Archive

Archive for December, 2012

กสทช. ผ่านร่างประกาศกระจายเสียงและโทรทัศน์ และโทรคมนาคม และงบประมาณประจำปี 2556

December 26th, 2012 No comments

พร้อมสนับสนุนโครงการบริการฟรี Wi-Fi

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ แถลงผลการประชุม ครั้งที่ 16/2555 วันพุธที่ 26 ธ.ค. 2555 ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาร่างประกาศ และเรื่องอื่นๆ โดยมีมติเห็นชอบร่างประกาศ เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ 6 ฉบับ กิจการโทรคมนาคม 1 ฉบับ มีมติเห็นชอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 ส่วนโครงการบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ที่ประชุมขอให้นำเรื่องกลับให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาทบทวนเพื่อให้เป็นไปตาม พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 52(1) และสถานที่ติดตั้งมีความสอดคล้องกับแผน USO โทรคมนาคมของ

โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. เห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การกำหนดหมวดหมู่และการจัดลำดับบริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ เพื่อนำไปรับฟังความคิดเห็นสาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป ทั้งนี้โดยการกำหนดหลักเกณฑ์หมวดหมู่และการจัดลำดับรายการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ จะเป็นการยกระดับคุณภาพการให้บริการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่มีคุณภาพด้านเนื้อหา เทคนิค และความหลากหลายของสื่อและเทคโนโลยี ตลอดจนเป็นการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการดังกล่าวด้วย

2. เห็นชอบสรุปผลการรับฟังความคิดเห็น และร่างประกาศ กสทช. เรื่อง การอบรมและทดสอบเพื่อขอรับบัตรผู้ประกาศในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ตามมาตรา 27(6) และ (24) และมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 และมาตรา 51 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 เพื่อให้เป็นบทบัญญัติเพื่อส่งเสริมและพัฒนากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และเพื่อสนองต่อแผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 1 (พ.ศ. 2555 – 2559) ในยุทธศาสตร์ที่ 5 การพัฒนาคุณภาพการประกอบกิจการตามแผนส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

3. เห็นชอบสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตเพิ่มเติมในส่วนการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ประเภทที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล โดยหลังจากนี้จะได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป โดยที่ร่างประกาศดังกล่าวได้จัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้ประสงค์ประกอบกิจการการให้บริการโครงข่ายโทรทัศน์ที่ใช้คลื่นความถี่ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลรับทราบหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตเพิ่มเติมจากหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้รับบริการที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นธรรม และกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการอนุญาต เงื่อนไขหรือค่าธรรมเนียมการอนุญาตดังกล่าว

4. เห็นชอบสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับการให้บริการโทรทัศน์ระบบดิจิตอล พ.ศ. … โดยหลังจากนี้จะได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

5. เห็นชอบผลสรุปการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และการปรับปรุงร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. …

6. เห็นชอบผลสรุปการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ และการปรับปรุงร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำความผิดในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ที่มีโทษทางปกครอง พ.ศ. ….

นอกจากนี้ที่ประชุม กสทช. ยังได้ให้ความเห็นชอบร่างประกาศ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม เรื่อง ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. … และให้นำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้ทันภายในปี 2555 สาระสำคัญของร่างดังกล่าวคือ ไม่อนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตนำค่าใช้จ่ายในการซื้อหรือเช่าโครงข่ายโทรคมนาคม และค่าเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม (Interconnection Charge) ซึ่งจ่ายให้กับผู้รับใบอนุญาตรายอื่นหรือผู้ให้บริการโทรคมนาคมในต่างประเทศมาหักลดหย่อนจากรายได้การประกอบกิจการโทรคมนาคมก่อนการคำนวณค่าธรรมเนียมใบอนุญาต และให้ปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมจากอัตราที่กำหนดไว้จากเดิมที่ประกาศไว้ในร่างประกาศนี้เป็นรายได้จากการประกอบกิจการ

รายได้ 0 – 100 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตร้อยละ 0.25

เกิน 100 ล้านบาท ถึง 500 ล้านบาท อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตร้อยละ 0.5

เกิน 500 ล้านบาทถึง 1,000 ล้านบาทอัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตร้อยละ 1.0

เกิน 1,000 ล้านบาทขึ้นไป อัตราค่าธรรมเนียมใบอนุญาตร้อยละ 1.5 เป็นต้น

นายฐากร กล่าวว่า สำหรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2556 วงเงิน 3,513.60 ล้านบาท แยกเป็นงบประมาณรายจ่ายของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. 2,159.67 ล้านบาท งบประมาณรายจ่ายสำหรับภารกิจกระจายเสียงและโทรทัศน์ 610.29 งบประมาณรายจ่ายสำหรับภารกิจโทรคมนาคม 643.69 ล้านบาท รวมถึงเงินจัดสรรเข้ากองทุน 50 ล้านบาท เงินงบกลางกรณีฉุกเฉินและจำเป็น 50 ล้านบาทด้วย

ส่วนสาระสำคัญของโครงการบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ได้แก่ การกำหนดสถานที่ให้บริการเป้าหมาย ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ ประมาณ 30,000 แห่ง จำนวน 150,000 จุด (Assess Point (AP)) หรือ ติดตั้งแห่งละ 5 AP ความเร็วในการให้บริการ 2Mbps ใช้งานได้ครั้งละ 20 นาที รวม 2 ชั่วโมง/คน/วัน โดยมีหลักการเพื่อให้เกิดความครอบคลุมและคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชนสามารถมีโอกาสในการเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และเป็นจุดติดตั้งที่มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาใช้บริการ โดยประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากโครงการดังกล่าวใน 2 มิติ คือ

1 มิติประโยชน์ในด้านสังคม และคุณภาพชีวิต ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไร้สายได้อย่างทั่วถึงในพื้นที่สาธารณะ สถานที่ราชการ และสถานศึกษา ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลทางด้านดิจิทัล ด้านการศึกษา เป็นการนำ ICT เป็นสื่อการเรียนการสอนได้มากขึ้น ด้านเศรษฐกิจ จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของผู้ประกอบ SMEs และ ประชาชนทั่วไป เกิดการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรในด้าน ICT เพื่อเตรียมความพร้อมประเทศไทยในการพัฒนาเป็นศูนย์กลางด้าน ICT ในอนาคต และด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการประหยัดพลังงานที่ใช้ในการเดินทาง รวมถึงลดปริมาณการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้เพื่อการติดต่อสื่อสาร เช่นการส่งโทรสาร และ การส่งเอกสารทางไปรษณีย์ เป็นต้น

มิติที่ 2 จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ กล่าวคือ จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันระหว่างประเทศ ช่วยเพิ่มอันดับของประเทศไทยในการจัดอันดับความพร้อมด้าน ICT ทั้งในระดับโลก และภูมิภาค และยกระดับความพร้อมทางด้าน ICT ของประเทศไทย ตลอดจนเป็นการยกระดับจุดยืนประเทศไทยในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวและการค้าที่สำคัญ โดยนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจชาวต่างชาติสามารถติดต่อสื่อสารผ่านบริการภายใต้เงื่อนไชการใช้งานที่เหมาะสม เป็นต้น ซึ่งเรื่องนี้ที่ประชุมขอให้นำเรื่องกลับให้คณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาทบทวนเพื่อให้เป็นไปตาม พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 52(1) และสถานที่ติดตั้งมีความสอดคล้องกับแผน USO โทรคมนาคมของ กสทช. ก่อน

View :590

ทรูมูฟ เอช เตรียมพร้อมเครือข่ายและทีมงานวิศวกรเต็มที่ พร้อมให้ลูกค้าส่งความสุขช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 ได้ทุกรูปแบบ

December 26th, 2012 No comments

ทรูมูฟ เอช ส่งความสุขต้อนรับปีงูเล็กที่กำลังจะมาถึง ย้ำศักยภาพผู้นำบริการ 3G ประกาศความพร้อมให้ลูกค้าส่งต่อความสุขและคำอวยพรถึงกันผ่านเครือข่ายคอนเวอร์เจนซ์ที่ใช้งานได้ทั้ง 3G+/Wi-Fi/EDGE/GPRS รองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ โดยเฉพาะบริการดาต้า รวมทั้งการใช้บริการด้านเสียง และการรับส่งข้อความ ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

นายอติรุฒม์ โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจโมบายล์ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2556 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ทรูมูฟ เอช ย้ำความมั่นใจให้ลูกค้าส่งความสุขถึงกันผ่านเครือข่ายคอนเวอร์เจนซ์ที่มีประสิทธิภาพ พร้อมให้ลูกค้าส่งคำอวยพรได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านบริการ 3G+ ครอบคลุมพื้นที่ 77 จังหวัด 928 อำเภอ 6,378 ตำบล 51,161 หมู่บ้าน รวมทั้งยังสามารถใช้บริการเครือข่าย Wi-Fi ที่เร็วและครอบคลุมพื้นที่ให้บริการมากถึง 100,000 จุดทั่วประเทศ และมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยความพร้อมของทีมวิศวกรดูแลเครือข่ายตลอดคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ตลอดจนมีการวางแผนการใช้งานเครือข่าย เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบในการใช้งานของลูกค้าในช่วงเทศกาล นอกจากนี้ ทรูมูฟ เอช ยังเพิ่มช่องสัญญาณเป็นพิเศษในพื้นที่ที่คาดว่าจะมีการใช้งานหนาแน่น เช่น จุดมีการจัดงานเคาท์ดาวน์ รวมทั้งยังจัดรถสัญญาณเคลื่อนที่อำนวยความสะดวกในบริเวณพื้นที่จัดงานปีใหม่ต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศด้วย”

ทั้งนี้ ทรูมูฟ เอช 3G+ พร้อมรองรับปริมาณการใช้งานดาต้าของลูกค้าอย่างเต็มที่ ซึ่งจากแนวโน้มการใช้งานดาต้าที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงปีนี้ คาดว่าในช่วงวันที่ 31 ธ.ค. 2555 – 1 ม.ค. 2556 ลูกค้าจะมีการส่งความสุขและอวยพรผ่านโซเซียลเน็ตเวิร์ค และแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตและมือถือเพิ่มมากกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการส่งข้อความผ่านแชตแอพพลิเคชั่นที่สามารถส่งข้อความอวยพรหากลุ่มเพื่อนได้หลายๆ คนในเวลาเดียวกัน อาทิ LINE, Whatsapp รวมถึงบริการสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น เฟซบุ๊ค อินสตาแกรม และทวิตเตอร์ เป็นต้น

View :482

เอไอเอสให้คำมั่น ดูแลเครือข่ายช่วงเทศกาลปีใหม่เต็มที่ ให้ลูกค้าอุ่นใจ ส่งความสุขได้ไม่จำกัด ก่อนเปิดศักราชกับ 3G ใหม่ที่ดีที่สุด

December 25th, 2012 No comments

25 ธันวาคม 2555 : นางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส ส่วนงานประชาสัมพันธ์ เอไอเอส เปิดเผยว่า “เอไอเอสได้ตระหนักถึงความสำคัญของมาตรการเตรียมความพร้อมด้านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี เพื่อให้ลูกค้าสามารถส่งความสุขถึงกันได้อย่างไม่ขาดตอน รวมถึงเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขได้อย่างอุ่นใจ โดยปีใหม่ 2556 ที่จะถึงนี้ ที่ผู้คนนิยมอวยพรกันผ่านทางโลกออนไลน์หรือโซเชียลเน็ตเวิร์คมากขึ้น เอไอเอสจึงเตรียมความพร้อมทั้งด้านเสียงและดาต้าอย่างเต็มที่ ดังนี้

1. นำร่องขยายช่องสัญญาณเป็นพิเศษ ในพื้นที่ที่มีปริมาณการใช้งานมาก รวมถึงส่งรถสถานีฐานเคลื่อนที่ออกไปให้บริการเพิ่มความสามารถในการโทร. และเชื่อมต่อออนไลน์ให้กับลูกค้าตามแหล่งท่องเที่ยว และสถานที่จัดกิจกรรมเคาน์ดาวน์ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อาทิ ลานเซ็นทรัลเวิล์ด, สยามพารากอน, งานสวดมนต์ข้ามปีที่สนามหลวง รวมทั้งสถานีขนส่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หมอชิต, หัวลำโพง, สายใต้ใหม่, เอกมัย โดยเพิ่มความสามารถในการรองรับการใช้งานจากปกติอีกกว่า 50% ของการใช้งานทุกประเภท ทั้งนี้ในส่วนของ SMS นั้น รองรับได้ถึง 32 ล้านข้อความต่อชั่วโมงและ MMS รองรับได้ถึง 400,000 ข้อความต่อชั่วโมง รวมไปถึง Data ที่เพิ่มการรองรับขึ้นอีกเท่าตัว

2. ระดมทีมบุคลากรดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งวิศวกรที่ปฏิบัติหน้าที่ 24 ชม. ตามปกติ ณ ศูนย์บริหารเครือข่าย ส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค แล้วยังได้เตรียมวิศวกรสแตนบายเพิ่มเติม ณ บริเวณสถานีฐานในเขตกรุงเทพฯ และหัวเมืองทั่วประเทศ ในช่วงคืนวันที่ 31 ธันวาคมด้วยเช่นกัน รวมไปถึงพนักงานเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ ที่พร้อมให้บริการแก่ลูกค้าตลอด 24 ชม. เพื่อสามารถประสานงานแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ทันท่วงที รวมถึงอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าที่ต้องการส่งความสุขผ่านบริการต่างๆ
“ทั้งนี้ ในนามของเอไอเอส ขออวยพรให้ประชาชนชาวไทยมีความสุขสดชื่น สุขภาพ แข็งแรง รวมถึงประสบความสำเร็จในกิจการงานทุกๆอย่างสมตามที่หวังไว้ ทั้งนี้ เอไอเอสขอให้คำมั่นสัญญาว่า เราจะยังคงทำหน้าที่เพื่อมอบบริการที่สร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ทุกท่านอย่างต่อเนื่อง โดยศักราชใหม่ที่จะถึงนี้ เราพร้อมมุ่งมั่นให้บริการ 3G ใหม่บนคลื่น 2.1 GHz ที่ดีที่สุดในทุกด้าน เพื่อส่งมอบบริการ 3G ใหม่อย่างมีคุณภาพให้กับทุกท่านต่อไป และพร้อมเป็นพลังผลักดันให้คนไทยก้าวไปไกลยิ่งกว่าเดิม” นางวิไลกล่าว

View :519

ดีแทคมั่นใจเตรียมเครือข่ายพร้อมรองรับช่วงเคาท์ดาวน์และอวยพรปีใหม่ 2013

December 25th, 2012 No comments

25 ธันวาคม 2555 – ดีแทคพร้อมแล้วกับการให้บริการช่วงส่งความสุขอวยพรปีใหม่ซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ พร้อมจัดรถโมบายล์เสริมสัญญาณในพื้นที่ยอดนิยมทั่วประเทศ ที่มีการใช้งานหนาแน่น และปีนี้ดีแทคได้อัพเกรดโครงข่ายทั่วประเทศทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย ครอบคลุมทั้ง 2G และ 3G พร้อมรองรับการใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กผ่านสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงขึ้นในปีนี้

ดร. ดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทคกล่าวว่าที่ผ่านมาผู้ใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่นิยมอวยพรส่งความสุขกันบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนที่สามารถเพิ่มการเข้าถึงโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้การอวยพรผ่าน Facebook, Twitter, Google+, WhatsApp, LINE, Instagram, EyeEm, BBM เป็นเรื่องง่ายและได้รับความนิยมที่นับวันจะสูงขึ้นกว่าการอวยพรแบบเดิมๆ โดยปีนี้เป็นปีแรกที่ดีแทคได้อัพเกรดโครงข่ายทั่วประเทศทั้งหมดเป็นสัญญาณใหม่ (new network) เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย โดยคุณภาพของสัญญาณใหม่ที่ดีแทคลงทุนได้ครอบคลุมทั่วพื้นที่โดยเป็น 2G กว่า 10,000 สถานีฐาน และเป็น 3G อีกกว่า 5,000 สถานีฐานทั่วประเทศ

สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ดีแทคได้เพิ่ม capacity ของเครือข่ายเพื่อการรองรับการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะตามจุดสำคัญของเทศกาลที่มีคนมารวมตัวใช้งาน เช่น จุดเคาท์ดาวน์ หรือสถานที่จัดงานปีใหม่ตามสถานที่ยอดนิยมในจังหวัดสำคัญทั่วประเทศ และดีแทคได้ส่งรถโมบายล์เพิ่มเพิ่มสัญญาณรองรับทราฟฟิคทั้งการใช้งานโทรออกและรับสายและการใช้งานดาต้า เพื่อให้ลูกค้าดีแทคได้มั่นใจมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้มีการเตรียมทีมงานพิเศษเพื่อดูแลเครือข่ายการใช้งานเป็นอย่างดีทั้งช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่และช่วงปีใหม่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมงานพร้อมจะแก้ไขปัญหาทันทีเพื่อให้ผู้ใช้งานดีแทคได้อวยพรปีใหม่ผ่านรูปแบบต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ

View :590

ไอบีเอ็มเปิดตัวบริการ SmartCloud Application Services

December 25th, 2012 No comments


ชี้ Big Data คือเหตุผลสำคัญที่สุด สำหรับใช้ แพลตฟอร์มคลาวด์ในรูปแบบของบริการ

25 ธันวาคม 2555: ไอบีเอ็มเปิดตัวบริการคลาวด์ Platform as a Service (PaaS) ภายใต้ชื่อ “IBM ” ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างและปรับใช้โปรแกรมซอฟต์แวร์ของตนเองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้แพลตฟอร์มคลาวด์คอมพิวติ้ง PaaS ของไอบีเอ็ม ซึ่งครอบคลุมทั้งในส่วนของมิดเดิลแวร์ ระบบตรวจสอบ เครือข่าย เซิร์ฟเวอร์ และสตอเรจอย่างครบวงจร เพื่อให้องค์กรพร้อมรับมือ กับโลกที่เกิดความยุ่งยากซับซ้อนจากการถาโถมด้วยข้อมูลจำนวนมหาศาล และการสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างรวดเร็วมากขึ้น ทำให้องค์กรมีความจำเป็นในการเพิ่มความคล่องตัวให้กับกระบวนการพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ซึ่งต้องอาศัยระบบคลาวด์คอมพิวติ้งในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า แพลตฟอร์มในรูปแบบของบริการ Platform as a Service

ภายใต้ SmartCloud Application Services ไอบีเอ็มได้รวมความเชี่ยวชาญไว้ในชุดบริการร่วมและแพทเทิร์นที่ผนวกรวมไว้แล้ว ซึ่งจะช่วยเร่งการพัฒนาและส่งมอบแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ พร้อมทั้งขจัดข้อผิดพลาดที่เกิดจากบุคลากร และช่วยให้ได้รับผลลัพธ์ที่สอดคล้องกัน แพทเทิร์นของแอพพลิเคชั่นเหล่านี้สามารถปรับใช้กับระบบคลาวด์สาธารณะ ด้วย IBM SmartCloud Enterprise หรือใช้กับระบบคลาวด์ภายในองค์กร ด้วย IBM PureApplication System หรือผ่านทาง IBM Workload Deployer เนื่องจากความต้องการของแต่ละแอพพลิเคชั่นย่อมแตกต่างกัน แพทเทิร์นที่ปรับแต่งได้และรองรับหลายแพลตฟอร์มนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมการปรับใช้แอพพลิเคชั่นได้อย่างยืดหยุ่นและครบถ้วนสมบูรณ์

ผลการศึกษาชุดใหม่ของไอบีเอ็ม Center for Applied Insights จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารฝ่ายไอทีกว่า 1,500 คนจาก 18 ประเทศ พบว่าผู้บริหารฝ่ายไอทีที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลพร้อมที่จะปรับใช้ PaaS ในทันทีเพื่อเพิ่มความได้เปรียบทางด้านธุรกิจ พร้อมทั้งระบุว่าข้อมูลจำนวนมหาศาล หรือบิ๊กดาต้า (Big Data) คือเหตุผลสำคัญอันดับ 1 ในบรรดาโครงการสำคัญๆ ที่องค์กรตั้งเป้าหมายเอาไว้ นอกจากนี้ ผลการศึกษายังชี้ว่า เกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามกำลังใช้ PaaS อยู่ในปัจจุบัน และกว่าครึ่งหนึ่งรับทราบเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่นี้

ผู้บริหารในส่วนงานธุรกิจและเทคโนโลยีเริ่มที่จะมองหาระบบคลาวด์คอมพิวติ้งรูปแบบใหม่ เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านการประมวลผล และเร่งการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ทั้งนี้ PaaS แตกต่างจากบริการคลาวด์คอมพิวติ้งอื่นๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานในรูปแบบของบริการ (Infrastructure as a Service) และซอฟต์แวร์ในรูปแบบของบริการ (Software as a Service) โดย PaaS นำเสนอรากฐานของบริการแอพพลิเคชั่น เครื่องมือ และเทมเพลต สำหรับให้องค์กรต่างๆ เช่าและสร้างโปรแกรมซอฟต์แวร์ของตนเองได้อย่างรวดเร็ว และปรับใช้บนสภาพแวดล้อมได้อัตโนมัติ
ผลการศึกษาระบุว่า 49 เปอร์เซ็นต์ของผู้บริหารฝ่ายไอทีตระหนักถึงความสำคัญของ PaaS ซึ่งเป็นหนทางที่จะช่วยผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมและปรับปรุงอายุการใช้งานแอพพลิเคชั่นทั้งหมดทั่วทั้งองค์กร ปัจจุบันผู้บริหารเหล่านี้กำลังพิจารณาเกี่ยวกับการใช้ PaaS เป็นแนวทางในทางปฏิบัติสำหรับการขยายระบบในอนาคต ผู้บริหารฝ่ายไอทีเชื่อว่า PaaS จะสร้างความแตกต่างและก่อให้เกิดผลดีต่อธุรกิจอย่างมาก เพราะจะสร้างมาตรฐานสำหรับการพัฒนา ปรับใช้ ผลิต และบำรุงรักษา

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจบริการ บริษัทไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “เช่นเดียวกับที่ผู้ผลิตรถยนต์ใช้แพลตฟอร์มหรือแชสซีร่วมกันเพื่อผลิตรถยนต์หลากหลายรุ่นอย่างมีประสิทธิภาพ PaaS จะช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถกำหนดมาตรฐานสำหรับแพลตฟอร์มไอทีของตนเอง และนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้อย่างเหนือชั้น โดยไอบีเอ็มมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มคลาวด์ให้รองรับการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางธุรกิจบนแอพพลิเคชั่นหลักๆ ขององค์กร หนึ่งในคุณประโยชน์ที่สำคัญที่สุดของ PaaS ก็คือ ความสามารถในการใช้แพทเทิร์น ซึ่งช่วยให้มีเทมเพลตที่ผ่านการทดสอบแล้วสำหรับเริ่มต้นการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่เฉพาะเจาะจงได้ทันทีภายในเวลาอันรวดเร็ว ด้วยคุณสมบัติที่ดีของระบบคลาวด์ ถ้าคุณเป็นบริษัทผู้ให้บริการด้านการเงิน และคุณต้องการโมบายล์แอพพลิเคชั่นสำหรับลูกค้าที่ต้องการค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับการออมเงินในรูปแบบต่างๆ คุณก็คงไม่อยากเริ่มต้นตั้งแต่ศูนย์ แพทเทิร์นของ PaaS จะช่วยให้คุณมีชุดเครื่องมือที่พร้อมสรรพสำหรับการสร้างโมบายล์แอพพลิเคชั่นได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องกังวลว่าจะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากสำหรับเทคโนโลยี”

ดูรายงานวิจัยเกี่ยวกับ PaaS ของไอบีเอ็มได้ที่ www.ibm.com/cai/paas

View :488

เปิดโหลดฟรี แอพฯ คู่ใจนักเดินทาง Goodyear Mobile App

December 25th, 2012 No comments


ช่วยให้การดูแลรถและยางเป็นเรื่องง่าย เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

กรุงเทพฯ 25 ธันวาคม 2555 – กู๊ดเยียร์ ผู้นำด้านนวัตกรรมยางรถยนต์ ส่งแคมเปญ “Happy Goodyear 2013 กู๊ดเยียร์ ดูแลคุณทุกการเดินทาง” รับเทศกาลท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ พร้อมเปิดตัวแอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน คู่ใจนักเดินทาง เพื่อนคู่ใจนักเดินทางที่ช่วยให้การดูแลรักษารถและยางรถยนต์เป็นเรื่องง่าย เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น ด้วยฟังก์ชั่น“ผู้ช่วยอัจฉริยะ Assist ME” ช่วยแจ้งเตือนการเช็คสภาพรถและยางรถยนต์ให้พร้อมสำหรับทุกการเดินทาง เป็นครั้งแรกในแอพพลิเคชั่น อาทิ การตรวจเช็คลมยาง แบตเตอรี่ น้ำมันเครื่อง พร้อมฟีเจอร์ Hotline เพื่อขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน รวมถึงฟังก์ชั่น Find Dealer ที่ช่วยค้นหาศูนย์บริการยางกู๊ดเยียร์ที่ใกล้ที่สุดได้อย่างแม่นยำ และฟังก์ชั่นคำแนะนำเพื่อการขับขี่อย่างประหยัดปลอดภัย การเลือกใช้ยางรถยนต์ให้เหมาะกับความต้องการ ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด โดยพิมพ์คำว่า “Goodyear” ได้ที่ AppStore (iOS) และ Google Play (Andriod) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

แอพพลิเคชั่นสมาร์ทโฟน คู่ใจนักเดินทาง Goodyear Mobile App เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ “Happy Goodyear 2013 กู๊ดเยียร์ ดูแลคุณทุกการเดินทาง” ซึ่งมี 3 กิจกรรมที่เสริมประสานกัน ได้แก่ บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับคุณผู้หญิงที่ขับรถ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ นาน 3 เดือน ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษได้ที่ www.goodyear.co.th ต่อยอดด้วยการโครงการ “ถนนปลอดภัย” รณรงค์การขับขี่อย่างปลอดภัยและลดอุบัติเหตุจราจร พร้อมมอบซีดีเพลงชุดพิเศษและคู่มือขับประหยัดปลอดภัย รวม 3,000 ชุด และ Goodyear Mobile App ดังกล่าว

ฟังก์ชั่นเด่นของ Goodyear Mobile App

Goodyear Mobile App เพื่อนคู่ใจนักเดินทางที่ช่วยให้การขับขี่รถยนต์เป็นเรื่องง่ายและปลอดภัย ประกอบด้วย 6 เมนูหลัก กับครั้งแรก…ที่แอพพลิเคชั่นโดดเด่นด้วยฟีเจอร์พิเศษ ผู้ช่วยอัจฉริยะ “Assist ME” ช่วยแจ้งเตือนการเช็คสภาพรถและยางรถยนต์ให้พร้อมสำหรับทุกการเดินทาง

คุณสามารถเริ่มต้นการทำงานของผู้ช่วยอัจฉริยะ “Assist ME” เพียงกดปุ่ม “ตั้งเวลาใหม่” เพื่อบันทึกวันที่ล่าสุดของการดูแลรถยนต์ในแต่ละส่วน ทั้งการเติมลมยาง การเช็คถังพักปัดน้ำฝนและน้ำกลั่นแบตเตอรี่ การสลับยาง/ถ่วงล้อครั้งต่อไป การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และการเปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อครบอายุการใช้งาน จากนั้นกดปุ่ม “เปิดแจ้งเตือน” โดยสามารถเลือก “ตั้งระยะทาง” เพื่อระบุระยะทางที่ใช้งานโดยเฉลี่ยต่อเดือน แทนการระบุวันที่ล่าสุดที่ได้สลับยาง/ถ่วงล้อ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และเปลี่ยนยางรถยนต์ เพื่อให้ “ผู้ช่วยอัจฉริยะ Assist ME” สามารถแจ้งเตือนเมื่อครบกำหนดดูแลรถยนต์ครั้งต่อไปได้อีกด้วย

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของ Goodyear Mobile App คือ ฟีเจอร์ Hotline เพื่อขอความช่วยเหลือยามฉุกเฉิน ที่รวบรวมเบอร์โทรศัพท์สายด่วน พร้อมระบบโทรออกได้ทันที ให้คุณอุ่นใจในยามคับขัน

ฟังก์ชั่น Find Dealer ที่ช่วยค้นหาศูนย์บริการยางกู๊ดเยียร์ที่ใกล้ที่สุดทั่วประเทศได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะมีรายชื่อศูนย์บริการกู๊ดเยียร์ รายละเอียดของร้านและกดโทรออกเพื่อติดต่อศูนย์บริการได้ทันที

นอกจากนี้ Goodyear Mobile App ยังมีเมนู Driving Tips ที่รวบรวมคำแนะนำในการตรวจเช็คอุปกรณ์ต่างๆ และเทคนิคในการขับขี่อย่างประหยัดปลอดภัย ช่วยยืดอายุการใช้งานของยางรถยนต์ โดยมีข้อมูลเกี่ยวกับยางกู๊ดเยียร์และโปรโมชั่นล่าสุดจากกู๊ดเยียร์ รวบรวมไว้ในเมนู Products และ Promotion ซึ่งช่วยให้คุณเลือกใช้ยางรถยนต์ได้เหมาะสมกับความต้องการ

View :576
Categories: Application Tags:

ลีฟวิ่งโซเชียล เอเชีย จับมือ TripAdvisor ให้ลูกค้าในไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เข้าถึงข้อมูลรีวิวการเดินทางได้ง่ายยิ่งขึ้น

December 24th, 2012 No comments

‘ลีฟวิ่งโซเชียล’ บริษัทออนไลน์ชั้นนำของโลกและผู้ถือหุ้น ‘เอ็นโซโก้’ ผู้นำเว็บไซต์ธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งของไทย จับมือกับ ™ เว็บไซต์ให้บริการค้นหาข้อมูลการท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อมอบบริการสุดพิเศษให้ลูกค้าลีฟวิ่งโซเชียลในประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ได้เข้าถึงข้อมูลท่องเที่ยวจาก ได้สะดวกยิ่งกว่าที่เคย โดยรีวิวและการให้คะแนนสถานที่ท่องเที่ยวจากเว็บไซต์ จะปรากฏอยู่บนหน้าดีลหมวดหมู่ท่องเที่ยวของ ensogo.com (ประเทศไทย) livingsocial.co.id (อินโดนีเซีย) และ ensogo.com.ph (ฟิลิปปินส์) ความร่วมมือในครั้งนี้จะช่วยให้ลูกค้าของลีฟวิ่งโซเชียลเข้าถึงข้อมูลอันมหาศาลและสามารถจัดการแผนการท่องเที่ยวจากประสบการณ์ของนักท่องเที่ยวมากมายที่เคยไปเยือนที่พัก หรือ สถานที่ท่องเที่ยวบนเว็บไซต์ของลีฟวิ่งโซเชียลและ ได้ดียิ่งขึ้น

“วัตถุประสงค์หลักของความร่วมมือในครั้งนี้ คือ การช่วยให้สมาชิกของเรามีข้อมูลที่ช่วยให้พวกเขาตัดสินใจเลือกซื้อดีลท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น โดยเราต้องการให้สมาชิกรู้สึกมั่นใจเมื่อเลือกเราเป็นช่องทางหลักสำหรับ การจองที่พักของเขา ความร่วมมือดังกล่าวยังจะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับลีฟวิ่งโซเชียลในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโซเชียลคอมเมิร์ซในฐานะผู้ให้บริการที่มอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่และคุ้มค่า เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ TripAdvisor เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสมาชิก ในทางกลับกัน สมาชิกก็สามารถแบ่งปันประสบการณ์การท่องเที่ยวกับลีฟวิ่งโซเชียลบนเว็บไซต์ TripAdvisor เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ได้เช่นเดียวกัน” มร. นาซาร์ มูซา ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายธุรกิจดีลท่องเที่ยว ลีฟวิ่งโซเชียล ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าว

“เมื่อไปกี่ปีที่ผ่านมานี้ การจองที่พัก หรือ แผนการเดินทางท่องเที่ยว เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากโดยโซเชียลมีเดียได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อพฤติกรรมทางด้านออนไลน์ของผู้บริโภค ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าการป้อนข้อมูลจากผู้บริโภคสามารถช่วยกระตุ้นธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซโดยการส่งเสริมให้ลูกค้ารายใหม่เข้ามาใช้บริการพันธมิตรธุรกิจของเรามากยิ่งขึ้น” มร. นาซาร์ มูซา กล่าวเสริม

ลีฟวิ่งโซเชียล นำเสนอประสบการณ์ใหม่ของการท่องเที่ยวที่ไม่ซ้ำใครด้วยดีลในราคาสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นที่พักสมัยใหม่ใจกลางกรุงโซล บรรยากาศสุดโรแมนติคกับวิลล่าหลากหลายสไตล์ในเมืองบาหลี เพลิดเพลินไปกับชายหาดอันสวยงามในประเทศไทย ไปจนถึงทริปแสนสนุกในมาเลเซียและฟิลิปปินส์

“เราตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับลีฟวิ่งโซเชียลซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวชั้นนำ ที่จะนำรีวิวและการให้คะแนนที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวของ TripAdivisor ไปเป็นส่วนหนึ่งบนเว็บไซต์ เพื่อช่วยกระตุ้นความมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารในกลุ่มลูกค้าออนไลน์” มร. แอรอน ฮุง ผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือทางธุรกิจ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค TripAdvisor กล่าว

“ด้วยรีวิวกว่า 75 ล้านรีวิว และความคิดเห็นจากนักท่องเที่ยวกว่า 60* ล้านคนในแต่ละเดือน ทำให้ TripAdvisor เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนการท่องเที่ยวที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกสามารถวางแผนและมีการเดินทางที่สมบูรณ์แบบได้ดั่งใจ” มร. แอรอน ฮุง กล่าวปิดท้าย

# # #
เกี่ยวกับเอ็นโซโก้ บริษัทในเครือลีฟวิ่งโซเชียล
หรือที่รู้จักกันในนาม www.ensogo.com ผู้นำเว็บไซต์ธุรกิจโซเชียลคอมเมิร์ซอันดับหนึ่งในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และ อินโดนีเซีย เป็นแหล่งช้อปปิ้งออนไลน์ขนาดใหญ่ซึ่งรวมประสบการณ์ไลฟ์สไตล์สุดคุ้มของดีลผลิตภัณฑ์และบริการชั้นนำทั่วประเทศ อาทิ ร้านอาหารชื่อดัง ที่พักจากโรงแรมและรีสอร์ตต่างๆ สปา สินค้า และอีกมากมาย มาจำหน่ายในราคาลดสูงสุดถึง 90% ให้สมาชิกได้เลือกซื้อหากันอย่างจุใจ โดยเอ็นโซโก้มีสมาชิกชาวไทยเกือบสองล้านรายในปัจจุบัน บริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม นับตั้งแต่เริ่มประกอบธุรกิจ ด้วยการหักรายได้ส่วนหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของลูกค้าและคู่ค้าของบริษัท นำไปช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง บริษัทมุ่งมั่นส่งมอบความสุขและความประหยัดเพื่อเติมเต็มไลฟ์สไตล์ให้กับเหล่าสมาชิก และยังช่วยให้ธุรกิจต่างๆ มีช่องทางในการแนะนำและโปรโมทผลิตภัณฑ์ บริการ และแบรนด์ของตนผ่านสื่อการตลาดทางอินเตอร์เน็ตอันทรงพลังได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งในการเป็นธุรกิจที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมในทุกๆ ด้าน

ปัจจุบัน บริษัทอยู่ในเครือข่ายธุรกิจของลีฟวิ่งโซเชียล บริษัทออนไลน์ชั้นนำของโลกที่ช่วยให้ผู้คนค้นพบสุดยอดประสบการณ์ที่หลากหลายในเมืองของตนเอง ลีฟวิ่งโซเชียล มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงวอชิงตัน ดีซี และดำเนินธุรกิจอยู่ในเมืองหลายร้อยเมืองใน 6 ทวีปทั่วโลก คลิกชมข้อมูลบริษัทเพิ่มเติมได้ที่ www.ensogo.com

เกี่ยวกับ TripAdvisor®
TripAdvisor® เป็นไซต์ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก* ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยววางแผน และมีการเดินทางที่สมบูรณ์แบบ TripAdvisor นำเสนอคำแนะนำที่เชื่อถือได้จากนักท่องเที่ยวตัวจริงและตัวเลือกในการท่องเที่ยวมากมาย ตลอดจนตัวช่วยในการวางแผนการเดินทางอีกมากมาย ที่เชื่อมโยงไปยังเครื่องมือการจองได้ทันทีและราบรื่น ไซต์ต่างๆ ในเครือ TripAdvisor รวมกันเป็นชุมชนท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้เข้าชมไม่ซ้ำกันกว่า 60 ล้านคนต่อเดือน* และรีวิวรวมถึงความคิดเห็นกว่า 75 ล้านเรื่อง เว็บไซต์นี้ดำเนินการใน 30ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศจีน ภายใต้ชื่อว่า daodao.com นอกจากนี้ TripAdvisor ยังรวมถึง TripAdvisor for Business ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ตั้งขึ้นเฉพาะเพื่อให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวสามารถเข้าถึงผู้เข้าชม TripAdvisor นับล้านๆ รายในแต่ละเดือน

View :561

เอชพีเปิดตัวโครงการ “Think Big” เพิ่มช่องทางให สร้างรายได้แก่พันธมิตรคู่ค้าเพิ่มช่องทางให สร้างรายได้แก่พันธมิตรคู่ค้า

December 24th, 2012 No comments

กรุงเทพฯ 24 ธันวาคม 2555 – เอชพีประกาศจัดทำโครงการ “Think Big” ใหม่ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตและขยายช่องทางในการสร้างรายได้ให้แก่พันธมิตรคู่ค้าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและญี่ปุ่น โครงการ Think Big เป็นการร่วมทุนระหว่าง เอชพีและพันธมิตรคู่ค้า โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสนับสนุนผู้จัดจำหน่ายของเอชพีให้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่จัดขึ้นโดยเอชพีมากขึ้น ทั้งยังสามารถเข้าใช้ศูนย์สาธิตของเอชพี ตลอดจนได้รับการสนับสนุนทางด้านการขายและการตลาดเพื่อเจาะกลุ่มตลาดที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็วและสร้างยอดขายเพิ่มมากขึ้นในส่วนของผลิตภัณฑ์จัดเก็บข้อมูล เครื่องเซิร์ฟเวอร์ และผลิตภัณฑ์ด้านระบบเครือข่าย

ปัจจุบัน พันธมิตรคู่ค้าต้องการระบบการให้บริการรูปแบบใหม่ๆ เพื่อให้การสนับสนุนโซลูชั่นสุดล้ำต่างๆ ได้ตรงตามความต้องการของลูกค้าองค์กรและธุรกิจขนาดกลางและเล็ก ทั้งทางด้านการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานให้ล้ำสมัย การจัดการข้อมูลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และการรองรับระบบประมวลผลที่เกิดขึ้นใหม่อีกมากมายรวมถึงระบบคลาวด์ ทั้งนี้ โครงการ Think Big ของเอชพี จะช่วยให้พันธมิตรคู่ค้าสามารถให้บริการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด โดยเอชพีจะร่วมมือกับพันธมิตรคู่ค้าพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีของลูกค้าให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อให้ธุรกิจของลูกค้ามีความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากขึ้น

ภายใต้ข้อกำหนดและเงื่อนไขของโครงการ Think Big ระบุให้พันธมิตรคู่ค้าต้องได้รับการฝึกอบรมและสนับสนุนเพื่อให้มีลู่ทางการขายโซลูชั่นที่มีการเติบโตสูงและอยู่ภายใต้ระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบผนวกของเอชพี (HP Converged Infrastructure) ซึ่งได้แก่ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HP ProLiant, อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล HP 3PAR, เครื่องเซิร์ฟเวอร์ HP Business Critical Servers และโซลูชั่นด้านระบบเครือข่าย (HP Networking) ได้มากขึ้น นอกจากนี้ โครงการ Think Big ยังมุ่งสนับสนุนพันธมิตรคู่ค้าให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีแต้มต่อในการแข่งขันในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจระดับสำคัญต่างๆ มากขึ้น ตลอดจนมีการเติบโตและสามารถสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้น

อีซีเอสขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยการเข้าร่วมโครงการ Think Big ของเอชพี
บริษัท อีซีเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายเทคโนโลยีชั้นนำ และมีสำนักงานระดับภูมิภาคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (1) เป็นพันธมิตรคู่ค้ารายแรกที่ลงนามข้อตกลงเข้าร่วมโครงการ Think Big ของเอชพี

นายณรงค์ อิงค์ธเนศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท อีซีเอส โฮลดิ้งส์ จำกัด เปิดเผยว่า “จากการที่มีเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม อาทิ ระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง เกิดขึ้นมากมายและได้รับความสนใจมากขึ้น อีซีเอสจึงมี ความจำเป็นที่จะต้องแสดงศักยภาพอันหลากหลายที่บริษัทมีอยู่ให้ลูกค้าได้เห็นและมั่นใจ การเข้าร่วมในโครงการ Think Big กับเอชพีครั้งนี้ ทำให้อีซีเอสมีโอกาสในการขยายศักยภาพเพิ่มขึ้น ทั้งยังขับเคลื่อนให้บริษัทมีลู่ทางการขายมากขึ้น ตลอดจนมีการเติบโตและมีขีดความสามารถในการสร้างผลกำไรได้ดีขึ้นอีกด้วย”

นอกจากนี้ เอชพียังเดินหน้าขยายโครงการ HP ServiceONE เปิดตัวบริการสนับสนุนรูปแบบใหม่ที่ช่วยให้พันธมิตรคู่ค้าสามารถขยายการดำเนินงานเจาะตลาดการให้บริการเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูง และเสริมสร้างศักยภาพในการสร้างผลกำไร บริการ HP ServiceONE Partner Support for HP Technology Services คือ บริการด้านเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนพันธมิตรคู่ค้าให้มีศักยภาพในการจำหน่ายโซลูชั่นระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบผนวกของเอชพีพร้อมด้วยบริการและการสนับสนุนจากเอชพีได้มากขึ้น

มร.นารินเดอร์ คาปูร์ รองประธานและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจ เอ็นเทอร์ไพรส์ กรุ๊ป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ปัจจุบัน พันธมิตรคู่ค้าจำเป็นต้องมีการพัฒนารูปแบบการทำธุรกิจที่ซับซ้อนและหลากหลายให้แก่ลูกค้า จึงต้องการบริการและการสนับสนุนที่มีราคาประหยัดแต่เปี่ยมคุณภาพ และด้วยโครงการ Think Big ใหม่ดังกล่าว จะทำให้เอชพีสามารถช่วยเหลือพันธมิตรคู่ค้าในการขยายลู่ทางการทำธุรกิจใหม่ๆ ด้วยการมอบโซลูชั่นที่คุ้มค่า และนำทรัพยากรด้านการตลาด เทคนิค และการขายของเอชพีมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

View :610

กสิกรไทยชู “ไลฟ์สไตล์ ดิจิตอล แบงกิ้ง” ยึดหัวหาดอันดับ 1 ของดิจิตอล แบงกิ้ง

December 21st, 2012 No comments


ธนาคารกสิกรไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจดิจิตอล แบงกิ้ง () วางยุทธศาสตร์การให้บริการด้วยแนวคิด “ไลฟ์สไตล์ ดิจิตอล แบงกิ้ง” (Lifestyle ) ปูพรมด้วยกิจกรรมและแผนสื่อสารการตลาดที่เจาะลึกเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายโดยใช้เครือข่ายออนไลน์ทุกช่องทาง ตั้งเป้าหมายปีหน้าเติบโตกว่า 40% และมีฐานลูกค้าเพิ่มเป็น 6.5 ล้านคน

นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารกสิกรไทย เป็น “ไลฟ์สไตล์ แบงกิ้ง” (Lifestyle Banking) ที่ต้องการตอบสนองกับทุกไลฟ์สไตล์ โดยธนาคารฯ เป็นผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจดิจิตอล แบงกิ้ง และได้วางยุทธศาสตร์ของการให้บริการดิจิตอล แบงกกิ้ง ให้เป็น “ไลฟ์สไตล์ ดิจิตอล แบงกิ้ง” (Lifestyle Digital Banking) ตอบรับกับยุคสมัยที่ผู้คนใช้ชีวิตไม่หยุดนิ่ง (On-the-Go) และอุปกรณ์ อิเลคทรอนิกส์ทั้งโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต โน้ตบุ๊ก ได้กลายเป็นอุปกรณ์สำคัญของการใช้ชีวิต โดยนอกเหนือ จากการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการขั้นพื้นฐาน เช่น การโอน จ่าย เติมเงิน ธนาคารฯ ยังมุ่งเน้นการนำเสนอรูปแบบผลิตภัณฑ์ บริการ และกิจกรรมไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ พร้อมด้วยกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดที่เจาะเข้าถึงเครือข่ายสังคมออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้า พร้อมทั้งตอกย้ำความปลอดภัยของการใช้บริการ ตลอดจนสร้างความรู้สึกมีส่วนร่วมให้กับลูกค้าและร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของกิจกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นของธนาคารฯ”

“แนวทางหลักการดำเนินงานด้านดิจิตอล แบงกิ้ง ของธนาคาร ประกอบด้วย 4 เรื่องด้วยกัน ได้แก่ SO (Social Media) หมายถึง การดำเนินกิจกรรมการตลาดในเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น การเปิดตัวแคมเปญ “New Possibility Happens พร้อมสนับสนุนทุกความฝันด้วยพลังของโลกดิจิตอล” ที่มีกิจกรรมการตลาดเต็มรูปแบบ, LO (Localized Marketing) ซึ่งเป็นรูปแบบกิจกรรมการตลาดต่างๆ ที่เฉพาะเจาะจงตรงกับความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม เฉพาะพื้นที่ เช่น การให้เช็คอิน (Check-in) และทำโปรโมชั่นกับพันธมิตรต่างๆ, MO (Mobile) การให้บริการผ่านอุปกรณ์โทรศัพท์เคลื่อนที่ เช่น การให้บริการ “K-Merchant on Mobile” ร่วมกับนกแอร์ เปิดให้จองตั๋วและรูดบัตรฯ จ่ายค่าโดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนได้ทันทีทุกที่ทุกเวลา และ CO (Commerce) คือ การนำเสนอบริการซื้อขายออนไลน์ ในรูปแบบ Everywhere Commerce ซึ่งสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา เช่น ร่วมกับเครื่องสำอางคลีนิกข์ ให้บริการในการรับชำระเงินด้วยระบบ K-Payment Gateway ซึ่งเป็นระบบรับชำระเงินค้าสินค้าและบริการด้วยบัตรเครดิตและบัตรเดบิตทางอินเทอร์เน็ตกสิกรไทย”

ล่าสุด ธนาคารฯ ได้เปิดตัวแคมเปญ “New Possibility Happens Digital Banking พร้อมสนับสนุนทุกความฝันด้วยพลังของโลกดิจิตอล” ด้วยแผนการสื่อสารการตลาดอย่างครบวงจร ด้วยงบประมาณกว่า 40 ล้านบาท เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเดินหน้าทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง โดยมีบริการดิจิตอล แบงกิ้ง ของธนาคารฯ เป็นส่วนสนับสนุนในการเดินตามทุกความฝัน ครอบคลุมทั้งภาพยนตร์โฆษณาเต็มรูปแบบในชื่อชุด “ศึกแม่มดขาว” ที่จะออกเผยแพร่ทั้งสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ พร้อมกันนี้ ยังได้ออกหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้กล้าทำตามความฝัน ถ่ายทอดเรื่องราวโดยนักเขียนชื่อดัง 3 ท่าน 3 สไตล์ ได้แก่ คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ คุณแพรกานต์ นิรันดร และคุณทีปกร วุฒิพิทยามงคล ซึ่งหนังสือดังกล่าวจะเผยแพร่บนโลกออนไลน์ให้ผู้ที่สนใจสามารถอ่านได้ฟรีผ่าน _Live Facebook นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญ “อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพียงใช้ Digital Banking” ให้ลูกค้าที่ใช้บริการทำธุรกรรมหรือชำระเงินผ่านบริการดิจิตอลแบงกิ้ง ธนาคารกสิกรไทย ได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ อาทิ รับแพ็คเกจท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น รับค่าบริการอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือแบบรายเดือนหรือแบบเติมเงินฟรี 1 ปี รวมทั้งแคมเปญทางการตลาด อื่นๆ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าดิจิตอลแบงกิ้งของธนาคารอย่างต่อเนื่อง ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ค www.facebook.com/kbanklive หรือทางเว็บไซต์ธนาคารกสิกรไทย www.kasikornbank.com ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมนี้ เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบันมีจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้บริการดิจิตอล แบงกิ้ง 8 ล้านราย โดยธนาคารกสิกรไทย มีฐานลูกค้าลงทะเบียนใช้บริการจำนวน 4.6 ล้านบัญชี คิดเป็น 60% จากจำนวนผู้ลงทะเบียนใช้บริการ มีสัดส่วนการทำรายการธุรกรรมการเงินประมาณ 50% ของธุรกรรมการเงินออนไลน์ และมีส่วนแบ่งการตลาดของยอดซื้อขายออนไลน์กว่า 70% รวมทั้งช่องทางการสื่อสารผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ KBank_Live ในเฟซบุ๊ค มีจำนวนสมาชิกเป็นอันดับ 1 ของธนาคารที่มีอยู่ในประเทศไทย ด้วยจำนวนสมาชิกกว่า 340,000 ราย

นายปกรณ์ กล่าวตอนท้ายว่า ยุทธศาสตร์เชิงรุกดังกล่าว จะตอกย้ำศักยภาพความเป็นผู้นำด้านบริการดิจิตอล แบงกิ้ง ทำให้ ธนาคารฯ เป็น “ไลฟ์สไตล์ แบงกิ้ง” (Lifestyle Banking) ที่ให้บริการเจาะเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของทุกกลุ่มเป้าหมายได้ในทุกที่ ทุกเวลา และมั่นใจว่า ในปีหน้าฐานลูกค้าที่ใช้บริการดิจิตอล แบงกิ้ง จะเติบโตเพิ่มอีก 40% ทำให้มีลูกค้าเพิ่มเป็น 6.5 ล้านราย

ข้อมูล “ไลฟ์สไตล์ ดิจิตอล แบงกิ้ง” ธนาคารกสิกรไทย

ธนาคารกสิกรไทย เป็นผู้นำอันดับ 1 บนโลกดิจิตอล แบงกิ้ง (Digital Banking) ข้อมูลจากธนาคารแห่ง ประเทศไทย ระบุว่ามีผู้ลงทะเบียนใช้บริการดิจิตอล แบงกิ้ง จำนวน 8 ล้านบัญชี ธนาคารกสิกรไทยมีฐานลูกค้าลงทะเบียนใช้บริการจำนวน 4.6 ล้านบัญชี คิดเป็น 60%

ความสำเร็จของดิจิตอล แบงกิ้ง ของธนาคารกสิกรไทย
• พ.ศ. 2545 เปิดให้บริการ K-Cyber Banking ซึ่งเป็นบริการทำธุรกรรมผ่านอินเตอร์เน็ต โดยธนาคาร กสิกรไทยถือเป็นธนาคารแรกๆ ที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต แบงกิ้ง (Internet Banking)
• พ.ศ. 2548 ธนาคารกสิกรไทยนำเสนอบริการ K-mAlert แจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของการทำธุรกรรมผ่าน sms บนมือถือ
• พ.ศ. 2551 ธนาคารกสิกรไทยร่วมกับ DTAC เปิดตัว ATM SIM ธนาคารบนมือถือเต็มรูปแบบในระบบ SIM ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
• พ.ศ. 2552 เปิดตัว K-Mobile Banking Plus สำหรับการทำธุรกรรมผ่านมือถือได้ ทุกเครื่อง ทุกค่าย นอกจากนี้ยังเปิดให้บริการระบบชำระเงิน e-commerce และ World’s First Mobile Commerce หรือระบบชำระเงินผ่านอินเตอร์เน็ตมือถือ ซึ่งถือเป็นรายแรกของโลก
• พ.ศ. 2555 ธนาคารกสิกรไทย เป็นธนาคารรายแรกในประเทศไทยและทวีปเอเชีย ที่เปิดเว็บไซต์ search engine รวมข้อมูลรอบด้านการเงินและไลฟ์สไตล์ในชื่อ askKBank
• พ.ศ. 2556 ธนาคารกสิกรไทย มุ่งมั่นนำเสนอบริการดิจิตอล แบงกิ้ง ด้วยแนวคิดการเป็น “ไลฟ์สไตล์ ดิจิตอล แบงกิ้ง” (Lifestyle Digital Banking)

แคมเปญ “New Possibility Happens KBank Digital Banking พร้อมสนับสนุนทุกความฝันด้วยพลังของโลกดิจิตอล”

• ธนาคารกสิกรไทยได้วางยุทธศาสตร์เชิงรุกของการให้บริการดิจิตอล แบงกิ้ง เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำและสร้างความแตกต่างของการให้บริการ ภายใต้แนวคิด “New Possibility Happens KBank Digital Banking พร้อมสนับสนุนทุกความฝันด้วยพลังของโลกดิจิตอล” โดยนำเอาความแข็งแกร่งของบริการดิจิตอล แบงกิ้ง เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ดิจิตอล ชู “ไลฟ์สไตล์ ดิจิตอล แบงกิ้ง” ผนึกความแข็งแกร่งของผลิตภัณฑ์และบริการด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่ออำนวยความสะดวกด้านธุรกรรมการเงินอย่างครบวงจรตลอด 24 ชม. ได้ทุกที่ทุกเวลา

• แผนการสื่อสารการตลาดอย่างครบวงจรของแคมเปญ “New Possibility Happens” มีงบประมาณ กว่า 40 ล้านบาท เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนเดินหน้าทำความฝันของตนเองให้เป็นจริง โดยมีบริการดิจิตอล แบงกิ้ง ของธนาคารฯ เป็นส่วนสนับสนุนในการเดินตามทุกความฝัน ครอบคลุมทั้ง
- ภาพยนตร์โฆษณาเต็มรูปแบบในชื่อชุด “ศึกแม่มดขาว” ออกเผยแพร่ทั้งสื่อโทรทัศน์และสื่อออนไลน์
- หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-Book) เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้กล้าทำตามความฝัน ถ่ายทอดเรื่องราวโดยนักเขียนชื่อดัง 3 ท่าน 3 สไตล์ ได้แก่ คุณงามพรรณ เวชชาชีวะ คุณแพรกานต์ นิรันดร และคุณทีปกร วุฒิพิทยามงคล ซึ่งหนังสือดังกล่าวจะเผยแพร่บนโลกออนไลน์ให้ผู้ที่สนใจสามารถอ่านได้ฟรีผ่าน KBank_Live Facebook
- แคมเปญ “อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพียงใช้ KBank Digital Banking” ให้ลูกค้าที่ใช้บริการทำธุรกรรมหรือชำระเงินผ่านบริการดิจิตอลแบงกิ้ง ธนาคารกสิกรไทย ได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ อาทิ รับแพ็คเกจท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น รับค่าบริการอินเตอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือแบบรายเดือนหรือแบบเติมเงินฟรี 1 ปี รวมทั้งแคมเปญทางการตลาด อื่นๆ เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ลูกค้าดิจิตอลแบงกิ้งของธนาคารอย่างต่อเนื่อง

View :1205

ปักหมุดฟรีภายในสิ้นปี 2555 นี้ที่ Longdo Map 2013

December 21st, 2012 No comments

บริษัท เมตามีเดีย เทคโนโลยี จำกัด ผู้ให้บริการ Longdo Map แผนที่อัจฉริยะสัญชาติไทย (http://map.longdo.com/) เปิดพื้นที่ให้หน่วยงานภาคธุรกิจเข้ามาปักหมุดเพื่อต่อยอดทางธุรกิจ สร้างมูลค่าจากการบอกตำแหน่งที่ตั้ง โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ภายในสิ้นปี 2555 นี้ ซึ่งมีผู้ใช้งานผ่านเว็บไซต์กว่า 30,000 คนต่อวัน ดาวน์โหลดและติดตั้งบนโทรศัพท์มือถือไปแล้วกว่า 200,000 คน และยังได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้องค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนนำระบบแผนที่ของ Longdo Map ไปใช้ในหน่วยงาน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.mm.co.th/

View :422
Categories: Application, Internet Tags: