Archive

Archive for December, 2010

สบท.สำรวจคุณภาพบริการมือถือทั่วกรุงฯ

December 14th, 2010 No comments

สบท.จับมือสองหน่วยงาน ตั้งทีมสำรวจตรวจสอบคุณภาพบริการ โทรศัพท์มือถือ 4 เครือข่าย พิสูจน์ปัญหาสายหลุด อับสัญญาณ โทรข้ามเครือข่ายยาก ทั่วกรุงฯ หวังเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภคเลือกใช้บริการที่ตรงใจ

​เมื่อวานนี้(13 ธ.ค. 53)  สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม () ได้ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคม ( TRIDI) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  จัดแถลงข่าว  โครงการทดสอบคุณภาพการให้บริการโทรคมนาคมประเภทเสียงในบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่จากมิติการใช้งานของผู้บริโภค  เพื่อศึกษาคุณภาพการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในพื้นที่กรุงเทพมหาตครโดยการสะท้อนประสบการณ์ในการใช้งานของผู้บริโภค

​นายประวิทย์  ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการ สบท. เปิดเผยว่า เนื่องจากที่ผ่านมาการใช้บริการโทรศัพท์มือถือยังพบปัญหาเช่น ในรอบ 3 ปี ยังมีปัญหาการโทรข้ามเครือข่ายยาก  หรือแม้แต่ในกรุงเทพมหานคร แต่ละเครือข่ายก็ยังมีบางจุดที่อับสัญญาณ อีกทั้งในขณะนี้มีการให้บริการคงสิทธิเลขหมาย หรือการย้ายเครือข่ายใหม่เบอร์เดิม การให้ข้อมูลกับผู้บริโภคเพื่อตัดสินใจเกี่ยวกับคุณภาพการให้
บริการจึงเป็นสิ่งสำคัญ จึงทำให้เกิดการประสานงานเกิดโครงการนี้

​“ เป้าหมายของโครงการคือ เพื่อทดสอบคุณภาพบริการโทรศัพท์มือถือ ในแง่การติดต่อไปยังโทรศัพท์มือถือภายในเครือข่ายและนอกเครือข่าย ความถูกต้องของหมายเลขโทรศัพท์ที่แสดงในจอผู้รับ โดยเป็นการทดสอบที่เป็นวิทยาศาสตร์ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลให้ผู้บริโภคตัดสินใจในการเลือกใช้บริการโดยเครือข่ายที่จะถูกทดสอบครั้งนี้คือ เอไอเอส ดีแทค ทรูและฮัทช์ และมีระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่เดือน ธันวาคมปีนี้ถึงเดือนมีนาคม 2554 โดยเรามีการทดสอบ 2 รอบเพื่อพิสูจน์ว่า ข้อมูลที่ได้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ” ผอ.สบท.กล่าว

            ด้านผศ.ดร.เชาวน์ดิศ อัศวกุล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า  สำหรับการดำเนินโครงการนั้น ทีมสำรวจจะทำหน้าที่เป็นผู้บริโภค ออกสำรวจคุณภาพของบริการจากโทรศัพท์มือถือ ไปยังโทรศัพท์มือถือ  เกณฑ์ที่ใช้ในการตรวจวัด คือ อัตราสายหลุด อัตราการโทรไม่ติดหรือเจอฝากข้อความ อัตราการโทรสำเร็จ เวลาที่ใช้ตั้งแต่กดโทรจนถึงคู่สนทนารับสาย  อัตราที่ผู้รับสายไม่สามารถโทรกลับได้ เนื่องจากหน้าจอแสดงเบอร์ผิด หรือไม่แสดงเบอร์  โดยเกณฑ์ทั้งหมดจะสำรวจทั้งจากเครือข่ายเดียวกันและต่างเครือข่าย นอกจากนี้ยังรวมถึงพื้นที่ไหนสายหลุดบ่อย โทรติดยากด้วย

​“ทีมสำรวจจะออกทดสอบให้ครอบคลุมพื้นที่ภายในกรุงเทพมหานครตามเส้นทาง 49 เส้นทาง เช่น ถนนสาธร ถนนพระราม 4 ถนนวรจักร ถนนลาดพร้าว ตั้บงแต่วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์อย่างต่อเนื่อง และมีการทำซ้ำบนถนนเส้นเดียวกันไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง รวมการทดสอบ 30,000-40,000 ครั้ง เป็นระยะเวลารวม 20 วันจากนั้นจึงนำผลที่ได้มาวิเคราะห์เพื่อเผยแพร่ให้ผู้บริโภครับทราบต่อไป “ผศ.ดร.เชาวน์ดิศ กล่าว

View :1001

ลูกค้าวัน-ทู-คอล! ใช้งานดาต้าในต่างประเทศได้ไม่อั้น เป็นรายแรกในระบบเติมเงิน

December 14th, 2010 No comments

ลูกค้าวัน-ทู-คอล! ใช้งานดาต้าในต่างประเทศได้ไม่อั้น เป็นรายแรกในระบบเติมเงิน
 
นางสาวสุชาดา ตันติราพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักธุรกิจระหว่างประเทศ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฟรีด้อม แพลนเน็ต บริการข้ามแดนอัตโนมัติจากวัน-ทู-คอล! มุ่งมั่นพัฒนาบริการ เพื่อให้ลูกค้าวัน-ทู-คอล! สามารถนำโทรศัพท์มือถือไปใช้งานในต่างประเทศได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งการโทรออก รับสาย , ส่ง SMS และการใช้งานดาต้า โดยปัจจุบันสามารถใช้บริการได้ครอบคลุมถึงกว่า 210ประเทศ 700 โอเปอร์เรเตอร์ทั่วโลก โดยเฉพาะการใช้งานดาต้า โรมมิ่งของลูกค้าวัน-ทู-คอล! ที่ปัจจุบันมีปริมาณการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้นเพื่อให้สามารถตอบโจทย์พฤติกรรมการใช้งานดังกล่าว รวมทั้งให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ฟรีด้อม แพลนเน็ต บริการข้ามแดนอัตโนมัติจากวัน-ทู-คอล! จึงออกแพ็กเกจ  “Bridge DataRoam Unlimited” ขึ้น นับเป็นรายแรกและรายเดียวในระบบเติมเงิน ที่ให้ลูกค้าวัน-ทู-คอล! สามารถท่องโลกอินเตอร์เน็ต แชท เฟซบุ๊ก อัพโหลดรูป และส่งอีเมล์ ได้แบบไม่อั้นขณะเดินทางอยู่ใน 10 ประเทศ ได้แก่ เกาหลีใต้ , ออสเตรเลีย , สิงคโปร์ , ฮ่องกง , ไต้หวัน , ฟิลิปปินส์  , มาเลเซีย , อินเดีย , มาเก๊า และอินโดนีเซีย 
โดยมีให้เลือกทั้งแพ็กเกจเหมาจ่ายรายวัน 375 บาท , ราย 3 วัน 1,015 บาท และ 5 วัน 1,500 บาท เริ่มสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.นี้ เป็นต้นไป ที่เอไอเอส ช็อป , ร้านเทเลวิซทุกสาขาทั่วประเทศ และเอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ 1175 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www..co.th/

View :817
Categories: Press/Release Tags: ,

โนเกียเปิดตัว Nokia C5-03 สมาร์ททัชโฟน 3.5G พร้อม WiFi

December 14th, 2010 No comments

C5-03 สมาร์ททัชโฟน 3.5G พร้อม WiFi
ความเพรียวบางที่มาพร้อมกล้อง 5 MP และแอพสนุกๆ สำหรับคนไทย

กรุงเทพฯ 14 ธันวาคม 2553: โนเกียเปิดตัว C5-03 สมาร์ททัชโฟนมีสไตล์ที่มาพร้อมความสะดวกสบายด้วย
Wi-Fi และการเชื่อมต่อสัญญาณมือถือความเร็วสูง 3.5 G ในราคาเบา เบา เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย
พร้อมสนุกกับแอพพลิเคชั่นหลากหลายสำหรับคนไทย
 
เป็นอุปกรณ์สื่อสาร 3.5G เครื่องเพรียวบางพร้อมกล้อง 5 mp หน้าจอหลักสามารถปรับเปลี่ยนได้และเชื่อมสู่
บัญชีรายชื่อผู้ติดต่อ อีเมล์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ บน Ovi Store ได้อย่างง่ายดาย มาพร้อมหลากหลายแอพพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นเพื่อคนไทยไม่ว่าจะเป็น สนุก! โมบาย บริการท่องเว็บไซต์สนุกดอทคอมผ่านมือถือ Spelling Bee โปรแกรมฝึกทักษะการสะกดคำศัพท์ภาษา อังกฤษจากนิตยสารภาษาอังกฤษยอดนิยมของเยาวชน Nation Junior และเกมส์ก้านกล้วย การต่อสู้ของช้าง ‘ก้านกล้วย’ และ ‘งวงแดง’ ที่สร้างสรรค์จากภาพยนตร์ “ก้านกล้วย” แอนิเมชั่น 3 มิติชื่อดังของไทย
 
Nokia C5-03 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟน Symbian ในรูปลักษณ์สวยงามมีสไตล์ ยังได้นำแผนที่พร้อมระบบนำทางด้วยเสียง
และ Ovi mail มาให้บริการฟรี โดยแผนที่ Ovi เวอร์ชั่นล่าสุด (ให้บริการในเบื้องต้นผ่าน Nokia Beta Labs) ได้เพิ่มข้อมูลระบบขนส่งสาธารณะ และฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถ check in เพื่อระบุตำแหน่งปัจจุบันบนสังคมออนไลน์ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Ren Ren
 
มร.ชูมิท คาพูร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนเกีย (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “Nokia C5-03 เป็นสมาร์ทโฟนที่มอบคุณประโยชน์ของบริการ Ovi ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ อีเมล์ ระบบนำทาง และอื่นๆ อีกมากในราคาเบา เบา ถือเป็นอุปกรณ์สื่อสารระบบสัมผัสดีไซน์สวยที่ผสมผสานทุกสิ่งอย่างสำหรับวัยรุ่นที่ชื่นชอบความบันเทิงและสังคมออนไลน์” พร้อมเสริมว่า “Nokia C5-03 จะพาคุณไปยังสถานที่ใหม่ๆ และให้คุณได้แบ่งปันตำแหน่งปัจจุบันกับเพื่อนๆ ผ่าน Facebook ด้วยระบบ A-GPS และระบบนำทางฟรีตลอดชีพ ทดลองเล่นเกมส์ใหม่ๆ และท่องเว็บด้วยการเชื่อมต่อ Wi-Fi หรือเครือข่าย 3.5G เพลิดเพลินกับเกมส์และแอพพลิเคชั่นมากมายบน Ovi Store”
 
ผู้ใช้ Nokia C5-03 ยังสามารถตั้งค่า Ovi Mail ซึ่งเป็นอีเมล์ฟรีจากโนเกียได้อย่างง่ายดาย รวมถึงอีเมล์อื่นๆ เช่น
Yahoo Mail, Windows Live Hotmail เป็นต้น
 
Nokia C5-03 จะวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 7,490 บาท มีหลากหลายสีสันให้เลือก
สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Nokia C5-03 ได้ที่โนเกียแคร์ไลน์ 02-255-2111 หรือ www.nokia.co.th

View :1341
Categories: Press/Release Tags: ,

ไมโครซอฟท์ปลุกกระแสวินโดวส์โฟน 7 ส่งเกมออนไลน์ลง Facebook ชวนแฟนๆ เล่นเกมชิงโทรศัพท์ HTC HD7

December 14th, 2010 No comments

เพื่อเป็นการปลุกกระแสการเปิดตัววินโดวส์โฟน 7 ระบบปฏิบัติการโทรศัพท์ล่าสุดจากไมโครซอฟท์ที่จะช่วยให้ชีวิตง่ายและเร็วขึ้นกว่าเดิม บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมพิเศษบนสังคมออนไลน์สำหรับคนรักวินโดวส์โฟน 7 ด้วยเกม “Windows Phone 7 Puzzle” บนเฟซบุ๊ค โดยเปิดโอกาสให้แฟนๆ ชาวไทยได้ร่วมสนุกเพื่อลุ้นรับ HTC HD7 โทรศัพท์ระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน 7 รุ่นแรกในประเทศไทย
 
กิจกรรมเกมส์ออนไลน์ Windows Phone 7 Puzzle เปิดให้แฟนๆ ชาวไทยได้ร่วมสนุก ระหว่างวันที่ 7 ธันวาคม 2553 – 7 มกราคม 2554 และจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลในวันที่ 8 มกราคม 2554 บนหน้า Fanpage ของวินโดวส์โฟน 7 ทั้งนี้ หลังจากเปิดตัวเกมวันแรก มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมเล่นเกมกว่า 400 คน
 
ระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟน 7 ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองชีวิตที่ง่ายและคล่องตัวยิ่งขึ้นทั้งเรื่องงาน ไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย และความบันเทิงเต็มรูปแบบ ผสานด้วยฟังก์ชั่นที่ทุกไลฟ์สไตล์ต้องการ ทั้งการใช้งานออฟฟิศ และโซเชียลมีเดียอย่างลงตัว พร้อมอินเทอร์เฟซกราฟฟิกที่สวยงาม ผู้ใช้จึงสามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล ไม่สะดุด ด้วยจำนวนคลิกที่ลดลง  
 
ร่วมสนุกกับเกม Windows Phone 7 Puzzle ได้ที่ http://apps.facebook.com/wpseven_puzzle ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและอัพเดทความเคลื่อนไหวของวินโดวส์ โฟน 7 ในประเทศไทยได้ที่http://www.facebook.com/windowsphonethailand   
 

View :908

ไอดีซี คาดการณ์ 10 อันดับแนวโน้มที่สำคัญในปี 2554

December 13th, 2010 No comments

ไอดีซี คาดว่า การดำเนินธุรกิจของภูมิภาคเอเชียและมุมมองด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที นั้นจะยังคงถูกเน้นหนักไปที่ภาพของการเติบโตอย่างยั่งยืนและหรือในบางกรณีมีอัตราการเติบโตในระดับสูง ด้วยเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนส่งผลให้เกิดการแปลงสภาพของอุตสาหกรรม ไอซีที ตามลำดับ และยังเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดการใช้งานกันอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

“แม้ว่า ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะได้รับผลกระทบที่ไม่รุนแรงจากวิกฤตการณ์ทางการเงินเมื่อเปรียบเทียบกับอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก แต่ทว่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำดังกล่าวได้ส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ เมื่อภาวะทางเศรษฐกิจที่เริ่มมีความไม่แน่นอนราวปลายปี 2551 นั้น บรรดาบริษัทต่าง ๆ ในภูมิภาคนี้เริ่มที่จะเพิ่มสนใจไปยังการเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายของลูกค้าในปัจจุบันให้สูงขึ้น มากกว่าที่จะหันไปรุกตลาดใหม่ ๆ และจากเหตุผลดังกล่าว สภาพการแข่งขันในภูมิภาคนี้ก็ยังคงทวีความเข้มข้นขึ้นหลังจากวิกฤตได้ผ่านพ้นไปแล้วและยังหมายรวมไปถึงการขยายตัวของตลาดที่เกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตที่เริ่มกลับเข้ามาเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงกันอีกครั้ง องค์กรต่าง ๆ ในทุกภาคธุรกิจในปัจจุบันกำลังประสบกับสภาพการแข่งขันที่รุนแรงไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินค้าหรือการให้บริการ และไอดีซีคาดว่า แนวโน้มดังกล่าวนี้จะยังคงต่อเนื่องไปอีกสองถึงสามปีข้าง หน้า ไอดีซีเชื่อว่าแนวคิดริเริ่มที่มองลูกค้าเป็นตัวตั้งนั้น จะกลายเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจลำดับต้น ๆ สำหรับตลาดที่กำลังเกิดใหม่ในปี 2554 และปีต่อ ๆ ไป” กล่าวโดย นายคลาวส์ มอร์เทนเซน หัวหน้ากลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านวิจัยเทคโนโลยีเกิดใหม่ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ไอดีซีคาดว่า ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยังคงพอใจต่ออัตราการเติบโตในระดับสูงอีกปีหนึ่ง โดย ประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตของการใช้จ่ายด้านไอทีเพิ่มขึ้นมากที่สุดของภูมิภาคนี้ในปี 2554

ถัดจากนี้ไปคือ สิ่งเหล่านี้ไอดีซีเชื่อว่าจะเป็นแนวโน้มสำคัญที่ส่งผลกระทบตลาดไอซีทีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกนี้

1. แอพพลิเคชั่น Socialytic จะเปลี่ยนตลาด
ไอดีซี คาดว่าในปี 2554 จะเป็นปีที่มีแนวโน้มของการประสานกันระหว่าง social media กับ business analytical ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มให้กับบรรดาแอพพลิเคชั่นหลัก ๆ สำหรับองค์กรที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน แอพพลิเคชั่นต่าง ๆ กำลังเริ่มที่จะฝังตัวเรื่องของ unified communications และ social media ไว้กับการทำงานปัจจุบัน และ ไอดีซีคาดว่า แอพพลิเคชั่นทางธุรกิจทุกประเภทกำลังจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงพื้นฐานของระบบโครงการสร้างการทำงาน ด้วยการรวมซอฟท์แวร์ด้าน social/collaboration และงานด้านการวิเคราะห์ เข้าไปเป็นหน่วยหนึ่งในแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจที่ใช้งานมาดั้งเดิม ในปี 2554 นี้

2. Mobilution – Mobility จะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดไอที
ไอดีซี กำลังเห็น สิ่งที่เราจะเรียกได้ว่า “มหาพายุ (perfect storm)” ที่เกิดจากวิวัฒนาการของเทคโนโลยีหลายประเภทที่รวมตัวกัน ซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในเรื่อง mobility แท็บเล็ต มีเดียแท็บเล็ต อย่างไอแพด และสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ ในปัจจุบันสามารถใช้งานด้านซอฟ์แวร์หรือเซอร์วิสสำหรับงานองค์กรในเวอร์ชั่นสมบูรณ์ได้เกือบทั้งหมด จากการมุ่งไปสู่เทคโนโลยี cloud computing ในปัจจุบันนี้ เรากำลังจะพบว่าระบบไอทีต่าง ๆ จำนวนมากกำลังจะเริ่มให้บริการในรูปแบบต่าง ๆ ที่เป็นเวอร์ชวลไลซ์ มากขึ้น ด้วยการลดความสำคัญของงานประมวลผลที่ติดตั้งอยู่ในอุปกรณ์ สิ่งนี้จะทำให้ “ทุกสิ่งทุกอย่าง” กลายเป็น mobile อย่างจริงจังและไอดีซีเชื่อว่า ในปี 2554 นี้จะเป็นปีที่เป็นตัวเร่งสำหรับเรื่องดังกล่าวนี้

3. “จ่ายน้อยยุ่งยากน้อย – Less for Less” – พอร์ทัลสำหรับให้ลูกค้าใช้บริการด้วยตนเองจะเป็นหัวหอกในการนำเสนอบริการราคาประหยัดที่ยึดเอาลูกค้าเป็นตัวตั้ง
ภาวะการณ์แข่งขันในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจไหนก็ตาม คาดว่าจะทวีความเข้มข้นในอีก 3-5 ปีข้างหน้านี้ จากเหตุผลดังกล่าว องค์กรธุรกิจจำนวนมากจะพบงานหนักกว่าที่เคยพบมาในการสร้างความแตกต่างเฉพาะตัวของตนเองเพื่อเป็นจุดแข็งในการดำเนินธุรกิจให้เกิดขึ้นในตลาด ไอดีซี คาดว่า การมองลูกค้าเป็นตัวตั้ง – การปรับเปลี่ยนสินค้าหรือบริการไปตามสภาพของตลาดที่เปลี่ยนไป – จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่สุดสำหรับองค์กรต่าง ๆ ที่อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดแต่ก็เป็นส่วนใหญ่ ในขณะเดียวกัน เราก็กำลังจะเห็นแนวคิดหรือวิถีชีวิตที่มาจากคน Gen-Y เพิ่มขึ้นในโลกของธุรกิจอีกด้วย ด้วยแรงขับเคลื่อนจากสองสิ่งนี้ในสภาพแวดล้อมของการทำงาน บทบาทของการให้บริการด้วยตนเอง (self-service) ที่เป็นการใช้งานผ่านเว็บไซท์จะกลายเป็นเรื่องสำคัญ จากแนวคิดของ “จ่ายน้อยยุ่งยากน้อย” หมายถึงค่าใช้จ่ายที่น้อยสำหรับการใช้บริการที่จะเกิดขึ้นสำหรับลูกค้าผู้ใช้บริการ ที่ไม่มีความซับซ้อนต่อการใช้บริการ ง่ายต่อการให้บริการดูแลลูกค้า ซึ่งไอซีทีจะมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องของบริการด้วยตนเองที่ “จ่ายน้อยยุ่งยากน้อย” ที่ใช้แนวคิดลูกค้าเป็นตัวตั้ง

4. Analytics จะช่วยเร่งการติดตามพฤติกรรมการบริโภคในเอเชีย
การแข่งขันที่คาดว่าจะทวีความเข้มข้นในเอเชียในอีก 3-5 ปีข้างหน้านี้จากธุรกิจจำนวนมากที่กำลังมุ่งเข้าตลาดในภูมิภาคนี้ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต จากเหตุผลในเรื่องของความสามารถในการพัฒนาวิธีการตัดสินใจและช่วยส่งเสริมให้รายได้เพิ่มขึ้นสูงข้น การวิเคราะห์ต่าง ๆ ด้านธุรกิจถูกคาดว่าจะเคลื่อนเข้าสู่ระยะกลางสำหรับบรรดาซีไอโอ ในปี 2554 เมื่อเทคโนโลยีนี้กำลังถูกมองว่าเป็นตัวช่วยให้องค์กรต่าง ๆ เพื่อความสามารถในการแข่งขันได้

5. Apple’s iPad จะได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในเรื่อง Client Virtualization
ด้วยกระแสความนิยมในสินค้า อย่าง Apple’s iPhone และล่าสุดอย่าง iPad ในปี 2533 นั้น ซีไอโอของแต่ละองค์กรในปัจจุบันกำลังถูกเชิญชวนโดยผู้บริหารระดับสูงของ Apple เพื่อโน้มน้าวให้ผลิตภัณฑ์ของ Apple สามารถเชื่อมต่อเข้าไประบบไอทีขององค์กรและสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นความลับได้ ทั้งที่ ซีไอโอกำลังกังวลว่ามีโอกาสที่อาจจะมีปัญหาในเรื่องความเสี่ยงต่าง ๆ โซลูชั่นทางเลือกที่เป็นไปได้ทางหนึ่งคือการใช้ client virtualization ด้วยการสร้างช่วงของการใช้งานที่เป็นเวอร์ชวลไลซ์จะไม่เพียงแค่ทำให้สามารถเข้าไปใช้งานแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงระบบปฏิบัติการ มันยังสามารถสร้างความมั่นใจให้กับซีไอโออีกด้วยว่าพวกเขาจะรู้ได้ว่าข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กรนั้นมีความปลอดภัย เรื่องนี้เป็นไปได้ว่าจะใช้เวลาอีกหลายปีในการดำเนินการ แต่ ไอดีซี คาดว่าการใช้งานอย่างแพร่หลายของ client virtualization จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

6. การให้บริการและการจัดตั้งสมาพันธ์จะเป็นตัวโน้มน้าวให้เกิดการใช้งาน cloud ในระดับองค์กร
การเริ่มต้นของเทคโนโลยีและบริการ private cloud สำหรับองค์กรขนาดกลางและขนาดใหญ่จะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2554 เนื่องจาก ความกังวลเกี่ยวกับ ระบบความปลอดภัย ความเสถียร และประสิทธิภาพของบริการ public cloud ไอดีซี คาดว่า ความสามารถในการผสานรวมแอพพลิเคชั่นหรือบริการจาก cloud กับแอพพลิเคชั่นหรือบริการจากหน่วยงานไอทีขององค์กรหรือกับบริการจากผู้ให้บริการ cloud อีกรายหนึ่งนั้นจะเป็นได้ทั้งแรงบวกหรือลบสำหรับการนำ cloud มาใช้ในองค์กร สมมุติว่า ถ้าหากบริษัทต่าง ๆ ในเอเชียจะใช้บริการ cloud ที่จะเน้นไปที่โซลูชั่นที่ใช้งานตามความต้องการเฉพาะเรื่องมากกว่าที่จะใช้งานแบบ “ถอดทิ้งและแทนที่ใหม่” ซึ่งมันจะเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานในปัจจุบันกับแอพพลิเคชั่นของ cloud จำเป็นจะต้องผนวกเข้าด้วยกัน ถ้าหากปราศจากการผสานรวมกันแล้ว มันจะเป็นเรื่องยากที่จะบรรลุถึงวัตถุประสงค์ในเรื่องผลตอบแทนการลงทุน (ROI) และแอพพลิเคชั่นที่ถูกเก็บไว้เป็นไซโลในที่ต่าง ๆ จะทำให้ผู้ใช้งานเกิดความสับสน ไม่ว่าบริการ cloud จะลงหลักในองค์กรต่าง ๆ ในเอเชียตามที่เราได้คาดการณ์ไว้ได้หรือไม่ก็ตาม มันจะขึ้นอยู่กับว่า โครงสร้างพื้นฐานของ cloud ในฝั่งผู้ให้บริการนั้นดีเพียงใด ผู้ติดตั้งเทคโนโลยี cloud ผู้ให้บริการ public cloud และ ผู้ให้บริการ virtual private cloud สามารถผลักดันให้เกิดสมาพันธ์ cloud ได้หรือไม่

7. องค์กรธุรกิจที่ทันสมัยจะเริ่มทำแคทตาล๊อกบนพื้นฐานเกี่ยวกับไอที (catalog-based IT)
จากการที่เศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ได้กลับมาฟื้นตัวและธุรกิจต่าง ๆ ก็กำลังเติบโต ผู้ใช้งานจะเริ่มมีความต้องการใช้ทรัพยากรด้านไอทีมากขึ้น ตามระยะเวลาในการทำตลาดได้เพียงสั้น ๆ และการจัดหาทรัพยากรคอมพิวเตอร์มาให้ได้แบบปัจจุบันทันด่วน กำลังกลายเป็นความต้องการที่เหมือนจะเป็นข้อ บังคับอยู่กลายๆ ไอทีในองค์กรต่าง ๆ จะถูกคาดหวังให้สนับสนุนความต้องการใช้งานเฉพาะหน้าที่ ส่วน มากจะเป็นแบบปัจจุบันทันด่วน เพียงหนทางเดียวที่จะตอบสนองต่อความคาดหวังเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ได้คือการติดตาม และ การเตรียมพร้อมในเรื่องทรัพยากรด้านไอที ผ่านแคตตาล๊อกบนพื้นฐานไอที (catalog-based IT) จากผลการสำรวจในหัวข้อ ’s Dynamic IT Benchmark ช่วงต้นปี 2553 นั้น พบว่าร้อยละ 49 จากจำนวน 355 รายของผู้ตอบแบบสอบถามทั่วภูมิภาคเอเชีย ระบุถึงไอทีที่ใช้บริการด้วยตนเองที่เพิ่มขึ้นสำหรับผู้ใช้งานที่เป็นองค์กรธุรกิจจะเป็นกลยุทธ์ด้านไอทีที่สำคัญสำหรับบริษัท เมื่อภาวะเศรษฐกิจของภูมิภาคฟื้นตัวในปี 2554 ไอดีซี คาดว่า มากกว่าร้อยละ 50 ขององค์กรธุรกิจสัญชาติเอเชียขนาดกลางถึงใหญ่จะกำลังถูกให้สร้างหรือเริ่มที่จะถูกให้สร้าง แคตตาล๊อกบนพื้นฐานไอซีที ในปี 2554

8. Business-as-a-Service: เป็นคำตอบสำหรับการผสานระหว่างไอทีกับธุรกิจเข้าด้วยกัน ?
Business-as-a-Service เป็นการนำเสนอบริการที่เน้นไปในเรื่องของขั้นตอนดำเนินธุรกิจมากกว่าการนำเทคโนโลยีเข้ามาแทนที มันเป็นแนวโน้มที่แสดงถึงความสำคัญและผลกระทบที่ไม่ใช่แค่เรื่องไอทีเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงเรื่องการเอ้าซอร์สขั้นตอนการดำเนินธุรกิจทั้งหมด โดยทั่วไปอีกด้วย Business-as-a-Service ถูกคาดหมายว่าจะเป็นสิ่งที่นำแสงแห่งความหวังในการจับคู่ระหว่าง ไอที และ ธุรกิจ ให้กลายเป็น “หนึ่งเดียวกัน” เพื่อแข่งขันได้อย่างมั่นใจในตลาดเอเชียแปซิฟิก ในภาวะที่เรียกว่า “เศรษฐกิจโลกหลังวิกฤติจะไม่เหมือนเดิม” เพราะความสามารถในการส่งมอบบริการที่ตอบโจทย์เชิงธุรกิจได้ ซีไอโอจะสามารถจัดตำแหน่งหรือรวมไอทีเข้าไปกับการดำเนินธุรกิจได้ ไอดีซี เชื่อว่า แนวโน้มดังกล่าวนี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและจะเป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในปี 2554

9. ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะหันกลับมาตลาดไอที
Cloud ซึ่งยังคงถูกพูดถึงจนถึงทุกวันนี้ เป็นหนึ่งในยุคของเทคโนโลยีซึ่งจะช่วยให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมครองตลาดได้ เนื่องจากมันเป็นข้อได้เปรียบที่ติดมาจากการเป็นเจ้าของระบบโครงข่ายการติดต่อสื่อสาร ซึ่งสิ่งนี้เรื่องจำเป็นที่สำหรับการให้บริการ cloud ทั้งหมด ไอดีซี เชื่อว่า องค์กรส่วนใหญ่จะมุ่งพัฒนาไปสู่รูปแบบ cloud ที่เป็นลูกผสม โดยที่บริษัทหลายแห่งชอบที่จะปกป้องทรัพย์สินของตนเองโดยเฉพาะงานหรือแอพพลิเคชั่นที่มีความสำคัญต่อองค์กรไว้ภายใน private cloud ที่ลงทุนเอง ไอดีซีเชื่อว่าผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะไม่หันหลังให้กับโอกาสสำหรับโซลูชั่น private cloud ที่องค์กรต่าง ๆ จะลงทุนเอง ตลาดนี้คาดว่าจะมีมูลค่าราว 752 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2554 และคาดว่าจะสูงถึง 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2557

10. ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจะมองหาเทคโนโลยี Cloud เพื่อใช้ในการดำเนินงาน
นอกเหนือไปจากการพูดคุยกันในเรื่องเดิม ๆ ที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม และ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต กำลังเร่งนำเสนอบริการ Cloud ให้กับผู้ใช้งานที่เป็นบุคคลทั่วไป หรือองค์กรธุรกิจ แต่กลับมีกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมย่อยที่เกิดใหม่และน่าจับตามอง ซึ่งเกี่ยวข้องกับซอฟท์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบริการไอที โดยผู้จัดหาอุปกรณ์เครือข่าย กำลังจัดหาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้กับผู้ให้บริการโทรคมนาคม ซึ่งจะทำหน้าที่ในการแปลงผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี หรือการให้บริการเหล่านี้ไปสู่การให้บริการ cloud ที่ให้ผลตอบแทนกลับมาเป็นตัวเงินได้ รูปแบบการให้บริการ cloud ที่นำเสนอในลักษณะที่ไม่ใช่เป็นแบบ “ผู้ให้บริการหนึ่งรายต่อลูกค้าหลายราย” ซึ่งมักจะเป็นเรื่องที่อยู่ในใจเสมอเมื่อกำลังพูดถึงบริการ cloud ที่ผู้ให้บริการโทรคมนาคม โดยทั่วไปแล้วมักลังเลเป็นอย่างมากที่จะแชร์เซิฟเวอร์เดียวกันกับคู่แข่งของเขา เพื่อขจัดปัญหาเช่นนั้น ผู้จัดหาอุปกรณ์เครือข่าย กำลังมองหาแนวทางในการนำเสนอบริการเหล่านี้ในลักษณะ hosted private cloud ซึ่งจะมีการจัดสรรโครงสร้างพื้นฐานตามตรรกะตามผู้ให้บริการโทรคมนาคมแต่ละราย ด้วยทิศทางในอนาคตที่จะมุ่งไปสู่การมีโครงสร้างพื้นฐานของ cloud ที่เสมือนจะแยกกันอย่างชัดเจน จะทำให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมทั้งหลายจะรู้สึกสบายใจมากขึ้นในเรื่องของแนวคิดการใช้งานร่วมกัน

การคาดการณ์ 10 อันดับแนวโน้มที่สำคัญประจำปีของธุรกิจเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีทีในภูมิภาคเอเชียโดย ไอดีซี นั้นได้จัดทำขึ้นจากงานวิจัยล่าสุดของไอดีซีและการระดมสมองของนักวิเคราะห์ที่ประจำทั่วโลกมากกว่า 1 พันคน โดยสิ่งเหล่านี้ได้ถูกนำมาขยายความต่อในแต่ละภูมิภาค ที่จะทำหน้าที่ในการตรวจทานและให้น้ำหนักในเรื่องของ เหตุการณ์หลัก ๆ ที่เกิดในอุตสาหกรรม แนวโน้มของผู้ใช้งาน กลยุทธ์ของผู้ค้า และมาตรวัดทางเศรษฐกิจ โดยนำเอาสิ่งเหล่านี้มาประกอบการวิเคราะห์เพื่อค้นหาแนวโน้มทางเทคโนโลยีซึ่งจะส่งผลกระทบและเป็นแรงผลักดันให้กับตลาดไอซีทีของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยกเว้นญี่ปุ่นในปี 2554 นี้ ในทั่วโลก สอดคล้องกับเรื่อง 10 อันดับแนวโน้มที่สำคัญของโลกโดย ไอดีซี จะมีทีมงานในระดับภูมิภาคทำหน้าที่ในการเผยแพร่แนวโน้มในเรื่องเฉพาะด้านต่าง ๆ ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้

View :1044

เทเลวิซจัดแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปลายปี ให้ลูกค้าลุ้นรับรางวัลและของที่ระลึก รวมมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท

December 13th, 2010 No comments

พร้อมปรับโฉมใหม่ต้อนรับปี 2554

เทเลวิซจัดแคมเปญพิเศษ มอบของขวัญสุดคุ้มส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ให้ลูกค้า เพียงซื้อโทรศัพท์มือถือ MFA ที่ร้านเทเลวิซตั้งแต่ 3,000 บาท ขึ้นไป มีสิทธิลุ้นโชคใหญ่ รถยนต์ นิสสัน มาร์ช และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ทองคำแท่ง , ซัมซุง กาแล็คซี่ แท็บ และโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆ พร้อมรับของที่ระลึกฟรี! รวมมูลค่ากว่า 16 ล้านบาท ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.53 – 31 ม.ค.54

นายคมสัน บุพนิมิตร์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานบริหารช่องทางการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า “เพื่อเป็นการจัดกิจกรรมส่งท้ายปลายปีให้กับลูกค้าผ่านตัวแทนจำหน่ายร้านเทเลวิซทุกสาขาทั่วประเทศ เอไอเอสจึงใช้งบประมาณกว่า 16 ล้านบาท จัดแคมเปญ “ช้อปร้านนี้ มีลุ้นรถ” ขึ้น เพื่อให้ลูกค้าลุ้นโชคใหญ่ รถยนต์นิสสัน มาร์ช และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ ทองคำแท่ง , ซัมซุง กาแล็คซี่ แท็บ และโทรศัพท์มือถือรุ่นต่างๆ เพียงซื้อโทรศัพท์มือถือ Mobile From Advance (MFA) ยี่ห้อโนเกีย , ซัมซุง และ มูลค่าตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป จากร้านเทเลวิซทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.53 – 31 ม.ค.54
และนอกจากแคมเปญพิเศษดังกล่าวแล้ว เพื่อเป็นการต้อนรับปี 2554 และรองรับเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะมาถึง เอไอเอสจึงได้ปรับโฉมร้านเทเลวิซทุกสาขา โดยเน้นการออกแบบที่รองรับการใช้งานด้านดาต้าที่มากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวก สามารถทดลองใช้งานเครื่องสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น รวมทั้งมีบริการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการใช้บริการดาต้าต่างๆ เพิ่มขึ้นด้วย โดยขณะนี้เอไอเอสกำลังทยอยปรับโฉมร้านเทเลวิซให้ครบทุกสาขาทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ 1175

View :873
Categories: Press/Release Tags:

ดีแทคเซ็นเตอร์จัดเทศกาลของขวัญ รับโชคปีใหม่ซื้อมือถือถูกใจลุ้นรับโชคกว่า 400 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 3 แสนบาท

December 13th, 2010 No comments

ดีแทคเซ็นเตอร์จัดเทศกาลของขวัญรับโชคปีใหม่ ชวนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ ไม่ว่าจะซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด เช่น iPhone 4 หรือ เปิดเบอร์ใหม่ หรือซื้อแอร์การ์ดเพื่อท่องเน็ตความเร็วสูง และธุรกรรมอื่นๆ อีกมากมาย ตั้งแต่ 300 บาทขึ้นไป รับคูปองเพื่อชิงโชครางวัลใหญ่กว่า 400 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 300,000 บาท อาทิ บัตรของขวัญมูลค่า 25,000 บาท , Torch 9800, C3, ส่วนลดค่าโทร 300 บาท ฯลฯ จับรางวัล ณ ดีแทค คอลล์เซ็นเตอร์ ในวันที่ 17 ก.พ. 2554 นอกจากนี้สำหรับลูกค้าที่ชำระค่าบริการหรือเติมเงินทุก ๆ 200 บาท รับ 1 สิทธิ์จับรางวัลเพื่อรับของขวัญจากดีแทคทันที เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึง 31 มกราคม 2554 ลูกค้าสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ดีแทคเซ็นเตอร์ หรือ www..co.th.

View :873
Categories: Press/Release Tags:

แบล็กเบอร์รี่ App World เปิดรับแอพพลิเคชั่นสำหรับแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊ค แล้ววันนี้

December 13th, 2010 No comments

 
แบล็กเบอร์รี่ App World เปิดรับแอพพลิเคชั่นสำหรับแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊ค แล้ววันนี้
นักพัฒนาสามารถส่งแอพพลิเคชั่นที่ตนเองคิดค้น พร้อมมีสิทธ์ลุ้นรับแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊ค ฟรี!
 
13 ธันวาคม 2553 กรุงเทพ, ประเทศไทย – บริษัท รีเสิร์ช อิน โมชั่น (ริม) ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนตระกูลแบล็กเบอร์รี่ และผู้นำด้านการออกแบบและผลิตนวัตกรรมโซลูชั่นไร้สาย เปิดตัวหน้าเว็บ App World™ เพื่อให้นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นได้ลงทะเบียน และนำเสนอแอพพิเคชั่นสำหรับ ® PlayBook™ นอกจากนี้ นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นยังมีสิทธิ์ลุ้นรับแบล็กเบอร์รี่ เพลย์บุ๊ค ฟรี โดยริมได้กำหนดเงื่อนไขว่า นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นจะต้องส่งแอพพลิเคชั่นที่ตนเองคิดค้น และได้รับการรับรองให้เผยแพร่บนโปรแกรม App World ในช่วงเวลาก่อนการเปิดตัวแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊ค ซึ่งจะมีขึ้นในอเมริกาเหนือ*
มร. ไทเลอร์ เลสซาร์ด รองประธาน ฝ่าย Global Alliances and Developer Relations บริษัท รีเสิร์ช อิน โมชั่น กล่าวว่า “ความสนใจและกระแสของแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊คยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่งกับกระแสการตอบรับที่ดีทั้งจากชุมชนนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นและกลุ่มลูกค้าของเรา แบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊ค นำเสนอแพลตฟอร์มชั้นเยี่ยมที่ดึงดูดความสนใจของนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนมือถือเป็นอย่างมาก ด้วยวิวัฒนาการใหม่ด้านประสิทธิภาพการทำงาน และความสมบูรณ์ในการเป็นตัวสนับสนุนสำหรับอุปกรณ์การพัฒนามาตรฐานของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักพัฒนา Adobe® AIR® and Flash®, กลุ่มนักพัฒนาเว็บรูปแบบ HTML, กลุ่มนักพัฒนาภายในองค์กร และผู้ที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นเป็นงานอดิเรก เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมงานกับนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นก่อนหน้าที่จะมีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ และการเปิดตัวโปรแกรม BlackBerry App World เพื่อรองรับแอพพลิเคชั่นสำหรับแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊ค ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะเกิดขึ้นในอนาคต”

การพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊ค
เมื่อเร็วๆ นี้ ริมได้เปิดตัวชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ SDK แบบฟรีสำหรับแบล็กเบอร์รี่แท็บเล็ตโอเอส เวอร์ชั่นอัพเดท สำหรับทำงานบน Adobe AIR ซึ่งชุดพัฒนาซอฟต์แวร์เวอร์ชั่นใหม่นี้ สามารถรองการทำงานของ Flash Builder 4.5 (Burrito/Flex Mobile) มาพร้อมสายพ่วงต่อที่สามารถทำงานได้ร่วมกับ Flash Builder 4.0 หรือ Flash Builder Burrito รุ่นทดลองก่อนเปิดตัวจริง การรองรับ Flash Builder Burrito ช่วยเพิ่มความสามารถในการลาก (drag) และวาง (drop) เข้ามา ซึ่งจะช่วยให้นักพัฒนาทำการสร้างสรรค์แอพพลิเคชั่นสำหรับเพลย์บุ๊คได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ SDK แบบฟรี   ใหม่ล่าสุด ยังสามารถรองรับโปรแกรมวินโดวส์ 64-bit และประกอบด้วยโปรแกรมจำลองสำหรับลีนุกซ์อีกด้วย
คำกล่าวจากกลุ่มนักพัฒนา
มร. เจอโรม คาร์ที่ ประธาน ของ JCX Systems, Inc. กล่าวว่า “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นสำหรับเพลย์บุ๊คนับว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง การทำงานของ APIs มีความง่ายดาย และสามารถปรับให้สอดคล้องกับอุปกรณ์ และสภาวะแวดล้อมบนแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงกัน สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุดคือศักยภาพของฮาร์ดแวร์ ประกอบกับรูปลักษณ์ของเพลย์บุ๊คที่ทำให้รู้สึกถึงจอสัมผัสที่ไร้ขอบเขต จึงทำให้ทั้งนักพัฒนาแอพพลิเคชั่นและผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์และความเพลิดเพลินที่ไม่เหมือนใคร”
 
มร. แรนดี้ ทรอปป์แมน ผู้ก่อตั้ง RunningMap กล่าวว่า “แบล็กเบอร์รี่ เพลย์บุ๊ค มีองค์ประกอบฮาร์ดแวร์ที่โดดเด่น ซึ่งจะช่วยรองรับการทำงานบน Adobe AIR ได้ค่อนข้างดี ผมได้รวบรวมแอพพลิเคชั่น AIR ของผมอีกครั้งด้วยชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ BlackBerry Tablet OS AIR SDK ซึ่งทำให้โปรแกรมสามารถทำงานครั้งแรก ได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องมีการปรับเปลี่ยน ตอนนี้ผมเพียงแต่ใช้ประโยชน์ของระบบสัมผัสหน้าจอของแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊ค ในการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ขึ้นไปอีกระดับ”
 
มร. จอห์น บาร์นส เจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี ของ  Model Metrics, Inc. กล่าวว่า “บริษัท Model Metrics รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้นำเสนอแอพพลิเคชั่นสำหรับองค์กรธุรกิจบนแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊ค ความง่ายดายของการพัฒนาและการติตตั้ง ส่งผลให้เกิดมาตรฐานใหม่ของตลาดแท็บเล็ต และ Model Metrics วางแผนในการนำเสนอแพลตฟอร์ม 2GO สำหรับแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊ค”
 
ชมตัวอย่างและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมของนักพัฒนา ได้ที่ http://devblog.blackberry.com/2010/10/blackberry-playbook-apps/

View :813

“i-Kool Real 3G” เล็งเจาะเพิ่มฐานลูกค้ากลุ่มองค์กร ชูแพ็คเกจดาต้า – ซีอาร์เอ็มดึงใช้งานในระบบระยะยาว

December 12th, 2010 No comments

“i-Kool Real 3G” เล็งเจาะเพิ่มกลุ่มลูกค้าองค์กรธุรกิจ จับเข่าคุยลูกค้าออกแบบแพ็คเกจดาต้าที่เหมาะสมกับการทำธุรกิจ รองรับการใช้งาน 3 G บนมือถือ โน้ตบุ๊คส์และไอแพด พร้อมชูกลยุทธ์ซีอาร์เอ็มมัดใจลูกค้า สร้างฐานลูกค้าอยู่ในระบบระยะยาว

นายสุรช ล่ำซำ กรรมการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) ผู้เช่าใช้โครงข่ายและทำตลาดในระบบ 3 G บนเครือข่ายของทีโอที ภายใต้แบรนด์ i-Kool Real 3G เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีแผนรุกทำตลาดในกลุ่มลูกค้าองค์กรให้มากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความต้องการใช้งานดาต้าจากเครือข่าย 3 G จำนวนมาก ซึ่งเชื่อว่า หลังจากที่ TOT ประกาศลงทุนเครือข่าย 3 G อีก 1.9 หมื่นล้านบาท เพื่อขยายการให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัดเพื่อให้ระบบเครือข่าย 3G มีโครงข่ายครอบคลุมมากขึ้นและมีประสิทธิภาพการให้บริการที่ ดีขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อลูกค้ากลุ่มองค์กรที่มีความต้องการใช้งานด้านดาต้า จะเข้ามาใช้บริการ i-Kool Real3G มากยิ่งขึ้น

สำหรับ รูปแบบการทำตลาดนั้น บริษัทฯ จะมีการปรึกษากับลูกค้าองค์กรทั้งกลุ่มลูกค้าที่ทำธุรกิจขนาดกลางและขนาด เล็ก รวมถึงกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการใช้เครือข่ายระบบ 3 G TOT เพื่อออกแบบแพ็คเกจโปรโมชั่นด้านดาต้า ที่เหมาะสมกับองค์กรธุรกิจและตามความต้องการใช้งานผ่านมือถือ โน้ตบุ๊คส์ หรือไอแพด เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้เทคโนโลยีจากเครือข่าย 3 G ที่เอื้อต่อการทำธุรกิจของลูกค้าองค์กรให้มีความสะดวกสบายและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ดียิ่งขึ้น

“ ที่ผ่านมา เราได้ทำตลาดกลุ่มลูกค้าองค์กรในระดับหนึ่ง ซึ่งหลังจากที่ TOT ได้มีแผนขยายเครือข่าย 3 G ให้ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพและขยายไปต่างจังหวัดได้มากขึ้น เราก็จะเน้นการทำตลาดกับลูกค้ากลุ่มนี้จริงจังมากขึ้น เพราะการใช้งานในลูกค้ากลุ่มนี้ จะมีการใช้งานด้านดาต้าอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง จึงถือว่าเป็นฐานลูกค้าที่ระยะยาวของบริษัทฯ โดยจะเริ่มทำตลาดสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ในปีหน้านี้มากยิ่งขึ้น ” นายสุรชกล่าว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญกับการทำซีอาร์เอ็มหรือการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ i-Kool Real 3G เกิดความประทับใจในการให้บริการ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าที่ใช้ i-Kool Real 3 G รวมถึงจะมีการออกแคมเปญต่างๆเพื่อตอบแทนลูกค้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาลูกค้าให้อยู่กับเราต่อไป

View :993
Categories: Press/Release Tags:

A Year in Search: Google Releases Global Search Terms of 2010

December 12th, 2010 No comments

● So many events have happened in Thailand in 2010 from political gatherings that caused the nation of fortune, the gracious kindness of Thais to the victims of natural disasters around the country and even the grieve for the lost of heroic police in the south. These events have been in the headlines of interests among Thai people

● Finding hip or top traveling spots from Google is considered a common practice for travelers especially those locations whose stories or uniqueness were featured in the TV or shared in the internet i.e. luxurious Sri Panwa resort in Phuket or eco-home stay in Koh Lan Chonburi, and even a classic floating market in Amphawa.

● Thai people started to pay more attention to 3G technology since last year and this attention was only going upward. However, the trend suddenly dropped toward the end of the year right after the license auction was announced to be on hold.

● On the Entertainment side, “Luk Tewada”, a country song that talks about teenager behaviour, became a phenomenal hit. The top reality TV show “The Star 6” os also listed due to huge support from fans around the country.

Bangkok: December 8, 2010: Today, Google announced its annual Zeitgeist, a look at 2010 through the collective eyes of the world on the web. The 2010 Year-End Zeitgeist offers a unique perspective on the year’s major events and hottest trends based on global searches, as well as searches conducted in Thailand.

Thailand always amazes people around the world. What Thais search tells a lot about “Thai Thai Way”, especially the current affairs i.e. Red Shirt rallies and national catastrophes i.e. flood, that pull all interests together and led to aids from different bodies and authorities who have used internet and social networks for communications and spread out needs from devastated victims.

While Thais and entertain are attached very closely that the Star Singing Contest and stories of high-profile celebrities i.e. Thunya never miss the track. Social media i.e. Facebook plays so much outstanding role in Thailand this year that all or most popular search terms are shared or communicated through social media ready gadgets i.e. iPad or iPhone 4 or or and even leading businesses apply this technology platform as a key marketing tool.

Check out the lists below to get a better sense of the Thai Zeitgeist, or spirit of the times, in 2010!

* Disclaimer: All lists are fastest-rising lists. All duplicate terms have been removed from the list.
คำค้นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งปี
1. เพลงลูกเทวดา
2. ipad
3. iphone 4
4. the star 6
5. เพลงเหงาปาก
6. facebook
7. ตารางบอล
8. ยูทูป
9. photoscape
10. รามคำแหง บันเทิงเริงใจ
1. the star 6
2. พระจันทร์ลายพยัคฆ์
3. ซอน ต๊อก
4. วนิดา
5. มาลัยสามชาย
6. inception
7. ธาราหิมาลัย
8. กุหลาบไร้หนาม
9. ไทรโศก
10. เดี่ยว 8
รวมข่าวเด่น
1. สถานการณ์ เสื้อแดง
2. ข่าวน้ำท่วม
3. จ่าเพียร
4. ยุบพรรคประชาธิปัตย์
5. เสธแดง
6. อริสมันต์หนี
7. แอร์พอร์ตลิงค์
8. พงษ์พัฒน์
9. เซ็นทรัลเวิล์ดถล่ม
10. ปาเกียว กีฬา
1. ฟุตบอลโลก 2010
2. เมืองทอง ยูไนเต็ด
3. ลิเวอร์พูล
4. ศรีสะเกษ fc
5. มวยปล้ำ
6. ขอนแก่น fc
7. ฟุตบอลยูฟ่า
8. siamsport
9. ชลบุรี fc
10. torres
คนดังหน้าจอ
1. cn blue
2. zee
3. i love kamikaze
4. justin bieber
5. แอนนี่
6. ธัญญ่า
7. 2pm always
8. 4minute
9. มิน
10. กัน ธุรกิจชั้นนำ
1. toyota thailand
2. nissan thailand
3. major cineplex
4. air asia thailand
5. htc thailand
6.
7. agoda thailand
8. kasikorn bank
9. super rich
10. apple thailand
เทรนไอทีมาแรงแห่งปี
1. facebook
2. iPhone 4g
3. Nokia 5233
4. Commart 2010
5. palringo
6. blackberry bold 9700
7. settrade.com
8. nexus one
9. qr code
10. photoscape พักผ่อนและท่องเที่ยว
1. ศรีพันวา
2. ที่พัก เกาะล้าน
3. ตลาดน้ำอัมพวา
4. ท้องฟ้าจำลอง
5. ศาลเจ้าพ่อเสือ
6. เกาะสมุย
7. ทัวร์เกาหลี
8. เพลินวาน
9. ทัวร์สิงคโปร์
10. ตลาดโรงเกลือ

In addition to telling us what people are curious about in Thailand, Google Zeitgeist tools also offer insight into which topics were of interest across the globe. Top search terms from over fifty countries appear on our Google Zeitgeist webpage, www.google.co.th/zeitgeist2010

This year’s global fastest rising searches show interest in new tech trends with chatroulette at the help, followed by the iPad; pop culture (with Justin Bieber a bonafide worldwide sensation), and social networking sites such as Twitter and Facebook.

Global Fastest Rising Queries
1. chatroulette
2. ipad
3. justin bieber
4. nicky minaj
5. friv
6. myxer
7. katy perry
8. twitter
9. gamezer
10. facebook

To see more information about Google Zeitgeist across the globe, take a look at the site: www.google.co.th/zeitgeist2010

Getting to know and following through: Thai people started to do some research to get to know more about 3G technology since last year as shown on the fast growing trend of the query “3G system”. The trend reached its peak in September because the the license auction was due to happen. Right after it was announced to be on hold, the trend also lost its fire.

A web search volume graph generated by Google Insights for Search shows that local searches for the word “ระบบ 3G” most increased on September in 2010 compared to 2009.

Zeitgeist Explained
Google reveals the internet “Zeitgeist” (German for “the spirit of the times”) through an exploration of the billions of search queries we receive each year. In addition to the Year-end Zeitgeist, which highlights the top trends of 2010, we also have several tools that give insight into global, regional, past and present search trends. Google Zeitgeist tools can never be used to identify individual users because we rely on anonymized, aggregated counts of how often certain search queries occur over time. These tools are available year-round for you to play with, explore, and learn from: www.google.com/zeitgeist

View :1051
Categories: Press/Release Tags: