Archive

Archive for July, 2012

แคนนอนเปิดตัวนวัตกรรมกล้องดิจิตอล 2 รุ่นใหม่ล่าสุด Canon EOS650D และ Canon EOS M

July 23rd, 2012 No comments

แคนนอนเสนอนวัตกรรมครั้งใหม่แห่งการถ่ายภาพด้วยกล้อง DSLR รุ่นใหม่ล่าสุด EOS 650D ที่มากด้วยฟังก์ชั่นเหนือใคร โดดเด่นด้วย EOS Movieให้คุณบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อม Movie AF Servo โฟกัสอัตโนมัติจะติดตามทุกการเคลื่อนไหวของวัตถุระหว่างบันทึกภาพเคลื่อนไหว ยังประสานการทำงานได้อย่างลงตัวที่สุดกับเทคโนโลยี STM (Stepping Motor)ในเลนส์รุ่นใหม่ 2 รุ่น EF-S18-135mm f3.5-5.6 IS STMและ EF 40mm f2.8 STM ปราศจากเสียงรบกวนจากเลนส์ในขณะบันทึกภาพเคลื่อนไหว ล้ำหน้าไปอีกขั้น.. ด้วยหน้าจอ LCDระบบสัมผัสแบบ Multi-Touch (Capacitive Sensing) ออกแบบมาให้สามารถใช้นิ้วมือในการสั่งงานต่างๆ ได้ง่าย และรวดเร็วเหมือนหน้าจอสมาร์ทโฟน ตอบสนองรวดเร็วทันท่วงทีทุกเหตุการณ์ด้วยจุดออโต้โฟกัสอัตโนมัติแบบ Cross-Type มากถึง 9 จุด ถ่ายภาพต่อเนื่อง 5 ภาพต่อวินาที ประกอบกับฟังก์ชั่นเพื่อการสร้างสรรภาพอื่นๆ อีกมากมาย อาทิ Creative Filter สร้างคาเรคเตอร์ให้ภาพถ่ายแปลกตาด้วยเอฟเฟค Art Bold และ Water Painting

นอกจากนี้ แคนนอนก็ยังได้เปิดตัวอีกหนึ่งนวัตกรรมกล้องดิจิตอลมิลเลอร์เรส EOS M ที่มาเสริมทัพเป็นสินค้าไลน์ใหม่ล่าสุดของแคนนอน สำหรับผู้ที่กำลังมองหากล้องดิจิตอลแบบถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ คุณภาพยอดเยี่ยม ในขนาดเล็กกะทัดรัด ดีไซน์ทันสมัย ใช้งานง่าย เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

กล้องดิจิตอลแคนนอน EOS 650D มีชุดเลนส์ให้เลือก 2 ชุด คือ พร้อมเลนส์ EF-S18-55mm f/3.5-5.6 ISIIและพร้อมเลนส์ EF-S18-135mm f/3.5-5.6 IS STM วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ณ ตัวแทนจำหน่ายแคนนอนทั่วประเทศ เช่นเดียวกับ EF40mm f/2.8 STM และ เลนส์ EF-S18-135mm f/3.5-5.6 IS STM

View :3241
Categories: Gadgets Tags: ,

บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศแต่งตั้งประธานคนใหม่

July 23rd, 2012 No comments

มร. โคจิ เทสึกะ ประธาน ฟูจิ ซีร็อกซ์ ประเทศไทย


บริษัท จำกัด แต่งตั้ง “มร. โคจิ เทสึกะ” ดำรงตำแหน่ง ประธาน บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อทำหน้าที่ดูแลและกำหนดทิศทางนโยบายต่างๆ ขององค์กร พร้อมทั้งช่วยขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจให้กับบริษัทเพื่อให้ก้าวไปสู่ความเป็นที่หนึ่งในธุรกิจด้านงานพิมพ์ของประเทศไทย

มร. โคจิ เทสึกะ เริ่มต้นการทำงานที่ ฟูจิ ซีร็อกซ์ ประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2524 จนถึงปัจจุบัน มีประสบการณ์การทำงานที่ยาวนานถึง 31 ปี โดยทำหน้าที่ในการดูแลรับผิดชอบด้านการขาย และดำรงตำแหน่งในระดับผู้บริหารของ ฟูจิ ซีร็อกซ์ มาโดยตลอด โดยดูแลรับผิดชอบในระดับภูมิภาคครอบคลุมหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ธุรกิจของบริษัทฯประสบความสำเร็จด้วยดีเสมอมา จนถึงปัจจุบันได้เข้าดำรงตำแหน่งประธาน บริษัท ฟูจิ ซีร็อกซ์ (ประเทศไทย) จำกัด

มร.มาซาชิ ฮอนดะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอชียของ ฟูจิ ซีร็อกซ์ กล่าวว่า “ บริษัทได้เล็งเห็นว่า จากประสบการณ์ทำงานและความรู้ของ มร. โคจิ เทสึกะ เป็นบุคคลที่มากด้วยความสามารถและเข้าใจถึงธุรกิจด้านงานพิมพ์เป็นอย่างดี และยังมีประสบการณ์การทำงานที่ ฟูจิ ซีร็อกซ์ ในภูมิภาคเอเชียหลายประเทศ ซึ่งความสามารถนี้จะเป็นแรงในการขับเคลื่อนและผลักดันให้บริษัทประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ”

ด้านการศึกษา มร. โคจิ เทสึกะ สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี สาขาพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวาเซดะ ในปี 2524

View :1258

ไอบีเอ็ม เปิดสำนักงานสาขาอีสเทิร์นซีบอร์ด ดันภาคตะวันออกเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวในอาเซียน

July 21st, 2012 No comments

ขยายฐานทางธุรกิจ ยกระดับความสามารถในการแข่งขันธุรกิจให้แก่ภูมิภาคตะวันออกของไทย

ไอบีเอ็มรุกตลาดภาคตะวันออก ประกาศเปิดสำนักงานใหม่ สาขาอีสเทิร์นซีบอร์ด ประจำภาคตะวันออกในจังหวัดชลบุรี พร้อมให้บริการด้านเทคโนโลยีอย่างครบวงจร สร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันในระดับสากลให้แก่ลูกค้าและคู่ค้า เสริมความแข็งแกร่งให้ภาคตะวันออกก้าวเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นางพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทไอบีเอ็มประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ไอบีเอ็มเล็งเห็นศักยภาพของภูมิภาคตะวันออก ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตและมีส่วนสร้างผลผลิตเชิงเศรษฐกิจของประเทศถึง 2 ใน 3 ด้วยการผลิตและการส่งออกที่ครอบคลุมภาคธุรกิจต่างๆ ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ ประกอบกับวิสัยทัศน์ที่จะก้าวเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำนักงานใหม่ของไอบีเอ็มที่จังหวัดชลบุรีซึ่งเป็นสำนักงานแห่งที่สามในประเทศไทย จะเป็นศูนย์กลางในการให้บริการของไอบีเอ็มในภาคตะวันออกซึ่งเป็นหนึ่งภูมิศาสตร์สำคัญของไอบีเอ็มในการขยายธุรกิจสู่ภูมิภาคอย่างต่อเนื่องในปีนี้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งในภาคอุตสาหกรรมการผลิต การท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ การสื่อสารโทรคมนาคม ในการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างความแตกต่างและยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับธุรกิจของตนเพื่อผลักดันให้ธุรกิจอุตสาหกรรมหลักและจังหวัดในภูมิภาคตะวันออกก้าวสู่ความเป็นเมืองธุรกิจคูุ่อุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
นอกจากการเข้ามาดำเนินธุรกิจในภาคตะวันออกอย่างเต็มรูปแบบแล้ว เราจะร่วมมือกับธุรกิจท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และมหาวิทยาลัย ในการพัฒนาทักษะของบุคคลากร ด้วยการนำความรู้ความเชี่ยวชาญระดับโลกของบุคคลากรไอบีเอ็มและโครงการเพื่อสังคมต่างๆมาช่วยพัฒนาให้เมืองและภูมิภาคตะวันออกเป็นภูมิภาคที่ทันสมัย ดึงดูดการลงทุน มีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับพลเมือง และมีการเติบโตในทุกภาคส่วน วันนี้ไอบีเอ็มมีความพร้อมอย่างยิ่งที่จะผนึกกำลังกับพันธมิตร ลูกค้า คู่ค้าทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนชุมชนโดยรวมในภาคตะวันออก เพื่อสร้างความเจริญเติบโตและความสำเร็จให้แก่ภูมิภาคนี้อย่างยั่งยืน” นางพรรณสิรีกล่าว
ตลอดมาไอบีเอ็มพร้อมด้วยเครือข่ายคู่ค้าทางธุรกิจได้ช่วยให้ลูกค้าภาคตะวันออกในหลายๆ อุตสาหกรรม อาทิเช่น ท่าเรือพาณิชย์ ลอจิสติกส์ ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมยานยนต์ ในการเพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนาคุณภาพการบริการ และเพิ่มผลิตผลให้กับธุรกิจ
สำนักงานแห่งใหม่ในชลบุรีถือเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ไอบีเอ็มในการขยายธุรกิจสู่ในระดับภูมิภาค เพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องในตลาดสำคัญที่มีการเติบโตสูง และเป็นการสนับสนุนกลยุทธ์การสร้างความเติบโตในระดับโลกของบริษัท โดยไอบีเอ็มจะลงทุนในพื้นที่นั้นๆอบ่างครบวงจรซึ่งรวมถึง การสร้างสำนักงาน การจัดฝึกอบรม การจัดสรรบุคคลากรและการจ้างบุคลากรท้องถิ่น การสร้างทีมขายและการตลาด ตลอดจนทีมที่ดูแลกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ

หนึ่งในโครงการสำคัญของไอบีเอ็มในภาคตะวันออกคือโครงการ “สมาร์ทเตอร์ ซิตี้ส์ ชาเลนจ์” (Smarter Cities Challenge) ของไอบีเอ็มในปี 2555 ซึ่งจังหวัดชลบุรีได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน 33 จังหวัดทั่วโลกที่ได้รับเงินช่วยเหลือ อันจะช่วยให้ชลบุรีสามารถพัฒนาแผนเชิงกลยุทธ์ของจังหวัดในการสำรวจแนวทางการใช้เทคโนโลยีเพื่อปฏิรูประบบเศรษฐกิจของเมือง โครงการมูลค่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ดำเนินการในระยะ 3 ปีเพื่อพัฒนาเมือง 100 เมืองในทั่วโลกนี้ ได้รับการเปิดตัวในปี 2554 โดยเป็นโครงการเพื่อสังคมที่มีมูลค่าสูงสุดของไอบีเอ็ม โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับสูงของไอบีเอ็มจะเข้ามาศึกษาและช่วยพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาให้กับเมืองใหญ่ทั่วโลก

View :996

คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ วางหลักเกณฑ์ธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม

July 21st, 2012 No comments

นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ครั้งที่ 5/ 2555 เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2555 กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบต่อหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติม จากเดิมที่ได้ออกประกาศไปแล้วเมื่อ ปี พ.ศ. 2552 โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ออกเพิ่มเติมนี้ จะช่วยทำให้เกิดความมั่นคงทางด้านการเงินของประเทศ ช่วยลดต้นทุนในการให้บริการของผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนเพื่อประโยชน์ในการเข้าไปกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย

และที่ประชุมคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ยังได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศของหน่วยงานของรัฐเพิ่มเติมอีก 2 หน่วยงาน คือ กรมการค้าภายใน และการเคหะแห่งชาติ ทำให้ขณะนี้มีนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของหน่วยงานภาครัฐที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว จำนวน 37 หน่วยงาน

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้มีการหารือแนวทางการรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย เนื่องจากปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐมีการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อใช้ในการบริหารจัดการและอำนวยความสะดวกในการให้บริการประชาชนกันมากขึ้น ซึ่งการเชื่อมโยงข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวนี้ บางส่วนจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลส่วนบุคคลด้วย โดยข้อมูลส่วนบุคคลจะมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ และยังไม่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นการเฉพาะมาใช้บังคับ จึงได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการนโยบายกฎหมายไปพิจารณาจัดทำข้อเสนอแนะแนวทางในการดำเนินงาน ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคลโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์

นอกเหนือจากการเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว หน่วยงานภาครัฐยังมีการจัดทำเว็บไซต์เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชน อันเป็นการอำนวยความสะดวก ลดระยะเวลาและขั้นตอนในการให้บริการ ซึ่งเว็บไซต์เหล่านั้นจะต้องมีความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นและใช้บริการภาครัฐผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น คณะกรรมการฯ จึงมอบหมายให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ของหน่วยงานภาครัฐ หากพบว่ามีช่องโหว่ ก็จะมีหนังสือแจ้งให้หน่วยงานเหล่านั้นทราบ เพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขหรือปิดให้บริการทันที

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ยังได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปเร่งรัดการดำเนินการต่างๆ เช่น การออกประกาศภายใต้พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยวิธีการแบบปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2553 การจัดทำแผนแม่บทธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ของประเทศไทย และมาตรฐานธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้แล้วเสร็จโดยเร็วอีกด้วย

View :1088

สวทช.โชว์เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สามมิติแม่นยำและปลอดภัยเครื่องแรกโดยฝีมือคนไทย

July 21st, 2012 No comments

เพื่อให้บริการผู้ป่วยศัลยกรรมช่องปากและทันตกรรมไทยในราคาเข้าถึงได้

ณ ศูนย์ทันตกรรมเอสดีซี ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เยี่ยมชมการสาธิตใช้งานเครื่อง Dental CT หรือเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับการผ่าตัดศัลยกรรมทางช่องปากและงานทันตกรรมเครื่องแรกที่ผลิตโดยฝีมือนักวิจัยไทยจาก สวทช. ทั้งด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์โดยผ่านการรับรองด้านความปลอดภัยจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ปัจจุบันเครื่องดังกล่าวให้บริการอยู่ที่คลีนิกนำร่องจำนวน 2 แห่ง ที่ภาคเหนือ ณ คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ทันตกรรม เอสดีซี ย่านประชาชื่น พร้อมเตรียมขยายผลต่อยอดกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้คนไทยได้รับความสะดวกและปลอดภัยในงานศัลยกรรมช่องปากและทันตกรรมตลอดจนมีโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพทางช่องปากโดยเทคโนโลยีระดับสูงเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนไทย โดย ดร.ปลอดประสพเปิดเผยในรายละเอียดว่า

“เครื่อง Dental CT หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ผลงานวิจัยพัฒนาโดยสวทช. เนคเทค และเอ็มเทค กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ได้ร่วมกันทำงานและนำร่องใช้งานกับศูนย์ทันตกรรมเอสดีซีนี้ให้ข้อมูลแบบสามมิติซึ่งต่างจากเครื่องถ่ายภาพรังสี (X-ray) แบบสองมิติโดยทั่วไป ทำให้การวินิจฉัยโรคบริเวณช่องปาก ขากรรไกร และกระดูกใบหน้ามีความแม่นยำมากขึ้น สามารถใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนและผ่าตัดบริเวณช่องปาก สำหรับงานทันตกรรมรากฟันเทียม การผ่าฟันคุด การรักษาคลองรากฟัน ขากรรไกรและใบหน้า นอกจากนี้เครื่องดังกล่าว ช่วยให้การวางแผนทางทันตกรรมจัดฟันมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ร่นระยะเวลาในการวินิจฉัยเพื่อวางแผนแก้ไขความผิดปกตินั้นๆ เดิมเครื่อง CT สำหรับทางการแพทย์สามารถนำมาใช้กับงานทันตกรรมได้ แต่ปริมาณรังสีที่ผู้ป่วยได้รับจะสูงกว่ามาก อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ และความละเอียดของภาพที่ต่ำกว่าเครื่อง Dental CT ที่พัฒนา ทั้งนี้ ผลงานวิจัยและพัฒนาเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับงานทันตกรรมนี้ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือและบริการทางการแพทย์ในประเทศไทย โดยมีจุดมุ่งหมายให้คนไทยได้รับความสะดวกและปลอดภัยในงานศัลยกรรมช่องปากและทันตกรรมตลอดจนมีโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพทางช่องปากโดยเทคโนโลยีระดับสูงได้ รวมไปถึงตอบรับกับนโยบายศูนย์สุขภาพแห่งเอเชีย (Health Hub of Asia) และช่วยลดการนำเข้าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์จากต่างประเทศซึ่งมีราคาสูงมาก โดย สวทช. ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดเป้าหมายและมุ่งมั่นพัฒนางานวิจัยให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงพัฒนางานวิจัยที่สามารถรับมือกับสภาพปัญหาได้ทันเหตุการณ์ ทั้งในแง่การคิดค้นสิ่งใหม่ๆไปล่วงหน้า และการสนับสนุนภาคเอกชนในด้านการบริการวิจัยให้เอกชน การรับจ้างทดสอบ หรือแม้กระทั่งการร่วมลงทุนตั้งบริษัทกับเอกชน เพื่อนำนวัตกรรมใหม่ๆออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยองค์ความรู้และงานวิจัยต่างๆ ที่ สวทช. ได้ริเริ่มดำเนินการไว้ นำมาดำเนินการเชื่อมโยงกับหน่วยงานหลักๆ ในภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการวิจัยพัฒนาตลอดจนทดสอบเครื่อง Dental CT จนสามารถใช้งานได้จริงในระดับอุตสาหกรรมก็นับว่าเป็นประโยชน์อย่างต่อยิ่งทั้งในแง่ของเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย”

ศ.ดร.ไพรัช ธัชยพงษ์ ที่ปรึกษาอาวุโส สวทช. หัวหน้าโครงการฯเปิดเผยว่า “สวทช. ได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือวิจัยพัฒนากับหลาย ๆ ภาคส่วน อาทิ ส่วนราชการ เอกชน และสถาบันการศึกษา โดยครั้งนี้ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ภายใต้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ร่วมกันพัฒนาต้นแบบเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับงานทันตกรรม (Dental CT) ที่มีชื่อเรียกในการเผยแพร่ว่า DentiiScan ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เป็นผลสำเร็จเครื่องแรกในประเทศไทย โดยเนคเทคเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ ส่วนเอ็มเทคเป็นผู้พัฒนาฮาร์ดแวร์ เครื่องดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยเรื่องปริมาณรังสีจากกองรังสีและเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และความปลอดภัยทางระบบไฟฟ้าจากศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เครื่อง DentiiScan1.1 เป็นรุ่นที่ใช้รังสีเอกซ์ที่มีลำแสงแบบทรงกรวย และฉากรับภาพรังสี (Flat panel X-ray detector) ซึ่งตั้งอยู่ตรงกันข้ามกัน อุปกรณ์ทั้งสองจะหมุนไปพร้อมๆ กันรอบผู้ป่วย 1 รอบ เป็นเวลา 18 วินาที เพื่อเก็บข้อมูลดิบในแต่ละมุมมอง จากนั้นนำข้อมูลดิบที่ได้มาผ่านอัลกอรึทึมในการสร้างภาพตัดขวาง (Image Reconstruction) เพื่อสร้างภาพตัดขวางที่เป็นข้อมูลสามมิติบริเวณช่องปาก ขากรรไกรและใบหน้าของผู้ป่วย ภาพตัดขวางที่ได้จะถูกแสดงผลในมุมมองสองมิติและสามมิติโดยผ่านซอฟต์แวร์แสดงภาพ (Viewer) เครื่อง DentiiScan1.1 ได้ถูกติดตั้งเพื่อทดสอบทางคลินิก ณ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และศูนย์ทันตกรรมเอสดีซี เมื่อกลางปี พ.ศ. 2554 ปัจจุบันเครื่อง DentiiScan1.1 ได้นำไปใช้ในการถ่ายภาพอวัยวะภายในบริเวณช่องปากและใบหน้าของผู้ป่วยอาสาสมัคร เพื่อใช้ในวางแผนการผ่าตัดและการวินิจฉัยโรคต่างๆ เช่น งานทันตกรรมรากฟันเทียม การผ่าตัดเพื่อทำหูเทียม การผ่าตัดเพื่อรักษามะเร็งกรามช้าง เป็นต้น ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 140 ราย DentiiScan1.1 จะช่วยส่งเสริมให้งานทางด้านทันตกรรมของประเทศไทยให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น รองรับนโยบาย Medical hub of Asia และ Medical tourism นอกจากนี้สังคมไทยกำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ ภายใน 15 ปี จำนวนผู้สูงอายุที่ต้องการรับการบริการทางด้านทันตกรรม ก็จะมีมากขึ้น เพื่อการดำรงชีวิตของผู้สูงอายุเหล่านั้นสะดวกสบายเหมือนปรกติ การพัฒนาเทคโนโลยีทีจนสามารถผลิตเครื่องเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สำหรับงานทันตกรรมขึ้นได้ภายในประเทศไทยเราเอง อย่างเครื่อง DentiiScan1.1 จะช่วยให้ผู้สูงอายุเหล่านั้น ได้มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูง มีโอกาสได้รับการบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัยยิ่งขึ้น

View :1016

อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) เปิดตัว Lifetime Map Update สำหรับ GPS GARMIN รายแรกในไทย

July 21st, 2012 No comments

อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว Lifetime Map Update รายแรกสำหรับ ในประเทศไทย ชูธง GPS ติดรถยนต์ แบรนด์ GARMIN ยังครองแชมป์ผู้นำตลาดอย่างแข็งแกร่ง พร้อมข้อมูลแผนที่ NOSTRA ที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด พร้อมการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก การ์มิน คอร์ปอเรชั่น จูงมือเดินหน้าทำตลาดจีพีเอสประเภทติดรถยนต์ (Personal Navigation Device : PND)ในประเทศไทย หวังกวาดยอดขายกว่า 100,000 เครื่อง ในปี 2555 นี้

นายไกรรพ เหลืองอุทัย ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำในการให้บริการเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศแบบครบวงจร และผู้แทนจำหน่ายอุปกรณ์นำทางด้วยดาวเทียม (GPS) แบรนด์ GARMIN หนึ่งในกลุ่มบริษัทซีดีจี เปิดเผยว่า ในวันนี้ บริษัทฯ ได้เปิดตัว Lifetime Map Update รายแรกในประเทศไทย สำหรับลูกค้าที่ซื้ออุปกรณ์นำทาง GPS GARMIN nüvi รุ่น 2465 , 2565 , 2575 , 3770 , 3790 V โดยลูกค้าสามารถ update ข้อมูลแผนที่ ได้ตลอดอายุการใช้งาน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2555 นอกจากนี้เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจแก่ลูกค้าที่ซื้อ จีพีเอส GARMIN nüvi ใน 5 รุ่นดังกล่าว ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2555 ที่ผ่านมา ก็จะได้รับ Lifetime Map Update โดยอัตโนมัติด้วยเช่นกัน

นายไกรรพ ยังได้กล่าวถึง ภาวะตลาด GPS ในประเทศไทยขณะนี้ว่า การแข่งขัน มีความคึกคักมากขึ้น ผู้บริโภคมีตัวเลือกในอุปกรณ์นำทางเพิ่มขึ้นมาก เช่น เครื่องจากจีน , เครื่องนำทางใน Smart Phone ฯลฯ แต่ GARMIN ก็ยังคงเน้นตลาดอุปกรณ์นำทาง GPSประเภทติดรถยนต์ (PND) เช่น nüvi เป็นหลัก เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด มีอัตราการเติบโตสูง เห็นได้จากยอดขายที่ผ่านมา และตลาดอุปกรณ์นำทางในประเทศ สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น ก็ขยายตัวอย่างมาก รถยนต์ที่วิ่งอยู่บนถนนแทบทุกคันจะ ติดตั้งอุปกรณ์นำทาง GPS แบบ PND ในรถเสมอ

ทั้งนี้ GPS GARMIN ที่จัดจำหน่ายโดย บริษัท อีเอสอาร์ไอฯ มีจุดแข็งคือ ความสามารถของอุปกรณ์นำทาง GPS ประเภทติดรถยนต์ (PND) ที่ถูกออกแบบเพื่อการขับรถโดยเฉพาะ เน้นความปลอดภัยในการใช้งานขณะขับขี่ เหมาะสำหรับการนำทางในรถยนต์มากที่สุด นอกจากนี้ยังมีจุดแข็งในเรื่องการใช้แผนที่ NOSTRA ที่มีความถูกต้องแม่นยำมากที่สุด อีกทั้งยังมีการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ และมีคุณภาพในระดับสูงมาโดยตลอด

บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของผลิตภัณฑ์จีพีเอส ยี่ห้อ GARMIN มาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน นับได้ว่า บริษัท อีเอสอาร์ไอฯ ยังครองความเป็นผู้นำในตลาด GPS ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

“บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด เราทำงานกันอย่างใกล้ชิด กับ บริษัท การ์มิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งการ์มินนับเป็นอุปกรณ์ GPS คุณภาพระดับ World Class ที่มียอดขายอันดับหนึ่งทั่วโลก และการใช้ข้อมูลแผนที่ ที่มีความถูกต้องแม่นยำที่สุดจาก NOSTRA นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การทำตลาดของ บริษัท อีเอสอาร์ไอ ฯ สามารถครองแชมป์ความเป็นผู้นำตลาด GPS และขยายตัวเติบโตอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด” นายไกรรพ กล่าว

ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อีเอสอาร์ไอ(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวด้วยว่า สำหรับในปี 2555 นี้ ตลาดอุปกรณ์นำทาง GPS ติดรถยนต์ โดยบริษัทอีเอสอาร์ไอฯมีส่วนแบ่งทางการตลาด อยู่ที่ 70 % ของมูลค่าตลาดรวม GPSติดรถยนต์ ในประเทศไทย

การ์มิน มั่นใจศักยภาพอีเอสอาร์ไอ(ประเทศไทย)
ด้วยมิตรภาพและพันธสัญญามั่นคง ส่งมอบบริการชั้นเลิศให้ผู้บริโภค

นายโทนี่ อังค์ (Mr.Tony An) ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท การ์มิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ในการเปิดตัว Lifetime Map Update ในประเทศไทยในวันนี้ นับเป็นการย้ำตลาด ว่า GPS ติดรถยนต์ แบรนด์ GARMIN โดย บริษัท การ์มิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด มีการส่งมอบคุณภาพการบริการที่มีคุณภาพในระดับสูง ให้แก่ผู้บริโภค โดยเฉพาะการให้ลูกค้าสามารถ update แผนที่ได้ฟรี ตลอดอายุการใช้งาน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเปิดตัวไปแล้วในประเทศต่างๆทั่วโลก ได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา, อังกฤษ , ฝรั่งเศส,อินเดีย,จีน ,สิงคโปร์,มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ทั้งนี้เพราะเชื่อว่าตลาดอุปกรณ์นำทาง GPS ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในตลาดโลก

นายโทนี่ กล่าวว่า บริษัท การ์มิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด เชื่อมั่นในศักยภาพ ของบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด ในการทำตลาด GPS ติดรถยนต์เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับพันธสัญญาระหว่างกันที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี และขอยืนยันว่า บริษัท การ์มินคอร์ปอเรชั่น จำกัด ไม่ได้มีแผนจะสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจรายใหม่เพิ่มเติมแต่อย่างใด ทั้งนี้การมีข้อมูลแผนที่ NOSTRA ที่ถูกต้องแม่นยำ นับเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งของความร่วมมือกันพัฒนาตลาด GPS ติดรถยนต์ในประเทศไทย ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นต่อไป

โกลบเทค ชี้แผนที่ NOSTRA ข้อมูลแม่นยำที่สุด ช่วยเสริมจุดแข็งการ์มิน

นายวิชัย แสงหิรัญวัฒนา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โกลบเทค จำกัด ผู้นำด้านการให้บริการข้อมูลแผนที่ หรือ โลเคชั่น คอนเทนต์ โพรวายเดอร์ (Location Content Provider) รายใหญ่ที่สุด ในประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ นอสตร้า (NOSTRA) ซึ่งเป็นพันธมิตรที่แข็งแกร่งกับบริษัท อีเอสอาร์ไอ (ประเทศไทย) จำกัด และ GARMIN ในตลาด GPS ประเภท PND และกลุ่มรถยนต์ (In-car Navigation) มาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี กล่าวว่า ในปัจจุบันพฤติกรรมของผู้บริโภคที่นิยมใช้อุปกรณ์ GPS ในรถยนต์เพิ่มมากขึ้น ดังจะเห็นได้ว่า GPS นำทางถือเป็นอุปกรณ์ที่ผู้ขับขี่จะต้องมีใช้ประจำรถ ที่สำคัญที่สุดในการใช้งาน คือ จะต้องมีข้อมูลแผนที่ที่อัพเดท เนื่องจากประเทศไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ มีการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลสูง จำเป็นที่ข้อมูลจะต้องอัพเดทให้ทันสมัยตลอดเวลา เพื่อให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รูปแบบการการใช้งานของผู้บริโภคในปัจจุบัน ต้องการความสะดวกสบายในการอัพเดทข้อมูลแผนที่ และไม่ต้องการกังวลกับการจ่ายเงินในแต่ละครั้งที่มีการอัพเดทข้อมูลเวอร์ชันใหม่

“ดังนั้น เมื่อ GARMIN ให้ความสำคัญและเล็งเห็นถึงผลประโยชน์ของผู้บริโภคที่จะได้รับความคุ้มค่าและความสะดวกสบายมากขึ้นจากการให้บริการอัพเดทข้อมูลแผนที่ตลอดอายุการใช้งาน “Lifetime Map Update” NOSTRA ก็พร้อมให้การสนับสนุนนโยบายการตลาดนี้ ในฐานะที่เป็นคอนเทนต์โพรวายเดอร์ เรามีความพร้อมในการให้บริการอัพเดทข้อมูล ซึ่งจะทำให้รอบเวลาการอัพเดทสั้นลง และจัดทำข้อมูลเชิงลึกที่มีรายละเอียดเพิ่มมากขึ้น เช่น เวลาเปิด-ปิดของสถานที่ท่องเที่ยว จุดจอดรถ เป็นต้น จะเห็นได้ว่าบริการ Lifetime Map Update เป็นทางเลือกของผู้บริโภคที่เหมาะสมและคุ้มค่าสำหรับการใช้งานในระยะยาว” นายวิชัยกล่าวในตอนท้าย

View :1502
Categories: Gadgets Tags:

ก.ไอซีที เตรียมเปิด Royal Pavilion เพื่อเทิดพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัวในงาน Bangkok International ICT Expo 2012

July 21st, 2012 No comments

นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยถึงรายละเอียดการจัดงาน “” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 6 สิงหาคม 2555 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ว่า งาน ครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด Smart Thailand Towards AEC โดยได้กำหนดรูปแบบการจัดงานเป็น 4 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนนิทรรศการ 2.ส่วนแสดงสินค้า 3.ส่วนการประชุมสัมมนา และ 4.กิจกรรมร่วมสนุกต่าง ๆ

โดยในส่วนการจัดนิทรรศการนั้นจะประกอบด้วย Royal Pavilion ซึ่งเป็นการจัดซุ้มนิทรรศการเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนพรรษา 85 พรรษา รวมทั้งเพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา และเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 60 พรรษา ในรูปแบบ Royal Gallery การถวายพระพรผ่าน Online Kiosk, Multimedia Theatre และ Mapping Projection
“กระทรวงฯ จะมีการจัดนิทรรศการแสดงพระราชกรณียกิจด้าน ICT ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ด้วยแนวคิด “พระราชกรณียกิจด้าน ICT สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ภายใน Royal Pavilion รวมทั้งเปิดให้มีการร่วมถวายพระพรผ่าน Online Kiosk ด้วยการเลือก Template แบบที่ต้องการ พร้อมลงชื่อและกดถวายพระพร จากนั้นถ้อยคำถวายพระพรจะถูก Random ขึ้นแสดง สลับบนจอภาพใน Gallery ตลอดช่วงเวลางาน” นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ กล่าว
นอกจากนั้น ยังมีการจัดนิทรรศการในส่วนของ MICT Pavilion เพื่อแสดงผลงานของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร แสดงวิสัยทัศน์ และทิศทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทาง ICT ของประเทศ ตามแนวคิด Smart Thailand 2020 ที่จะก่อให้เกิดการบูรณาการด้านการศึกษา เกษตรกรรม การท่องเที่ยว รวมถึงธุรกิจบริการและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน เพื่อเตรียมพร้อมการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) พร้อมกันนี้ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับภัยพิบัติ (Disaster Pavilion) โดยมุ่งเน้นภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบกับประเทศไทย เช่น แผ่นดินไหว ซึ่งอาจก่อให้เกิดสึนามิในประเทศไทย และภัยพิบัติน้ำท่วม เป็นต้น รวมทั้งมีการจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวงฯ เช่น TOT, CAT SIPA กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานอื่น ๆ ด้วย

ส่วนต่อมาเป็นส่วนแสดงสินค้า ที่ประกอบด้วยการแสดงนวัตกรรมเทคโนโลยีจากภาคเอกชน อาทิ , TRUE, DTAC, Thaicom, ZTE, Huawei เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีส่วนแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการ ATCI ที่มุ่งเน้นการจับคู่ทางธุรกิจ การแสดงสินค้าราคาพิเศษจากผู้ประกอบการไอทีและผู้ให้บริการด้านไอที ส่วนที่ 3 คือ ส่วนการประชุมสัมมนา เป็นการเปิดเวทีเพื่อให้ความรู้และนวัตกรรมด้าน ICT โดยผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ รวมทั้งภาคเอกชน และสุดท้ายเป็นส่วนของกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งกิจกรรมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการ กิจกรรมร่วมสนุกบนเวทีผ่านเทคโนโลยีด้าน ICT ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมงานได้มีส่วนร่วม

“กระทรวงฯ จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านได้ร่วมงาน “Bangkok International ICT Expo 2012” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 6 สิงหาคม 2555 นี้ เพื่อร่วมกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ และร่วมกันสัมผัสปรากฏการณ์ใหม่แห่งโลกไอที พร้อมช่วยยกระดับเทคโนโลยีไทยให้ก้าวไกล สู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างภาคภูมิด้วยกัน ณ ชาเลนเจอร์ 3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี” นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ กล่าว

View :805

รมว.ไอซีที แจงผลการประชุมการลดภัยพิบัติที่ประเทศญี่ปุ่น

July 21st, 2012 No comments

นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้กล่าวถึงการประชุมระดับรัฐมนตรีเรื่องการลดภัยพิบัติในภูมิภาคโทโฮคุ (World Ministerial Conference on Disaster Reduction in Tohoku) ณ เมืองเซนได (Sendai) ประเทศญี่ปุ่น ที่ได้เข้าร่วมในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย ว่า การประชุมฯ ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนจากเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ รวมทั้ง Great East Japan Earthquake นอกจากนั้น ยังเป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผ่านการจัดการอภิปรายในระดับรัฐมนตรีภายใต้หัวข้อหลักที่เกี่ยวข้องกับการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติเพื่อสร้างสังคมให้กลับคืนสู่สภาพเดิม (resilient societies) พร้อมทั้งสนับสนุนการหารือเกี่ยวกับการจัดตั้ง post-Hyogo Framework for Action (HFA) ในการประชุม World Conference on Disaster Reduction ครั้งที่ 3 ในปี 2015 ซึ่งประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศเจตจำนงในการขอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมด้วย

โดยผลจากการประชุมดังกล่าวได้เน้นย้ำให้องค์กรส่วนท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการด้านสาธารณภัย และแสวงหางบประมาณเพื่อลงทุนในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมทั้งส่งเสริมให้ประชาชนในท้องถิ่นเกิดความตระหนัก และเข้ามามี ส่วนร่วมในการป้องกันและจัดการสาธารณภัย โดยเน้นทางด้านการป้องกันตัวเองที่ดี และควรเพิ่มความตระหนักเกี่ยวกับการช่วยเหลือตนเองด้วยวิธีการต่างๆ หรือ Self – help รวมถึงส่งเสริมให้การจัดการสาธารณภัยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสืบไป ตลอดจนส่งเสริมให้เด็กและสตรี เข้ามามีบทบาทที่เหมาะสมและมีส่วนร่วมในการจัดการสาธารณภัยระดับท้องถิ่น

นอกจากในส่วนของท้องถิ่นแล้ว ที่ประชุมยังได้ให้ความสำคัญอย่างสูงต่อการประสานงานระหว่างรัฐบาลกลาง และรัฐบาลท้องถิ่นในการจัดการสาธารณภัย รวมถึงต้องผลักดันให้การจัดการสาธารณภัยเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย และแผนพัฒนาประเทศ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และต้องผนวกการจัดการสาธารณภัยเข้ากับการจัดการในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศ รวมทั้งบรรจุในหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนเพื่อปลูกฝังความรู้แก่เยาวชน และเน้นย้ำการจัดการ สาธารณภัยในโรงเรียนและโรงพยาบาลด้วย

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมยังได้เรียกร้องให้ภาครัฐและเอกชน เพิ่มการลงทุนด้านการจัดการสาธารณภัย โดยเน้นย้ำว่าหากไม่ลงทุนในวันนี้ จะทำให้เกิดความสูญเสียจากสาธารณภัยอย่างใหญ่หลวงในอนาคต นอกจากนั้น ยังควรเสริมสร้างความร่วมมือ และความช่วยเหลือระหว่างประเทศในภูมิภาคเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านภัยพิบัติธรรมชาติขนาดใหญ่ และควรให้มีการแบ่งปันประสบการณ์และบทเรียนจากภัยพิบัติที่ผ่านมาให้เป็น “สินค้าสาธารณะระหว่างประเทศ” โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่กำลังพัฒนา รวมทั้งควรมีการผลักดันให้หัวข้อ “การลดภัยพิบัติ” อยู่ในกรอบการพัฒนาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเป้าหมายในการพัฒนาสหัสวรรษ (MDGs) ปี 2015 โดยประชาคมระหว่างประเทศ ควรให้ความร่วมมือในการส่งเสริมการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสร้างเมืองที่มีศักยภาพในการเผชิญภัยธรรมชาติ ตลอดจนสนับสนุนความจำเป็นเร่งด่วนที่จะสร้างสังคมแห่งการฟื้นคืน เพื่อจัดการกับภัยพิบัติทางธรรมชาติทุกด้านอย่างจริงจัง

“สำหรับผลของการประชุมครั้งนี้ จะนำไปใช้สนับสนุนการเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมในเวทีระดับโลกปี 2013 ที่ นครเจนีวา และการประชุมระดับโลกของสหประชาชาติเกี่ยวกับการลดภัยพิบัติครั้งที่ 3 ในปี 2015 และคาดว่าผลของการประชุมครั้งนี้ ยังจะใช้เป็นหัวข้อหลักที่สำคัญในการอภิปรายเกี่ยวกับการจัดตั้ง HFA ด้วย” นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ กล่าว

View :870
Categories: Press/Release Tags:

เอไอเอส ออกแพ็คเกจพิเศษ Olympic Voice & SMS Roaming ประหยัดสูงสุด 72% โทรและส่ง SMS ได้สุดคุ้ม ระหว่างเชียร์โอลิมปิคที่อังกฤษ

July 12th, 2012 No comments

บริการข้ามแดนอัตโนมัติจากเอไอเอส เอาใจลูกค้าจีเอสเอ็ม แอดวานซ์ที่เดินทางไปเชียร์นักกีฬาไทยสู้ศึกโอลิมปิค 2012 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ด้วยแพ็กเกจพิเศษสุดคุ้ม Olympic Voice & SMS Roaming ที่ให้ลูกค้าประหยัดสูงสุดถึง 72 % โดยมีให้เลือก 2 แพ็กเกจ ได้แก่ โทร 60 นาที SMS 60 ครั้ง แพ็กเกจละ 1,400 บาท และโทร 30 นาที SMS 30 ครั้ง แพ็กเกจละ 800 บาท สมัครได้ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค. – 31 ส.ค. 55

นอกจากนี้เอไอเอสยังสนับสนุนค่าโทรฟรีพร้อมแพ็กเกจ Unlimited Data Roaming รวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านให้แก่คณะนักกีฬา, โค้ช, คณะกรรมการ และเจ้าหน้าที่คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย รวมทั้งสื่อมวลชนที่จะเดินทางไปร่วมการแข่งขันที่ประเทศอังกฤษให้อุ่นใจ สามารถติดต่อสื่อสารกับคนที่ประเทศไทยได้อย่างสะดวกสบายด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เอไอเอส คอลล์ เซ็นเตอร์ 1175

View :997
Categories: Press Conference Tags:

ทรู เปิดตัวนวัตกรรม “iApartment Solution” สำหรับธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ย่านใจกลางเมือง

July 12th, 2012 No comments

ทรู ผู้นำโซลูชั่นการสื่อสารครบวงจร เปิดตัว “” มุ่งตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ลูกค้าเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ย่าน สุขุมวิท อโศก สีลมสาธร ชิดลม ภายใต้แนวคิด Better Life, Better Business โซลูชั่นที่เชื่อมโยงทุกบริการบนเครือข่ายคอนเวอร์เจนซ์ของกลุ่มทรู ทั้ง ทรูมูฟ เอช บริการ ULTRA hi-speed Internet และ WiFi จากทรูออนไลน์ พร้อมสาระบันเทิงจากทรูวิชั่นส์
สร้างความอุ่นใจด้วยบริการเสริมผ่านกล้อง CCTV ให้ตรวจสอบห้องพักผ่านสมาร์ทโฟน ทั้งยังสามารถควบคุมสั่งการเปิด-ปิดระบบไฟฟ้าได้อัตโนมัติ ตั้งเป้าขยายบริการ “iApartment Solution” อย่างน้อย 100 โครงการภายในปีนี้

นายขจร เจียรวนนท์ ผู้อำนวยการบริหารด้านกิจการองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ปัจจุบัน เซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ เป็นที่พักอาศัยที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติรวมไปถึงคนไทยที่เป็นคนทำงานรุ่นใหม่ เนื่องจากสะดวกสบายและมีความปลอดภัยสูง จากการสำรวจพบว่ามีเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 3,000 แห่ง เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ
14 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ดังนั้น ผู้ประกอบการต้องสรรหาบริการ ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้พักอาศัย ทรู ในฐานะผู้นำการสื่อสารครบวงจร จึงพัฒนา “iApartment Solutions”โซลูชั่นเฉพาะสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้ เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ท
เม้นท์ นำเสนอบริการที่จะตรงใจทุกไลฟ์สไตล์ ทั้งความบันเทิง การติดต่อสื่อสารพร้อมสร้างความปลอดภัยให้กับผู้พักอาศัยอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มมูลค่าธุรกิจให้เหนือคู่แข่งขัน โดยเน้นเจาะกลุ่มเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ย่านใจกลางเมือง ได้แก่ สุขุมวิท อโศก สีลม สาธร และชิดลม ด้วยความครบครันเช่นนี้ ทำให้มั่นใจว่าจะมีผู้ประกอบการเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ตอบรับบริการ iApartment
Solution อย่างน้อย 100 โครงการภายในปีนี้”

สำหรับ iApartment solution เป็นโซลูชั่นที่มุ่งตอบสนองความต้องการลูกค้า ด้วยบริการคอนเวอร์เจนซ์ โซลูชั่น ครบวงจร ในรูปแบบ One Stop Service เพื่อยกระดับธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ภายใต้แนวคิด Better Life, Better Business ซึ่ง
ประกอบด้วย

• Better Living ครบครันด้วยความบันเทิงเต็มรูปแบบจากทรูวิชั่นส์ พร้อมบริการULTRA hi-speed Internet และจุดบริการ WiFi เพื่อการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้ขีดจำกัด นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมและสั่งการระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ภายในห้องพักรวมไปถึงสามารถเรียกพนักงานทำความสะอาดหรือสั่งอาหารได้ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยด้วยกล้อง CCTV ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ให้ผู้พักอาศัยสามารถล็อกอินผ่านสมาร์ทโฟนเพื่อตรวจสอบห้องพักได้ตลอดเวลา

• Better Service มีทีมงานผู้มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่พร้อมให้คำปรึกษาออกแบบ และติดตั้งระบบ iApartment solution ด้วยเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบและพัฒนาโดยคำนึงถึงไลฟ์สไตล์ของผู้พักอาศัยเป็นหลัก เพื่อยกระดับธุรกิจเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ให้เหนือคู่แข่ง

“ทรู มั่นใจว่าบริการ iApartment Solution จะสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและสร้างความพึงพอใจให้กับผู้พักอาศัยในเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและแตกต่างได้เป็นอย่างดี ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกเช่าเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ของคนทำงานรุ่นใหม่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่มองหาความสะดวกสบายย่านใจกลางเมือง iApartment Solution จึงเป็นเสมือนส่วนเติมเต็มที่จะเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจให้ประสบความสำเร็จที่จะตอบโจทย์ทุกความต้องการให้กับทั้งผู้ประกอบการและผู้พักอาศัย” นายขจร กล่าวสรุปในที่สุด

View :1073
Categories: Application Tags: