Archive

Archive for August, 2013

ทรูมูฟ เอช เปิดตัวซิม “ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” แบบรายเดือน รับเน็ตเพิ่มฟรีสูงสุด 1 GB/เดือน

August 28th, 2013 No comments

ดูทรูวิชั่นส์ ผ่านแอพฯ “ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” จุใจกว่า 140 ช่อง ทุกที่ ทุกเวลา
160 SIM pack 2
กรุงเทพฯ 28 สิงหาคม 2556 – ทรูมูฟ เอช ชวนลูกค้าเชียร์กีฬาระดับโลกและอีกหลากหลายรายการคุณภาพจากทรูวิชั่นส์บนมือถือผ่านเครือข่าย 4G LTE และ 3G ที่ดีที่สุดกับ “ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” แอพพลิเคชั่นโมบายล์เพย์ทีวีที่ดีที่สุด พร้อมเปิดตัวซิมใหม่ “ซิมทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” แบบรายเดือน ที่มอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้ม ฟรีอินเทอร์เน็ตเพิ่มทุกเดือน นาน 12 เดือน สำหรับรับชมรายการผ่านบริการทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์ โดยลูกค้าที่สมัครใช้แพ็กเกจตั้งแต่ 699 บาท/เดือนขึ้นไป รับอินเทอร์เน็ตเพิ่มฟรี 1 GB หรือ รับอินเทอร์เน็ตเพิ่มฟรี 500 MB เมื่อใช้แพ็กเกจน้อยกว่า 699 บาท/เดือน “ซิมทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” แบบรายเดือน ราคาเพียง 69 บาท เลือกแพ็กเกจได้ตามไลฟ์สไตล์การใช้งานทั้ง iSmart, iNet และ iTalk วางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ทรูช้อป ทรูพาร์ตเนอร์ และเพื่อนคู่ค้าที่ร่วมรายการ

“ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” บริการสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าทรูมูฟ เอช ที่เป็นสมาชิกทรูวิชั่นส์แพ็กเกจแพลทินัม เอชดี, โกลด์ เอชดี และซูเปอร์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ อัดแน่นด้วยรายการคุณภาพจากทรูวิชั่นส์ มากกว่า 1,760 รายการต่อเดือน ชมช่องเอชดี 15 ช่อง และช่องรายการอีกหลากหลาย รวม 140 ช่อง เต็มอิ่มจุใจกับกีฬาระดับโลกหลากหลายประเภทในรูปแบบ HD ทั้งฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ลาลีกา สเปน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี, บาสเกตบอลเอ็นบีเอ และทรูวิชั่นส์เชียร์ไทย ลุ้นเชียร์นักกีฬาไทยชิงแชมป์โลก ไม่ว่าจะเป็นแบดมินตัน วอลเล่ย์บอล เทนนิส กอล์ฟ และอื่นๆ รวมทั้งสุดยอดรายการอีกมากมาย อาทิ MUTV, การ์ตูนสุดฮิต Ben10, ทรู อคาเดมี แฟนเทเชีย ซีซั่น 10, ภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ คอนเสิร์ตเกาหลีและคอนเสิร์ตต่างประเทศ ลูกค้าทรูมูฟ เอช ดูฟรีนานสูงสุด 2 ปี (ค่าบริการทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์ 299 บาท/เดือน) ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น “ทรูวิชั่นส์ เอนิแวร์” ได้ฟรีที่แอพสโตร์ สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS หรือ เพลย์สโตร์ สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ หรือลงทะเบียนผ่าน http://truevisions.tv

View :904
Categories: Press/Release Tags:

ลูกค้าดีแทคยิ้มรับโบนัสพิเศษสุด ใช้เฟซบุ๊คเมสเซนเจอร์และสติ๊กเกอร์ฟรี เป็นครั้งแรกในประเทศไทย

August 28th, 2013 No comments

27 สิงหาคม 2556 – ดีแทคเปิดตัวเฟซบุ๊คเมสเซนเจอร์และสติ๊กเกอร์ในเฟซบุ๊คฟรีเฉพาะลูกค้าดีแทค พร้อมประกาศเป็นผู้ให้บริการเฟซบุ๊คบนมือถือที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ในแต่ละเดือนมีลูกค้าดีแทค ประมาณ 7.5 ล้านคน ที่ใช้เฟซบุ๊คบนโทรศัพท์มือถือ โดยตามสถิติ 50% ของผู้ใช้เฟซบุ๊คบนมือถือในประเทศไทยเป็นลูกค้าดีแทค ซึ่งมากกว่าผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายอื่นๆ

สติ๊กเกอร์ประสบความสำเร็จในเอเชีย เนื่องจากการแข่งขันที่สูงของแอพลิเคชั่นแชท (Chat) ตัวอย่างเช่น ไลน์ (Line) และวอทส์แอพพ์ (WhatsApp) ทำให้เฟซบุ๊คต้องหันมาให้ความสำคัญกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่างดีแทค เมื่อต้นปี 2556 เฟซบุ๊คเปิดตัวบริการแชทใหม่ชื่อว่า และเลือกให้ดีแทคเป็นพาร์ทเนอร์ในประเทศไทย บริการนี้ได้เปิดใช้งานเมื่อเดือนกรกฎาคม 2556 และเฟซบุ๊คได้เปิดตัว “” เป็นครั้งแรก โดยเป็นส่วนหนึ่งของเฟซบุ๊คเมสเซนเจอร์ ที่ให้บริการฟรีนานถึง 90 วัน ซึ่งถือเป็นโบนัสพิเศษสำหรับลูกค้าดีแทค

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “คนไทยชอบใช้บริการโซเชียลมีเดียและแชท ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้แอพพลิเคชั่นอย่างเฟซบุ๊ค ว็อทสแอพพ์ และไลน์เป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมากกว่า 80% ของผู้ใช้บริการดีแทคใช้บริการโซเชียลมีเดียและบริการแชททุกวัน ความนิยมในแอพพลิเคชั่นไลน์สูงขึ้นกว่าว็อทสแอพพ์อย่างเห็นได้ชัดเป็นเพราะสติ๊กเกอร์ วัยรุ่นและเด็กชอบที่จะแสดงความรู้สึกผ่านสติ๊กเกอร์ ที่เพิ่มความสนุกในการแชทและการแสดงความรู้สึกได้ชัดเจน เพราะบางครั้งการสื่อด้วยสติ๊กเกอร์จะดีกว่าการใช้คำ ดีแทคเป็นผู้ให้บริการมือถือรายแรกในประเทศไทยที่นำเสนอสติ๊กเกอร์บนเฟซบุ๊ค และดีแทคยังเป็นผู้ให้บริการแห่งที่สองของโลกที่จัดเฟซบุ๊คสติ๊กเกอร์ให้แก่ลูกค้า”

สติ๊กเกอร์เป็นสัญญลักษณ์ที่แสดงอารมณ์ (Emoticon) ซึ่งมันสื่อถึงบางสิ่งบางอย่างผ่านทางรูปภาพ ไอคอนเหล่านั้นเป็นได้ทั้งลักษณะภาพสะท้อนสมัยนิยมขณะนั้น หรือเป็นรูปสัตว์ทำท่ากอด หรือภาพถ้วยกาแฟง่ายๆรูปหนึ่ง ที่ผ่านมาแอพพลิเคชั่นไลน์ประสบความสำเร็จอย่างมากในการนำเสนอสติ๊กเกอร์สู่ผู้ใช้งานในทวีปเอเชีย และตอนนี้เฟซบุ๊คกำลังตอบโจทย์การแข่งขันนี้ด้วยการมีสติ๊กเกอร์ของเฟซบุ๊คเองบ้าง
ความน่าดึงดูดของตลาดในประเทศไทย ช่วยสร้างความเป็นพันธมิตรที่ดีระหว่างดีแทคและเฟซบุ๊คให้ประสบความสำเร็จยิ่งขึ้น โดยในขณะนี้กรุงเทพมหานครเป็นเมืองอันดับหนึ่งของโลกในการใช้เฟซบุ๊ค และตำแหน่งทางการตลาดของดีแทครวมถึงฐานลูกค้าที่ใช้เฟซบุ๊คด้วย และเหนือสิ่งเหล่านั้นกลุ่มบริษัทเทเลนอร์ ได้คงความเป็นพันธมิตรระดับโลกกับทางเฟซบุ๊ค สิ่งนี้ทำให้ยักษ์ใหญ่แห่งโซเชียลมีเดียมีจุดเดียวที่สามารถเข้าถึงทุกตลาด (single point of entry) ผ่านทางเครือข่ายของเทเลนอร์ที่มีผู้ใช้บริการกว่า 150 ล้านรายทั่วโลก

View :508

กสทช กับความเสียหายของประเทศจากความล่าช้าในการประมูลคลื่น 4G

August 28th, 2013 No comments

โดย เดือนเด่น นิคมบริรักษ์
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย

เมื่อสัปดาห์ก่อน ผู้เขียนดูรายการตลกของคุณ โน้ต อุดม แต้พานิช คุณโน้ตบอกว่าเรา (คนไทย) มักคิดว่าเราดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านเรา แต่ลาวเขามี 4G มานานแล้ว แต่ประเทศไทยสงสัยจะต้องรอ “ชาติหน้า”

ความล้าหลังทางด้านโทรคมนาคมของประเทศไทยนั้นมิได้เป็นเพียงเรื่องขบขัน ในการจัดลำดับความสามารถในการแข่งขันล่าสุดของ Institute of Management Development (IMD) ในปี พ.ศ. 2555 พบว่า คุณภาพของบริการหลัก 5 ประเภท ได้แก่ บริการขนส่งทางบก ขนส่งทางอากาศ การเงิน พลังงาน และ โทรคมนาคม ประเทศไทยมาเป็นอันดับที่สามในอาเซียนตามหลังสิงคโปร์ และ มาเลเซียทุกบริการ ยกเว้นบริการโทรคมนาคมซึ่งมาเป็นอันดับที่ 4 แพ้ฟิลิปปินส์ซึ่งมีระดับการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่ด้อยกว่าไทย

ผู้เขียนเห็นว่า ที่ผ่านมาพัฒนาการของกิจการโทรคมนาคมล้าหลังมีปัญหามากมายสืบเนื่องจากอุปสรรคหลายประการ เช่น ระบบสัมปทาน ความล่าช้าในการสรรหากรรมการของหน่วยงานกำกับดูแล การแก้ไขกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ การฟ้องร้องเรื่องการประมูลคลื่น 3G ครั้งแรก ฯลฯ ปัญหาทั้งหลายเกิดจากผลประโยชน์อันมหาศาลของกิจการโทรคมนาคมทำให้เกิดการแย่งชิงผลประโยชน์กัน แต่ในที่สุดเราก็เริ่มปลดล็อคปัญหาได้ จากการที่มีการประมูลคลื่น 3G เมื่อปลายปีที่แล้ว แม้การประมูลคลื่นความถี่ครั้งนั้น เป็นเสมือนการ “แจกคลื่น” มากกว่า เพราะไม่มีการแข่งขันจริงระหว่างผู้ประมูล 3 ราย

มาปีนี้ ประเทศไทยมีความหวังที่จะได้ใช้บริการ 4G ซึ่งมีความเร็วในการดาวน์โหลดข้อมูลสูงสุดถึง 100 Mbps หรือมากกว่า 3G ห้าเท่าดังเช่นในลาว เนื่องจากสัมปทานคลื่น 1800 MHz ของบริษัท ทรู และ ดีพีซี จะสิ้นสุดลงในเดือนกันยายน แต่สุดท้ายแล้ว คณะกรรมการกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กสทช.) กลับตัดสินใจที่ให้ผู้ประกอบการรายเดิมใช้คลื่นต่อไปอีก 1 ปี โดยอ้างว่าเพื่อที่จะให้ผู้ใช้บริการใช้บริการได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เกิดเหตุ “ซิมดับ” คำถามคือ ปัญหา “ซิมดับ” นั้นเป็นปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือ เป็นปัญหาที่ กสทช. ก่อขึ้นมาเอง

ผู้เขียนเห็นว่า การกระทำของ กสทช. ที่ผ่านมาน่าจะสะท้อนกรณีหลังมากกว่า เนื่องจาก กสทช. ละเลยที่จะดำเนินการใดๆ เพื่อป้องกันปัญหาซิมดับ แม้จะทราบข้อมูลดังกล่าวแล้วตั้งแต่มารับหน้าที่ในปี พ.ศ. 2554 และมีการจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่ ตั้งแต่เดือน เมษายน ปี พ.ศ. 2555 ซึ่งระบุชัดเจนว่า คลื่นความถี่เมื่อหมดอายุสัมปทานแล้วต้องคืนเพื่อนำมาประมูล บริษัทเอกชน คือทั้งทรูและดีพีซีก็เคยมีจดหมายถึง กสทช. ว่าพร้อมโอนเลขหมายทั้งหมดเมื่อหมดอายุสัญญา โดยทรูมูฟจะโอนลูกค้าไปให้เรียลมูฟ และ ดีพีซีจะโอนลูกค้าซึ่งมีเพียงไม่ถึงแสนรายให้ กสท. แต่ กสทช. กลับนิ่งเฉยต่อข้อเสนอของเอกชนที่มีการเสนอเข้ามาตั้งแต่ ต้นปี พ.ศ. 2555

คณะอนุกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารคลื่นความถี่วิทยุโทรคมนาคมระบบเซลลูล่า Digital PCN 1800 ซึ่งผู้เขียนได้เข้าร่วมเป็นกรรมการ ได้เสนอให้ กสทช. ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการหมดอายุสัญญาสัมปทานอย่างเร่งด่วนตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ เพื่อให้ผู้ใช้บริการรับทราบ และ มีโอกาสในช่วงเวลา 8 เดือนที่จะเลือกที่จะย้ายไปค่าย True move H AIS หรือ ได้ตามความสมัครใจ แต่ กสทช. กลับไม่ดำเนินการแต่อย่างใดในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมา ผู้เขียนเพิ่งเห็นประกาศแจ้งการหมดอายุสัมปทานลงหนังสือพิมพ์เมื่อต้นเดือนสิงหาคม ก่อนสัญญาสัมปทานจะสิ้นสุดลงเพียง 1 เดือนกว่า

การที่ผู้ใช้บริการไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการหมดอายุสัมปทาน ทำให้ยังคงมีการเปิดใช้บริการหมายเลขใหม่และ สมัครบริการเสริมใหม่ที่มีรายการส่งเสริมการขายหรืออายุการใช้งานเกินระยะเวลาสัมปทาน รวมทั้งมีการเติมเงินจำนวนมากที่อาจใช้ไม่หมดเมื่อสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง ฯลฯ จึงไม่เป็นที่แปลกใจว่า เหตุใดจึงมีผู้ใช้บริการจำนวนมากที่ค้างอยู่ในระบบที่จะได้รับความเดือดร้อนหากมีการระงับการให้บริการของผู้ประกอบการรายเดิม

ความล่าช้าในการประมูลคลื่น 1800 MHz มีต้นทุนที่สูงต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย ผู้เขียนได้เคยประมาณการอย่างคร่าวๆ ว่า ความเสียหายดังกล่าวน่าจะมีมูลค่าประมาณ แสนกว่าล้านบาทต่อปี ตัวเลขดังกล่าวอ้างอิงมาจากบทความทางวิชาการ ซึ่งประเมินความเสียหายจากความล่าช้าในการประมูลคลื่น 3G ในประเทศอังกฤษ ว่า ความเสียหายที่มีมูลค่าสูงที่สุด ไม่ใช่ความเสียหายจากรายได้จากการประมูล แต่มาจากค่าเสียโอกาสของภาคธุรกิจและผู้ใช้บริการที่จะใช้บริการสื่อสารข้อมูลรูปแบบใหม่ๆ และที่รวดเร็ว ซึ่งประเมินได้ว่ามีมูลค่าประมาณ 5-7 เท่าของราคาคลื่นความถี่ที่ใช้ในการให้บริการต่อปี[1]

ผู้เขียนมีความเห็นว่า คลื่น 1800 MHz หรือ คลื่น 4G นั้นน่าจะมีราคาไม่น้อยกว่าคลื่น 3G ดังจะเห็นได้ว่า True ได้นำคลื่นที่ 2.1 GHz ที่ประมูลได้เมื่อปลายปีที่แล้วไปเปิดให้บริการ 4G แทน 3G หากเรานำราคาคลื่น 3G ที่ 4500 ล้านบาทต่อ 5 MHz มาประมาณการรายได้ในกรณีที่มีการประมูลคลื่น 1800 MHz ซึ่งมีทั้งหมด 25 MHz ในเดือนกันยายนปีนี้ จะได้เป็นวงเงิน 22,5000 ล้านบาท เมื่อคูณด้วย 5 – 7 ก็จะได้ค่าเสียโอกาสประมาณ 112,500 – 157,500 บาทต่อปี

ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประมาณการเพียงคร่าวๆ เพื่อให้สาธารณชนสามารถตระหนักถึงขนาดของความเสียหายที่เกิดกับเศรษฐกิจของประเทศจากความล่าช้าในการมีบริการ 4G เพราะดูเหมือน กสทช. จะไม่ได้ให้ความสนใจใดๆ แก่ประเด็นนี้ หากแต่จะมุ่งเน้นแต่เรื่องของการป้องกันมิให้เกิดปัญหาซิมดับซึ่งแท้จริงแล้วตนเป็นผู้ก่อขึ้นมาเอง

อนึ่ง การที่ กสทช. ให้ข่าวว่าตัวเลขความเสียหายดังกล่าวสูงเกินควรเพราะคลื่น 1800 MHz มีการใช้งานอยู่แล้วมิใช่คลื่นใหม่เช่น 2.1 GHz นั้นฟังไม่ขึ้น เพราะลูกค้าในระบบทั้งหมดสามารถโอนย้ายไปยังคลื่นอื่นๆ ที่มีอยู่ได้ตามที่ผู้ให้บริการรายเดิมเสนอ แต่ กสทช. คงยืนกรานว่าจะต้องให้บริษัทเอกชนใช้คลื่นที่หมดอายุสัญญาสัมปทานในการรองรับลูกค้าเท่านั้นเหมือนกับมีธงปักไว้แล้ว

ผู้เขียนได้ศึกษาแนวทางในการโอนย้ายผู้ใช้บริการจำนวนมาก (mass migration) ในต่างประเทศ พบว่า หน่วยงานกำกับดูแลจะทำแผนและเตรียมการประมูลและการโอนย้ายผู้ใช้บริการล่วงหน้าก่อนที่ใบอนุญาตจะหมดอายุลงล่วงหน้านับปีเพื่อหลีกเลี่ยงความจำเป็ในการยืดอายุใบอนุญาต แต่จนบัดนี้ กสทช. ยังไม่มีแผนและมาตรการโอนย้ายและเยียวยาผู้ใช้บริการที่ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ ไม่มีการจัดตั้งอนุกรรมการประมูลคลื่น 1800 MHz ไม่มีการจัดจ้างที่ปรึกษามาคำนวณราคาขั้นต่ำ ฯลฯ ดังนั้น ข้ออ้างว่า “ ทำไม่ทัน” จึงเป็นข้ออ้างที่รับไม่ได้ เพราะข้อมูลเชิงประจักษ์แสดงให้เห็นชัดเจนว่า กสทช. “ไม่ได้ทำอะไร” มากกว่า

ผู้เขียนเห็นว่า เรามีความจำเป็นต้องทบทวนรูปแบบของ “องค์กรอิสระ” กำกับดูแลกิจการสาธารณูปการทั้งหลาย เพราะดูเหมือนองค์กรเหล่านี้มีแต่ความเป็นอิสระ (independence) ทั้งในการตัดสินใจ งบประมาณ และบุคลากร หากแต่ขาดความรับผิดชอบต่อผลงาน (accountability) หากเราต้องการให้มีการใช้เงินของรัฐปีละ 3,500 ล้านบาทให้เกิดประโยชน์แก่กิจการโทรคมนาคม คงจะต้องมาช่วยกันตรวจสอบการทำงานของ กสทช. มากขึ้น.

View :505

ลูกค้าดีแทคยิ้มรับความสะดวก ปลอดภัยเหนือระดับ ด้วยบริการ “ Operator Billing” ซื้อแอพพลิเคชั่นชำระผ่านบิลดีแทคได้แล้ว

August 26th, 2013 No comments

26 สิงหาคม 2556 – ดีแทคมอบความสะดวก และปลอดภัยเอาใจลูกค้าผู้ใช้สมาร์ทโฟน ที่ต้องการซื้อแอพพลิเคชั่นได้ดาวน์โหลดมาใช้บนมือถือ ด้วยบริการ “” บริการซื้อแอพพลิเคชั่นแล้วชำระเงินโดยตัดบิลดีแทคได้เลย เริ่มแล้ววันนี้สำหรับผู้มือถือบนระบบปฏิบัติการ วินโดว์โฟน และจะทยอยเปิดให้บริการสำหรับระบบปฎิบัติการแอนดรอยด์ ไอโอเอส และแบล็คเบอรี่ได้ครบภายในสิ้นปีนี้ ให้ผู้ใช้งานเลือกดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ชื่นชอบได้สะดวก ปลอดภัยมั่นใจได้และง่ายยิ่งขึ้น

นายปกรณ์ มโนรมย์ภัทรสาร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาดธุรกิจโพสต์เพด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคได้ตั้งเป้าหมายในการเป็นผู้นำบริษัทที่ให้บริการ ทางด้านโมบายล์ อินเตอร์เน็ต เพื่อส่งเสริมให้คนไทยทุกคน สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตจากโทรศัพท์มือถือหรืออุปกรณ์พกพาต่างๆได้ทุกที่ ทุกเวลาอย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ เพื่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารและโอกาสต่าง ๆ ในการใช้งานที่เท่าเทียมกัน โดยการสร้างสรรค์รูปแบบการให้บริการเป็น One Digital ที่ผสมผสานการใช้เทคโนโลยี แอพพลิเคชั่น และบริการที่ช่วยอำนวยความสะดวก เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า

ล่าสุดเปิดบริการใหม่ สำหรับผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนบนระบบปฏิบัติการ วินโดว์โฟน ให้ได้รับความสะดวกในการซื้อแอพพลิเคชั่นและชำระเงินผ่านบิลของดีแทค โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยและความยุ่งยากในการชำระเงินอีกต่อไป และยังสามารถตรวจสอบได้ง่ายจากบิลใบเดียว เรียกว่าเป็นการจัดหมวดหมู่ค่าใช้จ่ายให้ง่ายต่อการควบคุมจัดการ

พฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคเป็นมัลติฟังก์ชั่นมากขึ้น การใช้บริการดาต้าจึงเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะโมบายคอนเทนต์ และโซเชียลเน็ตเวิร์ค ซึ่งมีการวิจัยระบุว่าลูกค้าที่ซื้อสมาร์ทโฟนจะใช้แอพโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่างน้อยหนึ่งแอพ และมีการติดต่อสื่อสารผ่านแอพพลิเคชั่นมากขึ้น โดยปัจจุบัน ลูกค้าดีแทคมีการใช้งานดาต้าในแต่ละวัน มีการใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คกว่า 70% และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆทำให้มีการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่วนหนึ่งของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น เป็นกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ที่ยังไม่มีบัตรเครดิตสำหรับซื้อแอพพลิเคชั่น ดังนั้นบริการ Operator Billing จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเลือกซื้อแอพพลิเคชั่นดีๆ มีประโยชน์มาใช้บนสมาร์ทโฟนได้ง่ายขึ้น

นอกจากนั้น Operator Billing จะช่วยเรื่องการเติบโตของอุตสาหกรรมแอพพลิเคชั่นในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีนักพัฒนาแอพดีๆ ชาวไทยอยู่จำนวนไม่น้อย การที่เราสามารถอำนวยความสะดวกให้กับคนไทยได้อุดหนุนแอพพลิเคชั่นดีๆ ของคนไทยด้วยกันเอง จะทำให้ระบบนิเวศน์สื่อสารไร้สายของไทยแข็งแกร่งขึ้น”

View :451
Categories: Application Tags:

เอชพี ผู้นำไอทียุคใหม่

August 24th, 2013 No comments

20130823.101502

กรุงเทพฯ, 23 สิงหาคม 2556 – ผู้นำด้านไอทีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมตั้งแต่ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ บริการ และโซลูชั่น สำหรับลูกค้ารายบุคคล และลูกค้าองค์กรธุรกิจทุกขนาด ที่สร้างสรรค์นวัตกรรมและพอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับธุรกิจต่างๆ ส่งผลให้เอชพีสามารถช่วยให้ลูกค้าองค์กรต่างๆ จัดการและได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยี เพื่อยกระดับสู่ “” (New Style of IT)

ในปัจจุบัน ตลาดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วไปสู่ “ไอทียุคใหม่” ทำให้หลายองค์กรอาจตกขบวนไปได้หากไม่สามารถปรับตัวได้อย่างทันท่วงที ทั้งนี้ เอชพีได้ทุ่มเทความคิดและเวลาอันยาวนานในการวิเคราะห์ตลาดและหน่วยธุรกิจต่างๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนากลยุทธ์ทางธุรกิจที่ชัดเจนและแม่นยำ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ไอทียุคใหม่” ได้แก่ การเปลี่ยนรูปแบบไปสู่ระบบไอทีที่เชื่อมโยงการทำงานสำหรับผู้บริโภคและองค์กรธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เกือบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อย่างไรก็ตาม ในทุกๆ ยุคสมัยจะต้องมีธุรกิจที่เข้ามาเปลี่ยนโครงสร้างของสังคม ซึ่งตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมานั้น ไอทีนับว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรม ซึ่งไม่ได้มีบทบาทในการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทางธุรกิจ และการทำงานของแต่ละคนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงวิธีการสื่อสารและการทำงานร่วมกันของผู้คนอีกด้วย

สำหรับลูกค้าของเอชพีนั้น ไอทียุคใหม่ ประกอบด้วย ความสะดวกง่ายดาย ความคล่องตัวยิ่งขึ้น ความรวดเร็ว รวมถึงต้นทุนที่ต่ำลง นอกจากนี้ ยังขับเคลื่อนด้วยเทรนด์ต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ได้แก่ เทคโนโลยีคลาวด์ ระบบความปลอดภัย โมบิลิตี้ และข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กดาต้า ซึ่งเทรนด์เหล่านี้ก่อให้เกิดโอกาสทางธุรกิจแต่ขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับความท้าทายอีกมากมาย ลูกค้าต่างต้องการความช่วยเหลือจากผู้ให้คำแนะนำที่เชื่อถือได้ในการกำหนดทิศทางของโลกยุคใหม่อย่างชาญฉลาด นอกจากนี้ ยังต้องการโซลูชั่นแบบครบวงจร เพื่อช่วยในการแก้ปัญหาทางธุรกิจที่ยุ่งยาก

เอชพี มุ่งมั่นที่จะช่วยลูกค้าจัดการกับความท้าทาย และโอกาสต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน โดยมีความพร้อมที่จะนำเสนอโซลูชั่นสำหรับไอทียุคใหม่ตามที่ลูกค้าต้องการ ทั้งคุณสมบัติด้านความเชี่ยวชาญไอที และระบบเปิด ตลอดจนพันธมิตรชั้นนำต่างๆ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่ครบวงจรทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ และบริการ

ไอทียุคใหม่ ประกอบด้วย

· เทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud): นำไปสู่โลกไฮบริดที่มีการผนวกรวมทั้งคลาวด์แบบส่วนตัว แบบที่มีการจัดการ และแบบสาธารณะ รวมถึงระบบไอทีแบบดั้งเดิม

· โมบิลิตี้ (Mobility): การทำงานแบบเคลื่อนที่ คือ กุญแจนำไปสู่ความสำเร็จของโมบายล์ คอมพิวติ้ง ซึ่งหมายถึงแพลทฟอร์มที่ครอบคลุมทุกระบบ ตั้งแต่อุปกรณ์ต่างๆ ไปจนถึงซอฟท์แวร์ หรือระบบสำหรับผู้บริโภคทั่วไปจนถึงระดับองค์กรธุรกิจ เป็นต้น

· ระบบความปลอดภัย (Security): จากการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของ การทำงานแบบเคลื่อนที่ และคลาวด์ ทำให้อุปกรณ์เชื่อมต่อ (access point) ทำงานแบบไม่มีที่สิ้นสุด และภัยคุกคามต่างๆ มีความซับซ้อน ทนทาน และคาดเดาได้ยากยิ่งขึ้น ระบบรักษาความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งจำเป็น

· บิ๊กดาต้า (Big Data): ความท้าทายที่แท้จริงของลูกค้าในการรับมือกับบิ๊กดาต้านั้น ไม่ใช่เพียงแค่ปริมาณข้อมูลแบบดั้งเดิมที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึง การควบคุมปริมาณ ความเร็ว และความหลากหลายของข้อมูลอีกด้วย

View :515

ดีแทคมอบเงินสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้แก่น้องเมย์ รัชนก อินทนนท์ หลังคว้าแชมป์โลกแบดมินตัน 2013

August 24th, 2013 No comments

dtac_153

23 สิงหาคม 2556 – ดร. ดามพ์ สุคนธทรัพย์ (แถวหน้า ที่ 3 จากขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค มอบเงินรางวัล 250,000 บาท พร้อมดีแทค ไตรเน็ตโฟน รุ่นชีต้าห์ จำนวน 8 เครื่อง ให้แก่ น.ส. หรือน้องเมย์ และสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนและให้กำลังใจในโอกาสสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการแบดมินตันหญิงของไทยที่สามารถคว้าเอาแชมป์โลกกลับมาให้คนไทยเป็นผลสำเร็จ โดยมี ฯพณฯ องคมนตรี พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข (แถวหน้า ที่ 3 จากซ้าย) ประธานคณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล (แถวหน้า ที่ 4 จากซ้าย) นายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นสักขีพยานในโอกาสงานเลี้ยงแสดงความยินดีซึ่งจัดโดยสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่โรงแรมอโนมาเมื่อเร็วๆ นี้

View :554

เอไอเอสเปิดให้ลูกค้าสมัครแพ็กเกจชมพรีเมียร์ลีกอังกฤษสดบนมือถือได้แล้ว

August 24th, 2013 No comments

image002

23 สิงหาคม 2556 : นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอล เอไอเอส กล่าวว่า “ขณะนี้เอไอเอสสามารถเปิดให้คอบอลสมัครแพ็กเกจ “AIS Mobile BPL” เพื่อเข้าชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษสดบนมือถือได้ตามปกติแล้ว หลังจากปิดระบบรับสมัครแพ็กเกจดังกล่าวลงชั่วคราว เพื่อปรับปรุงและขยายระบบการถ่ายทอดสดบนมือถือของเอไอเอสอย่างเร่งด่วน โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครได้ง่ายๆ เพียงกด *909*1# โทรออก พร้อมมอบโปรโมชั่นสุดคุ้ม สมัครตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2556 ชมถ่ายทอดสดได้ในราคาเพียง 199 บาท/เดือน ตลอดทั้งฤดูกาล จากราคาปกติ 299 บาท/เดือน นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่แพ็กเกจทัวร์พร้อมตั๋วชมการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกติดขอบสนามประเทศอังกฤษ จำนวน 20 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาทด้วย”

View :422

ไอที ซิตี้ แนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่แบตสำรองพกพา Energizer รุ่น XP6000 จำนวน 2 รุ่น

August 24th, 2013 No comments

EnergizerXP6000M_update

บริษัท ไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์พลังงานสำรองพกพา ของ ขอแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 รุ่น พร้อมกัน ได้แก่รุ่น XP6000M (Built in Micro USB Connector) และ รุ่น XP6000A (Built in MFI iPhone 5 lightning) ซึ่งเหมาะต่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่มักพกพาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตัวเสมอ เนื่องจากผลิตภัณฑ์รุ่นนี้ มีน้ำหนักเพียง 155 กรัม ดีไซน์บางเฉียบ พกพาได้สะดวก มี 2 สีให้เลือกคือสีขาวและสีดำ ด้วยขนาดความกว้างเพียง 65.9 มิลลิเมตร ความยาวเพียง 95.9 มิลลิเมตร และหนาเพียง 10 มิลลิเมตร สามารถชาร์ตอุปกรณ์ไอทีได้นานถึง 500 ครั้งและสำรองพลังงานได้มากถึง 6,000 mAh ใช้เวลาชาร์ตพลังงานเพียง 3-5 ชั่วโมง ทำให้เติมพลังให้กับอุปกรณ์ไอทีได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังชาร์จไฟให้แก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ 2 เครื่องในเวลาเดียวกัน โดยมีไฟ LEDแสดงปริมาณพลังงานคงเหลือและสถานะการชาร์จให้เห็นอย่างชัดเจน

Energizer รุ่น XP6000 นำเสนอโดยไอที ซิตี้ มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น XP6000M Micro USB ราคาเพียง 2,790 บาท และรุ่น XP6000A iPhone5 (MFI) ราคา 3,090 บาท สามารถใช้ได้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้ทุกชนิด ทั้งโทรศัพท์เคลื่อนที่,สมาร์ทโฟน, เครื่องเล่น MP3 Player , Bluetooth , เซลล์โฟน, GPS , Gaming, iPhone ทุกรุ่น (ก่อนเลือกใช้ เช็ครุ่นก่อนทุกครั้ง) สามารถมั่นใจได้ในคุณภาพที่มาพร้อมกับการรับประทานยาวนานถึง 3 ปี สนใจสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ไอที ซิตี้ คอลล์ เซ็นเตอร์ โทรศัพท์ 0-2656-5030 ถึง 45 หรือคลิกไปที่ www.itcity.co.th

View :920

เดลล์เปิดตัวโซลูชั่นส์สตอเรจใหม่ช่วยเพิ่มศักยภาพ และประสิทธิภาพเพื่อรองรับ Data-Intensive Workloadsในงาน Dell Enterprise Forum Thailand 2013

August 23rd, 2013 No comments

IMG_4516-3-1

ในงาน Enterprise forum เดลล์เปิดตัวสตอเรจโซลูชั่นส์ใหม่ พร้อมเพิ่มความสามารถด้านการวิเคราะห์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยภาคธุรกิจปรับปรุงประสิทธิภาพศักยภาพการทำงานของระบบไอที รวมทั้งสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลในเชิงลึก และลดค่าใช้จ่ายในภาพรวม

เนืองด้วยธุรกิจจำเป็นก้าวให้ทันการเติบโตของข้อมูลจำนวนมหาศาล หลายบริษัทได้หันมาหาระบบไอทีที่เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการรองรับปริมาณงานที่มีเป็นจำนวนมากสำหรับองค์กรที่ต้องการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และข้อมูลธุรกิจเพื่อความสามารถในการเข้าใจในเชิงลึกเพื่อให้สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ตามความเป็นจริง IDC คาดการณ์ว่าตลาดเทคโนโลยี Big Data จะมีอัตราเติบโตสะสมเฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้น 31.7 เปอร์เซ็นต์พร้อมด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นถึง 23.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2016 ทั้งนี้ โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการใช้งาน Big Data ได้รับการคาดการณ์ว่าจะเติบโตด้วยอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในส่วนของการจัดเก็บข้อมูลคาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 53.4 เปอร์เซ็นต์

แพลตฟอร์ม Dell Optimizes Scalable Storage สร้างความสมดุลให้กับลูกค้าสำหรับแอพพลิเคชั่นที่ต้องการประสิทธิภาพในการทำงานสูงและการจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการการเติบโตของข้อมูลขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่มีความต้องการภาระการทำงานของการรับส่งข้อมูลสูง ระบบจัดเก็บข้อมูลของเดลล์รองรับทั้งการขยายตัวและรองรับแอพพลิเคชั่นที่มีความต้องการประสิทธิภาพสูงในโซลูชั่นเดียวกัน ในเจนเนอร์เรชั่นถัดไปของ Dell Compellent Storage Center 6.4 array software เหมาะสมกับภาระการทำงานที่มีการเรียกใช้ข้อมูลอย่างหนัก เดลล์ได้ปลดล็อกความเป็นไปได้ของระดับและความหนาแน่นโดยอัตโนมัติ ด้วยการนำเสนอ Compellent รุ่นใหม่:

• Dell Compellent Flash Optimized Solution นำเสนอโซลูชั่นการจัดเก็บข้อมูลตัวแรกในอุตสาหกรรมที่มาพร้อมความอัจฉริยะในการจัดวางข้อมูลข้ามรูปแบบของ Flash Technology หรือการผสมผสานไดร์ฟที่มีอยู่เดิม3 Flash Optimized Solution สามารถลดค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บข้อมูลได้ถึง 75 เปอร์เซ็นต์เมื่อเปรียบเทียบกับโซลูชั่นอื่น และสนับสนุนประสิทธิภาพการทำงานสูงและรองรับภาระการทำงานที่มีการเรียกใช้ข้อมูลอย่างหนักด้วยคุณสมบัติในระดับองค์กรอย่างเต็มที่1

• Dell Compellent SC280 นำเสนอแร็คที่ดีที่สุดสำหรับโซลูชั่นการเก็บข้อมูลหลัก สามารถเพิ่มความจุได้สูงถึง 2.8 เท่า มากกว่าคู่แข่งขนาด 2U เดลล์ได้พัฒนานวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพที่เหมาะสมของโซลูชันเก็บข้อมูลที่สามารถเก็บข้อมูลได้สูงถึง 3366 เทราไบต์ในแร็คขนาด 5Uและยังช่วยลดความต้องการพื้นที่จัดวาง

• Dell Fluid File System (FluidFS) v3 นำเสนอฟีเจอร์เก็บข้อมูลระดับองค์กร เพิ่มประสิทธิภาพได้ถึงหนึ่งในสามของผู้นำในตลาด4ช่วยให้ลูกค้ามีประสิทธิภาพที่ดีในการทำงานที่มีการเรียกใช้ข้อมูลอย่างหนัก จากการเปิดตัว Dell Compellent FS8600 เมื่อปีที่แล้ว FluidFS v3สนับสนุนได้ถึง 2 เพตาไบต์ในหนึ่งเนมสเปซ5 และนำเสนอแร็คที่ดีที่สุดท่ามกลางผู้ผลิตรายอื่นในระดับเดียวกัน โดยเป็นโซลูชันแรกในวงการด้วยการกำหนดนโยบาย ลดการเปลี่ยนแปลงข้อมูล การทำซ้ำ และบีบอัดข้อมูลที่ไม่ได้มีการใช้งานเป็นเวลานาน6

เดลล์ Hadoop เพิ่มความจุ สร้างความยืดหยุ่นให้กับลูกค้าที่ข้อมูลมีความเปลี่ยนแปลงในเชิงลึก

เดลล์รับฟังความต้องการจากลูกค้าเกี่ยวกับความท้าทายของข้อมูลขนาดใหญ่ คุณสมบัติที่ต้องการของโซลูชันซึ่งมีความยืดหยุ่นและมีตัวเลือกสำหรับข้อมูลของพวกเขา จากความต้องการนี้ เดลล์วางแผนที่จะขยายพื้นที่ความจุ Hadoop รวมไปถึง :

• สร้างความได้เปรียบให้ลูกค้าด้วย Intel’s Distribution of Apache Hadoop (IDH) เดลล์ได้ทดสอบโซลูชั่นบนพื้นฐาน IDH ของลูกค้า ซึ่งเน้นไปที่ประสิทธิภาพและความปลอดภัย และยังเสนอทางเลือกให้ลูกค้าสำหรับโซลูชั่นในการควบคุมข้อมูลขนาดใหญ่ Dell Crowbar รวมเอาการผสมผสานระหว่าง Hadoop และผสมผสานกับ IDH เมื่อเดลล์เปิดตัวโซลูชั่น IDH ในปีนี้

การให้บริการ

• Dell Compellent Storage Center 6.4, Flash Optimized Solution และ SC280 มีแผนที่จะเปิดให้บริการในไตรมาสสามของปี 2013

• Dell Fluid File System v3 มีแผนที่จะให้บริการในช่วงต้นของไตรมาสสี่ของปี 2013

View :586
Categories: Technology Tags:

ประเทศไทยจัดอยู่ในกลุมประเทศที่มีอัตราการใช้งานสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่สูงสุดในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย

August 20th, 2013 No comments

Screen Shot 2556-08-20 at 7.04.53 PM

· จากผลการวิเคราะห์ล่าสุดของ พบการเข้าถึงสมาร์ทโฟนในประเทศไทยของผู้บริโภคในตัวเมืองนั้นมีอัตราเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จาก 17 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 ขึ้นมาเป็น 36 เปอร์เซ็นต์ในปี 2013

· การเข้าถึงแท็บเล็ตของผู้บริโภคในตัวเมืองมีอัตราเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าตัวจาก 2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 ขึ้นมาเป็น 7 เปอร์เซ็นต์ในปี 2013

· การใช้งานแอพพลิเคชั่นเพิ่มขึ้นจาก 40 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 ขึ้นมาเป็น 57 เปอร์เซ็นต์ในปี 2013

จากข้อมูลวิจัยในปี 2013 แสดงให้เห็นว่าในผู้บริโภคโดยเฉพาะในตัวเมืองในประเทศไทยนั้น มีอัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นจาก 17 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 ขึ้นมาเป็น 36 เปอร์เซ็นต์ในปี 2013 ในขณะที่การเข้าถึงแท็บเล็ตมีอัตราเพิ่มขึ้นจาก 2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 ขึ้นมาเป็น 7 เปอร์เซ็นต์ในปี 2013

นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดพบว่า การใช้งานแอพพลิเคชั่นเพิ่มขึ้นจาก 40 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 ขึ้นมาเป็น 57 เปอร์เซ็นต์ในปี 2013 จึงทำให้ประเทศไทยนั้นได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศในลำดับที่ 23 จากทั้งหมด 43 ประเทศที่มีการใช้งานแอพพลิเคชั่น

ท่ามกลางกลุ่มคนที่มีการใช้งานสมาร์ทโฟนจะพบว่ามีอัตราการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของการเข้าถึงระบบอินเทอร์เนต โซเชียลเน็ตเวิร์ค การแชตออนไลน์ และการใช้วีดีโอสตรีมมิ่ง นาย อัฟรีซาล อับดุล ราฮิม หัวหน้าวิจัย Ericsson Consumer Lab ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียเนีย เปิดเผยว่า“ถ้าหากเรามองดูที่การใช้งานสมาร์ทโฟน เราสามารถพูดได้ว่าคนไทยนั้นมีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานดาต้าเซอร์วิสที่หลากหลาย โดยพวกเขานั้นใช้สมาร์ทโฟนเพื่อใช้งานแอพพลิเคชั่น เพื่อการรับส่งแชตออนไลน์ ดูวิดีโอคลิป ติดต่อกับเพื่อนในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งนี้ 3 เหตุผลที่จะทำให้คนไทยนั้นมีการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นก็เพื่อความต้องการที่อยากจะมีแอพพลิเคชั่นที่น่าสนใจต่างๆ จากใน App Store, การติดต่อกับผู้คนต่างๆ ได้ง่ายขึ้น และรวมทั้งความต้องการในการลองสิ่งใหม่ๆ

สำหรับปีที่ผ่านมา อัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนของกลุ่มคนที่มีสมาร์ทโฟนของคนเมืองโตขึ้นมากกว่าเป็น 2 เท่าจากในปี 2012 ไปสู่ 2013 ซึ่งเป็นอัตราที่โตขึ้นมาสูงที่สุดจากทุกๆ ประเทศที่มีการสำรวจ

นาย อัฟรีซาล กล่าวเสริมอีกว่า “ความต้องการการเข้าถึงอินเทอร์เนตได้ในทุกที่ ทุกเวลา และการติดตาม ข้อมูลอัพเดทใหม่ๆ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการซื้อสมาร์ทโฟน ในขณะที่ปัจจัยที่ทำให้เกิดการซื้อแท็บเล็ต คือการเล่นอินเทอร์เนต การเล่นเกมส์ และ ความบันเทิง”

ทั้งนี้สำหรับการเข้าถึงแท็บเล็ตมีอัตราการเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า จากในปี 2012 จนมาถึง 2013 จากการศึกษาในเรื่องนี้ ทำให้พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเพิ่มในด้านการใช้งานแท็บเล็ตสูงที่สุดในภูมิภาคนี้อีกด้วย

นาย บัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า ข้อมูลการเข้าถึงสมาร์ทโฟนในประเทศไทยในรายงานฉบับนี้นั้นสอดคล้องกับข้อมูลจากรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับเดือนมิถุนายนที่อธิบายลักษระการใช้งานบนเครือข่ายมือถือทั่วโลกอีกด้วย

อ้างอิงจากข้อมูลที่เราทำการเก็บรวบรวมจากโครงข่ายที่เราได้ดำเนินการจัดการต่างๆ ทั่วโลก ณ ตอนนี้เราคาดการณ์ได้ว่าจำนวนผู้จดทะเบียนใช้งานสมาร์ทโฟน จะเพิ่มสูงขึ้น 4.5 พันล้านคน ในปี 2018 โดยเมื่อปลายปี 2012 อีริคสันประมาณการณ์ไว้ว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั้งหมดอยู่ที่ 1.2 พันล้านคน โดย กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของโทรศัพท์มือถือซึ่งถูกขายในไตรมาสที่ 1 ในปี 2013 เป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เปรียบเทียบกับอัตราที่ผ่านมาคือโทรศัพท์สมาร์ทโฟนราว 40 เปอร์เซ็นต์ที่เคยถูกขายมาตลอดทั้งปีในปี 2012 นั่นเป็นการแสดงให้เห็นถึงอัตราการซื้อสมาร์ทโฟนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว

อัตราการเติบโตในด้านของความสนใจในแอพพลิเคชั่น โซเชียลมีเดีย วีดีโอ และแชตออนไลน์ก็มีความสอดคล้องกับในรายงาน Ericsson Mobility Report เช่นกัน ซึ่งพบว่า Data Traffic ในโทรศัพท์มือถือเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2 เท่าจากเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยในป๊ 2018 เราคาดการณ์ว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของData Traffic ในโทรศัพท์มือถือ จะเป็นในรูปแบบ วีดีโออีกด้วย

สำหรับ Data Traffic ในโครงข่ายโทรศัพท์มือถือยังจะคงมีอัตราเติบโตที่สูงขึ้นอย่างมากซึ่งมีเป็นผลมาจากการใช้ Smart Device และแอพพลิเคชั่นที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน และแน่นอนว่าสิ่งนี้จะเป็นผลกระทบต่อผู้ให้บริการเครือข่ายและ Regulators ต่างๆทั่วโลกที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมของเครือข่ายและจัดสรรปริมาณคลื่นความถี่อย่างเหมาะสมอีกด้วย

ตามรายงาน Mobility Report ในปี 2018 ผู้ใช้สมาร์ทโฟนมีความคาดหวังว่าจะใช้งานดาต้าบนโทรศัพท์ต่อเดือนมากขึ้นเป็น 4 เท่า เมื่อเทียบกับปัจจุบัน หรือเปรียบเทียบคือการใช้งานโดยเฉลี่ยประมาณ 2 GB ต่อคน

เราคาดหวังว่าผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือจะเพิ่มความต้องการในด้านของการใช้งานดาต้า ซึ่งเป็นข้อมูลที่ชัดเจนเหมือนกับที่เราเคยรวบรวมเอาไว้

Ericsson ConsumerLab เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ การนำเสนอหลักของเราคือการเข้าใจอย่างถ่องแท้ เรามีประสบการณ์ด้านการวิจัยผู้บริโภคมากกว่า 15 ปี ซึ่งเกี่ยวข้องกับการศึกษาคุณค่าและพฤติกรรมของผู้คน รวมถึงวิธีที่พวกเขาดำเนินการและคิดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการด้าน ICT เราให้ข้อมูลการเข้าใจอย่างถ่องแท้ของผู้บริโภคเพื่อกำหนดกลยุทธ์ การตลาดและการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ภายในกลุ่มบริษัทอีริคสัน ความรู้ของเราช่วยให้บรรดาผู้ประกอบการพัฒนาบริการที่สร้างรายได้ที่น่าดึงดูดใจได้

บริษัทอีริคสันเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีและบริการชั้นนำของโลกสำหรับบรรดาผู้ประกอบการด้านโทรคมนาคม บริษัทอีริคสันเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีมือถือในระบบ 2G, 3G และ 4G และจัดหาการสนับสนุนสำหรับเครือข่ายต่างๆโดยมีผู้สมัครสมาชิกกว่า 2 พันล้านรายและอยู่ในแนวหน้าด้านการบริการการจัดการ (managed services) ผลงานของบริษัทประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานเครือข่ายของระบบโครงสร้างพื้นฐานและระบบเคลื่อนที่ การบริการโทรคมนาคม ซอฟต์แวร์ โซลูชันด้านบรอดแบนด์และมัลติมีเดียสำหรับบรรดาผู้ให้บริการเครือข่าย วิสาหกิจและอุตสาหกรรมมีเดีย บริษัทโซนีอิริคสันและเอสที-อีริคสันซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนเป็นบริษัทที่จัดหาอุปกรณ์มือถือส่วนบุคคลที่มีคุณลักษณะที่ครบถ้วนสำหรับผู้บริโภค

บริษัทอีริคสันกำลังทำให้วิสัยทัศน์ในการเป็น “ผู้ผลักดันหลักในโลกที่มีการสื่อสารทั้งหมด” ของบริษัทก้าวไกลโดยผ่านนวัตกรรม เทคโนโลยีและโซลูชันทางธุรกิจที่ยั่งยืน บริษัทอีริคสันมีการปฏิบัติการใน 180 ประเทศ มีพนักงานมากกว่า 80,000 คนมีรายรับ 206.5 พันล้านโครน (27.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในปี 2552 ก่อตั้งในปี 2419 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน บริษัทอีริคสันเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ OMX ในสตอกโฮล์มและ NASDAQ นิวยอร์ก

View :684
Categories: 3G, Application Tags: