Archive

Archive for the ‘Social Media/ Social Network’ Category

อีริคสัน เปิดตัว ‘Future TV Anywhere’ เพื่อประสบการณ์ใหม่ในการรับชมโทรทัศน์

February 26th, 2014 No comments

· อีริคสันกำหนดนิยามแห่งการรับชมโทรทัศน์ยุคใหม่ ด้วยนวัตกรรมแห่งเทคโนโลยีล่าสุด

· ด้วยการควบรวมบริการ Pay TV คุณภาพเยี่ยม พร้อมคอนเทนท์ที่หลากหลาย เข้ากับบริการจาก OTT ที่จะทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ตรงใจ (personalization) สามารถโต้ตอบได้ (interactivity) และรับชมได้บนหน้าจอหลากหลายขนาด

· Future TV Anywhere จากอีริคสัน เป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ ที่จะสร้างนวัตกรรมเพื่อประสบการณ์ในการรับชมโทรทัศน์ยุคใหม่ ที่ราบรื่น และรวดเร็วแบบเว็บ

นวัตกรรมแห่งเทคโนโลยียุคใหม่ ได้ทำให้การรับชมรายการทีวีและมีเดียประเภทต่างๆ เปลี่ยนไปอย่างมาก และถึงแม้โลกของเราจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แต่ประสบการณ์ในการรับชมรายการทีวีในปัจจุบัน ยังขาดความเป็นเอกภาพและไม่เป็นที่พึงพอใจในบางกรณี ผู้บริโภคมักใช้บริการวีดีโอจากหลายแห่ง เพื่อค้นหาคอนเทนท์ที่ถูกใจ และเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อการรับชมไปมา ด้วยความสามารถในการรับชมคอนเทนท์ที่แตกต่างกัน ผู้ให้บริการด้านสื่อโทรทัศน์จำนวนมาก จึงจำเป็นต้องก้าวให้เท่าทันเทคโนโลยี รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพของตนอย่างรวดเร็ว ในยุคแห่งสังคมเครือข่าย (Networked Society) ภายในปี ค.ศ. 2020 จำนวนอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 50 พันล้านเครื่อง และ 15 พันล้านเครื่องในจำนวนนี้ จะสามารถให้บริการสื่อวีดีโอแก่ผู้ใช้ได้ อีริคสันได้เล็งเห็นถึงความท้าทายในธุรกิจนี้ จึงต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และอีโคซิสเต็มของทีวีแห่งยุคอนาคต – อนาคตที่เราสามารถรับชมโทรทัศน์ได้ ทุกสถานที่ บนทุกอุปกรณ์ ด้วยประสบการณ์ในการรับชม ที่พัฒนาตามความต้องการของผู้บริโภคได้

เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจดังกล่าว อีริคสันได้เปิดตัว Future TV Anywhere เพื่อนำเทคโนโลยีสมัยใหม่บนเว็บ เข้ามาสู่กลุ่มผู้ให้บริการโทรทัศน์ เพื่อสร้างบริการที่เปี่ยมคุณภาพ พร้อมคอนเทนท์ที่หลากหลายจาก Pay TV ร่วมกับความสามารถในการโต้ตอบและการแสดงผลบนหน้าจอหลายประเภท จากกลุ่มผู้ริเริ่มในบริการวีดีโอแบบ Over the Top (OTT)

อีริคสันเป็นผู้สร้างแพล็ตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบ สำหรับผู้ให้บริการ Pay TV บนพื้นฐานของเทคโนโลยีเว็บและคลาวด์ (Cloud) ทั้งหมด โดยซอฟต์แวร์ใหม่ในรูปแบบของเซอร์วิสแพล็ตฟอร์มนี้ จะทำให้ผู้ให้บริการทีวีสามารถตอบสนองต่อตลาดได้อย่างทันท่วงที พร้อมสร้างสรรค์บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ยังสามารถบริหารจัดการโหลดมหาศาล ที่มาพร้อมกับรายการถ่ายทอดสดได้ นอกจากนั้นแล้ว ระบบยังให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ อันจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ให้บริการ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนครั้งใหม่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้

คามิลล่า วอลเทียร์ ประธานบริษัทอีริคสัน ประเทศไทย

คามิลล่า วอลเทียร์ ประธานบริษัทอีริคสัน ประเทศไทย


นาง คามิลล่า วอลเทียร์ ประธานบริษัทอีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “การรับชมบริการ Pay TV บนอินเตอร์เน็ตเว็บไซด์ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ด้านธุรกิจทีวีและมีเดียของอีริคสัน ซึ่งจะเอื้อให้ผู้บริการ Pay TV ต่างสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆในการนำเสนอคอนเทนท์ที่หลากหลายสู่ลูกค้าได้สะดวกรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น ไม่จำกัดว่าจะต้องมี Set Top Box หรือ อุปกรณ์เพิ่มเติม อันจะนำมาซึ่งชัยชนะในตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก และอีริคสันยังสามารถช่วยเหลือลูกค้าในกลุ่มผู้ให้บริการโทรทัศน์และสื่อได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการเสนอประสบการณ์ในการรับชม ผ่าน TV Anywhere คุณภาพเยี่ยม พร้อมกับเพิ่มขีดความสามารถในการหารายได้จากบริการที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก”

อีริคสันได้ลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื้องเพื่อขยายความเป็นผู้นำในธุรกิจโทรทัศน์และสื่อ ผ่านการซื้อสินทรัพย์จาก Mediaroom และการเข้าซื้อ Azuki Systems ซึ่งมีการประกาศอย่างเป็นทางการไปเมื่อไม่นานมานี้ การลงทุนดังกล่าว ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ของอีริคสัน สู่ Future TV Anywhere อย่างเป็นรูปธรรม โดยรวมแล้ว อีริคสันประสบความสำเร็จในตลาดธุรกิจโทรทัศน์เป็นอย่างดี โดยมีแพล็ตฟอร์ม IPTV ที่ถูกนำไปใช้มากที่สุดในโลก ร่วมกับประสบการณ์กว่าหลายทศวรรษในเทคโนโลยีวีดีโอ นอกจากนั้นแล้ว อีริคสันยังมีพอร์ตโฟลิโอด้านโทรทัศน์และสื่อที่ไม่มีผู้เทียบเคียงได้ ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีการบีบอัดสัญญาณที่ก้าวหน้า และแพล็ตฟอร์มสำหรับนำส่งคอนเทนท์ที่สมบูรณ์แบบ เป็นต้น

อีริคสันจะทำการจัดแสดงโซลูชั่นตามวิสัยทัศน์ Future TV Anywhere ในงาน Mobile World Congress 2014 เพื่อสาธิตให้เห็นถึงความสามารถ และยูเซอร์อินเตอร์เฟสของระบบ

ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน อีริคสันได้นำสุดยอดระดับโลก ทั้งในด้านเทคโนโลยี ความสามารถในการให้บริการ และนวัตกรรมล่าสุด ไปจัดแสดงในงาน Mobile World Congress 2014 เราเชื่อว่า ทุกสิ่งที่จะได้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อ จะได้รับการเชื่อมต่อนั้น เราจะเป็นผู้นำทาง ด้วยโซลูชั่นที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนา เพื่อประโยชน์สำหรับ โมบิลิตี้ บรอดแบนด์ และคลาวด์ อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างอีโคซิสเต็มที่ดี และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระหว่างอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และเราจะเป็นผู้นำทางของคุณในสังคมเครือข่าย

View :408

เอคเซนเชอร์ ตั้งกลุ่มธุรกิจ Accenture Digital เปิดตัวบริการดิจิตอลแบบครบวงจร

February 21st, 2014 No comments

กลุ่มธุรกิจ ผสานรวมบริการชั้นนำด้านการตลาดดิจิตอล
การวิเคราะห์ข้อมูล และโมบิลิตี้ ครอบคลุมหลากหลายภูมิภาคและกลุ่มอุตสาหกรรม

กรุงเทพฯ 19 กุมภาพันธ์ 2557 – (Accenture) ประกาศจัดตั้งกลุ่มธุรกิจ Accenture Digital ซึ่งผสานรวมทรัพยากรดิจิตอล ซอฟต์แวร์ และบริการของบริษัท โดยครอบคลุมทั้งในส่วนของการตลาดดิจิตอล โมบิลิตี้ และการวิเคราะห์ข้อมูล แพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ลูกค้าปลดปล่อยพลังของระบบดิจิตอล เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างสรรค์ธุรกิจในรูปแบบใหม่ๆ

Accenture Digital จะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้บริการทางด้านธุรกิจและเทคโนโลยีอย่างครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนากลยุทธ์ดิจิตอล การนำเทคโนโลยีดิจิตอลไปใช้งาน ไปจนถึงการจัดการกระบวนการดิจิตอล ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Analytics) ระบบโมบิลิตี้ (Mobility) และการตลาดดิจิตอล (Digital Marketing) ของเอคเซนเชอร์ รวมถึงหน่วยธุรกิจ Accenture Interactive ซึ่งเป็นผู้นำด้านการจัดหาบริการดิจิตอลให้แก่ผู้บริหารฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจ Accenture Digital จะช่วยให้ลูกค้าใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์เชื่อมต่อและอุปกรณ์พกพาที่มีอยู่มากมายในปัจจุบัน โดยกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกโดยใช้ระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ก้าวล้ำ และเสริมสร้างประสบการณ์และการติดต่อสื่อสารกับลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น

“ดิจิตอลได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการดำเนินธุรกิจของลูกค้าของเราอย่างมาก ตั้งแต่วิธีการติดต่อสื่อสารกับลูกค้า ประชาชน และซัพพลายเออร์ ไปจนถึงแนวทางการบริหารจัดการบุคลากร” นาย

นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เอคเซนเชอร์

นนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย เอคเซนเชอร์

กล่าว “เพื่อให้ประสบความสำเร็จในระยะยาว องค์กรธุรกิจทุกแห่งจะต้องรองรับและขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิตอล เราได้ลงทุนอย่างจริงจังใน Accenture Interactive รวมไปถึงระบบวิเคราะห์ข้อมูลและโมบิลิตี้ และตอนนี้เรากำลังเปิดตัวบริการดิจิตอลแบบครบวงจร เพื่อช่วยให้ลูกค้าแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางสภาพแวดล้อมธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”

กลุ่มธุรกิจ Accenture Digital ซึ่งรวมเอาบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ 23,000 คน จะใช้ประโยชน์จากความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งของเอคเซนเชอร์ในเทคโนโลยีคลาวด์ การควบรวมระบบ และแอพพลิเคชั่นสำหรับองค์กร รวมไปถึงเครือข่ายการให้บริการทั่วโลก เพื่อช่วยให้ลูกค้าผสานรวมเทคโนโลยีดิจิตอลไว้ในทุกแง่มุมขององค์กร และปฏิรูปธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

“ความสามารถของเราในการทำงานร่วมกันได้อย่างครอบคลุมในระบบดิจิตอลทั้งหมด บวกกับความเชี่ยวชาญในด้านอุตสาหกรรม และการดำเนินธุรกิจในหลายๆ ประเทศทั่วโลก นับเป็นข้อได้เปรียบด้านการแข่งขันที่สำคัญของเรา” นนทวัฒน์กล่าว “เราได้ผสานรวมบุคลากร ทักษะและความสามารถที่เหมาะสม เพื่อให้เอคเซนเชอร์เป็นบริษัทที่ได้รับความไว้วางใจในทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับดิจิตอล”

ข้อมูลเกี่ยวกับเอคเซนเชอร์
เอคเซนเชอร์ เป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านการให้คำปรึกษา บริการด้านเทคโนโลยี และบริการเอาต์ซอร์ส โดยมีบุคลากรราว 275,000 คนทำหน้าที่ให้บริการแก่ลูกค้าในกว่า 120 ประเทศทั่วโลก ด้วยการผสานรวมประสบการณ์ที่เหนือกว่า ความสามารถรอบด้านที่ครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมและทุกสายงานธุรกิจ รวมถึงการศึกษาวิจัยอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับบริษัทที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลก เอคเซนเจอร์ทำงานร่วมกับลูกค้าทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงาน บริษัทมีรายได้สุทธิ 28.6 พันล้านเหรียญสหรัฐสำหรับปีงบประมาณที่สิ้นสุดวันที่ 31 สิงหาคม 2556 เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทได้ที่ www.accenture.com

Accenture Interactive
Accenture Interactive เป็นหน่วยธุรกิจที่ช่วยให้แบรนด์ชั้นนำทั่วโลกสามารถผลักดันประสิทธิภาพด้านการตลาดที่เหนือกว่า โดยครอบคลุมประสบการณ์ของลูกค้าในหลากหลายช่องทาง Accenture Interactive ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของ Accenture Digital นำเสนอโซลูชั่นด้านการตลาดและการปฏิรูปดิจิตอลแบบครบวงจร ติดตามทางทวิตเตอร์ได้ที่ @AccentureSocial หรือเยี่ยมชม www.accenture.com/interactive

Accenture Mobility
Accenture Mobility ตอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Accenture Digital ทำหน้าที่วางแผน ดำเนินการ และจัดการโซลูชั่นโมบิลิตี้สำหรับองค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐ ตั้งแต่กลยุทธ์โมบิลิตี้ในองค์กร ไปจนถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ โดยอาศัยความรู้เชิงลึกเกี่ยวกับอุตสาหกรรมและความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิค Accenture Mobility ช่วยให้ลูกค้าสามารถขยายธุรกิจและจัดการการปฏิรูปได้อย่างเหมาะสม ด้วยการปรับใช้เครื่องมือสำหรับธุรกิจดิจิตอล ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.accenture.com/mobility

Accenture Analytics
Accenture Analytics ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Accenture Digital นำเสนอข้อมูลเชิงลึกที่กว้างขวาง เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ ปรับปรุงผลประกอบการ ด้วยประสบการณ์อย่างกว้างขวางในเชิงอุตสาหกรรม ฟังก์ชั่นการทำงาน ธุรกิจ และเทคโนโลยี Accenture Analytics ได้พัฒนานวัตกรรมบริการด้านการให้คำปรึกษาและบริการเอาต์ซอร์สสำหรับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับผลตอบแทนสูงสุดจากการลงทุนในระบบวิเคราะห์ข้อมูล สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ติดตามทางทวิตเตอร์ได้ที่ @ISpeakAnalytics และเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.accenture.com/analytics

View :495

Facebook เข้าซื้อกิจการ WhatsApp

February 20th, 2014 No comments

Screen Shot 2557-02-20 at 11.07.13 AM

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ช่วยเสริมศักยภาพด้านการเชื่อมต่อผู้คนและประโยชน์การใช้งานด้านต่างๆ ของ สู่โลกมากขึ้น

Facebook ประกาศข้อตกลงในการเข้าซื้อกิจการของ ในวันนี้ ซึ่งนับเป็นบริษัทด้านแพลตฟอร์มการสื่อสารผ่านมือถือที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว การซื้อกิจการครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมการจ่ายเป็นเงินสด 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจ่ายเป็นหุ้นของ Facebook มูลค่าประมาณ 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ข้อตกลงครั้งนี้ยังรวมถึงการมอบหุ้นแบบจำกัดจำนวนให้แก่ผู้ก่อตั้งและพนักงานของ เพิ่มอีกเป็นมูลค่า 3 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยจะครอบคลุมเป็นเวลา 4 ปี

“WhatsApp เป็นช่องทางที่เชื่อมต่อกับผู้คนทั่วโลกถึง 1 พันล้านคน การให้บริการที่สามารถเข้าถึงผู้คนได้มากขนาดนี้นับเป็นสิ่งที่มีมูลค่าอย่างมหาศาล ผมรู้จักแจนมาเป็นเวลานาน และก็ตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับเขาและทีมงาน เพื่อร่วมกันเปิดโลกให้กว้างขึ้น และเชื่อมต่อกันมากขึ้น” มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก กล่าว

View :589

อสมท เจาะกลุ่มคนพันธุ์ดิจิทัล จัดบิ๊กอีเวนท์ “ติด Tag By MCOT” เปิดประสบการณ์ใหม่ของการรับข้อมูล ข่าวสาร

October 31st, 2013 No comments

อสมท รุกตลาดคอนเทนต์สื่อออนไลน์เต็มตัว เปิดมิติใหม่ของการเปิดรับข้อมูลข่าวสารผ่านทุกช่องทางสื่อในงาน “ติด ” (#MCOTTag) งานแสดงสื่อออนไลน์ในรูปแบบออนกราวน์เฟสติวัล ที่อัดแน่นด้วยสื่อออนไลน์ ของ อสมท แบบจัดเต็ม พร้อมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลพิเศษ และกระทบไหล่ศิลปินดารา ผู้ประกาศข่าว และดีเจที่ตบเท้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง ตลอด 1-3 พ.ย. ณ ลานกิจกรรมเอสพลานาด รัชดาภิเษก

นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท กล่าวว่า “สื่อออนไลน์ มีบทบาทและอิทธิพลต่อการสื่อสารของคนทั่วโลก สำหรับประเทศไทย พบว่ามีการใช้สื่อออนไลน์เพิ่มมากขึ้นทำให้พฤติกรรมการบริโภคสื่อของประชาชนเปลี่ยนไป จากเดิมที่เป็นเพียงผู้รับสารเพียงอย่างเดียว ก็สามารถเป็นทั้งผู้รับและผู้ส่งสารในขณะเดียวกันได้ และผู้บริโภคยังสามารถรับส่งข่าวสารผ่านสื่อหลากหลายช่องทาง ไปพร้อมๆ กัน ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของผู้บริโภค อสมท จึงได้พัฒนาการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ด้วยการเพิ่มช่องทางรับชมและรับฟังผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งบนเว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นต่างๆ ที่ให้บริการผ่านสมาร์ทดีไวซ์ ทั้งบนระบบ ไอโอเอส และ แอนดรอยด์ ให้แฟน อสมท สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ส่งข้อมูลเพื่อสะท้อนความคิดเห็นหรือความต้องการ ในขณะนั้น กลับมายัง อสมท ทำให้ อสมท สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย”
การเดินหน้ารุกตลาดคอนเทนต์สื่อออนไลน์เพื่อขยายฐานผู้ชม ด้วยการจัดงาน ” อสมท ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจ อาทิ บริษัท กูเกิ้ล ประเทศไทย, ธนาคารไทยพานิชย์ และ บริษัท ดีเอฟ มาร์เก็ตเพลส จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจสื่อกลางการซื้อ – ขาย ออนไลน์ ดีลฟิช ฯลฯ จัดกิจกรรมมากมายภายในงาน ทั้งการนำเสนอสื่อออนไลน์ต่างๆ ของ อสมท แบบจัดเต็ม ทั้งเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น ตลอดจนโซเชียลเน็ตเวิร์คของผู้ประกาศข่าว พิธีกร และ ดีเจ กว่า 200 แอคเคาท์ นอกจากนี้ยังได้รวบรวมร้านค้าออนไลน์ชื่อดัง และร้านค้าของศิลปิน อาทิ เจ – เจตริน วรรธนะสิน, เชน – ธนา ลิมปยารยะ, นก – ศิขรินธาร กีรติ ฯลฯ ที่ยกขบวนกันมาออกร้าน ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ขนม อาหาร และอุปกรณ์ไอที ให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้ช้อปปิ้งกันแบบจุใจ พร้อมโชว์สุดพิเศษจากเซเลบริตี้โลกออนไลน์ ที่โด่งดังบนยูทูบ และ แฟนเพจ ตลอดจนร่วมกระทบไหล่ศิลปินดาราชื่อดัง ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานสัมผัสกับสุดยอดเทคโนโลยีจาก บริษัท กูเกิ้ล ประเทศไทย และกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายอีกด้วย โดยนายเอนก ตั้งเป้าว่าในการจัดกิจกรรมตลอดทั้ง 3 วัน จะมีแฟน อสมท และผู้ที่ชื่นชอบการเปิดรับข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนผู้สนใจด้านไอทีร่วมงานกว่าหมื่นคน ซึ่งจะเป็นการขยายฐานผู้ชมและผู้ฟังของ อสมท ผ่านสื่อออนไลน์อีกทางหนึ่งด้วย

ในด้านผู้สนับสนุนนั้น นางองค์อร อาภากร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ หนึ่งในผู้สนับสนุนการจัดงาน กล่าวถึงการร่วมสนับสนุนการจัดงานติด Tag By MCOT ว่า “ธนาคารไทยพาณิชย์เชื่อมั่นในการเติบโตและศักยภาพสื่อดิจิทัล ของ อสมท ซึ่งมีคอนเทนต์ที่น่าสนใจ และสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้อย่างหลากหลาย สำหรับ ธนาคารไทยพาณิชย์นั้น ได้นำ SCB Thailand ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียของธนาคาร ที่ทำหน้าที่ให้บริการพร้อมกับให้ข้อมูลที่หลากหลายทั้งด้านการเงินและไลฟ์สไตล์แก่ลูกค้า พร้อมบริการทางการเงินออนไลน์รูปแบบใหม่ SCB UP2ME มาแนะนำให้ผู้ร่วมงานได้รู้จัก นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลที่มาสร้างสีสันภายในงานอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมสแกน QR Code เพื่อรับส่วนลดหรือโปรโมชั่นพิเศษจากร้านค้าต่างๆ ที่มาร่วมงาน”

สัมผัสกับสื่อรูปแบบใหม่ และเปิดประสบการณ์สุดพิเศษของการรับข้อมูลข่าวสารได้แล้ว ในงานมหกรรมการรวบรวมสื่อออนไลน์สุดยิ่งใหญ่ “ติด Tag By MCOT” 1-3 พ.ย. ชั้น 1 ลานกิจกรรม เอสพลานาด รัชดาภิเษก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mcot.net/MCOTTag

View :488

อสมท ส่งบิ๊กอีเวนท์ “ติด Tag By MCOT” เปิดประสบการณ์ใหม่ของการรับข้อมูล ข่าวสาร เจาะกลุ่มคนพันธุ์ดิจิทัล

October 25th, 2013 No comments

Print

อสมท รุกตลาดคอนเทนต์สื่อออนไลน์เต็มตัว ชวนชมมิติใหม่ของการเปิดรับข้อมูลข่าวสาร ผ่านทุกช่องทางสื่อ ในกิจกรรม “” (#MCOTTag) งานแสดงสื่อออนไลน์ในรูปแบบออนกราวน์เฟสติวัล สุดยิ่งใหญ่ อัดแน่นด้วยสื่อออนไลน์แบบจัดเต็ม ทั้ง แอพพลิเคชั่น เฟสบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เว็บไซต์ ฯลฯ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรม ลุ้นรับของรางวัลพิเศษ และกระทบไหล่ศิลปินดารา ผู้ประกาศข่าว และดีเจที่ตบเท้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง 1 – 3 พ.ย. นี้ ลานกิจกรรมเอสพลานาด รัชดาภิเษก

นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. อสมท กล่าวว่า “การใช้โซเชียลมีเดียของคนไทยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยหากดูข้อมูลจากโซเชียลแรงก์ (Zocial Rank) ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่รวบรวมข้อมูลและสถิติต่างๆ เกี่ยวกับโซเชียลเน็ตเวิร์คจะพบว่า ในปี 2556 ประเทศไทย มีผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์คจำนวนกว่า 18 ล้านคน ในจำนวนดังกล่าวมีผู้ใช้เฟสบุ๊คมากที่สุด คิดเป็น 85% รองลงมาคือผู้ใช้ทวิตเตอร์ 10% ในด้านอัตราการเติบโต พบว่าเฟสบุ๊คมีการเติบโตของการใช้งานเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 24% ส่วนTwitter มีการใช้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 53% และ อินสตาแกรมมีการใช้งานเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 178%

นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีพฤติกรรมการรับสื่อที่เปลี่ยนไป คือ เป็นทั้งผู้รับสารและผู้ส่งสารในเวลาเดียวกัน และรับส่งข่าวสารผ่านสื่อหลากหลายช่องทางไปพร้อมๆ กันโดยในช่วงเวลาไพร์มไทม์ หรือ 22.00 น. ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะดูโทรทัศน์ไปพร้อมกับการแชร์ข้อมูล รูปภาพ และ ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายการที่ชมอยู่ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของผู้บริโภค อสมท จึงได้พัฒนาการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร ด้วยการเพิ่มช่องทางรับชมและรับฟังผ่านสื่อออนไลน์ ทั้งบนเว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นต่างๆที่ให้บริการผ่านสมาร์ทดีไวซ์ ทั้งบนระบบไอโอเอส และ แอนดรอยด์ ให้แฟน อสมท สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้ส่งข้อมูลเพื่อสะท้อน ความคิดเห็นหรือความต้องการในขณะนั้น กลับมายัง อสมท ซึ่งจะทำให้ อสมท สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย”

อสมท จึงเดินหน้ารุกตลาดคอนเทนต์สื่อออนไลน์เพื่อขยายฐานผู้ชม ด้วยการจัดกิจกรรม ติด โปรเจกต์ยักษ์ ในรูปแบบออนกราวน์เฟสติวัลเต็มพื้นที่ลานกิจกรรมเอสพลานาด รัชดาภิเษก ซึ่งนายเอนก เผยถึงความคืบหน้าในการจัดงานว่า “อสมท ได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรทางธุรกิจ อาทิ บริษัท กูเกิ้ล ประเทศไทย, ธนาคารไทยพานิชย์ และ บริษัทดีเอฟ มาร์เก็ตเพลส จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าออนไลน์ ดีลฟิช ฯลฯ ตลอดจนประสานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ทั้งการจัดแสดงนวัตกรรมทันสมัย การประชาสัมพันธ์การจัดงาน ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ ผู้ที่จะมาร่วมงาน

สำหรับความพร้อมในการจัดงานนั้น อสมท ได้เตรียมพื้นที่เพื่อนำเสนอสื่อออนไลน์ต่างๆ ของ อสมท แบบจัดเต็ม ทั้งเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น ตลอดจนโซเชียลเน็ตเวิร์คของ ผู้ประกาศข่าว พิธีกร และ ดีเจ กว่า 200 แอคเคาท์ นอกจากนี้ยังได้รวบรวมร้านค้าออนไลน์
ชื่อดัง และ ร้านค้าของศิลปิน อาทิ เจ – เจตริน วรรธนะสิน, เชน – ธนา ลิมปยารยะ, นก – ศิขรินธาร กีรติ ฯลฯ ที่ยกขบวนกันมาออกร้าน ทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ ขนม อาหาร และอุปกรณ์ไอที ให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้ช้อปปิ้งกันแบบจุใจ นอกจากนี้ยังมีโชว์สุดพิเศษจากเซเลบริตี้ บนโลกออนไลน์ ที่โด่งดังบนยูทูบ และแฟนเพจ ตลอดจนร่วมกระทบไหล่ศิลปินดาราชื่อดัง ทั้งยังเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานสัมผัสกับสุดยอดเทคโนโลยีจาก บริษัท กูเกิ้ล ประเทศไทย พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมายอีกด้วย ตั้งเป้าว่าในการจัดกิจกรรมตลอดทั้ง 3 วัน จะมีแฟน อสมท และผู้ที่ชื่นชอบการเปิดรับข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนผู้สนใจด้านไอทีร่วมงานกว่าหมื่นคน ซึ่งจะทำให้สื่อออนไลน์ อสมท ได้รับความนิยมมากขึ้น ทำให้สามารถขยายฐานผู้ชมและผู้ฟังได้เพิ่มขึ้น”

เตรียมตัวสัมผัสกับรูปแบบใหม่ของการรับข้อมูลข่าวสาร และร่วมเปิดประสบการณ์สุดพิเศษในงานมหกรรมการรวบรวมสื่อออนไลน์สุดยิ่งใหญ่พร้อมกันที่งาน “ติด Tag By MCOT” 1-3 พ.ย.นี้ ชั้น 1 ลานกิจกรรมเอสพลานาด รัชดาภิเษก ติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของงานได้ที่ www.mcot.net/MCOTTag

View :499

ลูกค้าดีแทคยิ้มรับโบนัสพิเศษสุด ใช้เฟซบุ๊คเมสเซนเจอร์และสติ๊กเกอร์ฟรี เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

August 28th, 2013 No comments

27 สิงหาคม 2556 – ดีแทคเปิดตัวเฟซบุ๊คเมสเซนเจอร์และสติ๊กเกอร์ในเฟซบุ๊คฟรีเฉพาะลูกค้าดีแทค พร้อมประกาศเป็นผู้ให้บริการเฟซบุ๊คบนมือถือที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ในแต่ละเดือนมีลูกค้าดีแทค ประมาณ 7.5 ล้านคน ที่ใช้เฟซบุ๊คบนโทรศัพท์มือถือ โดยตามสถิติ 50% ของผู้ใช้เฟซบุ๊คบนมือถือในประเทศไทยเป็นลูกค้าดีแทค ซึ่งมากกว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายอื่นๆ

สติ๊กเกอร์ประสบความสำเร็จในเอเชีย เนื่องจากการแข่งขันที่สูงของแอพลิเคชั่นแชท (Chat) ตัวอย่างเช่น ไลน์ (Line) และวอทส์แอพพ์ () ทำให้เฟซบุ๊คต้องหันมาให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่างดีแทค เมื่อต้นปี 2556 เฟซบุ๊คเปิดตัวบริการแชทใหม่ชื่อว่า และเลือกให้ดีแทคเป็นพาร์ทเนอร์ในประเทศไทย บริการนี้ได้เปิดใช้งานเมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 และเฟซบุ๊คได้เปิดตัว “” เป็นครั้งแรก โดยเป็นส่วนหนึ่งของเฟซบุ๊คเมสเซนเจอร์ ที่ให้บริการฟรีนานถึง 90 วัน ซึ่งถือเป็นโบนัสพิเศษสำหรับลูกค้าดีแทค

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “คนไทยชอบใช้บริการโซเชียลมีเดียและแชท ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้แอพพลิเคชั่นอย่างเฟซบุ๊ค ว็อทสแอพพ์ และไลน์เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมากกว่า 80% ของผู้ใช้บริการดีแทคใช้บริการโซเชียลมีเดียและบริการแชททุกวัน ความนิยมในแอพพลิเคชั่นไลน์สูงขึ้นกว่าว็อทสแอพพ์อย่างเห็นได้ชัดเป็นเพราะสติ๊กเกอร์ วัยรุ่นและเด็กชอบที่จะแสดงความรู้สึกผ่านสติ๊กเกอร์ ที่เพิ่มความสนุกในการแชทและการแสดงความรู้สึกได้ชัดเจน เพราะบางครั้งการสื่อด้วยสติ๊กเกอร์จะดีกว่าการใช้คำ ดีแทคเป็นผู้ให้บริการมือถือรายแรกในประเทศไทยที่นำเสนอสติ๊กเกอร์บนเฟซบุ๊ค และดีแทคยังเป็นผู้ให้บริการแห่งที่สองของโลกที่จัดเฟซบุ๊คสติ๊กเกอร์ให้แก่ลูกค้า”

สติ๊กเกอร์เป็นสัญญลักษณ์ที่แสดงอารมณ์ (Emoticon) ซึ่งมันสื่อถึงบางสิ่งบางอย่างผ่านทางรูปภาพ ไอคอนเหล่านั้นเป็นได้ทั้งลักษณะภาพสะท้อนสมัยนิยมขณะนั้น หรือเป็นรูปสัตว์ทำท่ากอด หรือภาพถ้วยกาแฟง่ายๆรูปหนึ่ง ที่ผ่านมาแอพพลิเคชั่นไลน์ประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำเสนอสติ๊กเกอร์สู่ผู้ใช้งานในทวีปเอเชีย และตอนนี้เฟซบุ๊คกำลังตอบโจทย์การแข่งขันนี้ด้วยการมีสติ๊กเกอร์ของเฟซบุ๊คเองบ้าง
ความน่าดึงดูดของตลาดในประเทศไทย ช่วยสร้างความเป็นพันธมิตรที่ดีระหว่างดีแทคและเฟซบุ๊คให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น โดยในขณะนี้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองอันดับหนึ่งของโลกในการใช้เฟซบุ๊ค และตำแหน่งทางการตลาดของดีแทครวมถึงฐานลูกค้าที่ใช้เฟซบุ๊คด้วย และเหนือสิ่งเหล่านั้นกลุ่มบริษัทเทเลนอร์ ได้คงความเป็นพันธมิตรระดับโลกกับทางเฟซบุ๊ค สิ่งนี้ทำให้ยักษ์ใหญ่แห่งโซเชียลมีเดียมีจุดเดียวที่สามารถเข้าถึงทุกตลาด (single point of entry) ผ่านทางเครือข่ายของเทเลนอร์ที่มีผู้ใช้บริการกว่า 150 ล้านรายทั่วโลก

View :488

โซเชียลเน็ตเวิร์ก – สวนสนุกโลกออนไลน์ที่ผู้ปกครองต้องเฝ้าระวัง

June 21st, 2013 No comments

ผู้เชี่ยวชาญแคสเปอร์สกี้ แลป เผยเด็กกว่า 52 ล้านคนพยายามใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กในเดือนพฤษภา

กรุงเทพฯ – 21 มิถุนายน 2556 – ปัจจุบัน ทุกๆครอบครัว จะมีอุปกรณ์สื่อสารหรือโมบายดีไวซ์เพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตสำหรับทุกคนในบ้าน ทำให้การควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็กๆยากยิ่งขึ้น จากผลการสำรวจของบีทูบีอินเตอร์เนชั่นแนลร่วมกับแคสเปอร์สกี้ แลป เมื่อเดือนเมษายน 2556 ที่ผ่านมา พบกว่า ทุกๆครอบครัวจะมีพีซีหรือโน้ตบุ๊คบ้านละ 2-3 เครื่อง 1-2 เครื่อง และแท็บเล็ต 1 เครื่อง เด็กและเยาวชนจึงสามารถเข้าถึงอุปกรณ์เหล่านี้ได้ง่าย โดยไม่มีการควบคุมการเข้าใช้งาน ซึ่งอาจประสบภัยร้ายจากโลกโซเบอร์โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

วิเคราะห์การทำงานของโมดูล Parental Control ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ และพบว่าในช่วง ม.ค. – พ.ค. 2556 นี้ มีเว็บอันตรายที่เด็กและเยาวชนควรเลี่ยงการเข้าถึงผ่านอินเทอร์เน็ต ดังนี้
31.26%
• เว็บไซต์ลามกอนาจาร 16.83%
• ร้านค้าออนไลน์ 16.65%
• ห้องแชทและกระดานสนทนา 8.09%
• เว็บเมล์ 7.39%
• เว็บไซต์ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย 3.77%
• เกมออนไลน์ 3.19%
• เว็บไซต์การพนัน ขายยา ขายอาวุธ และเว็บที่มีการหักเงินออนไลน์ 0.8 – 2%


ภาพแสดงอัตราส่วนของจำนวนเว็บไซต์ที่เด็กและเยาวชนเข้าถึงได้ ในช่วง ม.ค. – มี.ค. 2556

จากข้อมูลที่บันทึกได้โดยโมดูล Parental Control พบว่า เฉพาะในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการเข้าใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์กกว่า 52 ล้านครั้ง และเข้าเว็บไซต์ลามกอนาจารอีกว่า 25 ล้านครั้ง ตามมาด้วยการเข้าเว็บร้านค้าออนไลน์เป็นอันดับ 3 ในกรณีนี้ อาจกล่าวได้ว่า เด็กและเยาวชนต้องการเลือกซื้อของเล่นและสินค้าอื่นๆ ซึ่งอาจเกิดปัญหาภายหลัง หากเด็กใช้บัตรเครดิตของผู้ปกครองสั่งซื้อสินค้า นอกจากจะฟุ่มเฟือยแล้ว ยังอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพที่ตั้งร้านค้าปลอมได้

“เทคโนโลยี Parental Control ได้รับการพัฒนาขึ้นจากพื้นฐานความคิดที่ว่า การป้องกันไว้ก่อน ย่อมดีกว่าวัวหายแล้วจึงค่อยล้อมคอก ในโลกปัจจุบัน การเข้าถึงข้อมูลทุกประเภทนั้น สะดวกง่ายดายกว่าเมื่อก่อนมาก เด็กและเยาวชนซึ่งยังไม่รู้เดียงสาและอยากรู้อยากเห็น จึงควรได้รับการดูแลเอาใจใส่ในการใช้งานอินเทอร์เน็ต” จิมมี่ ฟง ผู้อำนวยการฝ่ายช่องทางการจัดจำหน่าย แคสเปอร์สกี้ แลป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว “ผลิตภัณฑ์ของแคสเปอร์สกี้ แลป ไม่ว่าจะเป็น Kaspersky Internet Security, Kaspersky PURE, และ Kaspersky Security for Mac มีฟังก์ชั่นควบคุมการใช้งานด้วยผู้ปกครอง หรือ Parental Control ซึ่งเป็นเทคโนโลยีล่าสุด เพื่อให้ผู้ปกครองได้มั่นใจว่าลูกหลานจะได้รับการปกป้องจากภัยออนไลน์ในโลกไซเบอร์”

โมดูล Parental Control สามารถจำกัดการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตได้หลายระดับ ทั้งบล็อกบางเว็บ บางโปรแกรม บล็อกการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด นอกจากนี้ ยังสามารถป้องกันข้อมูลที่ไม่พึงประสงค์สำหรับเด็กและเยาวชน โดยไม่ต้องบล็อกเว็บไซต์ทั้งเว็บ เพื่อปรับการใช้งานเหมาะสมกับทุกคนในครอบครัว

นอกจากนี้ ยังมีแอพพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เพื่อตอบโจทย์การใช้งานของเด็กและเยาวชนที่พกพาโมบายดีไวซ์ คือ Parental Control (Safe Browser) สำหรับไอโอเอส และ Parental Control สำหรับแอนดรอย

View :523

คนไทยแห่ใช้โซเชี่ยลมีเดียเติบโตสูงสุด 163% อินสตาร์แกรมเติบโตอันดับหนึ่ง

May 9th, 2013 No comments

คนไทยแห่ใช้โซเชี่ยลมีเดียเติบโตสูงสุด 163% อินสตาร์แกรมเติบโตอันดับหนึ่ง พบคนไทยถ่ายรูปอัพโหลดสูงสุดปีละ 70 ล้านภาพ ยูทูป (Youtube) เติบโตอันดับสอง คนไทยอัพโหลดวีดีโอเข้ายูทูปสูงถึง 5.3 ล้านวีดีโอ ส่วนเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์เติบโตต่อเนื่อง และผู้หญิงใช้โซเชี่ยลมีเดียมากว่าผู้ชาย สุวรรณภูมิเป็นสถานที่มีคนเช็กอินมากที่สุดในไทย มือถือกลายเป็นช่องทางหลักของการเข้าถึงโซเชี่ยลมีเดียของคนไทย การเติบโตของ 3G เป็นตัวพลักดันโซเชี่ยลมีเดียเติบโต โดยข้อมูลจากงาน Thailand Zocial Award 2013

Zocial
ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โซเชี่ยลอิงค์ ผู้จัดงาน Thailand Zocial Award 2013 งานมอบรางวัลให้กับ คน แบรนด์และบริษัทที่การใช้การโซเชี่ยลมีเดียสูงสุดประจำปี เผยถึงข้อมูลเชิงลึกของการใช้โซเชี่ยลมีเดียของคนไทย ภาพรวมมีการเติบโตขึั้นสูงสุด 163% เมื่อเทียบจากปีก่อน คนไทยนิยมใช้ อินสตาร์แกรมเพิ่มสูงสุดถึง โดยมีภาพถ่ายจากคนไทยสูงถึง 70 ล้านภาพต่อปี โดยภาพถ่ายที่มีคนกดไลค์มากที่สุด ได้แก่ภาพของ บอย ปกรณ์ (@boy_pakorn) และยูทูป เว็บไซต์วีดีโอที่คนไทยนิยม มีคนไทยอัพโหลดวีดีโอเข้าไปมากกว่า 5.3 ล้านคลิป โดยมีการอัพโหลดสูงถึง 2,500 คลิปต่อวันเลยทีเดียว

ในงานมีการมอบรางวัลให้กับคน แบรนด์และบริษัทที่ใช้โซเชี่ยลมีเดีย โดย ค่ายหนัง จีทีเอช ได้รับรางวัลแบรนด์สุดยอดโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ และคุณตัน อิชิตัน ได้รับรางวัลนักธุรกิจยอดเยี่ยมบนโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ รางวัลเฟซบุ้คเพจที่มีคนกดไลค์สูงสุดในประเทศไทย และดารานักแสดงหญิงยอดนิยมทางโซเชี่ยลมีเดียได้แก่ ชมภู อารียา ส่วนฝ่ายชายได้แก่ มาริโอ้ เมาเรอร์ ทางด้านศิลปินเดี่ยวยอดเยี่ยมบนโซเชี่ยลเน็ตเวิรก์ได้แก่ นิชคุณ และศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยมได้แก่ วงบอดี้แสลม นอกจากนี้ยังมี รางวัลสุดยอดนักข่าวชายได้แก่ กิตติ สิงห์หาปัตย์ และสุดยอดนักข่าวหญิง ได้แก่ ซี ฉัตรปวี และรางวัลเน็ตไอดอลหญิงยอดเยี่ยม คือ น้องเนย รักษ์โลก เน็ตไอดอลชายยอดเยี่ยมคือ ปลื้ม VRZO สุดท้ายรางวัลรายการอินเทอร์เน็ตทีวียอดเยี่ยม คือ VRZO โดยข้อมูลนี้สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ www.ZocialRank.com/award

โดยงานนี้จัดเป็นครั้งแรกของประเทศไทยโดย โซเชี่ยลอิงค์ร่วมมือกับ เอ็นบีซี และโชว์โนลิมิต เป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัว กับการใช้โซเชี่ยลมีเดียในประเทศ และเป็นการมอบรางวัลให้กับ บุคคลรวมถึงองค์กรที่มีการใช้โซเชี่ยลมีเดียอย่างยอดเยี่ยม ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารกสิกรไทย ไทยแอร์เอเซีย เมเจอร์ซินิเพล็กซ์ สนุกดอทคอม โนเกีย ไฮเนเก้น

ข้อมูลเพิ่มเติม www.ZocialRank.com/award

View :592
Categories: Social Media/ Social Network Tags:

ซิสโก้เผยผลการศึกษา 90 เปอร์เซ็นต์ของคนรุ่น Gen Y ทั่วโลกเช็คสมาร์ทโฟนเพื่อดูข่าวคราวและโซเชียลมีเดีย ก่อนลุกจากเตียง

April 18th, 2013 No comments

Infographic_EVeryday Life of Today's Connected Gen Y
แปรงฟัน เข้าห้องน้ำ และโพสต์ข้อความ กลายเป็นกิจวัตรยามเช้าของคน
ชี้ต้องการเชื่อมต่อตลอดเวลา ตั้งแต่ทำงาน ช้อปปิ้ง โซเชียลกับเพื่อนฝูงและครอบครัว

กรุงเทพฯ – 17 เมษายน 2556 – เวลา 6 โมงเช้า นาฬิกาปลุกของคุณส่งเสียงดัง คุณลุกขึ้นนั่งอย่างงัวเงีย บิดขี้เกียจ และอ้าปากหาว ถึงเวลาที่คุณจะต้องเตรียมตัวไปโรงเรียนหรือไปทำงาน แล้วคุณจะทำอะไรเป็นลำดับถัดไป? แต่งตัว? อาบน้ำ? แปรงฟัน?

ตามรายงานเทคโนโลยี Connected World ของซิสโก้ (Cisco® Connected World Technology Report – CCWTR) ระบุว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของคนรุ่น Gen Y ทั่วโลกที่ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขาเช็คสมาร์ทโฟนเพื่อดูข่าวคราวอัพเดตในอีเมล ข้อความ และโซเชียลมีเดีย ก่อนที่จะลุกจากเตียง ขณะที่ประเทศไทยสูงถึง 98 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ร่างกายของมนุษย์เรามีกระดูกทั้งหมด 206 ชิ้น และสมาร์ทโฟนอาจเปรียบได้กับกระดูกชิ้นที่ 207 สำหรับคนรุ่น Gen Y ผู้ตอบแบบสอบถามสองในห้าคนระบุว่าพวกเขา “รู้สึกกระวนกระวาย เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไปจากชีวิต” ถ้าไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อเชื่อมต่อทุกที่ทุกเวลา

InsightExpress ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของนักศึกษาและคนทำงานอายุ 18 ถึง 30 ปี จำนวน 1,800 คนใน 18 ประเทศ โดยมุ่งศึกษาพฤติกรรมของคนรุ่น Gen Y ในการใช้อินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์พกพาเพื่อเชื่อมต่อโลก ผลการศึกษานี้เปิดเผยถึงพฤติกรรมและทัศนคติของคนเหล่านี้ในการสร้าง การเข้าถึง และการรักษาความเป็นส่วนตัวจากสมาร์ทโฟน กล้องวิดีโอ มอนิเตอร์ และอุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ

อุปกรณ์พกพาเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น ผู้คน กระบวนการ ข้อมูล และสิ่งต่างๆ สามารถเชื่อมต่อกันบน “Internet of Everything” ซึ่งมีข้อมูลที่มีมูลค่ามหาศาลและเพิ่มขึ้นในปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ

ดร. ธัชพล โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทซิสโก้ ซีสเต็มส์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า จากผลการสำรวจ Generation Y ทั่วโลกและในประเทศไทยแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ทุกเวลาเท่ากับกิจวัตรประจำวันในตอนเช้า เช่น การแปรงฟัน การเชื่อมต่อได้ทุกที่ทุกเวลาในปัจจุบันส่งผลต่อกิจกรรมในการดำรงชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการช็อบปิ้งออนไลน์ การเล่น การใช้ชีวิต และการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนรูปแบบอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผลการจากการเชื่อมต่อนี้ทำให้องค์กรธุรกิจจำเป็นต้องพิจารณาในการมีเน็ตเวิร์คอัจฉริยะที่จะสนับสนุนพนักงานในการทำงานรูปแบบใหม่ทุกที่ทุกเวลาที่กำลังจะแพร่หลายในไม่ช้านี้

ข้อมูลสำคัญจากรายงาน Connected World ของซิสโก้

กิจวัตรแบบใหม่ยามตื่นนอนตอนเช้า: แปรงฟัน เข้าห้องน้ำ และส่งข้อความ

คนรุ่น Gen Y ไม่ต้องการพลาดการส่งหรือโพสต์ข้อความ อีเมล์ และอัพเดตโซเชียลมีเดียบนอุปกรณ์พกพาและนั่นคือกิจวัตรเริ่มต้นวันใหม่ก่อนที่จะลุกจากเตียงนอนเสียอีก สำหรับคนรุ่นนี้ ข้อมูลจะต้องเป็นแบบเรียลไทม์ในทุกเวลา

· เก้าในสิบคนจะแต่งตัว แปรงฟัน และเช็คสมาร์ทโฟนะหว่างเตรียมตัวไปโรงเรียนหรือไปทำงานในตอนเช้า

· สำหรับพนักงาน ถือเป็นกิจกรรมที่มีความหมาย เพราะแสดงให้เห็นว่าบุคลากรในอนาคตจะมีความคล่องตัวมากขึ้น รับรู้ข้อมูลข่าวสารมากขึ้น และตอบสนองอย่างฉับไวมากกว่าคนรุ่นก่อน คนเหล่านี้ใช้ชีวิตในการเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารเป็นหลัก

ฉันและสมาร์ทโฟนของฉัน ตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน คนรุ่น Gen Y จะเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่อง

· หนึ่งในสี่คน (29 เปอร์เซ็นต์) กล่าวว่า พวกเขาเช็คสมาร์ทโฟนครั้งแล้วครั้งเล่าจนไม่อาจนับครั้งได้

· หนึ่งในห้าคนเช็คสมาร์ทโฟนเพื่อดูอีเมล ข้อความ และอัพเดตโซเชียลมีเดียอย่างน้อยทุก 10 นาที ในสหรัฐฯ สองในห้าคนเช็คสมาร์ทโฟนอย่างน้อยทุก 10 นาที

· หนึ่งในสามเช็คสมาร์ทโฟนอย่างน้อยทุก 30 นาที และในสหรัฐฯ ตัวเลขนี้อยู่ที่มากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถาม

เชื่อมต่อหรือเสพย์ติด?

· 60 เปอร์เซ็นต์ของคนรุ่น Gen Y เช็คอีเมล ข้อความ และอัพเดตโซเชียลมีเดียบนสมาร์ทโฟนเนื่องจากจิตใต้สำนึกหรือแรงจูงใจ

· ผู้หญิงมีแรงจูงใจในการเชื่อมต่อมากกว่า โดย 85 เปอร์เซ็นต์ของผู้หญิง เทียบกับ 63 เปอร์เซ็นต์ของผู้ชาย พบว่าตนเองมีแรงจูงใจในการเช็คอีเมล์ ข้อความ และอัพเดตโซเชียลมีเดียบนสมาร์ทโฟน

· กว่า 40 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามจะมีอาการ “ลงแดง” และ “รู้สึกกระวนกระวาย” เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไปจากชีวิต” ถ้าหากไม่สามารถเช็คสมาร์ทโฟนได้อย่างสม่ำเสมอ

· ในบรรดาผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟนภายใต้แรงจูงใจ พบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ไม่อยากที่จะรู้สึกว่าตนเองถูกบังคับเช่นนั้น

บุคลากรฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศมีการเชื่อมต่อเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน

· เกือบหนึ่งในสามของบุคลากรฝ่ายไอทีระบุว่า ตนเองตรวจเช็คสมาร์ทโฟน “อย่างต่อเนื่อง”

· 40 เปอร์เซ็นต์ของบุคลากรฝ่ายไอทีกล่าวว่า ตนเองตรวจเช็คสมาร์ทโฟนอย่างน้อยทุก 10 นาที

สมาร์ทโฟนมีอยู่ทุกที่! มีการใช้สมาร์ทโฟนในทุกๆที่ แม้กระทั่งในสถานที่ที่มีความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ความต้องการที่จะเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่องส่งผลให้เส้นแบ่งระหว่างชีวิตการทำงาน ชีวิตส่วนตัวและครอบครัวเริ่มเลือนหาย ผู้ใช้ตรวจสอบข้อมูลอัพเดตเรื่องงานและติดต่อสื่อสารทุกชั่วโมงจากทุกๆที่ ที่จริงแล้ว เวลาจะมีลักษณะยืดหยุ่น กล่าวคือ สำหรับคนรุ่น Gen Y ไม่มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่าง “วันทำงาน” และ “เวลาส่วนตัว” เพราะช่วงเวลาเหล่านี้จะผสมปนเปและคาบเกี่ยวกันตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

· ยังมีเรื่องโรแมนติกบนเตียงบ้างหรือเปล่า? ผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก 3 ใน 4 คนใช้สมาร์ทโฟนบนเตียงนอน

· อย่าลืมล้างมือ!: กว่าหนึ่งในสามใช้สมาร์ทโฟนในห้องน้ำ

· ขอพื้นที่บนโต๊ะอาหาร: เกือบครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วโลก (46 เปอร์เซ็นต์) ส่งข้อความ อีเมล และโซเชียลมีเดียระหว่างรับประทานอาหารกับครอบครัวและเพื่อนฝูง และมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามในสหรัฐฯ (56 เปอร์เซ็นต์) ใช้สมาร์ทโฟนระหว่างที่รับประทานอาหารกับผู้อื่น

· ระวัง! แม้ว่าจะเป็นการกระทำที่เสี่ยงต่ออันตราย แต่เกือบหนึ่งในห้าคนยอมรับว่าตนเองรับส่งข้อความขณะขับรถ

ไม่ใช่เพียงแค่ส่งหรือโพสต์ข้อความแต่เป็นการ “ปฏิวัติของแอพพลิเคชั่น”

· เกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามรุ่น Gen Y กล่าวว่า โมบายล์แอพพลิเคชั่นมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวัน

· มากกว่าครึ่งหนึ่งใช้โมบายล์แอพพลิเคชั่นสำหรับเกมและความบันเทิงเป็นหลัก

· อย่างไรก็ดี หนึ่งในสี่ (27 เปอร์เซ็นต์) ใช้โมบายล์แอพพลิเคชั่นสำหรับการทำงานเป็นหลัก

คุณต้องการใช้แอพมากเท่าไร? ผู้ผลิตนำเสนอแอพพลิเคชั่นหลายพันโปรแกรมในแอพสโตร์ แต่แอพเหล่านั้นได้ถูกใช้งานจริงหรือ? ที่จริงแล้วในบรรดาแอพทั้งหมดที่ดาวน์โหลดในแต่ละวัน มีเพียงไม่กี่โปรแกรมเท่านั้นที่ถูกใช้งานอย่างสม่ำเสมอ

· ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ (70 เปอร์เซ็นต์) ใช้โปรแกรมบนสมาร์ทโฟนเป็นประจำไม่ถึง 10 โปรแกรม

· มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียงหนึ่งในสี่ (24 เปอร์เซ็นต์) เท่านั้นที่ใช้ 10 ถึง 25 โปรแกรมอย่างสม่ำเสมอ

มิตรภาพทางออนไลน์ กับมิตรภาพส่วนบุคคล: ชุมชนออนไลน์ไร้ขีดจำกัดทางด้านภูมิศาสตร์และเขตเวลา (ไทม์โซน)?

· 40 เปอร์เซ็นต์ใช้เวลาในการเชื่อมต่อออนไลน์กับเพื่อนมากกว่าการพบปะสังสรรค์กันเป็นการส่วนตัว

· สองในสามของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าตนเองใช้เวลาเท่ากันหรือมากกว่าในการติดต่อเพื่อนฝูงทางออนไลน์ เมื่อเทียบกับการพบปะพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว

· ยังมีความแตกต่างระหว่างชาย-หญิง กล่าวคือ ผู้ชายทั่วโลก 38 เปอร์เซ็นต์ใช้เวลาพบเจอเพื่อนเป็นการส่วนตัวมากกว่าทางออนไลน์ ขณะที่สัดส่วนของผู้หญิงที่ใช้เวลาพบเจอเพื่อนเป็นการส่วนตัวมีเพียง 29 เปอร์เซ็นต์

ที่จริงแล้วคุณคือใคร? ภาพลักษณ์ด้านออนไลน์แตกต่างจากความเป็นจริงหรือไม่

การติดต่อพูดคุยทางออนไลน์ช่วยขยายโอกาสในการสร้างตัวตน ภาพลักษณ์ และบุคลิกใหม่ แต่ในอีกแง่หนึ่ง ก็อาจเป็นรากฐานที่นำไปสู่การโกหกหลอกลวง ก็แล้วคุณจะเชื่อสิ่งที่คุณได้พบเห็นทางออนไลน์ได้มากน้อยเพียงใด?

· สี่ในห้า (81 เปอร์เซ็นต์) ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าแต่ละคนมีภาพลักษณ์ออนไลน์และออฟไลน์ที่แตกต่าง

· เมื่อถามเกี่ยวกับตัวเอง มีเพียง 44 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ตอบว่าภาพลักษณ์ออนไลน์ของเขาเหมือนกับภาพลักษณ์ “ออฟไลน์” ในโลกแห่งความเป็นจริง

สมาร์ทโฟนจะแทนที่แลปท็อปในสถานที่ทำงานหรือไม่?

ในหลายๆ ส่วนของโลก สมาร์ทโฟนกำลังเป็นคู่แข่งกับแลปท็อป ในฐานะอุปกรณ์ที่ยังเป็นที่ต้องการมากที่สุดสำหรับผู้ใช้อายุ 18 ถึง 30 ปี เพราะเป็นอุปกรณ์อเนกประสงค์ที่มีขนาดกะทัดรัดมากที่สุด

· หากจำเป็นต้องเลือกอุปกรณ์เพียงเครื่องเดียว หนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสอบถามตัดสินใจเลือกสมาร์ทโฟน

· สมาร์ทโฟนแซงหน้าคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อปในฐานะอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับสถานที่ทำงานจากมุมมองของคนทั่วโลก

· สมาร์ทโฟนได้รับความนิยมมากกว่าสองเท่าเมื่อเทียบกับเดสก์ท็อปพีซี และได้รับความนิยมมากกว่าแท็บเล็ตถึงสามเท่า

สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ “เชื่อมต่อตลอดเวลา” อุปกรณ์พกพาเครื่องเดียวจะรองรับการใช้งานได้อย่างพร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ส่วนบุคคลหรืออุปกรณ์ของบริษัท แต่จะก่อให้เกิดปัญหาท้าทายต่อผู้จัดการฝ่ายไอที ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องสินทรัพย์และข้อมูลของบริษัท

· สองในห้าคนกล่าวว่านโยบายของบริษัทห้ามไม่ให้นำเอาอุปกรณ์ที่บริษัทออกให้ไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวกับงาน ขณะที่เกือบสามในสี่ (71 เปอร์เซ็นต์) ยอมรับว่าตนเองไม่ได้ปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าว

· สองในสาม (66 เปอร์เซ็นต์) รู้สึกว่า “นายจ้างไม่ควรตรวจสอบติดตามกิจกรรมออนไลน์ของพนักงาน เพราะไม่ใช่ธุระอะไรของนายจ้าง”

· บุคลากรฝ่ายไอทีทราบดีว่าพนักงานจำนวนมากไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบ แต่ก็ไม่ทราบว่ามีการละเลยกฎเกณฑ์มากน้อยเพียงใด กล่าวคือ บุคลากรฝ่ายไอทีทั่วโลกกว่าครึ่งหนึ่งคิดว่าพนักงานปฏิบัติตามนโยบายเรื่องการห้ามนำเอาอุปกรณ์ของที่ทำงานไปใช้กับเรื่องส่วนตัว

ออนไลน์ชอปปิ้ง – เทรนด์ใหม่สำหรับ Gen Y ทั่วโลก

· เก้าในสิบคนของคนรุ่น Gen Y ที่ตอบแบบสอบถามซื้อสินค้า/บริการทางออนไลน์

· เกือบสามในห้า (58 เปอร์เซ็นต์) ตรวจสอบคำวิจารณ์ของลูกค้า ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อสินค้า/บริการออนไลน์ และอีก 28 เปอร์เซ็นต์ตรวจสอบคำวิจารณ์ทางออนไลน์เป็นครั้งคราว

· 57 เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบสามในห้า เต็มใจที่จะเปิดเผยอีเมลแอดเดรสของตนเองแก่ร้านค้าและไซต์ออนไลน์เพื่อรับแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลดราคาและโปรโมชั่นพิเศษ แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยข้อมูลอื่นๆ นอกเหนือจากนั้น กล่าวคือ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยินดีเปิดเผยหมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่ที่บ้าน หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ

ขับเคลื่อนข้อมูลทั่วโลก

· เกือบ 90 เปอร์เซ็นต์อัพโหลดภาพถ่ายสำหรับแชร์หรือจัดเก็บไว้บนอินเทอร์เน็ต

· 62 เปอร์เซ็นต์อัพโหลดวิดีโอสำหรับแชร์หรือจัดเก็บไว้บนอินเทอร์เน็ต

· 87 เปอร์เซ็นต์มีบัญชีเฟซบุ๊ค และหนึ่งในสิบออนไลน์เฟซบุ๊คตลอดเวลา

· 41 เปอร์เซ็นต์อัพเดตเฟซบุ๊ควันละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย และกว่าหนึ่งในห้าอัพเดตเฟซบุ๊ควันละหลายครั้ง

· 56 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามมีบัญชีทวิตเตอร์ และ 21 เปอร์เซ็นต์ส่งข้อความทวีตวันละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย

ข้อมูลสำคัญจากการสำรวจในประเทศไทย

· 98 เปอร์เซ็นต์ของคนรุ่น Gen Y ในประเทศไทยระบุว่า พวกเขาเช็คสมาร์ทโฟนเพื่อดูข่าวคราวอัพเดตในอีเมล ข้อความ และไซต์โซเชียลมีเดีย ก่อนที่จะลุกจากเตียง

คนรุ่น Gen Y ที่แบบสอบถามกว่าเก้าในสิบคนกล่าวว่า เขาเช็คสมาร์ทโฟนครั้งแล้วครั้งเล่าจนไม่อาจนับครั้งได้
กว่า 91 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามจะมีอาการ “ลงแดง” และ “รู้สึกกระวนกระวาย เหมือนกับว่ามีอะไรบางอย่างขาดหายไปจากชีวิต” ถ้าหากไม่สามารถเช็คสมาร์ทโฟนได้อย่างสม่ำเสมอ
· ผู้ตอบแบบสอบถาม 100 เปอร์เซ็นต์ใช้สมาร์ทโฟนบนเตียงนอน

กว่าหนึ่งในสามใช้สมาร์ทโฟนในห้องน้ำ
· 98 เปอร์เซ็นต์ ส่งข้อความ อีเมล และตรวจสอบโซเชียลมีเดียระหว่างรับประทานอาหารกับครอบครัวและเพื่อนฝูง

100 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามรุ่น Gen Y กล่าวว่า โมบายล์แอพพลิเคชั่นมีความสำคัญต่อชีวิตประจำวัน
98 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าตนเองใช้เวลาเท่ากันหรือมากกว่าสำหรับการติดต่อเพื่อนฝูงทางออนไลน์ เมื่อเทียบกับการพบปะพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว
เก้าในสิบของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าแต่ละคนมีภาพลักษณ์ออนไลน์ (online identities) และภาพลักษณ์ออฟไลน์ (offline identities) ที่แตกต่างกัน
97 เปอร์เซ็นต์รู้สึกว่า “นายจ้างไม่ควรตรวจสอบติดตามกิจกรรมออนไลน์ของพนักงาน เพราะไม่ใช่ธุระอะไรของนายจ้าง”
เก้าในสิบคนของคนรุ่น Gen Y ที่ตอบแบบสอบถามซื้อสินค้า/บริการทางออนไลน์

· 80 เปอร์เซ็นต์ หรือสี่ในห้า เต็มใจที่จะเปิดเผยอีเมลแอดเดรสของตนเองแก่ร้านค้าและไซต์ออนไลน์เพื่อรับแจ้งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลดราคาและโปรโมชั่นพิเศษ แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยข้อมูลอื่นๆ

87 เปอร์เซ็นต์ออนไลน์เฟซบุ๊คตลอดเวลา และ 97 เปอร์เซ็นต์อัพเดตเฟซบุ๊ควันละหนึ่งครั้งเป็นอย่างน้อย

หมายเหตุ: เกี่ยวกับผลการศึกษาจาก 18 ประเทศ

รายงาน Cisco Connected World Technology Report เป็นรายงานประจำปีที่จัดทำขึ้นโดยซิสโก้มอบหมายให้ InsightExpress บริษัทวิจัยตลาดอิสระในสหรัฐฯ ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นของคนทั่วโลก โดยแยกเป็นสองส่วน คือ 1) เป็นการสำรวจความคิดเห็นของนักศึกษาและคนทำงานอายุ 18 ถึง 30

View :947

Weibo to bridge Thai-Chinese business via social media channel

April 11th, 2013 No comments

The largest Chinese Microblog Weibo announced to expand business in Thailand, through its local partner Jiaranai Entertainment, with the launch of Weibo Thailand’ to bridge Thai and Chinese business with the largest social network in China.

It positions Weibo as the gateway to Chinese market with the concept of ‘Amazing Wei Thailand: An Easy Wat to Open the Chinese Market’.

It plans to spend Bt10 million as marketing budget that it aims to break even within six months. It aims to have between Bt20 million and Bt30 million as revenue by the first year of operation in Thailand. It also expects to keep growing with 15 to 20 per cent for the next couple years.

Rui Guo, managing director of Jiaranai Entertainment, said that the priority focus of Weibo Thailand is to encourage Thai tourism industry to connect to potential Chinese tourists that as the largest number of tourists visit Thailand. This year, it is expected that there will be around 3.8 million Chinese tourists visit Thailand.

“60 per cent of Chinese tourists visit Thailand are not the first time tourists. Thailand’s tourism industry is the priority for us to focus on. The next industry is export,” said For the first year of operation, Weibo Thailand aims to have 1.6 active accounts in Thailand that is double from the current number of active users in the country that is around 800,000 users, which is mostly are Chinese users,” said Guo.

is friendly support a wide rang of languages. Users can post any languages while its menu provided in Chinese and English. Only automatic translate between Chinese and English is available for trial version. Weibo clients are available for iOS and Android. There are official Weibo client and clients developed by third parties.

The distinguish of Weibo.com is to verify account to guarantee accounts on Weibo.com and to increase confidence for users to use Weibo.com as the business channel to connect to Chinese market.

It is a combination of Twitter and combined and offers the better features and mobile engagement. Weibo.com is the largest social networking site with a user base of 30 per cent of all Internet users world wide, which is largely made of graduate professionals with an average age of 25 years old.

“We do not want Thai people to leave Facebook and Twitter to stay on Weibo. But we would like to encourage them to benefit Weibo as the gateway to China market,” said Guo.

The services are verification badges for user accounts and consultant services. They include authenticating user’s identities that is to prevent social networking fraud and theft. It also offers consultant services to help businesses to utilize benefit from using Weibo.com to connect, to reach, and to get customers’ attentions in Chinese language and communication style.

Jiaranai has authority to run Weibo’s services in Thailand, Vietnam, Laos, and Burma. The priority focus is on Thailand and then Vietnam.

Corporate account verification charged is Bt60,000, bur verify public account for important people is free. For additional consultant services will be charged by monthly, the cost depends on the scope of customer’s requirements.

“Chinese market is the big market that Thai businesses that would like to reach should not ignore. Weibo plays role as the gateway, we play role as assistant to help them to be success in doing business with Chinese people through the online channel,” said Guo.

She added that in every three Internet users use Weibo, the largest social platform, that is currently driving the most offline commerce as well as online because its great with campaigns for consumer engagement and interactivity.

Weibo.com was designed and developed by Sina company since 2009. By end of 2012, it has 503 million uses that are around 46.2 million daily active users. According to iResearch, it reported that Weibo.com has 86.6 per cent in market share in China’s micro-blogging market.

View :456