Archive

Archive for September, 2013

โซนีเปิดตัว VAIO Tap 11 วินโดวส์แท็บเล็ทพีซี ที่ใช้ Intel Core Processor ที่บางที่สุดในโลกลงตลาดไทย

September 26th, 2013 No comments

Sony_221
บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด เปิดตัว VAIO® Tap 11 วินโดวส์แท็บเล็ทพีซีที่ใช้ Intel® Core™ Processor Family ที่บางที่สุดในโลก ที่พร้อมเติมเต็มทุกความต้องการใช้งานของผู้ใช้พีซีด้วยดีไซน์ที่แตกต่าง พร้อมคุณสมบัติเฉพาะตัวมากมาย พกพาใช้งานได้สะดวกทุกที่ด้วยน้ำหนักที่เบา และมีความบางเป็นพิเศษเพียง 9.9 มม เท่านั้น (ไม่รวมคีย์บอร์ด) เพื่อรองรับการใช้งานแบบแท็บเล็ท แต่ยังเสริมการใช้งานที่สะดวกสบายในแบบฉบับของของโน้ตบุคด้วย เต็มประสิทธิภาพด้วยพลังในการประมวลผลที่เหมือนกันกับคอมพิวเตอร์ปกติด้วยหน่วยประมวลผล Intel® Core™ Processor พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้สั่งจองผลิตภัณฑ์ล่วงหน้าก่อนวางจำหน่ายจริงตั้งแต่วันที่ วันที่ 13 ถึง 19 กันยายน ศกนี้ ที่ โชว์รูมโซนี่ สโตร์ ร้านโซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านไวโอ้ โปรช็อป ทุกสาขา ในราคา 39,900 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

VAIO® Tap 11 มาพร้อมดีไซน์ภายใต้หลักการเดียวกับสมาร์ทโฟนรุ่น Xperia™ Z ด้วยแนวคิดแบบ Minimalistic การออกแบบเน้นถึงความสมดุล และความสมมาตร มีมุมโค้งมน และพื้นผิวมันวาวที่สะท้อนในทุกด้าน ทำให้ VAIO® Tap 11 มีตัวเครื่องบางที่สุด*ในกลุ่มแท็บเล็ทพีซี

Sony VAIO Tap 11

Sony VAIO Tap 11


นอกจากนี้ VAIO® Tap 11 มาพร้อมกับคีย์บอร์ดขนาดปกติที่มีแม่เหล็กในตัว พร้อมมี Touch Pad ซึ่งสามารถใช้งานแบบไร้สายได้ ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้เต็มที่ และสะดวกเหมือนใช้ในโน้ตบุคพีซี ในทางกลับกัน การแยกส่วนของคียบอร์ดยังทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานในสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ และด้วยแม่เหล็กที่ติดอยู่ภายในช่วยให้สามารถจัดเก็บเข้ากับหน้าจอของเครื่องได้โดยง่ายเพียงประกบเข้าด้วยกัน และใช้เป็นแผ่นป้องกันหน้าจอได้ในตัวอีกด้วย

VAIO® Tap 11 เครื่องนี้ มีโปรแกรมชุด VAIO® Inspiration Suite ที่รองรับความต้องการจากความคิดสร้างสรรค์และจัดการแก้ไขต่างๆได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาปากกาและกระดาษอีกต่อไป โปรแกรมชุด VAIO® Inspiration Suite ประกอบด้วย โปรแกรม CamScanner, VAIO® Paper และ VAIO® Clip ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเกี่ยวกับการจดบันทึกต่างๆได้อย่างสมบูรณ์ เริ่มด้วยการบันทึกภาพและแก้ไขใน CamScanner แล้วใช้โปรแกรม VAIO® Clip ตัดต่อบางส่วนที่ต้องการมาใช้ แล้วเขียนข้อความด้วยปากกา Digitizer ในโปรแกรม VAIO® Paper สะดวกง่ายดายราวกับการใช้งานปากกา และกระดาษจริงๆ

VAIO® Tap 11 มาพร้อม ปากกา Digitizer ของ VAIO® ได้พัฒนาขึ้นให้มีความแม่นยำ และคลาดเคลื่อนน้อยที่สุด ปากกานี้มีหัวปากกาที่เลือกได้ 2 แบบคือ แบบหัวแข็ง ที่มีความฝืดน้อยและแบบหัวนิ่มที่มีความฝืดเหมือนกับการเขียนบนกระดาษจริง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถวาดภาพลงบนหน้าจอได้อย่างแม่นยำที่สุด

หน้าจอแบบ OptiContrast™ ของ VAIO® Tap 11 ยังลดแสงสะท้อนและรองรับการมองที่คมชัด ให้ผลการแสดงภาพที่มีคุณภาพสูงสุดด้วยความสว่างและคอนทราสสูง ทำให้โน้ตบุคเครื่องนี้พร้อมใช้งานได้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องที่แสงจ้า ด้วยการลดช่องว่างระหว่าง Touch Panel Sensor ให้ชิดกับหน้าจอแสดงผล ทำให้การสัมผัสดีขึ้น ตอบสนองได้ฉับไว ให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ที่เยี่ยมยอด
13Fall_VAIOTap11_W_situ01
VAIO® Tap 11 นั้นอัดแน่นไปด้วยสุดยอดเทคโนโลยีทั้งภาพและเสียงจากโซนี่ ด้วย หน้าจอ TRILUMINOS Display for Mobile ที่ทำให้ VAIO® Tap 11 มีการแสดงสีสันที่มากกว่าหน้าจอทั่วไป ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นจากวิศวกรกลุ่มเดียวกันกับหน้าจอของทีวี BRAVIA รุ่นปี 2013 ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะสร้างภาพที่มีสันสดใส สมจริง และเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้
ด้วย ClearAudio+™ ใน VAIO® Tap 11 ยังช่วยให้เสียงเบสที่แน่น เสียงสูงที่ไม่แตกพร่าได้ง่ายๆ เพียงเปิดใช้งาน เมื่อผู้ใช้ต้องการฟังเพลงที่มีรายละเอียดของเสียงสูงหรือต่ำอย่างที่ศิลปินสร้างสรรค์มา

และในส่วนของผู้ใช้ที่ไม่ชอบรอเวลาเปิดเครื่องเพื่อใช้งาน ฟังก์ชั่น Rapid Wake + eco ของ VAIO® Tap 11 จะช่วยขจัดปัญหานี้ให้หมดไป ในขณะที่ยังช่วยทำให้ชั่วโมงการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานยิ่งขึ้นเมื่ออยู่ในโหมด sleep ผู้ใช้พียงแค่ทำการเปิดฝาเครื่องเมื่อต้องการใช้งานโน้ตบุคในวันว่าง หรือวันหยุด เครื่องก็จะพร้อมกลับมาทำงานได้ในทันที

โน้ตบุคอัจฉริยะ VAIO® Tap 11 พร้อมเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่ วันที่ 13 ถึง 19 กันยายน ศกนี้ ที่ โชว์รูม โซนี่ สโตร์ ร้าน โซนี่ เซ็นเตอร์ และร้านไวโอ้ โปรช็อป พร้อมวางจำหน่ายจริงตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม ศกนี้ เป็นต้นไป ในราคา 39,990 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ข้อมูลโซนี่ โทร. 0-2715-6100 หรือเยี่ยมชม www.sony.co.th

View :555

เอไอเอส 3G 2100 จับมือ 3 พาร์ทเนอร์ เปิดปรากฏการณ์ใหม่ครั้งแรกของประเทศไทย กับบริการ “AIS mPAY MasterCard”

September 26th, 2013 No comments

_AEW0009_1

24 กันยายน 2556 : เอไอเอส 3G 2100 ตอกย้ำกลยุทธ์ Ecosystem จับมือ 3 พาร์ทเนอร์ชั้นนำ ได้แก่ มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ , ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) และ บริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด มอบอีกสิ่งดีๆ ที่เข้าใจลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่ชื่นชอบการช้อปออนไลน์ เปิดตัวบริการ “” บัตรช้อปปิ้งบนโลกออนไลน์ ภายใต้แนวคิด “ช้อปออนไลน์ ปลอดภัย ใครๆ ก็ช้อปได้” เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่นำนวัตกรรมพรีเพดมาใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อให้ลูกค้าเอไอเอส ทุกคนสามารถซื้อของออนไลน์จากเว็บไซต์ที่รับชำระผ่านบัตร MasterCard ได้ เพียงเติมเงินเข้าตามจำนวนที่ต้องการใช้ พร้อมทั้งมีความปลอดภัยสูงด้วยมาตรฐาน 3D Secure ที่จะส่ง SMS ให้ลูกค้าทราบเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของทุกครั้งก่อนชำระเงิน ลูกค้าเอไอเอสสามารถใช้บริการ “” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพียงดาวน์โหลด mPAY App จาก App Store หรือ Play Store มาไว้บนมือถือ พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการและซื้อสินค้าออนไลน์ครั้งแรก ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2557 รับเงินคืน 50% สูงสุด 300 บาท ทันที

นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานผลิตภัณฑ์และบริการดิจิตอล บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “หลังจากเอไอเอสเปิดให้บริการ AIS 3G 2100 ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2556 นอกเหนือจากการพัฒนาบริการในรูปแบบที่แตกต่าง เพื่อตอบโจทย์ในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ของลูกค้ามาอย่างต่อเนื่องแล้ว เอไอเอสยังมีบริการ “เอ็มเปย์” ซึ่งมีนโยบายในการดำเนินธุรกิจที่เน้นการให้บริการธุรกรรมทางการเงินบนมือถือแบบครบวงจร เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า
เอไอเอส ในการชำระค่าสินค้าและบริการ รวมทั้งโอนเงินและถอนเงินได้อย่างง่ายๆ ผ่านมือถือ โดยที่ผ่านมาบริการเอ็มเปย์ประสบความสำเร็จ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เห็นได้จากมีจำนวนรายการธุรกรรมทางการเงิน (Transaction) ถึงกว่า 1.2 ล้านรายการ / วัน ซึ่งเติบโตจากปีที่ผ่านมากว่า 30% โดยปัจจุบันมีจำนวนลูกค้ากว่า 1 ล้านราย และตั้งเป้าการเติบโตจนถึงสิ้นปีนี้ไว้ที่ 25%
_AEW9869_1
และเนื่องจากปัจจุบันตลาด e-commerce มีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีผู้บริโภคอีกเป็นจำนวนมากที่ไม่นิยมซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์ โดยมีสาเหตุหลักมาจาก (1) ยังไม่สามารถทำบัตรเครดิตได้ และ (2) ไม่มั่นใจในความปลอดภัยของการใช้บัตรเครดิตชำระค่าสินค้าออนไลน์ ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าว ให้สามารถช้อปออนไลน์ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล เอไอเอส 3G 2100 จึงมีนโยบายในการขยายตลาดบริการ e-commerce ภายใต้กลยุทธ์ Ecosystem โดยการผสานความร่วมมือกับ 3 พาร์ทเนอร์ชั้นนำ ได้แก่ (1) มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ บริษัทชั้นนำด้านนวัตกรรมและการชำระเงินระดับโลก (2) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ผู้นำทางด้านนวัตกรรมการเงินใหม่ๆ และ (3) บริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำทางด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยในการชำระเงินออนไลน์ ร่วมกันเปิดตัวปรากฏการณ์ใหม่ของการช้อปปิ้งออนไลน์กับบริการ “AIS mPAY MasterCard” บัตรช้อปปิ้งบนโลกออนไลน์ ภายใต้แนวคิด“ช้อปออนไลน์ ปลอดภัย ใครๆ ก็ช้อปได้” เพื่อให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถซื้อของออนไลน์จากเว็บไซต์ที่มีสัญลักษณ์ MasterCard ได้อย่างปลอดภัย ไร้กังวล โดยไม่ต้องมีบัตรเครดิต ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่นำนวัตกรรมพรีเพดมาใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน

โดยใน Phase แรก “AIS mPAY MasterCard” เปิดให้บริการรับชำระค่าสินค้าออนไลน์กับร้านค้าที่ใช้ระบบการชำระเงินในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีอยู่กว่า 100,000 ร้าน และจะขยายการให้บริการไปยังทุกร้านค้าออนไลน์ทั่วโลกที่มีสัญลักษณ์ MasterCard ต่อไปในราวต้นปีหน้า

สำหรับวิธีการใช้งาน ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลด mPAY App จาก App Store หรือ Play Store มาไว้บนมือถือ จากนั้นเปิดใช้งานบัตร “AIS mPAY MasterCard” โดยลูกค้าจะได้รับเลขบัตร 16 หลัก , เลข CVC (Card Verification Code) ซึ่งเป็นรหัสความปลอดภัย 3 หลัก และวันหมดอายุ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการชำระค่าสินค้าออนไลน์ ที่มีราคาเริ่มตั้งแต่ 300 – 30,000 บาท / ครั้ง พร้อมทั้งเป็นการทำธุรกรรมทางการเงินที่มีความปลอดภัยสูง ด้วยมาตรฐาน 3D Secure ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ที่จะส่ง SMS ให้ลูกค้าทราบเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของบัตรซื้อสินค้าดังกล่าวก่อนชำระเงินทุกครั้ง

ลูกค้าเอไอเอสเปิดใช้งานบัตร “AIS mPAY MasterCard” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยไม่มีค่าธรรมเนียมในการเปิดบัตร และไม่ต้องใช้เอกสารใดๆ และ พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการและซื้อสินค้าออนไลน์ครั้งแรก ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2557 รับเงินคืน 50% สูงสุด 300 บาท ทันที

_AEW9840_1
ทางด้าน มร. แอนโทนิโอ คอร์โร ผู้จัดการประจำประเทศไทยและพม่า มาสเตอร์การ์ด เวิลด์วายด์ กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า “มาสเตอร์การ์ดเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยี และมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาระบบการชำระเงินโดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือ และด้วยนวัตกรรม virtual card นี้ จะช่วยให้ลูกค้าของเอไอเอสสามารถลงทะเบียนและใช้เลขบนบัตร “AIS mPAY MasterCard” สำหรับการช้อปปิ้งออนไลน์เช่นบนเว็บไซต์ต่างๆ ที่รับบัตรมาสเตอร์การ์ดได้อย่างสะดวกและปลอดภัย ทั้งยังเป็นการช่วยให้ธุรกิจร้านค้าเติบโตได้อีกด้วย นอกจากนี้ การร่วมมือนี้จะเป็นการตอบสนองความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ให้แก่ผู้บริโภคไทย อย่างเช่นกลุ่มวัยรุ่นที่มีความสนใจในการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเหมือนกระเป๋าสตางค์”

ด้าน มร. ฌอง มาร์ค ดาแลร์ ผู้อำนวยการอาวุโส ธุรกิจบัตรเครดิต ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “พฤติกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ของผู้บริโภคในปัจจุบันที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกับกลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุระหว่าง 15 – 30 ปี พบว่าผลิตภัณฑ์ทางการเงินในตลาดในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างครบถ้วนให้กับกลุ่มผู้บริโภคในช่วงวัยดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ยังไม่มีบัตรเครดิต กลุ่มพนักงานที่ไม่พร้อมสมัครบัตรเครดิต และกลุ่มที่ต้องการควบคุมวงเงินในการซื้อสินค้าออนไลน์เป็นต้น ดังนั้น ธนาคารธนชาต ภายใต้แนวคิด “คิดได้ ก็ทำได้” จับมือร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เปิดตัวให้บริการบัตร Virtual Prepaid Card สู่ตลาดเมืองไทยเป็นครั้งแรก เพื่อตอบสนองผู้บริโภคในการช้อปปิ้งออนไลน์อย่างไร้ขีดจำกัดได้อย่างสะดวก สบาย และปลอดภัยอย่างไม่เคยมีมาก่อน”

และ คุณปิยชาติ รัตน์ประสาทพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทูซีทูพี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ทูซีทูพีหันมาพัฒนาและให้บริการด้านการออกบัตรร่วมกับพันธมิตรทั้ง3 โดยเชื่อมโยงความแข็งแกร่งของ MasterCard ในการเข้าถึงร้านค้าทั่วโลก ธนาคารธนชาต ในด้านการเป็นผู้นำเรื่องนวัตกรรมการเงินใหม่ๆ ทูซีทูพี ในด้านเทคโนโลยีและความปลอดภัยในการใช้บัตร และเอไอเอส ที่มีฐานลูกค้าที่กว้างขวาง เพราะพวกเรามีความเชื่อว่าบัตรนี้จะช่วยกระตุ้นยอดการซื้อสินค้าออนไลน์ได้เป็นอย่างดี เนื่องด้วยด้านความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้บัตร ซึ่งมีมาตรฐาน 3D Secure เช่นเดียวกับบัตรเครดิต และบัตรเดบิตของ MasterCard รวมทั้งผู้ใช้ยังสามารถควบคุมวงเงินในบัตรได้ด้วยตนเอง บัตรนี้จึงเหมาะกับกลุ่มคนที่ต้องการซื้อของออนไลน์ทุกคน โดยเฉพาะคนที่ไม่มีบัตรเครดิต หรือคนที่ต้องการความมั่นใจในการชำระเงินออนไลน์มากขึ้น”

View :746
Categories: 3G, Application Tags:

โนเกียพร้อมวางจำหน่าย Nokia Lumia 1020 ในไทย ชูนวัตกรรมการซูมเหนือชั้นให้ภาพคมชัดเหมือนได้ใกล้ชิด

September 26th, 2013 No comments

กรุงเทพฯ 24 กันยายน 2556–โนเกียประกาศวางจำหน่าย Nokia Lumia 1020 สุดยอดสมาร์ทโฟนที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการถ่ายภาพบนโทรศัพท์มือถือ มอบศักยภาพในการถ่ายภาพที่คมชัดเทียบเท่ากล้องดิจิตอล ด้วยเทคโนโลยี PureView พร้อมเซ็นเซอร์ขนาด 41 ล้านพิกเซลเจเนอเรชั่นที่ 2 เลนส์ Zeiss คุณภาพสูง 6 ชิ้นเลนส์ และระบบลดการสั่นไหวของภาพ จึงสามารถถ่าย แก้ไข แบ่งปันภาพและวิดีโอได้ราวกับมืออาชีพ พร้อมขึ้นแท่นผู้นำไลฟสไตล์การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟน

Nokia Lumia 1020 สร้างสรรค์ระบบซูมแบบใหม่ ให้ถ่ายภาพก่อนแล้วเลือกซูมเฉพาะจุดภายหลังเพื่อค้นหารายละเอียดต่างๆ ได้มากกว่าที่ตาเห็นผ่านแอพพลิเคชั่น Nokia Pro Camera เอกสิทธิเฉพาะของโนเกีย ซึ่งมาพร้อมอินเตอร์เฟซ
สวยงาม เข้าใจง่าย แสดงการตั้งค่าต่างๆ ที่ส่งผลต่อภาพหรือวิดีโอที่จะถ่าย ซึ่งโดยปกติจะมีเฉพาะในกล้องถ่ายภาพระดับโปรเท่านั้น ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้การถ่ายภาพแบบมืออาชีพได้ง่ายและรวดเร็ว

Nokia Lumia 1020 ยังมีฟังก์ชั่น dual capture บันทึกภาพ 2 ขนาดพร้อมกันเพียงกดชัตเตอร์แค่ครั้งเดียว ได้แก่ ภาพขนาด 38 ล้านพิกเซลเพื่อแก้ไขตกแต่งภาพได้ไม่รู้จบ และภาพขนาด 5 ล้านพิกเซล เพื่อแบ่งปันบนสังคมออนไลน์

นอกจากจะถ่ายภาพได้คมชัดแม้ในสภาวะแสงน้อย Nokia Lumia 1020 ยังบันทึกวิดีโอได้นิ่ง ไม่เบลอ พร้อมบันทึกเสียงด้วยระบบเสียงสเตอริโอได้แม้ในคอนเสิร์ตที่ดังที่สุดผ่าน Nokia Rich Recording ซึ่งบันทึกเสียงได้ดังกว่าไมโครโฟนของสมาร์ทโฟนแบบเดิมถึง 6 เท่า

นายญาณธน สิมะวานิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Nokia Lumia 1020 นำเสนอการก้าวกระโดดของการถ่ายภาพบนสมาร์ทโฟน ด้วยเซ็นเซอร์ 41 ล้านพิกเซลและแอพพลิเคชั่น Nokia Pro Camera ผู้ใช้งานจึงสามารถถ่ายภาพได้อย่างคมชัด เหมือนได้ใกล้ชิด ทั้งยังมอบศักยภาพในการสร้างสรรค์ ตกแต่งภาพ และแบ่งปันภาพถ่ายได้ทันที โนเกียจึงเป็นผู้นำไลฟสไตล์การถ่ายภาพด้วยสมาร์ทโฟนอย่างแท้จริง”

ด้วยความสามารถปรับแต่ง Live Tile ของระบบปฏิบัติการ Windows Phone ผู้ใช้สามารถโชว์ภาพถ่ายที่สวยงามบนหน้าจอหลักด้วย Photo Tile แบ่งปันภาพถ่ายบนสังคมออนไลน์ได้ทันที และเก็บภาพประทับใจบน SkyDrive ที่สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆ ได้ ทั้งยังมีแอพพลิเคชั่นกว่า 165,000 แอพ รวมถึงแอพตกแต่งภาพมากมายให้เลือกสรร พร้อม 6tag แอพใหม่ที่ให้คุณตกแต่งภาพและแบ่งปันบน Instagram ได้สร้างสรรค์กว่าใคร เปิดใช้งานกล้องสะดวกด้วยปุ่มถ่ายภาพโดยเฉพาะ จึงนับได้ว่า Windows Phone เป็นระบบปฏิบัติการที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพอย่างเหนือชั้น

นอกจากนี้ยังมีบริการโลเคชั่นและแผนที่นำทาง Here พร้อม LiveSight แผนที่แบบ Augmented Reality ให้เห็นภาพจริงของสถานที่ต่างๆ เพื่อค้นหาสถานที่ใหม่ๆ เพื่อทริปถ่ายภาพครั้งต่อไป พร้อมกันนี้ โนเกียยังแนะนำ Nokia Camera Grip อุปกรณ์เสริมที่จะช่วยให้ถ่ายภาพได้นิ่งและถนัดยิ่งขึ้น พร้อมแบตเตอรี่สำรองในตัว ทั้งยังทำงานได้ดีกับแฟลชซีนอนและม่านชัตเตอร์บน Nokia Lumia 1020 ซึ่งปกติจะเป็นฟีเจอร์ที่มีในกล้องถ่ายภาพเท่านั้น

โนเกีย ประเทศไทย เปิดตัว Master Print Pro แอพพิเศษเฉพาะประเทศไทย เพื่อให้ผู้ใช้ Nokia Lumia 1020 ส่งไฟล์ภาพความละเอียดสูงไปยังร้าน Master ผู้ให้บริการด้านภาพถ่ายดิจิตอลชั้นนำของไทยเพื่อสั่งพิมพ์ พิเศษเฉพาะผู้ใช้งาน Nokia Lumia 1020 จำนวน 10,000 ท่านแรก จะได้รับสิทธิสั่งพิมพ์ภาพขนาด 35×20 นิ้ว พร้อมบริการจัดส่งถึงบ้านฟรี

สำหรับนักธุรกิจยังสามารถซื้อขายหุ้นบน Nokia Lumia ได้แล้วด้วยแอพ i2tradePlus โดยมีบริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงค์ กิมเองเป็นบริษัทหลักทรัพย์แรกที่เปิดให้บริการผ่านแอพนี้

Nokia Lumia 1020 จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 26 กันยายน 2513 ที่โนเกียชอป และในงาน Thailand Moblie Expo 2013 ระหว่างวันที่ 3-6 ตุลาคม 2556 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติติ์ และตัวแทนจำหน่ายชั้นนำทั่วประเทศเป็นลำดับต่อไป โดยมี 3 สีให้เลือก คือ เหลือง ขาว ดำ ในราคา 24,990 บาท

ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับ Nokia Lumia 1020 คลิก www.nokia.co.th/lumia1020

View :488

กระทรวงไอซีที – กสทช. – ทีเส็บเผยความคืบหน้าเตรียมงาน ITU Telecom World 2013 พร้อมรับผู้นำไอทีโลกถกรับมือการเปลี่ยนแปลงยุคดิจิตอล

September 26th, 2013 No comments

กรุงเทพฯ / 26 กันยายน 2556 – 3 หน่วยงานผนึกกำลังเป็นเจ้าภาพจัดงาน Telecom World 2013 งานนิทรรศการด้านเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศระดับโลก เผยความคืบหน้าการเตรียมงาน เพื่อรับผู้นำอุตสาหกรรมไอทีทั่วโลกกกว่า 20,000 คนถกแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคดิจิตอลและการพัฒนามาตรฐานด้านไอทีและโทรคมนาคมของโลก ซึ่งประเทศไทยได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดงานนี้เป็นครั้งแรก ในระหว่างวันที่ 19-22 พฤศจิกายนนี้ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

น.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยว่า ITU Telecom World เป็นงานนิทรรศการใหญ่ระดับโลกประจำปีสำหรับผู้อยู่ในอุตสาหกรรมไอทีที่จัดขึ้นโดยสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) “จากการที่ประเทศไทยได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ITU Telecom World 2013 ขณะนี้ คณะกรรมการอำนวยการจัดงาน ซึ่งมีกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เป็นแกนหลัก ได้ประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการประชาสัมพันธ์การจัดนิทรรศการ การอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง พิธีการ ที่พัก ความปลอดภัย และอื่นๆ เชื่อว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นเจ้าภาพในงานนี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยในเวทีโลก และตอกย้ำบทบาทของไทยในการสนับสนุนการพัฒนามาตรฐานและกฎเกณฑ์ในธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของโลก รวมทั้งแสดงศักยภาพของประเทศที่จะเป็นศูนย์กลางด้านไอทีของภูมิภาคต่อไป”

แนวคิดหลักของการจัดงานในปีนี้คือ Embracing Change in a Digital World หรือการเตรียมความพร้อมสู่การเปลี่ยนแปลงในโลกยุคดิจิตอล ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกตระหนักและกำลังร่วมกันเตรียมการเพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีดิจิตอลต่างๆ

หัวข้อหลักที่จะมีการพูดคุยกันในงานนี้ภายใต้แนวคิดหลักดังกล่าว จะเน้น 5 ประเด็น คือ ความเปลี่ยนแปลงในวิธีการสื่อสารของผู้คน ความจำเป็นของโมเดลธุรกิจในยุคข้อมูลเป็นใหญ่ พลวัตความเปลี่ยนแปลงของภาคอุตสาหกรรม การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ตลอดจนความจำเป็นของระเบียบควบคุมใหม่ๆ และกระบวนการวางมาตรฐาน อันเกิดจากการพัฒนาเทคโนโลยีโมบาย โซเชียลเน็ตเวิร์ค คอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิตอลต่างๆ

งาน ITU TELECOM WORLD 2013 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2556 มีกิจกรรมหลายรูปแบบทั้งการประชุม การบรรยาย การอภิปรายโดยผู้แทนและผู้นำของหน่วยงานที่รับผิดชอบการกำหนดมาตรฐานด้านโทรคมนาคมของประเทศต่างๆ รวมถึงผู้นำอุตสาหกรรมไอทีและโทรคมนาคมของโลกเข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังเป็นที่สนใจของโลกไอที เพื่อกำหนดแนวทางอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของโลก

นอกจากนี้ ยังมีการแสดงนิทรรศการและการสาธิตเทคโนโลยี นวัตกรรม โซลูชั่น ผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ด้านสารสนเทศ การสื่อสาร และโทรคมนาคม ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้พบปะ พูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็น และข้อมูลระหว่างกัน รวมทั้งเจรจาโอกาสทางธุรกิจหรือความร่วมมือต่างๆ ร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจโทรคมนาคมและการสื่อสารของโลกต่อไป

อีกส่วนหนึ่งของงานคือการประกวด Young Innovators Competition 2013 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า “social technopreneur” ซึ่งมีความสามารถในการสร้างสรรค์โซลูชั่นด้านการสื่อสารโทรคมนาคม โดย ผู้เข้ารอบสุดท้าย 10 คนที่คัดมาจากผู้สมัครกว่า 600 คนจาก 88 ประเทศทั่วโลก จะได้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อป นำเสนอโครงการ และได้มีโอกาสทำงาน พบปะ หรือทำความรู้จักกับผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมจริง รวมทั้งได้รับโอกาสที่จะได้รับเงินสนับสนุนการพัฒนาสูงสุด 10,000 เหรียญสหรัฐอีกด้วย

# # #

เกี่ยวกับ ITU
ITU เป็นทบวงการชำนัญพิเศษภายใต้สหประชาชาติ ซึ่งมีหน้าที่พัฒนาเครือข่ายเทคโนโลยีข้อมูลและการสื่อสาร ด้วยประวัติการทำงานเกือบ 150 ปี ITU ได้ประสานความร่วมมือในการจัดสรรการใช้คลื่นวิทยุความถี่ของสังคมโลกส่งเสริมความร่วมมือของนานาชาติในการจัดสรรวงจรดาวเทียม ตลอดจนทำงานภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงระบบการสื่อสารโทรคมนาคมพื้นฐานในประเทศกำลังพัฒนา นอกจากนี้ ITU ยังมีบทบาทในการวางมาตรฐานโทรคมนาคมทั่วโลกเพื่อเชื่อมโยงระบบการสื่อสาร คมนาคมรูปแบบต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ITU มุ่งมั่นเชื่อมโยงโลกทั้งใบผ่านระบบสื่อสารต่างๆ ตั้งแต่เครือข่ายบรอดแบนด์ เทคโนโลยีไร้สายยุคใหม่ ระบบนำร่องเพื่อการบินและการเดินทะเล ระบบดาราศาสตร์วิทยุ ระบบพยากรณ์อากาศผ่านดาวเทียม การประสานเทคโนโลยีไร้สายและใช้สายเข้าด้วยกันเพื่อให้สื่อสารได้ทุกที่ทุก เวลา ไปจนถึงเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตและระบบออกอากาศของโทรทัศน์

View :452
Categories: Technology, Telecom Tags:

ดีแทคเปิดโครงการ 1 ล้านชั่วโมงเพื่อเด็กไทย – Internet for All

September 26th, 2013 No comments

dtac_5556
ตั้งเป้า 86 โรงเรียนปีนี้ ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 86 พรรษา

26 กันยายน 2556 – ตอกย้ำนโยบายให้คนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ภายใน 3 ปีด้วยสัญญาณคุณภาพ 3G อินเทอร์เน็ต พร้อมเดินหน้าโครงการ 1 ล้านชั่วโมงเพื่อเด็กไทย – กระจายอินเทอร์เน็ตสู่โรงเรียนครบ 200 แห่งหรือคิดเป็นจำนวนนักเรียนประมาณ 80,000 คนในปีหน้า เชื่อมต่อช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital Divide) มั่นใจนำสู่จุดเปลี่ยนระบบการเรียนการสอนเพื่อความเท่าเทียมกัน ยกระดับการแข่งขันต่างประเทศ รับเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนรวมถึงเป็นการใช้ทรัพยากรคลื่น 3G เกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศ พร้อมแนะนำ “Digital Responsibility” ให้ความรู้การใช้อินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย

นายจอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค กล่าวว่า ภายใต้วิสัยทัศน์ “Internet for All” ของดีแทคที่มีเป้าหมายชัดเจนว่าต้องการให้คนไทยทั่วประเทศสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ภายใน 3 ปี เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันโดยรวมให้กับประเทศ ทั้งนี้สำหรับภาคการศึกษา ดีแทคเชื่อว่าการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านโครงข่าย 3G อินเทอร์เน็ตของดีแทค ไตรเน็ตที่มีคลื่นความถี่มากที่สุดบนแบนด์วิธที่กว้างที่สุด จะช่วยในการเข้าถึงพื้นที่โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ห่างไกล พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วในการใช้งานของอินเทอร์เน็ต และยังเป็นการปลูกฝังการเรียนรู้อย่างยั่งยืนในระยะยาว และนี่คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป

ปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราการเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตในปริมาณที่ต่ำอยู่ มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 26.5 ล้านราย หรือคิดเป็นประมาณ 30% ของประชากรทั้งหมด โดยเป็นอันดับที่ 131 จาก 150 ประเทศ (ข้อมูลจากเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม 2013) เท่ากับว่ายังมีประชากรอีกจำนวนไม่น้อยยังไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งดูจากอัตราการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อผ่านสายโทรศัพท์ประมาณ 10% ขณะที่อัตราเข้าถึงการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของคนไทยคิดเป็น 136% ของประชากร แสดงให้เห็นว่าโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่สามารถช่วยให้การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นได้

สำหรับโอกาสนี้ ดีแทค ได้เปิดโครงการ “1 ล้านชั่วโมงเพื่อเด็กไทย – Internet For All” อย่างเป็นทางการ เพื่อมอบแอร์การ์ดและซิมการ์ด จำนวน 600 ชุด และแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตฟรี 5 กิกะไบต์ต่อเดือน ให้กับโรงเรียนจำนวน 200 แห่ง หรือจำนวนนักเรียนประมาณ 80,000 คน ภายในปี 2557 โดยแบ่งเป็นโรงเรียนละ 3 ชุดหรือมากกว่า รวมเป็น 1 ล้านชั่วโมง โดยจะตั้งเป้าขยายออกไปอีก 3 ปี เพื่อให้เข้าถึงโรงเรียนได้มากกว่า 2,000 แห่ง หรือนักเรียนจำนวนประมาณ 1 ล้านคน โดยโครงการนี้ได้ร่วมมือกับสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สทร. สพฐ) ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ คัดเลือกโรงเรียนเพื่อพิจารณาเข้าร่วมโครงการ โดยในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวครบ 86 พรรษา ทางโครงการตั้งเป้าในการขยายโอกาสสู่โรงเรียนให้ได้ 86 โรงเรียนภายในปี 2556 นี้

“ดีแทคต้องการที่จะเชื่อมต่อช่องว่างในการเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital Divide) โดยได้ทำการสำรวจพบว่าโรงเรียนต่างๆ ในชนบทมีปัญหาการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หรือมีอินเทอร์เน็ตใช้งานแต่ยังไม่พอเพียงและความเร็วจำกัด โดยบางแห่งยังพบว่าขาดแคลนเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการใช้งาน ซึ่งกลายเป็นข้อจำกัดทางการศึกษาตามมา ขณะที่บางแห่งต้องการสัญญาณอินเทอร์เน็ตคุณภาพดี โดยมีสัญญาณคุณภาพ 3G อินเทอร์เน็ตของดีแทคที่สามารถเข้าถึงและใช้บริการได้ จึงเป็นจุดสำคัญที่จะนำมาใช้งานอินเทอร์เน็ตเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน ยิ่งการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี กำลังใกล้เข้ามา การพัฒนาการศึกษาของไทยให้มีความเท่าเทียมกันทั่วประเทศ ยังเป็นการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันของประเทศอีกด้วย” นายจอน กล่าว

โครงการ Digital Responsibility
ในโลกออนไลน์เด็กและเยาวชนควรได้รับการแนะนำถึงโอกาสในการการเข้าถึงข้อดี และข้อเสียของการใช้งานและรู้จักวิธีที่จะจัดการถึงความเสี่ยง เพื่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย ดีแทคเห็นความสำคัญในส่วนนี้จึงเปิดตัวโครงการ Digital Responsibility โดยได้จัดทีมดีแทคอาสาทำดี ( Volunteer) ภายใต้โครงการดีแทคทำดีทุกวันไปให้ข้อมูลในโรงเรียนต่างๆ ในหัวข้อ 1. การสอนใช้งานอินเทอร์เน็ตเบื้องต้นอย่างถูกต้อง 2. การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 3. การใช้งานอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัยและหลีกเลี่ยงการใช้งานที่ไม่เหมาะสม

โครงการ ICT Free WiFi by dtac
นอกจากนี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ Internet for All ดีแทคยังได้มีโครงการ ICT Free WiFi by dtac ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ที่จะนำ WiFi ไปบริการฟรีในพื้นที่โรงพยาบาลของรัฐบาลจำนวน 12 แห่ง ซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินงานอีกด้วย ในส่วนนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยนอกและญาติที่รอตรวจ รวมถึงแพทย์ประจำโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ต่างๆ สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและใช้ประโยชน์ออนไลน์ได้ฟรี โดยคาดว่าจะมีปริมาณคนที่อยู่ในพื้นที่ใช้งานในโรงพยาบาลต่อแห่งต่อวันสูงสุดประมาณ 33,000 คน ดังนั้นจึงคาดว่าเมื่อเปิดให้บริการได้ครบทั้ง 12 แห่งจะสามารถรองรับได้สูงสุดประมาณ 400,000 คนต่อวัน สำหรับการความคืบหน้าในโครงการทางดีแทคจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง

View :354
Categories: 3G Tags: ,

TACGA ดึงเกรแฮมคลาร์ก กูรูแอนิเมชั่น ชื่อดังจากฮอลลีวูด ปั้นผู้ประกอบการไทยหวังผลิตงาน 3มิติ ป้อนตลาดโลก

September 10th, 2013 No comments

TACGA จับเทรนด์ภาพยนตร์ แอนนิเมชั่น 3 มิติ ทั่วโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น พร้อมจัด โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “3 มิติ Stereoscopic for Movie and Animation” 11-13 กันยายน 2556 ณ โรงแรมอโณมา ราชดำริ กับกูรู เกรแฮมคลาร์ก จากฮอลลิวูด เพื่อเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทยรับจ้างผลิตงาน หวังดึงต่างชาติใช้ไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตคอนเทนต์ 3 มิติ

นายนิธิพัฒน์ สมสมาน นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันกระแสความนิยมดูภาพยนตร์ 3 มิติ เพิ่มสูงขึ้นไปทั่วโลก โดยปี 2012 เพียงปีเดียวมีการผลิตภาพยนตร์และแอนนิเมชั่น 3 มิติที่เข้าฉายในโรงภาพยนต์ทั่วโลกมากถึง 44 เรื่อง ประกอบกับโรงภาพยนตร์ โทรทัศน์ได้เพิ่มความสามารถในการรับชมภาพยนตร์ในรูปแบบ 3 มิติเพิ่มมากขึ้นด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงกระแสความนิยมรับชมภาพยนตร์และแอนนิเมชั่น 3มิติของผู้ชมทั่วโลก

ทั้งนี้ด้วยแนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และแอนนิเมชั่นในตลาดโลก สมาคมฯ ซึ่งได้รับการสนับสนุน จากสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จัด “โครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (workshop) 3 มิติ Stereoscopic for Movie and Animation” สำหรับผู้ประกอบการทั่วไป ให้มีศักยภาพเทียบเท่าระดับสากล เพื่อรองรับการจ้างผลิตผลงานในลักษณะ 3 มิติที่เป็นที่ต้องการของตลาดโลก และเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยกลายเป็นแห่งผลิตคอนเทนต์ 3 มิติของโลก

สำหรับวัตถุประสงค์การจัดสัมมนาครั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมการขยายตลาดแอนิเมชั่นและภาพยนตร์ในรูปแบบ3 มิติ ของไทย รวมทั้งผู้ประกอบการได้เรียนรู้และเข้าใจการสร้างงานแอนิเมชันและภาพยนตร์ในรูปแบบ 3 มิติ ส่งเสริมให้เกิด IP (Intellectual Property) และการผลิตงานที่เป็นรูปแบบของ 3 มิติ และสร้างความตื่นตัวและการรับรู้ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ โฆษณา และแอนิเมชั่นของไทยในวงกว้าง

“การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทย ให้เรียนรู้การสร้างสรรค์งานภาพยนตร์และแอนิเมชันในรูปแบบ 3 มิติ ทั้งในเรื่องของเทคนิคการทำงาน กระบวนการทำงานและมุมมองทางศิลปะที่เกี่ยวข้องกับการสร้างสรรค์ผลงาน จะสามารถเพิ่มมูลค่าของงาน อีกทั้งเพิ่มโอกาสทางการขายแอนิเมชันในตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้น” นายนิธิพัฒน์ กล่าว

นายนิธิพัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (workshop) 3 มิติ Stereoscopic for Movie and Animation” จะจัดขึ้นวันที่ 11-13 กันยายน 2556 ณ โรงแรมอโนมา ราชดำริ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญงาน 3 มิติ ระดับโลก เกรแฮมคลาร์ก ปัจจุบันเป็นหัวหน้าฝ่าย Stereography ของบริษัท Stereo D. ซึ่งให้บริการการผลิตและดูแลเรื่องการสร้างสรรค์ความเป็น 3 มิติของภาพยนตร์ยอดนิยมหลายเรื่อง เช่น “JACKASS 3D,” “THOR,” “CAPTAIN AMERICA,” “TITANIC 3D,” “JURASSIC PARK 3D,” “PACIFIC RIM,”and “THE AVENGERS.” เป็นต้น

View :330
Categories: Press/Release Tags:

ผู้บริโภคเจอ “ซิมดับ” ล่วงหน้าก่อนสัมปทานสิ้นสุด เหตุถูกโอนย้ายอัตโนมัติ “หมอลี่” จี้สำนักงาน กสทช. เร่งบังคับผู้ให้บริการมือถือทำตามกฎหมาย

September 10th, 2013 No comments

แม้ยังไม่ถึงวันที่ 15 กันยายน ที่สัญญาสัมปทานการให้บริการมือถือจะสิ้นสุดลง แต่ผู้ใช้บริการมือถือค่ายทรูมูฟบางส่วนประสบปัญหา “ซิมดับ” เรียบร้อยแล้ว หลังถูกโอนย้ายไปยังบริการทรูมูฟ-เอชโดยอัตโนมัติและถูกล็อกห้ามย้ายกลับหรือย้ายไปค่ายอื่นใน 90 วัน “หมอลี่” ชี้การโอนย้ายบริการเป็นสิทธิของผู้บริโภคที่ต้องแสดงเจตนา การที่ผู้ให้บริการกำหนดกติกาว่าใครไม่แจ้งความประสงค์แปลว่าต้องการโอนย้าย เข้าข่ายผิดประกาศของ กสทช. ทั้งเรื่องมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม และเรื่องหลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทั้งนี้ได้ทำหนังสือให้สำนักงาน กสทช. ตรวจสอบข้อกฎหมายพร้อมเร่งดำเนินการให้ถูกต้องแล้ว

จากกรณีสัญญาสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเครือข่ายทรูมูฟและดีพีซีหรือดิจิตอลโฟนกำลังจะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 กันยายน ศกนี้ อันเป็นที่มาให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ออกประกาศ เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวในกรณีสิ้นสุดการอนุญาตสัมปทานหรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือที่ กสทช. เรียกว่า “ประกาศห้ามซิมดับ” แต่ปรากฏว่าในขณะนี้กลับเกิดปัญหา “ซิมดับ” ขึ้นแล้ว โดยตลอดช่วงต้นผู้ใช้บริการของเครือข่ายทรูมูฟมีการร้องเรียนและการโพสข้อความตามเว็บไซต์ต่างๆ จำนวนมาก ว่าประสบปัญหาไม่สามารถใช้บริการได้ตามปกติ โดยบางกรณีเพียงไม่สามารถรับสายได้ แต่บางกรณีใช้ไม่ได้ทั้งโทรออกและรับสาย ภายหลังจากที่ถูกโอนย้ายบริการไปยังเครือข่ายทรูมูฟ-เอช ซึ่งก็เป็นอีกประเด็นที่มีการร้องเรียนและแสดงความคิดเห็นกันมาก เนื่องจากในการโอนย้ายดังกล่าวนั้น ทางผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการไม่ได้เป็นฝ่ายแจ้งความประสงค์ แต่เกิดจากการดำเนินการโดยอัตโนมัติของทางบริษัท

ทั้งนี้ ตั้งแต่ประมาณกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทางบริษัททรูมูฟ ได้เริ่มส่งข้อความสั้น (SMS) ถึงผู้ใช้บริการ แจ้งว่า ทาง กสทช. ได้กำหนดให้บริษัทแจ้งว่าการให้บริการของบริษัทในคลื่น 1800 MHz จะสิ้นสุดลง 15 ก.ย. 56 และจะใช้งานต่อได้ไม่เกิน 15 ก.ย. 57 และเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ในการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ทางบริษัทจะดำเนินการอัพเกรดเลขหมายให้เป็นทรูมูฟเอชโดยอัตโนมัติก่อนวันสิ้นบริการ 15 ก.ย. 56 กรณีไม่ต้องการอัพเกรดจะต้องโทรแจ้ง ซึ่งต่อมาปรากฏข้อความลักษณะเดียวกันบนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทด้วย

เรื่องดังกล่าวมีการวิจารณ์จากผู้ใช้บริการอย่างกว้างขวาง ในประเด็นที่ว่าเป็นรูปแบบของการบังคับโอนย้ายโดยผู้บริโภคไม่ได้เลือก และโอนย้ายก่อนถึงวันสัมปทานสิ้นสุดลง ตลอดจนมีประเด็นกระทบถึงเรื่องสิทธิประโยชน์ เช่น ผู้บริโภคต้องการใช้โปรโมชั่นเดิม หรือบางรายไม่ได้อยากใช้บริการของทรูมูฟเอชและพร้อมจะยุติการใช้บริการไปพร้อมกับการยุติบริการของทรูมูฟ เป็นต้น

ต่อเรื่องนี้ นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า ตนได้รับทราบเรื่องและได้ทำหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. แล้ว เพื่อให้ตรวจสอบว่าการโอนย้ายผู้ใช้บริการโดยอัตโนมัตินั้นเป็นการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และสอดคล้องกับมติ กทค. หรือไม่ ตลอดจนให้สำนักงาน กสทช. กำหนดแนวทางดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วย

“ในส่วนการวิเคราะห์ของผมเห็นว่าเรื่องการโอนย้ายอัตโนมัตินั้นขัดต่อประกาศ กทช. เรื่อง มาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม และเรื่องหลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2549 เพราะไม่เป็นไปตามหลัก “เสนอสนองตรงกัน” ขณะเดียวกันก็ขัดต่อประกาศ กทช. เรื่อง หลักเกณฑ์บริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วย เพราะประกาศข้อ 6 ระบุชัดเขนว่า “การคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นสิทธิของผู้ใช้บริการ” และข้อ 9 กำหนดว่า “ในการขอโอนย้ายผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้ผู้ใช้บริการยื่นคำขอ…” เพราะข้อกำหนดของบริษัทกลายเป็นว่า ใครไม่อยากถูกโอนย้ายต้องเป็นฝ่ายยื่นเรื่อง หากอยู่เฉยเท่ากับยอมรับการโอนย้ายอัตโนมัติ”

กสทช. ประวิทย์ระบุด้วยว่า การกระทำดังกล่าวของบริษัทมีการอ้าง กสทช. ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าเป็นการดำเนินการที่ถูกต้อง ทั้งที่ความจริงที่ กสทช. ให้ทำคือให้แจ้งเรื่องวันสิ้นสุดสัมปทานและแจ้งสิทธิการโอนย้าย นอกจากนี้ในการพิจารณากรณีร่างประกาศเรื่องนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ก็ยืนยันหลักการโอนย้ายตามความสมัครใจของผู้บริโภคมาโดยตลอด การกระทำดังกล่าวจึงขัดกับมติ กทค. ด้วย จึงเป็นหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. ที่จะบังคับให้บริษัทดำเนินการให้ถูกต้องตามมติและตามกฎหมาย

ส่วนประเด็นเรื่องมีปัญหาในการใช้บริการหลังโอนย้ายนั้น กสทช. ประวิทย์ชี้ว่าน่าจะเป็นข้อขัดข้องทางเทคนิค ซึ่งบริษัทจะต้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขต่อไป แต่สิ่งที่มีหลักกฎหมายชัดเจนอยู่แล้วคือ หากผู้บริโภคประสงค์จะโอนย้ายค่ายเมื่อไร ทางผู้ให้บริการจะต้องตอบสนอง ไม่สามารถอ้างเรื่องต้องคงอยู่จนครบ 90 วันได้ เพราะ กสทช. ไม่เคยให้ความเห็นชอบกับการกำหนดระยะเวลาดังกล่าว เป็นหลักเกณฑ์ที่ผู้ให้บริการไปกำหนดกันเอาเอง ดังนั้นจึงขอส่งเสริมให้ผู้ใช้บริการใช้สิทธิ โดยไม่หลงเชื่อคำบอกเล่าของพนักงานของบริษัท และหากประสบปัญหาก็แจ้งร้องเรียนมายัง กสทช. หมายเลข 1200 ได้

View :355
Categories: Press/Release Tags:

ประกาศผลและมอบรางวัลการประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ ประเภท e-Learning ปี พ.ศ. 2555

September 10th, 2013 No comments

DSC09419
งานประกาศผล มอบรางวัลถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี การประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ ประเภท e-Learning ปี พ.ศ. 2556

สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ (TK park) ร่วมกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ได้จัดงานประกาศผลและมอบรางวัลการประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ ประเภท e-Learning ปี พ.ศ. 2555 ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันอังคารที่ 10 กันยายน 2555 เวลา 13.00 – 15.00 น. ณ อุทยานการเรียนรู้ทีเค พาร์ค (ชั้น 8) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ ทีเค พาร์ค กล่าวว่า สำนักงานอุทยานการเรียนรู้ สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จัดตั้งขึ้นตามนโยบายสังคมและคุณภาพชีวิต ภายใต้วัตถุประสงค์เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกถึงพลังแห่งการสร้างสรรค์ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับ มูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ในการจัดฝึกอบรมการสร้างสื่อดิจิทัลให้กับครูทั่วประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ยุคปัจจุบัน ที่การเข้าถึงข้อมูลสารสนเทศอย่างรวดเร็วฉับไวเป็นสิ่งสำคัญ เด็กนักเรียนจำเป็นจะต้องมีแหล่งเรียนรู้ในรูปของสื่ออิเล็กทรอนิกส์มากยิ่งขึ้น การประกวดสื่อดิจิทัล ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมไอซีทีเชิงบวกในเด็ก พัฒนาทักษะด้านไอซีทีให้กับครู และช่วยเพิ่มจำนวนสื่อดีที่จะสะสมในแหล่งเรียนรู้สำหรับเด็กไทย
คุณสุจิตรา สาระอินทร์ ผู้ช่วยผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย กล่าวว่า ในปี พ.ศ. 2556 ที่ผ่านมา ได้มีการอบรมเพิ่มเติมความรู้ในการจัดทำผลงานสื่อดิจิทัลให้สามารถใช้งานในเครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตได้ ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนชั้นประถมศึกษาที่ได้รับแจกแท็บเล็ตจากรัฐบาล มีครูเข้าร่วมการฝึกอบรมมากกว่า 400 คน ในศูนย์ฝึกอบรม 4 ภูมิภาค ได้แก่ สำนักงานเขตการศึกษาประถมศึกษาชัยภูมิเขต 1 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี โรงแรมอมรินทร์ลากูน จ.พิษณุโลก และ ทีเค พาร์ค กิจกรรมต่อเนื่องหลังจากการฝึกอบรม ก็คือ การประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดจำนวนกว่า 135 ผลงาน จากโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ และได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมผู้ทรงคุณวุฒิให้มีทีมที่ผ่านเข้ารอบ 22 ทีมสุดท้าย โดยมีทีมที่ได้รับรางวัลเป็นไปตามรายการแนบท้าย
ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ประธานมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า โครงการนี้จะกระตุ้นให้เกิดการใช้ไอซีทีในทางสร้างสรรค์ ได้แก่ การเพิ่มเนื้อหาข้อมูลดิจิทัลเชิงบวก ซึ่งประเทศของเรายังขาดแคลนมาก ส่วนใหญ่แล้วเรายังเข้าอินเทอร์เน็ตเพื่อดึงข้อมูลจากต่างประเทศ อีกประการหนึ่ง ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพด้านไอซีทีให้กับครู โดยเฉพาะครูในต่างจังหวัดซึ่งขาดโอกาสในด้านนี้ โครงการยังช่วยเสริมนโยบายของรัฐบาลโดยเพิ่มเนื้อหาให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านแท็บเล็ตมากยิ่งขึ้น โดยคณะทำงานจะได้คัดเลือกสื่อขึ้นทูลเกล้าถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อจัดทำสำเนาเผยแพร่ให้กับโรงเรียนและแหล่งเรียนรู้ในความดูแลของพระองค์ท่าน และโรงเรียนอื่นๆ ทั่วประเทศต่อไป

รายชื่อทีมที่ได้รับรางวัล
การประกวดสื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ ประเภทอีเลินนิ่ง (e-learning) ประจำปี 2556

ระดับประถมศึกษา

รางวัล ชื่อผลงาน ชื่อสถาบัน จังหวัด
รางวัลชนะเลิศ กระบี่กระบอง โรงเรียนวัดเศวตฉัตร กรุงเทพฯ
รางวัลชมเชย แอโรบิคขยับกายสบายชีวี โรงเรียนวัดเศวตฉัตร กรุงเทพฯ
รางวัลชมเชย อาเซียน โรงเรียนสวนหม่อน นครราชสีมา
รางวัลชมเชย การดำรงชีวิตของพืช โรงเรียนปทุมานุกูล นครศรีธรรมราช
รางวัลชมเชย การหาพื้นที่รูปสามเหลี่ยมและรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก โรงเรียนบ้านในถุ้ง นครศรีธรรมราช
รางวัลชมเชย แรงและความดัน โรงเรียนอนุบาลชัยภูมิ ชัยภูมิ

ระดับมัธยมศึกษา
รางวัล ชื่อผลงาน ชื่อสถาบัน จังหวัด
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ระบบคอมพิวเตอร์และเทศโนโลยีสารสนเทศ โรงเรียนภูเรือวิทยา เลย
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 สื่อการสอนโครงงานคอมพิวเตอร์ โรงเรียนจ่านกร้อง พิษณุโลก
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 เตรียมความพร้อมก่อนเข้า ป.1 โรงเรียนบึงมะลูวิทยา ศรีสะเกษ
รางวัลชมเชย MOMENTUM โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่
รางวัลชมเชย ฟังคำในหลวง โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย เชียงใหม่
รางวัลชมเชย บทเรียนอีเลิร์นนิ่งคณิตศาสตร์พื้นฐาน ป.5 : เศษส่วน โรงเรียนบึงมะลูวิทยา ศรีสะเกษ
รางวัลชมเชย ระบบจำนวนเต็ม โรงเรียนขุนหาญวิทยาสรรค์ ศรีสะเกษ
รางวัลชมเชย เรียนรู้ สู่อาเซียน โรงเรียนกันทรารมณ์ ศรีสะเกษ

ระดับอุดมศึกษา
รางวัล ชื่อผลงาน ชื่อสถาบัน จังหวัด
รางวัลชนะเลิศ The Adventure of Mate ตอนระบบสุริยะจักรวาล มหาวิทยาลัยบูรพา ชลบุรี
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ2 ภัยมา…ป่าหาย…แก้ไขได้ด้วยมือเรา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร กรุงเทพฯ
รางวัลชมเชย พลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม
รางวัลชมเชย สภาวะโลกร้อน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาสารคาม
รางวัลชมเชย ดนตรีพื้นบ้านไทย 4 ภาค มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาสารคาม
รางวัลชมเชย โลกและการเปลี่ยนแปลง มหาวิทยาลัยศิลปากร นครปฐม
รางวัลชมเชย การดำรงพันธุ์ของสิ่งมีชีวิต วิทยาศาสตร์ ป.5 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กรุงเทพฯ

View :570
Categories: Press/Release Tags:

ดีแทคจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจบันเทิง ทีวี และภาพยนตร์ชั้นนำกว่า 29 ราย เปิดตัวพร้อมให้บริการเต็มรูปแบบ บนแอพพลิเคชั่น Watchever

September 6th, 2013 No comments

Resize of _AEW8401 (1)
5 กันยายน 2556 แอพพลิเคชั่น Watchever เริ่มเปิดให้ลูกค้าได้ใช้งานอย่างไม่เป็นทางการเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง โดยมียอดดาวน์โหลดแล้วกว่า 300,000 ครั้ง และผู้ใช้งานมากกว่า 120,000 คนต่อเดือน วันนี้พร้อมแล้ว ประกาศจับมือกับพันธมิตร อาทิ บริษัท อาร์เอส จำกัด(มหาชน) , บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด, บริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด, บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด(มหาชน),บริษัท พระนครฟิล์ม จำกัด ,บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด และอีกหลายพันธมิตรชื่อดังกว่า 29 ราย ให้บริการความบันเทิงเต็มรูปแบบบนแอพพลิเคชั่น Watchever

ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน)หรือ กล่าวว่า ดีแทคเห็นโอกาสเติบโตจากยอดผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีอยู่กว่า 9 ล้านคน และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของจำนวนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เชื่อมั่นว่าการเปิดตัวเต็มรูปแบบของแอพพลิเคชั่น Watchever ในครั้งนี้จะสามารถเพิ่มศักยภาพให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ด้วยการนำภาพยนตร์ดัง ละครยอดฮิต ซีรี่ย์สุดฮอต การ์ตูน และสารคดี มาให้ความบันเทิงอย่างสะดวกสบาย และเป็นการผลักดันธุรกิจด้านบันเทิง ทีวี และภาพยนตร์ ให้เจริญเติบโตอย่างแข็งแกร่งในยุคดิจิตอล โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร ในการรวบรวมคอนเทนต์เพื่อตอบโจทย์ทุกความบันเทิงให้กับลูกค้า

ปัจจุบันในแต่ละเดือนมียอดการใช้งานวิดีโอสตรีมมิ่งผ่าน Watchever กว่า 350,000 ครั้ง ซึ่งจัดอยู่ในอันดับ 1 ใน 30 สุดยอดแอพพลิเคชั่น ที่มีผู้ดาวน์โหลดสูงสุด Google play และติดอันดับ Top 10 ใน App Store ภายในสัปดาห์แรกที่เปิดให้บริการ ทั้งนี้คาดว่าในช่วงปลายปีนี้ จะมีลูกค้าที่สนใจเพิ่มอีกเป็นเท่าตัว สำหรับ Watchever”

นายฉัตรชัย ตั้งจิตตรง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดรีมเบส อินเตอร์แอ็คทีฟ จํากัดผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น Watchever ให้กับดีแทคกล่าวว่า ”เราไม่หยุดที่จะพัฒนาคุณภาพการใช้งานและเนื้อหาความบันเทิงให้กับลูกค้าอย่างครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ เพื่อนำเสนอสิ่งที่ตรงใจลูกค้าทุกคน โดยเฉพาะให้ชมทีวีสดๆ กว่า 40 ช่อง ภาพยนตร์ทั้งไทยและเทศกว่า 2,000 เรื่อง การ์ตูน สารคดีสุดฮิตนับสิบๆเรื่อง และ
ซีรี่ส์ลิขสิทธิ์ยอดนิยมกว่า 500 episodes ได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น iOS, Android, BlackBerry, Smart TV และ Windows phone นอกจากนี้เรายังเพิ่มฟีเจอร์ใหม่สุดล้ำ “Social TV” ที่สามารถ แชร์ และแชทไปพร้อมๆ กับเพื่อนใน Social Network ขณะชมรายการต่างๆ อีกทั้งเพื่อไม่ให้พลาดรายการสุดโปรด ผู้ใช้งานสามารถตั้งเตือนเมื่อรายการนั้นมาถึงผ่านฟีเจอร์ “My Schedule” ได้อีกด้วย” นายฉัตรชัยกล่าว

ทั้งนี้ ก็ได้เตรียมแพ็กเกจสุดคุ้มให้กับลูกค้าเป็นพิเศษ คือ แพ็กเกจ Buffet รายวัน วันละ 4 บาท และแพ็กเกจ Buffet รายเดือนลดราคาพิเศษเหลือแค่ 69 บาท สามารถดูได้ทั้งภาพยนตร์ดัง ละครยอดฮิต ซีรี่ย์สุดฮอต การ์ตูน และสารคดี แบบไม่จำกัด ลูกค้าแฮปปี้และดีแทคสามารถยังสามารถรับชมทีวีสดๆ กว่า 40 ช่องได้ฟรี แค่ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น Watchever ได้ทั้ง App Store และ Google play หรือ กด *197*5#โทรออกเพื่อรับ link download

View :647

Ericsson Connected Vehicle Cloud ได้รับชัยชนะในการประกาศรางวัลของ CTIA E-Tech

September 4th, 2013 No comments

· โซลูชั่น Connected Vehicle Cloud ของอีริคสันได้รับรางวัลชนะเลิศ สาขา Enterprise Solution – General Business

· การแข่งขันในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมส่งผลงานเกือบ 300 ชิ้น โดยมีเกณฑ์การให้คะแนนทั้งในด้านความแปลกใหม่ ความสามารถในการใช้งาน ความสำคัญทางเทคโนโลยี การนำไปใช้งานได้จริง และ ความรู้สึก ‘ว้าว’โดยรวม

· โซลูชั่นด้านการขนส่งและยานยนต์นี้ จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจที่ดีสำหรับผู้ประกอบการในตลาดยานยนต์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถเข้าถึงผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ผ่านแนวทางใหม่

อีริคสันได้รับเลือกให้เป็นผู้ชนะในการแข่งขัน 2013 CTIA Emerging Technology (E-Tech) Awards ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับนวัตกรรมใหม่ล่าสุดทางการสื่อสารไร้สายที่โดดเด่น ทั้งสำหรับผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น mobile apps, ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้บริโภค, ตลาดองค์กรและ vertical markets รวมทั้งเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โซลูชั่น Connected Vehicle Cloud ของอีริคสัน ได้รับรางวัลชนะเลิศในสาขา Enterprise Solution – General Business โดยผ่านเกณฑ์การให้คะแนนทั้งในด้านความแปลกใหม่ ความสามารถในการใช้งาน ความสำคัญทางเทคโนโลยี การนำไปใช้งานได้จริง และ ความรู้สึก ‘ว้าว’ โดยรวม

“เกณฑ์การตัดสินในปีนี้ เน้นไปที่ผลกระทบและแรงบันดาลใจที่ได้จากอุตสาหกรรมการสื่อสารไร้สาย ที่มีต่ออุตสาหกรรมประเภทอื่น และต่อวิถีชีวิตประจำวันโดยทั่วไป เรามีความยินดีที่ได้แสดงวิสัยทัศน์และการประดิษฐ์คิดค้นใหม่ๆจากอุตสาหกรรมของเรา ในงาน CTIA 2013 ซึ่งเป็นงานแสดงสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาเหนือสำหรับตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ เราขอแสดงความยินดีกับอีริคสันที่ได้รับรางวัล E-Tech Award สำหรับโซลูชั่น Connected Vehicle Cloud ในครั้งนี้” คุณโรเบิร์ต เมสิโร รองประธาน และ Show Director ของ CTIA กล่าว

Connected Vehicle Cloud ของอีริคสันได้เปิดโอกาสสำคัญ ทั้งสำหรับผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยานยนต์และเทคโนโลยีด้านอื่นๆ ให้สามารถเข้าถึงผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้ ผ่านแนวทางใหม่ จากการใช้งานผ่าน Ericsson Service Enablement Platform โซลูชั่นนี้จะสามารถเชื่อมต่อสู่กลุ่มผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น, องค์กรของรัฐ, ผู้ผลิตรถยนต์, และกลุ่มผู้บริโภคได้ โดยตั้งเป้าหมายที่จะรองรับความต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งในด้านการปรับเปลี่ยนขนาดของระบบ, ความปลอดภัย และความยืดหยุ่นให้เหมาะสมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ส่งผลให้เกิดประสบการณ์ในการขับขี่ยุคใหม่และโอกาสทางธุรกิจจำนวนมากสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยานยนต์

“อุตสาหกรรมยานยนต์ได้กลายเป็นธุรกิจระดับโลกมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ และการสร้างการเชื่อมต่อระหว่างยานยนต์ จำเป็นต้องใช้โมเดลทางธุรกิจใหม่ที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลกำไรที่ดีและช่วยพัฒนาศักยภาพที่มีอยู่ภายในอุตสาหกรรมนี้ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น รวมทั้งเชื่อมต่อรถยนต์เหล่านี้เข้ากับอุตสาหกรรมอื่นที่มีการเชื่อมโยงในลักษณะเดียวกันได้ต่อไป” กล่าวโดย คุณเพอร์ บอร์กคลินท์ ประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่าย Business Support Solutions ของอีริคสัน “โซลูชั่น Connected Vehicle Cloud ถูกสร้างขึ้นบนความสามารถของเครือข่ายโทรคมนาคมที่ก้าวหน้า จึงทำให้เกิดการพัฒนาอย่างมากเพื่อประสบการณ์การขับขี่ยุคใหม่ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่นวัตกรรมของเราได้รับการยอมรับถึงศักยภาพที่จะช่วยพัฒนาตลาด ‘connected car’ ให้ประสบความสำเร็จได้ยิ่งขึ้นไป”

นวัตกรรมจำนวนเกือบ 300 ผลงานได้เข้าร่วมแข่งขัน และมีการคัดเลือกโดยคณะกรรมการของ CTIA E-Tech ที่ประกอบไปด้วยผู้เชี่ยวชาญระดับสูงอันเป็นที่นับถือ ผู้สื่อข่าว และนักวิเคราะห์ การประกาศผลรายนามผู้ชนะในสาขาต่างๆ ได้จัดขึ้นในระหว่างงาน CTIA Conference ที่ Sands Expo & Convention Center ณ เมืองลาสเวกัส

ข้อมูลเพิ่มเติมของ Ericsson Vehicle Cloud solution และ Ericsson Operations Support and Business Support Solutions สามารถดาว์โหลดได้ที่

http://www.ericsson.com/ourportfolio/transport-and-automotive-industry/connected-vehicle-cloud

View :716