Archive

Archive for May, 2013

เอ-โฮสต์ ลั่นใช้ High Value Service บุกอุตฯไอที สบช่องลูกค้าหันใช้บริการมืออาชีพรับธุรกิจแข่งดุ

May 31st, 2013 No comments

เอ-โฮสต์ ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของออราเคิล และ ไอบีเอ็ม พร้อมให้บริการหลังการขายอย่างมืออาชีพและครบวงจรระดับมาตรฐานสากล เดินหน้าขยาย แนวรบธุรกิจไอที มุ่งใช้บริการ High Value Service เจาะลูกค้ากระเป๋าหนักที่ต้องการบริการแบบมืออาชีพ รับการแข่งขันทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ใน 3 ผลิตภัณฑ์ ทั้ง Application Service , System Service และ BI หลังซุ่มเพาะบ่มบุคลากรคุณภาพจนเพียงพอ มั่นใจปีนี้สร้างผลงานโต 20% จากปีก่อนได้สำเร็จ ขณะที่แผนยาวหวังปูทางขึ้นแท่นผู้นำในบริการ High Value Service ของอุตสาหกรรมไอทีไทยเต็มตัว

นายจรูญรัฐ ปิงคลาศัย รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ-โฮสต์ จำกัด ผู้นำด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของออราเคิล และ ไอบีเอ็ม พร้อมให้บริการหลังการขายอย่างมืออาชีพและครบวงจรระดับมาตรฐานสากล และเป็นหนึ่งใน MFEC Alliance กล่าวถึงแผนการขยายธุรกิจในปี 2556 ว่าจะเน้นการให้บริการแบบมูลค่าเพิ่ม (High Value Service) ให้กับทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เอ-โฮสต์ดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน ซึ่งประกอบไปด้วย กลุ่มผลิตภัณฑ์แอพพลิเคชั่น เซอร์วิส ( Application Service) กลุ่มผลิตภัณฑ์ให้บริการดูแลระบบ (System Service) และ กลุ่มผลิตภัณฑ์ให้บริการระบบบริหารข้อมูลเชิงวิเคราะห์(Business Intelligence – BI) เนื่องจากมีบุคลากรและทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ มีทักษะงานที่ครอบคลุมเทคโนโลยีชั้นสูงของทั้งออราเคิล และ ไอบีเอ็มสามารถให้บริการแก่ลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งการให้บริการแบบมูลค่าเพิ่มนอกจากจะสร้างฐานลูกค้าเฉพาะที่มีกำลังซื้อสูงแล้ว ยังเป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นของแต่ละผลิตภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้นด้วย เนื่องจาก การแข่งขันไม่รุนแรงเท่ากับบริการทั่วไป ประกอบกับลูกค้ากลุ่มดังกล่าวมีทิศทางเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสะท้อนให้รายได้จากการให้บริการและกำไรเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

“ในปีนี้เราจะให้ความสำคัญกับงาน High Value Service เป็นหลัก เพราะเรามีทั้งความพร้อมด้านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญถึงทักษะงานเทคโนโลยีขั้นสูง ในผลิตภัณฑ์ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ของทั้งออราเคิลและไอบีเอ็ม ไว้คอยให้บริการลูกค้าอย่างครบวงจร ประการสำคัญงานที่เราให้บริการ เป็นกระบวนการทำงานที่เป็นมาตรฐานสากล ทำให้บริการของเอ-โฮสต์ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องการให้บริการอย่างมืออาชีพและครบวงจร ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในปีนี้ได้แก่กลุ่มบริษัทที่ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านระบบ System Integrator (SI) และบริษัทผู้พัฒนาระบบ ( Independent Software Vendor-ISV) ที่เน้นด้านโซลูชั่น ทั้งฮาร็ดแวร์ ซอฟต์แวร์ การติดตั้งและการเชื่อมโยงระบบให้สามารถใช้งานได้ (Implement) โดยเน้นบริษัทที่ปรึกษาและเป็นบริษัทจากต่างประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผลประกอบการของบริษัทเติบโตในอัตรา 20% จากปีก่อนได้สำเร็จ”นายจรูญรัฐ กล่าว

นายจรูญรัฐกล่าวอีกว่า การให้ความสำคัญกับให้บริการแบบมูลค่าเพิ่มในปีนี้ เพื่อเป็นการสร้างฐานทางธุรกิจในอนาคต โดยบริษัทมีเป้าหมายจะเป็นผู้นำในงานบริการไอทีแบบมูลค่าเพิ่ม หรือ High Value Service ในอนาคต นอกเหนือจากการเป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไอทีอย่างครบวงจร เนื่องจากมีความพร้อมเป็นอย่างดีในด้านบุคลากรที่มีคุณภาพ จากที่เอ-โฮสต์ มีการสร้างและพัฒนาบุคลากรรวมทั้งองค์ความรู้มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การบริหารจัดการห่วงโซ่บุคลากรในองค์กรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีผลให้มีบุคลากรอย่างเพียงพอและการพัฒนาคุณภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของงานด้านไอทีทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

ส่วนการขยายฐานลูกค้าเขากล่าวว่า ในกลุ่มผลิตภัณฑ์แอพพลิเคชั่น เซอร์วิส ที่ผ่านมาลูกค้าหลักของบริษัทจะอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรม และ ธุรกิจค้าปลีก ซึ่งในปีนี้จะยังคงเน้นเพิ่มจำนวนลูกค้าในกลุ่มธุรกิจเดิมให้มากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มซิสเต็มส์ เซอร์วิส ยังคงมุ่งขยายฐานลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมเดิม คือ กลุ่ม อุตสาหกรรม โรงพยาบาลและสุขภาพ รวมทั้งกลุ่มสถาบันการเงิน ในขณะที่ผลิตภัณฑ์บิสซิเนส อินเทลลิเจนท์ หรือ BI จะให้ความสำคัญกับกลุ่มสถาบันการศึกษาเพิ่มขึ้น เนื่องจากความต้องการใช้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์เพื่อธุรกิจมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเพื่อรองรับระบบการศึกษา และการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในระดับนานาชาติภายหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จากปัจจุบันที่กลุ่มลูกค้าหลักของกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้คือ กลุ่ม ธนาคารและสถาบันการเงิน

View :451
Categories: Press/Release Tags:

ดีแทคเทสต์สัญญาณมือถือทั่วอีสานผ่านมาตรฐานตามเป้าหมาย จากโครงการ 77/77 ดีแทค อินเทอร์เน็ต ฟอร์ ออล โรด ทริป ผลักดันอินเทอร์เน็ตสู่ทั่วประเทศ

May 31st, 2013 No comments

31 พฤษภาคม 2556 – ดีแทคเผยผลเทสต์สัญญาณมือถือทั่วอีสานประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ผลออกมาดีตามคาด มั่นใจนำประสบการณ์ที่ดีที่สุดทั้งการใช้งานเพื่อการโทร และใช้งานดาต้าบนอินเทอร์เน็ตสู่ลูกค้าภาคอีสานเรียบร้อย และยังลงทุนต่ออีก 7,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโอกาสในการนำอินเทอร์เน็ตสู่ทุกพื้นที่ในสังคมไทยอย่างเท่าเทียมจากโครงการ 77/77 ดีแทค อินเทอร์เน็ต ฟอร์ ออล โรด ทริป (77/77 dtac internet for all road trip)

นายประเทศ ตันกุรานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่าตามที่ดีแทคผลักดันโครงการ 77/77 ดีแทค อินเทอร์เน็ต ฟอร์ ออล โรด ทริป (77/77 dtac internet for all road trip) เพื่อสร้างโอกาสในการนำอินเทอร์เน็ตสู่ทุกพื้นที่ในสังคมไทยอย่างเท่าเทียม และเป็นการวัดสัญญาณพื้นที่อีสานเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงและสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดทั้งโทรและการใช้งานดาต้า มั่นใจลูกค้าดีแทคขณะนี้จะได้รับรู้ถึงการโทรที่มีคุณภาพเสียงชัดเจนมากขึ้น และเสถียรยิ่งขึ้น อีกทั้งการใช้งานดาต้าหรืออินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้นกว่าเดิมในทุกอำเภอทั่วประเทศไทย

ผลการทดสอบจากทริปนี้ มีเส้นทางการทดสอบเริ่มต้นจาก กรุงเทพ มุ่งสู่ 20 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ยโสธร ร้อยเอ็ด มหาสารคาม กาฬสินธิ์ มุกดาหาร นครพนม สกลนคร บึงกาฬ หนองคาย เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ขอนแก่น และชัยภูมิ ในเวลาทั้งหมด 11 วัน

“การทดสอบภาคอีสานในครั้งนี้ได้ใช้ซิมการ์ดระบบพรีเพด (เติมเงิน) ของดีแทค และค่ายอื่นอีก 2 ซิมเพื่อเปรียบเทียบ โดยทั้งหมดคือซิมทั่วไปที่มีจำหน่ายในตลาด และนำซิมใส่ในมือถือเพื่อทำการทดสอบโทรเข้า-ออก ตามเส้นทางในภาคอีสาน สำหรับผลออกมาทุกค่ายผ่านมาตรฐานการใช้งาน โดยดีแทคได้ทำการโทร (Call Attempt) รวม 929 ครั้ง โทรสำเร็จ (Call Setup Success) 913 ครั้งคิดเป็น 98.28% อัตราสายหลุด (Dropped Call) จำนวน 16 ครั้ง หรือคิดเป็น 1.75% ซิมค่ายอื่นเบอร์แรกโทรรวม 934 ครั้ง โทรสำเร็จ 916 ครั้งคิดเป็น 98.07% อัตราสายหลุดจำนวน 17 ครั้ง หรือคิดเป็น 1.86% และซิมค่ายอื่นอีกเบอร์ทำการโทรรวม 948 ครั้ง โทรสำเร็จ 899 ครั้งคิดเป็น 94.83% อัตราสายหลุดจำนวน 20 ครั้ง หรือคิดเป็น 2.22%” นายประเทศ กล่าวในที่สุด

ทั้งนี้ การทดสอบไดร์ฟเทสต์ (drive test) เป็นการพิสูจน์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าดีแทคทั่วประเทศได้มั่นใจกับโครงข่ายดีแทค และที่สำคัญดีแทคยังจะนำวิสัยทัศน์ Internet for All ที่เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นของดีแทคไปสู่คนไทยทุกคนทั่วประเทศให้สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ เพื่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและโอกาสต่างๆ ที่เท่าเทียมกัน พร้อมทั้งส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครบทุกอำเภอในประเทศไทย

View :368
Categories: Press/Release Tags:

คอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2013 ชอปโน้ตบุ๊ค แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน พร้อมแจกฟรีแอพฯ กว่า 2,000 ชิ้น รับกระแส 4G งานแรกในไทย

May 31st, 2013 No comments

ไฮบริดโน้ตบุ๊ค

เออาร์ไอพีประกาศจัด “คอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2013” มหกรรมไอทียิ่งใหญ่กลางปี จับมือ สพฐ. ให้สิทธิ์ซื้อแท็บเล็ตปุ๊บโหลดแอพพลิเคชันเพื่อการศึกษา กว่า 2,000 แอพฯ ฟรี ! ตลาดไอทีครึ่งปีหลังเวน เดอร์ปรับกลยุทธ์หนีตายมุ่งไปที่นวัตกรรมไฮบริด เทคโนโลยีสายพันธุ์ใหม่ที่ขนมาให้เลือกชอปหลาก แบรนด์ พร้อมแท็บเล็ต สมาร์ทโฟนหลากรุ่น พร้อมเทคโนโลยี 4G ของ True ครั้งแรกในประเทศไทย โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 23 มิถุนายน 2556 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

รร. ดิเอมเมอร์รัล รัชดา – 30 พฤษภาคม 2556 – นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการธุรกิจสื่อไอทีและการศึกษา บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอที ภายใต้ชื่อ “คอมมาร์ต” กล่าวว่า งานครั้งนี้จะรองรับกระแส 4G ครั้งแรกในเมืองไทย เวนเดอร์ต่างปรับกลยุทธ์เพื่อดันยอดขายพัฒนาโน้ตบุ๊คสายพันธุ์ใหม่ ที่เรียกกันว่า “โน้ตบุ๊คไฮบริด” ซึ่งจะสามารถรองรับการใช้งานได้หลากหลาย พร้อมอัลตราบุ๊ค แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนที่ตอบโจทย์เวิร์คแอนด์เพล์ของผู้บริโภคในยุคนี้

“ภายในงานนี้เราจะได้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างชัดเจน เพื่อตอบสนองกับไลฟ์สไตล์กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการใช้งานมากกว่าแค่ทำงาน ส่วนตลาดสมาร์ทโฟนในงานนี้จะได้เห็นมือถือบวกกับแท็บเล็ต ที่เรียกว่าแฟ้บเล็ต หลายขนาดหน้าจอ และหลากหลายแบรนด์ให้เลือกในราคาที่จับต้องได้ ทั้งนี้ในงานจะมีโน้ตบุ๊คกว่า 100 รุ่น อัลตร้าบุ๊คกว่า 10 ยี่ห้อ สมาร์ทโฟนกว่า 20 ยี่ห้อ และแท็บเล็ตให้เลือกซื้อกว่า 30 ยี่ห้อ โดยจะลดราคาลงมาจากครั้งที่แล้วประมาณ 10 -30 % และมีโปรโมชันลด แลก แจก แถม ต้อนรับเปิดเทอมอีกด้วย” นายพรชัย กล่าว

นายพรชัย กล่าวต่อว่า งานคอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2013 จะเป็นเวทีของนวัตกรรมไอทีใหม่ๆ เพื่อการใช้งานที่หลากหลายของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค และรองรับการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดของเทคโนโลยี 4G จากเครือข่าย True อย่างสมบูรณ์แบบ และที่สำคัญภายในงานครั้งนี้ คอมมาร์ต ได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จุดกระแสการนำเอาคอนเทนส์แอพพลิเคชันเพื่อการศึกษามาใช้ประโยชน์ โดยให้สิทธิ์สำหรับผู้ที่ซื้อแท็บเล็ต แอนดรอยน์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อภายในงาน สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชันเพื่อการศึกษา ฟรี ! กว่า 2,000 แอพฯ ซึ่งเหล่านี้มีการพัฒนามาจากครู และบุคลากรทางการศึกษาจากทั่วประเทศ ในโครงการประกวดสื่อการเรียนรู้สู่แท็บเล็ต และเข้าดูรายละเอียดได้ที่ www.commmartthailand.com

นอกจากนี้ ในงานคอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2013 ยังมีมุมโชว์ Gadget สุดล้ำ อาทิ NeuroSky Mindwave Mobile เล่นเกมได้ไม่ต้องใช้มือ ด้วยอุปกรณ์อ่านคลื่นสมองตัวแรกของโลก, Sphero Robotic Ball ลูกบอลอัจฉริยะ เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ, Ticktock Bluetooth Alarm Clock นาฬิกาปลุกบลูธูท ฯลฯ

ส่วนกิจกรรมเสวนา Workshop ที่น่าสนใจอาทิ ทำอย่างไรเมื่อสมาร์ทโฟนหายและใช้สมาร์ทโฟนอย่างไรให้ปลอดภัย และหัวข้ออื่นๆที่น่าสนใจอีกมายมาย นอกจากนี้ ยังมีมุม Buyer’s Guide ปรึกษาก่อนเลือกซื้อ โดยทีมบรรณาธิการจากนิตยสาร Commart พิเศษสุดกับ Commart Big Bonus สำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าไอทีครบทุก 3,000 บาท รับคูปองชิงโชคลุ้น รถยนต์นิสสัน มาร์ช มูลค่า 4 แสนบาท พร้อมลงทะเบียนเข้างานลุ้นรับของรางวัลอีกมากมาย และกิจกรรมสร้างความสนุกสนานอื่นๆ อีก อาทิ การแสดงดนตรีและการประมูลสินค้าไอทีเริ่มต้นที่ 1 บาท ในวันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน เวลา 18.00 น. ที่เวทีกิจกรรมกลาง โดยสามารถโหลดคอมมาร์ตแอพพลิเคชัน ได้ทั้งบนไอโอเอส และแอนดรอยน์ พร้อมติดตามข่าวสาร และโปรโมชันงานได้ที่ www.commmartthailand.com

สำหรับบริษัทไอทีชั้นนำ และพันธมิตรที่เข้าร่วมสนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการจัดงาน “คอมมาร์ต เน็กซ์เจน ไทยแลนด์ 2013” ประกอบด้วย บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เดลล์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด, บานาน่าไอที (บริษัท คอมเซเว่น อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด) และมหาวิทยาลัยศรีปทุม

View :508
Categories: Press/Release Tags:

ระดมทีมก่อตั้งอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยประสานผู้เชี่ยวชาญระดับโลก จัดงาน INET Bangkok 2013

May 31st, 2013 No comments

ระดมทีมก่อตั้งอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยประสานผู้เชี่ยวชาญระดับโลก จัดงาน INET Bangkok 2013 วางยุทธศาสตร์พัฒนาทุกมิติ หลังเทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงเร็ว เชื่อในงาน 6-7-8 มิถุนายนนี้เกิดทางออกของภูมิภาค

นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เปิดเผยว่า เมื่อปลายปีที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้ร่วมกับอินเทอร์เน็ตโซไซตี้ประเทศไทย หรือ ISOC ในการแสดงเจตนารมย์ไม่บรรจุคำนิยามเกี่ยวกับอินเทอร์เน็ตเข้าไว้ในวาระการประชุมของ ITU เพื่อทำให้อินเทอร์เน็ตเป็น สิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีข้อจำกัดทาง ธุรกิจมาเป็นตัวขัดขวาง ทำให้ทั้งฝ่ายรัฐบาลและตัวแทนภาคเอกชนของไทยได้ใกล้ชิด และมอง เห็นแนวทางที่จะ ร่วมกันพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตของไทยให้เติบโตขึ้นอย่างมีแบบแผน โดยมี องค์กรในระดับโลกเข้ามาช่วยเหลือ

งาน INET Bangkok ซึ่งเป็นงานด้านอินเทอร์เน็ตระดับภูมิภาค จึงเป็นรูปธรรม ของการจะพัฒนาอินเทอร์เน็ตของประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคนี้ที่เกิดจากความร่วมมือของกระทรวงไอซีที สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช., สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์, สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, ทีโอที, ทีเฮชนิค และกลุ่มผู้ร่วมงานรายอื่นๆ อีกจำนวนมาก จับมือกับ ISOC ซึ่งเป็น เจ้าของงาน และเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ที่ถือว่าเป็นครั้งแรก ต้อนรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีครั้งใหญ่ของโลก ทำให้ไทยกลายเป็นจุดสำคัญในภูมิภาคนี้ขึ้นมาทันที

ในรอบปีที่ผ่านมากระทรวงไอซีที แม้จะเร่งความเร็วในการขับเคลื่อนโครงสร้างพื้นฐานทางด้านอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะผ่านสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่ก็ได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น แต่การที่ยุทธศาสตร์ของกระทรวงในช่วงนี้ถือเป็นการปูพื้นฐานเพื่อที่จะรองรับการก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นการทำให้ระบบ GIN กลายเป็น Sup er GIN ทำให้หน่วยงานภาครัฐไม่ว่าจะอยู่ใน สถานที่ใดก็สามารถเข้ามาใช้โครงข่ายสารสนเทศภาครัฐ ได้ทั้งหมด ก็จะทำให้เกิด การพลิกโฉมหน้าครั้งใหญ่ในการทำงานต่อไป

ยิ่งการที่สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เปิดให้บริการคลาวด์คอมพิวติ้งภาครัฐ ก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวทางการทำงาน และทัศนคติในการให้บริการประชาชนแนวใหม่ ถือเป็นการขับเคลื่อนโดยการใช้เทคโนโลยีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ซึ่งลูกเล่นที่จะตามมาไม่ว่าจะเป็นการสร้างระบบ Software as a Service ภาครัฐ และการสร้างระบบ Government App Store ขึ้นมาเพื่อ ให้ประชาชนสามารถโหลด โปรแกรมการบริการของภาครัฐไปใช้ในอุปกรณ์ต่างๆ ได้ ก็จะยิ่งทำให้การวาง ยุทธศาสตร์ใหญ่ทางด้านอินเทอร์เน็ตมีความจำเป็นมากขึ้น

ขณะเดียวกันกระทรวงไอซีทีก็ให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ยกร่างแผนแม่บทเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศ เพื่อให้เกิดกฎหมายรองรับอนุสัญญาว่าด้วยการใช้การติดต่อสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ในสัญญาระหว่างประเทศ หรืออนุสัญญา e-Contracts ขึ้นมา และเกิดมาตรฐานการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ National Payment Message Standard หรือ NPMS สำหรับภาคการเงิน นอกจากนี้ยังได้ทำกฎหมายที่รองรับการจัดทำสิ่งพิมพ์ให้กับระบบการออกใบรับรองนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ e-Certificate ของกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงต้องลดปัญหาภัยคุกคาม Phishing ที่ช่วยปกป้องมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 3,500 ล้านบาท

แม้ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางออนไลน์ หรือ e-Transaction จากผู้ใช้คอมพิวเตอร์ประมาณ 32% ของประชากร มีผู้ใช้โทรศัพท์มือถือประมาณ 66.4% มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 23.7% มีบัญชีผู้ใช้เฟซบุ๊ค (Facebook) ซึ่งเป็นโซเชียลมีเดียยอดนิยมสูงถึง 12,797,500 บัญชี ตัวเลขจากมูลค่าพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ปี 53 หรืออีคอมเมิร์ซ จากมูลค่าที่สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจได้ คือ 608,587 ล้านบาท ขณะที่ตัวเลขของการโอนเงินและการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ก็มีตัวเลขที่สูงถึง795,495พันล้านบาท ตัวเลขทั้งหมดจะเติบโตขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ดังนั้นยุทธศาสตร์การพัฒนาอินเทอร์เน็ตจึงต้องถูกวางให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเข้ามาโดยเร่งด่วน

ในงาน INET Bangkok 2013 ในครั้งนี้ กระทรวงไอซีทีเองก็คาดหวังเช่นกันว่า ประเทศไทยจะได้เห็นแนวทางการรับมืออันเกิดจากเทคโนโลยีใหม่ ไม่ว่าจะเป็น IPV6, WebRTC หรือแม้กระทั่ง Big Data ที่กำลังพูดถึงในขณะนี้จะได้ถูกขยายและทำให้ ทุกภาคส่วนให้มองเห็นภาพได้ชัดเจน จนสามารถเข้ามารับมือได้อย่างถูกต้อง ซึ่งงานนี้มีผู้เชี่ยวชาญที่เป็นเจ้าของเทคโนโลยีมาชี้นำแนวทาง และมีผู้เข้าร่วมทั้งจากภาครัฐของไทย ภาคธุรกิจอินเทอร์เน็ตทั้งของไทยและจากทุกมุมโลก มาร่วมกันหาแนวทาง แน่นอนจะทำให้ทุกภาคส่วนของประเทศไทยได้ตื่นตัวและเห็นความสำคัญของประเด็นเหล่านี้ได้อย่างทันท่วงที

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. เปิดเผยว่า 25 ปีที่ผ่านมา อินเทอร์เน็ตได้เปลี่ยนแปลงระบบสื่อสารของคนทั่วโลกจากโทรศัพท์ราคาแพง กลายเป็นการหลอมรวมของสื่อจดหมาย ข้อความสั้น ประชุมทางไกลด้วยภาพ การกระจายเสียง สื่อสิ่งพิมพ์ กลายเป็นสื่อสังคมทั้งในสภาพข้อความ เสียง ภาพเคลื่อนไหว ควบคู่ไปกับอุปกรณ์ (devices) ราคาถูก อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และเครื่องมือค้นหาข้อมูล (search engines) ที่ทรงพลัง น่าจะกล่าวได้ว่า อินเทอร์เน็ตเป็นของทุกคน

และอีก 25 ปี ข้างหน้าเราจะเห็นภาพอนาคตอย่างไร อำนาจทางเศรษฐกิจ และการเมืองระดับโลกจะอยู่กับชาติใด ย่อมขึ้นอยู่กับความพร้อมของคนในชาตินั้นๆ ประเทศไทยพร้อมที่จะยืนอยู่ในสังคมไซเบอร์จริงหรือไม่ อินเทอร์เน็ตยุคหน้า, ประเด็นความมั่นคง, การคุ้มครองชื่อการค้า การค้าข่ายในอินเทอร์เน็ต, การสร้าง/สื่อสารกับมวลชนในอินเทอร์เน็ต และการพัฒนากองทัพผู้ชำนาญการเข้าสู่วงการค้าปกติที่ต้องซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต รวมถึงการไล่จับผู้ร้ายทางอินเทอร์เน็ต และการดูแลข้อมูลมหาศาล (Bigdata) ที่เกิดจากข้อมูลที่หลั่งไหลมาจากอุปกรณ์นานาชนิด (Internet of Things) กับระบบการบริการเก็บข้อมูล และคำนวณแบบคลาวด์ ซึ่งในงาน INET Bangkok 2013 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6-7-8 มิถุนายนนี้ จะเป็นการจุดประกาย ให้กับประเทศไทยในครั้งนี

ISOC เจาะลึกงาน INET Bangkok

อนาคตอินเทอร์เน็ตภูมิภาคเปลี่ยน

นางสาวดวงทิพย์ โฉมปรางค์ ผู้บริหารอินเทอร์เน็ตโซไซตี้ประเทศไทย (ISOC) เปิดเผยว่า งาน INET Bangkok ถือว่าเป็นการจัดงาน INET ในระดับภูมิภาค ซึ่งแต่ละปีจะมีประเทศในแต่ละภูมิภาคที่มีศักยภาพเท่านั้นที่ได้รับการยอมรับให้เป็นผู้จัดงาน ซึ่งลักษณะงานจะแตกต่างจากการจัดงาน INET Global ซึ่งจะเน้นทิศทางในระดับโลก แต่สำหรับงานนี้ ISOC มุ่งเน้นแค่การเกิดยุทธศาสตร์ใหม่ของประเทศไทยเกี่ยวกับเรื่องอินเทอร์เน็ต และทิศทางโดยรวมของภูมิภาคเอเชีย ซึ่งหัวข้อในปีนี้คือ The Power to Create หรือ อินเทอร์เน็ต : พลังแห่งการ สร้างสรรค์

ปกติแล้วงาน INET จะไม่ใช่เป็นเพียงงานเวทีเสวนาวิชาการในเรื่องเกี่ยวกับพัฒนาการและบทบาทของอินเทอร์เน็ตที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศเท่านั้น แต่จะเป็นเวทีที่ผลักดันให้เกิดการรวมตัวของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาและการใช้อินเทอร์เน็ต ทั้งจาก ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และภาคประชาชน โดยมุ่งหวังว่าผลจากการจัดงานจะเกิดกลุ่มเครือข่ายเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ที่เข้มแข็ง และสามารถผลักดันให้เกิดการทำงานที่เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมได้ขึ้นต่อไป

งาน INET Bangkok ครั้งนี้ ทาง ISOC ได้ร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ICT กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือสวทช. และหน่วยงานพันธมิตรที่มีส่วนในการร่วมพัฒนาอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย โดยในงานจะมีทั้งส่วนที่เป็นการสัมมนาและนิทรรศการ ในส่วนการสัมมนา จะมี 4 เรื่อง ได้แก่ Technology Track, Innovation Track, iSociety Track, และ Futu re Track

ในส่วนของหมวดเทคโนโลยี หรือ Technology Track จะมีการนำเสนอประเด็นด้านโครงสร้างพื้นฐานอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว กับผลกระทบต่อการทำธุรกิจและกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ IPv6, Cloud Computing Software Development, และ WebRTC

ประเด็นสำคัญของ IPV6 ที่จะมีการหายุทธศาสตร์การบริหารต่อไปคือ สาเหตุที่ประเทศไทยต้องนำ IPv6 มาใช้, ข้อได้เปรียบเสียเปรียบ และผลกระทบในระยะยาวจะมีต่อกลุ่มใดมากที่สุด, คำตอบที่ถูกต้องสำหรับอนาคตของประเทศไทยกรณี IPV6 ส่วนประเด็นของ WebRTC ถือเป็นเรื่องใหม่อย่างมากในระดับโลกและหลายคนในวงการคาดว่าจะเปลี่ยนโฉมการใช้งานของอินเทอร์เน็ตโดยสิ้นเชิง โดยในงาน INET Bangko k จะเปิดการสาธิตวิธีการใช้งานใหม่ที่หายาก จากการนำเสนอโดยผู้ริเริ่มคิดเทคโนโลยี WebRTC เอง คือ Dr. Cullen Jennings ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานคณะทำงานกลุ่มพัฒนามาตรฐาน Web RTC กับหน่วยงาน IETF และ W3C ซึ่งเป็นองค์กรกลางที่กำหนดมาตรฐานอินเทอร์เน็ตและเว็บเทคโนโลยี งานนี้จะทำให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสนวัตกรรมใหม่ของโลกที่ยังไม่ได้นำไปใช้ที่ใดในโลกมาก่อน สามารถนำแนวคิดใหม่ๆ มาสร้างโอกาสให้กับตัวเอง เช่น การประยุกต์บริการใหม่ๆ สินค้าใหม่ๆ หรือแม้ธุรกิจใหม่ๆ ภายใต้แนวคิดอนาคตของ “Internet of Things”

ด้านหมวดนวัตกรรม หรือ Innovation Track นั้นจะมีการนำเสนอเรื่องนวัตกรรมที่ส่งผล ต่อการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานทั้งในระดับองค์กร และพฤติกรรมของผู้ใช้ในระดับปัจเจกบุคคล เช่น Mobile-Commerce, E-Commerce, Cloud Computing, e-Government (Cloud), และ Smart Devices/ Systems 4. Smart Service/ System โดยจะนำประสบการณ์ของประเทศไทยมาวิเคราะห์ทั้งระบบ รวมถึงมีการสาธิตระบบเกษตรกรอัจฉริยะ e-farming และระบบคุณหมอไร้สาย e-healthcare

ส่วนทางด้านหมวดอินเทอร์เน็ตเพื่อสังคม หรือ i-Society Track จะมีการนำเสนอประเด็นเกี่ยวกับความท้าทายและความกังวลที่เกิดขึ้นในสังคมข้อมูลข่าวสาร และเศรษฐกิจยุคดิจิตอล ตั้งแต่ ยุทธศาสตร์การเชื่อมโยงแนวทางพัฒนาอินเทอร์เน็ต หรือ Integrated Internet Development Strategies, ยุครัฐบาลโปร่งใสด้วยอินเทอร์เน็ตและการเปิดเสรีทางการค้า หรือGovernance in the Age of the Internet and Free Trade Agreements (FTA), และ Digital Footprint

โดยเฉพาะ Digital Footprint จะมีการจัดเวิร์คชอปเพื่อให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้รับรู้เรื่องสิทธิประโยชน์และความแตกต่างจากผู้บริโภคทั่วๆไป, เรียนรู้กฎหมายอินเทอร์เน็ตที่ปกป้องผู้ใช้, เข้าใจคำศัพท์เฉพาะทางที่เกี่ยวกับสังคม ในยุคดิจิตอลและนัยสำคัญเช่น Net neutrality, Privacy, Trust ,digital identity, intermediary liability เป็นต้น ภายใต้แนวคิดที่ว่าสังคมยุคใหม่จะต้องรู้มากกว่าไม่รู้ เพราะกฎหมายจะบังคับให้ทุกๆ คนไม่สามารถเพิกเฉยได้ การไม่รู้ถือว่าเป็นภัยกว่าและเสียโอกาส

ในเรื่อง Governance in the age of the Internet and Free Trade Agreements (FTAs) ในที่ประชุมจะมีการตรวจสอบประเทศไทยว่ามีการเตรียมพร้อมมากน้อยแค่ไหนในเวทีการต่อรองสนธิสัญญาการค้าของโลกในเรื่องเกี่ยวโยงกับอินเทอร์เน็ต เนื่องจากในอนาคต คู่ค้าและธุรกรรมจะอยู่บนอินเทอร์เน็ตทั้งหมด เช่นกฎหมายปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property) เป็นต้น รวมถึงการเรียนรู้กติกาใหม่ๆ ที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งในด้านบวกและลบ โดยนำบทเรียนและกรณีการศึกษาที่น่าสนใจจากต่างประเทศ และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศมานำเสนอ

สำหรับหมวดอนาคตหรือ Future Track นั้นจะนำเสนอประเด็นของอินเทอร์เน็ตที่เกี่ยวข้องกับการลดช่องว่างด้านดิจิตอลและการวิจัยพัฒนาด้าน Cloud และ Big Data ตัวอย่าง หัวข้อการบรรยายสำหรับ Track นี้คือ Rural Internet technologies และ Cloud and Big Data ซึ่งในปัจจุบันเกิดข้อถกเถียงกันอย่างมากเรื่องการเกิดของ Big Data แล้วใครจะเข้ามาบริหาร เนื่องจากระบบข้อมูลขนาดใหญ่กลายเป็นของสาธารณะ โดยในหมวดนี้จะรวม Enabling Smar t & Open government- Cloud computing ซึ่งจะมีการชี้แจงแผนงาน Smart Government อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อน Smart Thailand ที่จะเปลี่ยนโฉมใหม่ของการให้บริการประชาชนโดยภาครัฐ และระบบ G-Cloud กับการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต รวมถึงความท้าทายของประเทศกำลังพัฒนาอย่างประเทศไทยในการนำเทคโนโลยี Cloud Computing มายกระดับในการบริการประชาชนที่เทียบเท่าประเทศที่พัฒนาแล้ว

วิเคราะห์ภาคธุรกิจอินเทอร์เน็ต

ขานรับงาน INET Bangkok

นายอนันต์ แก้วร่วมวงศ์ นายกสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย เปิดเผยว่า สถานการณ์ของธุรกิจอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยในขณะนี้ ถือเป็นการครอบครองตลาดโดยกลุ่มโทรคมนาคมรายใหญ่ โดยขณะนี้มีผู้ให้บริการโทรคมนาคม 3 รายที่สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 97% ของรายได้ ขณะที่เหลืออีก 20-30 ราย โดยในกลุ่มนี้มีเพียง 2-3% เท่านั้นที่ให้บริการกับองค์กร ขนาดใหญ่ ส่งผลให้เกิดตัวเลขการใช้ อินเทอร์เน็ต ผ่านโทรศัพท์มือถือประมาณ 6-7 ล้านราย ขณะที่การใช้งานอินเทอร์เน็ต จากที่บ้านด้วยระบบ ADSL จะมีประมาณ 5 ล้านครัวเรือน ซึ่งทั้งสองกลุ่มอาจเป็น ตัวเลขทับซ้อน หรือเป็นกลุ่มเดียวกัน คาดว่ารูปแบบธุรกิจการให้บริการอินเทอร์เน็ต เช่นนี้จะยังคงอยู่ต่อไปไม่น้อยกว่าสิบปี หากยังไม่มีการเปลี่ยนกฎการออกใบอนุญาต ใหม่

อย่างไรก็ตามจากการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบัน โดยการเข้าสู่ยุค IP Base หรืออุปกรณ์ทุกอย่างเริ่มจะเชื่อมต่อ กับอินเทอร์เน็ตได้หมด ก็จะทำให้ยุคของการพัฒนาระบบโทรเข้าโทรออกมาเป็น การเล่นอินเทอร์เน็ตจนเติบโตมาเข้าสู่ยุค Social Media เริ่มเปลี่ยนแปลงในประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง โดยจะเริ่มเห็นการแตกตัวออกเป็นโซลูชั่นทางธุรกิจมากกว่าเชิงสังคม ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะหาจุดแตกต่างในการให้บริการและสร้างแนวทางธุรกิจเฉพาะของตนเองเพื่อเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้าที่จะเปลี่ยน Life Style หรือการใช้ชีวิตเข้าสู่ ยุคใหม่ของดิจิตอล

ปัจจัยที่จะมีผลต่อการใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยหลังจากที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือเริ่มให้บริการ 3G ต่อจากนี้ไปคือ เครื่องโทรศัพท์มือถือ โดยเฉพาะบรรดา Smart Phone ซึ่งจะมีลูกเล่นใหม่ที่จะทำให้เกิดการใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ตง่ายและมากขึ้น และจะมีแอพพลิเคชันที่เกี่ยวกับ VDO เป็นตัวขับเคลื่อน สำคัญ หรือ Killer Application ที่จะทำให้ปริมาณการใช้ อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่าง มหาศาล

สำหรับงาน INET Bangkok นั้น ทางสมาคมฯ ต้องการให้งานนี้มีส่วนช่วย ขับเคลื่อน ทิศทางอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย โดยเฉพาะการชี้ช่องทางการทำธุรกิจ แนวใหม่ และแนวโน้มที่สำคัญ รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กับอินเทอร์เน็ตเช่น ภาคการเงิน หรือภาคขนส่ง และยังต้องการชี้นำเรื่องความเปลี่ยนแปลงในทางเทคโนโลยีให้กับผู้เกี่ยวข้องเช่น การลงทุนเปลี่ยนระบบ IPV6 ของระบบเว็บไซต์ของไทย ดังนั้นงานนี้นอกจากจะเป็นการระดม ผู้เชี่ยวชาญด้าน อินเทอร์เน็ตจากทั่วโลก และประเทศไทย เพื่อนำเสนองานวิจัยที่สำคัญและมีผล ต่ออินเทอร์เน็ตโลกแล้ว ยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นกับธุรกิจแนวใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตของไทยอีกด้วย

เผยมิติทางสังคมไทย

THNIC จัด 25 ปีหาทางออกร่วม

ศ.ดร.กาญจนา กาญจนสุต รองประธานมูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย หรือ THNIC เปิดเผยว่า งานประชุม INETจัดได้ว่าเป็นงานประชุมของประชาคมอินเทอร์เน็ตแรกของโลกที่มีความสำคัญยิ่งต่อการขยายการเชื่อมโยงและเจริญเติบโตของเครือข่ายอินเทอร์เน็ตโลกในช่วงก่อกำเนิด THNICซึ่งเป็นองค์กรที่ดูแลกลไกสำคัญของระบบอินเทอร์เน็ต นั่นก็คือ โดเมนเนม .TH และเจริญเติบโตคู่กับอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมาตั้งแต่แรกเริ่ม การเจริญเติบโตของอินเทอร์เน็ตและโดเมนเนม .TH ในประเทศไทยมีความสัมพันธ์กับการรับรู้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในสังคมไทย มีลักษณะการเจริญเติบโตที่พิเศษ เนื่องจาก ชุมชนอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้กำหนดให้นโยบายที่รัดกุมและป้องกันปัญหาอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอินเทอร์เน็ต ทำให้จำนวนโดเมนเนม .TH เติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคง แต่ก่อให้่เกิดความเชื่อมั่นในความมีตัวตนของธุรกิจไทยที่ให้บริการบนอินเทอร์เน็ต

ในงาน INET Bangkok ครั้งนี้ทาง THNIC จะจัดงานฉลองครบรอบ 25 ปี .TH ภายใต้ชื่องาน “.TH 25 ปี ทบทวนอดีต พิจารณาปัจจุบัน ผลักดันอนาคต” โดยเนื้อหาภายในงานจะมีการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเจริญเติบโตของอินเทอร์เน็ต และ สังคมอินเทอร์เน็ตไทย โดยจะมุ่งประเด็นไปที่โครงสร้างพื้นฐานของอินเทอร์เน็ตไทย รวมไปถึง Domain Name System, การไหลเวียนของข้อมูลภายในประเทศ และมุ่งไปสู่ประเด็นที่สร้างความปลอดภัยให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต เพื่อให้โครงสร้างอินเทอร์เน็ตไทยมีประสิทธิภาพ เตรียมพร้อมที่จะก้าวสู่ทศวรรษต่อไป

ในงานจะมีการจัด TH-Neutral NIX Workshop ซึ่ง THNIC เห็นว่าปัจจุบันนี้ การประสานงานของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยไม่สามารถเกิดขึ้นได้จริง ทำให้การเก็บแคช หรือการเก็บข้อมูล ของเว็บไซต์ที่ถูกเรียกซ้ำๆ ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ของ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตนั้น เป็นการทำแบบต่างคนต่างทำ ส่งผลให้ประเทศไทยเสียผลประโยชน์ในเรื่องการใช้จ่ายในการต่อเชื่อมแบนด์วิชไปต่างประเทศจำนวนมาก ทาง THNIC ต้องการรณรงค์ให้เกิดการประสานงานให้มีระบบ การเก็บแคช ในที่เดียว เพื่อลด การซ้ำซ้อนและลดแบนด์วิชที่เป็นต้นทุนใหญ่ของประเทศลง โดย ในการประชุมครั้งนี้ ทาง THNIC จะหารือร่วมกับองค์กรที่เกี่ยวเนื่องทุกฝ่ายเพื่อทำให้เกิดทิศทาง ที่สามารถ ดำเนินการจัดท ำ Internet Exchange หรือ IX ให้เกิดขึ้นในเมืองไทยได้อย่างเป็นจริง

ส่วนการอบรมเชิงปฏิบัติการ DNSSEC เนื่องจากทาง THNIC เห็นว่า ในขณะนี้ปัญหาเรื่อง การใช้ Domain หรือชื่อทางอินเทอร์เน็ตของประเทศไทย ยังมีความปลอดภัยในระดับต่ำ โดยเฉพาะองค์กรที่เป็นหัวใจทางด้านการผลักดันอินเทอร์เน็ตในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคธุรกิจ การเงิน ราชการ ดังนั้นจำเป็นต้องมีการหารือแนวทางการทำ DNS Security ที่ถูกต้อง ซึ่งปัญหานี้สามารถแก้ไขได้โดยตัวองค์กรนั้นๆ เอง ดังนั้นจำเป็นที่ต้องเร่งรณรงค์ให้เกิดการลงทุนในด้านนี้หากต้องการพัฒนาระบบอินเทอร์เน็ตของไทยในระยะยาว

ในมิติทางสังคมที่สำคัญนั้น ทาง THNIC จะผลักดันผ่านเวที Thai Cyber Society เนื่อง จากขณะนี้เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมาก มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน ภาคสังคม เกิดการปรับตัวตามไม่ทัน เกิดคำถามทางสังคมตามมามากมาย เช่น ทำไมประเทศไทยถึงเป็นเมืองหลวงของการใช้ Facebook ฯลฯ โดยทาง THNIC จะอาศัยจุดแข็งของวัฒนธรรมทางอินเทอร์เน็ต ที่เน้นสังคมแบบประชาธิปไตยไม่มีใครเป็นเจ้าของรายใหญ่ เพื่อสร้างต้นแบบในเชิงสัญลักษณ์ โดยเน้นกระบวนการแบบ Bottom-Up Process หาคำตอบเหล่านี้ให้กับสังคมไทย

นอกจากนั้น THNIC ยังได้เชิญ Dr. Steve Crocker ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารองค์กรอินเทอร์เน็ตโลก หรือ ICANN และคุณ Vint Cerf ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งอินเทอร์เน็ตของโลกมาวิเคราะห์แนวทางของอินเทอร์เน็ตทั่วโลก ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่ล่อแหลมมากในปัจจุบันในงานนี้อีกด้วย

View :460
Categories: Press/Release Tags:

ผอ. สวทช. ไขข้อข้องใจพนักงานยืนยันองค์กรพร้อมผลักดันวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศตามนโยบายรัฐบาล

May 24th, 2013 No comments

23 พฤษภาคม 2556 อุทยาน วิทยาศาสตร์ประเทศไทย รังสิต ปทุมธานี : ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้จัดเวที “ผพว. พบ พนักงาน ในวาระพิเศษ” ขึ้น เพื่อไขข้อข้องใจแก่พนักงานจากการที่มีข่าวของ สวทช. ปรากฏตาม สื่อสาธารณะต่างๆ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาซึ่งมีผลทำให้พนักงานส่วนหนึ่งสูญเสียขวัญ และกำลังใจ และเกิดความไม่มั่นใจต่อทิศทางและแนวทางการดำเนินงานขององค์กร ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวในรายละเอียดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจาก ความคลาดเคลื่อนในข้อมูลของบุคลากรบางส่วนซึ่งอาจเกิดจากการสื่อสารที่ไม่ ทั่วถึง โดยประเด็นที่ พนักงานมีความกังวลมากคือแนวทางในการทำงานวิจัยและพัฒนาซึ่งเป็นหน้าที่หลัก ของสวทช. เนื่อง มาจากงบประมาณที่ลดลงในปี 2557 ดร. ทวีศักดิ์กล่าวแก่พนักงานว่า สวทช.พร้อมทำงานที่ตอบ โจทย์ Value Chain ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง วิทยาศาสตร์ฯที่ต้องการเห็น การบูรณาการการทำงานของหน่วยงานภายในกระทรวง ทั้งหมด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ รวมถึงตอบ Country Strategy ของรัฐบาล โดยอยากให้นักวิจัยมองว่าการมีส่วนร่วมขับเคลื่อน งานวิจัยในแนวทางนี้ เป็นโอกาสที่จะแสดงความสามารถให้สังคมได้เห็นว่างานของสวทช. สามารถตอบโจทย์ที่เป็นปัญหาแท้จริงของประเทศในภาค real sector โดยเฉพาะในภาคท้องถิ่น และชุมชน และสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในภาพรวมได้ สำหรับนักวิจัยที่มีความรู้ความชำนาญในงานด้านอื่นที่อาจ ได้รับงบประมาณลดลงหรือไม่ได้รับงบประมาณจะใช้แนวทางการทำงานใน รูปแบบการร่วมมือกับพันธมิตร หรือหาทุนจากแหล่งทุนภายนอกเช่น ภาค เอกชน หรือหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยอื่น โดยจะทำงานเชิงรุกมากขึ้นแต่ยังมุ่งเน้นงานที่สามารถ สร้างผลกระทบได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีนัยสำคัญ

ดร. ทวีศักดิ์ฯ กล่าวว่า จากที่ได้ไปประชุมกับท่านนายกรัฐมนตรีร่วมกับหน่วยงานหลักด้านการวิจัยของ ประเทศ หรือ 6ส และวช. (สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.), สำนัก งาน คณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.),สถาบัน วิจัย ระบบสาธารณสุข (สวรส.), สำนักงานพัฒนาการ วิจัย การเกษตร (สวก.), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.),สำนักงานคณะกรรมการการ อุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ยืนยันว่าท่านนายกฯ ให้ ความสำคัญต่องาน วิจัยพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมากและต้องการเห็นการ จัดสรร งบประมาณในส่วนของการวิจัยเพิ่มขึ้นเป็น 1-2% ของ GDPโดย ท่านได้ฝากการบ้านให้หน่วยงาน 6ส และวช. ไปร่วมกันกำหนดโจทย์ที่เป็นวาระหลักด้านการวิจัยของประเทศและนำไป ประชุมหารือ ร่วมกับท่านอีกครั้งหนึ่งในปลายเดือนนี้ ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีที่หน่วยงานวิจัยทั้งหลายจะได้มาร่วมกัน ขับเคลื่อนเรื่องการ วิจัยและพัฒนา ซึ่งเป็นวาระหลักด้านหนึ่งของ CountryStrategy ให้เห็นผล เป็นรูปธรรมมากขึ้น ซึ่ง ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯได้สนองตอบนโยบาย รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีด้วยการเร่งจัดทำแผนบูรณาการ ในรูปของ Value Chainที่แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย วิทยาศาสตร์เพื่อการสร้างงาน,สร้าง รายได้,สร้างอนาคตและสร้างชีวิต รวมไปถึงการส่งเสริมบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปทำงานในภาค อุตสาหกรรมเพื่อให้ เกิดการใช้ประโยชน์จากกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ฯ อย่างเต็มประสิทธิภาพใน

ประเด็น เรื่องการโอนย้ายบุคลากร สวทช. ไปปฏิบัติหน้าที่ยังหน่วยงานต่างๆในสังกัดนั้น เป็น เพียงการเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเนื่อง จากลักษณะการทำงานในปัจจุบันจะเน้นการบูรณาการระหว่าง หน่วยงานอยู่ แล้วซึ่งจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่กระจาย อยู่ตามหน่วยงาน ต่างๆ มาระดมความคิดจากมุมมองและประสบการณ์ที่หลากหลายและพร้อมที่จะ ปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ต่อประเทศโดยรวม ในกรณีการเผยแพร่และนำเสนอข่าวที่ต้องการดึงหรือโยงเรื่องของการ บริหารงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับผู้บริหารจากฝ่ายการเมือง นั้น สวทช. ใคร่ขอให้สื่อมวลชนโปรดใช้วิจารณญาณใน การนำเสนอข่าวเฉพาะที่มาจากแหล่งข่าว ที่สามารถยืนยันได้เพื่อหลีกเลี่ยงข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากพบว่า ข่าวบางเรื่องที่นำเสนอสู่สาธารณชนเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จ จริง ตัวอย่างเช่น กรณีมีข่าวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯสั่งการให้ตรวจสอบ คอมพิวเตอร์และอีเมลล์ของ พนักงานสวทช. รวมทั้งบอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯเดินทางเข้ามาที่ สวทช. ใน วันที่ 18 พฤษภาคม และได้เรียกประชุมผู้บริหารอย่างเร่งด่วนนั้นขอยืนยันว่าข่าวดัง กล่าวไม่เป็น ความจริง โดยในประเด็นเรื่องการตรวจสอบคอมพิวเตอร์และอีเมลล์รัฐมนตรีว่า การกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ และสวทช.เคารพและปฏิบัติตามแนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความ มั่นคง ปลอดภัยด้านสารสนเทศของ หน่วยงานของรัฐ(ตามพระราชบัญญัติว่าด้วย การกระทำผิดเกี่ยวกับ คอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐) ที่กำหนดโดยกระทรวงไอซีทีอย่างเคร่งครัดรวมทั้งไม่สนับสนุนให้ บุคลากรของสำนักงานละเมิดหรือมีการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับแนวนโยบายและแนว ปฏิบัติดังกล่าว

View :440
Categories: Press/Release Tags:

เอไอเอสเปิดตัวแอพฯ ให้ลูกค้า AIS 3G 2100 ใช้ฟรีทั้งระบบคลาวด์ส่วนตัว และสติ๊กเกอร์กว่า 1,000 ภาพ

May 23rd, 2013 No comments

2

23 พฤษภาคม 2556 : เอไอเอสลั่นกลอง AIS 3G 2100 ตัวจริง มาตรฐานโลก เดินหน้าสร้างประสบการณ์ชีวิตที่พิเศษยิ่งกว่า ต้อนรับลูกค้า AIS 3G 2100 สุดคึกคัก เสิร์ฟ 3 แอพพลิเคชั่นใหม่ล้ำ ให้ลูกค้า AIS 3G 2100 ใช้ฟรี! แบบจัดเต็มกับ “AIS myCloud ให้จัดเก็บข้อมูลสำคัญบนพื้นที่ออนไลน์ส่วนตัว, “AIS mySticker Shop” แจกสติ๊กเกอร์ฟรีกว่า 1,000 ภาพ, “AIS Photobox” ติดตามภาพเพื่อนบน FB, IG และ Twitter ได้ในแอพฯ เดียว ตอกย้ำเจ้านวัตกรรมแห่งโลก DATA ที่พร้อมยกระดับการใช้ชีวิตของลูกค้าให้สนุกและสมาร์ทยิ่งขึ้น

นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอล เอไอเอส เปิดเผยว่า “หลังจากเปิดให้บริการ AIS 3G 2100 ตัวจริง มาตรฐานโลก ก็ได้รับการตอบรับอัพเกรดบริการแล้วกว่า 1.5 ล้านราย แสดงให้เห็นถึงความต้องการใช้งานด้าน Mobile Internet ของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันอยู่ราว 12.7 ล้านราย และคาดการณ์เติบโตเป็น 15 ล้านราย ณ สิ้นปี 2556 เมื่อ 3G ครอบคลุมครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งในมิติของการให้บริการแห่งยุค 3G ใหม่ นอกเหนือจากความมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายอย่างสุดกำลัง ซึ่งลูกค้าสามารถใช้บริการเครือข่าย 3G 2100 ได้แล้วใน 22 จังหวัด เรายังคงให้ความสำคัญกับการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านแอพพลิเคชั่น เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว อีกทั้งยกระดับประสบการณ์ในการใช้งานอุปกรณ์สื่อสารให้พิเศษยิ่งขึ้น

วันนี้ เอไอเอสจึงได้พัฒนา 3 แอพพลิเคชั่นใหม่ล่าสุด ตอบโจทย์การใช้งานสมาร์ทโฟน และเพิ่มสีสันในการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กให้ลูกค้าเอไอเอสที่อัพเกรดเป็น AIS 3G 2100 ได้ใช้ฟรี! ประกอบด้วย

1. AIS myCloud บริการข้อมูลปลอดภัย อุ่นใจแม้มือถือหาย เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลต่างๆ ในตัวเครื่องไว้อย่างปลอดภัยบนระบบคลาวด์หรือพื้นที่ออนไลน์ส่วนตัวของคุณเอง ซึ่งเป็นการจุดประกายการใช้ประโยชน์จากระบบคลาวด์ยุคใหม่ จากการใช้งานในระดับธุรกิจ มาสู่การใช้งานแบบส่วนบุคคล (Individual) โดยผู้ใช้สามารถสำรองข้อมูล (Backup) ทั้งรายชื่อ, รูปภาพ, วีดีโอ, SMS, ไฟล์เอกสาร ที่อยู่ในสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต พร้อมทั้งสามารถเรียกคืนข้อมูล (Restore) กลับมาใส่ในดีไวซ์เครื่องเดิม หรือเครื่องใหม่ ซึ่งระบบปฏิบัติการต่างกันได้ด้วย ทำให้ผู้ใช้มั่นใจได้ว่า หากเกิดเหตุไม่คาดคิด โทรศัพท์มือถือหายหรือถูกขโมย แต่ข้อมูลสำคัญในโทรศัพท์ยังอยู่ครบและสามารถเรียกคืนข้อมูลกลับมาใช้งานได้
พิเศษ! ลูกค้า AIS 3G 2100 สามารถใช้บริการฟรี 30 วัน ซึ่งเปิดให้ดาวน์โหลดแล้ววันนี้ บน Andriod สำหรับ iOS ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าทั่วไป คิดอัตราค่าบริการแบบรายเดือน 59 บาท/เดือน หรือแบบรายปี 365 บาท/ปี

2. AIS mySticker Shop คลังภาพสติ๊กเกอร์ที่ใหญ่ที่สุดบนโลกออนไลน์ ที่รวบรวมสติ๊กเกอร์น่ารัก กวนๆ ทั้งจากไทยและญี่ปุ่น กว่า 1,000 ภาพ ที่สามารถส่งได้ทุกแชท ทั้ง LINE, WhatsApp, Facebook, WeChat ในแอพฯ เดียว ซึ่งจุดเด่นของแอพฯ นี้ คือเป็นแหล่งสะสมสติ๊กเกอร์ยอดนิยมที่เคยขึ้นให้บริการบน Official Account ต่างๆ อาทิ น้องอุ่นใจตั้งแต่เวอร์ชั่นแรกจนถึงปัจจุบัน, น้อง Tiger ของ NOKIA ASHA ในอนาคตจะมีน้องสุขใจ ของ ททท., เถ้าแก่น้อย, การบินไทย ฯลฯ ทยอยมาขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในมุมของแบรนด์สินค้า แอพฯ นี้จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสื่อสารแบรนด์กับกลุ่มผู้ใช้โซเชียลเน็ตเวิร์ก ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างภาพสติ๊กเกอร์ได้ด้วยตัวคุณเอง เพียงดึงภาพจากในมือถือมาตกแต่งสติ๊กเกอร์ได้อย่างไม่จำกัดอีกด้วย
พิเศษ! ลูกค้า AIS 3G 2100 ดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ฟรีทุกเซท ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิถุนายน 2556 บน Android สำหรับ iOS ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. เป็นต้นไป

3. AIS Photobox แอพพลิเคชั่นที่อำนวยความสะดวกให้คุณสามารถติดตามภาพถ่ายและวิดีโอความเคลื่อนไหวของเพื่อนบน Facebook, Instagram และ Twitter ได้ในแอพฯ เดียว รวมถึงเกาะกระแสภาพฮอตวิดีโอฮิตบนโลกออนไลน์ กับคอนเทนต์หลากหลายทั้งจากไทยและต่างประเทศ จัดเป็นหมวดต่างๆ บนหน้าจอ Display สวยงาม ทันสมัย เรียกดูได้ง่ายๆ ตามความต้องการ
พิเศษ! เปิดให้ลูกค้า AIS 3G 2100 และผู้ที่สนใจดาวน์โหลดแอพฯ และใช้งานได้ฟรีแล้ววันนี้ รองรับทั้งบน Android และ iOS
แอพพลิเคชั่นทั้ง 3 นี้สามารถดาวน์โหลดได้ง่ายๆ ผ่านทาง Google Play Store บน Android และ App Store บน iOS หรือผ่านทาง AIS Apps โทร. *900 แล้วรอรับลิงค์ URL เพื่อดาวน์โหลด

เหล่านี้ เป็นการตอกย้ำความตั้งใจของเอไอเอสในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นในยุค 3G ที่เป็นตัวจริง มาตรฐานโลกด้วยเช่นกัน ซึ่งเรามองการแข่งขันในยุค 3G เรื่อง “คุณภาพ” ยังเป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการ เอไอเอสจึงนำเสนอมิติใหม่ของแพ็กเกจเพื่อลูกค้ายุค 3G ที่จัดเต็มทั้ง Voice /Data /Wifi / Application มอบความคุ้มค่าที่มาพร้อมประสบการณ์ใช้งานที่มากยิ่งกว่าเสมอ” นายปรัธนากล่าวสรุป

View :6765
Categories: 3G, Application, SmartPhone/Mobile phone Tags:

ทรูออนไลน์ ผนึกกำลัง ทรูวิชั่นส์ ชูความสุดยอดเคเบิ้ล อินเทอร์เน็ต ส่งแคมเปญสุดคุ้ม “สุข-คูณ-สอง” สุข X2

May 23rd, 2013 No comments

IMG_2201_1
ยกกำลังความสุขสองต่อ อัพเกรดชีวิตครอบครัว ออนไลน์เน็ตเร็วสูงถึง 12 Mbps และชมทรูวิชั่นส์ฟรี 78 ช่องพร้อม 3 ช่อง HD เพียง 699 บาท

กรุงเทพฯ 22 พฤษภาคม 2556: ทรูออนไลน์ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงอันดับ 1 ของไทย ประกาศความร่วมมือกับทรูวิชั่นส์ ผู้นำธุรกิจเพย์ทีวี นำศักยภาพความเป็นเลิศของ “เคเบิ้ล อินเทอร์เน็ต” มอบความคุ้มค่าเหนือชั้น ด้วยแคมเปญ “สุขX2” บทพิสูจน์คอนเวอร์เจนซ์ที่แท้จริง ผสานสองบริการเด่นกลุ่มทรู มอบความสุขเอาใจลูกค้าครอบครัวด้วยราคา 699 บาท รับความสุขแรกจากทรูออนไลน์ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 12 Mbps. พร้อมรับความสุขที่ 2 จากทรูวิชั่นส์ ชมหลากหลายรายการใน Enjoy Pack 78 ช่องพร้อม 3 ช่อง HD เริ่มความคุ้มค่าอัพเกรดชีวิตครอบครัว ตั้งแต่วันนี้ที่ทรู ช้อป และทรู พาร์ทเนอร์ ทุกสาขา

นายเจริญ ลิ่มกังวาฬมงคล ผู้อำนวยการบริหาร ธุรกิจทรูออนไลน์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยถึงทิศทางการทำตลาดเพื่อรักษาความเป็นผู้นำบรอดแบนด์ของทรูออนไลน์ด้วยการโชว์ความสุดยอดของการให้บริการ “เคเบิ้ล อินเทอร์เน็ต” ที่ทรูออนไลน์เปิดให้บริการในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดตั้งแต่ปี 2553 โดยครั้งนี้ ผนึกกำลังกับทรูวิชั่นส์ โชว์ความเป็นคอนเวอร์เจนซ์ตัวจริงที่มอบประสบการณ์คุ้มค่าเหนือชั้น ให้ลูกค้าทั่วประเทศสัมผัสได้อย่างเป็นรูปธรรมครั้งแรก ด้วยการผสานบริการทั้งอัลตร้า ไฮ-สปีดและเคเบิ้ลทีวี ที่กลุ่มทรูเปิดให้บริการอยู่แล้วบนสายเส้นเดียวกันของ “เคเบิ้ล อินเทอร์เน็ต” โครงข่ายบรอดแบนด์ที่ดีที่สุด และทันสมัยที่สุด ซึ่งเป็นเพียงรายเดียวที่สามารถให้บริการในรูปแบบ Triple Play แล้วตั้งแต่ปี 2555 รวมความคุ้มค่าจากทั้งสามบริการ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เคเบิ้ลทีวี และโทรศัพท์บ้านแบบไม่มีรายเดือน โดยปัจจุบันได้ขยายโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่แล้ว 53 จังหวัด และจะครบ 61 จังหวัด 107 อำเภอภายในสิ้นปีนี้ พร้อมวางแผนขยายโครงข่ายครอบคลุมทั่ว ประเทศ 77 จังหวัดภายในปี 2557

สำหรับแคมเปญ “สุขX2” เป็นความพิเศษที่ตั้งใจมอบให้กับลูกค้า ซึ่งจะได้รับความสุขเป็น 2 ต่อ ด้วยบริการอัลตร้า ไฮ-สปีด อินเทอร์เน็ต ที่เพิ่มความเร็วในการใช้งานสูงขึ้นถึง 12 Mbps. พร้อมมอบความเหนือระดับจากทรูวิชั่นส์ โดยสามารถรับชมช่องรายการต่างๆ ได้อย่างจุใจถึง 78 ช่องรายการ พร้อม 3 ช่อง HD ในราคาเพียง 699 บาท ถือเป็นแพ็กเกจสุดคุ้มที่สามารถตอบสนองความสุขให้กับทุกๆ คนในครอบครัวทั่วประเทศ ให้ได้รับทั้งความบันเทิงและความสะดวกสบายไปพร้อมๆ กัน โดยมั่นใจว่าแคมเปญดังกล่าว จะยืนยันความเป็นผู้นำตลาด บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตของทรูออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บมจ. ทรูวิชั่นส์ กล่าวว่า การผนึกกำลังกับทรูออนไลน์ เป็นการต่อยอดนโยบายคอนเวอร์เจนซ์ของกลุ่มทรู และเติมเต็มความตั้งใจของทรูวิชั่นส์ที่จะมอบประสบการณ์ที่ล้ำกว่า ซึ่งในปีนี้ ทรูวิชั่นส์ได้มีการเพิ่มคอนเทนต์ให้มีทั้งคุณภาพและความหลากหลายมากยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละครอบครัว ซึ่งจากการสำรวจพบว่า ลูกค้าชื่นชอบช่องรายการประเภทภาพยนตร์และช่องรายการ HD ดังนั้นการร่วมมือกับทรูออนไลน์ออกแพ็กเกจสุดคุ้ม “สุขX2” ในครั้งนี้ เป็นความตั้งใจมอบความคุ้มค่าให้กับลูกค้าอัลตร้า ไฮ-สปีด อินเทอร์เน็ต จากทรูออนไลน์ ด้วย Enjoy Pack ที่จะได้รับสาระและความบันเทิงอย่างครบครันจากทรูวิชั่นส์ ทั้งรายการบันเทิง ข่าว สารคดี กีฬา รวมถึงช่องภาพยนตร์ และช่องรายการ HD โดยลูกค้าจะได้รับชมช่องรายการมากที่สุดรวม 78 ช่องรายการ พร้อม 3 ช่อง HD และยังได้ใช้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ถือเป็นการมอบความสุขแบบ 2 ต่อให้ลูกค้า

แคมเปญ “สุขX2” จากทรูออนไลน์ เริ่มตั้งแต่ วันนี้ – 30 มิถุนายน 2556 เท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ทรูออนไลน์ แคร์เซ็นเตอร์ โทร.1686 ที่ทรู ช้อปและทรู พาร์ทเนอร์ ทุกสาขา หรือ www.trueonline.com

View :866

ดีแทคจัดทัพสมาร์ทโฟนใหม่ บุกงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2013

May 23rd, 2013 No comments

นำสมาร์ทโฟนทุกระบบปฏิบัติการทั้ง Windows 8 และ iOS มอบส่วนลดแพ็กเกจสมาร์ทโฟนสูงสุดกว่า 50% พร้อมของสมนาคุณสุดพิเศษ
dtac_TME2013_OK
23 พฤษภาคม 2556 – ดีแทคนำสมาร์ทโฟนใหม่ล่าสุด ร่วมงาน งานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2013 วันที่ 23-26 พฤษภาคมนี้ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พร้อมจัดข้อเสนอพิเศษมอบส่วนลดแพ็กเกจสมาร์ทโฟนสูงสุด 50% (เฉพาะรุ่น) พร้อมของของสมนาคุณสุดพิเศษ พบกับแพ็กเกจ iPhone5 และ iPad รับส่วนลดสูงสุดกว่า 2,000 บาท ,iPhone 4 และ 4s รับส่วนลดถึง 68%, BlackBerry Z10, Samsung Galaxy S4, HTC One, Nokia Lumia 920, Sony Xperia™ E และกองทัพสมาร์ทโฟน จับคู่ของสมนาคุณถูกใจทุกรายการ พร้อมข้อเสนอผ่อน 0% นาน 10 ทั้งนี้สินค้าทุกประเภทมีจำนวนจำกัดต่อวัน พบกับสมาร์ทโฟนลดครึ่งราคา เมื่อสมัครแพ็กเกจ อาทิ BlackBerry 8520, BlackBerry 9360, BlackBerry 9790, BlackBerry 9860, Sony Xperia U และHTC Desire S

สมาร์ทโฟนยอดนิยมใหม่ล่าสุดทุกรุ่น iPhone 5, iPhone 4S, BlackBery Z10, Samsung Galaxy S4, HTC One, Nokia Lumia 920, Sony Xperia™ E พร้อมวางจำหน่ายและมอบของสมนาคุณมากมาย อาทิ บริการติดฟิล์มกันรอยจาก FOCUS , บัตรกำนัลมูลค่ากว่า 5,250 บาท และผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นาน 10 เดือน
HTC One X Plus ราคา 15,000 บาท จาก 21,900 บาท พร้อมรับฟรี Car Charger, Jawbone Bluetooth Headse Era-Shadowbox เมื่อสมัครแพ็กเกจที่ร่วมรายการ
Blackbery Z10 แถมฟรี Battery Charger และ Airtime Voucher มูลค่า 3,000 บาท พร้อมรับ cash back สูงสุด 5% กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
Samsung Galaxy S4 รับฟรี starbucks card มูลค่า 120 บาท (จำนวนจำกัด) พร้อมรับ cash back สูงสุด 5% กับบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ
iPad Mini แถมฟรี voucher airtime มูลค่า 500 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจที่ร่วมรายการ
Sony Xperia E ราคาพร้อมแพ็กเกจเพียง 4,990 บาท
แอร์การ์ด 3G จากดีแทค ราคาพิเศษที่สุด แอร์การ์ดรุ่น speedy 21 Mbps DS2 ราคา 1,190 บาท

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธของดีแทคในงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซโป 2013 วันที่ 23-26 พฤษภาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

View :605
Categories: 3G, SmartPhone/Mobile phone Tags:

ทรูมูฟ เอช เปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ ศิลปินหญิงอันดับ 1 จากแดนกิมจิ “GIRLS’ GENERATION” พร้อมเปิดตัวดีไวซ์ใหม่ คุณภาพระดับโลก ภายใต้แบรนด์ “TRUE”

May 22nd, 2013 No comments

GG for media 01
กรุงเทพฯ 21 พฤษภาคม 2556 – ทรูมูฟ เอช ระเบิดแคมเปญกระหึ่มทั่วโลก คว้าสุดยอดเกิร์ลกรุ๊ปของโลก GIRLS’ GENERATION ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ให้ชาวเอชสัมผัสเทคโนโลยี 3G และ 4G มาตรฐานโลก สนุกสุดเหวี่ยงกับศิลปินที่สร้างความประทับใจมาแล้วทั่วโลก ด้วยคอนเทนต์และแอพพลิเคชั่นที่ถ่ายทอดทุกไลฟ์สไตล์ของ 9 สาว GIRLS’ GENERATION พร้อมเปิดมิติใหม่ของวงการดีไวซ์ไทยสู่เวทีโลก ด้วยสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต 3 รุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ “TRUE” อัดแน่นด้วยฟีเจอร์สุดล้ำครบครัน รองรับทั้ง 4G และ 3G คุณภาพเทียบแบรนด์สากล แถมโปรโมชั่นเด็ดโดนใจ จับจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ร้านทรูช้อป และทรูพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ที่เว็บไซต์ไอทรูมาร์ท http://www.itruemart.com/ จัดส่งทั่วโลก!!! พร้อมกันนี้ ทรูมูฟ เอช ยังจัดงาน “สัมผัสประสบการณ์ระดับโลกกับ GIRLS’ GENERATION บน TRUE BEYOND” ให้แฟนๆ ชาวไทยได้ใกล้ชิด 9 สาว GIRLS’ GENERATION กันได้วันนี้ (21 พฤษภาคม 2556) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ ลานพาร์ค พารากอน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นของกลุ่มทรู ที่จะเดินหน้านำสิ่งที่ดีที่สุด ยอดเยี่ยมที่สุด ทั้งการนำเทคโนโลยี 4G ล้ำสมัยจากทรูมูฟ เอช ให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์เร็วที่สุดก่อนใคร และการพัฒนาคุณภาพโครงข่าย 3G เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่ดีที่สุด ให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่า วันนี้ ทรูมูฟ เอช พร้อมก้าวสู่เวทีโลกอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการนำประสบการณ์ระดับโลกให้คนไทยได้สัมผัส โดยการนำศิลปินขวัญใจทั้งชาวไทยและทั่วโลก GIRLS’ GENERATION เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของทรูมูฟ เอช และยังเป็นรายแรกที่นำเสนอดีไวซ์ใหม่ คุณภาพเทียบแบรนด์ระดับโลก ภายใต้แบรนด์ TRUE ตระกูล BEYOND ที่มีทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่รองรับ 3G และ 4G LTE พร้อมด้วยแอพพลิเคชั่นหลากหลายซึ่งสร้างสรรค์โดย GIRLS’ GENERATION ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของทรูมูฟ เอช ผู้นำเทคโนโลยี 4G รายแรก และ 3G ที่ดีที่สุด (First 4G, Best 3G) ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับอุตสาหกรรมสื่อสารของไทยให้ก้าวล้ำนำหลายๆ ประเทศ

นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโมบายล์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า GIRLS’ GENERATION แบรนด์แอมบาสเดอร์กลุ่มใหม่ของทรูมูฟ เอช ซึ่งเป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก จะเข้ามาเป็นตัวแทนในการสื่อสารและเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ทรูมูฟ เอช สู่ความเป็นสากลระดับโลก โดย 9 สาว GIRLS’ GENERATION ได้ร่วมสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นที่อัดแน่นด้วยคอนเทนต์พิเศษของทั้ง 9 สาว ไม่ว่าจะเป็น H THEME ที่มี GIRLS’ GENERATION Live Wallpaper, H CAMERA พร้อม Frame & Sticker ของ GIRLS’ GENERATION, H BOOK โหลดฟรี H BOOK SPECIAL with GIRLS’ GENERATION ทุกเดือน, H DANCE เต้นไปกับ GIRLS’ GENERATION และ H CLUB ให้ได้ติดตามข่าวสาร ภาพ คลิปพิเศษจาก GIRLS’ GENERATION และใหม่ล่าสุดกับ Everysing แอพร้องคาราโอเกะสุดฮิตสั่งตรงจากเกาหลี รวมทั้งแอพพลิเคชั่น H MUSIC, H MOVIE และ H TV ให้ชาวเอชได้ใกล้ชิดกับ 9 สาว GIRLS’ GENERATION แบบเต็มอิ่มจุใจทุกวัน ซึ่งแอพพลิเคชั่นและคอนเทนต์ทั้งหมดนี้ พร้อมให้ชาวเอชได้สัมผัสความสนุกเต็มรูปแบบบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต TRUE BEYOND ทั้ง 3 รุ่น
GG for media 02
สำหรับ TRUE BEYOND (ทรู บียอนด์) สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตใหม่ล่าสุดจากทรูมูฟ เอช คุณภาพทัดเทียมแบรนด์ระดับโลก ในราคาเบาๆ มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ TRUE BEYOND Tab ราคา 4,990 บาท และสมาร์ทโฟน TRUE BEYOND ราคา 6,590 บาท วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ร้านทรูช้อป และทรูพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ และเพิ่มความสะดวกให้สั่งซื้อออนไลน์ได้ง่ายๆ ที่ http://www.itruemart.com/ จัดส่งทั่วโลก สำหรับ TRUE BEYOND 4G รองรับ 4G LTE และ 3G ในราคาเพียง 9,990 บาท จะวางจำหน่ายในเดือนมิถุนายนนี้ ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารและข้อเสนอสุดพิเศษก่อนใครที่ www.truemove-h.com

พร้อมกันนี้ ทรูมูฟ เอช มอบโปรโมชั่นพิเศษ!!! ส่วนลดค่าเครื่อง 1,000 บาท สำหรับลูกค้าทรูการ์ด และลูกค้าที่ย้ายค่ายมาเป็นทรูมูฟ เอช พร้อมรับโบนัสค่าโทรทุกเครือข่ายและเล่นเน็ตฟรี เมื่อสมัครแพ็กเกจรายเดือน iNet399+, iNet599 หรือ iNet899 ดังนี้

· ลูกค้าที่ซื้อ TRUE BEYOND Tab รับโบนัส 3,000 บาท (เดือนละ 200 บาท นาน 15 เดือน สำหรับส่วนเกินจากค่าบริการรายเดือน)

· ลูกค้าที่ซื้อ TRUE BEYOND รับโบนัส 3,600 บาท (เดือนละ 200 บาท นาน 18 เดือน สำหรับส่วนเกินจากค่าบริการรายเดือน)

· ลูกค้าที่ซื้อมือถือ TRUE BEYOND 4G พร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือน 4G รับโบนัสค่าโทรและเล่นเน็ตมูลค่า 6,000 บาท

นอกจากนี้ ทรูมูฟ เอช ยังจัดกิจกรรมพิเศษชวนชาวเอชทุกคนมาโชว์สเต็ปแดนซ์ในสไตล์ GIRLS’ GENERATION กับแอพพลิเคชั่น H DANCE ลุ้นบินลัดฟ้าไปเกาหลีดินแดนแห่ง K POP จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท พิเศษสำหรับผู้ที่ใช้ TRUE BEYOND และ TRUE BEYOND 4G ทั้งสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต รับสิทธิ์ลุ้นรางวัลมากกว่าถึง 2 เท่า! ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 กรกฎาคม 2556

“งาน “สัมผัสประสบการณ์ระดับโลกกับ GIRLS’ GENERATION บน TRUE BEYOND” เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของประสบการณ์ระดับโลกที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อชาวเอชโดยเฉพาะ ซึ่งเราจะเดินหน้าพัฒนาดีไวซ์คุณภาพระดับโลกในราคาที่คนไทยเป็นเจ้าของได้ง่ายๆ อย่างต่อเนื่อง และเตรียมพบกับกิจกรรมสุดพิเศษอีกมากมาย ซึ่งต้องคอยติดตามกันอย่างใกล้ชิด” นายอติรุฒม์ กล่าวสรุป

View :650
Categories: 3G, SmartPhone/Mobile phone Tags:

แวลลูฯ รับมอบรางวัลสุดยอดตัวแทนจำหน่ายที่มีผลการดำเนินงานด้านการขายและอัตราการเติบโตเป็นอันดับหนึ่ง ประจำปี 2555 จากบราเดอร์

May 21st, 2013 No comments

Brother_Strategic_award
บริษัทเดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด (ในเครืออีซีเอส โฮลดิงส์) ผู้นำกลุ่มธุรกิจค้าส่งสินค้าไอทีในประเทศไทย ได้รับรางวัล Strategic Partner & Growth Award 2012 จากบริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด ในงาน Brother Thank You partner 2012 เนื่องในโอกาสที่แวลลูฯ มีผลการดำเนินงานในด้านการขายและมีอัตราการเติบโตเป็นอันดับหนึ่งประจำปี 2555 นับเป็นการบ่งบอกและยืนยันถึงศักยภาพของแวลลูฯ ที่ดำเนินงานด้านการจัดจำหน่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี จนนำมาซึ่งรางวัลอันน่าภาคภูมิใจนี้

ผลิตภัณฑ์ของบราเดอร์ที่แวลลูฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายและให้บริการ ได้แก่ สินค้าในกลุ่มพรินเตอร์ โทนเนอร์และสแกนเนอร์ เป็นต้น
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขาย บริษัทเดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด โทร. 0-2661-6666, 0-2261-2900
เกี่ยวกับเดอะแวลลูซิสเตมส์

บริษัทเดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด เป็นบริษัทในเครือของบริษัทอีซีเอส โฮลดิงส์ จำกัด ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ค้าส่งสินค้าไอทีชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคที่มีเครือข่ายของช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 23,000 ราย กระจายอยู่ทั้งในประเทศจีน, ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

บริษัทเดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด ดำเนินธุรกิจเป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าและให้บริการด้านไอทีผ่านทางธุรกิจ 3 กลุ่มหลัก คือ ด้านเอนเตอร์ไพรส์ซิสเตมส์, ด้านการให้บริการด้านไอที และด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอที ภายใต้แบรนด์ชั้นนำระดับโลกกว่า 40 แบรนด์ มีศูนย์บริการทั้งก่อนและหลังการขายที่คอยให้การสนับสนุนด้านการบำรุงดูแลรักษาระบบเพื่อให้บริการแก่ลูกค้ารวม 3 สาขาในกรุงเทพฯ ได้แก่ อาคารพันธุ์ทิพย์พลาซา ชั้น 3 และชั้น 4, อาคารชาญอิสสระทาวเวอร์ 2 และอีก 9 สาขาในต่างจังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต หาดใหญ่ ระยอง และหนองคาย

นอกจากนี้ ยังมุ่งมั่นที่จะคืนกำไรสู่สังคมอย่างยั่งยืนโดยมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่านและมีจินตนาการที่กว้างไกล ด้วยการจัดสร้างห้องสมุดวิชาการและห้องสมุดนิทานให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ภายใต้ชื่อ ”โครงการโลกนิทานของหนู” เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 จนถึงปัจจุบัน

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเดอะแวลลูซิสเตมส์ ได้ที่ www.value.co.th

View :340
Categories: Technology Tags: