Archive

Archive for May, 2011

ทรูมูฟ ผนึก มิวสิค วัน เติมดีกรีความแรงตลาดดิจิตอล มิวสิค

May 26th, 2011 No comments

สร้างปรากฏการณ์ความคุ้มค่า ฟรี ! ค่าบริการเสียงรอสายรายเดือน โหลดเพลงรอสาย จุใจแบบไม่อั้น แค่สัปดาห์ละ 9 บาท โทร *24809

ทรูมูฟ ผู้บุกเบิกตลาดดิจิตอล มิวสิคในไทย จับมือ มิวสิค วัน คลังเพลงออนไลน์ที่ใหญ่สุด รวมเพลงฮิตทั้งไทยและเทศทุกมุมโลก จากการรวมตัวกันของค่ายเพลงคุณภาพ อาทิ ยูนิเวอร์แซลมิวสิค โซนี่มิวสิค วอร์นเนอร์มิวสิค อีเอ็มไอ เลิฟอีส เคพีเอ็น มิวสิค รีโวล์ มิวสิค ครีเอชั่น และสไปร์ซซี่ดิสก์ เขย่าตลาดดิจิตอล มิวสิค มอบความคุ้มค่าเหนือกว่าให้ลูกค้าทรูมูฟแบบเติมเงินดาวน์โหลดเพลงรอสายจากมิวสิค วัน ไม่อั้น สุดคุ้มเพียงสัปดาห์ละ 9 บาท ไม่ต้องจ่ายค่าบริการเสียงรอสายรายเดือน (ปกติ 35 บาท/เดือน) สมัครใช้บริการง่ายๆ เพียงโทร *24809 (นาทีละ 3 บาท) ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม นี้

นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจนอนวอยซ์และ3จี บริษัท ทรู มูฟ จำกัด กล่าวว่า “ทรูมูฟเดินหน้าบุกตลาดดิจิตอลมิวสิคอย่างต่อเนื่อง ตอบรับความนิยมบริการโหลดเพลงเสียงเรียกเข้าและเพลงรอสาย ผนึกกำลังพันธมิตรค่ายเพลง เพื่อสรรหาคอนเทนต์หลากหลายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าที่ชื่นชอบเสียงเพลง ล่าสุดจับมือ มิวสิค วัน การรวมตัวกันของค่ายเพลงระดับโลกและค่ายเพลงไทยคุณภาพ เป็นคลังเพลงออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย มีทั้งเพลงไทยและสากลยอดนิยม อาทิ เลดี้ กาก้า ราชาเพลงป็อป ไมเคิล แจ๊คสัน มาดอนน่า ซิงกูล่า อีทีซี   ดัง พันกร บุรินทร์ ฯลฯ รวมกว่า 300,000 เพลง จัดแคมเปญพิเศษมอบความคุ้มค่าให้ลูกค้าทรูมูฟแบบเติมเงิน โหลดเพลงรอสายของมิวสิค วัน ได้แบบไม่อั้น แค่สัปดาห์ละ 9 บาท ไม่ต้องจ่ายค่าบริการรายเดือน (ปกติเดือนละ 35 บาท) สมัครใช้บริการง่ายๆ เพียงโทรมิวสิค วัน *24809 (ค่าบริการนาทีละ 3 บาท) ตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2554 ทั้งนี้ บริการคอนเทนต์และดาวน์โหลดเพลงรอสาย สร้างรายได้ประมาณ 33 % ของรายได้บริการนอนวอยซ์ โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ ทรูมูฟมีรายได้จากบริการนอนวอยซ์ประมาณ 1.1 พันล้านบาท เติบโต 26.3 % จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา

นายนัดดา บูรณศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอร์นเนอร์มิวสิค (ประเทศไทย) จำกัด และกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วัน มิวสิค จำกัด กล่าวว่า “มิวสิค วัน เป็นปรากฏการณ์ทางดนตรีที่เกิดขึ้นโดยการรวมตัวของทุกค่ายเพลงสากล ทั้ง Warner Music, Sony Music, Universal Music และค่ายเพลงไทยอย่าง Love Is, Bakery, BlackSheep, SpicyDisc, KPN, Believe Record เพื่อการผนึกกำลัง โดย มิวสิค วัน ร่วมกับ ทรูมูฟ จัดแคมเปญพิเศษ เพื่อนำเสนอบริการเสียงเพลงรอสายรูปแบบใหม่ และเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ไม่เก็บค่าบริการรายเดือน (ปกติค่าบริการเดือนละ 35 บาท) และสามารถดาวน์โหลดเสียงเพลงรอสายได้แบบไม่จำกัดจำนวน ในราคาเพียงสัปดาห์ละ 9   บาทเท่านั้น แคมเปญนี้ได้รับความร่วมมืออันดีจากค่ายเพลงและศิลปินในค่ายทั้งหมดของมิวสิค วัน เพื่อให้แฟนเพลงได้ดาวน์โหลดเสียงเพลงรอสายอย่างถูกลิขสิทธิ์ในราคาสุดคุ้ม นอกจากนี้ มิวสิค วัน และ ทรูมูฟ ยังเตรียมจัดกิจกรรมแคมปัสทัวร์ ยกขบวนศิลปินดังในค่าย เดินสายประชาสัมพันธ์แคมเปญตามมหาวิทยาลัยทุกภูมิภาคด้วย”

“ทรูมูฟ มั่นใจว่า ความร่วมมือกับ มิวสิค วัน ในครั้งนี้ จะมอบประสบการณ์ความบันเทิงให้ลูกค้าทรูมูฟได้อินเทรนด์กับเพลงฮิตติดชาร์ตทั้งไทยและสากล โหลดเพลงรอสายจุใจแบบไม่อั้น พร้อมเตรียมพบกับเหล่าศิลปินที่จะไปมอบความสนุกสนานถึงรั้วมหาวิทยาลัยทุกภูมิภาค เร็วๆ นี้ ” นายพิรุณ กล่าวสรุป

ผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่   www.facebook.com/themusicone หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ทรูช้อปทุกสาขา, www.truemove.com หรือ ทรูมูฟแคร์ โทร 1331

View :785

เอชทีซีประกาศปรับราคา HTC 7 Mozart พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้ผู้ซื้อก่อนหน้านี้

May 26th, 2011 No comments

เอชทีซีพร้อมแจกฟรีอีกหนึ่งเครื่องสำหรับลูกค้าที่ซื้อราคาเต็มไปก่อนหน้านี้ รับเครื่องได้ที่ HTC Service Center ชั้น 4 ศูนย์การค้าไอทีมอลล์ ระหว่างวันที่ 1-15 มิถุนายน ศกนี้

เอชทีซี (ประเทศไทย) จำกัด ขอประกาศปรับราคาสินค้า รุ่น   จากราคาปกติ 12,900 บาท เป็น  8,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม เอชทีซีคำนึงถึงความพึงพอใจของลูกค้าเก่า ที่ให้การสนับสนุนซื้อสินค้า ด้วยดี นับตั้งแต่วันเปิดตัวสินค้าเป็นต้นมา

เอชทีซี จึงขอมอบสิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อ HTC 7 Mozart ดังนี้

สำหรับลูกค้าผู้ที่ซื้อ HTC 7 Mozart ในช่วงระหว่างวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 – 30 เมษายน 2554 ( ราคาที่แสดงบนใบเสร็จ 12,900 บาท – 17,900 บาท) เอชทีซีขอมอบ HTC 7 Mozart ให้ท่านฟรี 1 เครื่อง โดยให้นำเครื่อง HTC 7 Mozart ที่ซื้อมาแสดง พร้อมใบเสร็จรับเงิน และสำเนาบัตรประชาชน มาติดต่อรับเครื่องใหม่ ได้ที่ HTC Service Center

ส่วนสำหรับลูกค้าผู้ที่ซื้อ HTC 7 Mozart  ในราคาที่แสดงบนใบเสร็จ 9,900-11,900 บาท ทางเอชทีซีขอมอบชุดอุปกรณ์ชาร์จไฟบนรถยนต์  โดยให้นำเครื่อง HTC 7 Mozart ที่ซื้อมาแสดง พร้อมใบเสร็จรับเงิน และสำเนาบัตรประชาชน มาติดต่อรับของแถม ได้ที่ HTC Service Center เช่นกัน

ท่านลูกค้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ สามารถติดต่อรับสินค้าชดเชย และอุปกรณ์เสริม ตามที่ได้ระบุ ได้ตั้งแต่วันที่ 1-15 มิถุนายน 2554  ที่ HTC Service Center ตั้งอยู่ที่ชั้น 4 ศูนย์การค้าไอทีมอลล์ ถนนรัชดาภิเษก โดยศูนย์ฯ เปิดทำการทุกวันในเวลา 10.00 น – 19.30 น. Call Center 02-640-3399

สำหรับลูกค้าในต่างจังหวัด ท่านสามารถติดต่อแสดงความจำนงค์ขอรับเครื่องได้ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายที่ท่านซื้อ ในพื้นที่ โดยต้องแสดงความจำนงค์ภายในวันที่ 7 มิถุนายน และทางเอชทีซี จะส่งมอบสินค้าให้แก่ท่าน ภายในวันที่ 30 มิถุนายน หรือสามารถติดต่อรับเครื่องที่  HTC Service Center ได้เช่นกัน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่ Call Center 02-640-3399

View :875

แคนนอนจับมือสุดยอดช่างภาพของเมืองไทย ถ่ายทอดภาพมหาธรณีพิบัติภัยแห่งปี ในนิทรรศการ Athit’s Eye on Japan Earthquake 2011

May 26th, 2011 No comments


ภ าพความเสียหายครั้งยิ่งใหญ่หลังเกิดแผ่นดินไหวความรุนแรงขนาด 9 ริคเตอร์ที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทำให้บ้านเรือนเสียหาย ผู้คนบาดเจ็บล้มตายไปกว่า 25,000 ชีวิต และนับได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมที่รุนแรงที่สุดหลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 วันนี้ถูกนำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกผ่านมุมมองหลังเลนส์ของ อธิษฐ์ พีระวงศ์เมธา สุดยอดช่างภาพไทยดีกรีฝีมือระดับโลก โดยการสนับสนุนของแคนนอน ในนิทรรศการ “Athit’s Eye on Japan Earthquake 2011 ” ณ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์  เพื่อสมทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ

นิทรรศการในครั้งนี้ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการสะท้อนภาพเหตุการณ์มหันตภัยดังกล่าวที่เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมาในมุมมองที่ไม่มีใครเคยเห็น โดยนอกเหนือจากสภาพความเสียหายที่คนทั่วโลกรับรู้ผ่านการรายงานข่าว ยังมีอีกหลายแง่มุมที่ขาดหาย ซึ่งภาพถ่ายของอธิษฐ์ พีระวงศ์เมธา ได้เก็บรวบรวมเอาช่วงเวลาแห่งความสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้มาไว้ในนิทรรศการนี้

“ เป็นเวลาเกือบ 1 เดือนที่ผมใช้ชีวิตเพื่อเก็บภาพและออกเดินทางไปกว่า 10 เมืองในเขตพื้นที่ประสบภัยในประเทศญี่ปุ่น ภาพส่วนใหญ่ที่นำมาจัดแสดงคือสิ่งที่พบเจอตลอดการเดินทาง โดยเฉพาะเขตเมืองฟุกุชิมา สำหรับผมเวลาเหมือนจะหยุดนิ่งในเขตอพยพ นอกจากความเสียหาย ภาพส่วนใหญ่ของผมเน้นสื่อสารอารมณ์ความรู้สึก การดำเนินชีวิตของผู้คน พิธีกรรมการทำศพ เรื่องราวของทหารและตำรวจ รวมไปถึงความเจริญทางด้านจิตใจของชนชาติญี่ปุ่นในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนั้น ผ่านการถ่ายภาพเชิงสารคดี (Documentary) แบบส่วนตัว ประมาณ 60 กว่าภาพ โดยภาพที่นำมาจัดแสดงภายในงานจัดแบ่งเป็นหลายหมวดหมู่ โซนไฮไลท์และใหญ่ที่สุดคือ ชุดภาพเมืองร้างหลังเกิดวิกฤตการณ์สารกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล ที่ซึ่งน้อยคนจะได้เห็น ” อธิษฐ์กล่าว

บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด ในฐานะผู้สนับสนุนหลักการจัดนิทรรศการในครั้งนี้ได้เล็งเห็นถึงคุณค่าในภาพถ่ายของอธิษฐ์ที่ต้องการบอกเล่าเรื่องราวซึ่งจะเป็นที่จดจารึกไปอีกหลายชั่วอายุคน จึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติไว้ในภาพถ่าย โดยภาพที่จัดแสดงภายในนิทรรศการครั้งนี้แคนนอนเป็นผู้ดำเนินการพริ้นท์ภาพทั้งหมด ด้วยเครื่องโฟโต้พริ้นเตอร์ ขนาด A 3+ คุณภาพสูง “Printer PIXMA Pro9500 Mark II” ที่พิมพ์ภาพได้สวยงามสมจริงทุกเฉดสี ให้คุณภาพงานพิมพ์ระดับมืออาชีพ ซึ่งผู้ที่มาเยี่ยมชมนิทรรศการสามารถทดลองประสิทธิภาพของเครื่องพริ้นท์เตอร์และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่บู๊ทแคนนอนภายในงาน

นิทรรศการ “Athit’s Eye on Japan Earthquake 2011 ” จะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายนนี้ ณ บริเวณล๊อบบี้ โรงแรมดุสิต ปริ๊นเซส ศรีนครินทร์ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมสัมมนาเกี่ยวกับประสบการณ์การถ่ายภาพในประเทศญี่ปุ่นกับคุณอธิษฐ์ พีระวงศ์เมธา สามารถเข้าร่วมงานได้ในวันที่ 28 พฤษภาคม 2554 เวลา 11:30 – 16:00 น. ณ  โรงแรมดุสิต  ปริ๊นเซส  ศรีนครินทร์   ( สำหรับการสัมมนามีค่าใช้จ่ายคนละ  500  บาท   -  ราคานี้รวมค่าอาหารบุฟเฟ่ต์ของทางโรงแรมแล้ว ) โดยรายได้ทั้งหมดจากการจัดงานผู้จัดจะมอบเงินบริจาคให้กับสภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติภายในประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อ 02-721-8400

View :793

กสิกรไทย-เอไอเอสเปิดตัวแอพพลิเคชั่น ลายาร์ ครั้งแรกในเมืองไทย หาสาขาผ่าน iPhone และ Android พร้อมลุ้นรับรางวัลสุดพิเศษจากเกมส์เคแบงค์ ดิจิตอล แรลลี่

May 26th, 2011 No comments


เครือธนาคารกสิกรไทยประกาศความเป็นผู้นำตัวจริงในโลกดิจิตอล แบงกิ้ง ร่วมมือกับเอไอเอสเปิดแอพพลิเคชั่น ลายาร์ () ครั้งแรกในเมืองไทย ที่ให้ลูกค้าได้ค้นหาสาขาและตู้ ATM ของทางธนาคารฯ ได้ทันทีบนมือถือระบบปฏิบัติการไอโอเอส iOS และแอนดรอย (Android) พร้อมเปิดตัวกิจกรรมสุดล้ำ เคแบงค์ ดิจิตอล แรลลี่ () ให้ลูกค้ากสิกรไทย และเอไอเอส ได้สัมผัสประสบการณ์สุดล้ำก่อนใคร

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย และนายศีลวัต สันติวิสัฎฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ นายวรุณเทพ  วัชราภรณ์  ผู้อำนวยการ ส่วนงานบริหารลูกค้าองค์กร  บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด () เปิดตัวโปรแกรม ลายาร์ (Layar Application) เพื่อค้นหาช่องทางการให้บริการของธนาคาร อาทิเช่น สาขาธนาคารกสิกรไทย ตู้เอทีเอ็มของธนาคารกสิกรไทยและสิทธิพิเศษต่างๆมากมาย โดยลูกค้าสามารถติดตั้งโปรแกรม Layar ฟรีบนมือถือที่ใช้ระบบปฎิบัติการแอนดรอยและไอโฟน เพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ ที่นิยมหาข้อมูลและใช้เวลากับโลกดิจิตอลเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

นอกจากนี้ลูกค้า KBank และ AIS ยังได้สิทธิ์ร่วมสนุกกับกิจกรรมเคแบงค์ ดิจิตอล แรลลี่ (KBank Digital Rally) ตามหาสาขาของธนาคารฯ ผ่าน Application Layar ง่ายๆ เพียงผู้สนใจติดตามคำใบ้ (Hint) ผ่าน www.facebook.com/kbanklive  ระหว่างวันที่ 26 พ.ค. – 4 มิ.ย. 54  สำหรับผู้ที่สามารถตามหาสาขาของธนาคารฯ และลงทะเบียน ณ. สาขาที่ธนาคารกำหนดได้สูงสุด ลุ้นรับฟรีโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy Cooper และของรางวัลอื่นอีกมากมายกว่า 40 รางวัล

นายศีลวัต กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาธนาคารกสิกรไทยมีการพัฒนาบริการด้านดิจิตอล แบงกิ้งอย่างต่อเนื่อง จนเป็นผู้นำตลาดในบริการธนาคารบนโทรศัพท์มือถือและธนาคารทางอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ธนาคารได้มีการนำนวัตกรรมในการให้ข้อมูลและสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องโซเชียลเน็ตเวิร์กต่าง ๆ  เช่น KBank Live บน         เฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน ซึ่งแอพลิเคชั่นใหม่ๆ อย่าง Layar นี้ ก็จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าและเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงบริการ เพื่อช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการสร้างนวัตกรรมการให้บริการในโลกดิจิตอล แบงกิ้งของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีการพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า

View :1183

“ คิงส์ตัน ” ส่งการ์ด microSDHC ความเร็วระดับ Class 10 ความจุใหม่ 32GB

May 26th, 2011 No comments


บริษัท คิงส์ตัน เทคโนโลยี ประเทศไทย ผู้ผลิตและพัฒนาหน่วยความจำรายใหญ่ของโลก วางจำหน่ายการ์ด microSDHC ความเร็วระดับ Class 10 ความจุ 32 GB เพิ่มเติมจากขนาด 4GB, 8GB และ 16GB ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ที่กำลังมองหาอุปกรณ์หน่วยความจำความจุสูงได้เป็นอย่างดี

การ์ด microSDHC ความเร็วระดับ Class 10 ของคิงส์ตันใช้งานได้กับสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดได้เกือบทุกรุ่น รวมถึงกล้องดิจิตอลความละเอียดสูงและอุปกรณ์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างคอมพิวเตอร์แท็บเลต มีอัตราการถ่ายโอนข้อมูลต่ำสุดที่ระดับ 10MB/ วินาที และเมื่อต่อเข้ากับอแดปเตอร์จะสามารถใช้เป็นการ์ด SDHC ขนาดเต็มได้ การ์ด microSDHC วางจำหน่ายทั้งในแบบแยกพร้อมอแดปเตอร์ SD และแบบเป็น Mobility/Multi-Kit อันประกอบด้วยตัวการ์ด อแดปเตอร์ SD และเครื่องอ่านการ์ด USB

การ์ด microSDHC ของคิงส์ตันมีการรับประกันตลอดอายุการใช้งานและมีการให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคฟรี สนใจต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่เว็บไซต์ www.kingston.com/thailand

คุณสมบัติและข้อมูลจำเพาะของการ์ด microSDHC ความเร็วระดับ Class 10 ของคิงส์ตัน

· สอดคล้องกับมาตรฐาน: ข้อกำหนดของ SD Card Association

· การใช้งานได้หลากหลาย: เมื่อต่อเข้ากับอแดปเตอร์จะสามารถใช้เป็นการ์ด SDHC ขนาดเต็มได้

· การทำงานร่วมกันได้ : กับอุปกรณ์โฮสต์ microSDHC เท่านั้น ไม่สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ / เครื่องอ่านที่ใช้การ์ด microSD แบบมาตรฐานได้

· รูปแบบไฟล์ : FAT32

· ความน่าเชื่อถือ : รับประกันตลอดอายุการใช้งาน

· ความจุ *: 4GB, 8GB, 16GB, 32GB

· ขนาด : 0.43 x 0.59 x 0.039 นิ้ว (11 x 15 x 1 มม . )

· ความเร็ว : Class 10 – อัตราการถ่ายโอนข้อมูลต่ำสุดที่ 10MB/ วินาที

· อุณหภูมิในการทำงาน : -13°F ถึง 185°F ( -25°C ถึง 85°C)

· อุณหภูมิในการจัดเก็บ : -40°F ถึง 185° ( -40°C ถึง 85°C )

· น้ำหนัก : 1 ออนซ์ (2.7 กรัม )

* ความจุบางขนาดที่แสดงรายการไว้จะใช้สำหรับการฟอร์แมตและฟังก์ชันอื่น ๆ ดังนั้นจึงใช้ไม่ได้กับการจัดเก็บข้อมูล หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดอ่านคู่มือหน่วยความจำแฟลชของคิงส์ตัน ( Kingston ’s Flash Memory Guide) ได้ที่ Kingston.com/Flash_Memory_Guide

View :1316
Categories: Press/Release Tags:

ไอบีเอ็ม ตั้งเป้าครองอันดับ 1 ธุรกิจซอฟต์แวร์

May 26th, 2011 No comments


เปิดกลยุทธ์รุกตลาดเพิ่มความแข็งแกร่งมิดเดิลแวร์ ขยายตลาดเจาะซอฟต์แวร์ โซลูชั่น  ตอบโจทย์ความต้องการทุกธุรกิจ

ไอบีเอ็มซอฟต์แวร์ แจงกลยุทธ์เติบโต ตั้งเป้าครองอันดับ 1ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีต่อเนื่อง พร้อมควบรวมกิจการเสริมความแข็งแกร่ง Software Middleware group เสริมทัพด้วยเทคโนโลยีระบบคลังข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลด้วย IBM Netezza และการประมวลผลธุรกรรมออนไลน์จาก DB2 PureScale พร้อมขยายตลาดเจาะกลุ่มใหม่ด้วย Software Solutions Group รองรับตลาดเติบโตและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ตอบโจทย์ความต้องการให้ลูกค้า ได้ทุกอุตสาหกรรม

นางเจษฎา ไกรสิงขร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซอฟต์แวร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า “ซอฟต์แวร์เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่ไอบีเอ็มให้ความสำคัญ โดยลงทุนพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งการลงทุนควบรวมกิจการบริษัทต่างๆ ทั่วโลกเพื่อเสริมศักยภาพของซอฟต์แวร์ไอบีเอ็มที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดไอที เพิ่มขีดความสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างครบวงจรมากยิ่งขึ้น โดยซอฟต์แวร์ มิดเดิลแวร์ กรุ๊ป (Software Middleware Group) ยังคงเน้นซอฟต์แวร์ มิดเดิลแวร์ที่เป็นซอฟต์แวร์พื้นฐานของการวางระบบไอทีขององค์กร ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ 4 แบรนด์ คือ Information Management, Tivoli, Rational และ WebSphere  กลุ่มนี้เน้นมิดเดิลแวร์ที่เป็นซอฟต์แวร์พื้นฐานของการวางระบบไอทีขององค์กร  โดยมีเทคโนโลยีเด่นล่าสุด เช่น การสร้างคลังข้อมูลพร้อมการวิเคราะห์ข้อมูล ด้วยเทคโนโลยีเน็ตทีซ่า (IBM Netezza) สำหรับการทำคลังข้อมูล (Data Warehouse) และเทคโนโลยีไอบีเอ็ม ดีบีทู เพียวสเกล (IBM DB2 PureScale) บนเซิร์ฟเวอร์ ไอบีเอ็ม เพาเวอร์ซิสเต็มส์ ที่ช่วยประมวลผลธุรกรรมออนไลน์ OLTP (Online Transaction Processing Workloads) ช่วยให้ลูกค้ารองรับการประมวลผลธุรกรรมออนไลน์ได้มากขึ้น พร้อมลดความเสี่ยงและค่าใช้จ่ายในการขยายระบบไอที และ ขยายขีดความสามารถด้านการแข่งขัน  เทคโนโลยีของ WebSphere ในการสร้างคลาวด์คอมพิวติ้งในระดับ Platform เพื่อร่นระยะเวลาการสร้างแอพลิเคชั่น อินฟราสตรักเจอร์จากสัปดาห์ลดลงเป็นเพียงนาที   เทคโนโลยีของ Tivoli ในการบริหารจัดการงานด้านไอทีอินฟราสตรัคเจอร์แบบรวมศูนย์และมีความยืดหยุ่น เป็นต้น

สำหรับ ซอฟต์แวร์ โซลูชั่น กรุ๊ป (Software Solutions Group) มุ่งเน้นนำเสนอโซลูชั่นที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง ประกอบด้วยซอฟต์แวร์ในแบรนด์ ซอฟต์แวร์ Business Analytics สำหรับการวิเคราะห์ประมวลผลและคาดการณ์แนวโน้มทางธุรกิจ รวมทั้งซอฟต์แวร์ในการบริหารความเสี่ยงและการเปิดเผยข้อมูลของฝ่ายการเงิน ซอฟต์แวร์ Collaboration เน้นการทำ Social Business ทั้งกับลูกค้า คู่ค้าและพนักงานในองค์กรอย่างปลอดภัย  และ ซอฟต์แวร์ Industry Solutions ที่รวมโซลูชั่นการจัดการเนื้อหาระดับองค์กร   โซลูชั่นสำหรับการทำธุรกรรมแบบ B2B and Commerce   และโซลูชั่นการจัดการ การตลาดระดับองค์กร

นอกจากนี้ สำหรับการทำคลาวด์ คอมพิวติ้ง ที่มีแนวโน้มการใช้งานมากขึ้น ไอบีเอ็มมีซอฟต์แวร์ที่รองรับช่วยในการทำคลาวด์ คอมพิวติ้งได้ทุกรูปแบบทั้ง Private , Public และทุกระดับไม่ว่าจะเป็น  Infrastructure as a Services – IaaS การทำ Platform as a Services- PaaS การทำ Software as a Service – SaaS และการทำ Business process as a Service – Bpaas

นางเจษฎา กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า “การเสริมศักยภาพด้วยซอฟต์แวร์ ที่จะไปเพิ่มความแข็งแกร่งไปที่มิดเดิลแวร์กรุ๊ปพร้อมการขยายฐานไปสู่ซอฟต์แวร์ โซลูชั่นครั้งนี้ ส่งผลให้ไอบีเอ็มก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดซอฟต์แวร์ของโลก ด้วยมุมมองความต้องการที่จะตอบสนองตลาดได้ทุกอุตสาหกรรม เพื่อให้ลูกค้านึกถึงไอบีเอ็มซอฟต์แวร์เป็นอันดับหนึ่งในใจ ไม่ว่าลูกค้าจะมีปัญหาอะไร ต้องการโซลูชั่นแบบไหน ไอบีเอ็มไม่เคยหยุดนิ่ง จะเข้าไปช่วยเหลือ ให้คำแนะนำตลอดจนเข้าไปทำความเข้าใจในธุรกิจลูกค้าให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไอทีไปช่วยพัฒนาประสิทธิภาพให้ธุรกิจ ประสบความสำเร็จให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ในโอกาสที่ไอบีเอ็มครบรอบ 100 ปีในปีนี้ ไอบีเอ็มยังคงมุ่งมั่นในการคิดค้นและพัฒนา นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นพันธมิตรทางด้านไอทีที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบวงจร เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จของธุรกิจลูกค้าต่อไปอย่างยั่งยืน”

เกี่ยวกับไอบีเอ็มซอฟต์แวร์

ซอฟต์แวร์ โซลูชั่น กรุ๊ป (Software Solutions Group) มุ่งเน้นนำเสนอโซลูชั่นที่มีแนวโน้มการเติบโตของตลาดสูง คือ

1. ซอฟต์แวร์ Business Analytics  ที่มี Cognos 10 เป็นแกนหลัก ช่วยในการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูล SPSS ช่วยในการวิเคราะห์คาดการณ์แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นของธุรกิจ (Predictive Analysis) พร้อมผนวกประสิทธิภาพของซอฟต์แวร์ใหม่ 2 ตัวล่าสุด คือ OpenPages ซอฟต์แวร์ที่ช่วยจัดการบริหารความเสี่ยงในองค์กร (Compliance and risk management) และ Clarity ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์สำหรับระบบปฏิบัติการและธรรมาภิบาลในการเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน

2. ซอฟต์แวร์ Collaboration ยังคงมี Lotus ซอฟต์แวร์ป็นแกนหลักเน้นการทำ Social Business ทั้งกับลูกค้า คู่ค้าและพนักงานในองค์กร เพื่อเสริมศักยภาพทางธุรกิจ สู่สังคมออนไลน์ที่มีมาตรฐานเรื่องความปลอดภัยขั้นสูงของไอบีเอ็ม โดยสามารถทำงานได้บนหลากหลายอุปกรณ์ ทั้งคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟนที่รองรับได้หลายแพลตฟอร์ม

3. ซอฟต์แวร์ Industry Solutions ประกอบด้วย 3 โซลูชั่นหลัก คือ

  • โซลูชั่นการจัดการเนื้อหาระดับองค์กร         (Enterprise Content Management – ECM) ช่วยให้สามารถจัดการ จัดเก็บและนำเสนอ ข้อมูล ภาพ สื่อดิจิตอล ที่แตกต่างกันทั้งหมดของเนื้อหา จากนั้นปรับปรุงประสิทธิภาพและนำสู่กระบวนการจัดการทางธุรกิจแบบอัตโนมัติ ประกอบไปด้วยซอฟต์แวร์สำคัญคือ FileNet, Datacap ที่เป็นโซลูชั่นในการ capture data and document
  • โซลูชั่นสำหรับการทำธุรกรรมแบบ B2B and Commerce ช่วยให้องค์กรที่ต้องการจัดการธุรกรรมแบบครบวงจร (end to end process) ตั้งแต่การจัดการการขาย คำสั่งซื้อ (order) และโลจิสติก ผสานความสามารถของซอฟต์แวร์ Sterling Commerce ซึ่งเป็นผู้นำในการทำ Cross-Channel Commerce และ B2B Integration Solutions  ซอฟต์แวร์ WebSphere Commerce และ ILOG Supply Chain
  • โซลูชั่นการจัดการ การตลาดระดับองค์กร ( Enterprise Marketing Management- EMM) ที่รวมซอฟต์แวร์ชั้นนำคือ Unica ที่โดดเด่นในการบริหารการตลาดระดับองค์กร และซอฟต์แวร์ Coremetrics ผู้นำในการวิเคราะห์เว็บและการตลาดแบบบูรณาการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ โดยไอบีเอ็มมุ่งหวังจะช่วยให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจในการทำแคมเปญการตลาดที่ได้ตรงกลุ่มเป้าหมายและมีประสิทธิภาพที่สุด

ซอฟต์แวร์ มิดเดิลแวร์ กรุ๊ป (Software Middleware Group) ไอบีเอ็มยังคงเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีต่อเนื่อง ในแต่ละผลิตภัณฑ์ ดังนี้

1. ซอฟต์แวร์ Information Management ที่เน้นช่วยให้ใช้ประโยชน์ของข้อมุลที่มีในองค์กรได้อย่างสูงสุด มีผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ ไอบีเอ็ม เน็ตทีซ่า (IBM Netezza) ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ใหม่ล่าสุดของไอบีเอ็ม สำหรับคลังข้อมูล (Data Warehouse) เป็นเทคโนโลยีวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงให้กับทุกสายงานธุรกิจ ใช้งานง่าย เปี่ยมประสิทธิภาพ

2.ซอฟต์แวร์ Tivoli ที่เน้นการบริหารจัดการงานบริการทางด้านไอทีอินฟราสตรัคเจอร์แบบรวมศูนย์และมีความยืดหยุ่น มีผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ โซลูชั่นการจัดการเครื่องลูกข่ายแบบครบวงจร (Desktop Management) ที่เน้นการบริหารจัดการไอทีจากศูนย์กลางอย่างชาญฉลาด ด้วย TCO ที่ต่ำและ ROI ที่สูงกว่า โดยสร้างบนเทคโนโลยีของ BigFix ซึ่งไอบีเอ็มพึ่งควบรวมกิจการมา

3.ซอฟต์แวร์ WebSphere เป็นเครื่องมือจัดการและสร้างแอพลิเคชั่นที่เสริมให้ธุรกิจมีความยืดหยุ่นและคล่องตัว พร้อมด้วยโซลูชั่นในการบริหารจัดการกระบวนการทางธุรกิจให้มีประสิทธิภาพ มีผลิตภัณฑ์ใหม่ คือ Cast Iron ผลิตภัณฑ์ที่ไอบีเอ็มได้ซื้อกิจการมา โดยมีความสามารถเชื่อมโยงแอพลิเคชั่น (Integrate Application)  ในองค์กร และแอพลิเคชั่นบนระบบคลาวด์ ได้เพียงไม่กี่วัน และโซลูชั่น Business Process Management  บนพื้นฐานของเทคโนโลยีจาก Lombardi และ ILOG

4. ซอฟต์แวร์ Rational เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การพัฒนาซอฟต์แวร์ขององค์กรมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานการพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือ CMMI (Capability maturity Model Integration) เน้นการทำงานบนแพลตฟอร์ม Jazz ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเปิดสำหรับทุกคน

View :1122

3BB ผนึกกำลังอาวีร่าจัดแคมเปญเปิดมิติใหม่…แรง ปลอดภัย แค่วันละ1 บาท

May 26th, 2011 No comments

ผู้นำด้านการให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต ร่วมกับ    ผู้นำด้านความปลอดภัยระดับโลก รุกตลาดบรอดแบนด์  สนองความต้องการของลูกค้าโลกออนไลน์ ทุ่มงบจัดแคมเปญพิเศษ “ เปิดมิติใหม่แห่งความแรง และความปลอดภัย” มอบโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับลูกค้า ทั่วประเทศ ให้เป็นเจ้าของแอนตี้ไวรัสอันดับหนึ่งจากประเทศเยอรมันนี  ราคาเพียง  360 บาท จากปกติ 650 บาท จับจองเป็นเจ้าของได้โดยสามารถซื้อแบบออนไลน์ที่ antivirus..co.th หรือที่ Shop ทุกสาขาทั่วประเทศ

นายหฤษฎ์  พิชญางกูร  ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันแนวโน้มจำนวนผู้ใช้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด โดย ณ สิ้นปี 2553 มีผู้ใช้บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตในประเทศกว่า3.5  ล้านราย ในจำนวนนี้ประมาณ 90% เป็นกลุ่มลูกค้าที่นิยมใช้บริการ ดาวน์โหลด application ที่มีอยู่มากมาย  ทำให้เสี่ยงภัยจากไวรัสที่มาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งนับวันจะมีพัฒนาการมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไวรัสประเภทเวิร์ม(Worm) หรือหนอนอินเทอร์เน็ต ม้าโทรจัน(Trojan Horse) แอบดักข้อมูล(Spyware) ตลอดจนโปรแกรมขโมยข้อมูล(Cookie) เป็นต้น ฉะนั้นผู้ใช้คอมพิวเตอร์พีซี โน๊ตบุ๊ก หรือแม้แต่พีดีเอและมือถือ  ย่อมต้องการโซลูชั่นป้องกันไวรัสที่มีประสิทธิภาพสูง บริษัทฯเล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ร่วมมือกับ อาวีร่าแอนตี้ไวรัสอันดับหนึ่งจากประเทศเยอรมันนี ออกแคมเปญพิเศษ “มิติใหม่แห่งความแรงและปลอดภัย”  สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตของ 3BB  ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถทำให้การใช้งานคอมพิวเตอร์ของลูกค้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  สามารถเชื่อมต่อกับโลกอินเทอร์เน็ตได้แบบไร้กังวลอย่างแน่นอน  โดยเสนอราคาพิเศษสุดๆ เฉพาะลูกค้า 3BB เพียง 360 บาทเท่านั้น ซึ่งถือว่าคุ้มมาก เฉลี่ยเพียงวันละ 1 บาท ลูกค้าที่สนใจซื้อแบบออนไลน์ได้ที่ antivirus.3bb.co.th หรือที่3BB Shop ทั่วประเทศ

นายศริ อังกุรัชต์  รองประธานฝ่ายการตลาด  บริษัท บลูโอเชี่ยน คอมมิวนิเคชั่น จำกัด เปิดเผยว่า  อาวีร่าแอนตี้ไวรัสร่มแดง ก่อกำเนิดขึ้นมาเมื่อ 25 ปีที่แล้วในประเทศเยอรมันนี ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในฐานะแอนตี้ไวรัสอันดับหนึ่งของประเทศเยอรมันนีในปัจจุบัน อีกทั้งได้รับการยกย่องให้ติดอยู่ในกลุ่ม TOP 5 ของโลกมาโดยตลอด การันตีด้วยรางวัลคุณภาพระดับโลกมากมายจากหลายสถาบัน ปัจจุบันอาวีร่ากำลังแผ่ขยายตลาดดูแลลูกค้ากว่า 100 ล้านคนใน 100 ประเทศทั่วโลก  สำหรับประเทศไทยนั้น มีผู้ไว้วางใจและเลือกใช้อาวีร่าเป็นโปรแกรมแอนตี้ไวรัสเพื่อปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์จากไวรัสและภัยคุกคามทางอินเทอร์เน็ตมากกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศ

ในครั้งนี้ บลูโอเชี่ยนฯ ในฐานะตัวแทนจำหน่ายโปรแกรมแอนตี้ไวรัสอาวีร่าแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย นำเสนอทางเลือกด้านความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตด้วย Avira AntiVir Premium แอนตี้ไวรัสประสิทธิภาพสูง ติดตั้งและใช้งานง่าย กินทรัพยากรเครื่องน้อย ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาพร้อมกับฟังก์ชันในการป้องกันและกำจัดไวรัส เวิร์ม โทรจัน รูทคิท แอดแวร์และสปายแวร์ อีกทั้งสามารถป้องกันไวรัสที่แฝงตัวกับอีเมล์และเว็บไซต์อันตรายได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีพิเศษที่สามารถตรวจจับไวรัสที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน เพื่อความปลอดภัยและตอบสนองการใช้งานที่ไร้ขีดจำกัด เหมาะสำหรับการใช้งานแบบ Home Use เป็นอย่างมาก

สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ได้ร่วมทำการตลาดกับ 3BB ผู้นำด้านการให้บริการบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตของประเทศ ด้วยฐานลูกค้าที่กระจายทั่วประเทศ ประกอบกับทั้งยังมีศูนย์บริการและจุดจำหน่ายที่ครอบคลุมผู้บริโภคทุกภาค ทุกจังหวัด ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการที่มีอัตราการเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในยุคดิจิตอลและสังคมออนไลน์อย่างในปัจจุบัน อีกทั้งด้วยทีมงานบริการลูกค้าของอาวีร่า ที่สามารถให้บริการหลังการขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันผ่านระบบ CALL CENTER ทางหมายเลขโทรศัพท์ 02-402-8844 จะส่งผลให้ความร่วมมือที่เกิดขึ้นนี้ จะยังไปสู่ประโยชน์สูงสุดที่ลูกค้า 3BB จะได้รับ สมกับคำในแคมเปญ3BB ยกกำลังอเวร่า “มิติใหม่แห่งความแรงและปลอดภัย”

View :980

ฟูจิตสึเปิดตัวซอฟต์แวร์บริหารจัดการระบบคลาวด์

May 26th, 2011 No comments

บริษัท จำกัด ประกาศเปิดตัวซอฟต์แวร์บริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานบนเทคโนโลยีคลาวด์ ( Infrastructure Management Software: ) เพื่อกำหนดและควบคุมการใช้งานสภาพแวดล้อมระบบเสมือน (virtualization) และจัดสรรทรัพยากรของระบบไอทีสำหรับตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานซอฟต์แวร์และยังทำงานในสภาพแวดล้อมแบบเสมือนทั้งในด้านสถานะให้กับผู้ดูแลระบบและผู้ใช้ปลายทาง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานระบบไพรเวทคลาวด์และเซิร์ฟเวอร์เสมือน

กลุ่มลูกค้าองค์กรจำนวนมากวางแผนที่จะใช้งานระบบไพรเวทคลาวด์ เพื่อลดต้นทุนจากการควบรวมทรัพยากรด้านไอทีเข้าด้วยกัน และการปรับเปลี่ยนระบบให้มีประสิทธิภาพมากกว่าของระบบที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม CIMS ของฟูจิตสึ ช่วยให้ลูกค้าองค์กรธุรกิจใช้งานระบบเสมือนได้อย่างคุ้มค่า และมีประสิทธิภาพมากที่สุดบนโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน , รองรับการสร้างระบบไพรเวทคลาวด์ และการบำรุงรักษา, การเลือกระบบสำหรับการใช้งานด้วยตัวเอง และการลดต้นทุนในการดำเนินการทั้งหมด
ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว มีการใช้งานแล้ว ณ ศูนย์พัฒนาซอฟต์แวร์นูมาซุ ของฟูจิตสึ และได้ผลประโยชน์จากประสบการณ์และ ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ที่ได้รับจากการติดตั้งใช้งานในการควบคุมเซิร์ฟเวอร์กว่า 300 ตัวและเครือข่ายการให้บริการแบบเสมือน ที่ได้มีการใช้ในการพัฒนาทั่วโลกบนซอฟต์แวร์ที่ฟูจิตสึได้พัฒนาขึ้นเอง

“สิ่งที่ลูกค้าองค์กรธุรกิจคาดหวังจากไพรเวทคลาวด์ คือ วิธีการในการบริหารจัดการที่จะเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบของการดูแลแบบเดิมไปสู่รูปแบบของการ “บริการตัวเอง” แนวทางดังกล่าว ช่วยให้องค์กรสามารถจัดหาและมอบแพลตฟอร์มระบบเสมือนให้กับผู้ใช้ในองค์กรในรูปแบบของบริการพื้นฐานแบบตามความต้องการใช้งาน ที่อาศัยการช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยหรือ         ไม่จำเป็นเลยจากผู้ดูแลระบบ” มร ตัน วี พิน รองประธานระดับภูมิภาคกลุ่มผลิตภัณฑ์แพลทฟอร์ม, ฟูจิตสึ เอเชีย กล่าวถึงการเปิดตัวซอฟต์แวร์ดังกล่าว และเสริมว่า
“ฟังก์ชั่นทั้งหมด ที่จำเป็นสำหรับการบริหารและจัดการไพรเวทคลาวด์ล้วนมีอยู่ครบในซอฟต์แวร์บริหารจัดการระบบคลาวด์ดังกล่าว และฟูจิตสึพร้อมในการส่งเสริมโซลูชั่นที่คุ้มค่าในการลงทุน สำหรับกลุ่มองค์กรธุรกิจและพันธมิตร”
ซอฟต์แวร์บริหารจัดการระบบคลาวด์ ประกอบด้วยการทำงานในสามส่วนหลักคือ พอร์ทัลสำหรับใช้งานด้วยตัวเอง ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกและจัดการระบบของตนได้เอง ในการใช้การกำหนดทรัพยากรล่วงหน้า และชุดของระบบควบคุมรวมสำหรับทรัพยากรทั้งหมดของระบบที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถควบคุมและพัฒนาบริการตัวเลือกในลักษณะของเมนูตัวเลือกให้กับผู้ใช้งาน ส่วนแสดงระบบการทำงานแบบแดชบอร์ดช่วยให้ผู้ดูแลระบบและผู้ใช้งานรับรู้ได้ว่าสถานะของทรัพยากรระบบขณะนั้นถูกใช้งานอย่างไร ช่วยให้มั่นใจในการบริการและการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

View :744

เอไอเอส เปิดประสบการณ์แห่ง Galaxy Episode II ครั้งแรกในเมืองไทย

May 26th, 2011 No comments

The First Experience of and Samsung Galaxy Tab 10.1
เอไอเอส จัด Exclusive Party สุดเก๋ มอบประสบการณ์สุดล้ำให้ลูกค้าเอไอเอสและสาวก Samsung Galaxy ได้สัมผัสกับ Samsung Galaxy S II and Samsung Galaxy Tab 10.1 ก่อนใคร พร้อมประกาศเปิดให้จองในงาน Thailand Mobile Expo 2011 ด้วยเงื่อนไขพิเศษสุดๆ  ตอกย้ำแนวคิด Quality DNAs

นายสมชัย   เลิศสุทธิวงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “ ความนิยมของ Smart Phone ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นกว่า 100 %   เนื่องจากสามารถตอบโจทย์ได้ทั้ง Work และ Play ในขณะที่นวัตกรรมจากฟากของผู้ผลิตระดับโลกเองก็ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง หน้าที่ของ Operator คือ การคัดสรรนวัตกรรมดังกล่าวมามอบให้ลูกค้าก่อนใคร ดังเช่นการจับมือกับ Samsung ในฐานะ Long Term partnership ที่ประสบความสำเร็จร่วมกันเป็นอย่างมากในปีที่ผ่านมากับการนำ Samsung Galaxy S1 และ Samsung Galaxy Tab 7 นิ้ว มามอบให้แก่ลูกค้าเอไอเอส อันนำมาซึ่งความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในการนำ Samsung Galaxy SII  และ Samsung Galaxy Tab 10.1 ที่สาวกทั่วโลกรอคอยร่วมกับเราอีกครั้งในปีนี้ ”

“ โดยล่าสุดได้เริ่มเปิดให้ลูกค้าเอไอเอสได้สัมผัสเป็นครั้งแรกในงาน The First Experience of Samsung Galaxy S II and Samsung Galaxy Tab 10.1   เมื่อวันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา     อีกทั้งยังเปิด ท ให้ลูกค้าเอไอเอสเท่านั้นที่สนใจ Samsung Galaxy Tab 10.1   สามารถจองได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่เซเรเนด คลับ   พร้อมรับฟรี ! Galaxy S Wifi 4” 1 เครื่อง มูลค่า 6,900 บาท ”

นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดให้ลูกค้าผู้สนใจทั้ง 2 รุ่น เริ่มจองได้ในงาน Thailand Mobile Expo 2011 Hi End   ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ ตั้งแต่วันที่ 2 – 5 มิถุนายน ศกนี้   พร้อมข้อเสนอพิเศษสุดๆที่หาไม่ได้จากที่ไหน อาทิ   Promotion สุดคุ้ม ฟรี Wifi ใช้ได้ไม่จำกัด พร้อม GPRS 3 GB/ เดือน นาน 12 เดือน เพียงสมัครแพ็คเสริมเดือนละ 399 บาท   รวมถึงเลือกรับเบอร์สวยทั้ง GSM advance และ One- 2- Call! พร้อมสิทธิ์สมัครแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตสุดคุ้มอีกด้วย

ด้าน นายวิชัย พรพระตั้ง ผู้อำนวยการธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า  “ ซัมซุงมุ่งมั่นนำเสนอสิ่งดีๆ ให้กับผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้ด้วยการนำเสนอ “ ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส ทู ” สมาร์ทโฟนที่รวบรวมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของซัมซุงไว้ในเครื่องเดียวไม่ว่าจะเป็นหน่วยประมวลผล ดูอัล คอร์ 1.2 กิกะเฮิร์ทซ์ และเทคโนโลยีหน้าจอซูเปอร์ อะโมเลด พลัส ใหม่ล่าสุดที่ชัดใส และดีไซน์ที่บางสวย พร้อมด้วย       “ ซัมซุง   กาแล็คซี่ แท็บ 10.1 ” สมาร์ทแท็บเล็ตขนาดหน้าจอ 10.1 นิ้วรุ่นล่าสุดที่บางที่สุดในโลกด้วยระบบปฏิบัติการ Android ล่าสุด 3.1 (Honey Comb) ครบครันไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานและความบันเทิงเต็มอิ่ม เพื่อตอบรับการดำเนินชีวิตรูปแบบใหม่ของผู้บริโภค เป็น “ ประสบการณ์ความบันเทิง ไร้ขีดจำกัดแบบออน เดอะ โก ( Experience the Best Entertainment On the Go)” อย่างแท้จริง ซึ่งจะเป็นการ สร้าง ปรากฎการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับวงการสื่อสารในเมืองไทยอย่างแน่นอน ”

นายสมชัย กล่าวย้ำว่า “ และนี่คือ สุดยอด Device ของปีนี้ ซึ่งเป็น 1 ใน Quality DNAs ที่เอไอเอสสัญญาว่าจะนำมามอบให้คุณก่อนใครเสมอ พร้อมด้วยเครือข่ายคุณภาพทั้ง EDGE Plus, 3G 900 ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องและ Wifi กว่า 20 , 000 จุด ที่จะทำให้การใช้งานสมาร์ทโฟนของลูกค้าเอไอเอสสะดวกและคุ้มค่ากว่าใครเสมอ ”

View :1068

เอส เอฟ เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของการชมภาพยนตร์ในระบบ เทคนิคคัลเลอร์ 3 มิติเสียงไทย

May 26th, 2011 No comments


โรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ ร่วมกับ บริษัท เทคนิคคัลเลอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด มอบประสบการณ์ความบันเทิงกับนวัตกรรมใหม่ของการชมภาพยนตร์ในระบบเทคนิคคัลเลอร์ 3 มิติเสียงไทย ที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในประเทศไทยถึง 6 สาขาด้วยกัน พร้อมนำร่องด้วยภาพยนตร์เรื่องแรก ได้แก่ “ Kung Fu Panda 2” มั่นใจสามารถเจาะตลาดลูกค้ากลุ่มครอบครัว และคนชอบดูหนังเสียงภาษาไทย เพื่อเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้า และเตรียมเพิ่มสาขาอย่างต่อเนื่อง

คุณสุพัฒน์ งามวงศ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท จำกัด เปิดเผยว่า “จากการที่โรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟได้ทำการเปิดตัวโรงภาพยนตร์ดิจิตอล 3 มิติตั้งแต่ในปลายปี 2550 จนถึงปัจจุบัน ปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี   เป็นเหตุให้ในปีนี้ โรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ มีความมุ่งมั่นที่จะมอบความบันเทิงสูงสุดในการชมภาพยนตร์ให้กับลูกค้า และเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ระบบ 3 มิติ กลุ่มผู้ชื่นชอบการชมภาพยนตร์เสียงไทย , กลุ่มครอบครัว และกลุ่มเด็กเล็กให้ได้ชมกันอย่างเต็มอรรถรส ไม่ต้องอ่านซับ ไตเติ้ล จึงได้ร่วมกับ บริษัท เทคนิคคัลเลอร์(ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของการชมภาพยนตร์ในระบบเทคนิคคัลเลอร์ 3 มิติ เสียงไทย เพิ่มขึ้นอีก 3 สาขา จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 3 สาขา รวมทั้งสิ้น 6 สาขา ได้แก่ เดอะมอลล์บางกะปิ , เดอะมอลล์บางแค , เดอะมอลล์งามวงศ์วาน ,เดอะมอลล์ท่าพระ ,เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ และเซ็นทรัลรัตนาธิเบศร์ ซึ่งนับเป็นเครือโรงภาพยนตร์ที่มีจำนวนสาขาที่ฉายภาพยนตร์ระบบเทคนิคคัลเลอร์ 3 มิติ มากที่สุดในประเทศ รวมทั้งมีแผนที่จะเพิ่ม สาขาอย่างต่อเนื่องอีกเร็ว ๆนี้ เพื่อเป็นการรองรับภาพยนตร์ 3 มิติ ที่เตรียมจะเข้าฉายในระบบเทคนิคคัลเลอร์ 3 มิติ อย่างต่อเนื่อง

และเพื่อให้ลูกค้าได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์การชมภาพยนตร์ระบบดังกล่าว โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว กับภาพยนตร์แอนนิเมชั่น ฮาป่วนทะลุจอ “ Kung Fu Panda 2” ที่จะมีโปรแกรมเข้าฉาย วันที่ 26 พฤษภาคมนี้ โรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ จึงได้จัดกิจกรรมทางการตลาดภายใต้ชื่อ “ Kung Fu Panda 2” (Technicolor 3D Family Special Package – Come 4 Pay 2)   มอบสิทธิพิเศษให้กับครอบครัวสุดหรรษาเพียงคุณพ่อคุณแม่ที่พาคุณลูกมาชมภาพยนตร์เรื่อง “ Kung Fu Panda 2” ในระบบเทคนิคคัลเลอร์ 3 มิติ เสียงไทย รับสิทธิ์พิเศษ มา 4 จ่าย 2 ทันที !!! สำหรับคุณหนูที่มีความสูงไม่เกิน 130 เซนติเมตร เฉพาะลูกค้าของโรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ เท่านั้น สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SF Call Center ( 02 ) 268 – 8888 และ www.sfcinemacity.com ”

มร.เซอร์จิโอ บอสโซ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทคนิคคัลเลอร์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ทางบริษัทฯได้ร่วมกับ บริษัท เอส เอฟ ซีเนม่า ซิตี้ จำกัด ในการนำนวัตกรรมเทคนิคคัลเลอร์มาใช้เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ของการฉายภาพยนตร์ 3 มิติ ในระบบฟิล์ม 35 มม.ที่มีคุณภาพสูง มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพให้กับจอแสดงภาพเคลื่อนไหวในระบบ 3 มิติ ที่ใช้เทคโนโลยีแยกเลนส์ (Split Lens) บนและล่าง (over/under) ทำให้ภาพไม่ซ้ำซ้อนและเทคนิคโพลาไลซ์ฟิลเตอร์ 3 มิติ โดยจอแสดงภาพระบบเทคนิคคัลเลอร์จะเป็นจอแสดงภาพแบบ Silver Screen ที่มีการปรับความสว่างมากกว่าจอแสดงภาพปกติถึง 8 เท่า ทำให้ภาพที่ฉายมีความคมชัด สมบูรณ์แบบมากกว่า เพื่อให้ผู้ชมภาพยนตร์ประเทศไทย ได้มีโอกาสสัมผัสประการ 3 มิติ สมบูรณ์แบบโดยวันนี้ระบบเทคนิคคัลเลอร์ เป็นที่ยอมรับจากผู้ชมภาพยนตร์ 3 มิติ และได้รับติดตั้งในโรงภาพยนตร์มากกว่า 300 โรงในทวีปอเมริกาเหนือ

นอกจากนี้ ผลการสำรวจจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม เกี่ยวกับภาพยนตร์ที่ฉายในระบบเทคนิคคัลเลอร์ 3 มิติและระบบดิจิตอล 3 มิติ อยู่ในระดับดีมาก และ 96.6 % เลือกที่จะชมภาพยนตร์ในระบบ 3 มิติต่อไป ซึ่งจากผลการสำรวจดังกล่าวมีความสอดคล้องกับผลการสำรวจเกี่ยวกับระบบเทคนิคคัลเลอร์ อื่นๆในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงคาดการณ์ได้ว่าในประเทศไทยระบบเทคนิคคัลเลอร์ 3 มิติ จะได้รับการตอบรับจากผู้ชมเป็นอย่างดีเช่นเดียวกับระบบดิจิตอล 3 มิติอย่างแน่นอน ”

สำหรับภาพยนตร์ที่มีโปรแกรมเข้าฉายตลอดปี 2554 นี้ นำร่องเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง Kung Fu Panda 2 จากค่าย UIP ภาพยนตร์เรื่อง Green Lantern จากค่าย Warner Bros. Picture รวมถึงภาพยนตร์แอคชั่นฟอร์มยักษ์แห่งปีอย่าง Transformers : Dark of the Moon, Harry Potter and the Deathly Hallows Part 2, Conan the Barbarian และอื่นๆ อีกมากมาย” มร.เซอร์จิโอ บอสโซ กล่าวปิดท้าย

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงในระบบเทคนิคคัลเลอร์   3 มิติ คุณภาพสมบูรณ์แบบได้แล้ววันนี้ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเอส เอฟ ทั้ง 6 สาขาดังกล่าว

View :1345