Archive

Archive for October, 2010

เอไอเอส เอาใจคอไอที ส่งท้ายปี ขนทัพ Smart Gadget ร่วมงาน “Commart Comtech 2010”

October 29th, 2010 No comments

เอไอเอสเตรียมยกทัพสุดยอด Smart Gadget สุด Hot ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ มาเอาใจคอไฮเทคให้เลือกช้อปอย่างจุใจในงาน Commart Comtech 2010 ตั้งแต่วันที่ 3 – 7 พฤศจิกายน 2553 ที่บูธ ห้องเพลนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์
โดยไฮไลท์เด่น คือ “” แท็บเล็ตสุดล้ำมาแรง ที่ขึ้นแท่นเป็น Best Seller ประจำซีซั่นนี้ไปแล้ว โดยลูกค้าเอไอเอสสามารถซื้อและรับของได้ทันทีที่บูธเอไอเอสในงานคอมมาร์ต สำหรับสาวกบีบีสามารถซื้อ “BlackBerry New Curve 3G 9300” รุ่นล่าสุดได้แล้ว พร้อมเปิดรับจอง “BlackBerry Torch 9800” แบบแสดงความสนใจ โดยลูกค้าไม่ต้องจ่ายเงินจอง โดยคาดว่า BlackBerry Torch 9800 จะพร้อมจำหน่ายภายในเดือนพฤศจิกายนศกนี้ และเอไอเอสจะติดต่อกลับลูกค้าที่แสดงความจำนงไว้ นอกจากนี้ยังจำหน่าย “Nokia N8” ฮีโร่โปรดักซ์จากค่ายโนเกีย สุดยอดทัชโฟนมัลติมีเดีย ฟูลฟังก์ชั่น ที่มาพร้อมซิมเบี้ยนยกกำลัง 3 รวมถึง AIS Aircard ทุกรุ่นพร้อมโปรโมชั่นสุดว้าวแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน
ลูกค้าเอไอเอสและสาวก Smart Gadget ห้ามพลาด! เพราะงานนี้นอกจากจะได้สัมผัสนวัตกรรมล่าสุดก่อนใครแล้ว ยังได้ช้อปสุดคุ้มด้วยส่วนลดและเลือกรับสิทธิผ่อน 0% สูงสุด 10 เดือนได้อีกด้วย

View :731

ริมเปิดตัวแบล็กเบอร์รี่ เพลย์บุก

October 26th, 2010 No comments

แทบเบล็ตระดับมืออาชีพที่มีความสามารถในการท่องเว็บและประสิทธิภาพไร้เทียมทาน

แบล็กเบอร์รี่เดฟคอน 2010 – บริษัท รีเสิร์ช อิน โมชั่น (ริม) นำเสนอนิยามใหม่ของความเป็นไปได้ในสำหรับการประมวลผลโมไบล์ โดยการเปิดตัวแทบเบล็ตระดับหรือมืออาชีพรุ่นใหม่ แบล็กเบอร์รี่เพลย์บุก พร้อมกับ แบล็กเบอร์รี่แทบเบล็ตโอเอส

แบล็กเบอร์รี่เพลย์บุกเหมาะสำหรับองค์กรขนาดใหญ่หรือแม้แต่ “ ผู้เชี่ยวชาญประเภทฉายเดี่ยว ” เนื่องจากเครื่องรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบทุกสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการ อาทิเช่นความสามารถในการท่องเว็บแบบไร้ช่องโหว่ ระบบมัลติทาสกิงที่แท้จริง และระบบมัลติมีเดียประสิทธิภาพสูง นอกจากนั้นแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุกยังมีคุณสมบัติเกี่ยวกับระบบรักษาความ ปลอดภัยที่ทันสมัย รองรับระบบงานเอนเตอร์ไพรซ์พร้อมสรรพในตัว และเป็นแพลตฟอร์มพัฒนารุ่นล่าสุดที่เหมาะสำหรับแผนกไอทีและนักพัฒนาอย่าง ยิ่ง เครื่องแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุกซึ่งเปี่ยมด้วยนวัตกรรมล่าสุดนี้มาพร้อมกับ ประสิทธิภาพที่เหลือเชื่อถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่จะเข้ามาทิศทางแนวทางของตลาด แทบเบล็ตที่กำลังเติบโตได้เป็นอย่างดี

ไมค์ ลาซาริดิส ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมบริษัทรีเสิร์ชอินโมชันกล่าวว่า “ ริมตั้งเป้ารังสรรค์ผลงานให้กลายเป็นแทบเบล็ตระดับมืออาชีพที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างองค์ประกอบฮาร์ดแวร์รุ่นล่าสุด กับระบบปฏิบัติการที่คล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุดของโลก เครื่องแบล็กเบอร์รีเพลย์บุกตอบโจทย์ดังกล่าวได้อย่างลงตัว เพราะมีประสิทธิภาพระดับหัวแถวของอุตสาหกรรม มีระบบมัลติทาสกิงที่แท้จริง ท่องเว็บแบบไร้ช่องโหว่ และมีระบบมัลติมีเดียประสิทธิภาพสูงอีกด้วย ”

แทบเบล็ตที่คุณต้องการพกพาติดตัวไปทุกหนทุกแห่ง

แทบเบล็ตที่ออกแบบมาอย่างสวยงามและมีประสิทธิภาพสูงรุ่นนี้สามารถพกพาติดตัวได้อย่างสะดวก มีรูปร่างที่บางเฉียบ เหมาะสำหรับทำงานและแสดวงหาความบันเทิงในยามว่าง เครื่องแบล็กเบอร์รีเพลย์บุกมีความหนาไม่ถึงครึ่งนิ้วและมีน้ำหนักน้อยกว่าหนึ่งปอนด์ แถมยังมีจอภาพความละเอียดสูงขนาด 7 นิ้วที่ให้ความรู้สึกที่โดนใจอย่างแท้จริงเมื่ออยู่ในมือของคุณ ส่วนผสมที่ลงตัวอันประกอบด้วยอัตถประโยชน์ ประสิทธิภาพ และความสะดวกในการพกพา เราจึงมั่นใจว่าคุณคงอยากพกพาอุปกรณ์ชิ้นนี้ติดตัวไปทุกหนทุกแห่งอย่างแน่นอน

มาตรฐานประสิทธิภาพใหม่ของแทบเบล็ต

แก่นแท้ของแบล็กเบอร์รีเพลย์บุกก็คือศูนย์กลางระบบประมวลผลมัลติทาสกิง ประสิทธิภาพสูงที่แซงหน้าคู่แข่งเป็นผลมาจากการทำงานคู่กันระหว่างโปรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ 1 GHz กับแบล็กเบอร์รีแทบเบล็ตโอเอสรุ่นใหม่ที่รองรับการประมวลผลซิมเมททริกซ์มัลติโปรเซสเซอร์ได้อย่างแท้จริง ดังนั้นเมื่อนำมาทำงานร่วมกันก็จะได้ประสิทธิภาพในการประมวลผลอันน่าทึ่ง ในขณะที่โอเอสที่มีองค์ประกอบซับของแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุกช่วยให้ผู้ใช้ทำงานแบบมัลติทาสกิงได้อย่างแท้จริง โดยมีจอภาพแบบสัมผัสที่ตอบสนองต่อการทำงานได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็ว เพื่อรองรับการใช้แอพลิเคชันและบริการคอนเทนท์ต่างๆ

ท่องเว็บแบบไร้ช่องโหว่

ความสามารถในการรองรับการทำงานของ Adobe Flash Player 10.1, Adobe Mobile AIR และ HTML-5 ของแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุกช่วยให้ลูกค้าท่องเว็บได้อย่างแม่นยำและไร้ช่องโหว่ รวมทั้งช่วยให้พวกเขาแสวงหาความสนุกสนานจากเว็บไซต์ เกม และมีเดียทุกชนิดในเว็บได้ นับเป็นเวลาเกือบทศวรรษมาแล้วที่อุตสาหกรรมระบบงานโมไบล์พยายามหาทางอุดช่องโหว่ระหว่าง “ รูปแบบการท่องเว็บที่แท้จริง ” กับอุปกรณ์โมไบล์ โดยใช้แอพลิเคชันและเทคโนโลยีหลากชนิด และที่จริงแล้วโมไบล์แอพลิเคชันส่วนใหญ่ในปัจจุบันยังคงทำงานเป็นแค่ตัวกลางกับเว็บคอนเทนท์ที่มีอยู่ในเว็บเท่านั้น ดังนั้นแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุกจึงหาทางอุดช่องโหว่ดังกล่าวแล้วนำเอาประสบการณ์ท่องเว็บที่แท้จริงมามอบให้ผู้ใช้โมไบล์ พร้อมกับสร้างโอกาสใหม่ๆที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักพัฒนาและผู้สร้างคอนเทนท์อีกด้วย

ระบบมัลติมีเดียประสิทธิภาพสูง

แบ ล็กเบอร์รี่เพลย์บุกมีคุณสมบัติด้านมัลติมีเดียชั้นยอดมากมายเพื่อรองรับการ ทำงานโมไบล์ที่มีคุณภาพสูง คุณสมบัติเหล่านี้ประกอบด้วยกล้องดูอัลเอชดีสำหรับการบันทึกวิดีโอและรองรับ งานระบบประชุมร่วมผ่านวิดีโอที่สามารถบันทึกวิดีโอคุณภาพเอชดีได้ในเวลา เดียวกัน ส่วนพอร์ต HDMI เอาไว้สำหรับเชื่อมต่อกับจอภาพภายนอกเพื่อนำเสนอพรีเซนเตชันต่างๆ นอกจากนั้นแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุกยังมีระบบเสียงสเตอริโอและมีเดียเพลย์เยอร์ชั้นยอดที่ถือว่าดีที่สุดในอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้

การผสานข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ของแบล็กเบอร์รี่

ถ้าหากคุณเป็นผู้ใช้แบล็กเบอร์รี่เพลย์บุกที่มีสมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รีด้วย คุณสามารถจับคู่การทำงานระหว่างแทบเบล็ตและสมาร์ทโฟนโดยใช้ระบบเชื่อมต่อบลูทูธที่ปลอดภัย การทำงานในลักษณะดังกล่าวหมายความว่าผู้ใช้สามารถใช้จอภาพที่มีขนาดใหญ่กว่าของแทบเบล็ตเพื่อเรียกดูอีเมล์ , BBM, ระบบปฏิทิน งานที่ต้องทำ เอกสาร และคอนเทนท์อื่นๆที่เก็บเอาไว้ (หรือเข้าถึงผ่านทาง) สมาร์ทโฟนของตนได้อย่างปลอดภัย นอกจากนั้นพวกเขายังสามารถใช้แทบเบล็ตและสมาร์ทโฟนผสานการทำงานร่วมกันได้ โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการปรับความสอดคล้องของข้อมูลที่ซ้ำซ้อนแต่อย่างใด การทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัยของแทบเบล็ตและสมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รีจัดเป็น คุณสมบัติที่มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้เชิงธุรกิจที่ไม่ต้องการใช้ โน้ตบุกอีกต่อไป

พร้อมรองรับการทำงานกับระบบงานเอนเตอร์ไพรซ์

ขั้น ตอนการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธได้อย่างปลอดภัยและโครงสร้างโอเอสที่มีความ ปลอดภัยสูงทำให้แบล็กเบอร์รี่เพลย์บุก พร้อมที่จะรองรับการทำงานร่วมกับระบบงานเอนเตอร์ไพรซ์ได้ในทันทีผ่านทางแบ ล็กเบอร์รี่เอนเตอร์ไพรซ์เซิร์ฟเวอร์ ถ้าหากมีการเชื่อมต่อผ่านบลูทูธ ผู้ใช้สามารถเรียกดูคอนเทนท์ของสมาร์ทโฟนบนหน้าจอของแทบเบล็ตได้ ในขณะที่คอนเทนท์ยังคงเก็บเอาไว้ในสมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รีแต่อยู่ในรูปของ ข้อมูลชั่วคราวในแทบเบล็ตเท่านั้น (ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายควบคุมการใช้ระบบไอทีขององค์กรต่างๆเป็นอย่างดี) การรักษาความปลอดภัยข้อมูลในลักษณะดังกล่าวช่วยให้แผนกไอทีสามารถแจกแบ ล็กเบอร์รี่เพลย์บุกให้พนักงานได้ในทันทีโดยที่ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับระบบ รักษาความปลอดภัยและปัญหาการดูแลจัดการในตอนที่ข้อมูลขององค์กรจัดเก็บเอา ไว้ในอุปกรณ์อื่นๆอีกต่อไป

โครงสร้าง QNX Neutrino ที่มีเสถีรภาพ

แบล็กเบอร์รีแทบเบล็ตโอเอสพัฒนาขึ้นโดยอิงกับโครงสร้างไมโครคอร์แนล QNX Neutrino ซึ่งถือเป็นโครงสร้างระบบปฏิบัติการที่มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีเสถียรภาพสูงสุดชนิดหนึ่งของโลก Neutrino ผ่านการทดสอบภาคสนามจริงมานานหลายปี และถูกนำไปใช้รองรับแอพลิเคชันระบบงานสำคัญหลายชนิดตั้งแต่เครื่องบิน รถไฟ รถยนต์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และราวเตอร์หลักขนาดใหญ่ที่สุดที่รองรับการทำงานของอินเทอร์เน็ตอยู่ ด้วยเหตุนี้แบล็กเบอร์รี่แทบเบล็ตโอเอสจึงนำเอาปมเด่นของโครงสร้าง QNX Neutrino ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วมาใช้เพื่อรองรับการทำงานของแทบเบล็ตระดับมืออาชีพ แถมยังเป็นการสร้างนิยามใหม่ให้กับความเป็นไปได้ของการประมวลผลโมไบล์อีกด้วย

โอเอสที่พัฒนาขึ้นมาสำหรับนักพัฒนา

โครงสร้างไมโครเคอร์แนล Neutrino ในแบล็กเบอร์รี่แทบเบล็ตโอเอสให้ประสิทธิภาพในระดับสูงสุด มีขีดความสามารถในการขยายระบบสูง มีระบบรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน Common Criteria EAL 4+ และรองรับการทำงานร่วมกับเครื่องมือมาตรฐานอุตสาหกรรมที่นักพัฒนาหลายแสนคนคุ้นเคยเป็นอย่างดีอยู่แล้ว โอเอสนี้รองรับการทำงานของ POSIX ได้ที่ช่วยให้นักพัฒนาแปลงโค้ดภาษาซีมาจากแพลตฟอร์มอื่นๆได้โดยง่าย รองรับการทำงานของ Open GL เพื่อใช้ร่วมกับแอพลิเคชันที่เน้นการใช้ภาพกราฟิก 2D และ 3D มากเป็นพิเศษ อย่างการเล่นเกมเป็นต้น รวมทั้งสั่งงานแอพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นมาใน Adobe Mobile AIR และแอพลิเคชันแพลตฟอร์มรุ่นใหม่ชื่อแบล็กเบอร์รีเว็บเวิร์ กที่เพิ่งเปิดตัวพร้อมกันในวันนี้เช่นกัน (ซึ่งช่วยให้นักพัฒนาเขียนแอพลิเคชันเพื่อทำงานบนแทบเบล็ตแบล็กเบอร์รี่ เพลย์บุกและสมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รี่โดยพร้อมใช้ระบบปฏิบัติการแบล็กเบอร์รี 6 ) แบล็กเบอร์รี่แทบเบล็ตโอเอสยังรองรับการทำงานของจาวาได้ เพื่อช่วยให้นักพัฒนาแปลงจาวาแอพลิเตชันของแบล็กเบอร์รี่ 6 ที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มาทำงานบนสภาพแวดล้อมของแบล็กเบอร์รี่แทบเบล็ตโอเอส ได้

คุณสมบัติหลักและรายละเอียดจำเพาะของแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุกประกอบด้วย

· จอแอลซีดีขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 1024×600 จุด มาตรฐาน WSVGA มีจอภาพสัมผัสพร้อมระบบมัลติทัชและระบบคำนวณท่าทางของผู้ใช้

· แบล็กเบอร์รี่แทบเบล็ตโอเอสที่รองรับการทำงานแบบซิมเมททริกซ์มัลติโปรเซสซิง

· โปรเซสเซอร์ดูอัลคอร์ 1 GHz

· เมมโมรี 1 GB

· กล้องดูอัลเอชดี (ด้านหน้า 3 ล้านพิกเซล ด้านหลัง 5 ล้านพิกเซล) รองรับการบันทึกภาพวิดีโอ 1080p HD ได้

· เล่นวิดีโอในฟอร์แมท 1080p HD Video, H.264, MPEG, DivX, WMV

· ฟังเพลงในฟอร์แมท MP3, AAC, WMA

· เอาท์พุดวิดีโอ HDMI

· วายไฟ 802.11a/b/g/n

· บลูทูธ 2.1+EDR

· คอนเนกเตอร์ : microHDMI, MicroUSB, charging contacts

· แพลตฟอร์มแอพลิเคชันแบบเปิดที่รองรับการทำงานของ WebKit/HTML-5, Adobe Flash Player 10.1, Adobe Mobile AIR, Adobe Reader, POSIX, OpenGL, Java

· บางและพกพาสะดวก

· ขนาด 5.1” x 7.6” x 0.4” (130 มม. X 193 มม. X 10 มม.)

· น้ำหนักน้อยกว่าหนึ่งปอนด์ (ประมาณ 0.9 ปอนด์หรือ 400 กรัม)

· เรา จะทำการเปิดเผยคุณสมบัติและรายละเอียดจำเพาะเพิ่มเติมของแบล็กเบอร์รี่เพลย์ บุกในภายหลังก่อนที่จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์จริงตามร้านค้าทั่วไป

· ริมตั้งใจจำหน่ายผลิตภัณฑ์รุ่น 3G และ 4G ในอนาคตด้วย

การวางจำหน่าย

คาดว่าแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุกจะเริ่มวางจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปและช่องทางอื่นๆในสหรัฐอเมริกา ในช่วงต้นปี 2553 และจะเริ่มจำหน่ายในตลาดนานาชาติตั้งแต่ไตรมาสที่สองเป็นต้นไป

ริมจะเริ่มทำงานกับบริษัทซอฟต์แวร์และลูกค้าระดับองค์กรบางรายตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป เพื่อเริ่มต้นขั้นตอนการพัฒนาและการทดสอบเบื้องต้น

เราเตรียมที่จะเปิดตัวชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ (SDK) สำหรับแบล็กเบอร์รี่แทบเบล็ตโอเอสในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้ นักพัฒนาสามารถลงทะเบียนเพื่อขอเครื่องมือไปใช้ได้ที่ www.blackberry.com/developers/tabletos

ถ้าหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาเข้าไปดูได้ที่ www.blackberry.com/playbook

* จำเป็นต้องใช้งานร่วมกับบลูทูธ

View :657
Categories: Press/Release Tags: ,

เออาร์ไอพี ยกขบวนสินค้าไอทีจำหน่ายส่งท้ายปลายปี ในงานคอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2010

October 26th, 2010 No comments

บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอที ร่วมกับบริษัทคู่ค้าไอทีชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เตรียมจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอที “คอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2010” ด้วยแนวคิดการจัดงาน “Tech on the move 2010 : Smart moving” โลดแล่นไปในโลกไอที เพื่อชีวิตลงตัวในสไตล์คุณ ระหว่างวันที่ 3 – 7 พฤศจิกายน 2553 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

โดยภายในงานการจำหน่ายสินค้าไอทีราคาพิเศษสุดส่งท้ายปลายปี พร้อมกิจกรรมเวิร์คชอปดีๆ ที่เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมอบรมฟรี อาทิ รับกระแส สมาร์ทโฟน ที่มาแรงในขณะนี้กับ Workshop ปะฉะดะ iPhone Vs Black Berry Vs Android Vs Window Phone 7 ใครเจ๋งสุดงานนี้ได้รู้กัน และพบกับข้อดีข้อเสียของเหล่า สมาร์ทโฟน พร้อมวิธีใช้แบบเจาะลึกของ iPhone 4 และพบกับ โดยเอไอเอส อบรม รู้ลึกรู้จริงข้อดีข้อเสียของ Window Phone 7 พร้อมติดตั้งฟรี เมื่อซื้อวินโดว์ส 7 และออฟฟิศ 2010 กับไมโครซอฟท์ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชันพิเศษสุดสำหรับผู้ที่ซื้อสินค้าไอทีครบทุก 3,000 บาท รับคูปองชิงโชคลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถยนต์ Nissan March มูลค่ากว่า 4 แสนบาท และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย สนใจข้อมูลเพิ่มเติมคลิกดูรายละเอียดได้ที่ www.commartthailand.com

View :727

กรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับ CAT พัฒนาโครงการ Thailand Planet

October 26th, 2010 No comments

หวังนำ Virtual World มาเป็นเครื่องมือสร้างธุรกิจเจ้าแรกในโลก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (นายจุติ ไกรฤกษ์) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายอลงกรณ์ พลบุตร) ให้เกียรติเป็นประธานสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความตกลงว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาโครงการ ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา และบริษัท กสทโทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)

นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ความร่วมมือการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาเพื่อส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมการสร้างประเทศไทยบนโลกเสมือนจริง (Virtual World) ระหว่างกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และ CAT ในครั้งนี้ทั้งสองหน่วยงานมีวัตถุประสงค์ที่จะนำมาเป็นช่องทางสำหรับขับเคลื่อนพันธสัญญาเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาลในการที่จะสื่อสาร สนับสนุนธุรกิจทุกภาคส่วน ตลอดจนนำเอาทรัพย์สินทางปัญญา ประวัติศาสตร์ ประเพณี วัฒนธรรมและความเป็นไทยมาต่อยอดในเชิงพาณิชย์มูลค่าเพิ่ม โดยมีเป้าหมายว่า “Thailand Planet” จะเป็นเว็ปไซต์โลกเสมือนจริงของภาครัฐแห่งแรกของโลกที่สร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนทั้งในและต่างประเทศสนใจที่จะลงทุน ซึ่งในฐานะเป็นนิติบุคคลและหน่วยงานของรัฐทั้งคู่ น่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ

Thailand Planet คือ โลกเสมือนจริงของประเทศไทย ในรูปแบบสื่อ 3 มิติที่จำลองพื้นที่ สถานที่ท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่ราชการ สถานประกอบธุรกิจต่างๆ ทุกจังหวัดของประเทศไทย โดยให้สามารถใช้เป็นพื้นที่พบปะพูดคุยกันระหว่างสมาชิกแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน รวมไปถึงการซื้อขายสินค้าที่สามารถทำธุรกรรมเช่นเดียวกันโลกเสมือนจริง เป็นต้น

นายอลงกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ “Thailand Planet” มีวัตถุประสงค์เป็นเครื่องมือในการทำธุรกรรมทางธุรกิจพัฒนาการค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศ รวมทั้ง เผยแพร่องค์ความรู้ด้านต่างๆ อาทิ แหล่งท่องเที่ยวและภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทยสู่นานาชาติ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมสำคัญในการส่งเสริมสนับสนุนธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตามนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของรัฐบาล พร้อมกันนี้ผลงานจะถูกจัดแสดงให้ได้ชมกันในงาน TICEF (Thailand International Creative Economy Forum) ระหว่างวันที่ 28-30 พฤศจิกายน 2553 ณ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ กรุงเทพมหานคร

นางปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กล่าวว่า ประเทศไทยมีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพเรื่องความคิดสร้างสรรค์เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและแอนนิเมชั่น รวมทั้งมีอุปกรณ์ที่ทันสมัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับวัฒนธรรม การท่องเที่ยว อาหาร และศิลปะของประเทศไทยได้อย่างลงตัว เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับเศรษฐกิจไทย รวมทั้งสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่สามารถสร้างความพึงพอใจและรายได้ให้กับคนภายในประเทศและดึงดูดความสนใจจากต่างประเทศได้พร้อมกัน ทั้งนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีความก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม ในปัจจุบัน จำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพการผลิต และการจำหน่ายสินค้าและบริการให้มีความทันสมัยสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ซึ่งเศรษฐกิจสร้างสรรค์ถือเป็นมาตรการและนโยบายที่สำคัญที่จะมีส่วนช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

นายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT กล่าวเพิ่มเติมว่า CAT เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่มีความพร้อมในด้านโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งความร่วมมือระหว่าง CAT กับ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ในครั้งนี้จะเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยว ศิลปะและวัฒนธรรม สินค้าและบริการของไทยไปทั่วโลก โดยรวบรวมข้อมูลที่สำคัญต่างๆ นำมาไว้ในฐานข้อมูลเดียวกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเผยแพร่ข้อมูลไปทั่วโลกและการค้นคว้าทางวิชาการในปัจจุบัน เพื่อเป็นการสร้างรายได้ สร้างงาน ให้กับคนไทยในท้องถิ่นและเผยแพร่สินค้า ศิลปะและวัฒนธรรมต่อตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถต่อธุรกิจการค้าและการส่งออกของผู้ประกอบการตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ ตลอดจนกระตุ้นและสนับสนุนให้คนไทยได้มีความภาคภูมิใจในภาพลักษณ์ เอกลักษณ์ความเป็นไทยนำไปสู่การพัฒนาสินค้า การอนุรักษ์สถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งแหล่งทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมต่างๆ เพื่อรักษาภาพลักษณ์และชื่อเสียงของไทยในตลาดโลก และสร้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพของไทยในด้านการพัฒนาทางสื่อเสมือนจริง เพื่อนำเทคโนโลยีโลกเสมือนจริง (Virtual World) ที่เราพัฒนาขึ้นมานี้มาเป็นเครื่องมือในการทำธุรกรรมทางธุรกิจ พัฒนาการค้าและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศต่อไป

View :702
Categories: Press/Release Tags:

ยอดจำหน่ายพีซี ไตรมาส 3 ปี 2553 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น ไม่โตดังหวัง แต่ ไอดีซี ยังมองตลาดในอนาคตเป็นบวก

October 26th, 2010 No comments

จากผลการสำรวจเบื้องต้น ไอดีซี พบว่า ตลาดคอมพิวเตอร์พีซีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 3 ของปี 2553 มียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 6 จากไตรมาส 2 ของปี 2553 และมีอัตราการเติบโตร้อยละ 14 เมื่อเปรียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2552 โดยมียอดจำหน่ายราว 28.7 ล้านเครื่อง และเกือบทั่วทุกประเทศในภูมิภาคแถบนี้ยังคงมีอัตราการเติบโตของตัวเลขมากกว่าสองหลักเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตนี้ยังต่ำกว่าที่ไอดีซีคาดการณ์ไว้เล็กน้อยเพียงร้อยละ 1 ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มยอดสต็อกสินค้าในฝั่งตัวแทนจำหน่าย รวมถึงผู้ใช้งานในประเทศที่ตลาดเริ่มอิ่มตัวแล้วถูกดึงความสนใจไปยัง Media Tablets เช่น Apple’s iPad อีกด้วย

“ในขณะที่อัตราการเติบโตร้อยละ 14 อาจจะดูไม่ค่อยสดใสนักเมื่อเทียบกับอัตราการเติบร้อยละ 29 ของไตรมาสที่ 2 แต่เราต้องทำความเข้าใจว่า ในไตรมาสนี้ นั้นกำลังเปรียบเทียบกับยอดจำหน่ายที่สูงของไตรมาสที่ 3 ปี 2552 ซึ่งมีปัจจัยมาจากประเทศจีนที่มีสัญญาณของสภาพเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว” กล่าวโดย นายไบรอัน มา รองประธานฝ่ายวิจัยด้านตลาดอุปกรณ์และอุปกรณ์ต่อพ่วง ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก “แม้ว่ายอดจำหน่ายที่ปรากฏออกมานั้นดูเหมือนจะลดลงเมื่อเปรียบเทียบเฉพาะตัวเลข แต่เราก็ยังคงเห็นว่าตลาดจะมีอัตราการเติบโตในระดับตัวเลขสองหลักได้ในปีหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกำลังซื้อจากภาคธุรกิจที่เริ่มฟื้น”

แท้ที่จริงแล้ว ประเทศอินเดียเป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังโดดเด่นมากในภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการจัดซื้อต่าง ๆ ที่เพิ่มของภาคการศึกษา รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคก็มีส่วนช่วยทำให้เกิดอุปสงค์ดังกล่าวนี้ด้วย ขณะที่การใช้จ่ายของหน่วยงานภาครัฐฯ ในประเทศออสเตรเลีย ก็เดินหน้าต่อภายหลังที่ทราบผลจากภาวะไม่แน่นอนทางการเมืองในช่วงต้นปี อย่างไรก็ตาม การเพิ่มสต็อกสินค้าในฝั่งตัวแทนจำหน่ายสำหรับโน๊ตบุ๊ค ในประเทศ จีน อินโดนีเซีย และ ฮ่องกง ได้ช่วยทำให้ยอดจำหน่ายของประเทศเหล่านี้ใกล้เคียงกับตัวเลขที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาสก่อน

ยี่ห้อ Lenovo ยังคงเป็นผู้นำตลาดในภูมิภาคนี้ในไตรมาสนี้ ยี่ห้อ HP ซึ่งเป็นยี่ห้อที่มีอัตราการเติบโตลดลงอย่างมากจากจุดสุงสุดในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา นับว่ายังโชคดีที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้หลังจากที่ยอดตกสามไตรมาสติดต่อกัน ยี่ห้อ ASUS มีส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้น สืบเนื่องจากราคาที่จูงใจและการทำตลาดมินิโน๊ตบุ๊ค อย่างแข็งขันในประเทศจีนตลอดทั้งปีนี้

ตารางที่ 1
สัดส่วนยอดจำหน่ายคอมพิวเตอร์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ตามผู้ค้าแต่ละราย ในไตรมาส 3 ปี 2553 (ประมาณการณ์เบื้องต้น) เปรียบเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2553 และไตรมาส 3 ปี 2552
อันดับที่ ผู้ค้า ส่วนแบ่งตลาดใน ไตรมาส 3 ปี 2553 ส่วนแบ่งตลาดใน ไตรมาส 2 ปี 2553 ส่วนแบ่งตลาดใน ไตรมาส 3 ปี 2552 อัตราการเติบโต เปรียบเทียบ ปีต่อปี
1 Lenovo 20.2% 20.2% 18.7% 23%
2 HP 11.6% 11.5% 17.1% -23%
3 Dell 10.1% 9.5% 8.3% 39%
4 Acer 9.3% 8.2% 8.2% 30%
5 ASUS 6.0% 4.9% 4.9% 37%
รายอื่น ๆ 42.8% 45.7% 47.7% 14%
รวม 100.0% 100.0% 100.0% 14%
ที่มา: ไอดีซี ตุลาคม 2553

View :688
Categories: Press/Release Tags: ,

ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ ประกาศเป้าหมายครั้งสำคัญแห่งปี ด้านการแปรรูปศูนย์ข้อมูลยุคใหม่

October 20th, 2010 No comments

เปิดตัวแพลตฟอร์มระบบจัดเก็บข้อมูลเสมือนจริงระดับไฮ-เอ็นท์ ที่สามารถปรับขนาดได้แบบสามมิติ ซึ่งเป็นครั้งแรกในอุตสาหกรรมระบบจัดเก็บข้อมูล
ที่ช่วยลดต้นทุนการเป็นเจ้าของโดยรวมได้มากถึง 33% และลดค่าไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และพื้นที่กว่า 30%

บริษัท หรือ เอชดีเอส ธุรกิจในเครือของบริษัท ฮิตาชิ จำกัด (ชื่อในตลาดหุ้นนิวยอร์ก: HIT)) เสริมความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำด้านระบบการจัดเก็บข้อมูลเสมือนจริง หรือ สตอเรจ เวอร์ชวลไลเซชั่น ด้วยการประกาศก้าวที่สำคัญของวิสัยทัศน์ ในด้านการแปรรูป ศูนย์ข้อมูล (Data Center Transformation) โดยเปิดตัว Hitachi Virtual Storage Platform (VSP)และซอฟต์แวร์ Hitachi Command Suite รุ่นใหม่ที่รวมมาตรฐาน (Benchmark) ใหม่ในอุตสาหกรรม ของเวอร์ชวลซึ่งเป็นโซลูชั่นไอทีในระดับองค์กร

“ภายใต้เงื่อนไขของงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด การเปลี่ยนแปลงขององค์กร และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น ทำให้องค์กรขนาดใหญ่กำลังถูกท้าท้ายด้วยการทำให้ข้อมูลต้องพร้อมใช้งานและมีความปลอดภัย ขณะที่องค์กรด้านไอทีมักจะถูกร้องขอให้เพิ่มปริมาณงานให้มากขึ้นด้วยงบประมาณที่น้อยลง”นายวัชรสิทธิ์ สันติสุขนิรันดร์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ กล่าวและว่า “เรากำลังแก้ไขปัญหาที่ถือเป็นแรงกดดันสูงสุดของอุตสาหกรรมด้วยแนวทางของเรา นั่นคือ แพลตฟอร์มเดียวสำหรับข้อมูลทั้งหมด และด้วยความเป็นผู้นำของเราในเทคโนโลยีเสมือนจริง ผลิตภัณฑ์ Virtual Storage Platform ใหม่ของเราจะเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวในการเปลี่ยนวิธีที่บริษัทต่างๆ จะนำไอทีไปปรับใช้และเปลี่ยนข้อมูลดิบ ให้เป็นสารสนเทศที่มีมูลค่า อีกทั้งยังเป็นโซลูชั่นที่สามารถปรับขนาดและสามารถปรับตัวรองรับกับอนาคตได้ด้วย”

“องค์กรต่างๆ กำลังประสบกับความยุ่งยากในการรับมือกับการขยายตัวของข้อมูลที่กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงการแปลงสภาพแวดล้อมการทำงานของศูนย์ข้อมูลของตนให้มีประสิทธิภาพด้วย” นายริชาร์ด วิลลาร์ รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ระบบจัดเก็บข้อมูลและการบริหารจัดการด้านไอที บริษัท ไอดีซี กล่าวและว่า “การขยายวิสัยทัศน์ทางธุรกิจของบริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ นอกเหนือไปจากผลิตภัณฑ์ระบบการจัดเก็บข้อมูล ด้วยการนำเสนอโซลูชั่นไอทีที่มุ่งเน้นสารสนเทศ สามารถปรับขนาดได้ และมีประสิทธิภาพ จะทำให้ลูกค้ามีแพลตฟอร์มที่ดียิ่งขึ้นในการปรับแปลงสภาพระบบไอทีของตน”

การเติบโตอย่างมหาศาลของข้อมูล: การเพิ่มความจุ ไม่เพียงพออีกต่อไป
จากการวิจัยล่าสุดพบว่า ข้อมูลกำลังเติบโตในอัตรา 50% ต่อปี โดยเป็นข้อมูลแบบไม่มีโครงสร้าง เช่น อีเมล รูป รวมถึงไฟล์เสียงและวิดีโอ ซึ่งเพิ่มขึ้นคิดเป็น 10 เท่าของอัตราข้อมูลแบบมีโครงสร้าง เฉพาะธุรกิจสุขภาพเพียงอย่างเดียว พบว่ามีการสร้างข้อมูลเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่าในทุกๆ สองปี และต้นทุนด้านการดำเนินงานสำหรับใช้ในการจัดการกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วด้วย ซึ่งขณะนี้คิดเป็นจำนวนมากกว่า 65% ของต้นทุนรวมสำหรับระบบจัดเก็บข้อมูล ส่งผลให้แผนกไอทีเริ่มตระหนักแล้วว่ากลยุทธ์ในอดีตเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนระบบจัดเก็บข้อมูลให้มากขึ้นหรือการเพิ่มความสามารถด้านการประมวลผลไม่ใช่ สิ่งสำคัญอีกต่อไป

สู่การแปรรูปศูนย์ข้อมูล
แนวคิดของการแปรรูปศูนย์ข้อมูล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนศูนย์ข้อมูล (Data Center) ให้กลายเป็น ศูนย์สารสนเทศ (Information Center) ที่มีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ สามารถปรับตัวเข้ากับความต้องการทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็ว เป็นแนวคิดที่ได้รับการผลักดันในแวดวงอุตสาหกรรมด้านไอทีมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว จะเห็นได้ว่าการที่บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ที่ว่าระบบไอทีจะต้องเป็นระบบเสมือน ทำงานได้อัตโนมัติ พร้อมใช้สำหรับระบบคลาวด์ และยั่งยืน ได้ช่วยให้ลูกค้าสามารถแปรรูปศูนย์ข้อมูลแบบเก่าของตนให้กลายเป็นศูนย์สารสนเทศตามวัตถุประสงค์ทางธุรกิจได้อย่างมาก พร้อมด้วยโครงสร้างพื้นฐานทรงประสิทธิภาพที่เอื้อต่อการได้รับอัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ที่เหมาะสมสูงสุด

เปิดตัวความก้าวหน้าด้านสามมิติในระบบไอที
หัวใจสำคัญของวิสัยทัศน์ของฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ในด้านการแปรรูปศูนย์ข้อมูล คือแพลตฟอร์ม แบบเสมือนเพียงแพลตฟอร์มเดียวที่ใช้ได้กับข้อมูลทั้งหมด ซึ่งสามารถจัดการสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีหลากหลายผู้ค้าได้ โดย Hitachi Virtual Storage Platform รุ่นใหม่นี้ เป็นแพลตฟอร์มระบบจัดเก็บข้อมูลที่สามารถปรับขนาดได้แบบสามมิติ และเป็นแพลตฟอร์มแรกของอุตสาหกรรมที่ออกแบบมาสำหรับข้อมูลทุกประเภท โดย Hitachi Virtual Storage Platform ถือเป็นโซลูชั่นเดียวที่สามารถเพิ่มขนาด (scale up) กระจายโหลดการทำงาน (scale out) ตลอดจนขยายความจุในแนวลึก(Scale deep) เพื่อปรับประสิทธิภาพ รวมถึงความจุภายใต้ระบบเสมือนจริง กับระบบจัดเก็บข้อมูลทั้งจากฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ และผู้ผลิตต่างๆได้อย่างยืดหยุ่น ด้วยเหตุนี้ จึงสามารถ ปรับขนาดได้อย่างอิสระตั้งแต่การกำหนดค่าในระดับเล็กและสามารถปรับได้ตามความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับขนาดสามมิติและรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณสมบัติสำคัญของ Hitachi Virtual Storage Platform สามารถดูได้จากข่าวประชาสัมพันธ์เรื่อง “Hitachi Data Systems Unveils the World’s First 3D Scaling Storage Platform for Unprecedented Cost Savings and Agility”
Hitachi Virtual Storage Platform และซอฟต์แวร์การจัดการใหม่ที่ชื่อ Hitachi Command Suite ให้ประโยชน์แก่ลูกค้าอย่างมากในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ความยืดหยุ่น การใช้พลังงาน และต้นทุนการเป็นเจ้าของโดยรวม (TCO) โดยเมื่อเปรียบเทียบกับแพลตฟอร์มระบบจัดเก็บข้อมูลทั้งแบบที่ไม่มีการแบ่งระดับความสำคัญ(Non-Tiered)และแพลตฟอร์มระบบจัดเก็บข้อมูลที่ไม่ใช่แบบเสมือน(Non-Virtualized) พบว่าโซลูชั่นใหม่จากบริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดต้นทุนด้านดิสก์ไดรฟ์ได้สูงถึง 70% ด้วยการใช้ระบบจัดเก็บข้อมูลแบบแบ่งระดับชั้น การดึงระบบจัดเก็บข้อมูลที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์กลับคืน และการแบ่งระดับชั้นแบบอิสระ จะเห็นได้ว่าการปรับใช้ Hitachi Virtual Storage Platform ช่วยให้ลูกค้าสามารถลดต้นทุนการเป็นเจ้าของโดยรวมต่อเทราไบต์ได้ถึง 33% ในปีแรกของการปรับใช้ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มใหม่ยังช่วยลดค่าไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ และการใช้พื้นที่ได้มากกว่า 30% เมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มระบบจัดเก็บข้อมูลระดับบนที่มีอยู่ในตลาดปัจจุบันนี้ด้วย
ในฐานะผู้นำด้านระบบจัดเก็บข้อมูลเสมือนจริง บริษัท ฮิตาชิ ดาต้า ซิสเต็มส์ ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับเครือข่ายคู่ค้าเชิงกลยุทธ์จำนวนมากเพื่อจัดเตรียมโซลูชั่นในแบบผสานรวมให้แก่ลูกค้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบนิเวศน์ในการสร้างแรงสนับสนุนจากคู่ค้าเกี่ยวกับ Hitachi Virtual Storage Platform และ Hitachi Command Suite รุ่นใหม่

แหล่งข้อมูลบนเว็บ
- ศูนย์กลางคำประกาศ: www.hds.com/go/virtualizeIT
- Hitachi VSP: www.hds.com/products/storage-systems/hitachi-virtual-storage-platform.html
- Hitachi Command Suite: www.hds.com/products/storage-software/hitachi-command-suite.html
- ติดตามความเคลื่อนไหวของเราผ่านทางทวิตเตอร์ได้ที่: http://twitter.com/HDScorp

View :724

ก.ไอซีที เดินหน้าความร่วมมือ 3 กระทรวง เปิดอบรมเตรียมพร้อมเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพ.ร.บ.คอมฯ

October 20th, 2010 No comments

นางสาวมัลลิกา บุญมีตระกูล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิด เผยภายหลังเป็นประธานเปิดการอบรมเตรียมพร้อมการแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้า หน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ว่า สืบเนื่องจากที่กระทรวงฯ ได้ทำ ข้อ ตกลงความร่วมมือระหว่างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงยุติธรรม ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงได้มีการบูรณาการความร่วมมือและประสานงานทั้งด้านนโยบายและการปฏิบัติงาน เพื่อให้เกิดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ซึ่งแนวทางความร่วมมือตามข้อตกลง 3 กระทรวงนั้น ได้กำหนดให้มีการสนับสนุน ประสานงาน แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เครื่องมือ อุปกรณ์ กำลังเจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานในระหว่างหน่วยงานของแต่ละกระทรวงและหน่วยงานภาคี รวมทั้งการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานของแต่ละกระทรวงและหน่วยงาน ภาคี เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการตามกฎหมายของแต่ละกระทรวงโดยเร็ว

“ใน ส่วนของกระทรวงไอซีทีนั้น ปัจจุบันประสบปัญหาขาดแคลนพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานเป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 ดังนั้น กระทรวงฯ จึงมีนโยบายที่จะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานราชการอื่นๆ มาช่วยปฏิบัติงาน แต่การดำเนินงานดังกล่าวจะต้องเตรียมบุคลากรให้พร้อมในการปฏิบัติงาน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติฯ เสียก่อน โดยการจัดทำโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การอบรมเตรียมเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความ ผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550” ขึ้น เพื่อ ฝึกอบรมให้มีความรู้ ความเข้าใจถึงบทบาทของการเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ฯ และให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพก่อนมีการลงนามแต่งตั้ง ” นางสาวมัลลิกา กล่าว

สำหรับการอบรมเตรียมความพร้อมฯ ในครั้งนี้ ได้มีการฝึกอบรมให้พนักงานเจ้าหน้าที่จำนวน 45 คน โดยให้ความรู้ในหัวข้อต่างๆ เกี่ยวกับ กฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความอาญาที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ การสืบสวนทางเทคนิค เช่น การตรวจสอบหมายเลข IP Address หรือแหล่งที่มาของการกระทำความผิด รวมทั้งการขอข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ( Traffic Data) จาก ผู้ให้บริการ การวิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูล/พยานหลักฐานข้างต้น การยึดอายัดและคืนพยานหลักฐาน การเก็บรักษาพยานหลักฐาน การเก็บรักษาพยานหลักฐานให้คงความน่าเชื่อถือ การพิสูจน์หลักฐานทางคอมพิวเตอร์ ( Computer Forensics) ตลอดจนการอบรมจริยธรรม จรรยาบรรณที่พึงมีในบทบาทและอำนาจหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งภายหลังผ่านการอบรมเตรียมความพร้อมฯ แล้ว จะมีการลงนามแต่งตั้งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติฯ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที

View :692
Categories: Press/Release Tags:

รมว.ไอซีที เปิดโครงการ สาธิตการใช้งาน Social Network สำหรับ ส.ว.-ส.ส.

October 20th, 2010 No comments

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดโครงการสาธิตการใช้งาน Social Network สำหรับสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ ห้องโถง ชั้น 1 อาคารรัฐสภา 1 กิจกรรม Social Network ครั้งนี้เป็น กิจกรรมที่สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จัดขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้าน Social Network อันจะเป็นประโยชน์ต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร สำหรับงานด้านการเมืองการปกครองของสมาชิกรัฐสภาและผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชนและประชาชนทั่วไป ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวได้มีการออกบูธนิทรรศการตั้งแต่วันที่ 19-29 ตุลาคม 2553 ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.และวันที่ 26 ตุลาคม 2553 เวลา 09.30 น. ได้จัดให้มีการสาธิตการใช้งาน Social Network ผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้สามารถนำเอา Social Network ไปพัฒนาใช้กับงานในชุมชน รวมทั้งใช้เป็นช่องทางประชาสัมพันธ์แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการสื่อสาร อันเป็นการลดช่องว่างระหว่างประชาชนและสมาชิกรัฐสภาได้

View :615
Categories: Press/Release Tags: ,

แถลงการณ์เครือข่ายพลเมืองเน็ต

October 20th, 2010 No comments

ขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 15 อย่างเร่งด่วน

ตั้งแต่พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ) ยังไม่ถูกประกาศใช้ เครือข่ายพลเมืองเน็ตได้แสดงจุดยืนเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้มาตลอด ด้วยเล็งเห็นว่า กฎหมายฉบับนี้มีผลในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอันเป็นหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ทั้งยังขัดกับคุณลักษณะของอินเทอร์เน็ตในหลายแง่มุม ซึ่งสร้างผลกระทบในการบังคับใช้ หากแต่ภาครัฐกลับมิได้กระตือรือร้นและจริงจังในการแก้ไขกฎหมายที่ลิดรอนเสรีภาพของประชาชนฉบับนี้

นอกจากนี้ ระหว่างสถานการณ์ทางการเมืองที่แหลมคมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เครือข่ายพลเมืองเน็ตพบว่า พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ โดยเฉพาะมาตราที่เป็นปัญหามากที่สุดคือ มาตรา 14 และ 15 ถูกใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานกับผู้ที่คิดต่างทางการเมือง หรือคิดต่างจากรัฐบาล ตัวอย่างหนึ่งที่ชัดเจนได้แก่ กรณีการจับกุมและตั้งข้อหาร้ายแรงกับ
จีรนุช เปรมชัยพร ผู้อำนวยการเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท (http://www.prachatai.com) ถึงสองคดี

**กรณีการจับกุมโดยกองบังคับการปราบปราม**

ในคดีแรกนั้น ตำรวจได้ตั้งข้อหากับจีรนุชว่ามีความผิดตามมาตรา 15 พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ คือเจตนาจงใจสนับสนุนหรือยินยอมให้มีข้อความที่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ปรากฎอยู่ในเว็บบอร์ดประชาไท

อย่างไรก็ตาม **_ข้อความดังกล่าวได้ถูกลบออกจากระบบแล้วเป็นเวลาหลายเดือนก่อนที่จะมีการจับกุม_** ภายหลังจากที่จีรนุชได้รับจดหมายจากกองบังคับการปราบปราม ซึ่งแสดงถึงเจตนาของจีรนุชว่ามิได้จงใจสนับสนุนการ กระทำผิดดังกล่าว นอกจากนี้ ระยะเวลา 20 วันที่ตำรวจกล่าวอ้างว่าเป็นการ “จงใจ สนับสนุน หรือยินยอม” ก็ยังไม่ได้มีกำหนดอยู่ในกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น หากเป็นเพียงตัวเลขที่ปรากฎในบันทึกของตำรวจหลังจากที่มีการจับกุมแล้วเท่านั้น

**กรณีการจับกุมโดยตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่นและตำรวจตรวจคนเข้าเมือง**

ส่วนในคดีที่สอง ตำรวจภูธรอำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่นได้ขอให้ศาลจังหวัดออกหมายจับจีรนุชตามการเข้าแจ้งความของ สุนิมิต จิระสุข[^1] ผู้อ่านเว็บไซต์ประชาไทแล้วพบว่าที่ท้ายบทสัมภาษณ์ โชติศักดิ์ อ่อนสูง (ผู้ปฏิเสธที่จะยืนในโรงภาพยนตร์ระหว่างเพลงสรรเสริญพระบารมี)[^2] ซึ่งเปิดให้ผู้อ่านทั่วไปสามารถโพสต์ความคิดเห็นได้ มีผู้อ่านบางคนโพสต์ความเห็นในทางที่เห็นด้วยกับการกระทำของโชติศักดิ์ สุนิมิตจึงได้แจ้งความดำเนินคดีกับจีรนุชซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการเว็บไซต์และผู้ดูแลเว็บบอร์ดประชาไท ด้วยข้อกล่าวหาร้ายแรงจำนวนมาก ดังนี้

- ร่วมกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งว่าด้วยการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายกษัตริย์ฯ
- ร่วมกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ซึ่งว่าด้วยการเผยแพร่ข้อความยุยงส่งเสริมให้ประชาชนเกิดความกระด้างกระเดื่องและละเมิดกฎหมาย
- กระทำความผิดตามพ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 ซึ่งว่าด้วยการเผยแพร่ข้อมูลประเภทต่าง ๆ ที่เป็นความผิดตามกฎหมายข้างต้น
- และมาตรา 15 ซึ่งว่าด้วยการจงใจสนับสนุนให้มีการเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดกฎหมายตามมาตรา 14

ศาลขอนแก่นได้อนุมัติหมายจับจีรนุชตามข้อหาที่สุนิมิตแจ้งความมาทั้งหมด ทั้งนี้ ข้อความที่ตำรวจกล่าวหาว่าผิดกฎหมายนั้นเป็นข้อความตามที่สุนิมิตกล่าวอ้าง และปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ประชาไทเป็นเวลาเพียง 1 – 5 วันก่อนที่สุนิมิตจะเข้าแจ้งความ

ในกรณีนี้ **_กองบรรณาธิการประชาไทได้พิจารณาลบข้อความบางส่วนด้วยตนเองไปแล้ว ไม่นานหลังพบข้อความ_** แสดงถึงเจตนาของทีมงานที่ไม่ได้จงใจหรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิด และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เมื่อได้รับการร้องขอเช่นกัน

**ข้อบกพร่องของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ**

คดีของจีรนุชชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ พ.ศ. 2550 มาตรา 15 ดังนี้

_1. ภาระของ “ท่อ”_

มาตรา 15 ปฏิบัติกับผู้ให้บริการ หรือ “ตัวกลาง” (intermediary: เช่น ศูนย์ข้อมูล ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต เสิร์ชเอนจิน โซเชียลเน็ตเวิร์ก เว็บบอร์ด บล็อก) เสมือนหนึ่งเป็นบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ ผู้มีทั้งหน้าที่และความสามารถในการคัดกรองเนื้อหาทั้งหมดก่อนตีพิมพ์ แต่คุณลักษณะที่สำคัญที่ทำให้อินเทอร์เน็ตมีประโยชน์เช่นทุกวันนี้คือ ข้อมูลทุกอย่างไหลผ่านอย่างรวดเร็ว ตัวกลางจึงเป็นเพียง “ท่อข้อมูล” หรือช่องทางผ่านของเนื้อหาเท่านั้น (mere conduit) หากผู้บังคับใช้กฎหมายไทยจะถือว่าตัวกลางต้องรับผิดชอบต่อข้อมูลและเนื้อหาทั้งหมดที่ผ่านตัวกลางแล้ว นั่นย่อมหมายความว่า ตัวกลางจะต้องกลั่นกรองข้อมูลทั้งหมดก่อนการเผยแพร่ ซึ่งด้วยความเร็วและปริมาณข้อมูลจำนวนมาก สิ่งดังกล่าวยากที่จะทำให้เป็นไปได้ โดยไม่กระทบกับการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

_2. ท้องที่เกิดเหตุ “ทั่วราชอาณาจักร”_

มาตรา 15 อ้างถึงความผิดอาญาตามมาตรา 14 โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลที่ก่อให้เกิด “ความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศหรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา” ซึ่งรวมถึงความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าด้วยความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ การเป็นความผิดอาญาทำให้บุคคลใดก็ได้สามารถแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ และการเข้าถึงจากที่ใดก็ได้ของเนื้อหาบนอินเทอร์เน็ต ทำให้การแจ้งความเป็นไปได้จากทุกพื้นที่ ซึ่งเปิดโอกาสให้กฎหมายฉบับนี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งกันได้ เช่นเดียวกับที่มีการใช้ข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาไปแจ้งความในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อสร้างความยากลำบากแก่ผู้ถูกฟ้องโดยไม่มีเหตุอันควร[^3]

_3. ตัวกลางกลายเป็น “แพะ”_

ในการดำเนินคดีกับ “ตัวกลาง” ดังเช่นในคดีของจีรนุชทั้งสองคดีนั้น ยังไม่มีการตัดสินโดยศาลว่าข้อความที่ถูกแจ้งนั้นเป็นข้อความที่ผิดกฎหมายหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงปรากฎว่ามีผู้โพสต์ข้อความเพียงรายเดียวที่ถูกดำเนินคดี และคดียังไม่สิ้นสุด ซึ่งในกระบวนการสอบสวนเกี่ยวกับผู้โพสต์รายนี้นั้น เว็บไซต์ประชาไทได้ให้ความร่วมมือตามที่กฎหมายกำหนดทุกอย่าง สำหรับผู้โพสต์ข้อความอื่น ๆ รัฐต้องไม่พยายามเอาผิดกับตัวกลาง เมื่อได้รับความร่วมมือแล้วแต่ไม่สามารถหาผู้กระทำผิดตัวจริงได้

_ภาระในการปฏิบัติตามกฎหมายและต่อสู้คดีที่ต้องใช้ทรัพยากร รวมถึงเวลาเดินทางอันยาวนาน ประกอบกับการที่เจ้าหน้าที่รัฐมุ่งเน้นการจับกุมตัวกลาง ทำให้ตัวกลางต้องแบกรับภาระความเสี่ยงเกินสัดส่วนที่สมเหตุผล นำไปสู่แนวโน้มที่จะเซ็นเซอร์ตัวเองเกินความจำเป็น โดยยึดหลัก “ลบเกินไว้ก่อนปลอดภัยกว่า” หรือกำจัดภาระทั้งหมดโดยการยกเลิกพื้นที่สำหรับเนื้อหาที่ผู้ใช้ผลิตเอง (user-generated content) เช่นการปิดบริการเว็บบอร์ด ซึ่งสร้างผล กระทบกับผู้ใช้จำนวนมากที่ไม่ได้กระทำความผิด_

_เราต้องไม่ลืมว่าโครงการเช่น วิกิพีเดีย และซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สต่าง ๆ ล้วนเกิดขึ้นได้เพราะคุณลักษณะของอินเทอร์เน็ตที่เป็นพื้นที่ที่อนุญาตให้ผู้อ่านสร้างเนื้อหาได้เอง อย่างรวดเร็ว จากทุกสถานที่ แต่การควบคุม จำกัดสิทธิ และบีบพื้นที่ตัวกลางลง เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการสร้างสรรค์นวัตกรรม จะทำให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์_

**ข้อยกเว้นความรับผิด (Safe Harbour)**

ในประเทศที่กฎหมายเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะมีการกำหนดข้อยกเว้นความรับผิด (safe harbour) หรือการถือว่าตัวกลางเป็นผู้บริสุทธิ์โดยปริยายในขณะที่ยังไม่สามารถพิสูจน์เจตนาการกระทำความผิดได้ เนื่องจากตัวกลางคือพื้นที่ที่โดยปกติไม่มีส่วนรู้เห็น หลักการนี้จึงมีไว้เพื่อคุ้มครองตัวกลางจากภาระทางกฎหมายที่ไม่จำเป็น

อย่างไรก็ตาม หลักการนี้ไม่ได้ให้เสรีภาพแก่ตัวกลางจนเกินขอบเขต เนื่องจากเจ้าหน้าที่สามารถแจ้งตัวกลางเมื่อพบเนื้อหาที่เป็นความผิด และขออำนาจศาลเพื่อสั่งให้มีการลบเนื้อหานั้นได้ (notice and take down) ทั้งนี้ต้องเป็นไปในระยะเวลาที่เหมาะสม[^4]

**ข้อเสนอการแก้ไข พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ**

ข้อเท็จจริงดังที่กล่าวมาข้างต้น แสดงให้เห็นว่า การบังคับใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 15 ในปัจจุบัน เป็นไปในลักษณะคุกคามเพื่อบีบพื้นที่ _“ตัวกลาง”_ อันเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้เกิดการสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย

เครือข่ายพลเมืองเน็ตจึงเห็นว่า มาตรา 15 ของกฎหมายฉบับนี้ เป็นบทบัญญัติที่คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างยิ่ง จึงเสนอให้พิจารณาแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ดังนี้

1. พิจารณาและปฎิบัติกับ “ตัวกลาง” ในฐานะที่เป็นเพียงทางผ่านของข้อมูล (ท่อ) หรือเป็นเพียงที่พักข้อมูลแบบอัตโนมัติ (cache/buffer) และเข้าใจถึงธรรมชาติของอินเทอร์เน็ตที่ข้อมูลไหลผ่านตัวกลางอย่างรวดเร็ว _จนไม่อาจกลั่นกรองหรือควบคุมได้ในทางที่คุ้มค่าและไม่ก่อให้เกิดโทษมากกว่าประโยชน์_

2. ถือว่าตัวกลางนั้นบริสุทธิ์โดยปริยาย (by default) โดยตระหนักว่าตัวกลางนั้นเป็นเพียงทางผ่านของข้อมูลเท่านั้น จนกว่าจะมีหลักฐานให้เชื่อได้ว่า ตัวกลางมีเจตนาสนับสนุนหรือสมรู้ร่วมคิดในการกระทำความผิด และจึงนำมาสู่การพิสูจน์ในชั้นศาล

3. หากศาลยังไม่ตัดสินว่า ข้อความที่เป็นปัญหานั้นผิดกฎหมายจริง และ/หรือ ผู้กระทำการตามมาตรา14 (ผู้โพสต์ข้อความ) มีความผิดจริง จะยังเริ่มดำเนินคดีกับตัวกลางตามมาตรา 15 ไม่ได้

4. หากศาลตัดสินแล้วว่า ตัวกลางมีเจตนากระทำความผิดจริง โทษที่ตัวกลางต้องรับ จะต้องมีการแยกแยะแตกต่างหนักเบา ระหว่าง ทำเอง, สนับสนุน, ไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ฯลฯ ตามหลักสัดส่วน

5. ต้องมีการบัญญัติข้อกำหนดลายลักษณ์อักษรเป็นกฎหมายลูกของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ว่าด้วยหลักการแจ้งลบข้อความที่ผิดกฎหมาย (notice and takedown procedure) เพื่อเป็นพื้นที่ปลอดภัย (safe harbour) ให้กับตัวกลาง เช่น เมื่อผู้ดูแลเว็บได้รับจดหมายจากเจ้าหน้าที่ว่ามีข้อความผิดกฎหมาย แล้วไม่ลบภายในเวลาอันสมเหตุผลตามที่กำหนด จึงอาจถูกพิจารณาว่ามีความผิด

ขอเรียกร้องให้รัฐบาลซึ่งนำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสาธารณะ พิจารณาแก้ไขพ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 15 และมาตราที่เกี่ยวข้อง ตามที่ได้เสนอมานี้ โดยทันที เพื่อระงับมิให้กฎหมายนี้กลายเป็นเครื่องมือในการคุกคามผู้เห็นต่างทางการเมืองและลิดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนไทย ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เพื่อเสรีภาพออนไลน์
เครือข่ายพลเมืองเน็ต
17 ตุลาคม 2553

[^1]: [http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000049421](http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9510000049421)
[^2]: [http://www.prachatai.com/node/16466](http://www.prachatai.com/node/16466)
[^3]: เช่นกรณีที่ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ฟ้องหมิ่นประมาท พล.ต.อ. วสิษฐ เดชกุญชร ที่จังหวัดปัตตานี จากบทความของ พล.ต.อ. วสิษฐ ในหนังสือพิมพ์มติชน
[^4]: อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องข้อยกเว้นความรับผิดได้จากบทความแปลโดยเครือข่ายพลเมืองเน็ต [“ภาระรับผิดทางกฎหมายของตัวกลาง: ปกป้องพื้นที่อินเทอร์เน็ตเพื่อส่งเสริมการแสดงออกและสร้างสรรค์นวัตกรรม”](http://.org/node/2378)

View :679

ซีอีโอทรู รับโล่เกียรติยศ “บุคคลตัวอย่าง ภาคธุรกิจเทคโนโลยีไอซีที ” แห่งปี 2010

October 20th, 2010 No comments

ฯพณฯ พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี มอบโล่เกียรติยศบุคคลตัวอย่างภาคธุรกิจ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 2010 แก่ นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งได้รับคัดเลือกจากมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.) ในงานพิธีประกาศเกียรติคุณบุคคลคุณภาพแห่งปี 2010 ที่จัดขึ้น ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เมื่อเร็วๆนี้

View :637