Archive

Archive for the ‘Press Conference’ Category

เอไอเอส ออกแพ็คเกจพิเศษ Olympic Voice & SMS Roaming ประหยัดสูงสุด 72% โทรและส่ง SMS ได้สุดคุ้ม ระหว่างเชียร์โอลิมปิคที่อังกฤษ

July 12th, 2012 No comments

บริการข้ามแดนอัตโนมัติจากเอไอเอส เอาใจลูกค้าจีเอสเอ็ม แอดวานซ์ที่เดินทางไปเชียร์นักกีฬาไทยสู้ศึกโอลิมปิค 2012 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ด้วยแพ็กเกจพิเศษสุดคุ้ม Olympic Voice & SMS Roaming ที่ให้ลูกค้าประหยัดสูงสุดถึง 72 % โดยมีให้เลือก 2 แพ็กเกจ ได้แก่ โทร 60 นาที SMS 60 ครั้ง แพ็กเกจละ 1,400 บาท และโทร 30 นาที SMS 30 ครั้ง แพ็กเกจละ 800 บาท สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. – 31 ส.ค. 55

นอกจากนี้เอไอเอสยังสนับสนุนค่าโทรฟรีพร้อมแพ็กเกจ Unlimited Data Roaming รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านให้แก่คณะนักกีฬา, โค้ช, คณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย รวมทั้งสื่อมวลชนที่จะเดินทางไปร่วมการแข่งขันที่ประเทศอังกฤษให้อุ่นใจ สามารถติดต่อสื่อสารกับคนที่ประเทศไทยได้อย่างสะดวกสบายด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ 1175

View :596
Categories: Press Conference Tags:

โนเกียจับมือมินีแบ และกรมควบคุมมลพิษ รณรงค์การรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือในเขตอุตสาหกรรม

March 26th, 2012 No comments

ผู้บริหารโนเกีย นำโดย นางสาวนนทวัน สินธวานนท์ (ที่3 จากขวา) หัวหน้าฝ่ายการตลาด ประเทศไทยและตลาดเอเชียเกิดใหม่ พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานกลุ่มบริษัทมินีแบ นำโดย นายเอกชัย สัมพันธ์ศิริกุล (ที่ 3 จากซ้าย) ผู้จัดการสำนักงานสิ่งแวดล้อมส่วนกลาง กลุ่มบริษัทมินีแบในประเทศไทย ร่วมเปิดตัวโครงการ Weee Can Do เพื่อรณรงค์การรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือในกลุ่มพนักงานโรงงานมินีแบ ครอบครัว และชุมชนใกล้เคียง ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 13 กันยายน 2555

โนเกียจับมือกลุ่มบริษัทมินีแบ ในประเทศไทย และกรมควบคุมมลพิษ รณรงค์การรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือในกลุ่มพนักงานมินีแบ ภายใต้โครงการ Weee Can Do ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 13 กันยายน 2555

นางสาวนนทวัน สินธวานนท์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด โนเกีย ประเทศไทยและตลาดเอเชียเกิดใหม่ กล่าวว่า “โนเกียได้ดำเนินกิจกรรมรณรงค์การรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือที่มีมาตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งมีผู้บริโภคนำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมทุกชนิดที่ไม่ใช้แล้วมารีไซเคิลเป็นจำนวนมากขึ้นทุกปี สำหรับในปีนี้ โนเกียพยายามเข้าถึงกลุ่มประชาชนที่มีแนวโน้มในการตระหนักถึงความสำคัญของการรีไซเคิล นั่นคือ พนักงานในโรงงอุตสาหกรรมชั้นนำ ซึ่งมีพื้นฐานความเข้าใจในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่างๆ เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว โนเกียจึงประสานความร่วมมือกับกลุ่มบริษัทมินีแบ ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ชั้นนำของโลก เพื่อรณรงค์การรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือในกลุ่มพนักงานมินีแบ ครอบครัว และชุมชนรอบข้าง”

พนักงานกลุ่มบริษัทมินีแบ ผู้ผลิตชิ้นส่วนสำหรับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ชั้นนำของโลก ร่วมกับ โนเกีย จัดทำโครงการ Weee Can Do เพื่อรณรงค์การรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือ โดยวางกล่องสำหรับรับโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมไว้ตามจุดต่างๆ ภายในโรงงานเพื่อนำมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 13 กันยายน 2555

โดยกลุ่มบริษัทมินีแบ จะวางกล่องสำหรับรับโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมไว้ตามจุดต่างๆ ภายในโรงงาน เพื่อรับคืนโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้งานแล้วจากพนักงานหรือครอบครัว แล้วมาเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล นอกจากนี้ ยังได้จัดป้ายรณรงค์ที่ด้านหลังรถบัสรับส่งพนักงานมินีแบ จำนวนกว่า 300 คัน เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนรอบข้างโรงงานเล็งเห็นถึงความสำคัญของการรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือ ซึ่งหากทิ้งไว้โดยจัดการไม่ถูกต้อง อาจกลายเป็นขยะมีพิษได้

View :1235

ผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมไทยคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวด E-idea โดยบริติช เคานซิล และ LRQA ที่จัดขึ้นในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในเอเชียแปซิฟิก

October 25th, 2011 No comments

ผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมชาวไทย 6 คนสามารถเอาชนะผู้สมัครทั้งหมด 45 คนในการแข่งขันโครงการ ประเทศไทย และคว้าเงินรางวัลมูลค่ากว่า 200,000 บาท ซึ่งจะเป็นเงินทุนในการจัดทำโครงการ นอกจากนี้พวกเขาจะได้เข้าร่วมการอบรมในระดับนานาชาติเพื่อพัฒนาโครงการที่มีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน

รางวัลแบ่งออกเป็นรางวัลสำหรับโครงการประเภท “โครงการใหม่” 3 รางวัล และโครงการประเภท “โครงการต่อยอด” อีก 3 รางวัลซึ่งมอบให้กับโครงการที่ริเริ่มไปแล้วแต่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดได้ พิธีมอบรางวัลได้จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ในวันพฤหัสบดีที่ 29 กันยายน 2554 โดยประธานในพิธีคือ เซอร์ เวอร์นอน เอลลิส ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ และ มร. ราจ กันการาม ผู้จัดการโครงการ E-idea จาก Lloyds Register Quality Assurance () ในฐานะตัวแทนของสององค์กรจากสหราชอาณาจักรผู้จัดโครงการประกวด E-idea ในประเทศไทยและอีก 6 ประเทศในเอเชียแปซิฟิก

คณาเดช ธรรมนูญรักษ์ ผู้ชนะประเภท “โครงการใหม่” จากกรุงเทพฯ กล่าวว่า “การได้เข้าร่วมการอบรม ได้เปิดรับไอเดียใหม่ๆ รวมทั้งโอกาสในสร้างเครือข่ายผ่านโครงการ E-idea จะช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ในการทำงานและสร้างเครือข่ายพันธมิตรที่ช่วยสนับสนุนและทำให้โครงการของเราประสบความสำเร็จ เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีมผู้ชนะทีมอื่นๆ”

โครงการ “Urbie Urban Farming” ของคณาเดช หวังจะเปลี่ยนพื้นผิวคอนกรีตของสังคมเมืองให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียว โดยการปลูกพืชผักในพื้นที่ที่จำกัดหรือพื้นที่ที่ยังไม่ถูกนำมาใช้ประโยชน์ โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่จะผลักดันให้ชุมชนแออัดในกรุงเทพฯหันมาปลูกผักอย่างน้อย 50 ชุมชน ซึ่งเป็นการเพิ่มรายได้เสริมที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับคนในชุมชน และสร้างกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองต้นแบบของการปลูกพืชผักในเมือง

“โครงการใหม่” อื่นๆ ที่ได้รับรางวัลได้แก่โครงการ “Easy to be Green” ที่มีเป้าหมายพัฒนา ผลิต และส่งเสริม “ถังย่อยขยะอินทรีย์” เพื่อกำจัดขยะอินทรีย์ในรูปแบบที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดปัญหาสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งไปที่การจัดการและกำจัดขยะอินทรีย์ในระดับครัวเรือน และโครงการ “Waste Separation and Biowaste Recycling” ที่จะผลักดันอำเภอปายให้เป็นต้นแบบเมืองท่องเที่ยวสีเขียวที่มีจุดเด่นเรื่องการจัดการขยะ เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างเทศบาล โรงเรียน ชุมชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ รวมทั้งรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวตระหนักถึงการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม

“โครงการต่อยอด” ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศคือโครงการของแสงอาภา ศรีโสภาภรณ์ ร่วมกับบริษัทโคโคบอร์ดเจ้าของบริษัทผลิตวัสดุทดแทนไม้จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ที่ต้องการพัฒนาพลังงานทางเลือกเพื่อใช้ในการผลิต เพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง; ขวัญข้าว สิงห์เสนี เจ้าของโครงการลดหมอกควันจากการเผาขยะในจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีแนวคิดผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากขยะดังกล่าว; และสุดารัตน์ ชมรุ่ง ผู้นำเชื้อราปฏิปักษ์ในรูปอัดเม็ดมาเพิ่มระบบรากและใบแก่พืชป่าชายเลน เพื่อช่วยกระบวนการผลิตก๊าซอ๊อกซิเจนและการลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ

คณะกรรมการตัดสินรางวัลประกอบด้วยนักวิทยาศาสตร์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม, นักออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผู้จัดการด้านบรรษัทบริบาลจาก LRQA, บริติชเคานซิล และพันธมิตรในประเทศ อันได้แก่สถานทูตอังกฤษ กรุงเทพ, สำนักงานสร้างเสริมกิจการเพื่อสังคมแห่งชาติ, นิตยสาร a Day, องค์กรสร้างสรรค์สังคม iCARE และบริษัทแมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น

ทีมผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยที่ได้คัดเลือกจะได้รับรางวัลเป็นเงินทุนจำนวน 200,000 บาทในการจัดทำโครงการ นอกจากนี้จะได้รับการอบรมจากผู้เชี่ยวชาญและได้เข้าร่วมเครือข่ายธุรกิจของ LRQA ที่มีลูกค้ากระจายอยู่ทั่วโลกกว่า 50,000 ราย ได้อบรมพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำ การบริหารธุรกิจ การจัดการโครงการ ทักษะด้านเทคนิค การระดมทุน และการตลาด เพื่อให้โครงการ E-ideas ของพวกเขาประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ผู้ชนะยังได้รับโอกาสเผยแพร่โครงการผ่านแผนการประชาสัมพันธ์กับสื่อมวลชนทั้งในระดับประเทศ ภูมิภาค และสหราชอาณาจักร ซึ่งสนับสนุนโดยบริติชเคานซิลและ LRQA

ทั้งนี้ ทีมผู้ชนะจะได้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์โครงการในเว็บไซต์ระดับภูมิภาค www.e-idea.org ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลและแหล่งรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการของพวกเขา รวมทั้งยังสามารถนำเสนอข่าวสารข้อมูลใหม่ๆ โดยเว็บไซต์นี้และ “E-idealists Projects” ใน Facebook จัดทำขึ้นมาเพื่อสร้างเครือข่ายระดับภูมิภาคที่ผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมทั้งรุ่นใหม่และมืออาชีพสามารถใช้เป็นช่องทางแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นำเสนอรูปภาพและเรื่องราวระหว่างกัน และยังสามารถเผยแพร่ข้อมูลไปสู่สาธารณชนได้อีกด้วย

ผู้ชนะทุกคนจะได้เข้าร่วมการอบรมระดับภูมิภาคและร่วมกิจกรรมพบปะสังสรรค์สร้างเครือข่าย ซึ่งจะจัดขึ้นที่ประเทศอินโดนีเซียระหว่างวันที่ 3 – 5 ตุลาคม โดยพวกเขาจะเข้าร่วมการอบรมกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเป็นเวลาสองวัน และออกงานเพื่อนำเสนอโครงการ E-ideas และแนวคิดของพวกเขาแก่บุคคลทั่วไป และในช่วงต้นปีหน้า ตัวแทนหนึ่งคนจากแต่ละประเทศจะได้เดินทางไปดูงานที่สหราชอาณาจักรเพื่อทำความรู้จัก แลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นกับผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมของสหราชอาณาจักรและกลุ่มองค์กรระดับชุมชน กิจกรรมสุดท้ายจะมีขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2555 ซึ่งผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมที่ประสบความสำเร็จสูงสุดจากทุกประเทศจะมารวมตัวกันเพื่อนำเสนอความสำเร็จของโครงการ E-idea ในแต่ละประเทศ

ฮิว โอลิฟานท์ ผู้จัดการโครงการ E-idea ระดับภูมิภาคของบริติชเคานซิล กล่าวว่า “บริติชเคานซิลยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับ LRQA ในการสนับสนุนผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เราตระหนักดีถึงบทบาทอันสำคัญของผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมในการเป็น ‘ผู้นำความเปลี่ยนแปลง’ ในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศ ด้วยการเป็นต้นแบบและนำเสนอโอกาสทางธุรกิจของระบบเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม บทบาทในการเผยแพร่แนวทางการอนุรักษ์ที่ยั่งยืนภายในชุมชน รวมทั้งเป็นตัวเชื่อมในการทำงานร่วมกับชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐทั้งในระดับชุมชน ระดับชาติ และนานาชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นในการร่วมกันต่อสู้แก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง”

ไซมอน แบตเตอส์ ผู้อำนวยการโครงการประกวด E-idea ของ LRQA กล่าวว่า “เรายินดีมากที่ผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมจำนวนมากให้ความสนใจโครงการนี้ ผู้สมัครทุกคนล้วนแล้วแต่มีแนวคิดที่สร้างสรรค์และหลากหลายในการพัฒนาสภาพแวดล้อมในแต่ละชุมชน การแข่งขันเป็นไปอย่างสูสีและคณะกรรมการต้องใช้เวลานานมากในการคัดเลือกผู้ชนะ!”

ชลธิรา ทิพย์อักษร เจ้าของโครงการ “Easy to be Green” กล่าวว่า “โครงการ E-idea เป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมในการนำแนวคิดของเราไปสร้างให้เกิดเป็นจริงขึ้นมา พร้อมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง เนื่องจากผู้ได้คัดเลือกเข้าร่วมโครงการจะได้รับการฝึกฝนทักษะการบริหารจัดการโครงการ ได้เข้าร่วมการอบรมกับผู้เชี่ยวชาญ ได้รับประสบการณ์ที่จะช่วยสร้างเสริมความมั่นใจ และเข้าร่วมเครือข่ายระดับนานาชาติ

ขวัญข้าว สิงหเสนีแห่งเครือข่ายเชียงใหม่ เขียว สวย หอม กล่าวว่า “โครงการ E-idea สร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมในกลุ่มผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่ นอกจากนี้การให้ความสนับสนุนและพัฒนาทักษะโดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการสื่อสารและบริหารจัดการโครงการจะช่วยยกระดับความสำเร็จของโครงการ E-idea และช่วยสร้างอนาคตที่ยั่งยืน”

โรเบิร์ต ฮานเซอร์ หัวหน้าฝ่ายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและบรรษัทบริบาลของ LRQA ในเอเชียกล่าวว่า “การสนับสนุนผู้ประกอบการคลื่นลูกใหม่ของเอเชียที่มองเห็นว่าการดำเนินธุรกิจและการให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมสามารถอยู่ควบคู่กันได้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับ LRQA โครงการ E-idea เป็นจุดเริ่มต้นที่จะเชื่อมโยงส่วนต่างๆ เข้าด้วยกันและมอบสิ่งที่ผู้ประกอบด้านสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์ต้องการ นั่นคือให้ความสำคัญและเงินทุนในการเริ่มต้นกับพวกเขา ผมแน่ใจว่าผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้จะร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสและยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ ในการดำเนินตามพวกเขา“

ฮิว โอลิฟานท์ ผู้จัดการโครงการ E-idea ระดับภูมิภาคของบริติชเคานซิล กล่าวว่า “ในฐานะองค์กรของสหราชอาณาจักรที่มีสาขาอยู่ทั่วโลกและมีนโยบายในการทำงานร่วมกับองค์กรอื่น บริติชเคานซิลและ LRQA ได้แสดงให้เห็นถึงจุดยืนของสหราชอาณาจักรในการร่วมมือสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนบนโลกใบนี้ ตามที่ ฯพณฯ วิลเลี่ยม เฮก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวระหว่างพิธีแถลงข่าวเปิดโครงการประกวด E-idea ว่า ‘เราเชื่อมั่นว่าการตอบโต้ที่มีประสิทธิภาพต่อปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากต่ออนาคตของเรา เราเชื่อว่าระบอบเศรษฐกิจที่จะประสบความเร็จที่สุดในอนาคตคือระบอบเศรษฐกิจที่คำนึงถึงการลดปริมาณการใช้ก๊าซคาร์บอน […] สิ่งที่ท้าทายคือการพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส’ โครงการ E-idea เป็นคำตอบของความท้าทายระดับโลกนี้”

เกี่ยวกับโครงการประกวด E-idea

E-idea เป็นโครงการประกวดรูปแบบใหม่ที่มอบทั้งเงินรางวัลและจัดการอบรมให้กับผู้ประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่ ซึ่งจัดขึ้นในประเทศออสเตรเลีย, จีน, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ ไทย และเวียดนาม โครงการประกวด E-idea เป็นโครงการระดับภูมิภาคที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างบริติชเคานซิลและกลุ่มบริษัท Lloyd’s Register Quality Assurance (LRQA) โดย LRQA ได้ให้การสนับสนุนโครงการซึ่งจะเกิดขึ้นใน 7 ประเทศในแถบเอเชียแปซิฟิกเป็นเงินจำนวน 260,000 ปอนด์

ผู้สมัครเข้าร่วมการประกวดต้องถือสัญชาติของประเทศนั้น ๆ ที่จัดการประกวดและมีอายุระหว่าง 18-35 ปี โดยผู้สมัครจะต้องส่งเอกสารนำเสนอโครงการเกี่ยวกับประเด็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่หนึ่งประเด็นขึ้นไป อันได้แก่ การขนส่ง การลดปริมาณขยะ การลดการใช้พลังงานและการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบอย่างยั่งยืน แนวคิดริเริ่มด้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และแผนการรณรงค์ด้านการสื่อสารเชิงบวก

ในแต่ละประเทศ คณะกรรมการซึ่งประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนจะคัดเลือกโครงการซึ่งแบ่งออกเป็นสองประเภทได้แก่ “โครงการใหม่” และ “โครงการต่อยอด” ที่มีศักยภาพในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โครงการจะถูกวัดจากความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย การให้ความสำคัญกับชุมชนใดชุมชนหนึ่งหรืออุตสาหกรรมด้านใดด้านหนึ่ง ความสามารถในการนำไปดัดแปลงหรือขยายต่อ แผนการสื่อสารที่ชัดเจน และแนวโน้มในการได้รับการสนับสนุนด้านการเงินในอนาคต

การแถลงข่าวอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงการประกวดในระดับภูมิภาคได้จัดขึ้นที่ซิดนีย์โอเปร่าเฮาส์ เมื่อเดือนมกราคม 2554 โดย ฯพณฯ วิลเลี่ยม เฮก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหราชอาณาจักร ซึ่งได้กล่าวตอนหนึ่งว่า “ขอขอบคุณทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ โดยเฉพาะบริติชเคานซิลและ LRQA” และกล่าวว่า E-idea “เป็นโครงการที่หยิบยกประเด็นปัญหาที่สำคัญที่สุดปัญหาหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลก และเป็นโครงการที่สนับสนุนความคิดสร้างสรรค์และความสามารถในการบริหารจัดการโครงการ ผมหวังว่าจะมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการนี้เป็นจำนวนมาก”

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ E-idea และรายละเอียดโครงการที่ได้รับรางวัล กรุณาเข้าไปที่ www.e-idea.org

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ E-idea ในประเทศไทย กรุณาเข้าไปที่ http://th.e-idea.org/
แฟนเพจ: http://www.facebook.com/EideaThailand

View :1303

i-CREATe 2011

July 20th, 2011 No comments

งานประชุมวิชาการนานาชาติ เรื่องวิศวกรรมฟื้นฟูสมรรถภาพและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ครั้งที่ ๕ ()
ณ โรงแรมสวิส โอเต็ล นายเลิศปาร์ค ในระหว่างวันที่ 21-23 กรกฎาคม 2554 ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.

http://dl.dropbox.com/u/13199632/iCREATe%202011%20Conference%20Guide%20Book.pdf

View :923

คณะกรรมาธิการสิทธิฯ วุฒิสภาจัดเสวนา เรื่อง “เอ็กซเรย์ ว่าที่ กสทช. รายบุคคล”

July 19th, 2011 No comments

เนื่องจาก ว่าที่ กสทช. จำนวน ๔๔ คน ที่มาจากการสรรหาและการคัดเลือกกันเองกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาเพื่อคัดเลือกให้เหลือ ๑๑ คน ในสมัยการประชุมวุฒิสภาครั้งหน้านี้  คณะกรรมการ กสทช.ชุดนี้ต้องทำหน้าที่กำกับดูแลผลประโยชน์ของชาติมูลค่าหลายแสนล้านบาทในแต่ละปี  จึงควรที่จะให้ ว่าที่ กสทช. ได้รับการตรวจสอบจากวุฒิสภาและจากสังคมอย่างเปิดเผย

นายสมชาย  แสวงการ ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา จึงดำเนินการให้จัดการเสวนา เรื่อง “” ร่วมกับสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทยและชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารสนเทศ () โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง ผลงานและประสบการณ์ จากผู้สมควรได้รับเลือกเป็นคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ทั้ง ๔๔ คน เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่ง กสทช. โดยการเปิดกว้างให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ ต่อสมาชิกวุฒิสภา องค์กรที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป ตลอดจนเพื่อส่งเสริมให้กระบวนการเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่ง กสทช. ของวุฒิสภา เป็นไปด้วยความโปร่งใส บริสุทธิ์ และยุติธรรมยิ่งขึ้น

สำหรับการจัดเสวนามีกำหนดการดังนี้

ครั้งที่ ๑ “เอ็กซเรย์ ว่าที่ กสทช. รายบุคคล : ด้านกิจการกระจายเสียง และด้านกิจการโทรทัศน์”

วันจันทร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๓๐ นาฬิกา

ครั้งที่ ๒ “เอ็กซเรย์ ว่าที่ กสทช. รายบุคคล : ด้านกิจการโทรคมนาคม”

วันจันทร์ที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๗.๐๐ นาฬิกา

ครั้งที่ ๓ “เอ็กซเรย์ ว่าที่ กสทช. รายบุคคล : ด้านกฎหมาย”

วันอังคารที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๓๐ นาฬิกา

ครั้งที่ ๔ “เอ็กซเรย์ ว่าที่ กสทช. รายบุคคล : ด้านเศรษฐศาสตร์”

วันอังคารที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๗.๐๐ นาฬิกา

ครั้งที่ ๕ “เอ็กซเรย์ ว่าที่ กสทช. รายบุคคล : ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค และด้านการศึกษา วัฒนธรรมหรือการพัฒนาสังคม”

วันศุกร์ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๓๐ – ๑๗.๔๕ นาฬิกา

คณะกรรมาธิการฯ จึงขอเรียนเชิญสมาชิกวุฒิสภา องค์กรที่เกี่ยวข้อง สื่อมวลชนและประชาชนผู้ที่สนใจเข้าร่วมรับฟังการเสวนาในครั้งนี้

View :1184

สัมมนา “Symantec is Security.Management.Backup & Recovery 2011”

June 24th, 2011 No comments

งานสัมมนา “ is Security.Management.Backup & Recovery 2011”  ของไซแมนเทคจะมีขึ้นในวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ.2554 เวลา 9.00 น – 17.00 น. โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิล์ด สำหรับท่านที่สนใจ สามารถลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้าได้ที่ www..co.th/symantecissmb2011

 

View :1130
Categories: Press Conference, Seminar Tags:

การประชุมชี้แจงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ

June 24th, 2011 No comments

 

วันจันทร์ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๔

๐๙.๐๐ น. *** นายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
เป็นประธานเปิดการประชุมชี้แจงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ
ณ ห้องจามจุรี ชั้น ๑ โรงแรมทีเค พาเลซ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

*********************************************

กำหนดการ

การประชุมชี้แจงกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ

วันที่ ๒๗ – ๒๘   มิถุนายน   พ.ศ. ๒๕๕๔

ณ ห้องจามจุรี   ชั้น ๑   โรงแรมทีเค พาเลซ   ถนนแจ้งวัฒนะ   เขตหลักสี่   กรุงเทพฯ

——————————————–

วันจันทร์ที่ ๒๗   มิถุนายน   พ.ศ. ๒๕๕๔

 
เวลา ๐๘.๐๐ – ๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียนรับเอกสารประกอบการประชุม
เวลา ๐๙.๐๐ – ๐๙.๑๐ น. พิธีเปิดการประชุม

ประธานพิธีเปิดการประชุม :

นายวรพัฒน์   ทิวถนอม

รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

ผู้กล่าวรายงาน :

นางสาวลัดดา   แจ้งเกษมสุข

ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

เวลา ๐๙.๑๐ – ๑๐.๓๐ น. การบรรยาย เรื่อง

โดย ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

เวลา ๑๐.๓๐ – ๑๒.๐๐ น. การบรรยาย เรื่อง แนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษา

ความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐ

โดย ผู้อำนวยการกลุ่มงานผลักดันธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

เวลา ๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. การบรรยาย เรื่อง แนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษา

ความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐ (ต่อ)

โดย ผู้อำนวยการกลุ่มงานผลักดันธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

วันอังคารที่ ๒๘   มิถุนายน   พ.ศ. ๒๕๕๔  
เวลา ๐๘.๐๐ – ๐๙.๐๐ น. ลงทะเบียนรับเอกสารประกอบการประชุม
เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น. การบรรยาย เรื่อง แนวนโยบายและแนวปฏิบัติในการคุ้มครอง

ข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานของรัฐ

โดย ผู้อำนวยการกลุ่มงานกำกับดูแลธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

เวลา ๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น. พักรับประทานอาหารกลางวัน
เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๖.๓๐ น. การบรรยาย เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการจัดทำหรือแปลง

เอกสารและข้อความให้อยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

โดย ผู้อำนวยการกลุ่มงานกำกับดูแลธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

 

View :747

เลอโนโว เปิดตัว ThinkPad X1 โน้ตบุ๊คสำหรับธุรกิจที่บางที่สุด

June 17th, 2011 No comments

ตอบสนองการใช้งานได้อย่างเต็มที่และตรงตามความต้องการของธุรกิจอย่างสมบูรณ์แบบ เต็มขีดกับความสามารถในการประมวลผล ความสะดวกคล่องตัวในการพกพา และเต็มพิกัดความบันเทิง 

โน้ตบุ๊ค ถือเป็นน้องใหม่ในตระกูล ThinkPad X series ซึ่งยังคงสืบทอดความเป็นหนึ่งในด้านนวัตกรรมกับคุณสมบัติหลากหลายที่ได้รับการยอมรับตามมาตรฐานของกิจการทหาร ทั้งยังคงขีดความสามารถในการประมวลผลสูงในทุกสภาพแวดล้อมในการใช้งาน โดยคุณสมบัติและองค์ประกอบต่างๆ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถนำไปใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมความสะดวกในการตั้งค่าต่างๆ (configurability) เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งระยะสั้นและระยะยาว ช่วยให้พนักงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น  

นายจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เลอโนโวครองความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนี้มาอย่างยาวนานด้วยคอมพิวเตอร์ ThinkPad รุ่นแล้วรุ่นเล่า ซึ่งคงความโดดเด่นด้านความน่าเชื่อถือและความประทับใจในการใช้งาน โดยโน้ตบุ๊ค ThinkPad X1 มาพร้อมกับพลังการประมวลผลขั้นสูงและรูปลักษณ์ที่บางที่สุดในตระกูล ThinkPad พร้อมความสะดวกในการพกพาในแบบฉบับของโน้ตบุ๊คในกลุ่ม ultraportable ไม่เพียงเท่านั้น ยังมาพร้อมกับขีดความสามารถด้านมัลติมีเดียที่ครบครันและคุณสมบัติด้านการจัดการพลังงานที่เป็นเยี่ยม นับได้ว่าเราประสบความสำเร็จอีกขั้นกับการพัฒนาโน้ตบุ๊คด้วยการผนวกคุณสมบัติต่างๆ ที่เราเชื่อว่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าการใช้งานโน้ตบุ๊คของกลุ่มนักธุรกิจ ไปสู่อีกระดับที่ยังไม่มีใครไปถึง”

- โน้ตบุ๊ค ThinkPad X1 มาพร้อมกับคุณสมบัติโดดเด่นเฉพาะตัว ใหม่ล่าสุด เพิ่มเติมจากรุ่นก่อนๆ ในตระกูล ThinkPad X series อาทิ จอภาพ super bright ขนาด 13.3 นิ้ว และเป็นหน้าจอแบบ Corning® Gorilla® Glass  สามารถป้องกันรอยขีดข่วน และเทคโนโลยี RapidCharge สามารถร่นระยะเวลาชาร์จแบตเตอรี่ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น อีกทั้ง สนุกกับความบันเทิงเต็มพิกัดด้วยฟังก์ชั่นมัลติมีเดียแบบ Dolby Home Theatre

โน้ตบุ๊ค ThinkPad X1 เป็นรุ่นที่บางที่สุดในตระกูล ThinkPad โดยมีความหนาไม่ถึง 17 มม. บรรจุอยู่ภายใน form factor ที่บางพิเศษ พร้อมเทคโนโลยีการประมวลผล Intel® Core™ i3 และ i5 จากตระกูลอินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ เจนเนอเรชั่น 2 ซึ่งปกติจะเป็นคุณสมบัติมาตรฐานของโน้ตบุ๊ครุ่นจอ 14 และ 15 นิ้วของเลอโนโว ด้วยองค์ประกอบดังกล่าวทำให้ ThinkPad X1 มีขีดความสามารถในการประมวลผลของ CPU เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวและการประมวลผลกราฟิก 4 เท่า เมื่อเทียบกับ ThinkPad X300

ThinkPad X1 มีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 3.7 ปอนด์ หรือ 1.72 กิโลกรัม แม้จะบางเบาแต่มีความแข็งแกร่งอย่างน่าทึ่ง เนื่องด้วยโครงด้านในและตัวเครื่องผลิตจากวัสดุแมกนีเซียมที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ส่วนหน้าจอผลิตจากกระจก Corning® Gorilla® Glass เพื่อเพิ่มความทนทานเป็นพิเศษ แข็งแรง และป้องกันรอยขีดข่วน ทั้งนี้ ThinkPad X1 ผ่านการทดสอบ 8 คุณสมบัติของโน้ตบุ๊คสำหรับนำไปใช้ในทางการทหาร ผู้ใช้จึงมั่นใจได้ว่าสามารถพกพา ThinkPad X1 ไปใช้งานได้ทุกที่ และคงประสิทธิภาพทุกสภาพแวดล้อมในการใช้งาน

“แวดวงธุรกิจต่างสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้นักบริหารจำเป็นต้องเดินทางบ่อยครั้งขึ้นและใช้ระยะเวลาในการเดินทางที่ยาวนานมากขึ้น ซึ่งถ้านำ ThinkPad X1 ติดตัวไปใช้งานด้วยจะไม่พบคำว่าผิดหวัง” นายจีรวุฒิ กล่าว 

ชาร์จแบตเร็วขึ้นด้วยเทคโนโลยี RapidCharge และคงสถานะเชื่อมต่อไร้สายนานขึ้นอีก
- ครั้งแรกกับโน้ตบุ๊ค ThinkPad X1 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี RapidCharge สำหรับร่นระยะเวลาการแบตเตอรี่ โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็ว จาก 0 ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 30 นาที ซึ่งรวดเร็วกว่าแบตเตอรี่ของ ThinkPad รุ่นอื่นๆ ถึง 2.5 เท่า ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานที่ต้องเดินทางเป็นประจำ ทั้งนี้ เทคโนโลยี RapidCharge ช่วยให้แบตเตอรี่ใช้ได้นาน 3 ปี ด้วยคุณสมบัติผสานเซลล์แบตเตอรี่ที่ชาร์จไฟได้เร็วเข้ากับคุณสมบัติของแบตที่ชาร์จได้ 1,000 ครั้ง มากไปกว่านั้น อุปกรณ์เสริม RapidCharge external slice battery ทำให้ ThinkPad X1 สามารถใช้งานได้นานถึง 10 ชม. นอกจากนี้เทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยประหยัดพลังงานมากถึง 30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อตั้งสถานะโหมด Low Power Multimedia Mode เพื่อเล่นเพลง ดูหนัง และอื่นๆ และด้วย Instant Resume ผู้ใช้สามารถคงสถานะการเชื่อมต่อไร้สายไว้ได้นานถึง 90 นาที ไม่ว่าจะเชื่อมต่อผ่าน WiFi หรือ mobile broadband หรือแม้แต่ขณะที่อยู่ในโหมด sleep mode

เลอโนโวได้ปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของคีย์บอร์ดใหม่ทั้งหมดให้มีความทันสมัย โดยยังคงเอกลักษณ์และสัมผัสสุดคลาสสิกของคีย์บอร์ด ThinkPad ไว้เช่นเดิม เพียงแต่ออกแบบให้ใช้งานง่ายขึ้น เช่น ลดปุ่ม SysRq ขณะเดียวกันก็เพิ่มฟังก์ชั่นด้านการควบคุมการใช้งานมัลติมีเดียและการควบคุมการทำงานด้วยเสียง มากไปกว่านั้น ThinkPad X1 ยังมาพร้อมคียบอร์ดเรืองแสง LED backlit รองรับการทำงานในสถานที่ที่มีแสงน้อย ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติพิเศษของโน้ตบุ๊ค ThinkPad รุ่นแรกในระดับ enterprise-class นอกจากนี้ คีย์บอร์ด ThinkPad ยังคงคุณสมบัติของคีย์บอร์ดกันน้ำไว้เช่นเดิม

โดยปกติคอมพิวเตอร์สำหรับธุรกิจจะไม่ค่อยโดดเด่นเรื่องการใช้งานด้านมัลติมีเดีย ทั้งความคมชัดของภาพและเสียง แต่ ThinkPad X1 เปลี่ยนประสบการณ์เดิมๆ ด้วยพลังภาพและเสียงจากระบบ Dolby Home Theatre v4 พร้อมจอภาพความละเอียดสูง super-bright (350 NIT) ไม่ว่าจะฟังผ่านหูฟัง ลำโพงในตัวเครื่อง หรือต่อกับชุดโฮมเธียร์เตอร์ ผู้ใช้จะสามารถสัมผัสถึงประสบการณ์ความบันเทิงที่น่าตื่นตาตื่นใจ นอกจากนี้ ด้วย HDMI port และเทคโนโลยี Intel Wireless Display ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกต่อเชื่อมกับโทรทัศน์หรือโปรเจ็คเตอร์แบบไร้สายได้อีกด้วย

โน้ตบุ๊ค ThinkPad X1 มาพร้อมกับแพลตฟอร์มที่อัดแน่นด้วยนวัตกรรมที่มุ่งตอบสนองการใช้งานได้อย่างเต็มที่และตรงตามความต้องการของธุรกิจอย่างสมบูรณ์แบบ อาทิเช่น การสนทนาผ่านระบบ video และ voice ระบบ enterprise management และแม้แต่การใช้งานคอมพิวเตอร์ง่ายๆ การใช้กล้อง mobile broadband 720p (อุปกรณ์เสริม), ไมโครโฟนความละเอียดสูงและโหมดการโทรขั้นสูง โน้ตบุ๊ค ThinkPad X1 สามารถให้ภาพ video call ที่คมชัด พร้อมเกราะป้องกันรักษาความปลอดภัยด้วยระบบ Fingerprint reader เป็นการใช้ลายนิ้วมือ เพื่อเปิดใช้งานเครื่องและตรวจสอบสิทธิ์การใช้งาน อีกทั้ง เทคโนโลยี Intel vPro จากอินเทล ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับการปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัยให้ดีขึ้น รวมทั้งลดเวลาและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลระบบได้ โดย remote management support

เสริมสมรรถนะให้แรงทันใจไปอีกขั้นด้วยเทคโนโลยี Enhanced Experience 2.0 for Windows 7 ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะผลิตภัณฑ์ของเลอโนโว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบปฏิบัติการ Windows 7 ให้ปิด-เปิดเครื่องที่รวดเร็วยิ่งขึ้นกว่าคอมพิวเตอร์ทั่วไป โดยเฉลี่ย 20 วินาที

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ได้ที่ บริษัท เลอโนโว จำกัด โทร. 1800-060-087 หรือเยี่ยมชมเวปไซต์ได้ที่ www.lenovo.com/th หรือ http://news.lenovo.com
หรือ www.facebook.com/lenovo.lover

View :1382
Categories: Press Conference Tags:

แฮปปี้เปิดตัว “ โซเชียลแอพ ” เปลี่ยนมือถือธรรมดาให้โซเชียลได้เท่าสมาร์ทโฟน

June 16th, 2011 No comments

แฮปปี้แนะนำแอพพลิเคชั่นใหม่และซิมใหม่ “ โซเชียลแอพ ” “ ซิมแฮปปี้โซเชียล ” เปิดโอกาสให้ลูกค้าหลายสิบล้านรายที่ไม่ได้ใช้สมาร์ทโฟน สามารถเข้าถึงโลกโซเชียลได้สะดวกรวดเร็วด้วยบริการที่เทียบเท่าลูกค้าสมาร์ทโฟน เป็นศูนย์รวมแอพพลิเคชั่นประเภทโซเชียลยอดนิยมครบทุกรายการ Facebook, Twitter, MSN (Windows Live Messenger), Google Talk และ Hi5 มั่นใจครองตลาดโซเชียลเน็ตเวิร์กในกลุ่มวัยรุ่นด้วยบริการเอาใจ ราคาโดนใจ ชี้ตำแหน่งการตลาดชัดเจนแฮปปี้อันดับหนึ่งของโซเชียลเน็ตเวิร์ก

นายอมฤต ศุขะวณิช ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า เป้าหมายของแฮปปี้ในการเปิดตัวโซเชียลแอพ คือเป็นผู้นำด้านโซเชียลเน็ตเวิร์ก เราคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการครบ 1 ล้านคนภายใน 1 ปี และเชื่อมั่นว่าโซเชียลแอพและซิมแฮปปี้โซเชียล ที่เปิดตัวในเวลาเดียวกันนี้จะตอบรับกับความต้องการของลูกค้าจำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่อยากใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์ก คนกลุ่มนี้เป็นลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศซึ่งยังคงใช้มือถือรุ่นธรรมดาที่รองรับอินเทอร์เน็ต แต่ยังไม่มีบริการที่เข้าถึงความต้องการใช้งาน ในระดับราคาที่เหมาะสม ด้วยส่วนประกอบที่มีอยู่ครบของโซเชียลแอพ ทั้งบริการ ราคา การจับกระแสของความนิยมของตลาด และการสร้างสรรค์สื่อเช่น ภาพยนตร์โฆษณาเพื่อให้ตรงใจวัยรุ่นเจ้าของมือถือธรรมดา ๆ เหล่านี้จะทำให้กลุ่มลูกค้าแฮปปี้โซเชียลเติบโตอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ บริการดังกล่าวยังเป็นการสร้างตลาดในอนาคตเนื่องจากลูกค้าเหล่านี้ยังจะเป็นกลุ่มที่มีแนวโน้มจะก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มลูกค้าสมาร์ทโฟนของเราต่อไปด้วย

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายผลิตภัณฑ์ บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) กล่าวว่า ในขณะที่ตลาดกำลังให้ความสำคัญกับสมาร์ทโฟน แฮปปี้ทำให้แอพพลิเคชั่นและซิมของเราเปลี่ยนมือถือธรรมดาอื่น ๆ ที่รองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตให้มีคุณสมบัติเทียบเท่าสมาร์ทโฟน ทำให้ใคร ๆ ก็เป็นสมาชิกโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ เราสร้างบริการนี้ขึ้นมาเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าวัยรุ่นกลุ่มใหญ่ของประเทศที่ยังเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์กผ่านทางคอมพิวเตอร์จำนวนมากได้หันมาใช้บริการผ่านมือถือของแฮปปี้ที่มีราคาไม่แพงและมีบริการครบถูกใจ ลูกค้าที่มีหมายเลขแฮปปี้อยู่แล้วสามารถสมัครใช้โซเชียลแอพได้เพียงสัปดาห์ละ 19 บาท ใช้บริการได้ทั้ง Facebook, Twitter, MSN (Windows Live Messenger), Google Talk และ Hi5 อย่างไม่จำกัด

“กระแสของโซเชียลมีเดียในปัจจุบันส่งผลให้ผู้ใช้บริการในประเทศไทยเป็นสมาชิก Facebook แล้วถึงกว่า 10 ล้านราย ( Account ) สำหรับ MSN (Windows Live Messenger) และ Hi5 มีสมาชิกรายละ 6 ล้านกว่าราย ( Account ) เราเชื่อว่าการเปิดตัวโซเชียลแอพ และซิมแฮปปี้โซเชียล จะทำให้การใช้งานดาต้าบนโมบายอินเทอร์เน็ตขยายตัวได้อีกเป็นอย่างมากจากจำนวนลูกค้าที่เติบโตอยู่แล้วในปัจจุบัน โดยดีแทคมีลูกค้าใช้งานดาต้าเพิ่มขึ้นถึง 1 ล้านราย ภายใน 6 เดือนแรกของปีนี้ รวมเป็นผู้ใช้งานดาต้าทั้งหมด 5.5 ล้านราย ซึ่งทำให้เป้าหมายลูกค้าดาต้า 7 ล้านรายภายในสิ้นปีนี้ใกล้ความเป็นจริงมาก” นายปกรณ์กล่าวสรุป

โซเชียลแอพ แอพพลิเคชั่นสำหรับมือถือธรรมดาทุกรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ค่าบริการ 19 บาท/สัปดาห์ ให้ลูกค้าแฮปปี้และดีแทคปัจจุบันสมัครได้ที่ โทร *104*85# ลูกค้า sign in ครั้งเดียวสามารถใช้บริการโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ไม่จำกัดถึง 5 ประเภท Facebook, Twitter, MSN (Windows Live Messenger), Google Talk และ Hi5 พร้อมบริการส่ง SMS แจ้งเตือนไปยังมือถือเมื่อมีเพื่อนมาโพสท์ เม้นท์ หรือส่งข้อความถึงเจ้าของหมายเลข

ซิมแฮปปี้โซเชียล มีจำหน่ายวันนี้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายซิมแฮปปี้ทั่วประเทศ ฟรีค่าบริการโซเชียลแอพในเดือนแรก โทรหาเบอร์คนโปรด 4 หมายเลข นาทีละ 25 สตางค์ หรือคิดค่าโทรสูงสุด 3 บาท/ชั่วโมง ในช่วงเวลา 22.00 – 10.00 น. โทรนอกช่วงเวลาหรือโทรหาหมายเลขอื่น ๆ นาทีแรก 2 บาท นาทีต่อไปนาทีละ 1 บาท ส่ง SMS หาเบอร์ดีแทค 10 สตางค์/ข้อความ สำหรับลูกค้าที่เติมเงินผ่านช่องทางปกติครบ 300 บาท ภายใน 30 วันหลังเปิดใช้บริการ รับแฮปปี้ใช้ฟรี 100 บาท นาน 7 วัน เมื่อเปิดใช้บริการซิมภายในวันที่ 31 ก.ค. 54

View :1301

2 ทศวรรษมหานคร : สอน เสริม สร้างปัญญา พัฒนาไทย

June 13th, 2011 No comments

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร จัดงาน “ : สอน เสริม สร้างปัญญา พัฒนาไทย” ในวันที่ 17 มิถุนายน 2554 นี้   เพื่อแสดงความภาคภูมิใจในความสำเร็จและความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัย ในวาระครบรอบ 20 ปี แห่งการก่อตั้ง   โดยมีกิจกรรมในงาน   อาทิ   การอธิปรายพิเศษ “น้ำท่วมโลก…จริงหรือหลอก” โดย ดร. สมิทธ ธรรมสโรช, ศาสตราจารย์ ดร.สิทธิชัย   โภไคยอุดม นายกสภามหาวิทยาลัยฯ , การประกวดและแสดงผลงานวิจัยและสิ่งประดิษฐ์ , กิจกรรม Open House , เปิดตัวนวัตกรรม ป้ายอัจฉริยะบอกตำแหน่ง/สถานที่ จากระบบ NFC ( Near Field Communication ) เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้ ,การแสดงความสามารถจากสัตว์แสนรู้ และ การอภิปราย   “ วาทกรรมไข่นายก : เรื่องจริงหรือการแสดง ” โดยผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมงาน “ฟรี”

View :800