Archive

Archive for December, 2010

เจ้าหน้าที่ทลายแหล่งผลิตและขายซอฟต์แวร์ปลอมละเมิดลิขสิทธิ์

December 21st, 2010 No comments

ไมโครซอฟท์เตือนผู้บริโภคและภาคธุรกิจให้ เลือกซื้อซอฟต์แวร์จากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพบซอฟต์แวร์ปลอมจากประเทศจีนที่มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายซอฟต์แวร์จริงมาก

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้เข้าดำเนินคดีปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ในพื้นที่ต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงผู้จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ปลอมที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ จนไปถึงผู้ประกอบกิจการขนาดใหญ่ที่จัดจำหน่ายซอฟต์แวร์ปลอมจำนวนมหาศาลให้แก่ร้านค้าไอทีทั่วประเทศ

การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ที่มีการดำเนินการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ของกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจซึ่งได้ประกาศไว้เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

พันตำรวจโท เทียนชัย เลิศมณีทวีทรัพย์ กองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กล่าวว่า “เราเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ตระหนักถึงปัญหาของการละเมิดลิขสิทธิ์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่า ยังมีกลุ่มคนและกลุ่มบุคคลอีกจำนวนหนึ่งที่ยังคงหลอกลวงประชาชนด้วยการผลิตและจำหน่ายซอฟต์แวร์ปลอม โดยที่ปัญหาซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ยังนับเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของภาคธุรกิจสารสนเทศและการสื่อสารอย่างมาก และมีผลต่อการสูญเสียรายได้ทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วย การปราบปรามอย่างแข็งขันในครั้งนี้ เป็นการประกาศให้ทุกคนรับทราบว่ารัฐบาลกำลังเอาจริงเอาจังในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นเขตปลอดการละเมิดลิขสิทธิ์”

ที่ผ่านมา ได้มีการดำเนินคดีจับกุมทั้งสิ้น 5 ครั้ง ได้แก่ ร้านจำหน่ายซีดีที่มีสาขาอยู่ในไอทีมอลล์ทั่วประเทศ โดยได้ตรวจพบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ร้านดังกล่าวยังได้ทำการผลิต CD-R และ DVD-Rs ด้วยเครื่องจักรสำหรับการค้า ทั้งยังใช้การพิมแบบซิลค์สกรีนและบรรจุภัณฑ์ที่มีความคล้ายคลึงเป็นอย่างยิ่งกับผลิตภัณฑ์วินโดวส์ลิขสิทธิ์

ในช่วงต้นของการปราบปราม เจ้าหน้าที่พบซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ของไมโครซอฟท์กว่า 300 แผ่น ซึ่งคิดเป็นมูลค่าถึงกว่า 2 ล้านบาท ที่ร้านอินเทอร์เน็ตในย่านลาดพร้าว โดยซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้ถูกนำไปจำหน่ายต่อให้กับผู้บริโภคที่เข้าใจผิดคิดว่าตนซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้อง ขณะนี้ เจ้าของร้านอินเทอร์เน็ตดังกล่าวถูกจับกุมและอยู่ระหว่างการดำเนินคดี

ต่อมา เจ้าหน้าที่พบแผ่นดิสก์ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 150 แผ่น ในสถานประกอบธุรกิจ และพบแผ่นดิสก์อีกกว่า 2,000 แผ่นในแหล่งเก็บสินค้า รวมทั้งอีกกว่า 700 แผ่น ในการเข้าปราบปรามครั้งสุดท้าย ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่พบประกอบไปด้วยซอฟต์แวร์ Windows Server®, Windows® XP Professional, Windows® 7 และ Microsoft® Office 2010 รวมมูลค่าเป็นสิบๆล้านบาท จำนวนทั้งหมดของซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่พบสามารถบ่งชี้ได้ถึงฐานการผลิตซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังพบอุปกรณ์การเขียนแผ่นซีดี ซึ่งแสดงให้เห็นชัดว่า นอกเหนือไปจากการลักลอบนำเข้าแผ่นซีดีละเมิดลิขสิทธิ์จากประเทศจีนแล้ว ในประเทศไทยเองยังมีฐานการผลิตซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ขนาดใหญ่อีกด้วยเช่นเดียวกัน

การผลิตซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนมหาศาลเช่นนี้นับได้ว่าเป็นการประกอบอาชญากรรมร้ายแรง ซึ่งรายงานจากรัฐบาลและภาคอุตสาหกรรมชี้ชัดว่าเป็นแหล่งเงินให้กับเครือข่ายอาชญากรทั่วโลก โดยที่ผู้บริโภคต้องตกเป็นเหยื่อจากการสนับสนุนอาชญากรเหล่านั้นด้วยการซื้อซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์

ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่ตรวจพบระหว่างการเข้าปราบปราม

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้การปราบปรามครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งนักไม่ได้เกิดจากจำนวนของซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่พบเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงเทคนิคการปลอมแปลงที่ทำได้ใกล้เคียงกับผลิตภัณฑ์ลิขสิทธิ์มากยิ่งขึ้นกว่าที่ไม่เคยมีมาในอดีต ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ที่พบรวมไปถึงซอฟต์แวร์ปลอมจากประเทศจีนที่มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายคลึงกับของจริงมากจนไม่สามารถแยกออกได้

ไบรอัน วิลเลี่ยมส์ ผู้จัดการอาวุโส แผนกสืบสวนต่อต้านการละเมิดลิขสิทธ์และการปลอมแปลง กลุ่มนิติการ บริษัท ไมโครซอฟท์ กล่าวว่า “ซอฟต์แวร์ปลอมไม่ใช่ปัญหาใหม่ และไมโครซอฟท์ก็ได้พยายามที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับประโยชน์ของการใช้ซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ และการปกป้องผู้บริโภคจากการถูกหลอกให้ซื้อซอฟต์แวร์ปลอม เราให้การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวในประเทศไทย และเมื่อมีซอฟต์แวร์ของไมโครซอฟท์เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เราถือว่าเป็นความรับผิดชอบของไมโครซอฟท์ที่จะต้องเตือนและให้ความรู้แก่ผู้บริโภคเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้”

“ที่สำคัญ ซอฟต์แวร์ปลอมจากประเทศจีนที่พบในครั้งนี้มีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายคลึงกับซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์มากทีเดียว ทำให้ยากแก่การสังเกต โดยซอฟต์แวร์ดังกล่าวจะถูกบรรจุอยู่ในรูปแบบของดิสก์ และมีกล่องบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ทั้งยังมีฉลากผลิตภัณฑ์ของแท้ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคทั่วไปเข้าใจผิดได้ และยังจัดจำหน่ายในราคาที่ใกล้เคียงกับซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ ดังนั้น ผู้บริโภค รวมทั้งผู้ประกอบธุรกิจในประเทศไทยจึงต้องมีความระมัดระวังมากยิ่งขึ้นในการเลือกซื้อซอฟต์แวร์ และต้องมั่นใจว่าได้ซื้อซอฟต์แวร์มาจากตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการรับรองและเชื่อถือได้” ไบรอัน วิลเลี่ยมส์ กล่าวเสริม

เทคนิคการปลอมแปลงขั้นสูงทำให้ซอฟต์แวร์ปลอมมีความคล้ายคลึงกับซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์จนยากแก่การสังเกต

การปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการลดอัตราการละเมิดลิขสิทธิ์ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวยังคงต้องการการแก้ไขอย่างจริงจัง การเข้าปราบปรามเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของกระบวนการการแก้ไขปัญหาที่รัฐบาล กรมทรัพย์สินทางปัญญา กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำลังร่วมมือกันเพื่อจัดการกับปัญหาดังกล่าวเพื่อประโยชน์ในระยะยาวของธุรกิจและเศรฐกิจของประเทศ

ในขณะเดียวกัน ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ก็ได้พยายามที่จะปกป้องผู้บริโภคในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงให้การสนับสนุนด้านการตรวจสอบในกรณีที่ผู้บริโภคไม่แน่ใจว่าได้ซื้อซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์มาหรือไม่

ตัวอย่างเช่น นักธุรกิจชาวไทยคนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากไมโครซอฟท์หลังจากที่เขาซื้อซอฟต์แวร์ที่เขาคิดว่าเป็นของลิขสิทธิ์จากเว็บไซต์ประมูลขทางออนไลน์แห่งหนึ่ง “ผมเป็นนักธุรกิจที่ทำงานด้วยความสุจริต โดยจำหน่ายคอมพิวเตอร์ให้กับลูกค้าในจังหวัดเชียงใหม่และใกล้เคียง ผมได้ซื้อซอฟต์แวร์มาและคิดว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์ แต่กลับพบว่าซอฟต์แวร์ที่ผมซื้อมานั้นเป็นของปลอม ผมต้องคืนเงินให้กับลูกค้าและสูญเสียเงินเป็นจำนวนมาก ผมขอบคุณไมโครซอฟท์เป็นอย่างยิ่งที่ให้ความช่วยเหลือ และช่วยผมในการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้จำหน่ายซอฟต์แวร์ปลอมดังกล่าวจนเขาได้รับการพิสูจน์ว่ากระทำผิดและได้รับการลงโทษตามกฎหมาย ผมรู้สึกเสียใจกับผู้เสียหายรายอื่นๆ ที่ตกเป็นเหยื่อในการซื้อซอฟต์แวร์ปลอมเช่นเดียวกับผม”

คำแนะนำจากไมโครซอฟท์ในการปกป้องตนเอง คือการเลือกซื้อซอฟต์แวร์จากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น และเรียนรู้การแยกแยะซอฟต์แวร์ปลอมออกจากซอฟต์แวร์แท้โดยการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเป็นภาษาไทยได้ที่ www.microsoft.com/thailand/genuine/howtotell.aspx ทั้งยังควรอัพเดทซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสอย่างสม่ำเสมอ โดยสามารถเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรม Microsoft Security Essentials ได้ฟรีที่
www.microsoft.com/security_essentials (มีให้เลือกเป็นภาษาไทย)

ผู้บริโภคที่สงสัยว่าตนถูกหลอกลวงให้ซื้อซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ สามารถแจ้งเรื่องดังกล่าวมายัง Microsoft Customer Contact Center ที่ 02 263 6888 หรือ ที่ www.microsoft.com/thailand/genuine

View :775

HTC Desire Winter White ต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่

December 21st, 2010 No comments

HTC Desire สีขาวหิมะ ลิมิเตด เอดิชั่น ใหม่สวยสะดุดตา พร้อมเป็นของขวัญเพื่อเซอร์ไพรซ์คนพิเศษของคุณ

เอชทีซี เปิดตัว ซุปเปอร์สมาร์ทโฟนแอนดรอย์ 2.2 โดดเด่นด้วยดีไซน์สีขาวหิมะ ลิมิเต็ด เอดิชั่นสวยสะดุดตา เพื่อต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส และปีใหม่โดยเฉพาะ ให้คุณเลือกซื้อเป็นของขวัญสำหรับเซอ์ไพรซ์คนพิเศษ ที่รับรองความถูกใจของผู้รับอย่างแน่นอน ด้วยความแรงซีพียู Snapdragon 1 กิกะเฮิรตซ์ ขนาดหน้าจอ 3.7 นิ้ว มาพร้อมยูสเซอร์อินเทอร์เฟซอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเอชทีซี HTC Sense ที่ให้คุณปรับแต่งหน้าจอได้ตามความต้องการของไลฟสไตล์คุณมากสุดถึง 7 หน้าจอ และสิ่งละอันพันละน้อยที่ HTC เข้าใจในความต้องการของคุณ เช่น เสียงเรียกเข้าจะเบาลงทันทีที่คุณหยิบโทรศัพท์ขึ้นจากโต๊ะ ขณะประชุมเมื่อคุณไม่ต้องการเสียงรบกวน แต่เมื่อมีคนโทรเข้า คุณเพียงแค่คว่ำหน้าโทรศัพท์ลง เสียงเรียกเข้าจะเงียบลงทันทีโดยไม่ตัดสาย เป็นต้น รองรับวอลล์เปเปอร์แบบเคลื่อนไหวที่จะทำให้การใช้งานมือถือของคุณดูสดใสขึ้นทันตา โดดเด่นด้วย แอพพลิเคชัน FriendStream ที่ให้คุณอัพเดตหลายสังคมออนไลน์ได้ในครั้งเดียว จากหน้าจอเดียวทั้งเฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ แอพพลิเคชันพยากรณ์สภาพอากาศที่ให้คุณเช็คอากาศได้พร้อมกันถึง 7 ประเทศ ช่วยให้การเตรียมตัวเดินทางของคุณง่ายขึ้น พร้อมกันนี้ยังมาพร้อมกับ กล้องระบบออโต้โฟกัส ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลพร้อมแฟลช รองรับการเชื่อมต่อครบครัน ทั้ง 3G, WiFi และบลูทูธ พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ สนนราคา 17,500 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว)

View :851

ร่วมสมทบทุนสร้างการ์ตูนแอนิเมชั่นเฉลิมพระเกียรติ 84 ตอน 84 โรค

December 21st, 2010 No comments

ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์การสร้างการ์ตูนแอนนิเมชั่น 84 ตอน 84 โรค เพื่อสุขภาพครั้งแรกของเมืองไทย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราชฯ ในวโรกาสเจริญพระชนมพรรษา 98 พรรษา โดยร่วมสมทบทุนจัดสร้างได้ที่ ศาลาทินทัต โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หรือ บริจาคเข้าบัญชี “รับ-จ่าย โครงการเทิดไท้ ภัทรมหาราชาฯ” ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย หมายเลขบัญชี 045-535011-5 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-256-5005, 02-256-5009

View :786

แอลจี ร่วมกับ ทวิตเตอร์ ฟอร์ ไทยแลนด์ มอบเงินรายได้จากการจัดประมูลออนไลน์ แก่มูลนิธิ 1500 ไมล์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยทั่วประเทศ

December 21st, 2010 No comments

บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยคุณธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท (ที่ 2 จากซ้าย) ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ร่วมกับ คุณรณพงศ์ คำนวณทิพย์ (ซ้ายสุด) ผู้ก่อตั้งกลุ่มอาสาสมัคร ทวิตเตอร์ ฟอร์ ไทยแลนด์ มอบรายได้จากการจัดประมูลผลิตภัณฑ์แอลจี ในโครงการ “ – ทำดี รู้สึกดี” จำนวน 68,650 บาท ให้แก่ คุณรัฐภูมิ อยู่พร้อม (ที่ 4 จากขวา ) ประธานกรรมการมูลนิธิ 1500 ไมล์ เพื่อใช้ช่วยเหลือ ผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ โครงการ “ TWT4TH – ทำดี รู้สึกดี ” เริ่ม ต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจร่วมประมูลผลิตภัณฑ์แอลจีจำนวน 7 ชิ้น ผ่านทางเว็บไซต์ของโครงการ เพื่อนำรายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายทั้งหมดมามอบให้แก่มูลนิธิ 500 ไมล์ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการฯ สามารถเข้าชมได้ที่ http://twt 4 th.in.th/

View :759

ทรูมูฟ ปฏิวัติราคาบริการดาต้าโรมมิ่ง ต้อนรับปี 2011

December 21st, 2010 No comments

จัดแคมเปญ “No. 11” เอาใจลูกค้าสมาร์ทโฟน
แพ็กเกจดาต้าโรมมิ่งคุ้มสุดในตลาด เพียงวันละ 111 บาท สู่ 11 เครือข่ายทั่วเอเชีย

กรุงเทพฯ 21 ธันวาคม 2553 – ทรูมูฟ ตอกย้ำผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน ปฏิวัติตลาดดาต้าโรมมิ่ง มอบสุดยอดประสบการณ์สื่อสารไร้ขีดจำกัดขณะอยู่ต่างประเทศ ตอบโจทย์การใช้งานด้านดาต้าสำหรับลูกค้าสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะ ระเบิดแคมเปญ “No. 11” ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2011 ราคาถูกสุดในตลาด ให้ลูกค้าทรูมูฟแบบรายเดือนใช้บริการโรมมิ่งในต่างประเทศสุดคุ้ม ด้วย 2 โปรโมชั่น ได้แก่ แพ็กเกจ “Data Roaming Flat Rate” ราคาดีที่สุดในตลาด ใช้งานดาต้าผ่าน 3G, EDGE และ GPRS ได้ไม่อั้น เหลือเพียงวันละ 111 บาท (ลดค่าบริการกว่า 70% จากราคาปกติวันละ 399 บาท) เมื่อโรมมิ่งบนเครือข่ายของผู้ให้บริการที่เป็นสมาชิกกลุ่มคอนเน็กซัส โมบายล์ อัลลิแอนซ์ รวม 11 เครือข่าย 10 จุดหมายปลายทางในภูมิภาคเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น เกาหลี สิงคโปร์ และฮ่องกง  พร้อมส่ง SMS ขณะอยู่ต่างประเทศ ราคาเดียว ทุกเครือข่าย ทุกประเทศทั่วโลก เพียงข้อความละ 11 บาท นอกจากนี้ ทรูมูฟยังเตรียมของขวัญสุดพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการโรมมิ่งในช่วง 24 ธ.ค. 2553 ถึง 31 ม.ค. 2554 ใช้งานสูงสุดลำดับที่ 1 รับ Torch และสูงสุดลำดับที่ 2 – 11 รับ iPod Shuffle รางวัลละ 1 เครื่อง รวม 11 รางวัล ประกาศรายชื่อผู้โชคดีผ่าน www..com  ในวันที่ 1 มีนาคม 2554  

นายสุพจน์ มหพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจบริการระหว่างประเทศ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ทรูมูฟ เดินหน้าตอกย้ำผู้นำตลาดสมาร์ทโฟน พร้อมมอบความคุ้มค่าสูงสุดให้ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด จัดแคมเปญ “No. 11” พลิกโฉมตลาดดาต้าโรมมิ่ง เปิดประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าเต็มอิ่มกับการใช้สมาร์ทโฟนในต่างประเทศแบบสุดคุ้ม  เปิดตัวโปรโมชั่นใหม่โดนใจ มอบเป็นของขวัญในช่วงเทศกาลพิเศษของปี ให้ลูกค้าทรูมูฟเพลิดเพลินกับการเดินทางท่องเที่ยวต่างแดนโดยไม่ขาดการติดต่อสื่อสารทุกรูปแบบ โดยผสานความร่วมมือกับสมาชิกกลุ่มคอนเน็กซัส โมบายล์ อัลลิแอนซ์ สร้างความแข็งแกร่งในการนำเสนอแพ็กเกจค่าบริการสุดคุ้มเมื่อโรมมิ่งกับผู้ให้บริการเครือข่ายคุณภาพใน 10 ประเทศ ทั่วภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ ทรูมูฟมั่นใจว่าแคมเปญ No.11 จะสนองตอบความต้องการของตลาดในการใช้งานดาต้าโรมมิ่งในต่างประเทศได้ดีขึ้นอย่างแน่นอน”

แคมเปญ No.11 นำเสนอ 2 โปรโมชั่น ให้ลูกค้าทรูมูฟแบบรายเดือนใช้บริการโรมมิ่งแบบสุดคุ้ม ดังนี้

1. แพ็กเกจ “Data Roaming Flat Rate” บริการโรมมิ่งข้อมูลข้ามแดนระหว่างประเทศผ่าน 3G, EDGE และ GPRS ได้ไม่อั้น ด้วยอัตราค่าบริการแบบ flat rate จ่ายไม่เกินวันละ 111 บาท (จากค่าบริการปกติสูงสุดวันละ 399 บาท) บนเครือข่ายของผู้ให้บริการที่เป็นสมาชิกกลุ่มคอนเน็กซัส โมบายล์ อัลลิแอนซ์ รวม 11 ปลายทางในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่ สตาร์ฮับ ในประเทศสิงคโปร์, อินโดแซท ในประเทศอินโดนีเซีย, เอ็นทีที โดโคโม ในประเทศญี่ปุ่น, ฟาร์อีสต์โทน ในประเทศไต้หวัน, ฮัทชิสัน และ เอช3จี ในเขตปกครองพิเศษฮ่องกง, บีเอสเอ็นแอล ในประเทศอินเดีย, สมาร์ท ในประเทศฟิลิปปินส์, เคที ในประเทศเกาหลี, ฮัทชิสัน ในเขตปกครองพิเศษมาเก๊า และ วิน่าโฟน ในประเทศเวียดนาม ยิ่งไปกว่านั้น หากลูกค้าใช้งานไม่ถึง 111 บาท/วัน คิดค่าบริการตามจริงเป็นกิโลไบท์ ระหว่างวันที่ 24 ธันวาคม 2553 ถึง 31 มกราคม 2554
2. “SMS roaming one rate” ส่ง SMS ขณะอยู่ต่างประเทศ เพียงข้อความละ 11 บาท ราคาเดียว ทุกเครือข่าย ทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2553 เป็นต้นไป โดยลูกค้าสามารถรับสิทธิพิเศษนี้ได้ตลอดปี 2554

นอกจากนี้ ทรูมูฟยังจัดกิจกรรมพิเศษ ฉลองเปิดตัวแคมเปญ No.11 และมอบเป็นของขวัญแก่ลูกค้าทรูมูฟแบบรายเดือนที่ใช้บริการโรมมิ่งในเทศกาลปีใหม่นี้ สำหรับลูกค้าที่มียอดการใช้งานโรมมิ่งสูงสุด ในช่วงวันที่ 24 ธันวาคม 2553 ถึง 31 มกราคม 2554 รับรางวัลจากทรูมูฟ รวม 11 รางวัล ดังนี้
- ลูกค้าที่มียอดการใช้งานสูงสุดลำดับที่ 1 รับ BlackBerry Torch จำนวน 1 เครื่อง (หรือ สมาร์ทโฟนอื่นที่เทียบเท่า)
- ลูกค้าที่มียอดการใช้งานสูงสุดลำดับที่ 2 – 11 รับ iPod Shuffle รางวัลละ 1 เครื่อง
ประกาศรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลในวันที่ 1 มีนาคม 2554 ผ่าน www.truemove.com

ลูกค้าที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ทรูมูฟ แคร์ โทร. 1331 และร้านทรูช็อป ทั่วประเทศ หรือ www.truemove.com /  www.conexusmobile.com

View :909
Categories: Press/Release Tags: ,

รีเสิร์ช อิน โมชั่น แถลงผลประกอบการไตรมาสที่ 3 สิ้นสุดเดือนพฤศจิกายน ปีนี้

December 21st, 2010 No comments

รีเสิร์ช อิน โมชั่น หรือ ริม (Research In Motion – ) (NASDAQ: RIMM; TSX: ) ผู้นำด้านตลาดการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือทั่วโลก รายงานผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 (ก.ย. – พ.ย. 2553) สิ้นสุดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2553 (ตัวเลขที่ระบุเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และ U.S. GAAP)
 
ตัวเลขสำคัญ:
·       จำนวนสมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รี่ที่จัดจำหน่ายในไตรมาสนี้ คิดเป็น 14.2 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้น 40% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปีก่อน
·       รายได้เติบโตขึ้น 40% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปีก่อน หรือคิดเป็นมูลค่ารายได้ 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
·       มีกำไรต่อหุ้นในไตรมาสนี้ คิดเป็น 1.74 เหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 58% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปีก่อน
·       มูลค่าเงินสดเพิ่มขึ้นอีก 446 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมมูลค่าเงินสดเมื่อสิ้นสุดไตรมาสนี้ คิดเป็น 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 (เดือน ก.ย. – พ.ย. 2553)
รายได้ในไตรมาสที่ 3 ของปีงบประมาณ 2554 คิดเป็น 5.49 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 19% จาก    ไตรมาสก่อนที่มีรายได้ประมาณ 4.62 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปีก่อนซึ่งมีรายได้รวม 3.92 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยรายได้ดังกล่าวมาจากการจำหน่ายเครื่องแบล็กเบอร์รี่ 82% มาจากการให้บริการ 15% จากซอฟท์แวร์และรายได้อื่นๆ 3% ทั้งนี้ในระหว่างไตรมาสนี้ ริมได้จัดจำหน่ายสมาร์ทโฟนแบล็กเบอร์รี่ประมาณ 14.2 ล้านเครื่อง
สำหรับไตรมาสที่ 3 นี้ มียอดผู้สมัครใช้บริการแบล็กเบอร์รี่รายใหม่เพิ่มถึง 5.1 ล้านราย ทำให้ในช่วงปลายไตรมาส ยอดจำนวนผู้สมัครใช้บริการแบล็กเบอร์รี่ทั่วโลกทั้งหมดอยู่ที่ 55 ล้านราย
มร. จิม บัลซิลลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท รีเสิร์ช อิน โมชั่น กล่าวว่า “เรามีความยินดีอย่างยิ่งกับความสำเร็จของผลประกอบการในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของยอดจำหน่ายเครื่องแบล็กเบอร์รี่ จำนวนยอดผู้สมัครที่ลงทะเบียนใช้บริการแบล็กเบอร์รี่ และผลกำไรที่เพิ่มขึ้น ธุรกิจของริมยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยความหลากหลายของการพัฒนาแบล็กเบอร์รี่ ซึ่งเป็นตัวเร่งกระตุ้นตลาดทั่วโลก ทั้งนี้ ด้วยผลประกอบการที่ยอดเยี่ยม และการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ตลอดจนกระแสตอบรับจากคู่ค้าและกลุ่มลูกค้า เกี่ยวกับแผนการเปิดตัวสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ซอฟต์แวร์ รวมถึงการนำเสนอบริการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า จึงทำให้เราตั้งเป้าหมายความสำเร็จไว้อย่างต่อเนื่อง”
รายได้สุทธิของบริษัทในไตรมาสนี้คิดเป็น 911.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.74 เหรียญสหรัฐฯ เปรียบเทียบกับไตรมาสที่แล้วซึ่งมีรายได้สุทธิ 796.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.46 เหรียญสหรัฐฯ ในขณะที่ช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มีรายได้สุทธิ 628.4 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกำไรสุทธิต่อหุ้น 1.10 เหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้ มีจำนวนเงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด การลงทุนทั้งระยะสั้นและระยะยาว ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน คิดเป็นมูลค่า 2.47 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอีก 446 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนที่มีมูลค่า 2.03 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ทางด้านกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในไตรมาสที่ 3 มีมูลค่าประมาณ 975 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การใช้จ่ายเงินสดดังกล่าวครอบคลุมทั้งรายจ่ายที่เป็นการลงทุนประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การเรียกซื้อคืนหุ้นสามัญ ประมาณ 133 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และการซื้อสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ มูลค่าประมาณ 45 ล้านเหรียญสหรัฐฯ
คาดการณ์ตัวเลขในไตรมาสที่ 4 (เดือน ธ.ค. 2553 – ก.พ. 2554)
คาดการณ์ตัวเลขรายได้ในไตรมาสที่ 4 ประจำปีงบประมาณ 2554 จะอยู่ระหว่าง 5.5-5.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ และกำไรในไตรมาสที่ 4 จะอยู่ในสัดส่วนใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 3 รวมถึงกำไรสุทธิต่อหุ้นซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าประมาณ 1.74-1.80 เหรียญสหรัฐฯ
ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับคณะกรรมการบริหารของริม
ริม ประกาศในวันนี้ว่า คณะกรรมการบริหารได้แต่งตั้ง มร. จิม บัลซิลลี และ มร. ไมค์ ลาซาริดิส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ให้เป็นประธานคณะกรรมการบริหารร่วม ทั้งนี้ มร. จอห์น ริชาร์ดสัน ยังคงดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการอิสระของริม และยังคงทำหน้าที่ในฐานะคณะกรรมการบริหารอิสระ โดยเชื่อมั่นว่าการแต่งตั้งดังกล่าวควบคู่กับการทำงานของ มร. ริชาร์ดสัน จะทำให้โครงสร้างผู้บริหารของริมมีความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ริมยังได้ประกาศเรื่องการลาออกของ มร. จิม เอสทิล ในตำแหน่งผู้อำนวยการของริม และได้กล่าวขอบคุณ มร. เอสทิล ที่ทุ่มเทการทำงานให้กับคณะกรรมการบริหารมาตลอด 13 ปี
 
เกี่ยวกับ รีเสิร์ช อิน โมชั่น (Research In Motion: RIM)
รีเสิร์ช อิน โมชั่น หรือ ริม (Research In Motion- RIM) เป็นบริษัทผู้นำด้านการออกแบบ การผลิต และการตลาด โซลูชั่นนวัตกรรมไร้สาย สำหรับตลาดการสื่อสารผ่านโทรศัพท์มือถือทั่วโลก จากพัฒนาการในด้านระบบฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์ และบริการต่างๆ อย่างครบวงจร สำหรับมาตรฐานระบบเครือข่าย ไร้สายต่างๆ ทำให้ RIM สามารถนำเสนอแพลทฟอร์ม และโซลูชั่นรูปแบบต่างๆ สำหรับการเข้าถึงและเชื่อมต่อข้อมูลสำคัญที่ต้องได้รับตรงตามเวลา (time-sensitive) ไม่ว่าจะเป็น อีเมล์ โทรศัพท์ ข้อความ SMS อินเทอร์เน็ต ตลอดจนแอพพลิเคชั่นภายในเครือข่ายเดียวกัน เทคโนโลยีของ RIM ยังสามารถที่จะเชื่อมต่อให้บริการไปยังระบบอื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์ ตลอดจนบริการผ่านการเชื่อมต่อแบบไร้สายไปยังข้อมูลต่างๆ จากประสิทธิภาพของชุดผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีแบบฝังตัว (embedded technologies) ที่โดดเด่นระดับที่ได้รับรางวัล จึงส่งผลให้องค์กรธุรกิจหลายพันแห่งทั่วโลกต่างให้ความไว้วางใจเลือกใช้บริการของ RIM ซึ่งรวมถึงแพลตฟอร์มบริการสื่อสารไร้สาย ® ตลอดจนอุปกรณ์ไร้สายอื่นๆ เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ เครื่องวิทยุคมนาคม ประเภทเครื่องเชื่อมโยงเครือข่าย (Radio Modem) และข้อตกลงใช้ซอฟแวร์และฮาร์ดแวร์ของ RIM
 
RIM ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2527 และมีฐานการดำเนินธุรกิจในเมืองวอเตอร์ลู รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา ปัจจุบันมีสำนักงานปฏิบัติการอยู่ในอเมริกาเหนือ ยุโรป และเอเชียแปซิฟิก RIM เป็นบริษัทที่ จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq (Nasdaq: RIMM) และในตลาดหลักทรัพย์ของToronto (TSX: RIM) สามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัทฯ ได้ที่ www.rim.com หรือ www.blackberry.com

View :770
Categories: Press/Release Tags: ,

องค์กรผู้บริโภคจับมือ สคบ. จี้ กทช.ออกประกาศจัดการบริษัทมือถือกำหนดวันหมดอายุ

December 21st, 2010 No comments

องค์กรผู้บริโภคจับมือ จี้ กทช.ออกประกาศจัดการบริษัทมือถือกำหนดวันหมดอายุ

เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค ยื่นข้อเรียกร้อง สคบ. เรียกเงินคืนจากบริษัทมือถือ หลังเจรจาเห็นพ้อง จี้ให้ กทช.ออกประกาศให้บริษัทยกเลิกการกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน และหาวิธีคืนเงินให้กับผู้บริโภค  
วันนี้ (21 ธ.ค.) เครือข่ายองค์กรผู้บริโภค นำโดยนายกำชัย  น้อยบรรจง ตัวแทนเครือข่ายผู้บริโภคภาคกลาง เข้ายื่นหนังสือต่อนายนิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมคุ้มครองผู้บริโภค ขอให้ดำเนินการแก้ปัญหาให้การกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงินสัญญาเรื่องให้ธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2543
 
นายกำชัย  กล่าวว่าจากกรณีที่ผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบเติมเงินทุกเครือข่ายซึ่งมีประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้มือถือทั้งระบบ ได้ถูกบริษัทผู้ให้บริการกำหนดอายุการใช้งานโทรศัพท์ระบบเติมเงิน  ซึ่งเป็นการเร่งรัดให้ผู้บริโภคต้องเร่งใช้ เร่งเติมเงิน ภายในระยะเวลาที่ผู้ให้บริการกำหนด เช่น 10 บาทต้องใช้บริการภายใน 1 วัน 50 บาทต้องใช้บริการภายใน 5 วัน หรือ หากจะให้โทรศัพท์ใช้งานได้ในระยะเวลา 1 เดือน ต้องเติมเงินถึง 300 บาททีเดียว แม้ว่าผู้บริโภคจะใช้เงินค่าโทรศัพท์ไม่หมด หรือยังมีเงินเหลืออยู่ในระบบก็จำเป็นต้องหาเงินมาเติมให้กับผู้ให้บริการล่วงหน้า เพื่อให้โทรศัพท์ยังสามารถใช้งานได้  ไม่ให้ถูกตัดสัญญาณโทรศัพท์ ไม่ให้ถูกยึดเงินในระบบและเพื่อรักษาเบอร์โทรศัพท์ของตนไว้
 
“บริษัทผู้ให้บริการเป็นผู้เขียนกติกาขึ้นมาเอง ทั้งที่ขัดต่อประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) พรบ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 ข้อ 11 เรื่องมาตรฐานสัญญาการให้บริการโทรคมนาคมลักษณะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าบริการที่เป็นการล่วงหน้า จะต้องไม่มีข้อกำหนด ที่บังคับให้ผู้ใช้บริการต้องใช้บริการภายในระยะเวลาที่กำหนด”
 
นอกจากนี้ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าตามประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มีประกาศว่าด้วย สัญญาเรื่องให้ธุรกิจบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2543 และที่ผ่านมายังไม่มีการควบคุมใดๆ ปล่อยให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค เนื่องจากถูกบังคับให้ต้องเติมเงินในระยะเวลาที่สั้นเกินสมควร และถือสิทธิอันไม่ชอบในการยึดเงินในระบบของผู้บริโภคไปทั้งหมดหากเติมเงินไม่ทัน
 
นายนิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมคุ้มครองผู้บริโภค หลังรับหนังสือกล่าวว่าบทบาทหน้าที่ของ สคบ.ไม่ได้กว้างขวางอย่างที่ผู้บริโภคคาดหวังไว้ เพราะกรณีเรื่องนี้มีพรบ.การประกอบกิจการโทรคมนาคม ควบคุมไว้แล้ว แต่ถึงแม้ว่าจะมีการบัญญัติหน้าที่ไว้ก็ตาม ก็ยังไม่มีอำนาจในการดำเนินการ ซึ่งก็ต้องส่งเรื่องมาที่ สคบ.จัดการให้
 
“ที่ผ่านมาก็มีการหารือกันระหว่าง สคบ.กับ สบท.ถึงทางออกต่อปัญหานี้ ซึ่งเราก็ไม่ได้นิ่งเฉยหากมีผู้บริโภคเข้ามาร้องเรียนกรณีที่ถูกยึดเบอร์หรือยึดเงินในโทรศัพท์ เราก็จะดำเนินการเรียกผู้ประกอบการให้เข้ามาเจรจาถึงวิธีการแก้ปัญหา ซึ่งเมื่อเรียกผู้ประกอบการมาก็จะตกลงกันด้วยดี หรือหากตกลงกันไม่ได้ก็จะดำเนินการฟ้องร้องแทนผู้บริโภค หรือการไกล่เกลี่ยหรือฟ้องคดีแทนผู้บริโภค แต่นี่ก็เป็นการแก้ปัญหาทีละรายเท่านั้น เพราะ สคบ.ไม่มีอำนาจในการประกาศออกข้อบังคับกับผู้ให้บริการได้ อำนาจหน้าที่ส่วนนี้จะอยู่ที่ กทช.ซึ่งเป็นผู้ถือกฎหมายนี้ที่ต้องออกประกาศเรื่องเงื่อนไขเวลาและต้องมีความชัดเจน” เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคกล่าว
 
พร้อมกล่าวเสริมว่า ผู้บริโภคท่านใดที่มีปัญหาถูกผู้ให้บริการตัดหรือยึดเงิน สามารถเข้าร้องทุกข์กับ สคบ.ได้

 

View :837
Categories: Press/Release Tags:

ก.ไอซีที มอบ ๙ ถ้วยรางวัลเกียรติยศ การประกวดเว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติฯ “ ล้นเกล้าฯ…แผ่นดินไทย”

December 20th, 2010 No comments

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและถ้วยเกียรติยศนายกรัฐมนตรี แก่เยาวชนไทยและนักพัฒนาเว็บไซต์ ใน โครงการ ประกวดเว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติ “ ล้นเกล้าฯ…แผ่นดินไทย ” ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมสยามซิตี้ ถนนศรีอยุธยา กรุงเทพฯ พิธีการในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อมอบเงินรางวัลและถ้วยเกียรติยศ ในนามนายกรัฐมนตรีจำนวน 9 ถ้วยให้แก่ผู้ชนะเลิศ และรองชนะเลิศ ทั้งในระดับนักเรียน นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป รวมทั้งมอบเกียรติบัตรแก่คณาจารย์ สถาบันการศึกษา ที่ให้การสนับสนุน ซึ่งโครงการฯ ดังกล่าว สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา นักพัฒนาเว็บไซต์ และประชาชนทั่วไป ได้ มีส่วนร่วมแสดงความจงรักภักดีผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการจัดทำเว็บไซต์แสดงข้อมูลพระราช-ประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อันเป็นการส่งเสริมให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาและออกแบบ เว็บไซต์ให้มากขึ้น

View :762
Categories: Press/Release Tags:

เอเชียซอฟท์ รุกธุรกิจซอฟแวร์ ครั้งของประเทศไทยกับการขายตรง ซอฟต์แวร์ Internet Security ถูกลิขสิทธิ์

December 17th, 2010 No comments

บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านความบันเทิงออนไลน์ ชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ประกาศผลักดันการจัดการจำหน่ายซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ตราคาถูกเพื่อคนไทยอย่างเต็มรูปแบบ

ด้วยราคาที่โดนใจผู้บริโภคเพียง 189 บาทต่อเครื่องต่อปี เท่านั้น…! พร้อมปรับแผนกลยุทธเขย่าตลาดธุรกิจซอฟแวร์

ครั้งของประเทศไทยโดยการเปิดระบบขายตรง (Direct Sale)หลังจากได้รับกระแสการตอบรับผลิตภันฑ์ เกินความคาดหมายในปีนี้

คุณกิตติพงศ์ พฤกษอรุณ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากที่บริษัท เอเชียซอฟ ได้นำผลิตภันฑ์ Kingsoft Internet Security 9+ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ประเภทป้องกันรักษาความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต ออกทำตลาดในประเทศไทยครั้งแรก

เมื่อเดือนมีนาคม 2553 ทางบริษัทได้รับกระแสการตอบรับเกินความคาดหมาย เนื่องด้วยซอฟแวร์ Kingsoft Internet Security 9+ ของทางบริษัท มีความโดดเด่นในเรื่องของการอัพเดทฐานข้อมูลไวรัสคอมพิวเตอร์ล่าสุดที่รวดเร็ว และด้วยประสบการณ์ในการให้บริการด้านธุรกิจออนไลน์กว่า 10 ปี ทำให้ทางบริษัทเลือกที่จะติดตั้ง Server ในการอัพเดทในประเทศไทย ส่งผลทำให้ซอฟแวร์ Kingsoft Internet Security 9+ ของบริษัทพร้อมที่จะปกป้องเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานในทุกสถานการณ์ความเสี่ยง และประกอบด้วยกลยุทธด้านราคาที่โดนใจผู้บริโภค

เพียง 189 บาทต่อเครื่องต่อปีเท่านั้น…! เมื่อเทียบกับผลิตภันคู่แข่งรายอื่นในตลาดที่ผู้บริโภคจะต้องขวักกระเป๋าเฉลี่ยกว่า 800บาทต่อเครื่องต่อปีเลยทีเดียว

ทั้งนี้จากการทำตลาดKingsoft Internet Security 9+ ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ตที่ผ่านมาทาง บริษัท เอเชียซอฟ ได้มีการปฎิวัติรูปแบบของการซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์ผ่านทางออนไลน์ ด้วยบัตร @Cash ซึ่งเป็นบัตรเตมเงินของบริษัทผ่านร้าน@Cash กว่า 8,000 ร้านค้าทั่วประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มลูกค้าเกมเมอร์เป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่ใช้บริการ และด้วยประสิทธิภาพการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ ทางบริษัท เอเชียซอฟ

ได้มีแนวทางการทำตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ๆ อย่าต่อเนื่อง ซึ่งปี 2011 Kingsoft Internet Security 9+ พร้อมรุกทำตลาดในกลุ่มลูกค้าทั่วไปและกลุ่มลูกค้า

ธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อมหรือ (SME) ที่ต้องการโปรแกรมที่ถูกลิขสิทธิ์มาใช้งาน บริษัท เอเชียซอฟ วางแผนที่จะปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคให้หันมาซื้อ

ซอฟแวร์ลิขสิทธิ์เพิ่มมากขึ้น โดยทางบริษัทจะเขย่าตลาดซอฟแวร์ในประเทศไทยอีกครั้ง ด้วยการปฎิวัติรูปแบบการจัดจำหน่ายซอฟแวร์ลิขสิทธิ์ในประเทศไทยอย่าง

ที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการเปิดการจัดจำหน่ายผลิตภันฑ์ ในรูปแบบขายตรง (Direct sale) โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจทุกคน ไม่จำกัด เพศ และการศึกษา

เป็นตัวแทนขายซอฟแวร์ถูกลิขสิทธิ์อย่าง Kingsoft Internet Security 9+ เพื่อทำให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อสินค้าดีราคาถูกได้ง่ายยิ่งขึ้นและรู้สึกอุ่นใจทุกครั้งในการใช้งาน

เพราะเป็นการแนะนำสินค้าจากเพื่อนพี่น้องที่เป็นที่รู้จัก เมื่อมีปัญหาก็สามารถสอบถามได้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ทั้งนี้ยังเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่

ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าชั้นนำทั่วไปอย่างร้าน B2S อีกด้วย ด้วยราคาสุดคุ้ม 189.- บาท ต่อเครื่องต่อปีเท่านั้น…!

นับเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่มีการขายซอฟต์แวร์ที่ถูกที่สุดและคุ้มค่าที่สุดอยู่ในขณะนี้ ซึ่งคาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นมากกว่า 30% จากช่องทางเดิม

อย่างไรก็ตาม คุณกิตติพงศ์ ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยทางบริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งตลาด ในปี 2554 ไว้ที่ 10 %

ของซอฟต์แวร์ประเภทป้องกันรักษาความปลอดภัยทางอินเตอร์เน็ต โดยมีสัดส่วนการทำการตลาดแบ่งเป็นผู้ใช้งานทั่วไป 70 %

และ ธุรกิจขนาดกลางและขยาดย่อม 30 % พร้อมกันนี้ทางบริษัทจะเปิดตัวผลิตภันฑ์ใหม่ๆ ด้านยูทิลิตี้อื่นๆในปี 2554

เพื่อตอบสมองความต้องการของผู้บริโลกไซเบอร์ได้อย่างครบถ้วนมากยิ่งขึ้น

View :831

นักคิด-นักพัฒนาซอฟต์แวร์ดาวรุ่งแจ้งเกิดในวงการไอที จากงานประกาศผลและมอบรางวัลเทสก้า 2010 จัดโดยซิป้า

December 17th, 2010 No comments

สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า (SIPA) ภายใต้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดงานประกาศผลและมอบรางวัล “โครงการคัดสรรผลิตภัณฑ์ดีเด่นแห่งชาติ 2553” หรือ TESCA 2010 () แก่พัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่นจาก 8 กิจกรรม รวมเงินรางวัลทั้งสิ้นกว่า 10 ล้านบาท ย้ำแนวร่วมภาครัฐ-เอกชนพร้อมให้การส่งเสริมและสนับสนุนต่อเนื่องเพื่อผลิตนักคิด-นักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ที่มีความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะฝีมือ รวมทั้งวางแผนการตลาดผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์

นายปริญญา กระจ่างมล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า “ระดับความตื่นตัวและคุณภาพผลงานที่ส่งเข้าประกวดภายใต้โครงการคัดสรรผลิตภัณฑ์ดีเด่นแห่งชาติในปีนี้ ชี้ให้เห็นว่านักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยได้พัฒนาความรู้ความสามารถในการสร้างสรรค์ซอฟต์แวร์ขึ้นไปมาก ทั้งนี้ เป็นผลจากการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างจริงจังจากหน่วยงานหลักอย่างซิป้า รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน สถาบันการศึกษา และสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ได้จัดให้มีเวทีแข่งขันเพื่อเฟ้นหาสุดยอดนักพัฒนาซอฟต์แวร์และผลิตภัณฑ์ พร้อมเชิดชูผลิตภัณฑ์ดีเด่น ทั้งยังช่วยจุดประกายและบ่มเพาะนักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ๆ ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยเสริมศักยภาพของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีอยู่ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้นอีกด้วย ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ของประเทศไทยในอนาคต”

“ความโดดเด่นของโครงการนี้ คือ ครอบคลุมตั้งแต่ซอฟต์แวร์เพื่อการใช้งานในองค์กรและซอฟต์แวร์สมองกลฝังตัว ไปจนถึงดิจิทัลคอนเทนต์อย่าง อี-เลิร์นนิ่ง เกม และแอนิเมชั่น โดยไม่ลืมที่จะเพิ่มเติมในส่วนของการตลาดซึ่งถือเป็นสำคัญยิ่ง อีกด้านหนึ่งของโครงการคือเป็นการจุดประกายและเปิดโอกาสให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั้งมือสมัครเล่นและมืออาชีพ รวมถึงผู้ประกอบการ ได้เข้ามามีส่วนร่วมและพัฒนาศักยภาพไปพร้อมกัน ผ่านการนำเสนอผลงานการสร้างสรรค์ซอฟต์แวร์อย่างเป็นระบบ ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯ ในด้านการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ให้มีขีดความสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก ซึ่งการที่จะบรรลุผลตามวิสัยทัศน์นี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง บวกกับต้องเร่งส่งเสริมให้องค์กรภาครัฐและเอกชนไทย รวมทั้งผู้บริโภคทั่วไปใช้ซอฟต์แวร์ไทยให้มากขึ้น เพราะนอกจากความสมเหตุสมผลในด้านราคาแล้ว ยังกระตุ้นให้ตลาดซอฟต์แวร์ที่สร้างสรรค์โดยฝีมือคนไทยเติบโตได้อีกด้วย” นายปริญญา กระจ่างมล กล่าวเสริม

โครงการคัดสรรผลิตภัณฑ์ดีเด่นแห่งชาติ 2553 มีวัตถุประสงค์เพื่อเน้นให้นักคิดและนักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาจากระดับประเทศไปสู่ระดับนานาชาติ โดยได้เสริมความรู้ด้านการตลาดเพื่อให้นำไปต่อยอดความคิด และนำเสนอผลงานที่ตอบสนองแนวโน้มความต้องการที่แท้จริงของตลาดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงความรู้ล่าสุดในเรื่องลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งนี้ เพื่อบ่มเพาะนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่มีความรู้รอบด้านทั้งทางเทคนิค การตลาด และกฎหมาย

นายปริญญา กล่าวถึงภาพรวมความสำเร็จของกิจกรรมในปีนี้ว่า “กิจกรรมในปีนี้ครอบคลุมทุกสาขา ตั้งแต่ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กร สมองกลฝังตัว ไปจนถึงดิจิทัลคอนเทนต์อย่างแอนิเมชั่น และเกมซึ่งขณะนี้โดเด่นมากในด้านเครือข่ายสังคมออนไลน์ ถึงแม้ว่าโครงการนี้เพิ่งจัดเป็นครั้งที่ 2 แต่ก็ได้รับการตอบรับมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากทั้งหมด 8 กิจกรรมย่อย มีจำนวนผลงานที่ส่งเข้าประกวดนับพันผลงาน รวมจำนวนนักพัฒนาซอฟต์แวร์เข้าร่วมโครงการหลายร้อยคน ทำให้สามารถคัดสรรผลงานที่เป็นสุดยอดเข้าไปตัดสินในรอบสุดท้ายได้เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ จะพยายามปรับรูปแบบและหมวดหมู่กิจกรรมให้มีความเหมาะสมมากขึ้นในปีต่อๆ ไป”

ผลงานที่ได้รับรางวัลในแต่ละกิจกรรมย่อยของโครงการ TESCA2010 ได้แก่

1. Thailand ICT Award and Asia Pacific ICT Alliance 2010 (TICTA/APICTA)

2. SIPA Animation Contest 2010 and DigiCon6

3. SIPA Game Contest and Award 2010

4. Thailand Embedded Product Award 2010 (TEPA)

5. National Software Contest 2010 (NSC)

6. ACM International Collegiate Programming Contest 2010 (ACM/ICPC)

7. Software Business Plan Contest 2010

และ

8. Cut & Paste Bangkok Global Tournament 2010

เกี่ยวกับ TESCA 2010

โครงการคัดสรรผลิตภัณฑ์ดีเด่นแห่งชาติ 2553 หรือ เทสก้า 2010 (TESCA 2010) เป็นหนึ่งในโครงการหลักของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า โดยมีวัตถุประสงค์มุ่งกระตุ้นอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทยให้ตื่นตัว และส่งเสริมศักยภาพของนักคิด นักพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อรองรับการเติบโตแบบก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย ผ่านการแข่งขันใน 8 กิจกรรม ครอบคลุมทั้งด้านซอฟต์แวร์ ดิจิทัลคอนเทนต์ แอนิเมชั่น เกม สมองกลฝังตัว เอนเตอร์ไพรส์ซอฟต์แวร์ และแผนธุรกิจซอฟต์แวร์ พร้อมพัฒนาผลงานต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับผลงานฝีมือคนไทย

รายละเอียด 8 กิจกรรม ของโครงการ TESCA 2010 ประกอบด้วย

1. Thailand ICT Award and Asia Pacific ICT Alliance 2010 (TICTA/APICTA)

2. SIPA Animation Contest 2010 and DigiCon6

3. SIPA Game Contest and Award 2010

4. Thailand Embedded Product Award 2010 (TEPA)

5. National Software Contest 2010 (NSC)

6. ACM International Collegiate Programming Contest 2010 (ACM/ICPC)

7. Software Business Plan Contest 2010

8. Cut & Paste Bangkok Global Tournament 2010

สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TESCA 2010 ได้ที่เว็บไซต์ www.tesca2010.sipa.or.th

View :1266