Archive

Archive for March, 2011

แคนนอน เปิดตัว Canon EOS 600D ใหม่! กล้องดิจิตอลซิงเกิ้ลเลนส์รุ่นล่าสุด

March 31st, 2011 No comments

เจาะกลุ่มผู้ใช้งานเริ่มต้น ด้วยฟังก์ชั่นเทียบเท่ากล้องระดับโปรฯ

กรุงเทพฯ เมื่อเร็วๆ นี้ – แคนนอนย้ำความแรงประกาศความสำเร็จอีกขั้นในฐานะผู้นำตลาดกล้องดิจิตอลซิงเกิ้ลเลนส์อันดับหนึ่งของเมืองไทย เปิดตัวกล้องดิจิตอลดีเอสแอลอาร์รุ่นใหม่ล่าสุด เจาะกลุ่มผู้ใช้งานเริ่มต้น (Entry Level) อัดแน่นด้วยฟังก์ชั่นระดับกล้องมืออาชีพ อาทิ เซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียดสูงถึง 18 ล้านพิกเซล พร้อมชิปประมวลผลภาพ DIGIC 4 เพื่อการภาพถ่ายคุณภาพสูง ตอบสนองการทำงานรวดเร็ว, ช่วงความไวแสง ISO100-6400, หน้าจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียดจอสูงถึง 1.04 ล้านพิกเซล ปรับได้หลายทิศทาง สะดวกในการถ่ายภาพในมุมมองต่างๆ พร้อมเทคโนโลยี Multi Coating และ High-Transparency ตัดแสงสะท้อนบนจอภาพ มองภาพชัดแม้แสงจ้า ,บันทึกภาพเคลื่อนไหวระดับ Full HD (1920 x 1080), ระบบออโต้โฟกัส 9 จุด ให้ภาพคมชัด แม่นยำ พร้อมหลากหลายเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากแคนนอน อาทิ Scene Intelligent Auto ครั้งแรกในตระกูล EOS กับระบบออโต้อัจฉริยะเพื่อการถ่ายภาพคมชัดในทุกสภาพแสง, Movie Digital Zoom ซูมดิจิตอล 3X -10X ระหว่างถ่ายภาพเคลื่อนไหว, Video Snapshot เพิ่มความสะดวกในการสร้างไฟล์ภาพเคลื่อนไหว ให้ผู้ใช้บันทึกไฟล์วีดิโอสั้นๆ (2,4,8 วินาที) และรวมเป็นไฟล์เดียวพร้อมเพลงมิวสิคแบ็คกราวนด์ สามารถนำไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องตัดต่อให้ยุ่งยาก, Creative Filter เพิ่มลูกเล่นการถ่ายภาพให้สนุกยิ่งขึ้นกับฟิลเตอร์สร้างสรรค์ภาพพิเศษ ได้แก่ ฟิลเตอร์ภาพหยาบขาว-ดำแบบฟิล์ม B&W Grainy Effect ฟิลเตอร์เลนส์ตาปลา Fish-eye-Effect, ใช้งานง่ายด้วย เมนูภาษาไทย และฟังก์ชั่น Guide Feature ที่ช่วยอธิบายประโยชน์การใช้งานและทิปสั้นๆ ในแต่ละเมนู วางจำหน่าย 2 ชุด คือ กล้อง EOS 600D พร้อมเลนส์ EF-S 18-55 f/3.5-5.6 IS II ราคา 29,900 บาท และ กล้อง EOS 600D พร้อมเลนส์ EF-S 18-135 f/3.5-5.6 IS ราคา 38,900 บาท ทดลองมิติใหม่แห่งกล้องดิจิตอลซิงเกิ้ลเลนส์ รุ่น EOS 600D ได้แล้ววันนี้ ที่ตัวแทนจำหน่ายแคนนอนทั่วประเทศ
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Canon Call Center 02-344-9888 หรือที่ www.canon.co.th และwww.facebook.com/eosdigital

View :1361
Categories: Press/Release Tags:

ก.ไอซีที บูรณาการความร่วมมือหน่วยงานในสังกัดรับมือภัยพิบัติน้ำท่วมภาคใต้

March 31st, 2011 No comments

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า กระทรวงไอซีที ได้บูรณาการ ความ ร่วมมือกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เพื่อเร่งแก้ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ตามคำสั่งของนายก รัฐมนตรี และเพื่อรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ ที่เกิดขึ้นให้ทันต่อเหตุการณ์ โดยดำเนินการภายใต้ศูนย์บริหารข้อมูลช่วยเหลือผู้ประสบภัย หรือ War Room ในการบริหารและ บูรณาการข้อมูลที่ได้รับแจ้งเหตุภัยพิบัติและเรื่องราวความเดือดร้อน จากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานในจังหวัด หรือพื้นที่ประสบภัยผ่านเครือข่ายสื่อสารกลาง ซึ่งได้จัดวางระบบเครือข่ายสื่อสารกลางระหว่างพื้นที่ประสบภัยกับส่วนกลาง เพื่อรับข้อมูลข่าวสารและเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นไว้เรียบร้อยแล้ว

“ประชาชน ที่ประสบภัยน้ำท่วมและต้องการแจ้งเหตุ หรือมีเรื่องราวเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ สามารถแจ้งเข้ามาที่ศูนย์บริหารข้อมูลช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ โดยกระทรวงฯ เปิดช่องทางรับแจ้งเหตุไว้หลายช่องทาง ได้แก่ หมายเลขโทรศัพท์ 1111 หรือศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน ( GCC 1111) และหมายเลข 0-2141-6588 ซึ่งข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากการรับแจ้งเหตุนี้ทางศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ในฐานะสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะนำมาบริหารและจัดระบบฐานข้อมูลแล้ว ส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนกลางและในพื้นที่ประสบภัย เพื่อให้นำข้อมูลเหล่านั้นไปใช้ดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ประชาชนได้ อย่างทันการณ์เป็นระบบ ตรงจุด และไม่เกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน” นายจุติ กล่าว

นอกจากนั้น กระทรวงฯ ยังได้ร่วมกับหน่วยงานในสังกัด ทั้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานสถิติ แห่ง ชาติ บมจ.กสท โทรคมนาคม บมจ.ทีโอที และบจ.ไปรษณีย์ไทย บูรณาการความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นให้ทันต่อเหตุการณ์ โดยกระทรวงฯ จะตั้ง หน่วยเฉพาะกิจ สำหรับการรับมือภัยพิบัติทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นอุทกภัย ภัยหนาว ภัยแล้ง และนำเทคโนโลยีการเตือนภัยในรูปแบบต่างๆ มาใช้ เช่น การใช้เทคโนโลยีด้านแผนที่ของกูเกิ้ล หรือ Google Map การใช้เทคโนโลยีจากดาวเทียม SMMS และการสนับสนุนข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น

“ใน การบูรณาการความร่วมมือครั้งนี้ หน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ จะร่วมกันดำเนินการในด้านต่างๆ โดยสำนักงานสถิติฯ จะร่วมมือกับศูนย์เตือนภัยฯ วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับภัยพิบัติ ด้วยการให้สถิติจังหวัดบูรณาการข้อมูลกับจังหวัดต่างๆ แล้วส่งให้ส่วนกลางดำเนินการวิเคราะห์เพื่อวางแผนรับมือ นอกจากนั้นยังร่วมมือกันเพิ่มช่องทางในการรวบรวมข้อมูลความเดือดร้อนของ ประชาชนเพื่อการช่วยเหลือ โดยขอให้บุคลากรของสำนักงานสถิติจังหวัดในพื้นที่ประสบอุทกภัยออกสำรวจความ ต้องการความช่วยเหลือของผู้ประสบภัยที่อาจตกหล่นจากการรับทราบข้อมูลของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้ขอความร่วมมือจากเครือข่ายเพื่อนเตือนภัย หรือนักวิทยุสมัครเล่นในพื้นที่ให้ออกสำรวจความต้องการดังกล่าวด้วย การดำเนินงานดังกล่าวจึงเป็นการบูรณาการความร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่ ของสำนักงานสถิติฯ เพื่อน เตือนภัย นักวิทยุสมัครเล่น ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น รวมถึงจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งนี้ เพื่อให้ภารกิจสนับสนุนการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอันเนื่องจากภัยน้ำ ท่วมรุนแรงในครั้งนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ทุกภาคส่วนสามารถบริหารจัดการช่วยเหลือแก่ประชาชนผู้ประสบภัยได้ อย่างทั่วถึง พร้อมกันนี้ยังได้ให้ศูนย์เตือนภัยฯ เตรียมการรับมือในพื้นที่เกิดภัยพิบัติ โดยให้สร้างช่องทางการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทดสอบการใช้งานของหอกระจายข่าวให้พร้อมใช้งาน และให้ประสานข้อมูลในพื้นที่จากสำนักงานสถิติฯ เพื่อนำมาใช้ประเมินสถานการณ์ภัยพิบัติ และนำไปวางแผนแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนได้ทันต่อเหตุการณ์

ส่วนหน่วยงานอื่นในสังกัด คือ กรมอุตุนิยมวิทยาจะร่วมมือกับสำนักงานสถิติฯ ในพื้นที่ และเครือข่ายเพื่อนเตือนภัยของศูนย์ เตือนภัยฯ รวมทั้งทีมของจังหวัดต่างๆ เพื่อเข้าไปในพื้นที่และแจ้งข้อมูลข่าวสารการเตือนภัยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที ขณะที่ บมจ.กสทฯ และบมจ.ทีโอที ให้ดูแลเครือข่ายสื่อสาร คลื่นสัญญาณโทรศัพท์ในจุดที่ไม่สามารถทำงานได้ ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ ด้าน บจ.ไปรษณีย์ไทย ให้ดูแลอำนวยความสะดวกเรื่องการขนส่งสิ่งของจำเป็นสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ดังกล่าว” นายจุติ กล่าว

View :706

โครงการทำดีทุกวันจากดีแทค คว้าสองรางวัล ICT Excellence Awards 2010

March 31st, 2011 No comments

*1677 ทางด่วนข้อมูลการเกษตร และโครงการเฝ้าระวังโรคระบาดผ่านระบบ SMS และ Google Map ประเภทรางวัลโครงการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ( ICT for Sustainable Development Project )

โครงการทำดีทุกวันนำดีแทคคว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยมจากการประกวดโครงการ จัดโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (Thailand Management Association) ในพิธีการประกาศผลรางวัลจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ โรงแรมพลาซ่า แอทธินี โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร.วีระชัย วีระเมธีกุล เป็นประธานในพิธี

จากการตัดสินรางวัล ICT Excellence Awards 2010 ซึ่งมีโครงการส่งเข้าประกวดทั้งหมด 48 โครงการจาก 32 หน่วยงานนั้น โครงการ *1677 บริการทางด่วนข้อมูลการเกษตร (เฟส 3) และโครงการเฝ้าระวังโรคระบาดผ่านระบบ SMS และ Google Map สามารถคว้ารางวัลประเภท โครงการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ ICT for Sustainable Development Project ได้สำเร็จ โดย *1677 ทางด่วนข้อมูลการเกษตรได้รับรางวัลครั้งนีต่อเนื่องเป็นปีที่สาม

“*1677 ทางด่วนข้อมูลการเกษตร ” เป็นบริการเสริมพิเศษที่ดีแทคได้สร้างสรรค์ขึ้นบนแนวคิดด้านซีเอสอาร์ โดยให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตรผ่านทาง SMS และบริการให้ปรึกษาและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตรผ่าน ศูนย์ข้อมูล *1677 แก่เกษตรกรทุกวัน ซึ่งลูกค้าดีแทคแบบจดทะเบียน และแบบเติมเงินทั่วประเทศสามารถสมัครและใช้บริการได้ฟรี โครงการนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง 3 องค์กรได้แก่ ดีแทค มูลนิธิสำนึกรักบ้านเกิด และสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน DFM

ปัจจุบันมีผู้ใช้บริการแล้วกว่า 20 0,000 เลขหมาย เกษตรกรทั่วไทยสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่าน โทรศัพท์มือถือ อินเตอร์เนต (เว็บไซต์ www.rakbankerd.com ) ตลอดจนศูนย์ประสานงานของสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน DFM ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย กว่าสามปีที่โครงการได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง *1677 ทางด่วนข้อมูลการเกษตรได้ขยายการให้บริการ จากข้อมูลเชิงเทคนิควิธีการปรับปรุง พัฒนาและเพิ่มผลผลิต ไปสู่การเปิดช่องทางการตลาด การประชาสัมพันธ์และการค้าสำหรับสินค้าเกษตรทั่วไทย เตรียมความพร้อมให้เข้าสู่การแข่งขันและโอกาสทางการค้าในภูมิภาคอาเซียนใน อนาคต เมื่อประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community) จะมีผลบังคับใช้ในปี 2 558 โครงการนี้จะสร้างปัจจัยที่ก่อให้เกิดการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างบูรณาการ สร้างความเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

สำหรับ โครงการเฝ้าระวังโรคระบาดผ่านระบบ SMS และ Google Map เป็นโครงการความร่วมมือระหว่างโครงการทำดีทุกวันจากดีแทค สถาบัน Change Fusion บริษัทโอเพ่นดรีม ประเทศไทย มูลนิธิกูเกิ้ล ประเทศสหรัฐอเมริกา องค์กร InSTEDD สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ คณะอนุกรรมการสนับสนุนป้องกัน ควบคุม และการแก้ปัญหาการแพร่ระบาด ของไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) โดยนำเทคโนโลยีการสื่อสารผ่านระบบอินเตอร์เน็ต และโทรศัพท์มือถือ มาพัฒนาเป็นโปรแกรม สำหรับการสื่อสารและรับส่งข่าวสารด้านสุขภาพและข้อมูลด้านโรคระบาด ตลอดจนการวิเคราะห์และประมวลผลเพื่อสื่อข่าวสารในการป้องกันโรคระบาดได้ อย่างทันท่วงที โดยโครงการความร่วมมือนี้เกิดขึ้นเพื่อรับมือกับการแพร่กระจายของโรคไข้หวัด ใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่ คาดว่าอาจจะระบาดต่อเนื่อง

ความร่วมมือดังกล่าวทำให้การส่งข่าวสารด้านโรคระบาดสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงการสื่อสาร การรับ – ส่งข้อมูล ระหว่างโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ต ทำให้การเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างส่วนกลางและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานใน พื้นที่ทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ ลดเวลาในการรอข้อมูลเพื่อบันทึกสถิติจาก 1 วัน เหลือเพียง 1 ชั่วโมง และลดการสื่อสารจากที่ต้องใช้โทรศัพท์ติดต่อกัน 120 ครั้งต่อวัน เหลือเพียง 7 ครั้ง ทำให้การสั่งการประสานงานกับทีมงานสาธารณสุขหรือเฝ้าระวังในพื้นที่ ( Surveillance Rapid Respond Team-SRRT ) เป็นไปอย่างรวดเร็ว

View :796

โซนี่ อีริคสัน ตั้ง ซินเน็ค ขยายช่องทางการขายสมาร์ทโฟน เน้นกระจายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่ทั่วประเทศ

March 31st, 2011 No comments

บริษัท โมบายล์ คอมมิวนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด แต่งตั้ง บริษัท จำกัด ( มหาชน ) เป็นผู้จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนอย่างเป็นทางการ หวังร่วมผนึกกำลังหนุนโซนี่อีริคสันให้เป็นแบรนด์คอมมูนิเคชั่นเอ็นเตอร์เทนเมนต์เบอร์หนึ่งของเมืองไทย โดยอาศัยจุดแข็งของซินเน็คที่มีผู้แทนจำหน่ายที่มีคุณภาพกระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงมีความแข็งแกร่งทางด้านการจัดจำหน่ายสินค้าไอที จึงมั่นใจว่าความร่วมมือในครั้งนี้สามารถขยายตลาดสมาร์ทโฟนได้เป็นอย่างดี

มร.ซาโตชิ เมกะตะ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โซนี่ อีริคสัน โมบายล์ คอมมิวนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นโยบายของทางบริษัทฯในปีนี้ เน้นการทำการตลาดร่วมกับพันธมิตรที่มีความแข็งแรงทางด้านต่างๆ เพื่อเสริมศักยภาพทางธุรกิจซึ่งกันและกัน ล่าสุด บริษัท โซนี่ อีริคสัน โมบายล์ คอมมิวนิเคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้แต่งตั้ง บริษัท ซินเน็ค ( ประเทศไทย ) จำกัด ( มหาชน ) ให้เป็นผู้จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนอย่างเป็นทางการโดยอาศัยจุดแข็งของซินเน็คที่ มีความแข็งแกร่งในเรื่องช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีคุณภาพและมีผู้แทนจำหน่าย กระจายอยู่ทั่วประเทศ จึงทำให้ทางโซนี่อีริคสันมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทแล้ว ยังสามารถสร้างแบรนด์โซนี่อีริคสันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ”

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซินเน็ค ( ประเทศไทย ) จำกัด ( มหาชน ) ผู้นำด้านธุรกิจจัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ ระบบสารสนเทศ และวัสดุสิ้นเปลืองที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ซินเน็คฯ มีศักยภาพและความพร้อมในการขยายตลาดกลุ่มสมาร์ทโฟนเป็นอย่างดี เนื่องด้วยกลุ่มบริษัทในเครือซินเน็คมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการทำธุรกิจตลาดมือถือและสมาร์ทโฟน โดยซินเน็คในประเทศภาคพื้นเอเชียแปซิฟิคมีสัดส่วนการตลาดเป็นอันดับหนึ่ง เช่น ซินเน็คประเทศไต้หวัน เป็นต้น ซึ่งประสบการณ์และความเชี่ยวชาญดังกล่าวจะทำให้ซินเน็ค ประเทศไทย สามารถขยายธุรกิจด้านสมาร์ทโฟนได้อย่างรวดเร็ว

โดยการทำตลาดในประเทศไทย นอกจากซินเน็คฯ จะขยายช่องทางการจัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนโซนี่ อีริคสันเข้าไปในช่องทางร้านขายอุปกรณ์ไอที ที่ซินเน็คฯ มีฐานลูกค้าอยู่กว่า 5,000 ราย ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด รวมถึงการขายผ่านร้านค้าปลีกสินค้าไอที Cnex Shop ที่กระจายอยู่ทั่วกรุงเทพฯแล้ว ซินเน็คฯ จะขยายเพิ่มเข้าไปในส่วนของโมบายช็อป ทั้งในรูปแบบของเชนสโตร์ รีเทล และโมเดิร์นเทรด เพื่อทำให้โซนี่ อีริคสันที่จัด

View :697

โมโตโรล่า โซลูชั่นส์ส่งอุปกรณ์ไวร์เลส อีเทอร์เน็ต บริดจ์ใหม่ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเชื่อมโยงบรอดแบนด์

March 30th, 2011 No comments

เจาะกลุ่มภาคธุรกิจ ภาครัฐ และผู้ให้บริการสื่อสาร เพิ่มสมรรถนะเข้าถึงเทคโนโลยีการสื่อสารความเร็วสูงได้ง่ายและประหยัดยิ่งขึ้น

กรุงเทพฯ 30 มีนาคม 2554 – บริษัท โมโตโรล่า โซลูชั่นส์ (ชื่อในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก: MSI) ประกาศเปิดตัวสองผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้พอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์ พีทีพี ไวร์เลส อีเทอร์เน็ต บริดจ์ (Point-to-Point Wireless Ethernet bridges) ซีรี่ส์ 200 ได้แก่ PTP 230 และ PTP 250 ซึ่งสนับสนุนเทคโนโลยีการสื่อสารชั้นนำของโมโตโรล่าบนคลื่นความถี่ที่เปิด ให้ใช้อย่างเสรี (unlicensed spectrum) เพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ไร้สาย และการรับ-ส่งสัญญาณแบบ backhaul ในสภาพที่ปราศจากสิ่งกีดขวาง (line of sight : LOS) หรือมีสิ่งกีดขวางบางส่วน (near line of sight : nLOS) ส่งผลให้ลูกค้าสามารถเลือกใช้คลื่นวิทยุที่มีความเร็วในการรับส่งข้อมูลมาก ขึ้นและมีราคาที่ประหยัดยิ่งขึ้น

คุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์ PTP 230 และ PTP 250

* ผลิตภัณฑ์ไวร์เลส อีเทอร์เน็ต บริดจ์ PTP 200 ใหม่สนับสนุนเทคโนโลยีการสื่อสารที่เป็น
เอกสิทธิ์เฉพาะของโมโตโรล่า โดยมีระยะการรับ-ส่งสัญญานครอบคลุมพื้นที่ เสถียรภาพ และประสิทธิภาพการสื่อสารที่ตรงตามข้อกำหนดของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ตอบโจทย์ความต้องการทั้งของผู้ใช้งานระดับองค์กรและทั่วไปได้อย่างครบถ้วน
* ผลิตภัณฑ์ PTP 230 ทำงานบนคลื่นความถี่ที่เสรี (unlicensed) 5.8 GHz โดยมีการเชื่อมโยงแบบบรอดแบนด์ไร้สายสูงถึง 50 Mbps และมีระยะครอบคลุมพื้นที่การสื่อสารสูงถึง 129 กม. สนับสนุนเทคโนโลยีการสื่อสาร orthogonal frequency division multiplexing (OFDM) และ GPS synchronization เพื่อหลีกเลี่ยงการสื่อสารที่มาจากหลายเส้นทาง (multipath) และการซ้อนทับของคลื่นสื่อสาร ทำให้ระบบการสื่อสารไร้สายแบบบรอดแบนด์สามารถขยายการให้บริการสู่พื้นที่ที่ ยังไม่เคยมีมาก่อน
* ผลิตภัณฑ์ PTP 250 รองรับคลื่นความถี่แบบคู่ (dual band) สามารถทำงานบนย่านความถี่ 5.4 GHz หรือ 5.8 GHz โดยไม่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงฮาร์ดแวร์ สนับสนุนเทคโนโลยี multiple-input multiple-output (MIMO) ในสภาพแวดล้อมแบบไร้สิ่งกีดขวาง (LOS) หรือมีสิ่งกีดขวางบางส่วน (nLOS) ทั้งยังสามารถป้องกันการเกิดสัญญาณหาย โดยมีประสิทธิภาพการสื่อสารถึง 220 Mbps เหมาะสำหรับการเพิ่มสมรรถนะการทำงานเพื่อรองรับคอนเท้นท์แบบมัลติมีเดีย หรือการส่งภาพจากกล้องตรวจจับภาพไปยังศูนย์ควบคุมหรือสั่งการ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ PTP 250 ยังเหมาะสำหรับใช้ในการสื่อสารเชื่อมโยงระหว่างอาคาร หรือใช้แทนคู่สายโทรศัพท์ การมีแบนด์วิธสูงทำให้ใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้ง่ายขึ้น อาทิ ระบบโทรศัพท์ VOIP ภายในองค์กร
* พอร์ทโฟลิโอผลิตภัณฑ์ PTP ใหม่ของโมโตโรล่าสนับสนุนระบบการออกแบบและบริหารจัดการ One Point Wireless Suite ส่งผลให้หน่วยงานด้านไอทีประหยัดเวลาในการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าดูระบบเครือข่ายโดยรวม
* ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 รุ่นใหม่ดังกล่าวเหมาะสำหรับผู้ให้บริการที่ต้องการเปิดให้บริการเครือข่าย
บรอดแบนด์แก่ลูกค้าระดับองค์กรและ บริการรับ-ส่งสัญญาณไปยังสถานีฐานแบบบรอดแบนด์
* รัฐบาลประเทศต่างๆ จะได้รับประโยชน์จากการขยายเครือข่ายบรอดแบนด์ในราคาย่อมเยาไปยังพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลเพื่อให้บริการภาครัฐ การศึกษา และการแพทย์ทางอิเล็กทรอนิกส์
* ลูกค้าสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ PTP 230 และ PTP 250 ที่ฝ่ายขายของโมโตโรล่า โซลูชั่นส์และเครือข่ายพันธมิตรซึ่งเป็นสมาชิกโครงการ PartnerEmpower Channel ในไตรมาสที่ 2 ของ
ปี 2554

นายศิวัจน์ โรจนเต็มศักดิ์ ผู้จัดการฝ่ายขาย ประจำประเทศไทย และอินโดจีน บริษัท โมโตโรล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โมโตโรล่า โซลูชั่นส์เล็งเห็นถึงสิ่งท้าทายสำหรับลูกค้าในประเทศไทยทั้งภาครัฐและธุรกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ การลดต้นทุนและการเพิ่มการใช้แอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ที่ซับซ้อนมากขึ้น และอัดแน่นด้วยข้อมูลเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ไวร์เลส อีเทอร์เน็ต บริดจ์ ใหม่ของโมโตโรล่า โซลูชั่นส์สามารถตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้อย่างสมบูรณ์ โดยมีประสิทธิภาพในการเชื่อมโยงแบบบรอดแบนด์สมรรถนะสูง ในราคาที่เหมาะสม และมีเสถียรภาพ การรักษาความปลอดภัย และการสนับสนุนที่ดีเยี่ยม ซึ่งเป็นมาตรฐานคุณภาพของโมโตโรล่าที่เป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายในอุตสาหกรรมไอทีทั่วโลก”

และเสริมว่า “ผลิตภัณฑ์ไวร์เลส อีเทอร์เน็ต บริดจ์ PTP 230 และPTP 250 เหมาะสำหรับลูกค้าระดับองค์กรในไทยที่ต้องการระบบสื่อสารที่มีเสถียรภาพและราคาประหยัด โดยสามารถเชื่อมต่อสัญญาณระหว่างอาคารที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณเดียวกันหรือต่างพื้นที่ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังสนับสนุนแอพพลิเคชั่นการตรวจสอบภาพเพื่อดูแลและคุ้มครองสินทรัพย์ แอพพลิเคชั่นที่มีแบนด์วิธสูง อาทิ การใช้แทนคู่สายโทรศัพท์ ระบบโทรศัพท์แบบ VoIP และระบบเชื่อมต่อสัญญาณโครงข่ายปลายทาง (last mile) ด้วยความเร็วสูง

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม เข้าไปดูได้ที่ :เว็บไซต์ : PTP 200 Seriesพอร์ทัล : The Wireless Networking Pulse
บล็อก : Wireless Insightsทวิตเตอร์ : www.twitter.com/motwireless

โมโตโรล่า โซลูชั่นส์ให้บริการสื่อสารเชื่อมโยงข้อมูลอย่างราบรื่นเพื่อนำข้อมูลถึงมือผู้ใช้แบบเรียลไทม์ ทำให้ลูกค้าสามารถขยายธุรกิจ พร้อมทั้งให้บริการและคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว คล่องตัว และราบรื่นตามต้องการ โดยใช้อุปกรณ์สื่อสารและโซลูชั่นเครือข่ายการสื่อสารไร้สายที่มีประสิทธิภาพสูงระดับโลก ได้แก่ ระบบ LAN แบบไร้สายภายในอาคาร ระบบ mesh แบบไร้สายนอกอาคาร ระบบเครือข่าย point-to-multipoint ระบบเครือข่าย point-to-point และระบบ voice-over-WLAN นอกจากนี้ ยังมีชุดซอฟท์แวร์ทรงพลัง ได้แก่ โซลูชั่นการออกแบบเครือข่ายไร้สาย ระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม ระบบการบริหารจัดการและระบบจัดการแก้ไขปัญหาที่เปี่ยมประสิทธิภาพ โมโตโรล่า โซลูชั่นส์สร้างสรรค์ระบบเครือข่ายการสื่อสารที่มีเสถียรภาพและได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากลูกค้า โดยเปิดให้องค์กรต่างๆ ทั่วโลกเข้าใช้งานได้ทุกที่

View :758
Categories: Press/Release Tags:

โนเกียประกาศวางจำหน่าย Nokia C6 Touch พร้อมแอพใหม่ยอดนิยมจากนักพัฒนาไทย

March 30th, 2011 No comments

กรุงเทพฯ 31 มีนาคม 255 4 – นางสาวนนทวัน สินธวานนท์ หัวหน้าฝ่ายการตลาด และนายจิรพัฒน์ จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้จัดการธุรกิจบริการ บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมแรลลี่ , Let’s App นำสื่อมวลชนสัมผัสประสบการณ์สุดมันส์กับ คอมแพคสมาร์ทโฟน คุณภาพระดับ HD พร้อมสนุกกับแอพพลิเคชั่นยอดนิยมจากนักพัฒนาชาวไทยได้แก่ Postcards แอพแต่งภาพ TaxiSafe แอพเพื่อ ความปลอดภัยบนแท็กซี่ Buddhist Daily แอพภาษาไทยสุดน่ารักเกี่ยวกับพุทธศาสนา และ Every Thai News แอพรวบรวมข่าวสารจากหลายแหล่งข่าว พร้อมประกาศวางจำหน่าย แล้ววันนี้ในราคา 10,990 บาท

C6 Touch เป็นโทรศัพท์มือถือระบบสัมผัสเต็มรูปแบบขนาดกระทัดรัด คุณภาพระดับ HD ด้วยกล้องความละเอียด 8MP สำหรับการถ่ายวีดีโอแบบ HD พรั่งพร้อมด้วยฟีเจอร์ทั้งด้านเครือข่ายสังคมออนไลน์และความบันเทิง ทำจากวัสดุ stainless steel และกระจก หน้าจอ AMOLED ขนาด 3.2 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี ClearBlack ช่วยลดแสงสะท้อนเพื่อความชัดเจนในการมองเห็นเมื่ออยู่ภายนอกอาคารสามารถเชื่อมต่ออีเมล์ ดาวน์โหลดแอพและเกมส์ต่างๆ จาก Ovi Store

ปัจจุบันมีแอพไทยได้รับการดาวน์โหลดมากกว่า 1 ล้านครั้งจากผู้ใช้โนเกียทั่วโลก และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีคอนเทนท์จำนวนนับพันจากนักพัฒนาชาวไทยนับร้อยบน Ovi Store

View :663
Categories: Press/Release Tags:

โนเกียจับมือ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำเปิดตัวโครงการ Tap That App เสริมศักยภาพระบบนิเวศน์การสื่อสารของไทย

March 30th, 2011 No comments

กรุงเทพฯ 28 มีนาคม 255 4 – โนเกียจับมือ 3 มหาวิทยาลัยชั้นนำของไทย ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดตัวโครงการ “ ” เพื่อสนับสนุนระบบนิเวศน์ การสื่อสารของไทย ถือเป็นโครงการ 360 องศาโครงการแรกๆ ในอุตสาหกรรมสื่อสารไร้สายที่สนับสนุนศักยภาพ ในการแข่งขันของนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นของไทย

นายชูมิท คาพูร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ด้วยจำนวนที่เพิ่มขึ้นของผู้ใช้โทรศัพท์มือถือและความต้องการแอพพลิเคชั่น ที่สอดคล้องกับความสนใจของผู้ใช้ในประเทศทั้งผู้บริโภคทั่วไปและองค์กร ธุรกิจ โนเกียจึงมีนโยบายสนับสนุนนักพัฒนาไทยทุกระดับ ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้เป็นการเปิดโอกาสสำหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นแอพพลิเคชั่นมือถือสำหรับ ให้ผู้บริโภคดาวน์โหลดได้จริงผ่าน Ovi Store” พร้อมเสริมว่า “โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายในการ จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในกลุ่มเยาวชน สนับสนุนนวัตกรรมของไทย และเพิ่มศักยภาพให้กับนักพัฒนาเลือดใหม่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อระบบนิเวศน์การสื่อสารของไทยในภาพรวม ”

โนเกียพร้อมด้วยมหาวิทยาลัยทั้ง 3 แห่งจะ จัดตั้ง Mobile Innosphere Center เพื่อเป็นแพลทฟอร์มชั้นเยี่ยมสำหรับนักศึกษาในการร่วมพัฒนาแอพพลิเคชั่นและบริการบนมือถือ พร้อมเปิดประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมสื่อสารไร้สาย ศูนย์ดังกล่าวเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และค้นพบนวัตกรรมสื่อสารไร้ สายที่สามารถเปลี่ยนแปลงไลฟสไตล์ได้ โดยนักเรียนและคณาจารย์จากทั้ง 3 มหาวิทยาลัยจะได้รับการฝึกอบรมด้านการพัฒนานวัตกรรมแอพพลิเคชั่น โดยเทรนเนอร์จากโนเกีย โดยใช้เทคโนโลยีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นและเว็บ อาทิ Qt, Java, และ Window Phone หลังการฝึกอบรม นักศึกษาจะได้รับการสนับสนุนในการนำความคิดของตนมาพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่น ความคิดสร้างสรรค์ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นบน Ovi Store ให้ประชาชนทั่วไปได้ดาวน์โหลด

มหาวิทยาลัยที่มียอดการดาวน์โหลดสูงสุดจะได้รับโอกาสแสดงแอพพลิเคชั่นทั้งหมดในงาน Developer Summit หรือ Connection ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสสู่อุตสาหกรรมการสื่อสารไร้สายในระดับสากล

นัก ศึกษาและคณาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับความรู้ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น ตั้งแต่การทำความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภค การคิดอย่างสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยี การพัฒนาแอพพลิเคชั่น และการตลาด ซึ่งเป็นประสบการณ์ความรู้ที่หาได้ยาก นอกจากนี้ ยังถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักพัฒนาชาวไทยได้เข้าถึงตลาดโลกผ่าน Ovi Store ซึ่งท้ายที่สุดแล้ว โครงการนี้จะสร้างนักพัฒนารุ่นใหม่ที่มีความสามารถในการแข่งขัน และเพิ่มศักยภาพให้กับอุตสาหกรรมแอพพลิเคชั่นของไทย

มร.แกรี่ ชาน หัวหน้าฝ่ายความสัมพันธ์นักพัฒนา ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตะวันออกเฉียงใต้ โนเกีย กล่าว ว่า “โนเกียมีพันธะสัญญาในการสนับสนุนนักพัฒนาและระบบนิเวศน์การสื่อสารของไทย ด้วยความร่วมมือกับนักพัฒนา ผู้วางตลาดแอพพลิเคชั่น โอเปอเรเตอร์ และองค์กรทางวิชาการต่างๆ เราจะสร้างระบบนิเวศน์ที่ขับเคลื่อนนวัตกรรม มอบประสบการณ์การใช้งานที่เป็นประโยชน์และดีเยี่ยมให้กับผู้บริโภค และสร้างโอกาสมากขึ้นให้กับระบบนิเวศน์การสื่อสารไร้สายของไทย”

โครงการ Tap That App จะดำเนินการตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงธันวาคม 2554 ในประเทศไทย โครงการดังกล่าวยังมีการดำเนินงานในประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์

View :757
Categories: Press/Release Tags: ,

โนเกียร่วมกับเทส – แอมและ จุฬาฯ ฉลองความสำเร็จโครงการรณรงค์รีไซเคิล มือถือ “จุฬาฯ รักษ์โลก”

March 30th, 2011 No comments

พร้อม วางแผนขยายกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมไปยั งเครือข่าย

กรุงเทพฯ 29 มีนาคม 255 4 – โนเกีย เทส-แอม และจุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมฉลองความสำเร็จของโครงการ “จุฬาฯ รักษ์โลก” ซึ่งเป็นโครงการรณรงค์การรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือเพื่อเชื่อมโยงให้ผู้คนได้มีบทบาทในการสร้าง สรรค์ สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ความสำเร็จของโครงการนำไปสู่การขยายกิจกรรมไปยังโรงเรียนและมหาวิทยาลัยเครือข่ายรวมทั้ งริเริ่ม กิจกรรมใหม่ๆ เพื่อสิ่งแวดล้อม

ตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2553 จนถึงวันที่ 2 มีนาคม 2554 โนเกียและเทส-แอมซึ่งเป็นบริษัทรีไซเคิลได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยศูนย์ความเป็นเลิศแห่งชาติด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและของเสียอันตราย (ศสอ.) ดำเนิน โครงการ “จุฬาฯ รักษ์โลก” ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมให้กับ นิสิตจุฬาฯ และประชาชนทั่วไปผ่านการนำโทรศัพท์มือถือมารีไซเคิล ผลจากการประชาสัมพันธ์ของนิสิตที่เข้าร่วมเป็นทูตโนเกียให้เพื่อนๆ และประชาชนนำโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์เสริมที่ไม่ใช้แล้วมา ทิ้งลง กล่องรีไซเคิล 19 จุด

ทั่วมหาวิทยาลัย ทางโครงการฯ สามารถเก็บรวบรวมโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้แล้วได้ เกือบ 1,800 เครื่องและอุปกรณ์เสริม มาก กว่า 2,000 ชิ้น (แบตเตอรี่ ที่ชารจ์ หูฟัง ฯลฯ ) และสื่อสารให้กับนิสิตและบุคลากรจุฬาฯ กว่า 40,000 คนได้รับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของการรีไซเคิล

ในพิธีปิดโครงการที่จัดขึ้นใน วันนี้ ทูตโนเกียที่ สามารถเก็บรวบรวมโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้แล้วเพื่อรีไซเคิลได้มากที่สุด ได้แก่ น.ส. ยุพดี วัฒนะชาติ และ น.ส. พิชญาภา รักษาราษฎร์ สองนิสิตคู่หู จากคณะสหเวชศาสตร์ ซึ่งได้รับรางวัลใหญ่ ไป ชมโรงงานรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์และยูนิเวอร์แซลสตูดิโอ ที่ สิงคโปร์ ส่วนรองชนะเลิศได้รับรางวัล เงินสดและ โทรศัพท์มือถือโนเกีย นอกจากนี้ โนเกียและเทส-แอมยังได้ร่วมกันบริจาคเงินจำนวน 110,000 บาท (ประมาณ 3,600 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ) เข้ากองทุนสิ่งแวดล้อมของจุฬาฯ ตาม ข้อตกลงว่า ทุกๆ 1 เครื่องที่โครงการฯ เก็บรวบรวมได้ โนเกียและเทส-แอมจะร่วมสมทบทุน 2 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ

ศ.นพ. ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า “ จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีความยินดี เป็น อย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับโนเกียและเทส-แอมดำเนินโครงการจุฬาฯ รักษ์โลกและขอขอบคุณที่ทั้งสองบริษัทได้บริจาคเงินสมทบกองทุนสิ่งแวดล้อมของ จุฬาฯ โดยเราจะนำเงินจำนวนนี้สมทบกับงบประมาณของจุฬาฯ จัดกิจกรรมรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสิ่งแวด ล้อมอย่างต่อเนื่องในหมู่นิสิต ชุมชน โรงเรียนใกล้เคียงและประชาชนทั่วไป นอกเหนือจากการรณรงค์รีไซเคิลโทรศัพท์มือถือแล้ว เราจะส่งเสริมให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา
เพื่อสิ่งแวดล้อมอื่นๆ เช่น การร่วมนำขยะมารีไซเคิลในสัปดาห์รีไซเคิลขยะและการร่วมปลูกป่าชายเลน เป็นต้น”

ด้วย เงินสมทบกองทุนสิ่งแวดล้อมจากโนเกียและเทส-แอมและงบประมาณเพิ่มเติมจากสำนักบริหารงานกิจการนิสิตแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทางศสอ.ร่วมกับสำนักบริหารงานกิจการนิสิตจะร่วมกันดำเนิน โครงการรณรงค์การรีไซเคิล ต่อไปใน ปีนี้ โดย จะมีกิจกรรมใหม่ ๆ เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับนิสิตและบุคลากรจุฬาฯ และภาคส่วนต่างๆ อาทิ

· การ รณรงค์การรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือที่ไม่ใช้แล้วและกิจกรรมบูธให้ความรู้ เรื่องความสำคัญของการรีไซเคิล ณ โรงเรียนและมหาวิทยาลัยเครือข่าย

· การจัดงาน “ สัปดาห์รีไซเคิล ”

· การจัดค่ายสิ่งแวดล้อม กิจกรรมปลูกป่า และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ

มร . ฟรานซิส ชอง ผู้จัดการด้านสิ่งแวดล้อมประจำภูมิภาค โนเกีย เอเชียแปซิฟิกตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “ แม้ความร่วมมือภายใต้โครงการ “ จุฬาฯ รักษ์โลก ” จะจบลงในวันนี้ แต่โนเกียยังคงร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงาน / องค์กรอื่นๆ อาทิ กรมควบคุมมลพิษเพื่อจัดทำโครงการรณรงค์การรีไซเคิลโทรศัพท์มือถืออย่างต่อเนื่องในปีนี้”

มร . ลุค สโคลเตอ แวน มาสท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเทส – แอม ( ประเทศไทย ) จำกัด กล่าวว่า “ สำหรับเทส – แอม ความสัมพันธ์กับโนเกียมีความหมายมากกว่าการเป็นบริษัทที่รับรีไซเคิลโทรศัพท์มือถือ หากแต่เรายังดำเนินกิจกรรมต่างๆ อย่างแข็งขันเพื่อสนับสนุนกิจกรรมรีไซเคิลของบริษัทลูกค้า รวมทั้งค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการเก็บรวบรวมโทรศัพท์มือถือเก่า เรายืนหยัดที่จะร่วมมือกับโนเกียและองค์กรพันธมิตรในการรณรงค์การรีไซเคิลต่อไป ”

View :754

แอร์เอเชีย จับมือ เอ็กซ์พีเดีย ปฏิวัติบริการท่องเที่ยวออนไลน์ในเอเชีย

March 30th, 2011 No comments

ครั้งแรกของการร่วมมือระหว่างสายการบินราคาประหยัดและบริษัทท่องเที่ยวออนไลน์

สิงคโปร์, 29 มีนาคม 2554 – แอร์เอเชีย สายการบินราคาประหยัดที่ดีที่สุดในโลก และ Expedia, Inc. (เอ็กซ์พีเดีย) บริษัทท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเสนอบริการท่องเที่ยวแบบครบวงจรแก่ชาวเอเชียในราคาสุดคุ้ม ทั้งเครื่องบิน โรงแรม และแพ็กเกจท่องเที่ยววันหยุด ซึ่งการจับมือเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้ถือเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างสาย การบินราคาประหยัด (Low Cost Carrier: LCC) และบริษัทตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ (Online Travel Agent: OTA)

ภายใต้ความตกลงการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจครั้งนี้ แอร์เอเชียและเอ็กซ์พีเดียจะร่วมกันบริหารจัดการธุรกิจที่อยู่ภายใต้แบรนด์ Expedia® ของเอ็กซ์พีเดียที่อยู่ในญี่ปุ่น อินเดีย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งธุรกิจภายใต้แบรนด์แอร์เอเชียโกและโกรูมส์ของแอร์เอเชียด้วย การร่วมมือกันครั้งนี้จะดึงศักยภาพของแอร์เอเชียที่เชี่ยวชาญในตลาดภูมิภาค เอเชียกับเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกของเอ็กซ์พีเดียเพื่อให้บริการท่องเที่ยว ที่มีคุณภาพทั้งในภูมิภาคและทั่วโลก

การ ร่วมมือครั้งนี้เพื่อจะให้บริการออนไลน์ในภูมิภาคเอเชีย สำหรับการจองเที่ยวบินแอร์เอเชีย แอร์เอเชีย เอ็กซ์ และแพ็กแกจท่องเที่ยว ซึ่งหมายความว่าจะค้นหาและจองเที่ยวบินแอร์เอเชียแบบออนไลน์ได้ที่ AirAsia.com AirAsiaGo.com และเอ็กซ์พีเดียเท่านั้น นอกจากนั้นการร่วมมือทำให้มีเครือข่ายโรงแรมกว่า 130,000 แห่งทั่วโลก ทำให้สามารถออกแบบแพ็กเกจพิเศษสำหรับลูกค้าชาวเอเชียโดยเฉพาะในราคาที่ ประหยัดคุ้มค่าทั้งในเว็บไซต์ของแอร์เอเชียโกและเอ็กซ์พีเดีย

นอก เหนือการร่วมมือครั้งนี้แล้ว แอร์เอเชียและเอ็กซ์พีเดียกำลังจะร่วมมือเพื่อจัดตั้งให้เอ็กซ์พีเดียเป็น ตัวแทนจำหน่ายบัตรโดยสารเที่ยวบินแอร์เอเชีย ซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจองเที่ยวบินของแอร์เอเชียในทุกเว็บไซต์ของ เอ็กซ์พีเดียทั่วโลก

โท นี่ เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารแอร์เอเชีย กล่าวว่า “การประกาศความร่วมมือระหว่างแอร์เอเชียกับเอ็กซ์พีเดียจะปฏิวัติการให้ บริการท่องเที่ยวออนไลน์ในเอเชีย เนื่องจากปัจจุบันการซื้อบริการท่องเที่ยวออนไลน์กำลังเป็นที่นิยมในภูมิภาค นี้ สองแบรนด์ชั้นนำระดับโลกซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจึงได้มาจับ มือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ประกอบกับเศรษฐกิจของเอเชียที่กำลังเติบโต จึงเป็นโอกาสครั้งใหญ่ที่จะพัฒนากลุ่มแบรนด์ที่อยู่ในใจของลูกค้าให้เติบโต ไปด้วยกัน”

“เรา ยินดีอย่างยิ่งที่เอ็กซ์พีเดียมาร่วมเป็นพันธมิตรกับเรา และยินดีต้อนรับสู่ตลาดเอเชีย ที่ผ่านมาเราใช้เวลาค้นหาพันธมิตรชั้นยอดที่เข้าใจเอเชียและเข้ากันได้กับ แนวทาง ความต้องการ และความมุ่งมั่นของเรา” เฟอร์นานเดสกล่าว

“ที่ผ่านมาแอร์เอเชียทำเรื่อง ‘ ใครใครก็บินได้ ’ ให้เป็นไปได้ และด้วยการจับมือกับเอ็กซ์พีเดีย เราหวังจะแบ่งปันประสบการณ์เดียวกันนี้ที่เราได้แบ่งปันกับผู้คนมาแล้วมาก มาย เพื่อทำให้ผู้คนได้สัมผัสการเดินทางกับแอร์เอเชียให้กว้างและไกลออกไปอีก” เฟอร์นานเดสสรุป

ด้าน Barry Diller ประธานและผู้บริหารอาวุโสของเอ็กซ์พีเดีย กล่าวว่า “เรากำลังก้าวไปสู่ขั้นตอนสำคัญเพื่อจะพัฒนาตำแหน่งทางธุรกิจในโลก ด้วยการเป็นพันธมิตรกับแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง ที่เราจะได้เข้าไปมีอิทธิพลในตลาดท่องเที่ยวออนไลน์ของเอเชีย”

“เรา ยินดีที่ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับแอร์เอเชีย ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้มีความหมายมาก เรามั่นใจว่าความพยายามครั้งใหม่ระหว่างเอ็กซ์พีเดียและแอร์เอเชียจะสนับ สนุนความความมุ่งมั่นของทั้งสองฝ่าย ที่จะให้ลูกค้าเข้าถึงบริการท่องเที่ยวได้ทั่วโลก เมื่อแอร์เอเชียเป็นสายการบินราคาประหยัดชั้นนำของโลก ขณะที่เอ็กซ์พีเดียมีเทคโนโลยีชั้นยอดที่จะช่วยค้นหาแพ็กเกจท่องเที่ยวหรือ ที่พักได้ทั่วโลก เราจึงคิดว่าความร่วมมือครั้งนี้ทำให้ทั้งแอร์เอเชียและเอ็กซ์พีเดียสามารถ เสนอบริการท่องเที่ยวระดับโลกได้ในราคาที่คุ้มค่า” Diller กล่าว

การร่วมมือครั้งนี้จะร่วมกันบริหารจัดการเว็บไซต์ www.airasiago.com และ www.gorooms.com ของแอร์เอเชีย และเว็บไซต์ของเอ็กซ์พีเดียในเอเชีย ได้แก่ www.expedia.co.jp ในญี่ปุ่น www.expedia.co.in ในอินเดีย www.expedia.com.sg ใน สิงคโปร์ พร้อมกันนี้จะเปิดตัว www.expedia.com.my ในมาเลเซีย และ www.expedia.co.th ในไทยด้วย

View :728
Categories: Press/Release Tags:

ดีแทคบุกตลาด BlackBerry ต่อเนื่อง จัดราคาใหม่ แพ็กเกจใหม่สุดคุ้ม 350 บาทใช้อินเทอร์เน็ตไม่จำกัด

March 30th, 2011 No comments

พร้อมแคมเปญลุ้นแบล็คเบอรี่ฟรี 7 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 7 เครื่อง

29 มีนาคม 2554 – ดีแทคเอาใจสาวกแบล็คเบอรี่ ปรับราคาเครื่องทุกรุ่น พร้อมจัดแพ็กเกจรายเดือนพิเศษสุดคุ้ม Internet Unlimited ให้ลูกค้าใช้แพ็กเกจแบล็คเบอรี่ พร้อมดีแทคอินเทอร์เน็ตได้ไม่จำกัดในราคาพิเศษเพียงเดือนละ 350 บาท นาน 6 เดือน หรือประหยัดกว่า 2,600 บาท เมื่อเทียบกับราคาปกติ พร้อมจัดแคมเปญกระตุ้นตลาด ” ลุ้น ฟรี 7 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 7 เครื่อง ” สำหรับลูกค้าดีแทคที่สมัครแพ็กเกจ ทุกแพ็กเกจหรือเปิดใช้ SIM ของแฮปปี้

ดีแทคจัดราคาพิเศษใหม่ล่าสุดเพื่อส่งเสริมการขายเครื่อง BlackBerry ทุกรุ่น ที่สำนักงานบริการลูกค้าดีแทค และดีแทคเซ็นเตอร์ทั่วประเทศ ดังนี้

· BlackBerry Torch 9800: 18,900 บาท

· BlackBerry Bold 9780: 16,900 บาท

* BlackBerry Curve 9300: 9,990 บาท
* BlackBerry Curve 8520: 6,990 บาท

พร้อมมอบแพ็กเกจพิเศษสุดคุ้ม BlackBerry Internet Unlimit ด้วยค่าบริการเพียงเดือนละ 350 บาท ให้ลูกค้าใช้บริการ BlackBerry Life ไม่จำกัดนานสูงสุด 6 เดือน ประกอบด้วย แชต โซเชียลเน็ตเวิร์ก อีเมล์ พร้อม internet ให้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่จำกัด สำหรับผู้ที่ซื้อเครื่องแบล็คเบอรี่จากดีแทค ทั้ง 4 รุ่นดังกล่าวจากสำนักงานบริการลูกค้าดีแทค และดีแทคเซ็นเตอร์ทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2554 โดยมีรายละเอียดดังนี้

รุ่นโทรศัพท์แพ็กเกจค่าบริการรายเดือนระยะเวลาการรับสิทธิ์สิทธิประโยชน์
s

View :684
Categories: Press/Release Tags: ,