Archive

Archive for February, 2012

I Love Library version 3.1 โหลดฟรี สร้างง่าย อ่านได้หลายแพลทฟอร์ม

February 29th, 2012 No comments

โอเพ่นเซิร์ฟเปิดตัว โปรแกรม I LOVE LIBRARY version 3.1 โปรแกรมเขียนอีบุ๊กง่ายๆด้วยตนเองภายในเวลาอันสั้น เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี ชี้เป็นนวัตกรรมสร้างอีบุ๊กที่ง่ายและทันสมัยที่สุดในเวลานี้ ชี้จุดแข็ง โหลดฟรี สร้างง่าย อ่านได้หลายแพลทฟอร์ม ลั่นมีผู้ดาวน์โหลดชุดโปรแกรมผู้ใช้ทั่วไปไปแล้วกว่า 300,000 ราย และติดตั้งให้ลูกค้าภาครัฐและเอกชนไปแล้วไม่น้อยกว่า 50 ราย และยังคว้ารางวัลเจ้าฟ้าไอทีในปี 2552 อีกด้วย

โปรแกรม I LOVE LIBRARY version 3.1 โปรแกรมเขียนอีบุ๊กง่ายๆด้วยตนเองภายในเวลาอันสั้น


นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเพ่นเซิร์ฟ จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทได้ทำการสร้างสรรค์และพัฒนาโปรแกรมในการสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า E-book ในชื่อโปรแกรม I Love Library version 3.1 ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นสุดยอดนวัตกรรมในการสร้าง E-book ที่ง่ายและทันสมัยที่สุดในเวลานี้ โดยโปรแกรม I Love Library version 3.1 นี้สามารถรองรับอุปกรณ์ Tablet ต่างๆที่ออกมาจากค่ายต่างๆได้ โดยเพิ่มความสะดวกจาก version เดิม ที่นอกจากจะพัฒนา E-book ได้ง่ายดายแล้ว การสร้างหนังสือ E-book เพียงครั้งเดียวยังรองรับการอ่านบนอุปกรณ์หลายๆ Platform ไม่ว่าจะเป็น IPAD, Android, Windows โดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างใหม่ และที่สำคัญที่สุดคือ เปิดให้ดาวน์โหลดไปใช้สร้าง E-book ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย รวมทั้งสามารถดาวน์โหลด E-book ที่บริษัท ฯ ได้รวบรวมจากแหล่งความรู้ที่มีประโยชน์กว่า 1,000 ปกไปอ่านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งจุดแข็งของโปรแกรมนี้คือ โหลดฟรี สร้างง่าย อ่านได้หลายแพลทฟอร์ม ปัจจุบันโปรแกรม I love library ได้พัฒนาโปรแกรมให้รองรับสามค่ายคือ iOS ของApple Android ของ Google และ Windows ของค่าย Microsoft

นายนิทัศน์ มณีศิลาสันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเพ่นเซิร์ฟ จำกัด


“โปรแกรม I Love Library version 3.1 แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ โปรแกรมสำหรับผู้ใช้ทั่วไป (Personal Edition) และ โปรแกรมชุดการทำงานบนเครือข่าย (Network Edition) โดยในชุด Personal ผู้สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรมฟรีได้ที่ www.ilovelibrary.com และกด Like ใน Fanpage ของ ILovelibrary ใน Facebook เพื่อนำโปรแกรมไปทำการสร้าง E-book ได้ง่ายๆด้วยตัวเองในเวลาเพียงแค่ 30 นาที โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ ลึกซึ้งในเรื่องการใช้งานคอมพิวเตอร์แต่อย่างใด” นายนิทัศน์กล่าว

โปรแกรม I Love Library เป็นโปรแกรมสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งได้ทำการพัฒนามาตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นโปรแกรมสร้าง E – book ของคนไทยตัวแรกที่พัฒนามาตั้งแต่ version 1 และ version 2 โดยรองรับการสร้าง E-book บนเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมาโปรแกรม I Love Library ชุดสำหรับผู้ใช้ทั่วไปมีการดาวน์โหลดไปใช้มากกว่า 300,000 ราย ขณะที่ชุดการทำงานบนเครือข่ายนั้นบริษัท ฯ ได้ดำเนินการติดตั้งไปให้ลูกค้าทั้งภาครัฐ และเอกชนไม่น้อยกว่า 50 ราย และที่สำคัญคือในปี 2552 โปรแกรมI Love Library 2.1 ได้รับรางวัลจากมูลนิธิเจ้าฟ้าไอทีราชสุดา ประเภท Education อีกด้วย

อนึ่ง I Love Library เป็นโปรแกรมสร้างหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือที่นิยมเรียกกันสั้นๆว่า E-book ซึ่ง E-book ที่สร้างจากโปรแกรม I Love Library นี้จะทำให้ผู้อ่านมีความรู้สึกเหมือนได้อ่านหนังสือที่พิมพ์จากกระดาษ เพราะได้มีการออกแบบให้มีการพลิกเปิดหน้าบนจอคอมพิวเตอร์ได้ และสามารถใส่ภาพเคลื่อนไหวใน E-book ด้วย รวมถึงความสามารถทำสารบัญเพื่อเปิดไปยังหน้าที่ต้องการ พร้อมกับสามารถขยายหน้า และทำคั่นหน้าในหน้า E-book ที่อ่านค้างไว้ได้ด้วยเพื่อความสะดวกในการหยิบกลับมาอ่านใหม่

View :1408

TRUEYOU พลิกโฉมการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า

February 29th, 2012 No comments

เปิดตัว () ยกระดับการดูแลและบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) สู่การสร้างความสุขให้ลูกค้าแบบไม่รู้จบ (CHRM) สร้างความแข็งแกร่งในการขยายและรักษาฐานลูกค้า ภายใต้แนวคิด “ความสุข…แบ่งปันกันได้ไม่รู้จบ” นำเสนอ 3 สิทธิพิเศษสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่ ใส่ใจดูแลมากกว่าด้วย Premium Service เติมเต็มชีวิตได้มากกว่าด้วย Premium Convergence Lifestyle และรู้ใจมากกว่าด้วย Premium Privilege พร้อมมอบ “” บัตรเดียวที่รวมทุกสิทธิประโยชน์เหนือระดับเอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้ากลุ่มทรู ทั้งทรูเรดการ์ด และทรูแบล็คการ์ด ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 600,000 รายทั่วประเทศ

นายเกษม กรณ์เสรี ผู้อำนวยการกลุ่ม ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์และบริหารความสุขลูกค้า บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “หลังจากที่เปิดตัวทรูยู (TrueYou) เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยการจัดส่งทรูการ์ด ให้กับลูกค้าของเรา โดยจัดส่งไป 610,000 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นทรูแบล็คการ์ด 60,000 ราย และทรู เรดการ์ด 550,000 รายนั้น ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าของเรา และเพื่อสร้างความสุขแบบไม่รู้จบ ทรูยู (TrueYou) จึงรวบรวมสิทธิพิเศษเป็น 3 กลุ่มหลักให้แก่ลูกค้า

· Premium Service: ใส่ใจและดูแลมากกว่าด้วยบริการสุดพิเศษ อาทิ บริการ Always Connect ให้ลูกค้าทรูใช้บริการอย่างต่อเนื่องด้วยการจัดอุปกรณ์สำรองระหว่างซ่อม Call Back Service บริการโทรกลับหาลูกค้า เพิ่มความสะดวกสบายไม่ต้องถือสายรอ บริการเลขาส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง เช่น ช่วยจองห้องพักโรงแรมและดูแลกรณีรถเสียฉุกเฉิน
· Premium Convergence Lifestyle : ให้ลูกค้าเติมเต็มชีวิตได้มากกว่าด้วยการใช้สินค้าและบริการในกลุ่มทรูอย่างต่อเนื่องและมากขึ้น พร้อมเปลี่ยนทุกการใช้จ่ายเป็นคะแนนสะสมแลกสินค้าและบริการในกลุ่มทรูได้
· Premium Privilege: สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าทรูยู ในการใช้บริการที่ร้านทรู คอฟฟี่ และทรู ช้อป บริการสำรองที่จอดรถสำหรับลูกค้าทรูการ์ด ณ ห้างสรรพสินค้าและคอมมูนิตี้มอลล์ชั้นนำ ประกันอุบัติเหตุวงเงินคุ้มครองสูงสุด 200,000 บาท นาน 1 ปี บริการเครื่องดื่มรับรอง ฟรี ที่สนามบิน 9 แห่งทั่วประเทศ ส่วนลดจากร้านค้ากว่า 3,000 แห่งทั่วประเทศ

“ทรูยู มุ่งมั่นสร้างสรรค์ความสุขแบบไม่รู้จบให้กับลูกค้า ซึ่งเราเข้าใจดีว่าความสุขสำหรับลูกค้าแต่ละท่านนั้นแตกต่างกันไป เราจึงได้มอบสิทธิพิเศษที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการศึกษาไลฟ์สไตล์และความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ความสุขให้กับทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในกลุ่มทรู รวมทั้งการสร้างความสุขที่มากยิ่งขึ้น และยังสามารถแบ่งปันความสุขให้กับคนที่รักได้ไม่รู้จบ” นายเกษมกล่าวทิ้งท้าย

ทรูยู (TrueYou ) เป็นความตั้งใจของกลุ่มทรู ที่มุ่งมั่นเลือกสรรเฉพาะสิ่งที่จะเป็นความสุขสุดพิเศษ เพื่อมอบให้ลูกค้าที่ใช้บริการกลุ่มทรู ซึ่งสิทธิพิเศษจะเพิ่มเป็นทวีคูณยิ่งขึ้น ตามระยะเวลาการใช้บริการของกลุ่มทรู ซึ่งครอบคลุมทั้งลูกค้าทรูมูฟ ทรูออนไลน์ ทรูวิชั่นส์ ทรูไลฟ์ พลัส โทรศัพท์พื้นฐาน และวีพีซีที สอบถามรายละเอียดเงื่อนไข หรือตรวจสอบเพิ่มเติมสำหรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ที่ www.true-u.com หรือ True Card Call Center 0-2-700-1787

View :720

“ชอปสำราญแลนด์แดนไอที” ใน คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2012 กระตุ้นตลาดกระหน่ำโปรฯ รับต้นปี

February 29th, 2012 No comments

เออาร์ไอพี เปิดมติใหม่แห่งการชอปสินค้าไอที กับ “” เนรมิตรพื้นที่ศูนย์สิริกิติ์ รับคอนเซปท์ “ชอปสำราญแลนด์แดนไอที” จัดแข่ง “Angry Birds @ Face Book Thailand Challenge at Commart” ประชันสุดยอดแห่งการเหนี่ยวชิงแชมป์ประเทศไทย พร้อมบินลัดฟ้าไปบาหลีกับแอร์เอเชีย เปิดเวทีคอมมาร์ตเฟ้นหา “Net Gen TJ Search” กระหน่ำทั้งงานด้วยโปรโมชันที่อั้นไม่อยู่ ลด แลก แจก แถม พิเศษเอาใจสาวกที่ตั้งตารอ ตั้งเป้ากวาด 3,000 ล้านบาท โดยงานจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 25 มีนาคม 2555 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

นายปฐม อินทโรดม กรรมการบริหารและผู้จัดการทั่วไป บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอที ภายใต้ชื่อ “คอมมาร์ต” กล่าวว่า เออาร์ไอพี ร่วมกับบริษัทคู่ค้าไอทีชั้นนำทั้งในและต่างประเทศจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอที “คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2012” ภายใต้แนวคิด ชอปสำราญแลนด์แดนไอที เพิ่มสีสันความสนุกสนานของเทคโนโลยี ด้วยกิจกรรมต่างๆ งานคอมมาร์ต ครั้งนี้ ถือว่าพิเศษกว่าทุกครั้งเนื่องจาก เป็นการตอบแทนลูกค้าคอมมาร์ต จึงเน้นรูปแบบงานในลักษณะงานครบทุกรส ทั้งเพิ่มสีสันความบันเทิงทั้งเกมส์ คอนเทนต์เนื้อสาระ ความรู้ และ ฮาร์ดแวร์ ซึ่งคอมมาร์ตจะนำมาจำหน่ายในงานมีหลากหลาย อาทิ อัลตร้าบุ๊ก กว่า 10 รุ่น แท็บเล็ตกว่า 15 ยี่ห้อ 30 รุ่น สมาร์ทโฟนกว่า 6 ยี่ห้อชั้นนำ และ แอพพลิเคชั่นที่สนุกสนานและได้ความรู้ รวมทั้งของแจกมากมายภายในงานเและลดราคาพิเศษสุดกว่าทุกครั้ง โดยเวนเดอร์ที่เข้าร่วมงานต่างเตรียมนำสินค้ามาลดราคาพิเศษสุดๆ เรียกว่า ราคาคอมมาร์ตเฉพาะงานนี้เท่านั้น

นายปฐมกล่าวต่อว่า งานนี้หลากหลายด้วยกิจกรรมที่เพิ่มสีสันให้กับงาน อาทิ การแข่งขัน Angry Birds @ Face Book Thailand Challenge at Commart ชิงแชมป์ประเทศไทย และเกมส์ต่างๆ อีกมากมาย รวมทั้งกิจกรรม Net Gen TJ Search เฟ้นหาคนรุ่นใหม่หัวใจเทคโนโลยี เพื่อประดับสีสันวงการไอทีไทย และคาดว่าจะมีผู้สนใจเข้าชมงาน และซื้อสินค้าไอทีจำนวนมาก เนื่องจากตลาดไอทีซบเซามาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว เพราะราคาสินค้าไอทีเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากอะไหล่ชิ้นส่วนบางชิ้นต้องสั่งนำเข้ามา แต่ช่วงนี้เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ ส่งผลให้ราคาสินค้าเริ่มลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกในการเพิ่มยอดขายให้มากขึ้นและบรรยากาศของการซื้อขายกลับมาสู่ภาวะปกติแล้วเช่นกันคาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท

“ งานคอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2012 จะเข้ามากระตุ้นตลาดและกระจายสินค้าไอทีในช่วงไตรมาสแรก ซึ่งแนวโน้มการเติบโตคาดว่าจะดีกว่าปีที่แล้ว เนื่องจากแนวโน้มการเติบโตของตลาดไอทีปีนี้ แท็บเล็ต และสมาร์ทโฟน จะมาแรงควบคู่กับตลาดโน้ตบุ๊กที่พัฒนาเป็นอัลตร้าบุ๊ก ด้วยคุณสมบัติพิเศษที่บางและเบาขึ้น ก็จะมากระตุ้นตลาดให้เติบโตขึ้นเช่นกัน รวมทั้งปัจจุบันแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่ให้ทั้งความสนุกสนาน และตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบได้ สามารถตอบสนองโซเซียลเน็ตเวิร์กเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันตลาดสมาร์ทโฟนให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายปฐมกล่าว

ส่วนการจัดกิจกรรมอบรมฟรี Workshop ที่น่าสนใจ จะเน้นที่การใช้งานแอพพลิเคชั่นกับแท็บเล็ต และ สมาร์ทโฟนให้ตอบสนองกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค อาทิ มหันตภัย 2012 ไวรัสบนสมาร์ทโฟนระวังโดนล้วงของลับ, แอพพลิเคชั่นการเลี้ยงลูก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Big Bonus ซื้อสินค้าไอทีครบทุก 3000 บาท รับคูปองชิงโชคลุ้นรับรถยนต์ นิสสัน มาร์ซ มูลค่ากว่า 4 แสนบาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย และพิเศษสุดสำหรับผู้ที่มียอดชอปสูงสุดในงานรับตั๋วเครื่องบินแอร์เอเซีย ไป-กลับ กรุงเทพฯ – ฮ่องกง และ การแข่งขันเกมส์ชิงรางวัลต่างๆ อาทิ Angry Birds @ Face Book Thailand Challenge at Commart ชิงแชมป์ประเทศไทย ผู้ชนะเลิศรับรางวัลตั๋วเครื่องบินไป – กลับ กรุงเทพฯ – บาหลี เกมส์คอมมาร์ต สำราญโชว์ ชิงรางวัลตั๋วเครื่องบินไป- กลับในประเทศ และรางวัลอื่นๆ ผู้สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.commartthailand.com

สำหรับบริษัทไอทีชั้นนำ และพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนการจัดงาน “คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2012” ประกอบด้วย บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท คอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) และมหาวิทยาลัยศรีปทุม

View :891

ทรู ประกาศแต่งตั้ง ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม เป็นกรรมการ

February 29th, 2012 No comments

คณะกรรมการบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม เป็นกรรมการ และสมาชิกของคณะกรรมการด้านการเงินของบริษัทฯ แทนนายเฉลียว สุวรรณกิตติ โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2555

ทั้งนี้ ศ.ดร.วรภัทร โตธนะเกษม จบการศึกษาระดับปริญญาเอก ด้านเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ จาก University of Illinois at Urbana – Champaign สหรัฐอเมริกา ระดับปริญญาโท ด้านเศรษฐศาสตร์ จาก University of Illinois at Urbana – Champaign สหรัฐอเมริกา และด้านบริหารธุรกิจ จาก Kellogg School of Management, Northwestern University, Evanston Illinois สหรัฐอเมริกา เป็นผู้มีประสบการณ์การทำงานในวงการการเงินและหลักทรัพย์มาโดยตลอด อาทิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด (ทริส), กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), กรรมการกำกับโครงการตามแผนปฏิรูประบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), กรรมการ ร่างพระราชบัญญัติแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ กระทรวงการคลัง, กรรมการ การจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลอิสระ สำนักรัฐวิสาหกิจและหลักทรัพย์ของรัฐ กระทรวงการคลัง และกรรมการสรรหา กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

View :717
Categories: Press/Release Tags:

การ์ตูนเน็ตเวิร์ค ผุดสวนน้ำ Cartoon Network AMAZONE สุดอลังการแห่งแรกของโลกในไทย

February 29th, 2012 No comments

บริษัท เทอร์เนอร์ บรอดแคสติ้ง เอเชียแปซิฟิค บริษัทในเครือของ Time Warner ผู้ผลิตรายการข่าวและความบันเทิงรายใหญ่ของโลก อาทิ CNN Warner Bros และ นิตยสาร Time ฯลฯ ประกาศแผนการลงทุนก่อสร้างโครงการสวนน้ำ AMAZONE ธีมการ์ตูนเน็ตเวิร์คแห่งแรกของโลกบนพื้นที่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จำลองบรรยากาศป่าฝนอเมซอนอันอุดมสมบูรณ์ ที่มาพร้อมกับบรรดาการ์ตูนฮีโร่ยอดฮิตจากซีรีส์การ์ตูนดังก้องโลก อาทิ Ben 10, The Powerpuff Girls, Johnny Bravo, The Amazing World of Gumball และอีกคับคั่ง เตรียมมันส์สุดเหวี่ยงกับเครื่องเล่นไฮเทคสุดอลังการ กำหนดเปิดอย่างเป็นทางการปี 2556 นี้

ตั้งแต่บรรยากาศเงียบสงบไปจนถึงความสนุกเร้าใจที่มาพร้อมกับความชุ่มฉ่ำ สวนน้ำ Cartoon Network AMAZONE ประกอบไปด้วยเครื่องเล่นสุดระทึกที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่โดยเฉพาะ เริ่มจากสระว่ายน้ำสำหรับครอบครัวขนาดมหึมาที่จำลองให้เหมือนคลื่นทะเล ผจญภัยในแม่น้ำสายคดเคี้ยว ตื่นเต้นเร้าใจกับสไลเดอร์สปีดเรซซิ่ง ล่องแพสุดมันส์ทั้งครอบครัวกับ Family raft rides และเด็กๆ จะได้สนุกสนานกับประสบการณ์ตื่นเต้นเร้าใจกับเครื่องเล่นป้อมปราการน้ำระบบอินเตอร์แอคทีฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

คือ โลกแห่งความสนุกสนานและพลังแห่งสนามเด็กเล่น การเกิดขึ้นของสวนน้ำ Cartoon Network AMAZONE หมายถึงทุกคนในครอบครัวจะสามารถเหยียบย่างเข้าสู่โลกแห่งแอนิเมชั่น มีความสุขไปกับการพักผ่อนในวันหยุดแสนวิเศษกับตัวละครสุดโปรดของพวกเขาอย่างที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนมาก่อน” ซันนี่ ซาฮา รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์เนอร์ บรอดแคสติ้ง ซิสเต็ม เอเชียแปซิฟิค อิงค์ กล่าว

“เรามีความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ประเทศไทยเป็นทำเลทองสำหรับโครงการสวนน้ำ Cartoon Network AMAZONE ธีมการ์ตูนเน็ตเวิร์คแห่งแรกของโลก เพราะประเทศไทยมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะสยามเมืองยิ้ม และมีสภาพอากาศที่ดีที่สุดที่ช่วยให้มั่นใจว่าแขกทุกเพศทุกวัยที่ได้มาเยือนที่นี่จะประทับใจและจดจำไปอีกนานแสนนาน”

โครงการสวนน้ำ Cartoon Network AMAZONE กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โดยความร่วมมือกับบริษัท Amazon Falls ผู้พัฒนาโครงการรีสอร์ทและสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งเฟสแรกของสวนน้ำกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง และเมื่อแล้วเสร็จจะกินเนื้อที่ 14 เอเคอร์ (ประมาณ 35 ไร่) ครอบคลุมตลอดแนวชายหาดของตำบลบางเสร่ ซึ่งอยู่ห่างจากหาดพัทยาเพียง 15 นาที โครงการดังกล่าวตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวประมาณ 800,000 รายต่อปี เมื่อแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการในปี 2556

เลียแคท ดันจิ ประธานบริษัท Amazon Falls กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงที่ดีเยี่ยมในด้านการท่องเที่ยว มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน และเป็นประเทศที่มีผู้คนที่มีอัธยาศัยไมตรีดีที่สุดในโลก และสวนน้ำ Cartoon Network AMAZONE จะกลายเป็นสวนน้ำที่มีชื่อเสียงระดับโลกเจ้าแรกของประเทศไทย โดยการได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับการ์ตูนเน็ตเวิร์ค ซึ่งเป็นแบรนด์ดังระดับโลก จะทำให้เราสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวชมที่นี่ให้ได้พบปะอย่างใกล้ชิดกับเหล่าการ์ตูนฮีโร่ขวัญใจของพวกเขา ซึ่งจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดให้พวกเขามาเที่ยวสวนสนุกของเราได้อย่างแน่นอน”

ด้านนางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กล่าวว่า “นอกจากจะมีการนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาลงทุนเป็นจำนวนมหาศาลในประเทศไทยแล้ว โครงการสวนน้ำ Cartoon Network AMAZONEยังจะมีการสร้างงานให้คนไทยอีกเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการจัดอบรมฝึกทักษะการทำงานให้กับพนักงานอีกมากมาย อันเป็นการช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม”

ตลาดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเรา มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และเราก็มั่นใจว่าโครงการสวนน้ำ Cartoon Network AMAZONEจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชั้นนำสำหรับทุกคนในครอบครัว โดยไม่จำกัดเพศและวัย ซึ่งทางคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้ให้การสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่”

บางเสร่ มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่ยังไม่ได้ถูกค้นพบอีกมากมาย ตั้งอยู่ห่างจากพัทยาเพียง 16 กิโลเมตร สถานที่แห่งนี้ยังคงมีมนต์เสน่ห์จากการเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีสะพานปลาให้เลือกซื้อหาอาหารทะเลสดๆ ได้ตลอดเวลา ตั้งอยู่ใกล้สนามกอล์ฟและรีสอร์ทชั้นนำอีกมากมาย และยังเป็นที่ตั้งของร้านอาหารทะเลที่ดีที่สุดในประเทศไทย โครงการสวนน้ำ Cartoon Network AMAZONE เลือกทำเลบางเสร่เพราะขึ้นชื่อในเรื่องของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ยังไม่เคยถูกมนุษย์ล่วงล้ำมาก่อน มีทิวทัศน์ที่สวยงาม เข้าถึงได้โดยสะดวก และยังคงมีความมั่งคั่งของวัฒนธรรมท้องถิ่น

ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทยตกปีละกว่า 5 ล้านคน โดยเฉพาะปีที่แล้ว พัทยาได้รับการโหวตให้เป็น Golf Destination of the Year 2012 for Asia and Australasia (จุดหมายปลายทางเพื่อการเล่นกอล์ฟดีเด่นแห่งปี 2555 สำหรับทวีปออสเตรเลียและเอเชีย) โดยสมาคมระหว่างประเทศของผู้ประกอบการท่องเที่ยวกอล์ฟ (IAGTO)

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการสวนน้ำ Cartoon Network AMAZONE กรุณาเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.CartoonNetworkAsia.com/CartoonNetworkAmazone

View :2272

กรุ๊ปปอน รุกตลาดประเทศไทย ผู้บุกเบิกของอุตสาหกรรมสยายปีกสู่เอเชีย

February 29th, 2012 No comments

(Groupon, NASD: GRPN) ผู้บุกเบิกและผู้นำในตลาดโลกด้านการพาณิชย์ระดับท้องถิ่น ประกาศในวันนี้ถึงการเปิดตัว ประเทศไทย () อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ลูกค้าในประเทศไทยสามารถค้นหาและ มีส่วนร่วมกับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในรูปแบบที่หลากหลาย ด้วยวิธีง่ายๆ ซึ่งรวมไปถึงสิ่งที่ดีที่สุดในการชม ชิม และช้อปอย่างจุใจผ่านเว็บไซต์ www.mygroupon.co.th

ปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 47 ที่กรุ๊ปปอนเปิดให้บริการภายนอกสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทจะเปิดตัว ดีลพิเศษที่กรุงเทพฯ เป็นแห่งแรก และมีแผนจะขยายการให้บริการไปยังจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทยต่อไป ในอนาคต

เดเมียน เคมเนอร์ ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปปอน ประเทศไทย

นาย เดเมียน เคมเนอร์ ประธานกรรมการบริหาร กรุ๊ปปอน ประเทศไทย กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นมากที่มี โอกาสได้นำสิทธิประโยชน์ต่างๆ ของกรุ๊ปปอน เข้ามานำเสนอให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งกรุ๊ปปอนจะช่วยให้ลูกค้าชาวไทยได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายจากข้อเสนอที่น่าตื่นตาตื่นใจและ ประสบการณ์ที่ไม่อาจหาได้จากที่อื่น เพราะเราได้จับมือกับคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อสร้างสรรค์แคมเปญระดับ เอ็กซ์คลูซีฟ ที่ช่วยให้คู่ค้าสามารถเข้าถึงฐานลูกค้าของเราที่มีคุณภาพมากกว่า รวมทั้งยังสามารถเปิดตัวใน ตลาดได้ดีขึ้นและน่าสนใจยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยผลักดันธุรกิจใหม่ๆ ให้คู่ค้าได้เติบโตไปพร้อม กับเรา”

นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2551 กรุ๊ปปอนได้ปฏิวัติรูปแบบการค้าในระดับท้องถิ่น ด้วยการช่วยให้คู่ค้าทางธุรกิจทั่วโลกมีแพลตฟอร์มการตลาดที่สามารถดึงดูดความสนใจจากกลุ่มลูกค้าใหม่ พร้อมกับการบริหารจัดการและการขยายธุรกิจได้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนกรุ๊ปปอนได้ร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจ หลายแสนรายทั่วโลก และปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่ใช้งานอย่างต่อเนื่องกว่า 33 ล้านคน ซึ่งซื้อสินค้าและ บริการผ่านกรุ๊ปปอนอย่างน้อย 1 ครั้งในปีที่ผ่านมา

ผู้สนใจสามารถสัมผัสความหลากหลายของข้อเสนอพิเศษต่าง ๆ ได้แล้ววันนี้ โดยสามารถลงทะเบียนกับ กรุ๊ปปอน ประเทศไทย ทางเว็บไซต์ www.mygroupon.co.th สำหรับธุรกิจที่สนใจจะนำเสนอบริการบน เว็บไซต์ ของกรุ๊ปปอน ประเทศไทย สามารถส่งรายละเอียดมาได้ที่ b2b@mygroupon.co.th

View :627

วีเอ็มแวร์ แต่งตั้งไอเน็ตเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในโครงการ VMware Service Provider Program (VSPP) ในไทย

February 28th, 2012 No comments

ไอเน็ต เตรียมนำเสนอบริการคลาวด์บนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีของวีเอ็มแวร์ ช่วยลูกค้าใช้งานระบบคลาวด์อย่างปลอดภัย พร้อมทั้งจัดการระบบคลาวด์แบบไพรเวทและ พับบลิคอย่างมีประสิทธิภาพ

วีเอ็มแวร์ อิงค์ (NYSE: VMW) ผู้นำระดับโลกในด้านระบบเวอร์ช่วลไลเซชั่นและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ เปิดเผยในวันนี้ว่า บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ไอเน็ต ได้เข้าร่วมโครงการผู้ให้บริการของวีเอ็มแวร์ (VMware Service Provider Program – VSPP) และเข้าร่วมงานสัมมนาประจำปี VMware vSeminar Series ในกรุงเทพฯ

ไอเน็ต จะนำเสนอบริการคลาวด์ที่หลากหลายโดยใช้เทคโนโลยีเวอร์ช่วลไลเซชั่นและโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของวีเอ็มแวร์ ทั้งในส่วนของ VMware vSphere®, กลุ่มผลิตภัณฑ์ VMware vCenter™, VMware vCloud® Director และกลุ่มผลิตภัณฑ์ VMware vShield™

ดร.ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนของวีเอ็มแวร์ กล่าวว่า “โซลูชั่นของวีเอ็มแวร์ช่วยให้ฝ่ายไอทีสามารถเลือกใช้รูปแบบโครงสร้างพื้นฐาน ระดับบริการ และโครงสร้างต้นทุนได้อย่างอิสระและยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการขององค์กรอย่างลงตัว ควบคู่ไปกับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ องค์กรต่างๆ จะสามารถเลือกแนวทางการทำเวอร์ช่วลไลเซชั่นที่เหมาะสม รวมไปถึงกำหนดเวลาและวิธีการเปลี่ยนย้ายไปสู่ระบบคลาวด์แบบไฮบริด ไพรเวทหรือพับบลิค”

บริการคลาวด์ที่นำเสนอในรูปแบบที่เหมาะกับคุณ

ในฐานะพันธมิตร VMware vCloud Powered ไอเน็ตจะสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำเสนอโซลูชั่นคลาวด์แบบไฮบริดในระดับองค์กรให้แก่ลูกค้า และในทางกลับกัน ลูกค้าจะสามารถเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงานโดยอาศัยระบบคลาวด์ที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งยังสามารถใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ในส่วนของระบบการดำเนินงานและโครงสร้างพื้นฐาน

คุณวัลล์ชัย เวชชีวะดำรงค์ ผู้อำนวยการอาวุโส กลุ่มงานวิศวกรรมของไอเน็ต กล่าวว่า “จากวิกฤตการณ์อุทกภัยช่วงปลายปี 2554 ไอเน็ตได้ตั้งโครงการ ‘ไอเน็ตเตรียมพร้อมรองรับภัยพิบัติตลอด 24 ชม.’ โดยได้ปฏิบัติการช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่องกว่า 600 ชั่วโมงทั้งด้านการให้บริการ Business Center และ Infrastructure เพื่อให้ลูกค้าดำเนินกิจการและธุรกิจได้ต่อเนื่อง และจากความสำเร็จของโครงการดังกล่าว ไอเน็ตได้สานต่อความร่วมมือกับวีเอ็มแวร์ พร้อมทั้งเสริมสร้างการให้บริการ Disaster Recovery Plan (DRP) ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และตอนนี้ไอเน็ตสามารถบริหารการจัดการ DRP จาก Cool site เป็น Warm และ Hot site ด้วยต้นทุนที่น้อยลง และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น”

“50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามเรื่อง คลาวด์คอมพิวติ้งในเอเชียแปซิฟิก : ดัชนีชี้วัดการพัฒนาคลาวด์ประจำปี (Cloud Computing in Asia Pacific: The Annual Cloud Maturity Index[1]) คาดหมายว่าคลาวด์คอมพิวติ้งจะเพิ่มความสำคัญให้กับผู้ให้บริการโทรคมนาคมและบริการโฮสติ้ง ความร่วมมือระหว่างวีเอ็มแวร์และไอเน็ต รวมไปถึงพันธมิตรโครงการ VSPP รายอื่นๆ นับว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อกลยุทธ์ไฮบริดคลาวด์ของเรา และเราพร้อมที่จะสนับสนุนผู้ให้บริการเหล่านี้ เพื่อช่วยให้ลูกค้าเพิ่มความคล่องตัวและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ” ดร.ชวพล กล่าวเพิ่มเติม

นอกจากนี้ เดอะแวลลูซิสเตมส์เข้าร่วมงานสัมมนา VMware vSeminar Series เช่นกัน ในฐานะ VSPP Aggregator โดยบริษัทฯ นำเสนอเครื่องมือและกระบวนการที่ปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับพันธมิตรผู้ให้บริการของวีเอ็มแวร์ เช่น การจัดทำรายงานรายเดือน ระบบบิลลิ่ง และการเรียกเก็บเงินตามรอบระยะเวลาที่สัมพันธ์กับรูปแบบการให้บริการ

คุณสมศักดิ์ เพ็ชรทวีพรเดช ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด กล่าวว่า “ที่ผ่านมาแวลลูฯ ได้ติดตามและศึกษาเทคโนโลยีคลาวด์อย่างใกล้ชิด รวมถึงได้เข้าไปให้ความรู้แก่ตลาดและคู่ค้าของเราอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกอย่างล้วนต้องใช้เวลาและความพยายามเป็นอย่างมาก จนในวันนี้ ในฐานะที่แวลลูฯ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ให้บริการ VMware Service Provider Program หรือ VSPP เราจึงสามารถกล่าวได้อย่างภาคภูมิว่าเรามีความพร้อมที่จะให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายแก่ลูกค้าของเราอย่างเต็มที่ ซึ่งการให้บริการของเรานั้นจะเริ่มตั้งแต่การคัดสรร นำเสนอ แนะนำและสาธิตการใช้งานโซลูชันที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างตรงจุด, การดูแลด้านเอกสารสัญญาการให้บริการ ซึ่งรวมถึงการส่งมอบสินค้า การคิดค่าบริการ และการจัดทีมวิศวกรที่พร้อมสนับสนุนและช่วยแก้ไขปัญหาหลังการขาย ทั้งนี้เพื่อให้ลูกค้าของเราได้รับการบริการที่ตรงกับความต้องการและให้ความคุ้มค่าสูงสุด”

วีเอ็มแวร์พร้อมใช้ประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจในระดับท้องถิ่น

จากผลการศึกษาคลาวด์คอมพิวติ้งในเอเชีย-แปซิฟิก: ดัชนีชี้วัดการพัฒนาคลาวด์ประจำปี(Cloud Computing in Asia Pacific: The Annual Cloud Maturity Index) พบว่าองค์กรในประเทศไทยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เชื่อว่า คลาวด์คอมพิวติ้งมีความเกี่ยวข้องกับบริษัท และ 32 เปอร์เซ็นต์กำลังดำเนินโครงการริเริ่มเกี่ยวกับคลาวด์ เพิ่มขึ้นจาก 21 เปอร์เซ็นต์เมื่อ 12 เดือนที่แล้ว นอกจากนี้ อีก 40 เปอร์เซ็นต์มีแผนที่จะดำเนินโครงการคลาวด์อย่างจริงจัง นับเป็นอัตราสูงสุดใน 8 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกที่ทำการศึกษาในครั้งนี้

พร้อมกันนี้ วีเอ็มแวร์ได้จัดงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ “ระบบคลาวด์เพิ่มความรวดเร็วให้กับไอทีและธุรกิจ” (Your Cloud: Accelerate IT, Accelerate Your Business) โดยจะนำเสนอข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการคลาวด์ใหม่ๆ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และระบบการจัดการของวีเอ็มแวร์ รวมถึงแพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่นคลาวด์ และวิสัยทัศน์เกี่ยวกับระบบประมวลผลสำหรับผู้ใช้ โซลูชั่นเหล่านี้จะช่วยให้องค์กรเป็นอิสระจากระบบเดสก์ท็อปแบบเดิมๆ ที่มุ่งเน้นอุปกรณ์เป็นหลัก และเพิ่มความรวดเร็วในการพัฒนาไปสู่แนวทางใหม่ๆ สำหรับการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในยุค Post-PC

View :715

ทรูมูฟ เอช จัดโปรโมชั่น “รับฟรี แอร์การ์ด 3G+” เชื่อมต่อไร้สาย อิสระทุกที่ทุกเวลา

February 28th, 2012 No comments

เพียงสมัครแพ็กเกจเน็ตซิม 3G+ ค่าบริการเดือนละ 399 บาท นาน 12 เดือนเลือกได้ทั้งแบบรายเดือนและเติมเงิน

ชูศักยภาพเครือข่าย 3G+ รุกตลาดอินเตอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง เอาใจเทรนด์การใช้งานออนไลน์ไร้สายผ่านแอร์การ์ดและเน็ตซิมที่มีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 30 % เปิดตัวโปรโมชั่นเร้าใจ “รับฟรี ” สำหรับลูกค้าที่สมัครแพ็กเกจเน็ตซิม 3G+ 399 บาท โดยรับฟรีแอร์การ์ดทรูมูฟเอช มูลค่า 1,390 บาท (เมื่ออยู่ร่วมโปรแกรมนาน 12 เดือน) พร้อมดาวน์โหลดเพลงไม่อั้นจากทรูมิวสิค ซึ่งเลือกได้ทั้งแบบรายเดือนและเติมเงิน อิสระออนไลน์ไร้สายผ่านเครือข่าย 3G+/EDGE/GPRS จำนวน 1 GB และ Wi-Fi ได้ 5 ชั่วโมง ผู้สนใจสามารถสมัครแพ็กเกจเน็ตซิม 3G+ 399 บาท และโปรโมชั่น ““รับฟรี ” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2555

นายสุภกิจ วรรธนะดิษฐ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการพาณิชย์ บริษัท เรียล มูฟ จำกัด กล่าวว่า “ปีที่ผ่านมา ตลาดอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงมีการเติบโตอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากมีการทำตลาด 3G อย่างจริงจัง ทำให้การใช้งานอุปกรณ์สื่อสารผ่านแอร์การ์ดและเน็ตซิมเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับ
การเติบโตของอุปกรณ์สื่อสาร Gadget อัจฉริยะต่างๆ รวมถึงโน้ตบุ๊คและแทบเล็ตที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ตลาดแอร์การ์ด และเน็ตซิม ซึ่งนับว่าเป็นตลาดใหม่ในไทย มีการเติบโตควบคู่กันไปด้วย”

นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจนอนวอยซ์ และ 3G บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เราเห็นถึงความต้องการของตลาดและไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้า ทรูมูฟ เอช จึงออกแบบโปรโมชั่น “รับฟรี แอร์การ์ด 3G+” ตอบโจทย์การใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูง โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มลูกค้าคนทำงาน หรือนักศึกษา รวมถึงคนต่างจังหวัด ที่ทำงานนอกสถานที่ ให้สามารถเชื่อมต่อออนไลน์ ค้นหาข้อมูล และเช็คอีเมล์ได้แบบไร้ขีดจำกัด เพียงสมัครใช้บริการทรูมูฟ เอช แพ็กเกจเน็ตซิม 3G+ 399 ค่าบริการเดือนละ 399 บาท นาน 12 เดือน ซึ่งเลือกได้ทั้งแบบรายเดือนและแบบเติมเงิน พร้อมรับฟรีแอร์การ์ดมูลค่า 1,390 บาท (ลูกค้าแบบรายเดือนชำระค่าบริการล่วงหน้า 2 เดือน สำหรับลูกค้าแบบเติมเงิน ชำระค่าบริการล่วงหน้า 3 เดือน) ออนไลน์ผ่านเครือข่าย 3G+/EDGE/GPRS จำนวน 1 GB, Wi-Fi ได้ 5 ชั่วโมง อีกทั้งยังดาวน์โหลดเพลงจากทรูมิวสิคกับ Music Pack ได้ไม่อั้นอีกด้วย”

ลูกค้าที่เลือกใช้เน็ตซิม 399 แบบเติมเงิน เป็นซิมรูปแบบใหม่ ด้วยแนวคิดอิสระแบบไม่มีวันหมด จะได้วันเพิ่มเป็น 60 วันทุกครั้งที่มีการใช้งาน ทั้งโทรออก เล่นเน็ต เติมเงิน หรือส่งข้อความ ไม่ว่าจะใช้มาก ใช้น้อย ก็มีวันใช้งานต่อเนื่องเหมือนไม่มีวันหมด ให้ลูกค้าแบบเติมเงินได้ทั้งโทรและเล่นเน็ตบนมือถือเต็มประสิทธิภาพผ่านเครือข่าย 3G+

ทรูมูฟ เอช 3G+ มอบประสบการณ์การเชื่อมต่อไร้สายที่เร็วและแรงกว่าด้วยความเร็วสูงสุดถึง 42 Mbps* ครอบคลุมพื้นที่มากที่สุด ทั่วกรุงเทพฯ ทุกจังหวัด กว่า 600 อำเภอทั่วไทย รวมถึง สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ สนามบินหลัก 10 แห่ง ทางหลวงสายหลัก 4 เส้นทาง และบริการ WiFi ความเร็วสูงสุด 8 Mbps* ครอบคลุม 100,000 จุด ทั้งในและต่างประเทศ และยังมีบริการพิเศษที่ออกแบบเพื่อการใช้งานเชื่อมต่อไร้สายโดยเฉพาะ ให้ลูกค้าหมดกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายจากการใช้งานดาต้า จาก 4 บริการ ได้แก่ 1. ควบคุมค่าเน็ต (Cap Max.) 2. SMS แจ้งเตือนการใช้งาน (SMS internet alert) 3. SMS แจ้งเตือนเน็ตใกล้หมด 4. บริการเปิด-ปิด อินเตอร์เน็ตด้วยตัวเอง

สำหรับแอร์การ์ด 3G+ ที่มอบให้กับลูกค้าในโปรโมชั่นนี้ มีคุณสมบัติในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตด้วยเทคโนโลยี 3G-HSPA ที่ความเร็วดาวน์โหลดสูงสุด 7.2 Mbps รองรับระบบปฏิบัติการ XP, Vista, Windows 7 และ Mac OS 10.5 ขึ้นไป

นอกจากนี้ ทรูมูฟ เอช ยังเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาเรื่องใหม่ “แอร์การ์ด“ โดยมีคชา AF8 เป็นพรีเซนเตอร์เชิญชวนทุกคนให้ได้สัมผัสกับความแรงและความคุ้มค่าของโปรโมชั่น “รับฟรีแอร์การ์ด 3G+” จากทรูมูฟ เอช ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครแพ็กเกจเน็ตซิม 3G+ 399 บาท พร้อมรับฟรีแอร์การ์ดมูลค่า 1,390 บาท (เมื่ออยู่ร่วมโปรแกรมนาน 12 เดือน) ได้ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2555 ที่ร้านทรูช็อป และทรูพาร์ทเนอร์ ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า โทร 1331 หรือ www.truemove-h.com

View :1268

ดีแทคร่วมกับนายอินทร์ปัณณ์เปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด “NaiinPann” นำลูกค้าสู่ Lifestyle Digital Bookstore

February 28th, 2012 No comments

ดีแทคร่วมกับนายอินทร์ปัณณ์รวมพลังสำนักพิมพ์ สร้างประสบการณ์ใหม่แห่งสังคมการอ่านบนโลกดิจิตอล ด้วยการให้ลูกค้า ดาวน์โหลด e-Magazine ในเครืออมรินทร์ฟรี! ผ่านแอพพลิเคชั่น บน iPad ทุกฉบับทุกเล่ม จนถึงฉบับประจำเดือนเมษายน พ.ศ. 2555 เพียงพิมพ์คำว่า dtac ส่ง SMS ไปที่หมายเลข 1920008 แล้วรอรับ dtac code ทาง SMS เพื่อนำไปลงทะเบียนที่ www.naiin.com เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย คุณสามารถดาวน์โหลด e-Magazine ในเครืออมรินทร์ทั้งฉบับล่าสุดและย้อนหลังได้ฟรี ผ่านแอพพลิเคชั่น ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. – 30 เม.ย. 55

สัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ในการอ่านในรูปแบบ e-Magazine และ e-Book ด้วยแอพพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด “NaiinPann” ซึ่งเป็น Lifestyle Digital Bookstore ที่มีหนังสือและนิตยสารหลากหลายสไตล์ที่สอดคล้องกับรสนิยมการอ่านของคุณจากสำนักพิมพ์ชั้นนำมากกว่า 100 สำนักพิมพ์ ด้วยงบลงทุนและทำแผนการตลาดกว่า 8 ล้านบาท ตอบรับความต้องการของนักอ่าน ที่ทำให้สามารถนำหนังสือไปอ่านได้ทุกที่ทุกเวลาและเกิดความสบายตาในการอ่านด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีที่เน้น Text File เจ้าแรก ที่ผู้อ่านไม่เคยพบมาก่อนในแอพพลิเคชั่นของไทย อาทิตัวอักษรที่ออกแบบให้สามารถปรับขนาดและเปลี่ยนตัวอักษร, เปลี่ยนสีของพื้นหลัง, ปรับความเข้ม ความสว่าง, การดูภาพเคลื่อนไหว ( Video), การดูภาพเสมือนจริง 360°, การสร้างห้องสมุดส่วนตัวและประสบการณ์การอ่านอีกมากมาย เพื่อเพิ่มโอกาสของการอ่านของคุณในทุกอิริยาบท อีกทั้งเป็นระบบซื้อหนังสือออนไลน์ที่คุณสามารถค้นหา เลือกดูเนื้อหาตัวอย่างได้ก่อนการตัดสินใจ และเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่เชื่อมโยงคุณสู่โลกของหนังสือและการสนทนาแลกเปลี่ยนมุมมองประสบการณ์การอ่านตรงสู่นักเขียนที่คุณชื่นชอบหรือเพื่อนนักอ่านแนวเดียวกัน และพบกับแอพพลิเคชั่นรูปแบบ Android และ Window Mobile ในช่วงไตรมาสที่ 2

ลงทะเบียนสมัครสมาชิกวันนี้ – 30 เมษายน 2555 รับฟรี e-Book การ์ตูนเทิดไท้องค์ราชันย์ รัชกาลที่ ๙ จำนวน 3เล่ม โปรโมชั่นพิเศษลุ้นรับ iPad ฟรี เมื่อซื้อ e-Magazine และ e-Book ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 31 พฤษภาคม 2555 ดาว์นโหลดแอพพลิเคชั่น NaiinPann ได้ฟรีที่ App Store

ซื้อ e-Magazine และ e-Book ได้ที่ www.naiin.com และอ่านได้ที่แอพพลิเคชั่น NaiinPann

View :1019

CS LOXINFO พร้อมให้บริการ IDC Tier 4 ตอบโจทย์ผู้นำ ICT Service Provider

February 28th, 2012 No comments

ซีเอส ล็อกซอินโฟ ทุ่มงบกว่า 45 ล้าน ขยายพื้นที่ 400 ตร.ม.บริการศูนย์เครือข่ายกลางให้ (Internet Data Center) พร้อมยกระดับคุณภาพขึ้นสู่ Tier 4 รองรับความต้องการลูกค้ารูปแบบ one stop service พร้อมตอบรับการเป็นผู้นำ ด้วยมาตรฐาน ISO27001

บริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ จำกัด (มหาชน) หรือ CS LOXINFO ขยายพื้นที่ให้บริการ CS LOXINFO IDC เฟสใหม่ โดยใช้เงินลงทุนกว่า 45 ล้านบาท ในการขยายพื้นที่ให้บริการอีก 400 ตร.ม ที่ CS LOXINFO IDC ชั้น 4 อาคารไซเบอร์เวิร์ลด ถนนรัชดาภิเษก พร้อมติดตั้งระบบ Facility ที่ได้มาตรฐานสากลใหม่ทั้งหมดขึ้นสู่ระดับ Tier 4 โดยการการันตี uptime ของการให้บริการ เพิ่มความเสถียรของระบบ ตั้งแต่ระบบไฟฟ้า ระบบเครือข่าย โดยเน้นอุปกรณ์ทั้งระบบมีอุปกรณ์สำรอง พร้อมทำงานแทนเมื่อมีส่วนใดส่วนหนึ่งขัดข้อง การออกแบบจะให้ทั้งสองระบบทำงานทดแทนกันได้ ทำให้มั่นใจได้ว่าอุปกรณ์ต่างๆของลูกค้าจะทำงานได้อย่างราบรื่นและมีเสถียรภาพสูงสุด รองรับบริการ Co-Location ได้มากถึง 80 Rack คาดว่าจะมีรายได้เข้ามาถึง 30 ล้านบาทต่อปี
Tier 4 Facility ที่ CS LOXINFO IDC ครอบคลุมระบบไฟฟ้าที่ถูกออกแบบและติดตั้งขึ้นใหม่โดยเฉพาะ ด้วยระบบสายไฟฟ้าแรงสูงและหม้อแปลงไฟฟ้าของ IDC เอง แยกจากระบบไฟฟ้าของอาคาร ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 2 ชุด (ใช้น้ำมันในการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เติมน้ำมันได้ขณะที่เครื่องทำงานอยู่ ทำให้เครื่องสามารถทำได้ตลอดเวลาไม่มีปัญหาในระบบไฟฟ้าสำรอง) และระบบจ่ายไฟฟ้าต่อเนื่อง (UPS) แบบ N+1 ตามมาตรฐานระดับ Tier 4, ระบบปรับอากาศแบบ Precision Air Conditioning ควบคุมทั้งอุณหภูมิและความชื้นแบบ N+1 ซึ่งทำงานทดแทนกันโดยอัตโนมัติหากเกิดเหตุเครื่องปรับอากาศเครื่องใดเครื่องหนึ่งเสีย หรืออยู่ในระหว่างบำรุงรักษา นอกจากนี้ระบบต่างๆยังเชื่อมโยงกับระบบ Monitor และแจ้งเตือน ซึ่งจะคอยตรวจสอบและแจ้งเตือนเมื่อพบการทำงานที่ผิดปกติ, ระบบแจ้งเตือนและระงับอัคคีภัยที่ใช้สารดับเพลิง FM-200 ซึ่งมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานสากล โดย FM-200 จะฉีดพ่นออกมาดับไฟ หากเซนเซอร์ตรวจพบควันไฟหรืออุณหภูมิผิดปกติ สารดับเพลิงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ต่างๆ ใน IDC, ระบบรักษาความปลอดภัย เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการให้บริการ IDC ซึ่งได้ติดตั้งระบบ CCTV และระบบ Access Control เพื่อตรวจสอบดูแลความปลอดภัยภายในพื้นที่ที่ให้บริการ พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานควบคุมดูแลการเข้าออก IDC ตามขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของเซิร์ฟเวอร์และระบบคอมพิวเตอร์ใน IDC, Monitoring facility System ระบบตรวจสอบและเฝ้าระวัง IDC ได้ติดตั้งระบบตรวจสอบ Facility ต่างๆ ทุกระบบที่กล่าวมาข้างต้น เพื่อประมวลข้อมูลและแจ้งเตือนให้ผู้ปฏิบัติการสามารถตรวจพบและแก้ไขปัญหาหรือความผิดปกติต่างๆได้อย่างรวดเร็ว

เพื่อให้ทุกระบบทำงานอย่างมีเสถียรภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังมีระบบ monitor server เพื่อช่วยดูแลการให้บริการของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของลูกค้า และแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน เพื่อประสานงานกับลูกค้าในการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และภายในห้อง IDC เฟส 3 ยังมีพื้นที่ Staging Room เช่นเดียวกับ เฟส 1 และ 2 เพื่อความสะดวกในการเตรียมเครื่องเซิร์ฟเวอร์ต่างๆก่อนนำเข้าพื้นที่ติดตั้ง หรือเพื่อการซ่อมบำรุงต่างๆ ไว้ให้บริการ ทั้งหมดภายใต้โครงสร้างพื้นฐานและ Internet Backbone ซึ่งมี IDC สองแห่งเชื่อมต่อถึงกันโดย Gigabit Ring ความเร็ว 20 Gbps เครือข่ายที่ใช้ให้บริการ เชื่อมต่อโดยตรงกับเกตเวย์ในประเทศ NIX (National Exchange) ที่ความเร็ว 52 Gbps และเกตเวย์ระหว่างประเทศ CSL-IIG (International Internet Gateway) ด้วยวงจรสื่อสารความเร็ว 2.5 Gbps X 2 (Fully Redundant) นอกจากนี้ทาง CS LOXINFO ยังจัดพื้นที่ไว้ให้บริการ DR room พื้นที่สำรองเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินไม่สามารถเข้าปฏิบัติงานยัง site หลักได้ ช่วยให้ธุรกิจไม่หยุดชะงัก ถือได้ว่าเป็น Data Center ที่ครบวงจรพร้อมให้บริการ

View :1994