Archive

Archive for the ‘SmartPhone/Mobile phone’ Category

รายงาน Ericson Mobility Report ฉบับล่าสุดเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

March 15th, 2014 No comments

รายงาน ฉบับล่าสุดเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557 แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มและตัวเลขการใช้งานโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์ทั่วโลกในปีพ.ศ. 2556 ที่เข้ามาส่งเสริมไลฟ์สไตล์วิถีชีวิตในแบบ Connected Lifestyle ที่กำลังก้าวเข้าสู่โลกแห่งสังคมเครือข่าย (Networked Society) โดยอุปกรณ์ต่างๆรอบตัวเราต่างสมาร์ทขึ้นและสามารถเชื่อมต่อสื่อสารเข้าหากันอย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น โดยสามารถสรุปรายงานของ ได้ดังนี้

จำนวนเลขหมายผู้ใช้โทรศัพท์มือถือทั่วโลกมีประมาณ6.7พันล้าน หรือมีอัตราส่วนจำนวนเลขหมายโทรศัพท์มือถือต่อประชากรโลก (Global Mobile Penetration) ทีประมาณ 92 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อเปรียบเทียบกับปีพ.ศ. 2555 จำนวนผู้ใช้โทรศัพท์มือถือโดยรวมเพิ่มขึ้น 6 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลก

โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปีพ.ศ. 2556 นั้นมีจำนวนเลขหมายผู้ใช้โทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 109 ล้าน แต่เนื่องจากความนิยมที่จะมีเลขหมายโทรศัพท์มือถือมากกว่าหนึ่งเลขหมายที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจำนวนผู้ใช้และเข้าถึงโทรศัพท์มือถือจริงจึงถูกคาดการณ์ว่ามีอยู่ประมาณ 4.5 พันล้านคน จากจำนวนประชากรทั่วโลกที่มีอยู่ประมาณ 7พันล้านคน

และที่น่าสนใจก็คือจำนวนผู้ใช้โมบายบรอดแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้ายของปีพ.ศ. 2556 นั้นมีผู้ใช้โมบายบรอดแบรนด์เพิ่มขึ้นสุทธิประมาณ 150 ล้าน ทำให้มีผู้ใช้โมบายบรอดแบรนด์ทั่วโลกกว่า 2.1 พันล้านรายสะท้อนจำนวนโมบายบรอดแบรนด์ทีเพิ่มขึ้นกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ทั่วโลกเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา
มีผู้ใช้ WCDMA/HSPA ทั่วโลกเพิ่มขึ้นประมาณ 70 ล้านคน และผู้ใช้ LTE/4G เพิ่มขึ้นประมาณ 40 ล้านคน ทำให้ยอดผู้ใช้ LTE/4G มีมากกว่า 200 ล้านทั่วโลก และยอดจำนวนผู้ใช้ GSM เพียงอย่างเดียวมีประมาณ 100 ล้านคนซึ่งแทบจะไม่มีจำนวนผู้ใช้ GSMอย่างเดียวที่เพิ่มขึ้นเลย
· ยอดขายโทรศัพท์สมาร์ทโฟนทั่วโลกในปีพ.ศ. 2556 นั้นสูงถึง 1 พันล้านเครื่อง ซึ่งคิดเป็นร้อยละกว่า 60 จากยอดขายโทรศัพท์มือถือทั่วโลก โดยมีการคาดกาณ์ว่ามีผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนทั่วโลกอยูประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ 2 พันเลขหมายจากผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ 6.7พันล้านทั่วโลก ซึ่งยังผู้ใช้งานอีกจำนวนมากที่ต้องการเข้าถึงโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

ปริมาณการใช้ดาต้าบนเครือข่ายมือถือทั่วโลกยังคงจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและคาดว่าปริมาณดาต้าจะเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่าตัวภายในปลายปีพ.ศ.2562 เนื่องจากหลายปัจจัย เช่น จำนวนโทรศัพท์สมาร์ทโฟนและสมาร์ทดีไวซ์ที่เพิ่มขึ้น การเติบโตอย่างต่อเนื่องของคอนเทนท์ การใช้บริการวีดีโอที่สูงขึ้น รวมไปถึงความเร็วของเครือข่ายที่ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาเทคโนโลยี HSPA และ LTE
ปริมาณการใช้วีดีโอบนเครือข่ายมือถือ ยังคงเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของปริมาณดาต้าบนเครือข่ายทั้งหมดทั่วโลก และคาดว่าจะยังเติบโตขึ้น มากว่า 50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี จนถึงปลายปีพ.ศ.2562 ในบางเครือข่ายมีการใช้งานวีดีโอมากถึง 2.6 GB ต่อคนต่อเดือนโดยเฉลี่ยอีกด้วย
รายงานจาก GSA (Global mobile Suppliers Association) วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พศ 2557 ได้ยืนยันว่าได้มีเครือข่าย LTE/4G เปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์แล้วกว่า 274 เครือข่ายใน 101 ประเทศทั่วโลก ซึ่งมีอัตราการขยายตัวมากกว่า 76%เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว
และรายงานจาก GSA ก็ยืนยันว่า มี อุปกรณ์โทรศัพท์และสมาร์ทดีไวซ์ที่รองรับเครือข่าย LTE/4G มากว่า 1,371 อุปกรณ์ จากผู้ผลิต 132 รายทั่วโลกที่สามารถนำมาใช้ในย่านคลื่นความถี่ต่างๆ

View :387

Android 4.4 KitKat OS Upgrade for LG G2 to Arrive in March

March 15th, 2014 No comments

LG’s Acclaimed Flagship Smartphone and Latest
Android OS Offer Exceptional User Experience

Bangkok, 14 March 2014 — LG Electronics (Thailand) Co., Ltd. announced today that the anticipated OS upgrade for the G2 smartphone is expected to roll out starting from 25 March.

“The provision of timely software updates is one of the many ways in which LG is constantly improving the user experience,” said Kwanjai Nopnantakul, Senior Product Manager of Mobile Communications, LG Electronics (Thailand) Co., Ltd. “In addition to introducing useable new features, the OS upgrade for the G2 delivers a number of optimizations that enhance the entire mobile user experience. We trust that our customers will enjoy the differentiated value offered by our latest upgrade package.”

The latest Android OS provides a noticeable speed boost, allowing the G2 to run applications up to 17 percent faster than before and allows users to enjoy quicker web browsing, based on internal testing. A handy new feature called Google Cloud Printer also makes it easy to print documents via Wi-Fi or a Bluetooth connection. A Thai QWERTY keyboard will also allow users to enjoy an easier typing experience.

The upgrade package for will be released on 25 March. LG Electronics (Thailand) is also running a special campaign for users who upgrade to Android 4.4 KitKat in April. For more information, please visit www.facebook.com/thailandlifesgood or www.lg.com/th.

View :336

โนเกียเปิดตัว Nokia X, Nokia X+ และ Nokia XL เพื่อการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตและบริการคลาวด์

February 26th, 2014 No comments

โนเกีย XL

โนเกีย XL


บาร์เซโลน่า สเปน – 24 กุมภาพันธ์ 2557: โนเกียตอกย้ำพันธะสัญญาในการเชื่อมต่อผู้คนอีกพันล้านคนทั่วโลกสู่อินเตอร์เน็ตด้วยการเปิดตัวสมาร์ทโฟนราคาประหยัด รวมถึง สมาร์ทโฟนที่สามารถใช้แอพแอนดรอยด์
พร้อมบริการไมโครซอฟต์และประสบการณ์โนเกียอันเป็นเอกลักษณ์

· โนเกีย X โนเกีย X+ และโนเกีย XL จะวางจำหน่ายในราคาย่อมเยาเพื่อเจาะตลาดที่สมาร์ทโฟนราคาย่อมเยามีการเติบโตสูง พร้อมเปิดประสบการณ์บริการจาก Lumia และไมโครซอฟต์ เช่น Skype, OneDrive และ Outlook.com

· Nokia Asha 230 สมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัส full touch ที่มีราคาย่อมเยาที่สุดในตระกูล Asha ราคา 45 ยูโร

· Nokia 220 โทรศัพท์มือถือที่พร้อมเข้าถึงอินเตอร์เน็ต มาพร้อมโซเชี่ยลแอพ ราคา 29 ยูโร

สตีเฟ่น อีลอป รองประธานบริหาร กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์และบริการ โนเกีย กล่าวว่า “โนเกียได้เชื่อมต่อผู้คนหลายพันล้านคนทั่วโลก และวันนี้ เราได้สร้างสรรค์สมาร์ทโฟนใหม่ๆ ที่ได้รับการออกแบบเพื่อเชื่อมต่อผู้คนอีกนับพันล้านคนสู่ประสบการณ์การใช้งานที่ดีเยี่ยม”

“แนวทางของเราคือการนำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์ใน 4 ระดับ ได้แก่ อุปกรณ์ขั้นพื้นฐาน อย่าง Nokia 220, สมาร์ทโฟนราคาย่อมเยาตระกูล Asha อย่าง Nokia Asha 230, สมาร์ทโฟนตระกูลใหม่ Nokia X, X+ และ XL ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนสำหรับตลาดที่กำลังเติบโต และสมาร์ทโฟน Lumia ซึ่งมากับนวัตกรรมขั้นสูงพร้อมประสบการณ์ไมโครซอฟต์สมบูรณ์แบบ” อีลอปกล่าวเสริม

Nokia X มอบสิ่งที่ดีที่สุดจากหลากแพลทฟอร์ม

สมาร์ทโฟนโนเกีย X มากับตัวเครื่องที่ดีทั้งคุณภาพและการออกแบบ พร้อมอินเตอร์เฟซแบบ tile ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสมาร์ทโฟนตระกูล Lumia พร้อมหน้าจอ Fastlane ให้สลับใช้งานแอพต่างๆ ได้ราบรื่นยิ่งขึ้น ผู้ใช้งานสามารถโหลดแอพที่ได้รับการทดสอบคุณภาพแล้วจาก Nokia Store, เลือกโหลดแอพจากร้านแอพออนไลน์อื่นๆ กว่า 12 แห่ง และโหลดผ่านโปรแกรมจากคอมพิวเตอร์ (side load) ผู้ใช้งานยังสามารถเพลิดเพลินกับประสบการณ์โนเกียได้ฟรี เช่น แผนที่ โนเกีย ซึ่งรวมถึงการใช้งานแบบออฟไลน์ บริการนำทางแบบเลี้ยวต่อเลี้ยว 1 และ Nokia MixRadio สำหรับการฟังและดาวน์โหลดเพลง 1 นอกจากนี้ ยังมีแอพและเกมยอดนิยมที่ติดตั้งไว้แล้วในเครื่องอี

กมากมาย

สมาร์ทโฟนตระกูล Nokia X เป็นสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยา ที่มาพร้อมบริการที่ได้รับความนิยมจากไมโครซอฟต์ รวมถึงบริการจัดเก็บข้อมูลฟรีบนคลาวด์ผ่าน OneDrive นอกจากนี้ ในบางประเทศผู้ซื้อ Nokia X จะสามารถใช้งาน Unlimited World Subscription จาก Skype เป็นเวลา 1 เดือนโดยจะสามารถโทรไปยังโทรศัพท์พื้นฐาน (landline) ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก และโทรไปยังโทรศัพท์มือถือในอีก 8 ประเทศทั่วโลกฟรีในระยะเวลาที่กำหนด

Nokia X สมาร์ทโฟนรุ่นแรกของตระกูล มากับหน้าจอสัมผัส capacitive IPS 4 นิ้ว และกล้อง 3 ล้านพิกเซล สำหรับ Nokia X+ ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมเพื่อคนใช้งานมัลติมีเดียโดยเฉพาะ เพื่อให้เพลิดเพลินกับเกม เพลง รูปภาพและวิดีโอได้อย่างเต็มที่ มาพร้อมหน่วยความจำที่ให้เก็บข้อมูลได้มากขึ้น ทั้ง Nokia X และ Nokia X+ จะมีสีเขียวสด แดงสด ฟ้า เหลือง ดำและขาว2ให้เลือก สำหรับ มากับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล เพื่อใช้ทำวิดีโอคอลล์ เช่น Skype และกล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล พร้อมโฟกัสอัตโนมัติและแฟลช โดย จะมีสีเขียวสด ส้ม ฟ้า เหลือง ดำ และขาว2ให้เลือก สมาร์ทโฟนตระกูล Nokia X ขับเคลื่อนด้วยหน่วยประมวลผลแบบ dual core Qualcomm Snapdragon พร้อมรองรับการใช้งานสองซิม สามารถสลับซิมได้ง่ายเพื่อใช้ประโยชน์สูงสุดจากอัตราค่าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่แตกต่างกัน

Nokia X จะมีราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 89 ยูโร3 จะเริ่มวางจำหน่ายทันทีในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป อินเดีย ละตินอเมริกา อาฟริกาและตะวันออกกลาง ส่วน Nokia X+ และ Nokia XL คาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายในไตรมาสที่ 2 ในราคาประมาณ 99 ยูโร และ 109 ยูโร ตามลำดับ

Nokia Asha 220

Nokia Asha 220


Nokia Asha 230 และ Nokia 220 โทรศัพท์ที่ได้รับการสร้างสรรค์ เพื่อการใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือเป็นครั้งแรก
โนเกียเปิดตัวโทรศัพท์มือถือสองรุ่นที่ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์อินเตอร์เน็ตเป็นครั้งแรก โดย Nokia Asha 230 จะเปิดประสบการณ์การใช้งานโทรศัพท์มือถือหน้าจอสัมผัสที่มากับประสบการณ์ Asha สุดสนุก ได้แก่ Fastlane และการเข้าถึงแอพสังคมออนไลน์อาทิ Line, WeChat และ WhatsApp เพียงแค่ swipe เดียวจากหน้าจอ lockscreen ก็สามารถเปิดใช้งานกล้องได้ทันที และแตะเพียงครั้งเดียวเพื่อแบ่งปันภาพไปยังสังคมออนไลน์ที่คุณโปรดปราน Nokia Asha 230 จะมาพร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลขนาด 7GB ฟรีบนคลาวด์ของไมโครซฟอท์ OneDrive และสามารถเลือกเก็บสำรองภาพถ่ายบนคลาวด์ได้อีกด้วย
Nokia Asha 230

Nokia Asha 230


Nokia Asha 230 จะวางจำหน่ายในราคาประมาณ 45 ยูโร ถือเป็นสมาร์ทโฟน Asha ระบบสัมผัสที่ย่อมเยาที่สุดในปัจจุบัน โดย มีทั้งซิมเดี่ยวและซิมคู่ จะวางจำหน่ายทันทีในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป อินเดีย ละตินอเมริการ ตะวันออกกลาง และ อาฟริกา

โนเกียขอแนะนำ Nokia 220 โทรศัพท์มือถือดีไซน์สวยในราคาถูกที่สุดที่สามารถรับส่งข้อมูลอินเตอร์เน็ตได้ ช่วยให้ผู้คนนับล้านทั่วโลกสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้อย่างง่ายดาย ด้วยหน้าจอสี 2.4 นิ้ว พร้อมแป้นพิมพ์กันฝุ่นและน้ำสาด Nokia 220 ได้รับการออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์การสื่อสารเคลื่อนที่และอินเตอร์เน็ตครั้งแรก มาพร้อม Facebook, Twitter และระบบการค้นหา Bing ใน Nokia Xpress browser ที่โหลดไว้แล้วบนเครื่อง Nokia 220 จะวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้นประมาณ 29 ยูโร และวางจำหน่ายทันทีทั้งซิมเดี่ยวและซิมคู่ ในเอเชียแปซิฟิก ยุโรป อินเดีย ละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง และอาฟริกา

View :459

อีริคสัน เปิดตัว ‘Future TV Anywhere’ เพื่อประสบการณ์ใหม่ในการรับชมโทรทัศน์

February 26th, 2014 No comments

· อีริคสันกำหนดนิยามแห่งการรับชมโทรทัศน์ยุคใหม่ ด้วยนวัตกรรมแห่งเทคโนโลยีล่าสุด

· ด้วยการควบรวมบริการ Pay TV คุณภาพเยี่ยม พร้อมคอนเทนท์ที่หลากหลาย เข้ากับบริการจาก OTT ที่จะทำให้ลูกค้าได้รับบริการที่ตรงใจ (personalization) สามารถโต้ตอบได้ (interactivity) และรับชมได้บนหน้าจอหลากหลายขนาด

· Future TV Anywhere จากอีริคสัน เป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ ที่จะสร้างนวัตกรรมเพื่อประสบการณ์ในการรับชมโทรทัศน์ยุคใหม่ ที่ราบรื่น และรวดเร็วแบบเว็บ

นวัตกรรมแห่งเทคโนโลยียุคใหม่ ได้ทำให้การรับชมรายการทีวีและมีเดียประเภทต่างๆ เปลี่ยนไปอย่างมาก และถึงแม้โลกของเราจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า แต่ประสบการณ์ในการรับชมรายการทีวีในปัจจุบัน ยังขาดความเป็นเอกภาพและไม่เป็นที่พึงพอใจในบางกรณี ผู้บริโภคมักใช้บริการวีดีโอจากหลายแห่ง เพื่อค้นหาคอนเทนท์ที่ถูกใจ และเปลี่ยนอุปกรณ์เพื่อการรับชมไปมา ด้วยความสามารถในการรับชมคอนเทนท์ที่แตกต่างกัน ผู้ให้บริการด้านสื่อโทรทัศน์จำนวนมาก จึงจำเป็นต้องก้าวให้เท่าทันเทคโนโลยี รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพของตนอย่างรวดเร็ว ในยุคแห่งสังคมเครือข่าย (Networked Society) ภายในปี ค.ศ. 2020 จำนวนอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อจะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 50 พันล้านเครื่อง และ 15 พันล้านเครื่องในจำนวนนี้ จะสามารถให้บริการสื่อวีดีโอแก่ผู้ใช้ได้ อีริคสันได้เล็งเห็นถึงความท้าทายในธุรกิจนี้ จึงต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และอีโคซิสเต็มของทีวีแห่งยุคอนาคต – อนาคตที่เราสามารถรับชมโทรทัศน์ได้ ทุกสถานที่ บนทุกอุปกรณ์ ด้วยประสบการณ์ในการรับชม ที่พัฒนาตามความต้องการของผู้บริโภคได้

เพื่อรองรับโอกาสทางธุรกิจดังกล่าว อีริคสันได้เปิดตัว Future TV Anywhere เพื่อนำเทคโนโลยีสมัยใหม่บนเว็บ เข้ามาสู่กลุ่มผู้ให้บริการโทรทัศน์ เพื่อสร้างบริการที่เปี่ยมคุณภาพ พร้อมคอนเทนท์ที่หลากหลายจาก Pay TV ร่วมกับความสามารถในการโต้ตอบและการแสดงผลบนหน้าจอหลายประเภท จากกลุ่มผู้ริเริ่มในบริการวีดีโอแบบ Over the Top (OTT)

อีริคสันเป็นผู้สร้างแพล็ตฟอร์มที่สมบูรณ์แบบ สำหรับผู้ให้บริการ Pay TV บนพื้นฐานของเทคโนโลยีเว็บและคลาวด์ (Cloud) ทั้งหมด โดยซอฟต์แวร์ใหม่ในรูปแบบของเซอร์วิสแพล็ตฟอร์มนี้ จะทำให้ผู้ให้บริการทีวีสามารถตอบสนองต่อตลาดได้อย่างทันท่วงที พร้อมสร้างสรรค์บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่ยังสามารถบริหารจัดการโหลดมหาศาล ที่มาพร้อมกับรายการถ่ายทอดสดได้ นอกจากนั้นแล้ว ระบบยังให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ อันจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ให้บริการ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนครั้งใหม่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้

คามิลล่า วอลเทียร์ ประธานบริษัทอีริคสัน ประเทศไทย

คามิลล่า วอลเทียร์ ประธานบริษัทอีริคสัน ประเทศไทย


นาง คามิลล่า วอลเทียร์ ประธานบริษัทอีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “การรับชมบริการ Pay TV บนอินเตอร์เน็ตเว็บไซด์ เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ด้านธุรกิจทีวีและมีเดียของอีริคสัน ซึ่งจะเอื้อให้ผู้บริการ Pay TV ต่างสามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆในการนำเสนอคอนเทนท์ที่หลากหลายสู่ลูกค้าได้สะดวกรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น ไม่จำกัดว่าจะต้องมี Set Top Box หรือ อุปกรณ์เพิ่มเติม อันจะนำมาซึ่งชัยชนะในตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก และอีริคสันยังสามารถช่วยเหลือลูกค้าในกลุ่มผู้ให้บริการโทรทัศน์และสื่อได้ดียิ่งขึ้นไปอีก ด้วยการเสนอประสบการณ์ในการรับชม ผ่าน TV Anywhere คุณภาพเยี่ยม พร้อมกับเพิ่มขีดความสามารถในการหารายได้จากบริการที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก”

อีริคสันได้ลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื้องเพื่อขยายความเป็นผู้นำในธุรกิจโทรทัศน์และสื่อ ผ่านการซื้อสินทรัพย์จาก Mediaroom และการเข้าซื้อ Azuki Systems ซึ่งมีการประกาศอย่างเป็นทางการไปเมื่อไม่นานมานี้ การลงทุนดังกล่าว ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในวิสัยทัศน์ของอีริคสัน สู่ Future TV Anywhere อย่างเป็นรูปธรรม โดยรวมแล้ว อีริคสันประสบความสำเร็จในตลาดธุรกิจโทรทัศน์เป็นอย่างดี โดยมีแพล็ตฟอร์ม IPTV ที่ถูกนำไปใช้มากที่สุดในโลก ร่วมกับประสบการณ์กว่าหลายทศวรรษในเทคโนโลยีวีดีโอ นอกจากนั้นแล้ว อีริคสันยังมีพอร์ตโฟลิโอด้านโทรทัศน์และสื่อที่ไม่มีผู้เทียบเคียงได้ ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีการบีบอัดสัญญาณที่ก้าวหน้า และแพล็ตฟอร์มสำหรับนำส่งคอนเทนท์ที่สมบูรณ์แบบ เป็นต้น

อีริคสันจะทำการจัดแสดงโซลูชั่นตามวิสัยทัศน์ Future TV Anywhere ในงาน เพื่อสาธิตให้เห็นถึงความสามารถ และยูเซอร์อินเตอร์เฟสของระบบ

ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน อีริคสันได้นำสุดยอดระดับโลก ทั้งในด้านเทคโนโลยี ความสามารถในการให้บริการ และนวัตกรรมล่าสุด ไปจัดแสดงในงาน Mobile World Congress 2014 เราเชื่อว่า ทุกสิ่งที่จะได้ประโยชน์จากการเชื่อมต่อ จะได้รับการเชื่อมต่อนั้น เราจะเป็นผู้นำทาง ด้วยโซลูชั่นที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนา เพื่อประโยชน์สำหรับ โมบิลิตี้ บรอดแบนด์ และคลาวด์ อันเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างอีโคซิสเต็มที่ดี และกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระหว่างอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และเราจะเป็นผู้นำทางของคุณในสังคมเครือข่าย

View :392

อีริคสัน ผลักดันการเปลี่ยนแปลงข้ามอุตสาหกรรมนานาชนิด ในงาน Mobile World Congress 2014

February 26th, 2014 No comments

Ericsson_MWC_Barcelona

· ที่งาน ณ เมืองบาร์เซโลน่า ประธานบริษัทและซีอีโอของอีริคสัน นาย ได้กล่าวถึงโอกาสในการเติบโตสำหรับผู้ให้บริการเครือข่าย และคาดการณ์ถึงโลกอนาคต ที่การสื่อสารข้อมูลจะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้นไปอีก การพัฒนาสมรรถนะของเครือข่ายให้ดีเลิศ จึงมีความจำเป็นอย่างสูง

· นาย เวสท์เบิร์ก สรุปถึงความสามารถใหม่ๆของอีริคสัน เพื่อช่วยสนับสนุนลูกค้าในช่วงแห่งการเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกใหม่ ครอบคลุมทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการ

· โชลูชั่น เรดิโอ ด็อต ซิสเต็ม (Ericsson Radio Dot System) ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำ ทั้งจากยุโรป เอเชีย อเมริกาเหนือ และอัฟริกา

· ความเปลี่ยนแปลงข้ามอุตสาหกรรมนานาชนิด จะผลักดันให้เกิดการร่วมมือกันและนวัตกรรมรูปแบบใหม่

วันเปิดงาน Mobile World Congress 2014 ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน อีริคสันประกาศยืนยันถึงความเป็นผู้นำทั้งทางในด้านเทคโนโลยีและบริการ บนโลกที่มีการสื่อสารข้อมูลเป็นศูนย์กลาง และนับวันยิ่งขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น

ประธานบริษัทและซีอีโอ – คุณฮานส์ เวสท์เบิร์ก ได้สรุปภาพรวมของปี 2013 โดยกล่าวถึงปริมาณโทรศัพท์มือถือที่ถูกส่งออกไปสู่ท้องตลาดทั้งหมดว่า มากกว่า 55 เปอร์เซ็นต์ เป็นสมาร์ทโฟน และจำนวนผู้ใช้ LTE ที่มีมากถึง 200 ล้านคน คุณเวสท์เบิร์ก ยังกล่าวต่อไปอีกว่า “ยุคแรกแห่งสังคมเครือข่ายได้มาถึงแล้ว เราใช้สมาร์ทโฟน ทั้งในการทำงาน ใช้ชีวิต และให้ความบันเทิงแก่ตนเอง อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทุกวัน อันเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาสมรรถนะของเครือข่ายให้ดียิ่งขึ้นไปอีก และความเป็นผู้นำของเรา – ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นของเทคโนโลยีจนถึงปัจจุบัน, จากระบบฟิกซ์ไลน์ มาถึงระบบไร้สาย สู่ LTE Advanced และอนาคตสู่ 5G – ล้วนมีส่วนช่วยส่งเสริม ให้เราสามารถส่งต่อความสำเร็จนั้น ไปสู่ลูกค้าของเราอีกด้วย”

จากการวัดค่าที่ได้มาเมื่อไม่นานนี้ พบว่า ปริมาณทราฟฟิคที่เกิดจากมือถือสมาร์ทโฟน LTE ทั้งหมดนั้น ประมาณครึ่งหนึ่งถูกส่งผ่านเครือข่ายของอีริคสัน และบริษัทยังได้รับการจัดอันดับเป็นที่หนึ่ง ในด้านส่วนแบ่งตลาด LTE ในเมืองชั้นนำ 100 แห่งแรกของโลก

นอกจากนี้แล้ว ฐานะความเป็นที่หนึ่งของบริษัทในธุรกิจด้านบริการ ยังจะขยายตัวเพิ่มยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัวของบริการ Telecom Cloud Transformation ซึ่งประกอบไปด้วย บริการด้านการให้คำปรึกษาและการควบรวมระบบสำหรับผู้ให้บริการ ในปัจจุบันยอดขาย 43 เปอร์เซ็นต์ ของอีริคสัน มาจากธุรกิจด้านบริการ แน่นอนว่า ธุรกิจนี้ย่อมมีบทบาทที่สำคัญในการเปลี่ยนแปลงภายในบริษัทเอง

ฮานส์ เวสท์เบิร์ก ประธานบริษัทและซีอีโอ อีริคสัน

ฮานส์ เวสท์เบิร์ก ประธานบริษัทและซีอีโอ อีริคสัน


ในขณะที่โลก กำลังให้น้ำหนักความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลมากยิ่งขึ้น เครือข่ายก็กำลังก้าวเข้าสู่การควบรวม ระหว่างไอทีและโทรคมนาคม หลักฐานสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า อีริคสันให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีด้านไอพี เครือข่าย และบริการชั้นนำ ได้แก่ การประกาศด้านความร่วมมือทางกลยุทธ์ กับผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสารข้อมูลผ่านใยแก้ว – ซีน่า (Ciena) ระบบโมบายล์และฟิกซ์ไลน์ ต่างต้องการทรานสปอร์ตเน็ตเวิร์คคุณภาพสูง ซึ่งการควบรวมทางเทคโนโลยีระหว่างไอพีและสายไฟเบอร์ใยแก้ว จะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ข้อตกลงดังกล่าวจะสร้างโอกาสในการเติบโตให้แก่อีริคสัน ด้วยการเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตฟอลิโอ จากการควบรวมระหว่างเทคโนโลยีด้านไฟเบอร์ใยแก้วของซีน่า เข้ากับเทคโนโลยีด้านไอพีและเอสดีเอ็นของอีริคสัน

ในช่วงปี 2013 อีริคสันได้เปิดตัวสินค้าที่มีความโดดเด่น สำหรับการสร้างพื้นที่ครอบคลุมภายในอาคาร (indoor coverage) คือ อีริคสัน เรดิโอ ด็อต ซิสเต็ม (Ericsson Radio Dot System) ซึ่งได้รับการรับรองเป็นอย่างดี จากกลุ่มลูกค้า ผูให้บริการเครือข่ายชั้นนำต่างๆเช่น เอทีแอนด์ที (AT&T) และ เวอร์ไรซอน (Verizon) นาย เวสท์เบิร์ก ยังได้กล่าวถึงชื่อของลูกค้าเพิ่มเติม ที่มีความมุ่งมั่นในการทดสอบ เรดิโอ ด็อต ซิสเต็ม ในตลาดของพวกเขา ได้แก่ เอ็มทีเอ็น (MTN), สิงเทล (SingTel), ซอฟท์แบงก์ (Softbank), สวิสคอม (Swisscom), เทลสตรา (Telstra) และโวดาโฟน (Vodafone)

นาย เวสท์เบิร์ก ได้พูดถึงกลยุทธ์ที่สำคัญและการเปิดตัวสินค้าและบริการในปีนี้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนลูกค้าในสามด้าน คือ วิวัฒนาการของเครือข่าย, OSS/BSS และการเปลี่ยนแปลงด้านกระบวนการ และการสร้างนวัตกรรมรวมถึงการเติบโตของรายได้

บนเวที แขกคนสำคัญได้ผลัดกันพูดถึงข้อตกลงทางธุรกิจในแต่ละประเภท โดยซีทีโอของเวอร์ไรซอน – นาย โทนี เมโลน ได้กล่าวถึงวิวัฒนาการของเครือข่าย โดยอธิบายถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับ LTE Broadcast และอภิปรายถึงความสำคัญในการเพิ่มพื้นที่ครอบคลุมภายในอาคาร ด้วยโซลูชั่นอย่าง อีริคสัน เรดิโอ ด็อต ซิสเต็ม

ในด้านนวัตกรรมและการเติบโตของรายได้ นาย เวสท์เบิร์ก ได้แถลงบนเวทีร่วมกับซีอีโอของบริษัทฟิลลิปส์ เพื่อประกาศถึงโครงการ Zero Site ซึ่งเป็นนวัตกรรมของเสาไฟ LED ที่จะทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลชุมชนเมือง สามารถเปิดเป็นพื้นที่ให้เช่า สำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายในการติดตั้งอุปกรณ์โมบายล์บรอดแบนด์

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของอุตสาหกรรมโดยรวม และสำหรับอีริคสัน คือ การพัฒนาอย่างต่อเนื่องและการเติบโตของตลาดที่เกี่ยวข้องกับระบบ OSS/BSS ซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถสร้างและเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (จากเดือน เป็นวัน เป็นชั่วโมง) และให้ข้อมูลเชิงวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ อันเป็นประโยชน์ต่อโอเปอร์เรเตอร์ ในการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีสำหรับลูกค้า จากการเสริมความแข็งแกร่งในด้านนี้ ความเป็นผู้นำของอีริคสันก็ได้รับการยืนยันอีกครั้ง จากการประกาศถึงข้อตกลงกับโอเปอร์เรเตอร์ในฝั่งอเมริกาเหนือ – เซนจูรี่ลิงค์ (CenturyLink) ด้วยบริการ Service Agility จากอีริคสัน เซนจูรี่ลิงค์จะสามารถเพิ่มความพึงพอใจในการใช้งานของลูกค้าได้ ด้วยการบูรณาการด้านโพรดักส์, การเปลี่ยนแปลงระบบ และการปรับปรุงเครือข่ายให้มีโครงสร้างที่เรียบง่ายยิ่งขึ้น

นาย เวสท์เบิร์ก กล่าวถึงแนวโน้มใหม่ห้าประการสำหรับปี 2014: (1) ดิจิตอลไลฟ์สไตล์จะเป็นตัวผลักดันดีมานด์, (2) ไอซีทีเปลี่ยนอุตสาหกรรม, (3) ข้อมูลขนาดใหญ่จะก่อให้เกิดโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่, (4) ประสบการณ์ในการใช้งานของลูกค้าคอสิ่งสำคัญ, และ (5) สมรรถนะของเครือข่ายที่ดีกว่าจะนำมาซึ่งชัยชนะ

นาย เวสท์เบิร์ก ยังคาดการณ์ด้วยว่าโมบายล์วีดีโอทราฟฟิคจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ และโอกาสที่โลกจะมีโมบายล์ดาต้าทรูพุตอย่างน้อย 1 Mbps ซึ่งจะทำให้มี app coverage ที่อาจจะเพียงพอในปี 2014ในบางพื้นที่ แต่คงจะไม่เพียงพอสำหรับการใช้งานในอนาคตเพราะเราต้องการพัฒนา app coverage อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อวิถีชิวิต และวิถีในการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนไป”

นาย โยฮัน วีเบิร์คฮ หัวหน้า Business Unit Networks ของอีริคสัน จะอภิปรายในหัวข้อเรื่อง กลยุทธ์ด้านคลื่นความถี่, โครงสร้างที่ปรับเปลี่ยนขนาดได้ (scalable architecture), ความตระหนักถึงบริการ, เซลล์ขนาดเล็กที่มีการทำงานแบบเชื่อมโยงกัน และซอฟต์แวร์ล่าสุด ในงาน GSMA วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ ณ เมืองบาร์เซโลน่า นาย วีเบิร์คฮ จะอธิบายถึงเหตุผล ว่าทำไมเรา (ทั้งจากมุมของผู้ใช้และผู้ให้บริการเครือข่าย) จึงควรเปลี่ยนคำถามแบบเดิมที่ว่า “มี coverage หรือไม่” ไปเป็น “มี coverage ที่เหมาะสม สำหรับแอ็พที่เราชอบใช้ หรือไม่” มากกว่า เขากล่าวว่า: “มากกว่าหนึ่งพันล้านอุปกรณ์พกพา ถูกเพิ่มเข้ามาในเครือข่ายโทรคมนาคมและเครือข่ายสื่อสารข้อมูล ในช่วงปี 2012 ในขณะเดียวกัน จำนวนแอ็พที่ถูกดาวน์โหลดจากสองค่ายยักษ์ใหญ่ พุ่งขึ้นมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นความท้าทายของโอเปอร์เรเตอร์จึงมิใช่หยุดแค่เพียง ความสามารถในการรองรับการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ต้องเข้าใจความต้องการที่แตกต่างอีกด้วย”

ซีทีโอของอีริคสัน – คนาย อัลฟ์ อีวัลด์ซัน จะปรากฏตัวบนเวทีอภิปรายในช่วงคืนวันจันทร์ เกี่ยวกับบทบาทของอีริคสัน ในฐานะผู้ก่อตั้ง อินเตอร์เน็ต ด็อต ออค (internet dot org) เพื่อนำอินเตอร์เน็ตสู่ 3.5 ล้านคนบนโลกใบนี้ ที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้งาน ในขณะที่ซีเอ็มโอของบริษัท – คุณอรุณ บิคเชสวารัน จะพูดถึงอนาคตของบริการด้านวอยซ์ด้วย ในวันพุธ

ในงาน Mobile World Congress 2014 ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทสสเปนนี้ อีริคสันจะทำการแสดงเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก ความสามารถในการให้บริการมืออาชีพ และนวัตกรรมใหม่ๆ เราเชื่อว่าทุกสิ่งที่จะได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อ จะได้รับการเชื่อมโยงนั้น และเราจะเป็นผู้นำทาง ด้วยโซลูชั่นที่พร้อมผลักดันให้เกิดการพัฒนา ด้านโมบิลิตี้ บรอดแบนด์ และคลาวด์ เพื่อสร้างรากฐานที่มั่นคงสำหรับอีโคซิสเต็มส์ และพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงข้ามอุตสาหกรรมนานาชนิด เราคือผู้นำทางของคุณสู่สังคมเครือข่าย

View :367

ดีแทครุกหนักปีม้า ตั้งเป้าพิชิตใจลูกค้าด้วยกลยุทธ์ Loved by Customers

February 20th, 2014 No comments

Resize of dtac_0583

20 กุมภาพันธ์ 2557 ดีแทคตั้งเป้าพิชิตใจลูกค้า ผลักดันกลยุทธ์ Loved by Customers สานต่อภารกิจสำคัญนี้ให้ไปถึงลูกค้าโดยเร็ว ติวเข้มตั้งแต่ทีมพนักงาน ตลอดถึงคู่ค้า เพื่อให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการ เกิดความประทับใจและบอกต่อแนะนำให้เพื่อน ครอบครัวและญาติมาใช้ ล่าสุดได้จัดงานประชุมดีแทคดิสตริบิวเตอร์คอนเฟอเร้นซ์ 2557 (dtac Distributors Conference) ประจำปี 2557 สำหรับคู่ค้าตัวแทนกระจายสินค้าหลักทั่วประเทศ เพื่อแถลงนโยบายการดำเนินธุรกิจ มอบภารกิจ Loved by Customers และเลี้ยงขอบคุณดิสตริบิวเตอร์ทั่วประเทศ

นายชัยยศ จิรบวรกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้า ดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคได้จัดงานประชุมกับคู่ค้าประจำปี 2557 ขึ้นเพื่อชี้แจงนโยบายการดำเนินงานของดีแทคในปีนี้ ด้วยวัตถุประสงค์ให้ดิสตริบิวเตอร์ ส่งมอบสินค้าและบริการให้กับลูกค้า สร้างความเป็นหนึ่งเดียวกัน หรือ we are one เพื่อให้ดิสตริบิวเตอร์ รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับดีแทค มีเป้าหมายเดียวกัน และเดินในทิศทางที่สอดคล้องไปด้วยกัน

ดีแทคมีโครงสร้างการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่ง ผ่านทางผู้แทนกระจายสินค้าดีแทค หรือ ผู้จัดการโครงการแฮปปี้-ดีแทค บริษัทฯมองว่าดิสตริบิวเตอร์เป็นคู่ค้าที่สำคัญ ดีแทคเป็นรายแรกในตลาดที่มีการปรับโครงสร้างการกระจายสินค้า สร้างโครงสร้างใหม่มีการแบ่งเขตพื้นที่การขาย มีการขายผ่านตัวแทนดิสตริบิวเตอร์ไปยังผู้ค้าปลีก มีพนักงานเข้าเยี่ยมร้านทุกสัปดาห์ ดีแทคมีความตั้งใจในการให้คำปรึกษา ช่วยเหลือสนับสนุนและใส่ใจในการดูแลทำธุรกิจร่วมกับคู่ค้ามาตลอด มีการควบคุมราคาขายตามมาตรฐาน ทำให้ช่องทางการกระจายสินค้าของดีแทคแข็งแรงที่สุด เน้นการทำงานเป็นพันธมิตร มีการดูโครงสร้างรายได้ที่เหมาะสม และให้ ดิสตริบิวเตอร์ เป็นผู้มีสิทธิ์ในการขายสินค้าทุกอย่างของดีแทคในพื้นที่ ซึ่งเป็นตัวแทนกระจายสินค้าดีแทคทั่วประเทศ จำหน่ายทั้งซิม, บัตรเงินสด, e-cash และ โทรศัพท์มือถือ dtac TriNet Phone รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของดีแทค ผ่านไปยังผู้ค้าปลีก ซึ่งในปัจจุบันดีแทคมีผู้ค้าปลีกจำหน่ายซิมอยู่ 30,000 ราย และมีผู้ค้าปลีกเติมเงินอยู่กว่า 250,000 รายทั่วประเทศ ซึ่งโครงสร้างการจัดจำหน่ายของดีแทคนับเป็นโครงข่ายที่เข้มแข็งที่สุดในวงการโทรคมนาคม

สำหรับนโยบายหลักในการทำงานกับคู่ค้าของดีแทคในปีนี้ คือมุ่งเน้นการทำงานในรูปแบบใหม่ที่จะเจาะลึกในแต่ละจังหวัด การทำการตลาดและการขายที่เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เข้าถึงความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง เพราะความต้องการของตลาดและพฤติกรรมของลูกค้าแต่ละพื้นที่จะมีความเฉพาะเจาะจงที่ไม่เหมือนกัน เมื่อดิสตริบิวเตอร์รู้จักและเข้าใจลูกค้า จะช่วยให้สินค้าและบริการของ

ดีแทคที่ออกไปตรงใจกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ดิสทริบิวเตอร์จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับดีแทค พัฒนาแผนธุรกิจร่วมกัน โดยมีเป้าหมายในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งแผนงานในการเปิดตัวธุรกิจใหม่ๆในอนาคต

โดยปีนี้ได้จัดงบประมาณในการดูแลคู่ค้าของดีแทค ในการจัดแคมเปญประจำปีให้กับผู้จัดการโครงการแฮปปี้-ดีแทค รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้นกว่า 50 ล้านบาท ถือเป็นรางวัลมากที่สุดเท่าที่วงการโทรคมนาคมไทยเคยมีมา ภายใต้แคมเปญประจำปี 2557 ที่มีรางวัลมอบให้คู่ค้า ที่ดำเนินธุรกิจได้ตามเป้าหมาย โดยมีรางวัลใหญ่สุดแห่งปี เป็นรถยนต์ เมอร์ซิเดส เบนซ์ E300 BlueTEC HYBRID Executive มูลค่า 3,690,000 บาท

ในการจัดงานครั้งนี้ มีการประกาศผลรางวัลแคมเปญประจำปี 2556 ที่ดีแทคได้จัดขึ้นในปีที่ผ่านมา โดยคู่ค้า ที่ได้รับรางวัลคือ บริษัท เจมาร์ท จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลรถยนต์ บีเอ็มดับบลิว ซีรี่ส์ 3 320i จำนวน 1 คันและรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า อีก 10 คัน พร้อมทั้งการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับคู่ค้าในตอนค่ำอย่างอบอุ่น

View :472

Thailand Mobile Expo 2014 ยอดเงินสะพัด

February 17th, 2014 No comments

tme2014_08
บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด ผนึกกำลังพันธมิตรโทรศัพท์มือถือกว่า 40 แบรนด์ดังชั้นนำ อาทิ Samsung, Nokia, OPPO, i-mobile, Sony, HTC ร่วมด้วยโอเปอเรเตอร์รายใหญ่ทั้ง 4 ค่าย AIS, dtac, TrueMove H, TOT และบริษัทคู่ค้า จัดงาน “ 2014” ครั้งที่ 17 มหกรรมมือถือ ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ เมื่อวันที่ 13 – 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นาย โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมของการจัดงาน “Thailand Mobile Expo 2014” ว่ามีจำนวนผู้เข้าชมงาน และยอดเงินสะพัดอยู่ในระดับที่น่าพอใจ ตามที่ได้คาดการณ์เอาไว้ แม้ว่าการจัดงานครั้งนี้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เป็นอยู่ รวมไปถึงการที่ยังไม่มีสินค้าใหม่ๆ มาเปิดตัวภายในงานมากนัก ส่งผลให้ยอดรวมที่ได้มีจำนวนลดลงกว่า 20% เมื่อเทียบกับการจัดงานในครั้งก่อน แต่ทั้งนี้จุดที่น่าสังเกตก็คือ จำนวนผู้เข้าชมงาน และยอดเงินสะพัดภายในงานครั้งนี้ กลับมีจำนวนใกล้เคียงกับการจัดงานเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว ในขณะที่ยังไม่เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองต่างๆ เหมือนเช่นในตอนนี้ ซึ่งถือเป็นการแสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดี ในการตื่นตัวของตลาดมือถือหลังจากซบเซามานาน

นาย โอภาส กล่าวต่อว่า แนวโน้มในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนของผู้เข้าชมงานในครั้งนี้ ยังคงพุ่งเป้าไปยังสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ซึ่งสังเกตได้ว่า กลุ่มผู้บริโภคได้มีการศึกษาหาความรู้ในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนที่คุ้มค่าเหมาะสมกับการใช้งานของตัวเองมาพอสมควร ทำให้ยอดขายของสมาร์ทโฟนจอใหญ่มีการกระจายออกไปในแต่ละ

กลุ่มระดับราคา ไม่กระจุกตัวอยู่แค่เฉพาะกลุ่มที่มีระดับราคาสูง หรือกลุ่มระดับราคาเริ่มต้นเพียง
อย่างเดียว โดยสัดส่วนยอดขายสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตภายในงานแยกตามระบบปฏิบัติการนั้น
แชมป์เก่าอย่าง Android ยังคงรักษาตำแหน่งเอาไว้ได้ กับยอดขายประมาณ 60% จากยอดขายทั้งหมด ตามมาด้วย iOS ที่สามารถแชร์ส่วนแบ่งจาก Android ได้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยยอดขาย 30% เนื่องจากโปรโมชั่น iPhone จากผู้ให้บริการเครือข่ายค่ายต่างๆ นั้นเป็นที่ดึงดูดกลุ่มผู้บริโภค ส่งผลให้ยอดจำหน่ายเครื่องแบบผูกสัญญาเพิ่มขึ้น และปิดท้ายด้วยระบบปฏิบัติการ Windows Phone กับส่วนแบ่ง 10% จากยอดขายทั้งหมด ซึ่งได้นับรวมระบบปฏิบัติการ Windows บนแท็บเล็ต ซึ่งเป็นที่สังเกตได้ว่ากลุ่มผู้บริโภคหันมานิยมเลือกซื้อแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows กันมากขึ้น ด้วยเหตุผลหลักคือสามารถนำไปใช้ในการทำงานได้อย่างสะดวก และคุ้นเคยไม่ต่างจากการทำงานบนโน้ตบุ๊ค หรือคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่ใช้งานกันอยู่ทั่วไป

นอกจากนี้ยังเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่ได้เห็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าไอที และกล้องถ่ายภาพรายใหญ่ หันมาสนใจในตลาดมือถือ และตัดสินใจเข้าร่วมงาน “Thailand Mobile Expo 2014” อย่างพร้อมเพรียง เป็นการเพิ่มความคึกคักให้กับตลาดมือถือ และแสดงให้เห็นว่าตลาดมือถือในบ้านเรายังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปได้อีก นายโอภาส กล่าวปิดท้าย

View :357

ผู้ให้บริการมือถือ 11 ราย สมาชิก Bridge Alliance ร่วมกันจัดตั้ง “เครือข่าย M2M” ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

January 27th, 2014 No comments

ผู้ให้บริการมือถือชั้นนำ 11 ราย ใน 11 ประเทศ ร่วมกันจัดตั้ง “” (Machine to Machine) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เพื่อส่งมอบการให้บริการ M2M แบบครบวงจรในกลุ่มประเทศสมาชิก โดย Bridge M2M Alliance จะเป็นศูนย์รวมของบริการและโซลูชั่น M2M ที่หลากหลาย เพื่อร่วมกันส่งมอบประสบการณ์แบบ “One Stop Shop” ให้กับลูกค้าต่างๆ ของประเทศสมาชิก
สมาชิกของ Bridge M2M Alliance ประกอบไปด้วย Airtel – อินเดีย , AIS – ไทย , CSL – ฮ่องกง , Globe Telecom – ฟิลิปปินส์ , Maxis – มาเลเซีย , MobiFone – เวียดนาม , Optus – ออสเตรเลีย , SingTel – สิงคโปร์ , SK Telecom – เกาหลีใต้ , Taiwan Mobile – ไต้หวัน และ Telkomsel – อินโดนีเซีย โดยมีจำนวนผู้ใช้บริการรวมกันมากกว่า 500 ล้านราย ส่งผลให้เครือข่าย M2M มีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

โดย Bridge M2M Alliance จะช่วยลดความซับซ้อนในการประสานงานกับผู้ให้บริการจำนวนหลายๆราย ด้วยการนำเสนอการส่งมอบบริการ M2M ที่ข้ามพรมแดนทางภูมิศาสตร์ในระดับภูมิภาค ให้เป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อ นอกจากนี้สมาชิกกลุ่มเครือข่ายยังจะช่วยพัฒนาประสบการณ์ในการให้บริการลูกค้าผ่านการทำงานร่วมกัน เพื่อยกระดับการให้บริการและการดูแลลูกค้าด้วย

มร.อเลซซานโดร อาดริอานี CEO ของ กล่าวว่า “ทวีปเอเชียเป็นทวีปที่มีความแตกต่างทางด้านเศรษฐกิจสูงมาก นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ไม่เท่าเทียมกัน รวมทั้งมีข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่หลากหลาย เป็นผลให้ธุรกิจข้ามชาติต่างๆพบว่าเป็นการยากมากที่จะนำความซับซ้อนของภูมิภาคเหล่านี้นำไปสู่การผลิตที่มีต้นทุนต่ำ ดังนั้นพัฒนาการต่างๆของ ในธุรกิจ M2M จึงเป็นเครื่องบ่งชี้ความมุ่งมั่นของทั้ง 11 บริษัทผู้ให้บริการมือถือ ที่ต้องการเอาชนะความท้าทายในการทำให้ธุรกิจของกลุ่มลูกค้าประสบความสำเร็จ”

พันธมิตรของ M2M ครอบคลุมธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม อาทิ รถยนต์ , การรักษาความปลอดภัย , การจัดการพลังงาน เป็นต้น ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เกิดการพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ การสร้างสรรค์สินค้าและบริการใหม่ๆ และการลดต้นทุนในการดำเนินงานของลูกค้า ดังนั้นสมาชิกเครือข่ายจึงมุ่งมั่นในการสร้างระบบนิเวศน์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ โดยการร่วมเป็นพันธมิตรกับผู้ใช้เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ M2M อาทิกลุ่มนักพัฒนา Application , กลุ่มผู้ผลิตอุปกรณ์ และผู้ให้บริการต่างๆ

โดยสมาชิกเครือข่ายจะยังคงเดินหน้าร่วมมือกันเพื่อรักษาประโยชน์ในเชิงธุรกิจให้กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าประหยัด สามารถสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ การเป็นผู้นำในการให้บริการในแต่ละประเทศจะเป็นการยกระดับ และสนับสนุนบริษัทข้ามชาติต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนการเจริญเติบโตในทวีปเอเชีย เช่นเดียวกับบริษัทต่างๆในเอเชียที่ต้องการขยายไปทั่วโลก

ทางด้าน นายวิเชียร เมฆตระการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า “ความร่วมมือของกลุ่มพันธมิตรในระยะยาวครั้งนี้ ส่งผลให้เอไอเอสสามารถยกระดับและเรียนรู้ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการนำเสนอบริการที่ดีกว่า และคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ให้กับลูกค้าที่ต้องการใช้บริการ M2M ในระดับภูมิภาค หรือแม้แต่ระดับโลกได้ ซึ่ง M2M ถือเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่จะทำให้พวกเรากลุ่มสมาชิกมีการเจริญเติบโต อีกทั้งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรามีความได้เปรียบในตลาดระดับภูมิภาค และทำให้ลูกค้าของเราสามารถก้าวไปสู่ความเป็นผู้นำในระดับภูมิภาค และมีบริการที่เป็นเลิศได้”

เกี่ยวกับ Bridge Alliance
Bridge Alliance ประกอบไปด้วยสมาชิกผู้ให้บริการมือถือจำนวนทั้งสิ้น 31 ราย ใน 31 ประเทศ ได้แก่ Airtel – อินเดีย, 17 ประเทศในทวีปแอฟริกา, บังคลาเทศ , AIS – ไทย , CSL – ฮ่องกง , CTM – มาเก๊า , Globe Telecom – ฟิลิปปินส์ , Maxis – มาเลเซีย , MobiFone – เวียดนาม , Optus – ออสเตรเลีย , SingTel – สิงคโปร์ , SK Telecom – เกาหลีใต้ , Taiwan Mobile – ไต้หวัน , Telkomcel – ติมอร์ เลสเต และ Telkomsel – อินโดนีเซีย

โดยมีลูกค้ารวมกันจำนวนทั้งสิ้น 570 ล้านราย และขยายจำนวนประเทศสมาชิกเพื่อทำให้เกิดความแข็งแกร่งของกลุ่มสมาชิก ส่งผลให้เกิดการพัฒนาบริการข้ามแดนอัตโนมัติและโซลูชั่นต่างๆของลูกค้าองค์กร Bridge Alliance ดำเนินงานผ่านบริษัท Bridge Mobile Pte Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของสิงคโปร์ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมไดที่ www.bridgealliance.com

View :407

ทรูมูฟ เอช จัดงานเปิดตัว iPhone 5s และ iPhone 5c อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้ชื่องาน “First for the Best” ตอกย้ำความเป็นผู้นำสมาร์ทโฟน

October 25th, 2013 No comments

IMG_1229
กรุงเทพฯ 25 ตุลาคม 2556 – โดย ดร.ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ (กลาง) หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการพาณิชย์ กลยุทธ์การขายและรีเทล / ทรูไลฟ์สไตล์รีเทล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ส่งมอบ และ iPhone 5c จำนวน 5 เครื่องแรกในไทยให้กับลูกค้าที่ pre-order ไว้ล่วงหน้า พร้อมร่วมเค้าท์ดาวน์ฉลองการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ สกาย ฮอลล์ ชั้น 3 เซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว โดยลูกค้าทั้ง 5 ท่านนี้จะได้รับของรางวัล พรีเมียม สุดพิเศษ หูฟัง DR. DRE HEADPHONE BEAT MIXR และ กระเป๋าเป้ RED POWERFUL จากทรูมูฟ เอช รวมมูลค่า 11,790 บาท

ทรูมูฟ เอช เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่จัดงานเปิดตัว iPhone 5s และ iPhone 5c อย่างเป็นทางการ โดยมีเหล่าศิลปิน และเซเลบชื่อดังร่วมงานอย่างคับคั่ง โดยมีเครื่องเปิดให้ลงทะเบียนสั่งจองจำนวน 4,500 และมีลูกค้าให้ความไว้วางใจจองซื้อ iPhone 5s และ iPhone 5c อย่างล้นหลาม โดยทรูมูฟ เอช ชูจุดเด่น 5 ประการ ตอกย้ำผู้นำสมาร์ทโฟน ได้แก่ 1. เครือข่าย 4G LTE รายแรกและรายเดียวที่แรงที่สุด พร้อมเครือข่าย 3G ที่ครอบคลุมมากที่สุดทั่วไทย 2. แพ็กเกจที่ครบครันทั้ง 4G LTE, 3G และ WiFi พร้อมมอบข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุด 3. แอพพลิเคชั่น และคอนเท้นต์ จากแอพเซ็นเตอร์ของทรูมูฟ เอช ผู้นำในการพัฒนาแอพใหม่ๆ ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ 4. การให้บริการเพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดต่อลูกค้า ด้วยโปรแกรม ACEP (Apple Channel Excellence Program) ซึ่งทรูมูฟ เอช เป็นผู้ให้บริการรายเดียวในไทย และรายแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับเลือกจาก Apple ให้นำโปรแกรม ACEP (Apple Channel Excellence Program) มาใช้ 5. บริการหลังการขายที่เหนือกว่า โดยมี iPhone Master ผู้เชี่ยวชาญการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์ผ่าน iOS ที่พร้อมให้คำปรึกษาอย่างแม่นยำ
Caption_Social_Resize

รายชื่อลูกค้า 5 ท่านแรก ได้แก่

1. นายภุชงค์ พุ่มทองดี อายุ 25 ปี ซื้อ iPhone 5S รุ่น 32 GB สีเทา

2. นายขจร เจียรนัยพานิชย์ อายุ 32 ปี ซื้อ iPhone 5S รุ่น 32 GB สีเทา

3. นายธีรวัฒน์ เรืองศรีมั่น อายุ 31 ปี ซื้อ iPhone 5S รุ่น 32 GB สีทอง

4. นายเอกสกุล ม่วงศรี อายุ 30 ปี ซื้อ iPhone 5S รุ่น 16 GB สีขาว

5. นางสาวปาริชาติ ผดุงกิจ อายุ 23 ปี ซื้อ iPhone 5S รุ่น 16 GB สีดำ

ลูกค้าที่สนใจสามารถ จอง iPhone 5s และ iPhone 5c พร้อมทั้งค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ www.truemove-h.com/iPhone

View :559

ดีแทค เร็ว แรง ซิ่งซูเปอร์คาร์ส่ง dtac iPhone 5s และ 5c ถึงบ้านลูกค้าทันใจก่อนใคร

October 25th, 2013 No comments

Photo1
ดีแทคเปิดตัว และ 5c เร็ว แรง กับแนวคิดสุดเซอร์ไพรส์ Fast & Feel Goood จัดทัพซูเปอร์คาร์ความเร็วสูงส่งสมาร์ทโฟนสุดฮ็อตพร้อมความรู้สึกดี ๆ ถึงมือลูกค้าก่อนใคร สื่อชัดถึงประสบการณ์สื่อสารที่รวดเร็วกว่าบน dtac TriNet – 3 โครงข่ายอัจฉริยะหนึ่งเดียวของไทย ก่อนเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ตุลาคม 2556 ที่ศูนย์บริการดีแทคทั่วประเทศ

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น () กล่าวว่า “ด้วยกระแสที่ร้อนแรงของ dtac และ 5c เราจึงส่งมอบประสบการณ์สื่อสารที่ดีที่สุดถึงลูกค้าด้วยคอนเซ็ปต์ “Fast & Feel Goood” เร็ว แรง ชัดเจนทุกความรู้สึกดี ๆ จัดกองทัพม้าเร็วควบซูเปอร์คาร์นำ dtac และ 5c ส่งตรงถึงบ้านลูกค้าผู้โชคดีที่สั่งจองล่วงหน้า และสำหรับลูกค้าที่มารับเครื่องด้วยตัวเองที่ศูนย์บริการในกรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ขอนแก่น และภูเก็ต ทุกคนจะได้รับบริการ การดูแลเอาใจใส่ที่รวดเร็วทันใจไม่แพ้กัน พร้อมของขวัญเซอร์ไพรส์ที่เตรียมไว้ให้ และแน่นอนว่าที่สุดแล้วลูกค้าจะได้สัมผัสกับประการณ์สื่อสารจากการใช้งาน iPhone ใหม่ทั้งสองรุ่นอย่างเต็มประสิทธิภาพบน dtac TriNet – 3 โครงข่ายอัจฉริยะ บนแบนด์วิธที่กว้างที่สุด ซึ่งเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ และกำลังขยายขอบข่ายไปทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องในขณะนี้”

เพื่อเป็นการพิสูจน์ความเร็วและแรงของดีแทค TriNet ลูกค้าดีแทคจะได้ร่วมการทดสอบ Speed Test ณ จุดทดสอบที่จัดขึ้นที่ดีแทคเฮาส์ อาคารจามจุรีสแควร์เพื่อสัมผัสประสบการณ์จริงในการใช้ dtac iPhone 5s และ 5c บนเครือข่าย dtac TriNet ทั้งคุณภาพเสียงที่คมชัดระดับ HD, บริการโมบายอินเตอร์เน็ตที่เร็ว แรง พร้อม ๆ ไปกับประสบการณ์ Feel Goood จากทีมงานดีแทค ที่คอยดูแลให้การบริการอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลารอ พร้อมคำแนะนำในการใช้งานจากผู้เชี่ยวชาญ แพ็กเกจค่าบริการสุดคุ้มใหม่ในราคาเริ่มต้นเพียง 374 บาทต่อเดือน พร้อมของขวัญสุดเซอร์ไพรส์ สำหรับลูกค้า dtac iPhone 5s และ 5c ที่มารับเครื่องเป็นคนแรกที่กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, ขอนแก่น และภูเก็ต รับฟรี dtac iPhone 5c รุ่น 16GB สีฟ้าสดใส อีก 1 เครื่อง มูลค่า 20,730 บาท และลูกค้าทุกคนที่มารับเครื่องในงานยังได้รับพาวเวอร์แบงค์ ขนาด 5000 mAh มูลค่า 1,490 บาทฟรี เพื่อการใช้งานอย่างต่อเนื่องไม่สะดุดแม้ขณะเดินทางอีกด้วย

dtac iPhone 5s และ 5c เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม 2556 เป็นต้นไป ที่ศูนย์บริการดีแทค และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายที่ร่วมรายการทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอพิเศษผ่อน 0% นาน 10 เดือน เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ พร้อมหลากหลายแพ็กเก็จสุดคุ้มใหม่ ที่ตอบสนองทุกรูปแบบการใช้งานของลูกค้าดีแทค บนสุดยอดสมาร์ทโฟน อย่าง iPhone 5s และ 5c

ดูรายละเอียดราคาและแพ็กเกจเพิ่มเติมที่ www.dtac.co.th/iphone

View :340