ดีเดย์ 30 มิถุนายนนี้ เริ่มราคาใหม่ค่าบริการโอนย้ายค่ายมือถือ หรือบริการคงสิทธิเลขหมาย เหลือ 29 บาท ลดจากราคาเดิม 99 บาท

June 29th, 2013 No comments

กสทช. ประวิทย์เผย กทค. ลงมติแล้วตั้งแต่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชวนผู้ใช้บริการร่วมใช้สิทธิและเชื่อว่าผู้ให้บริการไม่เบี้ยว เพราะเป็นฝ่ายเสนอราคานี้เอง

นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภคและสิทธิเสรีภาพของประชาชน เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการพยายามกำหนดกติกาเพื่อพัฒนาระบบการโอนย้ายค่ายมือถือ หรือบริการคงสิทธิเลขหมาย (Mobile Number Pertability – MNP) ซึ่งคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทค. มีการดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว อันประกอบไปด้วยมิติต่างๆ ทั้งการพัฒนาคุณภาพบริการให้รวดเร็วขึ้น การขยายจุดการให้บริการ ตลอดจนการลดราคาค่าบริการ ซึ่งสำหรับค่าบริการนั้น กทค. ตัดสินแล้วในการประชุมครั้งที่ 19/2556 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้กำหนดให้ค่าธรรมเนียมการโอนย้ายผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในเพดานอัตราไม่เกิน 29 บาทต่อเลขหมาย โดยราคานี้ให้รวมภาษีมูลคาเพิ่มด้วย

“มติ กทค. บอกว่า ให้ผู้ประกอบการกำหนดใช้ค่าธรรมเนียมอัตราดังกล่าวโดยเร็ว ทั้งนี้โดยต้องเริ่มใช้บังคับภายในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ตามมติจึงแปลว่า กทค. อยากให้ผู้ประกอบการเร่งการใช้อัตราใหม่เร็วที่สุด จะเริ่มวันไหนก็ได้ แต่วันที่ช้าที่สุดที่รับได้ก็คือวันที่ 30 มิถุนายน การที่มีข่าวว่าให้เริ่มใช้อัตราใหม่วันที่ 1 กรกฎาคม จึงเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะมติใช้คำว่า “ภายในวันที่ 30” นะครับ ไม่ได้ใช้คำว่า “ภายหลัง” หรือ “นับตั้งแต่” วันดังกล่าว ผมจึงอยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าใจมติให้ถูกต้อง โดยเฉพาะผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนมติได้ ทั้งยังเป็นการยื้อให้ผู้บริโภคต้องเสียโอกาสที่จะได้ประโยชน์”

อย่างไรก็ตาม กสทช. ประวิทย์ระบุว่า เชื่อว่าผู้ให้บริการจะให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ เนื่องจากที่มาของอัตราราคาใหม่นั้นเป็นข้อเสนอร่วมของผู้ให้บริการเอง ไม่ใช่ราคาที่ กทค. คิดขึ้นมาแต่อย่างใด เพียงแต่ กทค. กำหนดนโยบายชัดเจนว่าต้องมีการลดราคาค่าบริการนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาที่มีการเก็บราคา 99 บาทนั้น พบว่าสูงกว่าราคาต้นทุนมาก ประกอบกับกำลังมีการขยายปริมาณการโอนย้ายต่อวันขึ้นเป็น 300,000 ราย จากปัจจุบันที่มีการโอนย้ายได้เพียงไม่ถึง 10,000 ราย ดังนั้นจึงจะส่งผลทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงมาก เป็นเหตุให้มีการทบทวนราคาในที่สุด

View :404

ทรูมูฟ เอช ชวนสัมผัสประสบการณ์ 4G LTE บน iPhone5, iPad with Retina display และ iPad mini

June 25th, 2013 No comments

พร้อมใช้ 4G LTE ฟรี นานสูงสุด 1 ปี และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

กรุงเทพฯ 25 มิถุนายน 2556 – ทรูมูฟ เอช ตอกย้ำความเป็นผู้นำเครือข่าย 4G LTE รายแรกและ 3G ที่ครอบคลุมมากที่สุดในไทย สัมผัสประสบการณ์ 4G LTE แรงเต็มสปีด พร้อมมอบสิทธิสุดพิเศษให้ลูกค้าที่ใช้ iPhone 5, รุ่น Wi-Fi+Cellular และ iPad mini ให้ใช้ 4G LTE ฟรีสูงสุด 1 ปี พิเศษสุด! เมื่อซื้อ iPhone 5 พร้อมสมัครแพ็กเกจ Free Size, XL, XXL รับสิทธิ์ใช้ 4G LTE เพิ่มอีก 2 GB ฟรี ใช้งานนาน 30 วัน หรือนำเครื่อง iPhone รุ่นเก่ามาร่วมแคมเปญ Trade-in ได้ที่ร้านทรูช้อป ทั่วประเทศ

ดร. ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มด้านการพาณิชย์ กลยุทธ์การขายและรีเทล / ทรูไลฟ์สไตล์รีเทล บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำ iPhone เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยเป็นรายแรก ผนวกกับเป็นผู้ให้บริการ 4G LTE รายแรกของไทย ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นของทรูมูฟ เอช ที่จะนำเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาให้คนไทยได้ใช้งานเช่นเดียวกับทั่วโลก พร้อมต้อนรับลูกค้าให้สัมผัสประสบการณ์การใช้งาน 4G LTE ได้จริง ทรูมูฟ เอช จึงมอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าที่ใช้ iPhone 5, iPad with Retina display รุ่น Wi-Fi+Cellular และ iPad mini ใช้ 4G LTE ได้ฟรีนานสูงสุด 1 ปี ตามปริมาณการใช้งานดาต้าที่ระบุไว้ในแต่ละแพ็กเกจ ซึ่งรองรับการรับส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น ดาวน์โหลดเร็วกว่า 3G+ ถึง 3 เท่า อัพโหลดเร็วกว่า 3G+ ถึง 5 เท่า เร็วแรงไม่มีสะดุด รองรับแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ในอนาคต โดยเฟสแรกจะใช้ได้ในพื้นที่สำคัญๆ ก่อน อาทิ สยามสแควร์ สีลม สาทร โรงพยาบาลศิริราช บางส่วนของเส้นทางรถไฟฟ้า BTS, MRT, Airport link สนามบินสุวรรณภูมิ และถนนสายสำคัญ เช่น ถ.พระราม9 ถ.เพชรบุรี ถ.สุขุมวิท ถ.พระราม4 ถ.พระราม6 พร้อมเปิดให้บริการอีกในเขตปริมณฑล ทั้งนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และภายในสิ้นปีนี้จะขยายต่อไปในหัวเมืองหลัก อีก 15 แห่ง ได้แก่ พัทยา หัวหิน ชะอำ เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย นครปฐม อยุธยา พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และสงขลา”

ทรูมูฟ เอช มอบส่วนลดค่าเครื่องเพิ่ม 500 บาท เมื่อซื้อ iPhone 5, iPad with Retina display รุ่น Wi-Fi + Cellular และ iPad mini พร้อมจดทะเบียนรายเดือนใหม่ หรือย้ายค่ายเบอร์เดิมมายังทรูมูฟ เอช พิเศษสุด ลูกค้าใหม่ที่สมัครแพ็กเกจ Free Size 599, XL 899, XXL 999 สำหรับ iPhone 5 และ Net (i) 599, Net (i) 799, Net (i) 899 สำหรับ iPad with Retina display (รุ่น Wi-Fi + Cellular) และ iPad Mini รับสิทธิ์ใช้งาน 4G LTE เพิ่มฟรีอีก 2 GB เป็นเวลา 30 วัน ของรอบบิลแรกที่เปิดใช้บริการ สมัครวันนี้ ถึง 30 กันยายน 2556

พร้อมจัดแคมเปญ “Trade-in” อำนวยความสะดวกให้ผู้เป็นเจ้าของ iPhone 4S, iPhone4 และ iPhone 3GS สามารถนำเครื่องรุ่นเก่ามาแลกซื้อ iPhone 5 โดยมอบส่วนลด ค่าบริการรายเดือน 50% นาน 6 เดือน และใช้งาน 4G LTE ฟรี เมื่อสมัครแพ็กเกจ XL 899 และ XXL 999 ที่ร้านทรูช้อป ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคมนี้

Screen Shot 2556-06-25 at 8.00.32 PM
ทั้งนี้ ลูกค้าที่ใช้ iPhone 5, iPad with Retina display รุ่น Wi Fi + Cellular และ iPad mini สามารถอัพเดทซอฟท์แวร์เป็น iOS 6.1 ขึ้นไป จากนั้นเข้าไปตั้งค่าเครื่องเพื่อใช้บริการ 4G LTE โดยเข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > เกี่ยวกับ (About) และทำตามขั้นตอนจนการอัพเดทเสร็จสมบูรณ์ และสามารถอัพเกรดซิม 4G LTE ได้ฟรีตั้งแต่วันนี้ที่ร้านทรูช้อป

ทรูมูฟ เอช ผู้นำเรื่องสมาร์ทโฟนในประเทศไทย พร้อม iPhone Master เป็นบุคลากรที่ได้รับการรับรองจาก Apple ซึ่งเป็นกลุ่มแรกของประเทศไทย พร้อมให้คำปรึกษาเรื่อง iPhone และ iPad ที่ร้านทรูช้อป ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมและตรวจสอบพื้นที่บริการ 4G LTE ได้ที่ www.truemove-h.com

View :467

เอไอเอส ควงแขน “วงใน” เว็บพาชิมชื่อดัง ต่อยอดแอพฯ นำทาง AIS Guide&Go แนะนำร้านอร่อย

June 25th, 2013 No comments

_AEW9502_2

ตอกย้ำความเป็นตัวจริงด้านแอพพลิเคชั่น เดินหน้าจับมือพันธมิตรชั้นนำ HOOD DUDE ผู้พัฒนาซอฟแวร์เนวิเกชั่น และ เว็บไซต์พาชิมชื่อดัง ต่อยอดแอพพลิเคชั่นระบบนำทางอัจฉริยะบนมือถือ “AIS Guide&Go” ให้บริการค้นหาร้านอาหารรอบตัว และแนะนำที่กิน รีวิวร้านอร่อยทั่วประเทศ พร้อมระบบนำทางไปยังจุดหมาย โดยจุดเด่นของบริการอยู่ที่รีวิวที่มาจากคนที่ไปใช้บริการมาจริงๆ มาแบ่งปันเมนูเด็ด, แชร์รูปภาพ, รสชาติอาหาร, บรรยากาศร้าน และรายละเอียดของร้านอาหาร รวมทั้งแสดงเรตติ้งความนิยม ให้ผู้ใช้ระบบนำทางได้ทราบประกอบการตัดสินใจก่อนเลือกเดินทางไปใช้บริการ ซึ่งมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับร้านอาหารและรีวิวเตรียมไว้ให้เลือกเป็นจำนวนมากถึงกว่า 80,000 รีวิว จากสมาชิกของวงในที่มีมากกว่า 600,000 ราย

ความร่วมมือในการต่อยอดแอพฯ AIS Guide&Go ในครั้งนี้ ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของนวัตกรรมระบบนำทางอัจฉริยะ ด้วยการนำคอนเทนต์แนะนำร้านอาหารอร่อยมาเติมเต็มไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่รักสนุก ชื่นชอบการรับประทานอาหาร เป็นการสร้างคุณค่าเพิ่มให้กับแอพพลิเคชั่นนำทางบนมือถือ ที่มอบความคุ้มค่าให้กับผู้ใช้มากกว่าอุปกรณ์นำทางบนรถยนต์ทั่วไป

ลูกค้าเอไอเอสสามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น AIS Guide&Go ได้แล้ววันนี้ เพียงโทร. *900 แล้วรอรับลิงค์ หรือผ่านทาง App Store สำหรับ iOS หรือ Play Store สำหรับ Android พิเศษ! ทดลองใช้ฟรี 30 วัน จากนั้นสามารถเลือกแพ็กเกจเพื่อใช้งานได้ ทั้งแบบรายเดือน 49 บาท, รายปี 499 บาท

View :495

กระทรวงไอซีที จับมือ 13 หน่วยงาน ยกระดับ TKC เป็นคลังความรู้แห่งชาติ

June 25th, 2013 No comments

นายไชยยันต์ พึ่งเกียรติไพโรจน์ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ (Thailand Knowledge Center: ) ระหว่าง สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กับ 13 หน่วยงาน/สถานศึกษา ณ ห้องสัมมนา 5209 อาคารสัมมนา 1 มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ถนนแจ้งวัฒนะ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ว่า กระทรวงไอซีทีได้จัดทำโครงการพัฒนาศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ () ขึ้น เพื่อต้องการพัฒนาเว็บไซต์ศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ (www..go.th) ให้เป็นเว็บหลักของประเทศไทยในการให้บริการข้อมูลสารสนเทศและความรู้แก่ประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Knowledge Base Society) ซึ่งสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของวุฒิสภาที่ต้องการให้กระทรวงไอซีทีดำเนินการสร้างคลังความรู้แห่งชาติ

ตลอดระยะเวลา 8 ปี นับตั้งแต่ปี 2548 มาจนถึงปัจจุบัน การดำเนินการโครงการศูนย์กลางความรู้แห่งชาติ (TKC) ของกระทรวงไอซีที ได้มีการพัฒนาทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ เพื่อรองรับการจัดเก็บที่ทันสมัย รวมทั้งสามารถรวบรวมและจัดเก็บองค์ความรู้ในรูปแบบที่หลากหลาย สะสมองค์ความรู้ในศาสตร์สาขาวิชาต่างๆ จำนวนมาก โดยองค์ความรู้ที่มีอยู่บนเว็บท่า TKC นั้น จะมีการพัฒนาต่อยอด เพิ่มพูนประสบการณ์จากบุคลากรผู้สนใจในสาขาต่าง ๆ ตลอดเวลา สามารถใช้เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ของคนรุ่นใหม่ที่ใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกช่องทางหนึ่ง นอกจากนั้นยังได้มีการพัฒนาเนื้อหาสาระ (Content) และโปรแกรมประยุกต์ (Application) ที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อการศึกษา การสาธารณสุข การป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน ศาสนาและวัฒนธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการดำรงชีวิตประจำวัน เป็นต้น ซึ่งเป็นการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำของประชาชนในการเข้าถึงสารสนเทศและความรู้ รวมทั้งได้ใช้เทคโนโลยีการจัดทำเว็บไซต์ในรูปแบบเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) และสารานุกรมเสรี (Wikipedia) เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ มีการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดความรู้บนเว็บไซต์ไปเผยแพร่ในวงกว้างบนเครือข่ายสังคมออนไลน์ และยังสามารถแก้ไขปรับปรุงองค์ความรู้ให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน

“สำหรับความร่วมมือระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที กับ 13 หน่วยงาน/สถานศึกษา ได้แก่ กระทรวงวัฒนธรรม กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เทศบาลนครสงขลา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยนเรศวร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยศรีปทุม สถาบันทักษิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ และสำนักงานเครือข่ายช่วยลดอุบัติเหตุ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการดำเนินงานในโครงการดังกล่าวให้ประสบผลสำเร็จแล้ว ยังถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ (Knowledge Base Society) ได้ในที่สุด รวมทั้งเอื้อต่อการเข้าถึงองค์ความรู้ ข้อมูลข่าวสารเพื่อการศึกษาอย่างยั่งยืนและทั่วถึงอีกด้วย” นายไชยยันต์ฯ กล่าว

View :375

ทรูมันนี่ ตอกย้ำผู้นำธุรกรรมการเงิน e-Money เปิดตัวนวัตกรรมการเงิน TrueMoney Wallet

June 25th, 2013 No comments

ชูฟังก์ชั่น Scan & Pay รายแรกในไทย พลิกโฉมรูปแบบการจ่ายบิล ตอบโจทย์สมาร์ททุกการใช้จ่าย
for press02

กรุงเทพฯ 25 มิถุนายน 2556 – แสดงศักยภาพผู้นำธุรกรรมด้านการเงินยุคดิจิทัล ภายใต้แนวคิด “สมาร์ททุกการใช้จ่าย” ด้วยนวัตกรรม “” แอพพลิเคชั่นที่โดดเด่นด้วย 3 บริการ ทั้งเติมเงิน (Top up) โอนเงิน (Transfer) และชำระบิล (Bill Payment) พร้อมแนะนำฟังก์ชั่นใหม่ล่าสุด Scan & Pay ครั้งแรกในไทย ชูจุดเด่น ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย เสมือนมีเคาน์เตอร์ชำระเงินอยู่ในมือ ใช้ได้ทุกเครือข่าย จ่ายบิลได้มากกว่า 80 บิล มั่นใจมียอดผู้ดาวน์โหลด 3 แสนรายภายในสิ้นปีนี้ พร้อมตั้งเป้ายอดรายได้เพิ่มขึ้น 15% หรือคิดเป็นมูลค่า 1,900 ล้านบาท ตามการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาด e-Money และการชำระเงินทั่วโลก

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ทรูมันนี่ เป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของกลุ่มทรู ที่ทำให้ภาพความเป็นผู้นำคอนเวอร์เจนซ์ ไลฟ์สไตล์ ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเป็นกลไกสำคัญที่แสดงให้เห็นขีดความสามารถในการหลอมรวมบริการต่างๆ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า สอดคล้องกับแนวโน้มการขยายตัวของบริการ e-Money ที่เติบโตตามตลาดอี-คอมเมิร์ซ และดิจิทัล คอนเทนต์ ทั่วโลก โดยทรูมันนี่ในฐานะผู้นำธุรกรรมการเงิน e-Money พร้อมตอบโจทย์แนวคิด “สมาร์ททุกการใช้จ่าย” อำนวยความสะดวก เอาใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ทั้งในเมืองและในพื้นที่ห่างไกล ที่มีแนวโน้มซื้อสินค้าและบริการออนไลน์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้ได้รับบริการธุรกรรมทางการเงินที่สะดวกและต้นทุนต่ำ ผ่านเครือข่ายมือถือ อินเทอร์เน็ต และจุดรับชำระเงินทรูมันนี่ที่มีมากถึง 5,000 จุดทั่วประเทศ เพื่อนำสังคมไทยก้าวสู่อนาคตทางการเงินยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง
for press 01
นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรู มันนี่ จำกัด กล่าวถึงทิศทางการดำเนินงานและเป้าหมายของทรูมันนี่ในปี 2556 ว่า “ทรูมันนี่ ปรับโฉมภาพลักษณ์ใหม่ ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคดิจิทัลที่ต้องการเก็บเงินและใช้จ่ายเงินผ่านมือถือ โดยเปิดตัวนวัตกรรม “TrueMoney Wallet” ให้ผู้ใช้บริการสามารถจัดการทุกเรื่องเกี่ยวกับการเงินได้ด้วยตัวเองผ่านแอพพลิเคชั่น ซึ่งประกอบด้วย 3 บริการหลัก ได้แก่ เติมเงิน (Top up) โอนเงิน (Transfer) และบริการชำระบิล (Bill Payment) ซึ่งล่าสุด นำเสนอฟังก์ชั่นใหม่ Scan & Pay ครั้งแรกในเมืองไทยที่ลูกค้าสามารถชำระค่าบริการต่างๆ ด้วยตัวเอง เสมือนมีเคาน์เตอร์ส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง ใช้ได้ทุกเครือข่าย จ่ายได้กว่า 80 บิล

บริการชำระบิล (Bill Payment) ด้วยฟังก์ชั่น Scan & Pay ของ TrueMoney Wallet ออกแบบขึ้น เพื่อช่วยขจัดปัญหาและความยุ่งยากที่ลูกค้าต้องเจอในการชำระบิลค่าใช้บริการต่างๆ ในแต่ละเดือน โดยลูกค้าสามารถทำรายการชำระค่าบริการทุกอย่างที่ต้องการได้ด้วยตัวเองผ่านสมาร์ทโฟน เพียงใช้กล้องถ่ายรูปสแกนบาร์โค้ดเท่านั้น นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวก และสมาร์ทขึ้นอีกขั้นให้ลูกค้าสามารถดูรายการย้อนหลัง แจ้งเตือนการชำระบิลเพื่อให้ลูกค้าไม่พลาดการจ่ายบิลอีกต่อไป และยังสามารถเก็บไว้ในรายการโปรดเพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการใช้งาน

สำหรับบริการเติมเงิน (Top up) ของ TrueMoney Wallet ผู้ใช้บริการสามารถเติมเงินค่าโทรศัพท์เกมออนไลน์ ชั่วโมงอินเตอร์เน็ต Facebook ได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน
TrueMoney Wallet app
ในส่วนของบริการโอนเงิน (Transfer) ของ TrueMoney Wallet ง่ายๆ ด้วยการใช้แค่เบอร์มือถือ สะดวก รวดเร็ว เหมือนมีตู้เอทีเอ็มส่วนตัว ติดตัวไปด้วยตลอดเวลา ให้ลูกค้าโอนเงินไปยังบัญชีทรูมันนี่ หรือบัญชีธนาคารของผู้รับโอน โดยผู้รับจะสามารถถอนเงินออกที่ตู้เอทีเอ็มของธนาคารชั้นนำได้ทันที

ทั้งนี้ นวัตกรรมดังกล่าวจะเพิ่มขีดความสามารถของทรูมันนี่ ให้เป็นเสมือนกระเป๋าเงินอัจฉริยะบนมือของทุกๆคน โดยตั้งเป้ายอดรายได้เพิ่มขึ้น 15% หรือคิดเป็นมูลค่า 1,900 ล้านบาท เป็นไปตามการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาด e-Money และการชำระเงินทั่วโลก ซึ่งจากข้อมูลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักงาน กสทช.ในปีที่ผ่านมา พบว่าคนไทย 68 ล้านคน มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตประมาณ 24 ล้านคน และมีผู้ใช้โมบายล์ อินเทอร์เน็ตสูงถึง 17.8 ล้านคน ในจำนวนนี้ มีผู้ที่เปิดใช้บริการ eWallet แล้ว จำนวน 6 ล้านคน โดยทรูมันนี่เปิดให้บริการแก่ลูกค้ามือถือทุกค่าย

แอพพลิเคชั่น TrueMoney Wallet เปิดให้ดาวน์โหลดได้ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2556 สำหรับผู้ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android ภายในเดือนตุลาคมนี้

View :697

ไอดีซีระบุตลาดพีซีในไทยไตรมาสแรกยังหดตัวลงอีก 20% ชี้เวนเดอร์ต้องหาช่องทางเปิดตลาดใหม่

June 24th, 2013 No comments

24 มิถุนายน 2556 – จากการศึกษาตลาดเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ของไอดีซีเอเชียแปซิฟิก พบว่าตลาดพีซีของประเทศไทยในไตรมาสที่ 1 ของปี 2556 มีอัตราการเติบโตที่ลดลง อันเป็นผลมาจากความต้องการซื้อที่ลดลงโดยเฉพาะกลุ่มตลาดผู้บริโภคภาคครัวเรือน โดยมีอัตราการเติบโตลดลงถึงร้อยละ 20 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีที่ผ่านมา และมียอดจัดส่งเพียงแค่ 800,000 เครื่องเท่านั้น

ความต้องการใช้งานพีซีของภาคครัวเรือนได้อ่อนแรงลงอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายไตรมาสแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อตัวแทนจำหน่ายในทุกระดับ ที่ต้องพยายามรักษาสภาพคล่องทางการเงินไว้

โดยนายจาริตร์ สิทธุ นักวิเคราะห์สายงานศึกษาตลาดไคลเอนท์ ดีไวซ์ ประจำไอดีซีประเทศไทยระบุว่า “ตัวแทนจำหน่ายในช่องทางต่าง ๆ ได้พยายามมาแก้เกมด้วยการลดปริมาณสำรองสินค้าพีซี เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับดีไวซ์ที่ซื้อง่ายขายคล่องกว่าอย่าง แทบเลต”

“นอกจากนี้การขาดแคลนชิ้นส่วนหน้าจอระบบสัมผัสยังส่งผลทำให้เวนเดอร์ไม่สามารถนำพีซีจอทัชสกรีนเข้ามาทำตลาดได้อย่างเพียงพอ จนไม่สามารถกระตุ้นความต้องการซื้อได้มากนักและส่งผลให้ปริมาณการใช้งานระบบปฏิบัติการณ์ใหม่อย่าง Window 8 มีน้อยกว่าที่คาดไว้ด้วย” เขากล่าวเสริม

แต่ตลาดพีซีไทยยังคงได้รับข่าวดี เนื่องจากแรงซื้อโดยรวมของกลุ่มธุรกิจยังคงเติบโตเพิ่มมากขึ้น จากความต้องการใช้งานอย่างต่อเนื่องของภาคธุรกิจทั้งจากภาครัฐฯ และภาคเอกชนต่าง

“แม้ว่าความต้องการใช้งานในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็กจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดซึ่งเป็นผลพวงมาจากการปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศ แต่องค์กรภาครัฐฯ และธุรกิจขนาดใหญ่ก็ยังคงเพิ่มปริมาณการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงซื้อหลักมาจากกลุ่มธุรกิจสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และกลุ่มสถานพยาบาล”

ไอดีซีเชื่อว่าตลาดพีซีของประเทศไทยในปี 2556 มีแนวโน้มที่ไมม่สดใสนัก โดยตลาดเริ่มหดตัวลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ ปี 2555 และ ไอดีซีคาดว่าภาวะซบเซานี้ยังจะคงมีให้เห็นตลอดทั้งปี 2556

นายแดเนียล ผัง ผู้จัดการสายงานศึกษาตลาดไคลเอนท์ ดีไวซ์ของอาเซียน ของไอดีซีเอเชียแปซิฟิก กล่าวเสริมว่า “ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะหันไปซื้อสมาร์ทโฟนและแทบเลตอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้นจากภาครัฐฯ และองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่มากพอที่จะชดเชยกำลังซื้อที่อ่อนลงจากกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็กได้ โดยเริ่มมีสัญญาณให้เห็นว่าตลาดเริ่มอิ่มตัว และไอดีซีเชื่อว่า ผู้ค้าต่างๆ ต้องมุ่งมุ่งขยายตลาดนอกเหนือจากแค่ในหัวเมืองใหญ่ของประเทศ เพื่อเจาะตลาดใหม่ๆ ที่ยังมีความต้องการใช้งาน และเพื่อทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างยั่งยืน”

เอเซอร์กลับมามีส่วนแบ่งตลาดที่เพิ่มขึ้นอีกครั้งใน ไตรมาส 1 ปี 2556 ส่วนหนึ่งเนื่องจากที่คู่แข่งยังประสบปัญหาในเรื่องของสินค้าคงคลัง แต่กระนั้นเอเซอร์เองยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันจากคู่แข่งขันที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเช่น เลอโนโว และซัมซุง ส่วนเดลล์และเอชพีนั้นยังคงประสบปัญหาในการเจาะตลาดภาคครัวเรือน ถึงแม้ว่าเดลล์จะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาดของตนเองได้บ้างจากความสำเร็จในทำการตลาดกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและเล็กก็ตาม

View :450

คอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2013 ยอดขาย 4 วัน 3,000 ล้าน

June 24th, 2013 No comments

บรรยากาศงานคอมมาร์ต เน็กซ์เจน 2013 ในวันแรก

เออาร์ไอพี สรุปยอดขายงานคอมมาร์ต เน็กซ์เจน 4 วัน ประสบความสำเร็จเกินคาด แม้ตลาดไอทีทรงตัวมาตั้งแต่ต้นปี ชี้ลากยาวจนถึงปลายปี งานนี้สร้างเม็ดเงินในช่วงกลางปีได้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ชัดเจนว่าเทรนด์ไอทีสินค้าไฮบริดมาแรง ยอดโหลดแอพฯ ด้านการศึกษาฟรีล้นหลาม

นายพรชัย จันทรศุภแสง ผู้อำนวยการธุรกิจสื่อไอทีและการศึกษา บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้าไอทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “คอมมาร์ต” กล่าวว่า ที่ผ่านมา ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ สามารถสร้างเม็ดเงินสะพัดตลอดงานทั้ง 4 วันกว่า 3,000 ล้านบาท แม้ตลาดไอทีตั้งแต่ต้นปีเริ่มทรงๆ ส่วนหนึ่งมาจากปัญหาเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญคือการที่ผู้บริโภคมีอุปกรณ์ไอทีอยู่แล้ว ทำให้เกิดการชะลอซื้อสินค้าตัวใหม่ หรือรอสินค้าไอทีที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่า แต่ด้วยสินค้าที่เป็น เทรนด์ของเทคโนโลยี และโปรโมชันที่ผู้ค้านำมาแข่งขันกันในงาน ทำให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าที่ตั้งไว้

“เออาร์ไอพี พอใจกับภาพรวมการจัดงานคอมมาร์ตครั้งนี้ เราสามารถช่วยคู่ค้าทำยอดขายได้ตามเป้า แม้แนวโน้มตลาดไอทีตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปีไม่หวือหวามากนัก แต่คาดว่าทั้งปีจะมีอัตราการเติบโตของตลาดรวมทั้งหมดมากกว่า 10% แน่นอน ยอดขายในงานคอมมาร์ตครั้งนี้จึงเป็นดัชนีวัดว่าความต้องการทางด้านไอทีของผู้บริโภคยังสูงอยู่ ผู้ที่มาชมงานซื้อสินค้ามากกว่า 1 ชิ้นขึ้นไป งานนี้เห็นได้ชัดเจนว่าโน้ตบุ๊คไฮบริด สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตแบรนด์ดังได้รับความนิยมขายดีมาก และ โดยเฉพาะอุปกรณ์เสริมต่างๆ อาทิ แบตสำรอง คีย์บอร์ดไร้สาย เคส รวมทั้งโปรโมชันสินค้าราคาถูกสุดๆ ที่ผู้ค้าต่างงัดกลยุทธ์ในเรื่องของราคา ของแถมเต็มที่สอดรับกับกำลังซื้อของผู้บริโภค จึงทำให้งานคอมมาร์ตครั้งนี้สามารถรักษายอดขายภายในงานไว้ได้เป็นที่น่าพอใจ” นายพรชัย กล่าว

นายพรชัย กล่าวต่อว่า สินค้าที่ขายดีในงาน คอมมาร์ต เน็กซ์เจน ไทยแลนด์ 2013 กลางปีนี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มและกระแสความต้องการใช้งานไอทีในตลาดครึ่งปีหลัง ทั้งในการใช้เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และลดต้นทุน แม้ว่าเศรษฐกิจชะลอตัวหรือมีปัญหาทางด้านการเมือง แต่เทคโนโลยีไอทีก็ยังเป็นครื่องมือสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างปฏิเสธไม่ได้ และผู้ใช้ทั่วไปก็จำเป็นต้องใช้ไอทีในการเพิ่มความสะดวกสบาย และตอบสนองไลฟ์สไตล์ส่วนตัว สำหรับการให้สิทธิ์โหลดแอพพลิเคชันด้านการศึกษาฟรี สำหรับผู้ที่ซื้อแท็บเล็ตแอนดรอยน์ทุกรุ่น ทุกค่ายในงาน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีผู้สนใจโหลดเป็นจำนวนมาก

ด้านทิศทางของการจัดงานคอมมาร์ตในปี 2013 ครั้งต่อไป ยังคงมุ่งมั่นนำเสนอการจัดงานที่เน้นการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยในชีวิตประจำวันและทางธุรกิจมาจัดแสดง รวมทั้งยึดมั่นในหลักการที่ต้องการให้ผู้เข้าเยี่ยมชมงานได้รับความคุ้มค่าในด้านต่างๆ มากที่สุด ทั้งคุณภาพ ราคา หรือความคุ้มค่าในการรับความรู้ทางเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยจะเดินหน้าร่วมกับพันธมิตรจัดงานคอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์ 2013 และสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.commartthailand.com

View :364

dtac TriNet Phone สมาร์ทโฟนสายพันธุ์ใหม่ กับแนวคิด “สมาร์ทกว่ากับดีแทคสมาร์ทโฟน” จากดีแทค

June 24th, 2013 No comments

OEM Wallpaper Animal

ดีแทคเปิดตัว กับแนวคิด “สมาร์ทกว่ากับดีแทคสมาร์ทโฟน” สมาร์ทโฟนสายพันธุ์ใหม่ 3 รุ่น 3 สไตล์ : ชีต้าห์ (Cheetah) , โจอี้ (Joey) และ เม๊าซี่ (Mousey) ด้วยสเป็คที่สูงกว่าแต่ราคาสบายกระเป๋า พร้อมรับฟรีค่าเครื่องเมื่อสมัครแพ็กเกจสุดคุ้มทั้งโทรและเน็ตพิเศษสำหรับลูกค้าแฮปปี้และดีแทค รับประกันเครื่องนาน 15 เดือน มีจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ศูนย์บริการดีแทคทั่วประเทศ dtac online store เซเว่น อีเลฟเว่น และร้านขายมือถือทั่วประเทศ สบายใจกับบริการที่มากกว่า พร้อมศูนย์บริการหลังการขายทั่วประเทศ ลูกค้าสามารถเลือกเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการเอสวีโอเอ (SVOA) ทั้ง 12 สาขา,ศูนย์บริการไอฟิกซ์ (iFex)ที่ IT City 50 สาขาทั่วประเทศหรือศูนย์บริการดีแทค ทั่วประเทศ
· ชีต้าห์ (Cheetah) หน้าจอกว้าง ถ่ายรูปกริ๊ป ราคา 4,590 บาท (รวม VAT) ครบครันด้วยคุณสมบัติด้านเอนเตอร์เทนเมนต์ ถ่ายภาพและแชร์ภาพได้ทันใจ ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 4.5 นิ้ว IPS ความละเอียด 854 X 480 ระบบประมวลผล Dual-Core 1.2 GHz ระบบปฏิบัติการ Android 4.1 Jelly Bean กล้อง 5 ล้านพิกเซล พร้อมกล้องหน้า 0.3 ล้านพิกเซล และหน่วยความจำ 4 GB ใช้ซิมได้ทุกระบบ

· โจอี้ (Joey) โซเชียลจัด ราคาจิ๋ว ราคา 2,590 บาท (รวม VAT) ครบเครื่องเรื่องโซเชียล โหลด แชท และแชร์ กับสมาร์ทโฟนหน้าจอสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว TFT ความละเอียด 480 X 320 ระบบประมวลผล 1.0 GHz ระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread กล้อง 2 ล้านพิกเซล และหน่วยความจำภายใน 512 MB เพิ่ม Micro SD ได้สูงสุด 32 GB สามารถบันทึกVDOได้ออนไลน์รวดเร็ว รองรับ 3G เชื่อมต่อ wifi และเป็น wifi hotspot ใช้ซิมได้ทุกระบบ

· เม๊าซี่ (Mousey) แบตอึด เมาท์กระจาย ราคา 1,290 บาท (รวม VAT) ดีแทคโฟน 3G สุดคุ้ม ด้วยหน้าจอ 2.4 นิ้ว TFT ความละเอียด 320 X 240 ฟังเพลงผ่านวิทยุ FM โดยไม่ต้องเสียบหูฟัง ใช้เป็นโมเดมเพื่อเชื่อมต่อออนไลน์ได้รวดเร็ว กล้อง 1.3 ล้านพิกเซลพร้อมบันทึกวีดิโอ แบตเตอรีใช้งานนาน 4 ชม. เพิ่มหน่วยความจำ Micro SD ได้สูงสุด 16 GB ใช้ซิมได้ทุกระบบ

View :616

AIS 3G เดินหน้ารุกครองใจลูกค้ามหาชนทั้งเครือข่ายและแบรนดิ้ง เปิดตัว “เจมส์ – จิรายุ” สื่อแนวคิด “ตัวจริงในแบบคุณ”

June 24th, 2013 No comments

รูปเจมส์ PR

24 มิถุนายน 2556 : AIS 3G เดินหน้าครองใจลูกค้าต่อเนื่อง อัพเดตความคืบหน้าเครือข่ายขยายแล้วมากกว่า 31 จังหวัด พร้อมฐานลูกค้า มากกว่า 2.6 ล้านราย ล่าสุดตอกย้ำกลยุทธ์ตัวจริงครองใจลูกค้า จูงมือซุปตาร์สายฟ้าแล่บ “เจมส์-จิรายุ” มาเป็นครอบครัวเอไอเอสสื่อแนวคิด “ตัวจริงในแบบคุณ”

นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ หัวหน้าผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “เป้าหมายของเอไอเอสคือ การรักษาความเป็นผู้นำการให้บริการ AIS 3G 2100 MHz ผ่านแนวทางการทำงานที่เน้นเรื่อง “คุณภาพ” ในทุกด้านเป็นหัวใจสำคัญ ทั้งนี้ได้เตรียมงบประมาณไว้มากกว่า 70,000 ล้านบาท เพื่อส่งมอบบริการ AIS 3G 2100 MHz อย่างรวดเร็วที่สุด โดยขณะนี้ความคืบหน้าของการขยายเครือข่าย สามารถดำเนินการได้เร็วกว่าแผนงานที่วางไว้เป็นอย่างมาก ทำให้ภายในเดือนสิงหาคม ศกนี้จะมีเครือข่ายครอบคลุมหัวเมืองทั้ง 77 จังหวัด ซึ่งเร็วกว่าแผนงานเดิมที่วางไว้ถึง 5 เดือนและเร็วกว่าข้อกำหนดของ กสทช.ถึง 2 ปี”

สำหรับความคืบหน้าของการให้บริการ AIS 3G 2100 MHz นั้น ปัจจุบันมีเครือข่ายครอบคลุมหัวเมืองแล้ว 31 จังหวัด ด้วยสถานีฐานราว 5,000 แห่ง โดยในเดือนกรกฎาคม จะครอบคลุมหัวเมือง 67 จังหวัด กับ 6,000 สถานีฐาน และจะครอบคลุมหัวเมืองทั้ง 77 จังหวัดภายในเดือนสิงหาคม ด้วยจำนวนสถานีฐานมากกว่า 8,000 แห่งและเครือข่ายในอาคารมากกว่า 1,000แห่ง ทั้งนี้คาดว่าภายในเดือนธันวาคม ศกนี้ จะครอบคลุมทุกอำเภอทั่วประเทศ ด้วยจำนวนสถานีฐานเบื้องต้นมากกว่า 10,000 แห่ง พร้อมเครือข่ายในอาคารมากกว่า 1,500 แห่งแน่นอน

นายสมชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “การขยายการเข้าถึงของ AIS 3G 2100นั้น ต้องดำเนินการควบคู่กันไปทุกด้าน ดังนั้นในระหว่างการขยายเครือข่าย เราได้ทำการเรียนเชิญลูกค้าปัจจุบันให้อัพเกรดมาใช้ AIS 3G 2100 ผ่านความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์และตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศในการอำนวยความสะดวกและให้ข้อมูลลูกค้า รวมถึงเปิดช่องทาง E-Service ในลักษณะของ Real Time Migration และอัพเกรดด้วยตัวเองทางมือถือ พร้อมๆกับการวางจำหน่ายซิมการ์ด AIS 3G 2100 เบอร์ใหม่ ทั้งระบบเติมเงินและรายเดือน ด้วยแพ็คเกจการใช้งานพร้อมสมาร์ทดีไวซ์หลากหลาย ที่สอดคล้องตามความต้องการในพื้นที่ให้บริการ รวมไปถึงการเปิดตัวแอพพลิเคชั่นใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ภายในเวลาเพียงไม่ถึง 2 เดือน มีลูกค้าที่ใช้บริการ AIS 3G 2100 แล้วถึงกว่า 2.6 ล้านราย”

“ในขณะเดียวกันกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์ “AIS 3G 2100 MHz ตัวจริง มาตรฐานโลก” ก็จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นคำว่า “ตัวจริง” ที่เสมือนหนึ่งการสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของชาวเอไอเอสทุกคน ที่มีความพยายามอย่างหนัก ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค พร้อมก้าวเดินไปข้างหน้า เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้ คือ การเป็นผู้ให้บริการ AIS 3G 2100 ตัวจริง ที่สร้างประโยชน์ให้แก่คนไทยในทุกด้าน ดังนั้นเราจึงอยากเชิญชวนให้ลูกค้าและคนไทยก้าวสู่การเป็น “ตัวจริงในแบบคุณ” สร้างแรงบันดาลใจ สนับสนุนให้ทุกคน มุ่งมั่น พัฒนาตัวเองไปสู่ความสำเร็จที่วางเป้าหมายไว้อย่างไม่ย่อท้อ”

โดยนายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาด เอไอเอส กล่าวว่า“วันนี้เราจึงเปิดแคมเปญ “ตัวจริงในแบบคุณ” ผ่านการนำเสนอซีรีส์ “ตัวจริง” ในใจมหาชนคนไทย อย่างต่อเนื่อง เริ่มจากภาพยนตร์โฆษณา “ตัวจริงมาตรฐานโลก” ซึ่งถ่ายทอดถึงความมุ่งมั่นของนักกีฬาไทย ที่ฝ่าฟันอุปสรรค ฝึกฝน และพยายามอย่างหนัก เพื่อจะสามารถก้าวขึ้นไปเป็นตัวจริงมาตรฐานโลก เกิดการยอมรับในระดับสากล ซึ่งท้ายที่สุดนอกจากจะประสบความสำเร็จแล้ว ยังสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”

“ส่วนซีรีส์ที่ตามมาทันทีเพื่อให้แบรนด์ “AIS 3G 2100 ตัวจริง” ก้าวเข้าไปนั่งในใจลูกค้าและคนไทยให้ได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับการขยายบริการ 3G คือ การเชิญ “เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข” ดารานักแสดง ที่เป็นดาวรุ่ง และได้รับความนิยมสูงสุดเพียงชั่วข้ามคืนมาเป็น Presenter ของ AIS 3G 2100 เนื่องจากมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับคาแรคเตอร์ของเอไอเอส อาทิ

- เป็นดาราดาวรุ่งหน้าใหม่ ที่แม้เพิ่งเข้าสู่วงการแสดงละครเรื่องแรก ก็ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วและมาแรงเป็นอย่างมาก ฉายแววถึงความเป็น ตัวจริงเบอร์ 1 คนต่อไปของวงการ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาตนเองของเจมส์ เช่นเดียวกับ AIS 3G 2100 ที่แม้จะเพิ่งเริ่มต้นให้บริการ แต่ด้วยความมุ่งมั่น พยายามพัฒนาบริการที่ดีที่สุดแบบเร็วและแรงจากความเป็นตัวจริงในธุรกิจสื่อสาร ทำให้มั่นใจว่าจะประสบสำเร็จและได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 เช่นเดียวกัน
- เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถหลายด้าน ในฐานะศิลปิน ไม่ว่าจะเป็น ร้อง เล่น เต้น แสดง รวมถึงสนใจเทคโนโลยีเป็นพิเศษ เช่นเดียวกับ AIS 3G 2100 ที่มีสินค้า บริการและพนักงานที่มีคุณภาพ ดังนั้นทั้ง AIS 3G และเจมส์ จะพร้อมมอบความสุขและความพึงพอใจในทุกด้านให้กับลูกค้าได้มากยิ่งกว่าแน่นอน

- มีบุคลิกภาพโดดเด่น สดใสร่าเริง สามารถสร้างความผูกพัน (engagement) กับกลุ่มคนได้ทุกกลุ่มในวงกว้าง พิสูจน์ได้จากกระแสความนิยมต่างๆ เช่น จำนวนผู้ที่ติดตามผ่านโลกออนไลน์ซึ่งพุ่งสูงอย่างรวดเร็วในเวลาข้ามคืน ตัวอย่างเช่น ในอินสตาแกรมที่มี follower มากถึง 628,000 คน และมียอดกดไลค์ภาพอิริยาบถต่างๆมากกว่า 100,000 คน นอกจากนี้ยังมียอดการค้นหาทางอินเตอร์เน็ต (Google search) ที่มากถึง 2,560,000 รายการ ซึ่งแน่นอนว่าความสนใจดังกล่าว จะช่วยส่งผลให้ Brand AIS 3G สามารถครองใจมหาชนได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ นายฐิติพงศ์ ย้ำเพิ่มเติมถึงแนวทางการใช้ Presenter ว่า “เอไอเอสนับเป็นรายแรกของธุรกิจสื่อสารที่เริ่มใช้ Presenter และประสบความสำเร็จอย่างมากมาโดยตลอด เนื่องจากสามารถดึงตัวตนของ Presenter ที่สอดคล้องเหมาะสมกับแบรนด์ มานำเสนอและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงเวลาที่เหมาะสม ทั้งในระดับ Corporate Image และ Product Image รวมไปถึงในยุคปัจจุบัน ที่จะต้องสามารถสร้าง Experience Engagement ระหว่างแบรนด์กับลูกค้าและ Public ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในกรณีนี้เราคาดหวังว่า “AIS 3G 2100” จะครองความเป็นที่ 1 ในใจลูกค้าและครองความเป็นที่ 1 ในใจคนไทย ในฐานะผู้ที่จุดประกายการสร้าง “ตัวจริง ในแบบคุณ” อย่างชัดเจนที่สุด

View :606

รายงาน Ericsson ConsumerLab วิเคราะห์ความต้องการของผู้บริโภคกับการใช้งานสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เนตบนโทรศัพท์มือถือ

June 24th, 2013 No comments

UDM_images_final_print-7_web

ปริมาณการใช้งานสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์เชื่อมต่อต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้โมบายบรอดแบรนด์ สำหรับการทำงาน การเล่น และการติดต่อสื่อสาร โดยในขณะที่ผู้ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนนั้นเริ่มที่จะเพิ่มปริมาณมากขึ้น สิ่งสำคัญคือผู้ให้บริการต้องวิเคราะห์และเข้าใจความต้องการของกลุ่มลูกค้าและผู้ใช้บริการให้ได้ว่าพวกเขาต้องการอะไรเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพของสัญญาณเครือข่าย การควบคุมราคาค่าบริการ กับปริมาณการใช้งานดาต้าจริง

เนื่องด้วยการใช้งานอินเทอร์เนตบนโทรศัพท์มือถือมีปริมาณที่เพิ่มมากขึ้น และกำลังกลายเป็นสิ่งที่เข้ามามีบทบาทส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ดังนั้นความคาดหวังและความต้องการในด้านของประสบการณ์ผู้ใช้งาน (User Experience) นั้นจึงมีมากขึ้นตามมา อย่างไรก็ตามกรอบแนวคิดในเรื่องของประสบการณ์ผู้ใช้งานยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและขึ้นอยู่กับหลากหลายปัจจัยซึ่งประกอบไปด้วยประเภทของการเชื่อมต่อ (3G,4G และ Wi-Fi) แพ็คเก็จดาต้า (จำกัดหรือไม่จำกัดปริมาณการใช้) อุปกรณ์ (สมาร์ทโฟน,แล็บท็อป หรือแท็บเล็ต) บริบทสถานการณ์ (ที่บ้าน,ที่ทำงาน,ขณะเดินทางหรือHotspot) และรูปแบบของการใช้งาน (เว็บไซต์,แอพพลิเคชั่นและสตรีมมิ่ง)

รายงานผลฉบับล่าสุดของ ชื่อ “Called Unlocking Consumer Value” ชี้ให้เห็นว่า มี 4 ปัจจัยที่เป็นผลกระทบที่สำคัญต่อประสบการณ์ผู้ใช้งานในเรื่องของการบริการอินเทอร์เนตบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งประกอบด้วย 1.คุณภาพของเครือข่าย 2. ราคา 3. กาณ๖โฮศ๋ฮศษณระหว่างผู้บริโภคและผู้จัดหา และ 4.ประเภทของอุปกรณ์ โดยรายงานฉบับนี้ได้ทำการรวบร่วมเก็บข้อมูลผ่านการสัมภาษณ์เชิงลึกเกี่ยวกับผู้ใช้งานอินเทอร์เนตบนโทรศัพท์มือถือในประเทศอิตาลี สวีเดน อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา
โดยพบข้อมูลสำคัญ ดังนี้

• ประสบการณ์ในเรื่องของโลกสังคมออนไลน์มีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากความต้องการในการเชื่อมต่อกันในโลกสังคมออนไลน์ของเรานั้นมีมากขึ้นกว่าเดิม และขณะเดียวกันสมาร์ทโฟนก็ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรามากยิ่งขึ้น ดังนั้นผู้ให้บริการจำเป็นต้องมีปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะสร้างความลงตัวระหว่างความต้องการและความคาดหวังในสิ่งใหม่ๆแก่ผู้ใช้งานในปัจจุบัน
• กลุ่มลูกค้าแต่ละกลุ่มต่างก็จะมีความต้องการการใช้งานโมบายบรอดแบรนด์ที่แตกต่างกัน ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการดูแลลูกค้าในแต่ละกลุ่มนั้นต้องมีความแตกต่างกัน เพื่อที่ทำให้แต่ละกลุ่มเป้าหมายนั้นได้รับถึงประสบการณ์เฉพาะตัวที่ดีที่สุดและทำให้เขาเองได้รับรู้ถึงคุณค่านั้นๆ
• 4 ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับภาพรวมในเรื่องของประสบการณ์การใช้งานอินเทอร์เนตบนโทรศัพท์มือถือและความสัมพันธ์กับผู้ให้บริการ นั่นคือคุณภาพ ราคา การโต้ตอบระหว่างผู้ใช้บริการและผู้จัดหา รวมทั้งอุปกรณ์
• ผู้ให้บริการควรที่จะโปรโมตในเรื่องอื่นๆ มากกว่าในเรื่องของราคา แม้ว่าโดยปกตินั้น ราคาจะเป็นสิ่งที่ง่ายในการที่จะนำมาเปรียบเทียบกันระหว่างผู้ให้บริการในแต่ละเจ้า แต่ทั้งนี้การเปรียบเทียบในลักษณะอื่นๆ นั้นก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ยกตัวอย่างเรื่องของคุณภาพของเครือข่าย แม้ว่าการโปรโมตในเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่สำคัญก็คือมันจะช่วยสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อผู้บริโภคได้ในระยะเวลายาว

นาย บัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ อีริคสันประเทศไทย กล่าวเสริมถึงว่างานวิจัยฉบับนี้จะช่วยทำให้ผู้ให้บริการนั้นเกิดความเข้าใจที่ดีขึ้นว่าอะไรคือสิ่งสำคัญสำหรับตัวผู้ใช้บริการ และรวมทั้งข้อมูลชุดนี้จะช่วยทำให้เกิดความคดใหม่ๆในการเสริมสร้างประสบการณ์ผู้บริโภคที่ดีและความภักดีต่อแบรนด์โดยผ่านการพัฒนาการให้บริการต่างๆให้ดียิ่งขึ้น

การใช้สมาร์ทโฟนกลายเป็นสิ่งที่ความสำคัญต่อชีวิตประจำวันของประชากรทั่วโลก ความต้องการในการบริการที่รวดเร็ว การเข้าถึงบริการใหม่ๆผ่านเครือข่ายบนโทรศัพท์มือถือ และแน่นกลุ่มผู้บริโภคที่แตกต่างกันย่อมต้องการข้อเสนอและบรการที่มีความแตกต่างกัน โดยทั้งนี้ผู้ให้บริการเองจำเป็นที่จะต้องจัดการความคาดหวังต่างๆ นี้ให้ได้ โดยผ่านโซลูชั่นและนวัตกรรมใหม่ที่ๆ จะสามารถเข้ามาตอบสนองกับความต้องการในแต่ละกลุ่มได้

ส่วนในเรื่องของการสร้างความภักดีต่อแบรนด์นั้น ผู้ให้บริการจำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้วยการสร้างถึงคุณภาพของเครือข่าย คุณค่า และการให้บริการ ถ้าผู้ให้บริการสามารถที่จัดการกับสิ่งที่มีความสำคัญ ดังกล่าวข้างต้นได้นั้น ก็จะเป็นการสร้างคุณค่าให้กับตัวผู้ใช้งาน รวมทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีให้ยืนยาวไปตลอด

View :893