Archive

Archive for December, 2011

ก.ไอซีที เปิด FREE PUBLIC WIFI ต้อนรับปีใหม่ เพื่อพัฒนาระบบ ICT ไทยให้มุ่งสู่การเป็น SMART THAILAND

December 31st, 2011 No comments

นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายในที่สาธารณะฟรี () ว่า “สืบเนื่องจากนโยบาย ของกระทรวงไอซีที ที่ได้ประกาศไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2554 นั้น กระทรวงฯ จึงได้ประสานงานความร่วมมือกับผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ได้แก่ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และผู้ให้บริการภาคเอกชน รวมถึงได้รับการสนับสนุนจาก กสทช. เพื่อเปิดให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายที่ปลอดภัย เชื่อถือได้ และยั่งยืนผ่านโครงข่าย SMART-WIFI@TH ซึ่งจากการศึกษาโครงการที่ใกล้เคียงกันในต่างประเทศ ร่วมกับการศึกษาความต้องการเฉพาะของประเทศไทย ทำให้มั่นใจได้ว่า SMART-WIFI@TH จะให้ประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รวมทั้งผู้ใช้บริการไม่ว่าจะเป็น นักเรียน นักศึกษา ผู้ประกอบธุรกิจขนาดเล็ก คนทำงานที่ต้องเดินทางหรือทำงานนอกสถานที่เป็นประจำ (Mobile Workers) ตลอดจนนักท่องเที่ยวจะได้รับความสะดวกสบายในด้านข้อมูลข่าวสารออนไลน์อย่างเต็มที่มากขึ้น
สำหรับการเปิดตัวในครั้งนี้เป็นการเปิดเฟส 1 ที่มีโครงข่ายครอบคลุมกว่า 20,000 จุดทั่วประเทศ โดยเน้นการให้บริการในพื้นที่สาธารณะที่มีความต้องการใช้งานสูง เช่น ศาลากลางจังหวัด สนามบิน มหาวิทยาลัย สถานีขนส่ง ฯลฯ ซึ่งมีหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ คือ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT เป็นผู้ร่วมดำเนินการในช่วงเริ่มต้น และจะมีการร่วมมือกับผู้ให้บริการภาคเอกชนในช่วงต่อๆ ไป โดยมีเป้าหมายที่จะเปิดให้บริการมากกว่า 250,000 จุด ภายใน 5 ปี

นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากสถิติการศึกษาอัตราการเข้าถึงการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ต พบว่า ทุกๆ 10% ของการเข้าถึงที่เพิ่มขึ้น จะสามารถเพิ่ม GDP ได้ 1.3% ซึ่งหมายความว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจมีความสัมพันธ์กับการเข้าถึงการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตอย่างแท้จริง รัฐบาลจึงเล็งเห็นศักยภาพของการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตและมุ่งที่จะพัฒนาอย่างเต็มที่ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ นั่นคือ เพิ่มการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตให้ได้ 80% ของจำนวนหลังคาเรือนภายในปี 2558 หรืออีก 4 ปี ซึ่งในการพัฒนารูปแบบการดำเนินการที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทย (Sustainable model for Thailand) นั้น ควรมีลักษณะเฉพาะตามความต้องการและสถานการณ์ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ ดังนั้น กระทรวงฯ จึงได้พัฒนารูปแบบการดำเนินการสำหรับ “SMART-WIFI@TH” เพื่อให้ได้ผลสำเร็จที่ยั่งยืนในระยะยาว โดยโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการให้บริการนี้จะเป็นการผสมระหว่างโครงข่าย backbone ที่มีอยู่ในปัจจุบันและโครงข่ายใหม่ รวมทั้งจุดเชื่อมต่อ (access point) ของ ทีโอที กสทฯ และผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคมภาคเอกชน ซึ่งจะทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อและเชื่อถือได้ ภายใต้ ID “SMART-WIFI@TH” เดียวกัน

กระทรวงไอซีที เชื่อมั่นว่า SMART-WIFI@TH จะสร้างความเสมอภาคและชีวิตที่ดีขึ้นเพื่อคนไทย และสำหรับ Free Public WiFi จำนวน 20,000 จุดแรกนี้ รัฐบาลตั้งใจมอบเป็นของขวัญปีใหม่ 2555 เพื่อพี่น้องชาวไทยทุกคน”

สำหรับวิธีการใช้งาน Free Public WiFi ให้เลือกรับสัญญาณ ICT Free WiFi และทำการเชื่อมต่อสัญญาณ จากนั้นลงทะเบียนรับรหัส Register และเมื่อได้ Account แล้วผู้ใช้งานจะได้รับ username และ password เพื่อนำมา Login ใช้งาน โดยหากต้องการอ่านคู่มือการใช้งานสามารถคลิกที่วิธีใช้งาน หรือ How to Use ได้ในหน้าแรก

View :643

ก.ไอซีที เตือนผู้ใช้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ระวังตกเป็นเหยื่อผู้ไม่ประสงค์ดี

December 29th, 2011 No comments

นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า ปัจจุบันในเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้มีการนำพระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมสาทิสลักษณ์ มาดัดแปลง ตัดต่อ รวมถึงแสดงข้อความ หรือความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสม มีลักษณะหมิ่นสถาบันฯ ตามเว็บไซต์ เฟสบุก หรือ ทวิตเตอร์ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่กระทบต่อจิตใจของประชาชนชาวไทย และสร้างความแตกแยกในสังคม โดยการกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ได้

ดังนั้น กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นสื่อออนไลน์ เว็บไซต์ หรือเฟสบุก ที่มีภาพหรือมีการแสดงข้อความอันมีลักษณะดูหมิ่น หรือไม่เหมาะสมต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โปรดอย่ากด “ถูกใจ” (like) “แบ่งปัน” (shared) หรือ “แสดงความคิดเห็น” (comment) ไม่ว่าจะเป็นการตำหนิ ตอบโต้ในรูปแบบใดก็ตาม เพราะการกระทำดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้นโดยความตั้งใจ หรือความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เหล่านั้น ล้วนแต่เป็นการสร้างความแตกแยกในสังคมให้มากขึ้น และยังเป็นการบ่อนทำลายความสามัคคีของคนในชาติ นอกจากนั้นยังเป็นการทำให้ภาพหรือข้อความอันไม่เหมาะสม แพร่กระจายเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน หากมีการพบเห็นเว็บไซต์ เฟสบุค ทวิตเตอร์ หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ เผยแพร่ภาพ หรือมีข้อความหมิ่นสถาบันฯ ซึ่งอาจสร้างความไม่พอใจให้ผู้พบเห็น หรือรู้สึกว่าไม่ถูกต้องตามจารีตประเพณีอันดีงาม ก็อย่าได้ด่วนแสดงความคิดเห็นตำหนิติเตียน ตอบโต้ เนื่องจากเว็บไซต์ เฟสบุค ทวิตเตอร์ สื่อออนไลน์อื่นๆ นั้น อาจเกิดจากการที่กลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีแอบอ้างใช้ภาพ รวมทั้งข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่นมาปลอมแปลงในลักษณะที่เรียกว่า Impersonation ซึ่งเป็นภัยออนไลน์ที่เกิดจากการที่ผู้ไม่ประสงค์ดีสร้างเครือข่ายสังคมออนไลน์ปลอมเพื่อหลอกลวงให้ผู้อื่นเชื่อว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์ดังกล่าวเป็นของบุคคลผู้นั้น การแสดงความคิดเห็นตอบโต้หรือตำหนิ จึงอาจเป็นการให้ร้ายตำหนิผู้บริสุทธิ์และสร้างความไม่เป็นธรรมให้แก่ผู้ถูกแอบอ้าง รวมถึงอาจทำให้ความเป็นธรรมในสังคมเสื่อมลง ดังนั้น ผู้พบเห็นจึงควรพิจารณาและต้องตระหนักอย่างรอบคอบ

หากประชาชนผู้ใดพบเจอเว็บไซต์ หรือสื่อออนไลน์ที่มีลักษณะดังกล่าวโปรดแจ้งกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผ่านทางหมายเลขโทรศัพท์ 1212 หรือ อีเมล์ 1212@mict.mail.go.th เพื่อดำเนินคดีหรือยุติการเผยแพร่ตามกฎหมาย ส่วนผู้ที่ถูกกระทำ Impersonation ในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ควรดำเนินการเก็บรวบรวมหลักฐานเมื่อทราบว่ามีผู้กระทำ Impersonation โดยแอบอ้างชื่อเรา และควรจะแจ้งให้ผู้ใช้อื่นที่ติดตามเราในเครือข่ายทราบว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์ดังกล่าวไม่ใช่ตัวตนของเราพร้อมแจ้งให้ทราบว่าการสนทนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการสนทนาของเราด้วย

จากนั้นดำเนินการแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เช่น สำนักป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และให้หน่วยงานดังกล่าวดำเนินการออกหนังสือในการยื่นคำร้องขอ IP Address จากทางบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ เพื่อเป็นหนึ่งในหลักฐานในการสืบหาตัวผู้กระทำผิดและเป็นหลักฐานในการดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

View :651

เอไอเอสเปิด “AIS Shop” แห่งใหม่กลางใจเมือง @ Terminal 21

December 29th, 2011 No comments


เอไอเอสเดินหน้าเปิด “” เอาใจสาวกอินเทรนด์ กลางใจเมือง ย่านอโศก ณ ชั้น 6 ศูนย์การค้า Terminal 21 ซึ่งนับเป็นศูนย์บริการลูกค้าแห่งล่าสุด ที่ยินดีให้บริการทั้งในด้านข้อมูล นำเสนอสินค้าและบริการต่างๆจากทางเอไอเอส อย่างครบครัน เพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้บริการได้ในแบบที่ต้องการได้อย่างไร้ข้อจำกัด
โดย คุณวิลาสินี พุทธิการันต์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ เอไอเอส และ คุณต่อศักดิ์ บุศรานนท์ ผู้จัดการทั่วไป ศูนย์การค้า Terminal 21 ได้ร่วมกันเปิดตัว “ Shop” อย่างเป็นทางการ

View :779

Hitachi Content Platform ช่วยองค์กรทั่วโลกก้าวสู่ระบบคลาวด์ด้วยแนวทางของตนเองพร้อมรับผลตอบแทนจากการลงทุนที่รวดเร็วกว่าเดิม

December 29th, 2011 No comments

บริษัท คอร์ปอเรชัน หรือ เอชดีเอส ธุรกิจในเครือของบริษัท ฮิตาชิ จำกัด (ชื่อในตลาดหุ้นนิวยอร์ก: HIT / ชื่อในตลาดหุ้นโตเกียว: 6501) เปิดเผยว่า ขณะนี้บรรดาผู้ให้บริการและองค์กรด้านไอทีต่างๆ เช่น บริษัท ออตโต้ฟิสเชอร์ (เยอรมนี) บริษัท พีคเว็บโฮสติ้ง (สหรัฐฯ) โรงพยาบาลเซนต์เทเรซ่า (ฮ่องกง) และโรงพยาบาลจงต้า (จีน) กำลังได้รับผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) อย่างมีนัยสำคัญอันเป็นผลมาจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ที่ง่ายดายและมีประสิทธิภาพเพื่อจัดเก็บ ค้นหา รักษา และปกป้องข้อมูลของตนโดยอาศัย Hitachi Content Platform (HCP) ดังจะเห็นได้ว่าความสามารถด้านการปกป้องข้อมูลระดับเยี่ยม การกู้คืนระบบที่เสียหาย การใช้ประโยชน์และเรียกคืนพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้อย่างชาญฉลาดที่นำเสนอโดย HCP นั้น กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากและถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันการขยายตัวของรายได้ในไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ 2554 ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 50 –60% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ 2553

“การขยายตัวอย่างมหาศาลของ Unstructured Data ในปัจจุบัน ทำให้องค์กรต่างๆ ต้องหันมาปรับใช้โซลูชั่นที่สามารถช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดความซับซ้อน และลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องได้” มิคลอส แซนดอร์ฟี หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์ บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ กล่าว และว่า “HCP มีความโดดเด่นอย่างมากในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากมีความสามารถที่ได้รับการพัฒนามาเป็นระยะเวลาหลายปี ทั้งในด้านการปรับขยายและด้านการรองรับเทคโนโลยีไอทีที่หลากหลาย โดยเป็นสิ่งที่องค์กรต่างๆ กำลังต้องการเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินงานและสามารถตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ เศรษฐกิจ และกฎระเบียบในสภาพแวดล้อมทั้งแบบคลาวด์และแบบกระจายศูนย์ โดยลูกค้าที่ปรับใช้ HCP จะได้รับประโยชน์จากความสามารถด้านการย้ายข้อมูลและแอพลิเคชั่นเข้าสู่ระบบคลาวด์ในรูปแบบแนวทางของตนเองผ่านโครงสร้างพื้นฐาน Edge-to-Core แบบผสานรวมที่จะช่วยให้เกิดการควบคุม ข้อมูลแบบ Content ได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนสามารถปรับใช้โซลูชั่นคลาวด์ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วกว่าเดิม”

จากการสำรวจล่าสุดที่ดำเนินการโดยบริษัท เทควาลิเดท (TechValidate) องค์กรวิจัยอิสระภายนอก พบว่าผู้ใช้ได้ให้ความสำคัญอย่างมากกับการปรับใช้ความสามารถของ HCP ในหลากหลายระดับ โดยผู้ใช้กว่า 40% ระบุว่าพวกเขามีการจัดเก็บข้อมูลไว้เป็นจำนวนมากที่ระดับ 100 เทราไบต์หรือมากกว่านั้น นอกจากนี้ 77% ขององค์กรไอทียังระบุด้วยว่าหลังจากปรับใช้ HCP ตลอดช่วงปีที่ผ่านมาพวกเขาพบว่ากรณีระบบหยุดทำงานโดยที่ไม่ได้วางแผนไว้เกิดขึ้นไม่ถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งทำให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้นและสามารถลดค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานให้ต่ำลงได้

ข้อมูลอ้างอิงจากลูกค้าที่ใช้งาน Hitachi Content Platform
• ออตโต้ฟิสเชอร์: “บริษัท ออตโต้ฟิสเชอร์ ใช้ HCP เป็นที่จัดเก็บแบบ Distributed Object เพื่อการจัดเก็บข้อมูลอย่างถาวรและจัดเก็บเอกสารต่างๆ เช่น ใบแจ้งหนี้จากผู้จำหน่ายและลูกค้า รวมถึงเอกสารทางบัญชีอื่นๆ ที่ต้องจัดเก็บไว้อย่างถาวรเพื่อใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายและป้องกันไม่ให้เกิดการแก้ไขในทางทุจริตและการสูญหายของข้อมูล โดยในอนาคต เรามีแผนใช้ HCP เพื่อจัดการเอกสารเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก รวมถึงเอกสารสัญญาที่เป็นดิจิตอล เอกสารของลูกค้าและซัพพลายเออร์ บันทึกข้อมูลและอีเมลของโครงการและการวางแผนต่างๆ จะเห็นได้ว่าเราได้รับประโยชน์อย่างมากมายจาก HCP ทั้งประสิทธิภาพ เสถียรภาพ และความสามารถในการปรับขยายได้ในระดับสูง รวมถึงความเชื่อมั่นที่เรามีต่อบริษัท ฮิตาชิ ในฐานะที่เป็นคู่ค้าที่วางใจได้และเคียงข้างกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน ด้วยบริการชั้นเยี่ยมที่ได้รับจากทีมงานของ HDS นั้นมีความสำคัญต่อเราอย่างยิ่ง” – แม็กซ์ เบอร์กี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสารสนเทศ (ซีไอโอ)
• พีคเว็บ: “ความมุ่งมั่นของบริษัท พีคโฮสต์ติ้ง คือการนำเสนอลูกค้าของเราด้วยแพลตฟอร์มการประมวลผลประสิทธิภาพสูงที่พร้อมใช้งานตลอดเวลา สามารถปรับขยายและสนับสนุน Production ได้ในทุกระดับ อีกทั้งยังมีความน่าเชื่อถือและคลายความกังวลที่มีอยู่ได้ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นต่อโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญขององค์กร โดยการปรับใช้ HCP ในโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ของเรา ช่วยให้บริษัท พีคโฮสติ้ง สามารถพร้อมใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูลในระดับสูงและใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง 100% จึงไม่ใช่เรื่องยากในการจัดการและสามารถตอบสนองต่อความมุ่งมั่นของพีคในด้านการขยายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณประโยชน์เหล่านี้ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญสำหรับการดำเนินธุรกิจของพีค และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับความมุ่งมั่นที่เรามีต่อลูกค้าคนสำคัญของเรา นั่นคือ ‘เราจะทำสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้’ ให้กับลูกค้าของเรา” – เจฟฟรีย์ พาเพน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ)
• โรงพยาบาลเซนต์เทเรซ่า: “กลยุทธ์ของเราคือการเก็บบันทึกข้อมูลด้านสุขภาพในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไว้ให้ได้ตลอดชีวิต โดย HCP ได้นำเสนอความสามารถระดับสูงของการปฏิบัติที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ การรักษาความปลอดภัย และความสามารถด้านการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความสมบูรณ์ของเนื้อหาตลอดระยะเวลาที่มีการจัดเก็บ ระบบสุขภาพของเราได้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับการจัดเตรียมเวชระเบียนและภาพทางการแพทย์ให้เข้าสู่ HCP ระบบเดียว จึงช่วยให้การจัดการระบบจัดเก็บข้อมูลทั้งหมดของเราเป็นไปโดยอัตโนมัติ และสามารถปรับขยายได้ทั้งแนวกว้างและลึกเพื่อตอบสนองต่อการเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วของข้อมูลสุขภาพของเราใน” – ปาสคาล ทีเซ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ
• โรงพยาบาลจงต้า มหาวิทยาลัยเซาธ์อีสต์: “การรวมระบบเข้าไว้ด้วยกันโดยใช้ HCP ช่วยให้เราสามารถจัดการปัญหาของระบบจัดเก็บข้อมูลต่างชนิดกันได้โดยอัตโนมัติ และสามารถกำหนดค่าข้อมูลได้อย่างเหมาะสมสูงสุด โดยเมื่อมีการปรับใช้ Content Platform แบบนี้ ทำให้ระบบจัดเก็บข้อมูลที่มีข้อมูลจำนวนมาก การเรียกใช้ข้อมูลและการเก็บข้อมูลอย่างถาวร ได้รับการจัดการอย่างง่ายดาย รวมถึงการบันทึกข้อมูลสุขภาพและข้อมูลภาพเพื่อใช้ในการวินิจฉัยทางการแพทย์ทั้งหมดของเราก็ได้รับการจัดเก็บไว้อย่างเหมาะสมด้วย สิ่งนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับระบบส่วนกลางทั้งระบบได้อย่างมาก ตลอดจนช่วยวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการแปลงข้อมูลของเราให้เป็นรูปแบบดิจิตอลในอนาคตได้อีกด้วย” – เป่ยฮั้ว วู ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศโรงพยาบาล

View :543

ดีแทคเตรียมเครือข่ายพร้อมให้ลูกค้าเคาท์ดาวน์ส่งความสุขปีใหม่ 2555

December 29th, 2011 No comments

ดีแทคมั่นใจเตรียมพร้อมสำหรับรองรับการใช้งานช่วงปีใหม่ทั้งโทรอวยพร ส่ง SMS, MMS และโซเชียลเน็ตเวิร์กผ่าน 3G/EDGE คาดปีนี้ยอดส่งอวยพรผ่าน SMS แล MMS ยังได้รับความนิยมเช่นเดิม พร้อมจัดรถสัญญาณเสริมเคลื่อนที่ขยายช่องทางใช้งานหนาแน่นในพื้นที่เคาท์ดาวน์ยอดนิยมทั่วประเทศ ส่วนการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กผ่านสมาร์ทโฟน มั่นใจในดีแทค 3G ที่วันนี้อัพเกรดครอบคลุมมากกว่า 1,000 สถานีฐานในกทม. ปริมณฑล และจังหวัดหลัก เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนต่างๆ

ดร. ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่าปีนี้นับเป็นปีแรกที่ลูกค้าดีแทคจะได้เคาท์ดาวน์ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ด้วยการใช้งานบนเครือข่าย 3G ของดีแทคที่มีความเร็วสูงสุดถึง 42Mbps รองรับผู้ที่ใช้สมาร์ทโฟน โดยดีแทคได้อัพเกรด 3G ไปแล้วมากกว่า 1,000 สถานีฐานทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดหลักอื่นๆ ดีแทคเชื่อมั่นว่าจะสามารถรองรับการใช้งานสำหรับติดต่อสื่อสารบนโลกออนไลน์ และการอวยพรผ่าน Facebook, Twitter, Google+, WhatsApp, LINE, BBM เป็นต้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และเป็นช่องทางที่ได้รับความสะดวกสบาย และเป็นที่นิยมในการส่งความสุขถึงกันในช่วงเทศกาลปีใหม่

สำหรับการจัดเตรียมขยาย capacity ของเครือข่ายดีแทคนอกจากที่กล่าวมาข้างต้น ดีแทคยังได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของเน็ตเวิร์กเพื่อรองรับการใช้งานทั้ง SMS/MMS/Voice สำหรับลูกค้าที่ใช้งานหนาแน่นในช่วงเทศกาลส่งความสุข และการอวยพรรูปแบบต่างๆ ในคืนที่เคาท์ดาวน์เพื่อก้าวสู่ปีใหม่ 2555 ทั้งนี้ ดีแทคจะจัดส่งรถสัญญาณเคลื่อนที่ไปรองรับทราฟฟิคที่มีการใช้งานหนาแน่นทั่วประเทศตามจุดสำคัญของเทศกาล เช่น จุดเคาท์ดาวน์ และสถานที่จัดงานปีใหม่ โดยคาดการณ์จากข้อมูลในพื้นที่ต่างๆ เพื่อทำให้ลูกค้าดีแทคได้รับความมั่นใจในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ดีแทคยังได้เตรียมทีมงานพิเศษดูแลเน็ตเวิร์กในช่วงนี้ เพื่อรองรับเหตุการณ์หรือปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นสำหรับการใช้งานในช่วงปีใหม่และพร้อมจะแก้ไขในทันที ส่วนปัญหาใดๆ ที่มีผลต่อระบบการติดต่อสื่อสารทางดีแทคได้จัดการเป็นที่เรียบร้อยและเรียกความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งานกลับคืนเหมือนเดิม โดยอัตราความสำเร็จในการโทรเข้าและรับสายกลับเข้าสู่ภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว

View :655
Categories: Press/Release Tags:

สรอ.เตรียมผลักมาตรฐาน e-GOV เข้าสู่สากล หวังเกิดประสิทธิภาพรองรับอีอาเซียน

December 27th, 2011 No comments

รายงานข่าวจากการสัมมนาเรื่อง “ก้าวสู่ผู้บริหารรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ระดับสากล และพิธีมอบประกาศนียบัตรนักบริหารรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รุ่นที่ ๑” จัดโดยสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือสรอ. โดยมีนาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธาน, ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการ สรอ., รศ.ดร.ชัยเลิศ พิชิตพรชัย ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายนโยบายและสารสนเทศมหาวิทยาลัยมหิดล ได้เสนอข้อหารือจากผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รุ่นที่ ๑ ซึ่งเป็นผู้บริหารไอทีของภาครัฐจำนวน 40 คน

โดยได้เสนอแนวทางร่วมกัน 3 แนวทางคือ 1.แนวทางการพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ 2.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) 3.การเตรียมความพร้อมในเรื่อง โดยได้มีข้อสรุปเบื้องต้นในการทำงานปรับปรุงระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ร่วมกันออกมาหลายด้านประกอบด้วย

การทำงานเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานรัฐด้วยไอทีนั้น ควรจัดให้มีมาตรฐานตั้งแต่ Font Code หรือรหัสตัวอักษร ซึ่งจำเป็นต้องเลือกว่าแบบใดมีความเหมาะสม และเพียงพอที่จะใช้เป็นมาตรฐานของหน่วยงานรัฐต่อไป ชุดคำสั่งข้อมูล หรือ Data Set ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทนั้น คือ ชุดข้อมูลมาตรฐาน หรือ standard data set ประกอบด้วย ชื่อ-นามสกุล ปัจจุบันจะมีชื่อกลาง, วันเดือนปีเกิด มีวิธีการเขียนหลายแบบ dd/mm/yy, dd/mm/yyyy ปี พ.ศ. หรือ ค.ศ. เป็นต้น Minimal data set หรือการเก็บข้อมูลขั้นต่ำเช่น การเก็บ ชื่อ-นามสกุล, ส่วนสูง, อายุ, เพศ, วันเดือนปีเกิด โดยอาจจะเก็บ 5 อย่างเป็นอย่างน้อย เป็นต้น รวมถึง IT auditing หรือการตรวจสอบทางด้านไอที เนื่องจากข้อมูลในระบบไม่สามารถรับรองได้ว่าข้อมูลนั้นถูกต้องแน่นอน ดังนั้นข้อมูลภาครัฐควรมีฝ่ายตรวจสอบหรือ Audit ภาครัฐ และอื่นๆ เช่น การออกใบอนุญาต ประกาศนียบัตร ฯลฯ ทั้งหมดนี้ต้องถูกกำหนดเป็นมาตรฐานขึ้นอย่างรวดเร็วเพื่อทำให้เกิดระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นได้อย่างรวดเร็วและถาวร

ในด้านการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือสารนั้น มีการหารือกันอย่างมาก โดยเฉพาะประเด็นเรื่องระบบเครือข่าย หรือ Networking ภาครัฐจะต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเพียงพอ มีความแน่นอนของระบบไม่มีปัญหาระบบล่ม ความเร็วที่ให้บริการต้องมีมาตรฐาน ในส่วนของฮาร์ดแวร์นั้น ปัญหาที่ถูกระบุมากที่สุดคือ การตั้งราคากลางในการจัดซื้อจัดจ้างระบบฮาร์ดแวร์ ที่หน่วยงานรัฐมักตั้งราคากลางที่ค่อนข้างสูง เพื่อที่จะได้เทคโนโลยีที่ไม่ล่าช้า ซึ่งที่ประชุมได้หารือแนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ให้ราคากลางถูกลงเหมือนกับการซื้อโทรทัศน์ให้ได้ในอนาคต รวมถึงการลดการซื้อฮาร์ดแวร์ลง เช่น ลดการซื้อฮาร์ดดิสก์ด้วยการไปใช้บริการผ่านเครือข่ายกลุ่มเมฆ หรือ Cloud Computing อย่างบริการของ Drop Box ในประเทศไทยแทน

ในด้านซอฟต์แวร์นั้น ที่สัมมนา“ก้าวสู่ผู้บริหารรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ระดับสากล และพิธีมอบประกาศนียบัตรนักบริหารรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รุ่นที่ ๑” ได้หารือตรงกันว่า จำเป็นที่ต้องเริ่มมีการบังคับมาตรฐานบางอย่าง เช่น การสนับสนุนให้ภาครัฐให้ซอฟต์แวร์แบบเปิด หรือ Open Source อย่างจริงจัง ในแง่ของ Front Office หรือระบบส่วนหน้าของการให้บริการภาครัฐ เช่น ระบบทางด้านการศึกษาควรต้องมีให้ใช้กันทั่วประเทศ, ระบบ e-Health ส่งข้อมูลคนไข้ต้องเกิดขึ้น, ID Card หรือบัตรประชาชนต้องสามารถใช้ประโยชน์ได้มากกว่านี้

ทางด้าน Back office หรือระบบหลังบ้านของการให้บริการภาครัฐ ควรจัดทำซอฟต์แวร์ด้าน Enterprise Resource Planning หรือ ERP ภาครัฐ เนื่องจากที่ผ่านมาภาครัฐต้องเสียค่าใช้จ่ายให้กับซอฟต์แวร์ต่างประเทศจำนวนมาก โดยในทางปฏิบัติจะให้แต่ละหน่วยเข้ามาประมูลแต่ละโมดูลทำในรูปแบบเดียวกันที่สามารถนำมาเชือมโยงหรือ Integrate กันได้และในระบบต่างๆ เช่น MIS, EIS, BI เป็นต้น

สำหรับระบบฐานข้อมูล หรือ Database ควรกำหนดมาตรฐานด้านข้อมูล เรื่องของ IT Audit หรือการตรวจสอบ, ความเชื่อมโยงของฐานข้อมูล Database ถ้าจะเป็นผลลัพธ์ที่ดีต้องสามารถเชื่องโยงกันได้ ปัจจุบันภาครัฐมีระบบสำมะโนครัวของกระทรวงมหาดไทย ทางมหาวิทยาลัยที่ต้องการใช้งานก็สามารถดึงข้อมูลมาใช้ได้ แต่ควรให้มีมาตรฐานการบังคับใช้ และแผนการสนับสนุนให้ใช้ทั่วประเทศ และมีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นเครื่องมือกำกับ

ส่วนทางด้านบุคลากร หรือ Peopleware นั้น ควรมี career path training roadmap หรือแนวทางการสร้างบุคลากรทางด้านไอทีอย่างชัดเจน รวมถึงเส้นทางของอาชีพที่จะดำเนินต่อไปด้วย โดยจะต้องมีระบบ IT Literacy, IT Proficiency เป็นตัวสนับสนุนในระยะยาว นอกจากนั้นการให้บริการแก้ไขปัญหาและการสนับสนุนทางกฎหมายหรือ Service & Law ต้องถูกกำหนดเป็นแนวทางขึ้นมา ตั้งแต่การ Identify หรือระบุตัวบุคคล มี 1. สิ่งที่มีติดกาย เช่น ฟิงเกอร์ปริ้นส์ หรือลายนิ้วมือ, เรติน่าหรือม่านตา, สแกนกะโหลก, DNA 2. สิ่งที่เป็น เช่น รู้ชื่อพ่อ-แม่ 3. สิ่งที่ครอบครอง เช่น บัตรเครดิต ใบขับขี่ เป็นต้น ปัจจุบันแม้จะมี smartcard แต่ยังไม่สามารถใช้ได้ ระบบนี้ต้องทำให้ smartcard ใช้ได้ทุกอำเภอก่อน ส่วนกฎหมายนั้นยังต้องการลายเซ็น ยังต้องมีกระดาษ เรื่องของ digital sign. หรือลานเซ็นแบบดิจิตอลต้องทำให้เกิดเป็นรูปธรรม

ทางด้าน e-ASEAN นั้นรัฐบาลต้องเตรียมพร้อมทางด้าน e-service หรือการให้บริการทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ โดยต้องสามารถใช้ร่วมกันได้ โดยใช้ เครื่องมือทางด้าน ICT ที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อนำไปสู่ e-ASEAN แต่จำเป็นต้องผ่าน e-government ไปให้ได้ก่อน

งานสัมมนาที่จัดขึ้น มีวัตถุประสงค์ในการแบ่งปันองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้จากการเข้าอบรมหลักสูตรนักบริหารรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ และศึกษาดูงานด้านการบริหารจัดการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจอาทิ “การบริหารจัดการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ กรณีศึกษาประเทศสหรัฐอเมริกา” การเสวนา “กรณีศึกษา การพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย” โดยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลักสูตรนักบริหารรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ รุ่นที่ ๑

View :703

ดีแทคจัดส่วนลดแพ็กเกจ BB 50% ต้อนรับคอลเลคชั่นสีขาวของ BlackBerry Bold 9900, BlackBerry Curve 9360, BlackBerry Bold 9790

December 27th, 2011 No comments

ดีแทคจัดแคมเปญ BlackBerry ต้อนรับคอลเลคชั่นสีขาว White และ White ที่สำนักงานบริการลูกค้าดีแทคและดีแทคเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ มอบของแถมพิเศษฟรี White Hard Case Limited Edition จากแบล็กเบอร์รี่ มูลค่า 890 บาท เลือกผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือน และรับเงินเครดิตคืนสูงสุด 20% เมื่อซื้อแบล็กเบอร์รี่ที่ร่วมรายการ พร้อมจัดแพ็กเกจแบล็กเบอร์รี่สุดคุ้มสำหรับลูกค้าที่ซื้อเครื่องใหม่ ด้วยส่วนลดแพ็กเกจสูงสุดถึง 50% นาน 3 เดือน โดยเริ่มต้นที่

BB Me ลูกค้าจ่ายเพียงเดือนละ 150 บาท จากเดิม 299 บาท ลูกค้าสามารถใช้งาน BBM, Chat, Social Network, BB Browser, E-mail ได้ไม่จำกัด

BB Max ให้ลูกค้าสมัครใช้งานในราคาพิเศษเพียงเดือนละ 395 บาท จากเดิม 790 บาท ลูกค้าสามารถใช้งาน BBM, Chat, Social Network, BB Browser, E-mail ได้ไม่จำกัด รวมทั้งยังสามารถใช้งาน 3G ความเร็วสูงสุด 42 Mbps ได้ไม่จำกัดอีกด้วย
นอกจากนี้เมื่อลูกค้าซื้อ ล่าสุด หน้าจอระบบสัมผัส พร้อมคีย์บอร์ด ให้ความสะดวกกว่าและเร็วกว่าบนเครือข่าย dtac 3G จะได้รับข้อเสนอพิเศษจากดีแทค โดยลูกค้าสามารถเลือกผ่อนชำระ 0% พร้อมรับเงินเครดิตคืน 20% รับส่วนลดแพ็กเกจสูงสุด 50% และรับ Soft Case มูลค่า 590 บาทฟรี

และเมื่อซื้อ BlackBerry Bold 9900, BlackBerry Torch 9810, BlackBerry Torch 9860 รับทันทีส่วนลด 1,000 บาทเพื่อซื้อแท็บเลตรุ่นใดก็ได้จากดีแทคพร้อมรับพร้อมซองใส่แท็บเล็ต มูลค่า 1,490 บาท

View :923

โนเกียลุยตลาดรับเทศกาลปีใหม่เปิดตัวโทรศัพท์มือถือ 3 รุ่น

December 27th, 2011 No comments

โนเกียลุยตลาดรับเทศกาลปีใหม่ ปล่อยโทรศัพท์รุ่นใหม่ลงตลาดพร้อมกัน 3 รุ่นให้ลูกค้าได้เลือกใช้ตามความต้องการ ได้แก่ โทรศัพท์ 2 ซิม QWERTY, โทรศัพท์ 2 ซิมสีสันสดใส, และ สมาร์ทโฟน

มร.แกรนท์ แมคบีธ กรรมการผู้จัดการ โนเกีย ประเทศไทย และตลาดเอเชียเกิดใหม่ กล่าวว่า “โทรศัพท์ 2 ซิมของโนเกียได้รับการตอบรับจากผู้ใช้งานในเมืองไทยเป็นอย่างดี ด้วยความพิเศษที่สามารถเปลี่ยนซิมได้ง่ายโดยไม่ต้องปิดเครื่อง ความง่ายในการใช้งาน ความสวยงาม และคงทนของตัวเครื่อง เราจึงส่งโทรศัพท์สองซิม 2 รุ่นใหม่สู่ตลาดพร้อมกันเพื่อให้ผู้บริโภคที่มีความต้องการแตกต่างกันได้เลือกใช้ให้ตรงกับการใช้งานจริง พร้อมส่งอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนให้ผู้บริโภคเลือกใช้รับเทศกาลปีใหม่”

Asha 200

Nokia Asha 200


Nokia Asha 200 เป็นโทรศัพท์มือถือ 2 ซิม มาพร้อมฟังก์ชั่น Easy Swap ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเปลี่ยนซิมได้ง่ายโดยไม่ต้องปิดเครื่อง มาพร้อมเทคโนโลยี location-aware ผสานประสบการณ์สมาร์ทโฟนลงในโทรศัพท์มือถือ สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต สังคมออนไลน์ อีเมล์ และข้อความส่วนตัว ได้อย่างรวดเร็ว โดยโนเกียเบราว์เซอร์สามารถบีบอัดเว็บได้ถึง 90% ช่วยให้อินเตอร์เน็ตเร็วขึ้นและประหยัดขึ้น พร้อมรองรับการใช้งาน Facebook chat, Flickr และแอพพลิเคชั่นดีๆจากโนเกีย สโตร์ สามารถบันทึกเพลงนับพันด้วยการ์ดความจำสูงถึง 32GB แบตเตอรี่สามารถ เล่นเพลงต่อเนื่องได้นานถึง 52 ชั่วโมง

Nokia Asha 200 เป็นโทรศัพท์ QWERTY สีสันสดใสที่ออกแบบมาสำหรับวัยรุ่นผู้ไม่พลาดการติดต่อทางสังคมออนไลน์ วางจำหน่ายแล้วในราคา 2,350 บาท

Nokia C2-06

Nokia Asha 200


Nokia C2-06 โทรศัพท์ 2 ซิมที่เรียบง่ายด้วยดีไซน์ แต่มีหลากหลายสีสันสดใสให้เลือก มอบการใช้งานอินเตอร์เน็ตผ่านเทคโนโลยีบีบอีดข้อมูล (data compressing) บนโนเกียเบราว์เซอร์ทำให้ค่าใช้จ่ายในการท่องอินเตอร์เน็ตลดลงและดาวน์โหลดหน้าเพจได้เร็วขึ้น ส่งผลดีต่อทั้งผู้บริโภคและผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เบราว์เซอร์ตั้งค่าหน้าแรกเป็นเว็บท้องถิ่น ทำให้ผู้ใช้เข้าถึงคอนเทนท์ที่ต้องการได้ทันที และ tab ที่เชื่อมเว็บโปรดและเว็บก่อนหน้าได้อย่างง่ายดาย จัดเต็มด้วยวิทยุเอฟเอ็ม media player และหน่วยความจำที่สามารถขยายได้ถึง 32GB ทำให้ผู้ใช้สามารถจัดเก็บรูปภาพ วิดีโอ และเพลงได้มากอย่างที่ต้องการ

Nokia C2-06 เหมาะกับผู้ที่ต้องการเชื่อมต่อข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตได้ทุกที่ทุกเวลา วางจำหน่ายแล้วในราคา 3,150 บาท

Nokia C5-06

Nokia C5-06


Nokia C5-06 เป็นสมาร์ทโฟนหน้าจอระบบสัมผัสให้คุณติดต่อสื่อสารกับบุคคลสำคัญได้ตลอดเวลา เข้าถึงรายชื่อโปรดของคุณด้วยสัมผัสเดียวจากหน้าจอหลัก แบ่งปันตำแหน่งที่อยู่ของคุณผ่าน Facebook ด้วยตัวรับสัญญาณ A-GPS ในตัวและระบบนำทางฟรี รับฟีดข้อความทันทีจาก Facebook, Twitter หรือสังคมออนไลน์อื่นๆ รับความบันเทิงขณะเดินทางด้วยการสตรีมวิดีโอ และทดลองเล่นเกมส์ใหม่ๆ ท่องเว็บด้วยการเชื่อมต่อ Wi-Fi ความเร็วสูง พรั่งพร้อมด้วยแอพพลิเคชั่นต่างๆ อาทิ Quick Office Reader, Amazon Widget, Podcasting,โปรแกรมตกแต่งรูปภาพ ฯลฯ หน่วยความจำภายใน 40 MB สามารถขยายด้วย MicroSD ได้สูงสุดถึง 16 GB

Nokia C5-06 เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการพลาดทั้งด้านธุรกิจและสังคมออนไลน์ วางจำหน่ายแล้วในราคา 4,550 บาท

View :1275

ดีแทค ลุยแคมเปญสมาร์ทโฟนส่งท้ายปี รับเงินคืนสูงสุด 20% พร้อมผ่อน 0% 10เดือน และพิเศษรับส่วนลดเพิ่ม 1,000 บาทเมื่อซื้อพร้อมแท็บเล็ต

December 27th, 2011 No comments

ดีแทครุกทำตลาดสมาร์ทโฟนควบคู่แท็บเล็ต ออกโปรโมชั่น Single fun & Double joy มอบข้อเสนอพิเศษทางการชำระเงิน และส่วนลดค่าบริการรายเดือนสำหรับลูกค้าดีแทคที่ซื้อสมาร์ทโฟนพร้อมสมัครแพ็กเกจสุดคุ้ม และพิเศษยิ่งขึ้นด้วยส่วนลดค่าเครื่องเพิ่ม 1,000 บาท เมื่อซื้อคู่พร้อมiPad2 หรือ Samsung Galaxy Tab 8.9 เพื่อฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

นายปภาพรต ภู่ประเสริฐ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายธุรกิจอุปกรณ์สื่อสาร บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า สมาร์ทโฟนจากดีแทคได้รับการตอบรับที่ดีมากจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เราได้ทำตลาดมา โดยล่าสุดการเปิดจองและจำหน่าย iPhone 4S ของดีแทคประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากได้รับความสนใจจากลูกค้าในกรุงเทพฯและจังหวัดต่าง ๆ ทำให้ดีแทคเป็นโอเปอเรเตอร์รายเดียวที่วางจำหน่าย iPhone 4S ให้กับสาวก iPhone ทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันเปิดตัวในเมืองไทย และสามารถส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องที่สำนักงานบริการลูกค้าดีแทค และดีแทคเซ็นเตอร์ที่ได้สิทธิจำหน่ายทั่วประเทศ

และเพื่อต่อยอดความสำเร็จข้างต้น ดีแทคออกแคมเปญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้กับลูกค้าสมาร์ทโฟน โดยมอบข้อเสนอ Single Fun ให้ลูกค้าได้เงินเครดิตคืนสูงสุดถึง 20% และผ่อนชำระ 0% นาน 10 เดือน หรือเลือกผ่อนยาวนาน 20 เดือน โดยลูกค้าสามารถเลือกชำระผ่านบัตรเครดิตชั้นนำจำนวนมากที่เข้าร่วมรายการ อีกทั้งลูกค้ายังได้รับ case มูลค่า 1,490 บาทเมื่อซื้อ iPad 2 หรือ Galaxy Tab 8.9พิเศษยิ่งขึ้นกับ Double Joy ที่ให้ลูกค้าจะได้รับส่วนลด 1,000 บาททันทีเมื่อซื้อเครื่องสมาร์ทโฟน และ iPad 2หรือ Samsung Galaxy Tab 8.9 พร้อมกัน ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์นี้ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2555

พร้อมกันนี้ ดีแทคขยายสิทธิการสมัครแพ็กเกจสุดคุ้ม Super Deal ออกไปอีก โดยแพ็กเกจ Super Deal ให้ส่วนลดค่าบริการรายเดือนมูลค่าสูงสุด 400 บาทต่อเดือนตั้งแต่เดือนแรก และรับส่วนลดนานถึง 18 เดือน ประกอบด้วย Super Deal M ให้ลูกค้าสามารถใช้งานโทรฟรีทุกเครือข่าย 250 นาที/เดือน ใช้งาน 3G ได้ไม่จำกัดอย่างเต็มสปีด ที่ราคาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 280 บาท และ Super Deal L ลูกค้าจะสามารถใช้งานโทรฟรีทุกเครือข่าย 550 นาที/เดือน ใช้งาน 3G ได้ไม่จำกัดอย่างเต็มสปีด ที่ราคาเริ่มต้นเพียงเหลือเพียงเดือนละ 499 บาท ลูกค้าสามารถสมัครแพ็กเกจ Super Deal ได้เมื่อซื้อ iPhone 4S และสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่จากดีแทค ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2554

View :922
Categories: Press/Release Tags: , ,

เอไอเอสยืนยันจัดเต็มเครือข่ายช่วงเทศกาลปีใหม่

December 27th, 2011 No comments

เอไอเอส เตรียมจัดเต็มเครือข่ายเป็นพิเศษ เพื่อรองรับการใช้งานในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2555

นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส เปิดเผยถึง มาตรการเตรียมความพร้อม ด้านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่จะมาถึงนี้ว่า “เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านสามารถส่งความสุขถึงกันได้อย่างไม่ขาดตอนระหว่างช่วงของการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ เอไอเอสจึงได้เตรียมความพร้อมเครือข่ายอย่างเต็มที่ ประกอบด้วย

1. การเตรียมความสามารถในการรองรับการใช้งาน (Capacity Preparation)
เพิ่มปริมาณในการรองรับการใช้งาน (Radio Capacity) ในแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่จัดกิจกรรม Count Down ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเป็นพิเศษ รวมถึงสถานีรถโดยสารต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหมอชิต,เอกมัย หรือสายใต้ใหม่ โดยเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานจากปกติอีกกว่า 50% ของการใช้งาน ทุกประเภท ทั้งนี้ในส่วนของ SMS นั้น รองรับได้ถึง 24 ล้านข้อความต่อชั่วโมงและ MMS รองรับได้ถึง 400,000 ข้อความต่อชั่วโมง รวมไปถึง Data ที่เพิ่มการรองรับขึ้นอีก.เท่าตัว
2. การเตรียมความพร้อมของบุคลากร (Resource Preparation)
นอกเหนือจากวิศวกรที่ปฏิบัติหน้าที่ 24 ชั่วโมง ตามปกติ ณ ศูนย์บริหารเครือข่าย ส่วนกลาง (Network Management Center) และศูนย์บริหารเครือข่ายส่วนภูมิภาค (Regional Operation Center) แล้ว ยังได้เตรียมวิศวกร Stand by เพิ่มเติม ณ บริเวณสถานีฐานในเขตกรุงเทพฯและหัวเมืองทั่วประเท ในช่วงคืนวันที่ 31 ธันวาคม ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้รวมไปถึง Call center ที่พร้อมเป็นผู้ช่วยคุณ 24 ชั่วโมงเช่นเดิม
3. แผนรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน (Contingency Plan)
ทีมผู้บริหารและพนักงานทุกส่วนเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง และติดตามการใช้งานในทุกๆบริการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาหรือเพิ่มปริมาณการใช้งานได้อย่างทันท่วงที รวมไปถึงการเตรียมความพร้อม ร่วมกับฝ่ายอาคารและสถานที่ในทุกพื้นที่พร้อมทั้งประสานงานร่วมกับผู้ให้บริการรายอื่นๆทั้งในและต่างประเทศ, Supplier, Subcontractors, Content Provider รวมไปถึงการไฟฟ้าฯ เพื่อให้สามารถประสานงานแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
“ทั้งนี้ในนามของเอไอเอส ขออวยพรให้ประชาชนชาวไทย มีความสุขสดชื่น ตลอดจนมีสุขภาพ แข็งแรง รวมถึงประสบความสำเร็จในกิจการงานทุกๆอย่างสมตามที่หวังไว้ในศักราชใหม่ที่จะถึงนี้ สำหรับเอไอเอสแล้วก็จะยังคงทำหน้าที่มอบบริการที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ทุกท่านอย่างต่อเนื่องต่อไป” นางวิไล กล่าวในตอนท้าย

View :828
Categories: Press/Release, Telecom Tags: ,