่มความหลากหลายให้กับคอบันเทิง เอไอเอสจึงได้จับมือกับค่ายโรส มีเดียฯ ผู้ถือลิขสิทธิ์การ์ตูนแอนิเมชั่นอันดับหนึ่งของประเทศไทย เปิดให้บริการแอพพลิเคชั่น “AIS Gang Cartoon” เจาะกลุ่มเซกเมนต์สาวกการ์ตูนแอนิเมชั่นโดยเฉพาะ ขนทัพการ์ตูนลิขสิทธิ์พรีเมี่ยม ส่งตรงจากญี่ปุ่น ให้ลูกค้าเอไอเอสได้ชมบนมือถืออย่างสะดวกสบาย ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ พร้อมขยายช่องทางการรับชมรูปแบบใหม่ เป็นครั้งแรกของเมืองไทย กับแพ็กเกจบุฟเฟ่ท์แบบเหมาจ่าย สมัครแพ็กเดียว ดูได้ไม่จำกัดจำนวนเรื่อง ทั้งบนมือถือและพีซี โดยสามารถเข้าดูผ่านทางแอพพลิเคชั่นบนมือถือ และผ่านเว็บไซต์บนพีซี ในราคาสุดคุ้ม เพียง 59 บาท/7 วัน และ 119 บาท/30 วัน พิเศษ! สมัครวันนี้ – 3 พ.ย. 2556 ฟรี! 2 เท่า คือ ซื้อแพ็ก 7 วัน ฟรีอีก 7 วัน หรือซื้อแพ็ก 30 วัน ฟรีอีก 30 วัน

ความร่วมมือพัฒนาแอพ AIS Gang Cartoon ในครั้งนี้ ก็เพื่อมุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม ซึ่งกลุ่มผู้รักการ์ตูนแอนิเมชั่นในเมืองไทย ถือเป็นตลาดที่คึกคักมาก มีฐานผู้ชมที่เหนียวแน่นอยู่เป็นจำนวนมาก ครอบคลุมช่วงอายุตั้งแต่วัยรุ่นถึงวัยทำงาน และจากการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างโรส มีเดีย ซึ่งเป็นตัวจริงด้านลิขสิทธิ์การ์ตูน ทำให้เราเข้าใจถึงพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ที่มีแนวโน้มใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่รับชมแอนิเมชั่นเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นที่มาของการขยายขีดความสามารถในการรับชมคอนเทนต์ให้แฟนการ์ตูนแอนิเมชั่น สามารถเลือกรับชมทางมือถือแบบออน เดอะ มูฟ บนสมาร์ทโฟนและสมาร์ทแท็บเล็ต หรือผ่านทางเครื่องพีซี เมื่ออยู่ที่บ้านก็ได้ เป็นความตั้งใจในการออกแบบบริการมาเพื่อประโยชน์ของลูกค้าเฉพาะกลุ่มอย่างชัดเจน” นายปรัธนากล่าว

ด้าน ดร. อรพรรณ มนต์พิชิต บวรวัฒนะ รองประธานสายงานลิขสิทธิ์และกลุ่มทีวี บริษัท โรสมีเดียแอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า “โรสมีเดียและเอไอเอสถือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับวงการแอนิเมชั่นมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับความร่วมมือล่าสุดในการให้บริการ “AIS Gang Cartoon” นี้ จึงเป็นการ Cross แพลตฟอร์มกันครั้งแรก ระหว่างโมบายและออนไลน์ ทำให้แฟนการ์ตูนสามารถเลือกรับชมได้ทั้ง 2 จออย่างไร้ข้อจำกัด ด้วยวิธีการง่ายๆ เพียงสมัครแพ็กเดียว ก็สามารถนำ Account ไปลงทะเบียน รับชมได้ทั้งบนมือถือและพีซี เป็นการเพิ่มช่องทางใหม่ๆ ในการเข้าถึงคอนเทนต์ให้กับกลุ่มเป้าหมายของเรา

โดยปีที่ผ่านมาถือเป็นปีแห่งการเติบโตของตลาดแอนิเมชั่นและทีวีดาวเทียมช่องแก๊งการ์ตูน โดยเฉลี่ยเติบโตสูงขึ้น 20% และคาดการณ์ว่าสิ้นปี 2556 จะเติบโตขึ้นอีก 15-20% ด้วยการแข่งขันที่หลากหลายของธุรกิจแอนิเมชั่น ทำให้เราต้องการสร้างโอกาสในการแข่งขันใหม่ๆ นำไปสู่การพัฒนาในทุกด้าน ทั้งการเลือกซื้อการ์ตูน, การสร้างกิจกรรมอันหลากหลาย รวมถึงการมองหาเทคโนโลยีและอุปกรณ์ใหม่ๆ ในการรับชมเพื่อรองรับต่อการขยายตัวของตลาดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อ 3G เกิดขึ้นในประเทศไทย การร่วมมือกับเอไอเอส ผู้นำด้านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประเทศ จึงเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาด และตอบรับกระแสดังกล่าวได้เป็นอย่างดี” ดร. อรพรรณกล่าว

“AIS Gang Cartoon” รองรับบน iOS และ Android สำหรับมือถือ, Windows และ Mac สำหรับพีซี ลูกค้าเอไอเอสดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นได้ผ่านทาง App Store และ Google Play Store หรือทางเว็บไซต์ www.ais.co.th/gangcartoon โดยเบื้องต้น มีการ์ตูนแอนิเมชั่นให้เลือกชมกว่า 1,000 ตอน จาก 40 เรื่องยอดฮิต อาทิ Hyouka, Date a live, Naruto, Sword Art Online, Accel World, Hunter X Hunter

View :737