Home > Internet, Press/Release, Social Media/ Social Network > เทรนด์ ไมโคร เผยผลวิจัยพบอันตรายที่มาจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในองค์กร

เทรนด์ ไมโคร เผยผลวิจัยพบอันตรายที่มาจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในองค์กร

แม้ว่าการใช้สื่อสังคมออนไลน์จะช่วยกระตุ้นยอดขายได้ แต่องค์กรธุรกิจควรรับรู้ไว้ว่าเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์สามารถเป็นพาหะภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้เช่นกัน

องค์กรธุรกิจจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นเครื่องมือชี้วัดที่สำคัญอย่างหนึ่งสำหรับวัดการขยายบทบาทของตนในตลาด โดยจะเห็นได้ว่าในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ได้กลายเป็นผู้สนับสนุนที่มีความสำคัญเพิ่มขึ้นในด้านการส่งเสริมการขายและการตลาด อย่างไรก็ตามแม้ว่าจำนวนการใช้ไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์จะเพิ่มสูงขึ้น แต่หลายองค์กรยังขาดความรู้เกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นและภัยคุกคามที่มีสื่อสังคมออนไลน์เป็นพาหะ ซึ่งไม่ต้องพูดถึงการมีนโยบายควบคุมที่สามารถดูแลพนักงานของตนได้อย่างครอบคลุม ด้วยเหตุนี้ ค่าใช้จ่ายด้านการละเมิดความปลอดภัยซึ่งเป็นผลมาจากการใช้แพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์จึงมีจำนวนมากกว่าผลประโยชน์ที่พึงจะได้รับ

รายงานจากนีลเซนระบุว่า 74% ของประชากรอินเทอร์เน็ตโลกเข้าชมไซต์บล็อก (blog) หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ และพบว่าจุดที่ใช้ในการเข้าร่วมในสื่อสังคมออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะอยู่ในที่ทำงานเป็นส่วนใหญ่ ขณะที่รายงานของการ์ทเนอร์ระบุว่า การใช้สื่อสังคมออนไลน์ในที่ทำงานกำลังขยายตัวอย่างมากโดยจากการสำรวจพบว่าพนักงานเกือบครึ่งมีการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์และ 18.5% มีความชำนาญหรือมีหน้าที่รับผิดชอบในด้านการวางแผน ประเมิน หรือเลือกสื่อสังคมออนไลน์มาใช้ภายในองค์กรของตน

“สื่อสังคมออนไลน์กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในแวดวงธุรกิจ เราพบว่าบริษัทหลายแห่งได้ปรับใช้ไซต์เครือข่ายเสมือนให้เป็นเครื่องมือทำการตลาดเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดของตนหรืออยู่เหนือคู่แข่งในตลาด อย่างไรก็ตาม หลายรายมองข้ามความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ภายในไซต์เครือข่ายสังคมดังกล่าว” ไมลา ปิลาโอ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีหลัก ศูนย์วิจัยเทรนด์แล็บส์ บริษัท อิงค์กล่าว

ด้วยจำนวนผู้ใช้งานกว่า 500 ล้านราย ทำให้ Facebook กลายเป็นเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด อย่างไรก็ตามอาชญากรไซเบอร์เองก็ได้มองเห็นโอกาสในการใช้ Facebook เป็นพาหะแพร่มัลแวร์หรือสร้างการโจมตีด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น สแปมเมอร์ใช้ Facebook เพื่อแพร่ลิงก์ที่เป็นอันตรายซึ่งมักจะนำไปสู่การดาวน์โหลดมัลแวร์โดยอาศัยผู้ใช้เป็นนกต่อล่อลวงบุคคลอื่นๆ ให้ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ด้วยเหตุนี้ บริษัท เทรนด์ ไมโคร จึงได้รวม Facebook ไว้ในรายชื่อสิ่งที่มีอันตรายที่สุด 10 อันดับแรกโดยพิจารณาจากการโจมตีที่เกี่ยวข้องกับ Facebook ซึ่งได้รับการรายงานอยู่บ่อยครั้ง

เช่นเดียวกับเครื่องมือค้นหาอื่นๆ Twitter ได้กลายเป็นแหล่งรวมลิงก์ที่เป็นอันตราย โดยอาชญากรไซเบอร์ได้ใช้ประโยชน์จากพฤติกรรมของผู้ใช้ที่มักจะติดตามหัวข้อที่กำลังได้รับความสนใจ (trending topics) และกระตุ้นให้ผู้ใช้ทำการค้นหาข้อมูล จากนั้นเมื่อผู้ใช้ Twitter คลิกลิงก์ที่เป็นอันตรายก็จะถูกนำไปยังเพจที่มีมัลแวร์แฝงอยู่

หลุมพรางจากการเข้าใช้ไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์โดยไม่ระวังตัวจะครอบคลุมตั้งแต่การปรับเปลี่ยนเส้นทางแบบง่ายๆ ไปจนถึงการทำให้ระบบติดเชื้อได้อย่างซับซ้อน “นอกจากไวรัสหรือมัลแวร์ การลวงให้คลิกไลค์ (likejacking) แอพพลิเคชั่นอันตราย และสแปมทวิตเตอร์แล้ว องค์กรธุรกิจกำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงหากพนักงานของตนโพสต์ข้อความหรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและไม่เหมาะสมที่นำไปสู่การเปิดเผยที่ตั้งสำนักงาน ปัญหาการเมืองภายในองค์กร โครงการลับ กลยุทธ์ หรือสภาพภายในสำนักงาน เป็นต้น” ไมลา กล่าว

ในการบล็อกภัยคุกคามที่มาจากการใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ของพนักงาน มีหลักการที่สำคัญอยู่ไม่กี่ข้อซึ่งองค์กรธุรกิจควรนำไปปรับใช้ ได้แก่ 1) สร้างแนวทางเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อควบคุมพฤติกรรมพนักงานและแนะนำให้พนักงานพึงระวังในสิ่งที่พวกเขาเผยแพร่ทางออนไลน์ 2) ปรับใช้และปรับปรุงการป้องกันแบบหลายชั้นเป็นประจำ 3) ติดตามตรวจสอบสินทรัพย์สื่อสังคมออนไลน์ทั้งหมดและบันทึกการสื่อสารทั้งหมดไว้ 4) พัฒนาแผนการสื่อสารและการดำเนินการที่เหมาะสมสำหรับกรณีการเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ และข้อสุดท้ายแต่ไม่ใช่ท้ายสุด จัดแคมเปญรณรงค์ให้เกิดการตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ใช้เพื่อช่วยให้พนักงานเข้าใจและสำนึกในคุณค่าของสินทรัพย์ข้อมูลองค์กร รวมถึงผลที่ตามมาในกรณีที่สินทรัพย์นั้นตกอยู่ในภาวะอันตรายด้วย

View :1533

Related Posts

  1. No comments yet.
  1. No trackbacks yet.
You must be logged in to post a comment.