Archive

Archive for December, 2010

เอไอเอส เตรียมความพร้อมเครือข่ายรับเทศกาลปีใหม่ 54

December 27th, 2010 No comments

นายปรัธนา ลีลพนัง ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมเครือข่ายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าส่งความสุขและสื่อสารกันได้อย่างไร้ข้อจำกัด ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ว่า “เพื่อให้ลูกค้าสามารถส่งความสุขถึงกันได้อย่างไร้ขีดจำกัด ทั้งผ่าน SMS, MMS รวมถึง Social Networking 3 กลุ่มหลัก คือ BlackBerry Messaging, Facebook และ Twitter ในระหว่างช่วงของการเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวต่างจังหวัด หรือ บริเวณต่างๆที่มีการจัดกิจกรรม Count Down  เอไอเอสจึงมีการเตรียมการ ดังนี้
1.      เครือข่าย (Network Capacity Preparation)
- ขยายการรองรับปริมาณการใช้  Mobile Internet โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Chat and blackberry messaging อีก  สองเท่า โดยคาดว่าจากกระแส  ความนิยมการใช้ Social networking อย่าง BlackBerry Messaging, Facebook และ Twitter  จะทำให้มีการใช้ งานมากกว่าช่วงปรกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเที่ยงคืนซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณสูงถึงสองเท่าของทุกวัน
- ตั้งเป้า SMS เติบโตกว่า 15% โดยขยายความสามารถในการส่ง SMS เพิ่มอีก 1 เท่า
              ให้สามารถรองรับ SMS ได้กว่า 57 ล้านข้อความต่อชั่วโมง (เพิ่ม 60% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา)
- ตั้งเป้า  MMS เติบโตกว่า 25% โดยขยายความสามารถในการส่ง MMS เพิ่มอีก 1 เท่า  
  ให้สามารถรองรับได้มากกว่า 8 แสน MMS ต่อชั่วโมง
           
2.      ทีมวิศวกรและ Call Center (Resource Preparation)
-           ทีมวิศวกรปฏิบัติหน้าที่ 24 ชั่วโมง ณ ศูนย์บริหารเครือข่ายส่วนกลาง (Network Management Center) และส่วนภูมิภาค (Regional Operation Center) พร้อมทีม on site service  ที่พร้อมแก้ปัญหาทันทีทั่วประเทศในช่วงคืนวัน 31 ธันวาคม ด้วยเช่นกัน รวมไปถึงพนักงาน Call Center ที่พร้อมอยู่เคียงข้างอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมง
 
นอกจากนี้ยังได้เตรียมรูปแบบการอวยพรและส่งความสุขผ่านบริการอื่นๆด้วย โดยได้รวบรวมคลัง e-card น่ารักๆ ทั้งภาพและเพลงนับหมื่น มาให้คุณเลือกโหลดฟรี! เพื่อส่งต่อความสุขอวยพรปีใหม่ เซอร์ไพรส์คนที่คุณรัก ในรูปแบบของ VDO MMS, MMS, SMS, ธีม, วอลล์เปเปอร์, เพลงรอสาย, ริงโทน, Star voicemail เพียงเข้าไปที่ wap.mobilelife.co.th  บนมือถือเอไอเอส หรือเข้าไปดูตัวอย่างคอนเทนต์ได้ที่เว็บไซต์ www..co.th

View :908
Categories: Press/Release Tags:

เที่ยวนอกช่วงปีใหม่ ระวัง! หมดสนุกเพราะโรมมิ่ง

December 27th, 2010 No comments

พกมือถือเที่ยวเมืองนอกหรือเมืองชายแดนช่วงปีใหม่ ระวังการใช้บริการโรมมิ่ง มิเช่นนั้นอาจต้องจ่ายค่าบริการอานหลังกลับถึงบ้าน ทางที่ดีควรเลือกเปิดบริการเท่าที่จำเป็น รู้เท่าทันเครื่องที่ใช้ และศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน

สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม หรือ เตือนคนไทยที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ หรือบริเวณจังหวัดชายแดนต่างๆ หากเคยสมัครใช้บริการโรมมิ่งโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้  ควรสอบถามและตรวจสอบกับเครือข่ายที่ใช้บริการก่อนว่า บริการโรมมิ่งที่เปิดไว้ครอบคลุมด้านใดบ้าง เช่น การโรมมิ่งเสียง โรมมิ่งดาต้า โรมมิ่งเอสเอ็มเอส และควรกำหนดการใช้ตามความจำเป็น โดยสามารถเลือกปิดบริการที่ไม่จำเป็น เช่น ขอโรมมิ่งเฉพาะเสียง แต่ปิดเอสเอ็มเอสและดาต้าหรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

เหตุที่ สบท. เป็นห่วงในเรื่องนี้ เนื่องจากว่า ในช่วงที่ผ่านมา สบท. ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีการถูกเรียกเก็บค่าบริการการใช้บริการโรมมิ่ง หรือการเชื่อมต่อโครงข่ายระหว่างประเทศ ในอัตราที่สูงมาก ทั้งที่ไม่มีการใช้งาน หรือใช้งานเพียงเล็กน้อย โดยเฉพาะในส่วนของการโรมมิ่งดาต้า หรือการเปิดบริการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ซึ่งผู้ให้บริการจะเปิดให้เลย ขณะที่โทรศัพท์รุ่นใหม่จะเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอัตโนมัติ และบางกรณีเลือกเชื่อมสัญญาณที่ดีที่สุด ซึ่งอาจจะไม่ใช่เครือข่ายที่มีการทำข้อตกลงกับเครือข่ายผู้ให้บริการทางเมืองไทย

“ใครที่เปิดโรมมิ่งเที่ยวต่างประเทศ ให้ระบุว่าจะเปิดบริการ GPRS ด้วยหรือไม่ ส่วนใครที่ต้องการใช้โรมมิ่งจริงๆ ให้เลือกแพ็คเกจราคาพิเศษ ทั้งการโทรและการต่อเน็ต เพราะหากไม่เลือกแพ็คเกจพิเศษ ค่าบริการจะแพงมาก และให้ตรวจสอบการจำกัดวงเงินการใช้งานด้วย เพราะบางเครือข่ายจำกัดวงเงินการใช้ในต่างประเทศได้ บางเครือข่ายจำกัดไม่ได้ ทำให้บางรายโดนเรียกเก็บค่าใช้อินเตอร์เน็ตในต่างประเทศนับแสนบาท” นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการ สบท. กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ สบท. เพิ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ที่เดินทางไปต่างประเทศและได้สมัครใช้บริการโรมมิ่งในแพคเก็จการใช้งานแบบไม่จำกัด  แต่ปัญหาก็เกิดขึ้นเมื่อกลับมาและได้รับบิลเรียกชำระค่าบริการเป็นเงินมากกว่า 300,000 บาท นอกจากนี้ยังมีกรณีที่ผู้ใช้บริการเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น และได้รับเอสเอ็มเอสรบกวน ซึ่งถูกเรียกเก็บค่ารับเอสเอ็มเอสในภายหลังด้วย

ปัญหาการโรมมิ่งยังเกิดขึ้นในกรณีของผู้ที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุระบริเวณชายแดนภายในประเทศ หากมีการสมัครบริการโรมมิ่งไว้ก่อนและตัวเครื่องตั้งระบบเชื่อมต่อสัญญาณอัตโนมัติ ทำให้เครื่องโทรศัพท์จับสัญญาณของประเทศเพื่อนบ้าน กลายเป็นต้องเสียค่าโทรในอัตราต่างประเทศโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาต่างๆ เหล่านี้ สบท. จึงแนะนำว่า หากไม่จำเป็นต้องใช้บริการใดในระหว่างการเดินทางไปต่างประเทศ ก็ควรแจ้งระงับกับเครือข่ายผู้ให้บริการก่อนออกเดินทาง และที่สำคัญต้องเข้าใจระบบการทำงานของเครื่องโทรศัพท์มือถือที่ตัวเองใช้อยู่ รวมถึงต้องตรวจสอบเกี่ยวกับบริการโรมมิ่งของเครือข่ายที่ใช้บริการ เพราะในปัจจุบัน สำหรับเครือข่ายดีแทคจะคิดค่าบริการทันทีเมื่อมีสายเรียกเข้า แม้จะไม่มีการรับสายก็ตาม หรือหากมีการโทรออกแม้จะไม่มีผู้รับสาย ผู้ใช้บริการก็ต้องเสียค่าโทรศัพท์ขั้นต่ำ 1 นาที แต่สำหรับเครือข่ายอื่น เช่น เอไอเอสและทรูมูฟ จะไม่คิดค่าบริการหากไม่มีการรับสาย ยกเว้นถูกตัดสัญญาณเข้าบริการรับฝากข้อความ ดังนั้นผู้ใช้บริการเอไอเอสและทรูมูฟจึงควรยกเลิกการใช้บริการรับฝากข้อความก่อนเดินทางไปต่างประเทศ เป็นต้น

ส่วนผู้เดินทางไปใกล้ชายแดน ให้ตรวจสอบด้วยว่า สัญญาณโทรที่ใช้อยู่ตอนนั้นเป็นสัญญาณของประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่ หรืออาจป้องกันปัญหาด้วยการปิดระบบการเชื่อมต่ออัตโนมัติ เลือกตั้งเป็นระบบการเลือกเครือข่ายด้วยตัวเอง หรือโทรไประงับบริการโรมมิ่งในขณะที่ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ

​“ขณะนี้อยู่ในช่วงเทศกาลของการพักผ่อนวันหยุดและการเดินทาง จึงอยากให้ผู้ใช้บริการมือถือระมัดระวังในการใช้บริการโรมมิ่งและการใช้โทรศัพท์มือถือ เพราะอาจทำให้เราหมดสนุก เมื่อกลับมาแล้วพบว่า ถูกคิดค่าโทรแพงมากแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว” ผอ.สบท.กล่าวในที่สุด

View :899
Categories: Press/Release Tags: ,

ดีแทคเดินหน้าเปิดทดลองบริการ 3G ครบ 1,220 สถานี หลังได้ไฟเขียว จาก บอร์ด กสท.

December 25th, 2010 No comments

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับการอนุมัติจากบอร์ดของบริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ให้ปรับปรุงโครงข่ายเดิมโดยใช้เทคโนโลยี High Speed Data Packet Access (HSPA) เพื่อทดลองให้บริการ บนคลื่นความถี่ 850 เมกะเฮิร์ตซ แบบไม่เชิงพาณิชย์ จำนวน 1,220 สถานีฐาน จากปัจจุบันที่ทดลองให้บริการเพียง 36 สถานีฐาน
 
นายทอเร่ จอห์นเซ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดีแทคยินดีที่ได้รับการอนุมัติจาก กสท. โทรคมนาคม หลังจากที่รอมาเป็นเวลานาน และการอนุมัติครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ดีแทคได้ให้บริการ 3G แก่ผู้ใช้บริการได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น
 
ดีแทคเชื่อมั่นว่าการอนุมัติดังกล่าวเป็นเครื่องตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่จะทำให้บริการ 3G เกิดขึ้นจริงในประเทศไทยในทันทีโดยใช้คลื่นความถี่เดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะที่กำลังรอการจัดตั้งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งจะเป็นผู้รับผิดชอบการประมูลใบอนุญาตให้บริการ 3G บนคลื่นความถี่ 2.1GHz ต่อไป เป้าหมายหลักของดีแทคคือการให้บริการ 3G แบบเชิงพาณิชย์ และบริษัทฯ มั่นใจว่ารัฐบาลจะดำเนินการให้การให้บริการเชิงพาณิชย์เป็นจริงได้ในไม่ช้านี้ รวมทั้งเชื่อมั่นว่า กสทช. จะได้กำหนดระเบียบหรือกฎเกณฑ์ที่จำเป็นเพื่อสนับสนุนการให้บริการดังกล่าวต่อไป.

View :920
Categories: Press/Release Tags: ,

 “ไทยแลนด์เกมโชว์ 2011” เปิด “คิงสตัน โซนเซียนเกม” เวทีประลองเกมฮิต พากย์สดโดย “น้าติง ฮาร์ดคอร์” และ “น้าต๋อย เซมเบ้”

December 25th, 2010 No comments

หนุ่ย – พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โชว์ไร้ขีด จำกัด (โชว์โนลิมิต) เปิดเผยว่างานไทยแลนด์เกมโชว์ 2011 หรือมหกรรมเด็กเล่นเกม ครั้งที่ 5 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 7-8-9 มกราคม 2554 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้เปิดโซน “คิงส์ตัน โซนเซียนเกม” (Kingston Zone Zean Game) เวทีการประลองเกมที่เหล่าเกมเมอร์ไทยรอคอยมากที่สุด สนับสนุนโดย คิงส์ตัน ผู้ผลิตเมมโมรี่ รายใหญ่ของโลก
ปีนี้พบการแข่งขันเกมยอดฮิต อาทิ Winning Eleven 2011 (PS2) WWE SmackDown Vs Raw 2011 (PS3) พากย์สดการแข่งขันโดย “น้าติง ฮาร์ดคอร์” Super Street Fighter IV (PS3) พากย์สดการแข่งขันโดย “น้าต๋อย เซมเบ้” Battlefield: Bad Company 2 (PC) Kinect Adventures (Xbox360) Need for Speed: Hot Persuit (PS3) และเกมย้อนยุค Prince of Persia (PC)
งาน Thailand Game Show 2011 () ไทยแลนด์เกมโชว์ 2011 หรือ มหกรรมเด็กเล่นเกม ครั้งที่ 5 จัดวันที่ 7-8-9 มกราคม 2554 เวลา 10:00 – 20:00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
ติดตามรายละเอียดของงานได้ที่  www.tgs.in.th            

View :933
Categories: Press/Release Tags:

เสวนาเรื่อง “ปฏิรูปองค์กรสื่อ รับมือ พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่”

December 22nd, 2010 No comments

วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม 2553 เวลา 13.00 – 17.00 น.
ณ ห้องประชุมประกอบ หุตะสิงห์ อาคารอเนกประสงค์ 1 ชั้น 3
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)
13.00 น. ลงทะเบียนสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ

13.30 น. ผู้ดำเนินรายการกล่าวต้อนรับสื่อมวลชนและแขกผู้มีเกียรติ พร้อมเรียนเชิญ
• รศ.ดร.พรจิต สมบัติพานิช คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนกล่าวถึงสาระสำคัญของงานเสวนา
• คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปาฐกถาเรื่อง “รัฐบาลมีนโยบายและมีการผลักดันอย่างไรในการปฏิรูปวงการสื่ออันเนื่องมาจากพ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่” (ถ่ายภาพร่วมกัน 1)

** รับรองเครื่องดื่มและอาหารว่าง (15 นาที) **

14.30 น. เข้าสู่การเสวนาเรื่อง “ปฏิรูปองค์กรสื่อ รับมือ ” โดย
• ศ.ดร.เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์ อดีตคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวถึง สาระสำคัญของ พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่
• คุณกฤษณพร เสริมพานิช อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึง การปรับตัวขององค์กรสื่อภาครัฐที่เป็นเจ้าของคลื่นความถี่เพื่อรองรับ พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่
• คุณอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการและกรรมการอำนวยการ บริษัทเนชั่น บรอดคลาสติ้ง จำกัด
• คุณประยูร จันทรุสอน นายกสมาคมวิทยุชุมชนแห่งประเทศไทย กล่าวถึง ผลกระทบจาก พ.ร.บ.จัดสรรคลื่นความถี่ที่เกี่ยวข้องกับวิทยุชุมชน และการปรับตัวเพื่อเตรียมรับกับกฎหมายใหม่ดังกล่าว

16.30 น. ผู้ดำเนินรายการกล่าวสรุป (ถ่ายภาพร่วมกัน 2)

View :766

สามารถ อินโนเวชั่น อวอร์ด ดันนักพัฒนาซอฟต์แวร์ “ หนุนการท่องเที่ยว ”

December 22nd, 2010 No comments

3 หนุ่ม ม.เทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ คว้าถ้วยพระราชทานจากสมเด็จพระเทพฯ และรางวัลชนะเลิศจากการประกวดออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ในโครงการ ครั้งที่ 8 ด้าน “ สามารถ ” พร้อมผลักดันนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด จับมือ สวทช.และ ททท.เปิดตัวโครงการประกวดในปีที่ 9 เน้นแอพพลิเคชั่น Travel & Leisure เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย
นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึง โครงการแข่งขันประกวดออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ SAMART Innovation Awards ปี 2010 ว่า “ จากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลให้แก่โครงการฯ ได้สร้างความภาคภูมิใจ และความคึกคักให้กับการประกวดมากยิ่งขึ้น โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 200 ผลงาน ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการอย่างเข้มข้นถึง 3 รอบ ท้ายสุดมี 15 ผลงานที่ได้รับรางวัล โดยรางวัลสูงสุด Gold Award 1 รางวัล ได้แก่ทีม iSightAd จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ สามารถคว้าถ้วยพระราชทานและรางวัลชนะเลิศประเภท Mobile Application ไปครอง โดยต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ในการนำโปรแกรม QR Code มาใช้เป็นสื่อโฆษณาเคลื่อนไหว (VDO ) ที่สามารถวัดจำนวนผู้ชมสื่อโฆษณาในแต่ละที่ได้ นับเป็นอีกหนึ่งผลงานที่จะสามารถผลักดันให้เข้าสู่ตลาดได้

ส่วน Silver Award มี 4 รางวัล ได้แก่ 1. ผลงานการประยุกต์ใช้โทรศัพท์มือถือแอนดรอยในระบบโลจิสติกส์ (Apply android phone in logistics) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2. สารานุกรมเคลื่อนที่แบบเติมความเป็นจริง ( Mobile Augmented Reality Encyclopedia) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ 3. ระบบเลือกแว่นและบริหารจัดการร้านขายแว่นตาแนวใหม่ Emergency Mobile Service และ 4. ระบบแจ้งเหตุที่ลดอันตรายและการสูญเสีย สำหรับรางวัลอื่นๆ Bronze Award มี 6 รางวัล และชมเชย มี 4 รางวัล ”

โครงการ SIA 2011 (ครั้งที่ 9) ยังคงความเข้มข้นและท้าทายสำหรับผู้ที่มีฝีมือด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ โดย หัวข้อในการประกวด คือ TRAVEL & LEISURE เพื่อเฟ้นหาซอฟต์แวร์แอพริเคชั่นเด็ดๆ ที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งต่อผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทั้งนี้ เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศปีละหลายแสนล้านบาท และปัจจัยหนึ่งที่สำคัญยิ่งต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมนี้ ก็คือ การนำเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์มาใช้ในการยกระดับคุณภาพบริการ เพิ่มความรวดเร็ว สะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารให้แก่นักท่องเที่ยว

“ แม้จะมีซอฟต์แวร์ที่ดีเพียงใดแต่ถ้าไม่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์และไม่มีดีมานด์ในตลาด การพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นๆ ก็ไม่ถือว่าประสบความสำเร็จ ดังนั้น จากนี้ไป การประกวด Samart Innovation ในแต่ละปีจะมีการกำหนดหัวข้อการประกวด เพื่อสรรหาซอฟต์แวร์แอพลิเคชั่นที่เหมาะกับแต่ละอุตสาหกรรม เริ่มต้นจากการท่องเที่ยวในปีนี้ โดยทางโครงการฯ ได้รับเกียรติจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในการสนับสนุนข้อมูลความต้องการในการใช้ซอฟต์แวร์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และร่วมเป็นคณะกรรมการในการตัดสินผลงานอีกด้วย
นายชัยสงค์ ชูฤทธิ์ รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ ททท. พร้อมให้การสนับสนุนโครงการ Samart Innovation Awards อย่างเต็มที่ เพื่อส่งเสริมนักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ในการพัฒนาซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นที่สามารถรองรับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้งานที่เป็น นักท่องเที่ยว จากทั่วโลก และยังสามารถต่อยอดทางธุรกิจให้แก่ ผู้ประกอบการ ซึ่งในท้ายที่สุด ก็จะส่งผลต่ออัตราการเติบโตทั้งด้านจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม ”
นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกล่าวว่า “ ปัจจุบันความต้องการในตลาดซอฟต์แวร์ในประเทศไทยมีมาก แต่จำนวนนักพัฒนายังมีน้อย การเปิดโอกาสให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้แสดงฝีมือ จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญในการส่งเสริมด้านการพัฒนาคน ซึ่งเป็นเรื่องน่าชื่นชมที่เห็นเยาวชนไทยมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานยอดเยี่ยม ผ่านเวทีประกวด Samart Innovation Awards นี้ ซึ่งภาครัฐเองก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนเต็มที่และเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งในส่วนของการเสริมความรู้ผ่านโครงการต่างๆ ของศูนย์บ่มเพาะธุรกิจซอฟต์แวร์ของ สวทช . เอง หรือการสนับสนุนเครื่องมือที่ช่วยในการพัฒนาแอพพลิเคชั่น ด้านข้อมูลจราจรแบบเรียลไทม์ ที่เรียกว่า Traffy API ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของ NECTEC รวมถึงแผนสนับสนุนของทางเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย ที่กำลังจะจัดตั้ง Mobile Testing Center เพื่อเป็น Lab Test อุปกรณ์หรือเครื่องโทรศัพท์ ให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ทดสอบผลงานของตน เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องเครื่องทดสอบ รวมถึงระบบปฏิบัติการที่ไม่สามารถลงทุนจัดซื้อได้เอง ซึ่งเมื่อศูนย์นี้เสร็จแล้วก็จะทำให้การสร้างผลงานของผู้เข้าประกวดทำได้ง่าย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ”

นายเจริญรัฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ กลุ่มบริษัทสามารถ จะยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันและส่งเสริมการพัฒนาทักษะและสร้างอาชีพให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างคุณค่าและประโยชน์ให้กลับคืนมาสู่ประเทศก็เป็นเรื่องสำคัญที่เรามุ่งเน้นในปี 2011 นี้ เราไม่ได้จัดประกวด Samart Innovation Awards เพียงเพราะต้องการทำตามกระแสของ CSR ที่ใครๆ ก็พูดถึงอยู่ในปัจจุบัน แต่เรามีความเชื่อว่าโครงการนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาส สร้างความรู้ และความเชื่อมั่นให้กับนักพัฒนาซอฟต์แวร์คนไทยที่มีฝีมือต่อไป ผู้สนใจโครงการฯ สอบถามหรือแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องของซอฟต์แวร์ต่างๆ ได้ที่ www.samartsia.com และ www.facebook.com/Samart-Innovation”

View :770

ปลัดไอซีที ปลื้มกึ๋นเด็กไทยเก่งไอที ออกแบบประกวดเว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติ “ล้นเกล้าฯ…แผ่นดินไทย”

December 22nd, 2010 No comments

ปลัดไอซีที มอบ 9 ถ้วยเกียรติยศนายกรัฐมนตรี ในการประกวดเว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติ “ล้นเกล้าฯ…แผ่นดินไทย” ปลื้มใจที่เยาวชนไทย และนักพัฒนาเว็บไซต์ มีผลงานสร้างสรรค์ที่ยอดเยี่ยม ในการออกแบบเว็บไซต์ พร้อมสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพด้านไอทีอย่างเต็มที่ เพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในภูมิภาค

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นประธานใน พิธีมอบถ้วยเกียรติยศนายกรัฐมนตรี การประกวดเว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติ “ล้นเกล้าฯ…แผ่นดินไทย” ซึ่งเป็นโครงการเทิดพระเกียรติอีกหนึ่งโครงการ ที่กระทรวงไอซีที ได้จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เพื่อให้นักเรียน นิสิตนักศึกษา นักพัฒนาเว็บไซต์ และประชาชนทั่วไปได้มีส่วนร่วมแสดงความจงรักภักดีผ่านสื่ออิเล็กทรอนิคส์ ด้วยการจัดทำเว็บไซต์แสดงข้อมูลพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการพัฒนาและออกแบบเว็บไซต์ โดยมีสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ(องค์การมหาชน)หรือซิป้า หน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นผู้ดำเนินการ

นางจีราวรรณ กล่าวว่า “ในปี 2553 นี้ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ดำเนินโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ อาทิเช่น โครงการถวายพระพรออนไลน์ 12 สิงหามหาราชินี โครงการถวายพระพรออนไลน์ 5 ธันวามหาราช ภายใต้ชื่อว่า “ด้วย ๙ ชาวไทย” โครงการประกวดออกแบบโลโก้ และเทมเพลต เว็บไซต์ Ourking ที่ได้ร่วมกับสำนักราชเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ(สำนักงาน กปร.) และล่าสุดคือโครงการประกวดเว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติ “ล้นเกล้าฯ…แผ่นดินไทย” ที่ได้จัดพิธีมอบ 9 ถ้วยเกียรติยศในนามนายกรัฐมนตรีในวันนี้”

นางจีราวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการประกวดเว็บไซต์เฉลิมพระเกียรติฯ มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจำนวนทั้งสิ้น 102 ผลงาน แบ่งเป็นระดับนักเรียน จำนวน 26 ผลงาน ระดับนิสิตนักศึกษา จำนวน 46 ผลงาน และระดับประชาชนทั่วไป จำนวน 30 ผลงาน ซึ่งนับได้ว่าประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ และขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกท่าน และดีใจที่ได้เห็นผลงานที่สร้างสรรค์ มีคุณภาพ จากเด็กนักเรียน นิสิตนักศึกษา และนักพัฒนาเว็บไซต์รุ่นใหม่ กระทรวงไอซีทีพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการเรียนรู้ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดจนให้โอกาสในการแสดงผลงาน เพื่อผลักดันให้เป็นนักพัฒนาเว็บไซต์ที่แกร่งด้วยศักยภาพ และสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก และทำให้ประเทศไทยได้ไปสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในภูมิภาค ตามนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ”

สำหรับ 9 ถ้วยเกียรติยศ ผู้ที่ได้รับรางวัล มีดังนี้

ระดับนักเรียน
รางวัล ชื่อผลงาน ชื่อ นามสกุล/สถานศึกษา
รางวัลชนะเลิศ ล้นรัก…ล้นภักดี นางสาวจริยา อนันตรักษ์ และทีมโรงเรียนสยามบริหารธุรกิจ
รางวัลรองชนะเลิศ ตามรอยท่านพระมิ่งขวัญ แห่งแผ่นดิน ด.ญ. สุนิสา คำเกิด และทีม -โรงเรียนอ่างทองปัทมโรจน์วิทยาคม
รางวัลรองชนะเลิศ ล้นเกล้าฯ…แผ่นดินไทย นายเจนณรงค์ นวลศรี และทีมโรงเรียนจ่านกร้อง

ระดับนิสิตนักศึกษา
รางวัล ชื่อผลงาน ชื่อ นามสกุล/สถานศึกษา
รางวัลชนะเลิศ ล้นเกล้าฯ…แผ่นดินไทย ร้อยดวงใจไทยทั้งชาติ นายพิสิฐพงษ์ สืบพิลา
-คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร มหาวิทยาลัยศิลปากร
รางวัลรองชนะเลิศ บ้านเรา นายกฤตติน ทูลธรรม และทีม -คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
รางวัลรองชนะเลิศ Shining Light of Thailand นายวรธนะ งามตระกูลชล -คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ระดับประชาชนทั่วไป
รางวัล ชื่อผลงาน ชื่อ นามสกุล/สถานศึกษา
รางวัลชนะเลิศ ล้นเกล้าฯ…เผ่าไทย ศูนย์รวมใจคนไทยทั้งชาติ นายสมภพ ทั่งศรี และทีม
รางวัลรองชนะเลิศ ร้อยเรียงความจงรักฯ น้อมถวาย ธ ล้นเกล้าฯ นายกฤตวิทย์ วิชัยคำมาตย์
รางวัลรองชนะเลิศ ล้นเกล้าฯ…แผ่นดินไทย นางสาวมลฤดี จันทร์ส่งแสง

ทั้งนี้ รางวัลที่ได้รับแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับนักเรียน , นิสิตนักศึกษา และประชาชนทั่วไป
โดยแต่ละระดับจะได้ทุนการศึกษา / เงินรางวัล ดังต่อไปนี้
รางวัลชนะเลิศ 1 รางวัล รางวัลละ100,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศจากนายกรัฐมนตรี และเกียรติบัตร
รางวัลรองชนะเลิศ 2 รางวัล รางวัลละ 50,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศจากนายกรัฐมนตรี และเกียรติบัตร
รางวัลชมเชย 5 รางวัล รางวัลละ 25,000 บาท และเกียรติบัตร

View :775
Categories: Press/Release Tags:

รมว.ไอซีที เปิดการประชุม The second session of the Committee on Statistics

December 22nd, 2010 No comments

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (แถวหน้าที่ 5 จากซ้าย) เป็นประธานเปิดการประชุม The second session of the Committee on Statistics ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ การประชุมดังกล่าวถือเป็นเวทีการ ประชุมอย่างเป็นทางการที่ให้หัวหน้าสำนักงานสถิติ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานสถิติจากประเทศสมาชิกในภูมิภาคเอเชียและ แปซิฟิกเข้าร่วมประชุม อภิปรายแลกเปลี่ยนประเด็นการพัฒนาสถิติในภูมิภาค เพื่อตอบสนองความต้องการและความท้าทายใหม่ๆ โดยมีคณะกรรมการสถิติแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนการ พัฒนาสถิติในภูมิภาค ซึ่งวัตถุประสงค์ของการประชุมครั้งนี้เพื่อ เสริมสร้างศักยภาพของสำนักงานสถิติในภูมิภาคเกี่ยวกับการผลิต เผยแพร่ และวิเคราะห์ข้อมูลตามมาตรฐาน รวมทั้งแนวปฏิบัติที่ดีที่ได้รับความเห็นชอบในระดับสากล นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดความต้องการข้อมูลในการวิเคราะห์ เศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการติดตามแนวโน้มหลักด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจสังคมของภูมิภาค เอเชียและแปซิฟิกอีกด้วย

View :775
Categories: Press/Release Tags:

โทลล์เวย์ผนึกไทยสมาร์ทคาร์ดในกลุ่มซีพี ออลล์ พลิกโฉมร่วมทดลองการชำระค่าผ่านทางด้วยบัตรสมาร์ทเพิร์ส

December 22nd, 2010 No comments

จับมือไทยสมาร์ทคาร์ด บริษัทในกลุ่มซีพี ออลล์ ร่วมกันศึกษาและทดลองการชำระค่าผ่านทางด้วยบัตรอิเล็กทรอนิกส์ สมาร์ทเพิร์ส โดยเปิดทดลองให้บริการชำระค่าผ่านทางโทลล์เวย์รูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า แบบ Mix Mode โดยสามารถชำระค่าผ่านทางด้วยบัตรสมาร์ทเพิร์ส () หรือ เงินสด หรือคูปองค่าผ่านทางของโทลล์เวย์ในช่องทางเดียวกัน รับแนวโน้มความต้องการใช้บัตรเงินสดอิเล็กทรอนิกส์เติบโตอย่างต่อเนื่องทุก ปี ชูจุดเด่นความสะดวกรวดเร็วพร้อมเตรียมแผนดัน “ อี – คูปอง ” ( ) เป็นทางเลือกนอกจากการใช้คูปองผ่านทางเป็นเล่มแบบเดิม เผยอนาคตต่อยอดโปรโมชั่นมากมาย

นายกรวุฒิ ชิวปรีชา รองกรรมการผู้จัดการ-ฝ่ายธุรกิจและการเงิน บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เปิดเผยว่า โทลล์เวย์ได้ประสานความร่วมมือกับบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด ( TSC ) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มของบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) (CP ALL) ผู้บริหารเซเว่น – อีเลฟเว่น ร้านอิ่มสะดวกของคนไทย เพื่อร่วมกันศึกษาและทดลองการชำระค่าผ่านทางด้วยบัตรสมาร์ทเพิร์ส โดยเปิดทดลองช่องทางการชำระค่าผ่านทางโทลล์เวย์รูปแบบใหม่ ที่เรียกว่า แบบ Mix Mode โดยสามารถชำระค่าผ่านทางด้วยบัตรเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ “ สมาร์ทเพิร์ส ” หรือเงินสดหรือคูปองค่าผ่านทางของโทลล์เวย์ในช่องทางเดียวกัน โดยได้เริ่มทดลองให้บริการภายใต้ชื่อ “ โทลล์เวย์ สมาร์ทเพิร์ส ” ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 ที่ผ่านมา โดยใช้ระยะเวลาทดลองประมาณ 6 เดือน จนถึงเดือนเมษายนปีหน้า ทำให้ผู้ใช้บริการทางยกระดับโทลล์เวย์ สามารถชำระเงินค่าผ่านทางด้วยบัตร “ สมาร์ทเพิร์ส ” ทุกประเภทของบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด ( TSC ) ทั้งนี้ หากผู้ใช้บริการยังไม่มีบัตร “ สมาร์ทเพิร์ส ” ก็ยังคงสามารถชำระด้วยเงินสดหรือคูปองผ่านทางของโทลล์เวย์ในช่องชำระเงินที่ทดลองใช้บัตร “ สมาร์ทเพิร์ส ” ได้ตามปกติ

ทั้ง นี้ ในระยะแรกของการทดลองเปิดให้บริการดังกล่าว โทลล์เวย์ได้นำร่องเปิดให้บริการ 4 ช่องรับชำระค่าผ่านทางผ่านบัตรสมาร์ทเพิร์สใน 2 ด่านหลัก ได้แก่ ด่านเก็บค่าผ่านทางดอนเมือง และด่านเก็บค่าผ่านทางดินแดง เนื่องจากทั้งสองด่านเป็นด่านหลักด้านขาเข้าและขาออกที่มีผู้ใช้ทางต่อวัน จำนวนมาก ทั้งนี้จะมีการวัดผลเป็นระยะ ถ้ามียอดการใช้บัตรสมาร์ทเพิร์สเป็นจำนวนมากและไม่กระทบต่อการจราจรติดขัด บริเวณหน้าด่าน ทางโทลล์เวย์จะศึกษาร่วมกับไทยสมาร์ทคาร์ด ในการวางเครื่องรับบัตรสมาร์ทเพิร์สเป็นจุดรับบัตรในด่านอื่นๆ หรือเพิ่มช่องรับชำระค่าผ่านทางผ่านบัตรสมาร์ทเพิร์สแล้วแต่ความเหมาะสม

สำหรับการศึกษาพัฒนาการให้บริการในครั้งนี้ โทลล์เวย์เล็งเห็นถึงแนวโน้มของเทคโนโลยีบัตรเงินสดอิเล็กทรอนิกส์มี อัตราการเติบโตของฐานจำนวนผู้ใช้งานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ที่สำคัญยังเป็นเทคโนโลยีที่กำลังเข้ามามีบทบาทในเรื่องการอำนวยความสะดวก ให้กับผู้ใช้บริการเส้นทางโทลล์เวย์มากขึ้นเรื่อยๆ ขณะเดียวกัน ยังเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการสำหรับลูกค้า โดยไม่ต้องรอรับเงินทอนอีกต่อไป ที่สำคัญทางโทลล์เวย์ได้รับประโยชน์จากการทำธุรกรรมทางการเงินที่สะดวก การบริหารเงินสด การเก็บเงินสด ลดความเสี่ยงของธนบัตร หรือธนบัตรปลอม ตลอดจนลดภาระในการนำเงินเข้าบัญชีธนาคาร รวมไปถึงลดภาระด้านบริหารการขาย การเก็บ และการตรวจนับคูปองกระดาษ เป็นต้น

นอก จากนี้ ยังถือว่าเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ใช้บริการในการชำระค่าผ่านทางแทนการใช้ เงินสดและสามารถต่อยอดไปสู่การร่วมทำโปรโมชั่นกับคู่ค้าอื่นๆ ของซีพี ออลล์ อย่างกว้างขวาง ซึ่งปัจจุบันมีเครือข่ายร้านอิ่มสะดวกเซเว่น-อีเลฟเว่นทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ความร่วมมือกันในโครงการระยะทดลองดังกล่าว บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด ( TSC ) บริษัทในกลุ่มซีพีออลล์ จะเป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของอุปกรณ์และความสมบูรณ์ของระบบ ขณะที่โทลล์เวย์มีบทบาทในฐานะเป็นผู้ร่วมการทดลองการให้บริการก่อนจะพิจารณา ในขั้นต่อไปว่าเหมาะสมกับการให้บริการผู้ใช้ทางหรือไม่ โดยจะให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของผู้ใช้ทางเป็นปัจจัยหลัก

“ หากมีการขยายความร่วมมือระยะยาว ในอนาคตโทลล์เวย์ยังมองไปถึงการพัฒนาบริการสู่การใช้โทลล์เวย์ อี – คูปองแทนคูปองเป็นเล่มในปัจจุบัน ซึ่งนับเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้บริการ โดยสามารถซื้ออี – คูปองได้ผ่านช่องทางของร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น รวมทั้งยังเป็นการลดการใช้กระดาษ ปัจจัยสำคัญหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาโลกร้อนด้วย ” นายกรวุฒิ กล่าว

ด้านนาย โกษา พงศ์สุพัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด (TSC) กล่าวว่า ความร่วมมือกับบริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) ครั้งนี้ จะทำให้ประเทศไทยติดอันดับที่ 7 ของภูมิภาคเอเชีย ที่มีการนำเทคโนโลยีเงินสดอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในการชำระค่าผ่านทาง ETC (Electronic Toll Collecting) โดยปัจจุบันบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด (TSC) มีจำนวนผู้ถือบัตรสมาร์ทเพิร์สแล้วมากกว่า 3 ล้านใบ และมีอัตราการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องในทุกๆปี

“ แนวโน้มการใช้บัตรเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ลักษณะเดียวกับ สมาร์ทเพิร์สในการชำระค่าใช้จ่ายและค่าใช้บริการต่างๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ โดยมีปัจจัยหนุนที่สำคัญ คือ ความสะดวก และรวดเร็ว ซึ่งบัตรสมาร์ทเพิร์สใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า RFID Contactless คือ แค่แตะบัตรกับเครื่องรับ ก็ชำระเงินเสร็จแล้ว และยังรองรับปริมาณการใช้งานจำนวนมากต่อวันได้เป็นอย่างดี ” นายโกษา กล่าว

จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างของโครงการ “ โทลล์เวย์ สมาร์ทเพิร์ส ” คือ เมื่อผู้ใช้บริการโทลล์เวย์ชำระค่าผ่านทางผ่านบัตรสมาร์ทเพิร์สจะใช้เวลา จ่ายเงินลดลงกว่าการใช้เงินสด นอกจากนี้ หากในอนาคตโทลล์เวย์ต่อยอดไปสู่การใช้ “ อี-คูปอง ” ( e-Coupon ) แทนคูปองกระดาษเป็นเล่ม โทลล์เวย์ก็สามารถใช้เครือข่ายร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ที่มีสาขากว่า 5,700 แห่งทั่วประเทศเป็นหน้าร้านจำหน่ายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตกรุงเทพ และปริมณฑลมีสาขาเกือบ 3,000 สาขา มีลูกค้าใช้บริการกว่า 1,200 ครั้งต่อสาขาต่อวัน

นายโกษา พงศ์สุพัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวต่อไปว่า “ วิสัยทัศน์ของไทยสมาร์ทคาร์ด คือ เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ปราศจากการใช้ธนบัตรและเหรียญ หรือ cashless society โดยการเจาะตลาดกลุ่มขนส่งมวลชนที่เป็นเป้าหมายหลักของสมาร์ทเพิร์ส นอกจากร้านอิ่มสะดวกเซเว่น – อีเลฟเว่น ดังนั้นการบรรลุถึงความร่วมมือกับโทลล์เวย์ จึงเป็นการเติมเต็มเป้าหมายการเจาะตลาดกลุ่มธุรกิจขนส่ง ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทมีคู่ค้าอยู่แล้ว 1 ราย คือ เมโทรบัส ”

นาย โกษา พงศ์สุพัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่าความร่วมมือระหว่างโทลล์เวย์ และไทยสมาร์ทคาร์ดจะมีการจัดทำโปรโมชั่นร่วมกันในอนาคต สำหรับผู้ใช้ อี-คูปอง ( e-Coupon ) หรือบัตรสมาร์ทเพิร์ส นอกจากการชำระค่าผ่านทางโทลล์เวย์แล้ว ยังจะขยายไปสู่การให้ส่วนลดร่วมกับพันธมิตรต่างๆ ของสมาร์ทเพิร์ส และโปรโมชั่นจากร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น เป็นต้น

ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างการศึกษาและทดลองบริการใหม่นี้ ยังเปิดกว้างรับคำแนะนำจากผู้ใช้บริการ ซึ่งสามารถโทรมาที่ Tollway Your way หมายเลข 02 792 6500 หรือ Call Center ของสมาร์ทเพิร์ส หมายเลข 02 677 9999 เพื่อนำข้อมูลไปพิจารณาในขั้นต่อไปว่า เหมาะสมกับการให้บริการผู้ใช้ทางมากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตามโทลล์เวย์มีแนวคิดที่ไม่ปิดกั้น ที่จะศึกษาและทดลองการให้บริการเก็บค่าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบอื่นๆ กับผู้ให้บริการรายอื่นอีก โดยจะให้ความสำคัญกับความพึงพอใจของผู้ใช้ทางเป็นปัจจัยหลัก

View :875

เอไอเอสเปิดงาน “ สุขสันต์ปีใหม่ อุ่นใจกับเอไอเอส ” ให้ลูกค้าลุ้นรับไอโฟน 4 ทุกวัน ที่บ้านอุ่นใจซานต้า ลานเซ็นทรัลเวิลด์

December 22nd, 2010 No comments

เอไอเอส นำโดย ซานต้ามาร์ค ชอง ชิน ก๊อก หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ และซานต้าสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เปิดงาน “ สุขสันต์ปีใหม่ อุ่นใจกับเอไอเอส ” โดยมีไฮไลท์พิเศษให้ลูกค้าลุ้นรับเอไอเอส ไอโฟน 4 และตุ๊กตาซานต้าอุ่นใจ ขนาด 2.2 เมตร ได้ทุกวัน พร้อมร่วมกันมอบของขวัญ “ ตุ๊กตาน้องอุ่นใจ ” ให้ลูกค้าและผู้ที่มาเที่ยวชมงานบริเวณบ้านอุ่นใจซานต้า ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ท่ามกลางบรรยากาศหิมะตกกลางกรุง ตกแต่งด้วยซานต้าอุ่นใจขนาดยักษ์ 2.2 เมตร นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกฟรีทุกวัน ทั้งซุ้มถ่ายภาพพร้อมรับรูปได้เลย , บริการขนม น้ำดื่ม และกิจกรรมสอย ดา วชิงของรางวัลมากมาย โดยมีก๊วนซานตี้สาว เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ , ขวัญ อุษามณี และลิเดีย ศรัณย์รัชย์ รวมทั้งซ้านต้าหนุ่ม เก้า จิรายุ ร่วมสร้างสีสัน ลูกค้าเอไอเอสสามารถร่วมสนุกบริเวณบ้านอุ่นใจซ้านต้าได้จนถึงวันที่ 1 มกราคม 2554 เริ่มตั้งแต่ 5 โมงเย็นเป็นต้นไป

View :970
Categories: Press/Release Tags: ,