Archive

Archive for July, 2013

โซนี่ จับมือ ชิชาง ขยายช่องทางการขายการจัดจำหน่ายและบริการหลังการขายเอ็กซ์พีเรียโซนี่สมาร์ทโฟนอย่างเป็นทางการ

July 30th, 2013 No comments

Photo-โซนี่+ชิชาง_1

บริษัท ไทย จำกัด แต่งตั้ง บริษัท คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายเอ็กซ์พีเรียโซนี่สมาร์ทโฟนอย่างเป็นทางการ โดยอาศัยจุดแข็งของชิชางในการเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟนครอบคลุมที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมพบกับชิชางช็อปแห่งใหม่ในพรอมเมนาดา รีสอร์ท มอลล์ได้แล้ววันนี้

นายกฤษณ์ ประพัทธศักดิ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการขายและการตลาดผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดเผยว่า “จากการที่ทางบริษัทฯได้มีนโยบายในการทำการตลาดควบคู่ไปกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความแข็งแรงทางด้านต่างๆเพื่อเสริมศักยภาพทางธุรกิจซึ่งกันและกัน ซึ่งทำให้เกิดผลดีต่อการกระจายสินค้าไปสู่ผู้บริโภคได้รวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยล่าสุด โซนี่ ได้ทำการแต่งตั้ง ชิชาง ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายเอ็กซ์พีเรียโซนี่สมาร์ทโฟนอย่างเป็นทางการ พร้อมพบกับชิชางช็อปแห่งใหม่ในพรอมเมนาดา รีสอร์ท มอลล์ได้แล้ววันนี้ ซึ่งถือเป็นการขยายช่องทางการจำหน่ายและบริการหลังการขายสำหรับลูกค้าเอ็กซ์พีเรียโซนี่สมาร์ทโฟน โดยโซนี่ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของชิชางที่มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมในจังหวัดเชียงใหม่ จึงทำให้ทางโซนี่มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถขยายตลาดสมาร์ทโฟนในภาคเหนือได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้โซนี่เตรียมแผนรุกตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายเอ็กซ์พีเรียสมาร์ทโฟนให้ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างแน่นอน”

นางสาวสุมาลี ลู่ควร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ชิชาง คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้แทนจำหน่ายเอ็กซ์พีเรียโซนี่สมาร์ทโฟนอย่างเป็นทางการ ชิชางยินดีอย่างยิ่งที่จะมอบประสบการณ์การใช้สมาร์ทโฟนของโซนี่แก่ผู้ใช้งานชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง เพราะวันนี้ชิชางเองกำลังก้าวไปสู่ความเป็นศูนย์รวมประสบการณ์มัลติมีเดียที่สมบูรณ์ที่จะมอบความรู้สึกเต็มอิ่มแก่ลูกค้าที่เข้ามาภายในร้าน ชิชาง เดอะ มัลติมีเดีย เอ็กซ์พีเรียนซ์ สโตร์ ซึ่งเปิดใหม่ที่พรอมเมนาดา รีสอร์ท มอลล์ สิ่งที่เรามีให้แก่ลูกค้าคือ สินค้านวัตกรรม สินค้าอินเทรนด์ ตลอดจนสินค้าไลฟ์สไตล์ที่ถูกใจ และความรู้สึกสะดวกสบายในบรรยากาศของ Chic Café แนวคิดสำคัญของชิชาง เดอะ มัลติมีเดีย เอ็กซ์พีเรียนซ์ สโตร์ คือการเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์จริงในการสัมผัสและทดลองใช้สินค้าที่ต้องการซื้อ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ลูกค้าพึงพอใจ นอกจากนี้ ชิชางยังมีทีมขายและทีมบริการที่มีศักยภาพ เชื่อว่าความไว้วางใจที่โซนี่มอบให้ชิชางในครั้งนี้จะทำให้ทางโซนี่ให้บริการลูกค้าชาวเชียงใหม่ได้อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น”

View :394

โซนี่วางตลาดที่ชาร์จแบตเตอรี่พกพา 2 รุ่นใหม่ล่าสุด เต็มพลังกับความจุที่เหนือกว่า พกพาสะดวกด้วยขนาดที่บางเบากว่าเดิม

July 30th, 2013 No comments

image001
บริษัท ไทย จำกัด วางตลาดอุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่แบบพกพารุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมกัน 2 รุ่น คือ CP-F5 และ CP-F10L โดยในรุ่น CP-F5 มาพร้อมสีสันสดใสให้เลือกสรรตามไสตล์กับพร้อมพลังความจุ 5,000 mAh. ที่สามารถชาร์จสมาร์ทโฟนได้ 2 ครั้ง พกพาสะดวกด้วยดีไซน์ที่บางเบา มีความหนาเพียง 9.4 ม.ม. และหนักเพียง 156 กรัม CP-F5 ช่วยให้การชาร์จอุปกรณ์พกพาต่าง ๆ เป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และรวดเร็วขึ้น มาพร้อม 6 สีให้เลือกสรร คือสีทอง เงิน ดำ น้ำเงิน ชมพู และแดง ด้วยราคา 1,790 บาท

ส่วนในรุ่น CP-F10L มาพร้อมความจุ 10,000 mAh ทำให้สามารถชาร์จสมาร์ทโฟนได้ถึง 4 ครั้ง มีช่องต่อ USB 2 ช่อง ทำให้สามารถชาร์จอุปกรณ์พกพาทั้งสมาร์ทโฟน และแท็บเลตได้พร้อมกัน ด้วยขนาด และน้ำหนักที่บางเบา โดยมีความหนาเพียง 16.5 ม.ม. และหนักเพียง 260 กรัม จึงทำให้พกพาใช้งานได้สะดวกในทุกที่
image003
อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่แบบพกพาทั้ง 2 รุ่น พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และตัวแทนจำหน่ายโซนี่ทั่วไป สำหรับรุ่น CP-F5 จำหน่ายราคา 1,790 บาท และ CP-F10L ราคา 2,990 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.so.th

View :549

ไอเน็ต จับมือ ทีเอ็นเอส รุกธุรกิจเครือข่ายรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต ยกระดับการให้บริการความปลอดภัยทางธุรกรรมเต็มรูปแบบ พร้อมให้บริการแก่ AMEX

July 30th, 2013 No comments

INET_TNS -01

บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ไอเน็ต จับมือกับบริษัท ทรานแซคชั่น เน็ตเวิร์ค เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ ทีเอ็นเอส ประกาศความร่วมมือพร้อมรุกธุรกิจให้บริการเครือข่ายรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต ส่งโซลูชั่นการบริหารจัดการความปลอดภัยทางธุรกรรมการเงินบนเครือข่ายรับชำระเงินผ่านเครื่องรูดบัตร (EDC Network Service) ด้วยมาตรฐาน PCI DSS (Payment Card Industry Data Security Standard)

นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า “ ไอเน็ตเป็นผู้นำด้านการให้บริการ ICT infrastructure และเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายรับชำระเงินผ่านบัตรมากว่า 10 ปี มีธนาคารและผู้ให้บริการบัตรเครดิตใช้บริการมาอย่างยาวนาน เพื่อรองรับมาตรฐานความปลอดภัยของธุรกรรมด้านการเงิน PCI DSS ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยสารสนเทศที่แพร่หลายทั่วโลก ในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของบัตรเครดิต สำหรับเครือข่ายชำระเงินผ่านบัตรเครดิต (EDC Network Service) และพัฒนาระบบเครือข่ายเดิมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ใช้งานมาแล้วทั่วโลก อีกทั้งยังรองรับความต้องการของลูกค้าในการให้บริการชำระเงินผ่านบัตรได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ไอเน็ตได้จับมือกับบริษัท ทรานแซคชั่น เน็ตเวิร์ค เซอร์วิสเซส จำกัด ผู้ให้บริการเครือข่ายชำระเงินผ่านบัตรเครดิตระดับโลก ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังได้นำระบบนี้มาให้บริการในประเทศไทย ส่งผลให้ลูกค้าธนาคารของไอเน็ตได้ใช้บริการเครือข่ายชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS ทันทีด้วยระบบเครือข่ายรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่ได้มาตรฐาน PCI DSS ทำให้ไอเน็ตได้รับความไว้วางใจจากบริษัท อเมริกัน เอ็กซ์เพรส (AMEX) ผู้ให้บริการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ครอบคลุมทั่วโลก ที่เลือกใช้บริการระบบเครือข่ายของไอเน็ตในประเทศไทย ” นางมรกต กล่าวปิดท้าย
นายไมค์ คีเกิ้น กรรมการผู้จัดการบริษัท ทรานแซคชั่น เน็ตเวิร์ค เซอร์วิสเซส จำกัด กล่าวว่า “ เรามีความยินดีในความเป็นพันธมิตรกับบริษัท ไอเน็ต ที่ให้บริการในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการนำจุดแข็งของทั้ง 2 บริษัท จะเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพความเป็นเลิศของการบริการให้กับลูกค้าต่างๆไม่ว่าจะเป็น กลุ่มธนาคาร, กลุ่มธุรกิจพาณิชย์ขนาดใหญ่ หรือผู้ให้บริการระบบธุรกรรมการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตในธุรกิจนี้ ทีเอ็นเอสเป็นผู้ให้บริการธุรกรรมการชำระเงินมานานกว่า 20 ปี ทั่วโลก และยังมีความเข้าใจในความต้องการของผู้ประกอบการ ของการให้บริการธุรกรรมการชำระเงินที่มีความต้องการในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ที่ได้การรับรองมาตรฐาน PCI DSS ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือของเครือข่ายและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ทีเอ็นเอส ร่วมกับไอเน็ต มุ่งเน้นในการให้บริการที่ตอบโจทย์กับความต้องการ และยังสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของข้อมูลที่มีการใช้เทคโนโลยีที่มีคุณภาพสูง ”

ไอเน็ต เชื่อมั่นว่าด้วยระบบเครือข่ายรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่ได้มาตรฐาน PCI DSS นี้ จะมีส่วนสำคัญที่ช่วยยกระดับการรับชำระเงินผ่านบัตรของไทยให้สามารถใช้งานอย่างมั่นใจในความปลอดภัย ธนาคารหรือผู้ให้บริการรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิตทุกค่ายสามารถเชื่อมต่อเข้าระบบอย่างรวดเร็ว อันจะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจนี้ได้อย่างปลอดภัยตามมาตรฐานสากล

View :338
Categories: Press/Release Tags:

สพธอ. เผย มาตรฐานกลางข้อความการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ NPMS

July 30th, 2013 No comments

ปัจจุบัน มีธนาคารและผู้ประกอบการนำไปใช้งานจริง 18 ราย
โดยมีแผนยกระดับให้สอดคล้องในระดับอาเซียนและสากลต่อไป

(องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. เผยผลสืบเนื่องภายหลังการประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวันที่ 2 มกราคม 2556 ให้มาตรฐานกลางข้อความการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระดับผู้ประกอบการ (National Payment Message Standard: NPMS) เป็นมาตรฐานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (มธอ.0001-2555) แล้วนั้น ทาง สพธอ. ได้ร่วมกับ ธปท. ผลักดันและส่งเสริมให้นำมาตรฐาน NPMS มาใช้เป็นแนวทางในการการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อกำหนดให้ภาคธุรกิจกับสถาบันการเงินสามารถรับส่งข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงินระหว่างกัน โดยใช้รูปแบบข้อมูลที่มีมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะช่วยลดภาระการจัดการข้อมูลของภาคธุรกิจและสถาบันการเงิน และเพิ่มความสะดวกให้กับการทำธุรกรรมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในปัจจุบัน มีธนาคารพาณิชย์และผู้ประกอบการที่นำมาตรฐาน NPMS ไปใช้งานจริง จำนวน 18 ราย ในบริการชำระเงินต่างๆ ซึ่งได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ และทาง สพธอ. มีโครงการสนับสนุนให้เกิดการใช้งานมาตรฐาน NPMS เป็นวงกว้างต่อไป นอกจากนี้ ในอนาคต สพธอ. และ ธปท. มีแผนการทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับให้มาตรฐาน NPMS สอดคล้องกับมาตรฐานในระดับภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล โดยคำนึงถึงบริบทการใช้งาน ความต้องการทางธุรกิจ และคุณลักษณะของระบบการชำระเงินในประเทศไทยเป็นหลัก

รายงานข่าวจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สพธอ. ซึ่งเป็นองค์การมหาชนภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า เนื่องจากในการทำธุรกรรมการชำระเงินของหน่วยงานภาคธุรกิจกับสถาบันการเงินต่างๆ มีการกำหนดรูปแบบข้อความหรือข้อมูลการทำธุรกรรมที่แตกต่างกันตามความต้องการใช้งานของแต่ละหน่วยงาน ทำให้ต้องมีการจัดการข้อมูลหลายรูปแบบและมีภาระงานเพิ่มขึ้น ดังนั้น มาตรฐานกลางข้อความการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ระดับผู้ประกอบการ (National Payment Message Standard: NPMS) จึงกำหนดขึ้นเพื่อให้ภาคธุรกิจกับสถาบันการเงินสามารถรับส่งข้อมูลเกี่ยวกับการชำระเงินระหว่างกัน โดยใช้รูปแบบข้อมูลที่มีมาตรฐานเดียวกันที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ISO 20022 ซึ่งจะช่วยลดภาระการจัดการข้อมูลของภาคธุรกิจและสถาบันการเงิน ลดความซ้ำซ้อน และเพิ่มความสะดวกให้กับการทำธุรกรรมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

ภายหลังการประกาศของคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ในวันที่ 2 มกราคม 2556 ให้มาตรฐาน NPMS เป็นมาตรฐานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (มธอ.0001-2555) แล้วนั้น ทาง สพธอ. ได้ร่วมกับ ธปท. ผลักดันและส่งเสริมให้นำมาตรฐาน NPMS มาใช้เป็นแนวทางในการการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประกอบด้วยมาตรฐานของข้อความการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ 4 ข้อความ ได้แก่ 1. ข้อความโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ 2. ข้อความหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ 3. ข้อความรายงานสถานะคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการชำระเงิน และ 4. ข้อความแจ้งรายการโอนเงินหรือหักเงิน

ทั้งนี้ ข้อความทั้ง 4 สามารถนำไปใช้ในบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด 6 ประเภท ประกอบด้วย 1. บริการโอนเงินระหว่างบัญชีภายในธนาคาร 2. บริการออกเช็คเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ 3. บริการโอนเงินรายย่อยครั้งละหลายรายการ 4. บริการโอนเงินระหว่างบัญชีต่างธนาคารผ่านระบบบาทเนต 5. บริการโอนเงินระหว่างประเทศ และ 6. บริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ นอกจากนี้ พบว่ามาตรฐาน NPMS สามารถสนับสนุนบริการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยบริการชำระเงินต่างๆ ที่มาตรฐาน NPMS รองรับ มีปริมาณในการทำธุรกรรมคิดเป็นร้อยละ 49 ของปริมาณการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด และมีมูลค่ารวมกันคิดเป็นร้อยละ 89 ของมูลค่าการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมด (ข้อมูลจากสถิติการชำระเงินผ่านระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2555 ของธนาคารแห่งประเทศไทย)

ในปี 2556 สพธอ. ได้มีการดำเนินโครงการพัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่จำเป็นต่อธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นประชาคมอาเซียน 2015 (e-Transactions Standards for ASEAN) เพื่อพัฒนาและสนับสนุนให้เกิดการใช้งานมาตรฐาน NPMS เป็นวงกว้าง ซึ่งในปัจจุบันได้มีหน่วยงานที่ได้นำมาตรฐาน NPMS ไปใช้งานจริงรวมทั้งสิ้น 18 ราย ประกอบด้วย 1. ธ.กรุงเทพ 2. ธ.กสิกรไทย 3. ธ.กรุงไทย 4. ธ.ไทยพาณิชย์ 5. ธ.ทหารไทย 6. ธ.ซิตี้แบงก์ 7. ธ.ซูมิโตโม มิตซุย แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น 8. ธ.สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) 9. ธ.ซีไอเอ็มบี (ไทย) 10. ธ.กรุงศรีอยุธยา 11. ธ.ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้ แบงกิ้ง คอร์ปอเรชั่น 12. ธ.ดอยซ์แบงก์ 13. ธ.มิซูโฮ คอร์ปอเรต 14. กรมศุลกากร 15. สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง และลูกค้าของธนาคารกรุงเทพ จำนวน 3 ราย

ในอนาคต สพธอ. และ ธปท. มีแผนการทำงานร่วมกันเพื่อยกระดับให้มาตรฐาน NPMS สอดคล้องกับมาตรฐานในระดับภูมิภาคผ่านคณะทำงาน WCPSS (Working Committee on Payment and Settlement Systems) ซึ่งเป็นคณะทำงานระบบการชำระเงินในระดับภูมิภาคอาเซียน และระดับสากลผ่าน CGI Forum (Common Global Implementation) โดยคำนึงถึงบริบทการใช้งาน ความต้องการทางธุรกิจ และคุณลักษณะของระบบการชำระเงินในประเทศไทยเป็นหลัก นอกจากนี้ สพธอ. จะร่วมกับ ธปท. ในการวางแผนการดำเนินงานเพื่อผลักดันให้มาตรฐาน NPMS ครอบคลุมการรับส่งข้อความระหว่างธนาคารพาณิชย์ ทำให้ระบบการชำระเงินของประเทศไทยเป็นแบบ Straight Through Processing ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการดำเนินการ (Operational risk) และลดต้นทุนของธุรกรรมการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

View :491

AIS เปิดตัวแคมเปญ AIS 3G Super Combo ผนึก 3 ความคุ้มค่า

July 29th, 2013 No comments

1
ทั้งมือถือ 3G คุณภาพดีราคาโดนใจ โปรโมชั่นสุดคุ้ม บนเครือข่ายตัวจริงมาตรฐานโลก

25 กรกฎาคม 2556 : เอไอเอส 3G 2100 ตัวจริงมาตรฐานโลก ตอกย้ำความเป็นตัวจริง เปิดตัวแคมเปญ AIS 3G Super Combo ผนึกรวม 3 ความคุ้มค่า ทั้งเครื่องดีราคาโดนใจ เริ่มต้นเพียง 1,290 บาท ที่มาพร้อมแพ็กเกจโปรโมชั่นสุดคุ้ม ลดค่าบริการ 50% นาน 10 เดือน สำหรับลูกค้ารายเดือน และมอบค่าโทรฟรีสูงสุด 4,000 บาท สำหรับลูกค้า เอไอเอส 3G วัน-ทู-คอล! รวมทั้งใช้งานบนเครือข่ายเอไอเอส 3G 2100 ที่มีคุณภาพสูงสุด

นายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานการตลาดและการขาย บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “หลังจากเอไอเอสได้เปิดให้บริการ 3G 2100 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันเปิดให้บริการแล้วใน 56 จังหวัด และจะครอบคลุมครบทั้ง 77 จังหวัด ภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ โดยมีจำนวนลูกค้ามากกว่า 5 ล้านราย และเพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานเอไอเอส 3G 2100 ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากการมีเครือข่ายคุณภาพ, Application ที่หลากหลาย ตอบสนองการใช้งานทุกรูปแบบ และการให้บริการที่ดีที่สุดแล้ว การมีเครื่อง Device ที่รองรับการใช้งาน 3G 2100 ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญด้วยเช่นกัน ทั้งนี้เพราะการเข้ามาของเทคโนโลยี 3G 2100 ทำให้คนไทยมีความต้องการใช้งานมือถือที่รองรับ 3G เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้งานData และ Application ต่างๆ เห็นได้จากตัวเลขการเติบโตของตลาด Smartphone ที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 37% โดยยังคงมีความต้องการเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในประเทศไทยยังมีผู้ถือ Handset ที่เป็น 2G อยู่อีกเป็นจำนวนมาก

ดังนั้น เพื่อให้คนไทยทุกคนได้มีโอกาสใช้งานเทคโนโลยี 3G 2100 ที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยให้การใช้ชีวิตในแบบคุณมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เอไอเอสจึงได้นำ 3G Handset เข้ามาทำตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้าผู้ใช้งาน พร้อมทั้งออกแคมเปญ “AIS 3G Super Combo” ขึ้น ภายใต้กลยุทธ์การผนึกรวม 3 ความคุ้มค่าเอาไว้ในเซทเดียวกัน เพื่อให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของมือถือ 3G คุณภาพได้อย่างมั่นใจประกอบไปด้วย

1.) ร่วมกับพาร์ทเนอร์ที่มีคุณภาพ ในการคัดเลือกเครื่องมือถือ 3G คุณภาพดี มีสเปคและราคาโดนใจ เพื่อให้มีสินค้าหลากหลาย ครบทุกความต้องการของผู้บริโภค สามารถตอบโจทย์การใช้งานในรูปแบบต่างๆ ของลูกค้าได้ทุกกลุ่ม โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 1,290 บาท
2.) มอบแพ็กเกจโปรโมชั่นสุดคุ้ม ทั้งการลดค่าบริการจากแพ็ก 3G iSmart ถึง 50% นาน 10 เดือน สำหรับลูกค้ารายเดือน และมอบค่าโทรฟรีสูงสุด 4,000 บาท สำหรับลูกค้าเอไอเอส 3G วัน-ทู-คอล!
3.) ลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้งาน ทั้งโทรและเล่นเน็ต บนเครือข่ายที่มีคุณภาพสูงสุดของเอไอเอส 3G 2100 ตัวจริงมาตรฐานโลก อีกทั้งยังสามารถใช้งานApplication หลากหลาย ที่มีไว้ให้พร้อมใช้ในเครื่องอีกด้วย ได้แก่ eService, AIS Photobox, AIS Live TV, AIS Privilege และ AIS mySticker

โดยในช่วงแรก ประเดิมแคมเปญ AIS 3G Super Combo ด้วย 3 เซทสุดคุ้ม กับเครื่องมือถือ 3G ที่เป็น Best in class เพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้งานได้ตามไลฟ์สไตล์ของตนเองถึง 3 รุ่น 3 สไตล์ จาก 3 พาร์ทเนอร์ที่มีคุณภาพ ได้แก่ ZTE, acer และ i-mobile ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ

• AIS 3G Super Combo เซท 1 : ZTE รุ่น F286 ราคา 1,290 บ.

• AIS 3G Super Combo เซท 2 : acer รุ่น Liquid Z3 ราคา 2,590 บ.

• AIS 3G Super Combo เซท 3 : i-mobile รุ่น i-STYLE 7.3A ราคา 3,990 บ.

โดย “AIS 3G Super Combo” จะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ที่เอไอเอส ช็อป, ร้าน เทเลวิซทุกสาขา และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ

เอไอเอสเชื่อมั่นว่า AIS 3G Super Combo จะสามารถตอบโจทย์การใช้งาน 3G 2100 ให้กับผู้บริโภคทุกกลุ่ม ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างแน่นอน และเอไอเอสจะยังคงเพิ่มทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องต่อไป” นายฐิติพงศ์กล่าวสรุป

View :568
Categories: 3G Tags:

ดีแทค ไตรเน็ต พร้อมให้บริการ 3G คุณภาพสูงทั่วประเทศ เหนือกว่าบน 3 โครงข่ายอัจฉริยะ รุกต่อเนื่องเพิ่มแบนด์วิธที่กว้างกว่า

July 25th, 2013 No comments

Map

เปิดใช้งาน TriNet ให้ลูกค้าวันแรกราบรื่น และทยอยเริ่มต้นโอนย้ายตามประสงค์

25 กรกฏาคม 2556 – ไตรเน็ต รุกต่อเนื่องเพิ่มแบนด์วิธ 3G บนโครงข่าย 2100MHz เหนือชั้นอีกระดับ ใน 54 จังหวัดทั่วไทย ต่อยอดจากโครงข่าย 3G 850MHz ที่ดีแทคมีทั่วประเทศ พร้อมเริ่มให้บริการลูกค้าที่แจ้งความประสงค์โอนย้ายมาดีแทคไตรเน็ตเป็นวันแรกเมื่อ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยได้ดำเนินการไปอย่างราบรื่นในกลุ่มแรก และจะทยอยโอนย้ายไปอย่างต่อเนื่องตามที่ลูกค้าลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ไว้

นายชัยยศ จิรบวรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่าในการโอนย้ายโครงข่ายให้กับลูกค้าที่ได้ลงทะเบียนแจ้งความประสงค์ล่วงหน้ามาแล้วนั้น เราพิจารณาจากคนที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการ และมีอุปกรณ์รองรับในการใช้งาน TriNet โดยลูกค้าที่ได้รับการโอนย้ายจะได้รับ SMS แจ้งขั้นตอนการย้ายโครงข่าย เพื่อการใช้งานที่สมบูรณ์

โดยส่วนแรก จะทำการโอนย้ายลูกค้าที่แจ้งความประสงค์ลงทะเบียนเข้ามา และไม่ติดเงื่อนไขบริการพิเศษไปโครงข่ายใหม่ TriNet ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคมเป็นต้นไป หากลูกค้ามีความคิดเห็นจากการใช้งาน หรือมีคำแนะนำสามารถโทรแจ้งได้ที่ 1678

นายชัยยศ กล่าวต่อไปว่า “ทั้งนี้ จะมีลูกค้าอยู่ในกลุ่มเงื่อนไขบริการพิเศษต่างๆ อาทิ ลูกค้าที่ใช้บริการข้ามแดนอัตโนมัติ, บริการ Multi SIM, Group Bill (Family), ผู้ที่ใช้แอร์การ์ดและแท็บเล็ต ลูกค้าที่ติดในเงื่อนไขเหล่านี้ จะได้รับแจ้งให้ติดต่อที่ ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขา โดยหลังจากเปลี่ยนมาใช้ TriNet แล้ว ลูกค้าจะใช้โปรโมชั่นแบบเดิมเหมือนก่อนการโอนย้าย หรือจะเลือกเปลี่ยนไปใช้โปรโมชั่นใหม่ก็ได้เช่นกัน ทั้งนี้ บริการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกค้าเคยได้รับจะยังคงเดิม”

นายประเทศ ตันกุรานันท์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน ดีแทค และ ดีแทค ไตรเน็ต มีสถานีฐาน 3G รวมกันแล้วประมาณ 8,000 สถานีฐาน และจะยังคงขยายพัฒนาสถานีฐานต่อไป ซึ่งจะทำให้ในเดือนตุลาคม บริษัทฯ จะมีสถานีฐาน 3G ทั้งหมดประมาณกว่า 10,000 สถานีฐานทั่วประเทศ สร้างความมั่นใจให้ลูกค้าดีแทคอย่างต่อเนื่อง

“สำหรับสถานีฐาน 2100 MHz ของ ดีแทค ไตรเน็ต ที่เพิ่มขึ้นมาขณะนี้เราเปิดให้บริการแล้ว 54 จังหวัด อาทิ กรุงเทพและปริมณฑล และตามภาคอื่นๆ ที่เป็นจังหวัดหลักๆ และยังรุกขยายไปจังหวัดอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ด้วย TriNet 3 โครงข่ายอัจฉริยะ จะช่วยให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น สามารถเชื่อมต่อสัญญาณอย่างต่อเนื่องบน 3G ได้โดยไม่สะดุด” นายประเทศ กล่าวในที่สุด

View :642

บริษัท ไนซ์ แอคทิไมซ์ นำเทคโนโลยีระดับโลกและความรู้เฉพาะทางเข้าร่วมกับธนาคารและสถาบันการเงินไทยเพื่อต่อสู้กับธุรกรรมทุจริตในระบบการเงินไทย

July 24th, 2013 No comments

อะเมียร์ โอแรด, ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด บริษัทไนซ์ แอคติไมซ์

อะเมียร์ โอแรด, ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด บริษัทไนซ์ แอคติไมซ์


กรุงเทพฯ, 24 กรกฎาคม 2556 – บริษัท ไนซ์ แอคติไมซ์ เป็นผู้ให้บริการที่ใหญ่ที่สุดและครอบคลุมมากที่สุด ในด้านการป้องกัน ความเสี่ยงของธุรกรรมการเงิน และระบบการตรวจตราข้อปฏิบัติ แก่สถาบันการเงินระดับโลกและระดับภูมิภาค รวมทั้งภาครัฐ และ ผู้ตรวจสอบ ที่เกียวข้อง บริษัท ไนซ์ แอคติไมซ์ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับสถาบันการเงิน ทั้งในไทยและในภูมิภาค เพื่อพัฒนา และใช้งานระบบตรวจจับในระดับองค์กร สำหรับ การฟอกเงิน, การป้องกันการทุจริตทางธุรกรรมการเงิน, และการตรวจลอบตามข้อปฏิบัติพื้นฐาน เพื่อให้สามารถก้าวขึ้นจากระบบที่พึ่งพาบุคคลากรในการตรวจตรา ไปสู่การตรวจตราแบบทันทีทันใด

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการขยายธุรกิจไปในแนวทางที่เกื้อกูลกับทางรัฐบาลไทยเพื่อต่อสู้กับการฟอกเงิน รวมทั้งการปัญหาการเกิดการฉ้อฉลทางธุรกรรมในโลกไซเบอร์ บริษัทฯ ให้บริการการตรวจสอบอัตตะลักษณ์แบบเรียลไทม์ การป้องกันการทุจริตแบบหลายช่องทาง การป้องกันการฟอกเงิน และการตรวจตราการซื้อขายหลักทรัพย์ต่างๆ ให้เป็นไปตามกฏ เพื่อให้สามารถตรวจจับ และหยุดธุรกรรมต้องสงสัย และตรวจสอบลูกค้าใหม่ รวมทั้งการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายในที่ต้องห้าม

ในประเทศไทย, ผลิตภัณฑ์ของบริษัทไนซ์ได้ถูกใช้ให้บริการแก่ลูกค้าที่เป็นสถาบันการเงินชั้นนำใน 10 อันดับโลก และ สถาบันการเงินไทย ใน 5 อันดับแรกของประเทศ ธนาคารเหล่านี้ใช้มาตรฐานทางเทคโนโลยีของบริษัทฯ ในระบบตรวจจับการฟอกเงิน การป้องกันการทุจริตทางการเงิน การตรวจจับธุรกรรมพร้อมๆ กันหลายช่องทาง การบันทึกธุรกรรมในทันทีทันใด และความสามารถในการป้องกันการทุจริตทางการเงิน ทั้งนี้ผลการตรวจสอบสถาบันการเงินใหญ่ระหว่างประเทศ ได้แสดงให้เห็นว่า

ความต้องการระบบตรวจสอบและตรวจจับการฟอกเงินที่มีความสามารถมีมากขึ้น และความต้องการระบบตรวจตรา ป้องกันการซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายใน และการป้องกันการทุจริตก็มีมากขึ้น ธนาคารและสถาบันการเงินชั้นนำ เริ่มเสาะหาระบบในระดับองค์กร เพื่อป้องกันและตรวจตราธุรกรรมที่มากชึ้น และเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกปรับเงินที่มีมูลค่าสูงมากขึ้นตามมา

“ธนาคารในไทยเริ่มให้ความสำคัญกับ การฟอกเงิน ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่กฏระเบียบที่มีความเข้มงวดมากขึ้น และการเกิดการทุจริต ในธุรกรรมการเงิน และไซเบอร์ ที่มีมากชึ้นทุกขณะ บริษัทไนซ์ แอคติไมซ์ จึงได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับธนาคารไทย เพื่อนำประสพการ ระดับโลกและข้อปฏิบัติที่เป็นแบบแผนที่ได้มาจากการติดตั้งและพัฒนาระบบให้แก่ธนาคารใหญ่ๆระดับโลกมาใช้งาน ” อะเมียร์ โอแรด, ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุด บริษัทไนซ์ แอคติไมซ์กล่าว

“ ในขณะที่ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเริ่มปรับเปลี่ยนเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2015 นี้, บริษัทไนซ์ แอคติไมซ์ ได้ช่วยเหลือเป็นกำลังสำคัญในการปรับตัวให้เข้าสู่กฏระเบียบนานาชาติ และท้องถิ่นที่จำเป็นระหว่างประเทศในประชาคมอาเซียนด้วยกัน ซึ่งจำนวนธุรกรรมระหว่างประเทศที่มีมากขึ้น บริษัทฯ จะช่วยให้การตรวจสอบและตรวจตราธุรกรรมมีความโปร่งใส และการควบคุม ป้องปรามการฟอกเงินข้ามชาติ การทุจริตทางการเงินและซื้อขายหลักหลักทรัพย์ ได้มากชึ้น “ กล่าวโดยนาย รากาฟ ซากัล, ประธาน บริษัทไนซ์เอเชีย แปซิฟิก

“ ในประเทศไทย เราได้เห็นการเติบโตของความต้องการเทคโนโลยี ที่จะช่วยเพิ่มความถูกต้องในการตรวจจับธุรกรรมที่มีจำนวนมากขึ้น มาก เราได้เปรียบในเชิงผลิตภัณฑ์ ที่สามารถวิเคราะห์ที่เหนือกว่า และตรวจจับในทันทีโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยเหลือให้ธนาคารสามารถลดต้นทุน ปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้กระชับขึ้น เพื่อผลตอบรับที่ดีกับการบริการลูกค้า “ กล่าวโดยนาง เชอรรี่ อึ้ง กรรมการอำนวยการ ของบริษัทไนซ์ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผลิตภัณฑ์ของบริษัทไนซ์ แอคติไมซ์ ได้มีการติดตั้งโมเด็ลที่หลากหลายในการวิเคราะห์ไว้ รวมทั้งระบบวิเคราะห์ ในสถานะการณ์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าได้ลากหลายวิธี สำหรับตรวจจับการฟอกเงิน และการตรวจตราตามข้อกำหนดของ FATCA ซึ่งมีความจำเป็น อย่างมากในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ระบบการตรวจวิเคาระห์รุ่นที่ 4 ช่วยให้การตรวจจับการฟอกเงิน และการตรวจตรารายชื่อผู้ต้องสงสัยสามารถรองรับการตรวจเช็คชื่อไทยและภาษาต่างๆ รองรับภาษาที่แตกต่างในอาเซียนได้ดี รวมทั้งการให้คะแนนความเสี่ยงของการตรวจสอบแบบเรียลไทม์ เพื่อป้องปรามธุรกรรมต้องสงสัย ทั้งนี้บริษัทไนซ์ แอตติไมซ์ ยังให้บริการผลิตภัณฑ์ป้องกันความเสี่ยงทางธุรกรรมในส่วนต่างๆ เช่น การป้องกันทางไซเบอร์ อินเตอร์เน็ท การป้องกันธุรกรรมการเงินในภาคธุรกิจและรายย่อย, การป้องกันทุจริตของการใช้บัตรเครดิตและเดบิท-เอทีเอ็ม, การป้องกันการทุจริตของพนักงานภายในธนาคาร, การป้องกันธุรกรรมการฝากเงินและเช็คเข้าบัญชี และการป้องกันทุจริตทางบัญชีฝาก-ถอน

View :289

กลุ่มทรู รุกธุรกิจภาคองค์กร เปิดตัว ทรู ฟอร์ เอ็ดดูเคชั่น หน่วยงานให้บริการและคำแนะนำสถาบันการศึกษา มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน ก้าวทันยุคดิจิทัล

July 24th, 2013 No comments

ภาพบรรยากาศ

กลุ่มทรู ต่อยอดความสำเร็จการทำตลาดลูกค้าองค์กร เดินหน้าขยายฐานสู่กลุ่มลูกค้าสถาบันการศึกษาทุกระดับชั้น เปิดตัวหน่วยงานทรู ฟอร์ เอ็ดดูเคชั่น ดูแลให้คำปรึกษา และนำเสนอบริการสื่อสารโทรคมนาคมแบบครบวงจร ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริหาร และบุคลากรสถาบันการศึกษา มั่นใจด้วยประสิทธิภาพเครือข่ายทั้งแบบมีสายและไร้สายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ นวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชั่นที่พัฒนาต่อเนื่อง ผนวกกับศักยภาพของทีมงานผู้เชี่ยวชาญ จะเป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันให้ลูกค้าสถาบันการศึกษา สามารถก้าวสู่ยุคดิจิทัลได้อย่างเต็มภาคภูมิ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสร้างสรรค์คอมมิวนิตี้ ออนไลน์ “Together on Campus” ให้เป็นสื่อกลางในการติดต่อสื่อสาร การร่วมกิจกรรมต่างๆ ระหว่างหน่วยงานทรู ฟอร์ เอ็ดดูเคชั่น คณาจารย์ นักศึกษา และผู้ปกครอง

นายธาดา เศวตศิลา ผู้อำนวยการกลุ่ม ด้านลูกค้าสถาบันการศึกษา บริษัท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หน่วยงาน เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์และแนวทางการรุกธุรกิจภาคองค์กรของกลุ่มทรู ในปี 2556 ที่มุ่งเน้นในการให้บริการเฉพาะกลุ่มลูกค้า โดยสถาบันการศึกษาถือเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่ทรูให้ความสำคัญมาก เพราะเชื่อว่าเทคโนโลยีการสื่อสารที่ดีเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาการศึกษาของประเทศ สถาบันการศึกษาที่ดีต้องสามารถเปิดโลกทัศน์ให้นักเรียน นักศึกษาได้เรียนรู้อย่างเหมาะสม เพื่อปลูกฝังความคิดสร้างสรรค์ที่ถูกต้องแก่เยาวชนของชาติ ซึ่งวัตถุประสงค์ของการเปิดหน่วยงาน คือ เพื่อให้บริการและดูแลกลุ่มลูกค้าด้านสถาบันการศึกษากว่า 40,000 แห่งทั่วประเทศ โดยให้คำปรึกษาและแนะนำการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศด้านการสื่อสาร สำหรับบริหารจัดการระบบการศึกษายุคใหม่ทุกระดับชั้น ด้วยจุดเด่น 5 ด้าน ได้แก่

· ทีมงานคุณภาพ บุคลากร ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีสื่อสาร และการให้บริการ ซึ่งได้รับการอบรมและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
· นวัตกรรมสินค้า บริการ และโซลูชั่นที่หลากหลาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้า
· ประสิทธิภาพเครือข่าย ทั้งแบบมีสายและไร้สายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ
· พันธมิตรชั้นนำที่มีความชำนาญในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ที่พร้อมร่วมมือกันให้บริการลูกค้า

· สื่อกลางคุณภาพ ที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์ในลักษณะคอมมิวนิตี้ ออนไลน์ สำหรับหน่วยงาน สถาบัน บุคลากร นักศึกษา และผู้ปกครอง ผ่านเว็บไซต์ www.togetheroncampus.com และ https://www.facebook.com/togetheroncampus สำหรับติดต่อสื่อสาร และให้ข้อมูล ตลอดจนกิจกรรม ทั้งที่หน่วยงานจัดขึ้นเอง หรือที่สถาบันการศึกษาต่างๆจัดขึ้น

ธาดา เศวตศิลา ผู้อำนวยการกลุ่ม ด้านลูกค้าสถาบันการศึกษา บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)

ธาดา เศวตศิลา ผู้อำนวยการกลุ่ม ด้านลูกค้าสถาบันการศึกษา บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)


ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้บริหารการศึกษา ในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัยต่างๆ มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการบริหาร และการเรียนการสอนในยุคดิจิทัล หน่วยงาน ทรู ฟอร์ เอ็ดดูเคชั่น จึงจัดงานสัมมนา “Educators in Digital Age” ในวันพุธที่ 24 กรกฎาคม 2556 เวลา 12.30 – 17.00 น. โดยได้รับเกียรติจาก น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มาเป็นองค์ปาฐกในการสัมมนาครั้งนี้ พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิในยุค Digital Age อีกหลายท่าน

ผู้สนใจสามารถติดต่อหน่วยงาน ทรู ฟอร์ เอ็ดดูเคชั่น ได้ที่ www.togetheroncampus.com, https://www.facebook.com/togetheroncampus

View :643

ดีแทคเผยโฉมศูนย์บริการ ดีแทค เซ็นเตอร์ ครบสาขาที่ 100 ชูความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ดีแทค พร้อมรองรับลูกค้าในการใช้เครือข่าย TriNet

July 24th, 2013 No comments

Resize of XU5C7683

23 กรกฎาคม 2556 ดีแทครุกเดินหน้า เปิดศูนย์บริการดีแทค เซ็นเตอร์ โฉมใหม่ ที่สดใสไฉไลกว่าเดิม ครบเป็นสาขาที่ 100 บริเวณชั้น 4 โซน C มาบุญครองเซ็นเตอร์ โดดเด่นสะดุดตาด้วยการออกแบบตกแต่งที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์จากแบรนด์ ที่จะช่วยดึงดูดและสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น และรองรับลูกค้าที่ใช้เครือข่าย TriNet 3 G ที่ดีแทคเริ่มทะยอยให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้แล้ว พร้อมประกาศเชิญชวนนักธุรกิจที่สนใจ มาร่วมเป็นพันธมิตรกับดีแทค หรือ TriNet partner เพื่อขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มเติม ให้ลูกค้าได้รับความสะดวก โดยตั้งเป้าที่จะขยายให้ครบ 300 แห่ง ทั่วประเทศ ในโอกาสฉลองศูนย์บริการโฉมใหม่ครั้งนี้ ดีแทคยังได้มอบของขวัญขอบคุณลูกค้า ที่มาใช้บริการทุกคน ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 กรกฎาคม นี้

นายชัยยศ จิรบวรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคยังคงมุ่งมั่น ให้ความสำคัญกับลูกค้า ภายใต้ปรัชญาการทำงานโดยมองลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ายุค 3G ที่ต้องการใช้งานโมบายล์อินเตอร์เน็ต และเพื่อสนับสนุนวิสัยทัศน์ Internet for All ที่ดีแทคต้องการให้คนไทยทุกคนทั่วประเทศสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้มากที่สุดภายในอีก 3 ปีข้างหน้า และสิ่งที่ดีแทคได้ลงมือทำแล้วอย่างจริงจัง คือการพัฒนาช่องทางการให้บริการลูกค้าด้วยงบลงทุนกว่า 800 ล้านบาทภายใน 2 ปี ในการปรับโฉมศูนย์บริการดีแทค และขยายช่องทางการจัดจำหน่ายเพิ่มเติม ด้วยการหาผู้ร่วมธุรกิจแต่งตั้ง TriNet partner ซึ่งเป็นการยกระดับศักยภาพการขายและให้บริการของลูกตู้ขึ้นมาเป็นพันธมิตร ที่มีความพร้อมในการขายสินค้าและบริการให้คำปรึกษาแนะนำการใช้งาน สมาร์ทโฟนและแท๊บเล็ต ให้ครบกว่า 300 สาขา เพื่อตอกย้ำถึงความตั้งใจจริงที่ต้องการให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีและเกิดความประทับใจกับดีแทค มีการบอกต่อ และแนะนำเพื่อนให้เข้ามาเป็นลูกค้าดีแทคในที่สุด

ดีแทคได้เริ่มต้นปรับโฉมหน้าของศูนย์บริการดีแทคทั้งหมดทั่วประเทศ ทั้ง dtac Hall, dtac Center และ dtac Express มาตั้งแต่เมื่อกลางปี 2555 ด้วยการตกแต่งภายในร้าน เป็นแนวบูติค ที่สะท้อนความเป็นเอกลักษณ์จากแบรนด์ดีแทค ทำให้ลูกค้าจดจำและมั่นใจในการเข้ามารับบริการจากศูนย์ที่ได้คุณภาพมาตรฐาน มีการเลือกใช้วัสดุที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสุข ใช้สื่อดิจิตอลเพื่อเพิ่มสีสันและความสนุก ลูกค้าเข้ามาใช้บริการได้ทุกรูปแบบทั้งการขายและบริการแบบครบวงจร (Sales & Service Integration) ที่จัดเสนอให้ตรงใจลูกค้าแต่ละกลุ่ม (Segmentation) รวมถึงการเลือกซื้อมือถือและอุปกรณ์ ทั้งหมด

ปัจจุบันดีแทคได้ทะยอยเปิดศูนย์บริการในรูปโฉมใหม่ จนกระทั่งครบสาขาที่ 100 ที่มาบุญครองเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นสาขาใหญ่ใจกลางเมือง แหล่งรวมอุปกรณ์มือถือที่ครบครันมากที่สุด มีลูกค้านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาช้อปปิ้ง และหาซื้อซิมการ์ดไว้ใช้งานในระหว่างที่เที่ยวอยู่ในเมืองไทย ให้บริการโดยพนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว และยินดีให้บริการลูกค้าทุกคน นอกเหนือจากงานบริการบิลลิ่ง รับชำระ เปลี่ยนแปลงข้อมูล เปลี่ยนซิม ดีแทคยังได้เน้นใหคำปรึกษาแนะนำเรื่องมือถือ (Device & Services) นำเสนอสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่พร้อมโปรโมชั่นราคาและแพคเกจใช้งานบนผนังร้านที่ตกแต่งสะท้อนธีมของลูกค้ายุคใหม่ มุม Demo ทดลองใช้งานที่มีมากขึ้น มุม DIY (Do It Yourself) ให้ลูกค้าได้เปรียบเทียบข้อมูลราคาเครื่อง แพคเกจที่เหมาะกับการใช้งานของตนเอง ศูนย์บริการดีแทครูปแบบใหม่ นอกจากความเป็น One Stop Service ที่เดียวได้ครบทั้งการขายและการบริการแล้ว ดีแทคยังเน้นสร้างความรู้สึกและความผูกพันที่ดีระหว่างดีแทคกับลูกค้าทุกคน

View :521

ดีแทคฉลอง “แฮปปี้ 10 ปี” ตระเวนแจกอมยิ้มพร้อมสร้างสีสันลุ้นรับมือถือจากดีแทค

July 24th, 2013 No comments

24 กรกฎาคม 2556 – ดีแทคฉลองครบรอบ 10 ปี “แฮปปี้” ด้วยมาดใหม่ เทรนดี้ คล่องตัว กระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น สอดรับกับความต้องการของลูกค้าหลากหลายยิ่งขึ้นในวันนี้ ขณะเดียวกันก็ยังไม่ทิ้งภาพของความใจดี สนุกสนาน เป็นกันเอง เข้าถึงง่ายแบบเดิม ๆ ที่ทุกคนคุ้นเคย พร้อมให้ลูกค้าสนุกกับอินเทอร์เน็ตฟรีทุกวัน สอดคล้องวิสัยทัศน์ใหม่ Internet for All มุ่งสู่ธุรกิจโมบายอินเทอร์เน็ตเต็มรูปแบบ เพื่อประสบการณ์สื่อสารที่เต็มประสิทธิภาพ ทั้งวอยซ์ และดาต้า บน dtac TriNet สามโครงข่ายอัจฉริยะหนึ่งเดียวของไทย

โอกาสแฮปปี้ปรับโฉมใหม่นี้ ดีแทคนำทีมพนักงานกว่า 400 คน กระจายกำลังกันออกไปร่วมคาราวานแห่งความสุขด้วยการแจกอมยิ้มกว่า 1 ล้านชิ้นเพื่อสร้างรอยยิ้มให้คนไทยทั่วประเทศ โดยเริ่มจากแจกจ่ายอมยิ้มแฮปปี้ ในย่านธุรกิจและชุมชนต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมเชิญชวนผู้รับร่วมกิจกรรมถ่ายรูปคู่กับอมยิ้มแล้วแชร์รูปบน Instagram, Facebook หรือ Twitter พิมพ์ #happysmile พร้อมโพสต์รูปลงใน instagram หรือ Facebook หรือ Twitter ภายในวันที่ 23 ส.ค. 56

ดีแทคจะคัดเลือกรูปที่ถูกใจกรรมการมากที่สุด 10 อันดับ จาก instagram, Facebook และ Twitter ภายใน 24.00 น. ของวันที่ 23 ส.ค. 56 ซึ่งจะได้รับของสมนาคุณเป็นโทรศัพท์ dtac TriNet phone รุ่นชีต้าห์ จำนวนรวม 10 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 4,590 บาท โดยจะทำการประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ www.facebook.com/dtac และ instagram dtacig และ www.dtac.co.th/happy ในวันที่ 26 ส.ค. 56 สนใจข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้จาก http://bit.ly/1aHZmeN

ทั้งนี้ ในการปรับโฉมใหม่ แฮปปี้ได้แนะนำซิมใหม่ 4 ซิม เพื่อตอบรูปแบบการใช้งานที่เปลี่ยนไป โดยยังคงมุ่งเน้นความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และความคุ้มค่าสูงสุด ทั้งซิมแฮปปี้ โทรสนุกทุกค่าย, ซิมแฮปปี้ โทรสนุกเบอร์, ซิมสมาร์ทโฟน และซิมม่วนซื่นใหม่ พร้อมสนุกกับการใช้อินเตอร์เน็ตฟรี และที่พิเศษยิ่งกว่า เป็นครั้งแรกที่ลูกค้าแฮปปี้สามารถเปลี่ยนโปรโมชั่นหลักได้ฟรีอีกด้วย

HappyMob3_OK

บรรยายภาพ : ผู้บริหาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) นำทีมออกแนะนำแฮปปี้พร้อมพนักงาน โดย นายชัยยศ จิรบวรกุล (ขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้า, นายซิกวาร์ท โวส เอริคเซน (กลาง) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มการตลาด และ นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ (ซ้าย) ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค)

View :585