Archive

Archive for the ‘Press/Release’ Category

สวทช.ร่วมกับ ซีพีเอฟ วิจัยพัฒนาด้านเกษตรและอาหาร เทคโนโลยีสำหรับควบคุมป้องกันโรคระบาดสัตว์

March 22nd, 2012 No comments

และแนวทางลดการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคในอาหาร สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ () กับบริษัท (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)เพื่อวิจัยพัฒนาด้านเกษตรและอาหาร เทคโนโลยีสำหรับควบคุมป้องกันโรคระบาดสัตว์ และแนวทางลดการปนเปื้อนเชื้อก่อโรคในอาหาร สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค และเพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีเชิงประยุกต์ที่สำคัญ รวมถึงขยายผลของโครงการวิจัยที่มีศักยภาพสู่การปรับใช้อย่างได้ผล ตลอดจนการเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาความเชี่ยวชาญของบุคลากรของทั้งสองฝ่าย

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสวทช. กล่าวว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าปัจจุบันทั่วโลกให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหาร ที่จะเกิดขึ้นได้จำเป็นต้องมีปริมาณอาหารที่เพียงพอ ประชาชนเข้าถึงอาหารได้ตลอดเวลา และอาหารนั้นต้องมีคุณภาพ ความปลอดภัยและมีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อการดำรงชีวิตที่ดีสุขภาพแข็งแรง ทั้งนี้ปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงดังกล่าว ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ราคาของพลังงาน การใช้พื้นที่ปลูกพืชที่ไม่ใช่อาหาร โรคและแมลงศัตรูพืช โรคระบาดสัตว์ รวมถึงข้อตกลงเขตการค้าเสรีต่างๆ เป็นต้น ในฐานะที่ สวทช. เป็นองค์กรที่มีพันธะกิจในการสร้างความสามารถ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศ จึงกำหนดยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนา “คลัสเตอร์เกษตรและอาหาร” ขึ้น โดยเน้นการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่นำไปสู่การเพิ่มผลผลิต ลดความสูญเสียจากปัจจัยต่างๆ เพิ่มคุณภาพความปลอดภัย และสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในส่วนของการผลิตพืชและสัตว์ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ การแข่งขันและความยั่งยืนด้านเกษตรและอาหารของประเทศ

ในการดำเนินงานของคลัสเตอร์เกษตรและอาหาร จะอาศัยกลยุทธ์การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร และการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder) เพื่อพัฒนาโจทย์วิจัยที่ชัดเจน ร่วมสนับสนุนการวิจัยที่นำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้จริง

นับว่าเป็นโอกาสอันดีที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด เห็นชอบและยินดีร่วมมือกับ สวทช. ในการวิจัยและพัฒนาด้านเกษตรและอาหาร เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีเชิงประยุกต์ที่สำคัญ รวมถึงการขยายผลของงานวิจัยต่างๆ ที่มีศักยภาพสู่การปรับใช้อย่างได้ผล ตลอดจนการเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาความเชี่ยวชาญของบุคลากรของทั้งสองฝ่าย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างร่วมกันวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีในการควบคุมและป้องกันโรคระบาดสัตว์ การศึกษาแหล่งที่มา การแพร่กระจายและประเมินความเสี่ยงของเชื้อก่อโรคในอาหารตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่ฟาร์มจนถึงผู้บริโภค ความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาด้านเกษตร และอาหารในครั้งนี้ จะเป็นนิมิตหมายที่ดีในการช่วยยกระดับการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการผลิตสัตว์ ให้เข้มแข็ง เพิ่มขีดความสามารถ ด้านการแข่งขันของประเทศให้ยั่งยืนต่อไป

ด้านนายวีรชัย รัตนบานชื่น ประธานคณะผู้บริหารด้านปฏิบัติการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจด้านเกษตรอุตสาหกรรมด้านการเลี้ยงสัตว์และผลิตอาหารจากเนื้อสัตว์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรเริ่มตั้งแต่การจัดหาวัตถุดิบเพื่อใช้ในการผลิตอาหารสัตว์ การเพาะพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์ในเชิงพาณิชย์ การแปรรูปเนื้อสัตว์ จนกระทั่งมีการผลิตอาหารสำเร็จรูป โดยแบ่งเป็น 2 ธุรกิจหลัก คือ 1.ธุรกิจสัตว์บก ได้แก่ ไก่เนื้อ ไก่ไข เป็ดและสุกรครบวงจร ตั้งแต่ธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจการเลี้ยงสัตว์และธุรกิจอาหาร 2.ธุรกิจสัตว์น้ำ : กุ้งและปลา ครบวงจร ตั้งแต่ธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจการเลี้ยงสัตว์และธุรกิจอาหาร

ในความร่วมมือกันครั้งนี้ทางบริษัทโดยสำนักเทคนิคและวิชาการสัตว์บก จะเน้นงานด้านการตรวจวินิจฉัยและการชันสูตรเป็นหลัก และทางบริษัทก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือกันในครั้งนี้ จะช่วยกันยกระดับงานวิจัยและพัฒนาให้เข้มแข็ง สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค รวมถึงขยายผลของโครงการวิจัยที่มีศักยภาพสู่การปรับใช้อย่างได้ผล ตลอดจนการเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาความเชี่ยวชาญของบุคลากรของทั้งสองฝ่าย

ที่มาของความร่วมมือ
สวทช. ได้ประสานงานเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาด้านการผลิตสัตว์และสุขภาพสัตว์ ผ่านสำนักเทคนิคและวิชาการสัตว์บก บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งทางบริษัทฯ ได้เสนอให้การจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU) ระหว่างหน่วยงาน คือ ซีพีเอฟ และ สวทช. เป็นกรอบความร่วมมือด้านวิชาการวิจัยและพัฒนาด้านเกษตรและอาหารในภาพรวม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานและเทคโนโลยีเชิงประยุกต์ที่สำคัญ รวมถึงการขยายผลของโครงการวิจัยด้านเกษตรและอาหารที่มีศักยภาพสู่การปรับใช้อย่างได้ผล โดยครอบคลุมไปถึงความร่วมมือทางด้านวิชาการอื่นที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการให้ความสนับสนุนการเพิ่มพูนความรู้แก่บุคลากรทั้งสองฝ่าย อีกทั้งจะทำให้การประสานความร่วมมือในรายละเอียดโครงการย่อยต่างๆ มีความคล่องตัวยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งปัจจุบันเกิดโครงการร่วมวิจัยและพัฒนาร่วมกันที่สอดคล้องกับบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ดังนี้

Ÿในส่วนของการควบคุมและป้องกันโรคระบาด : เกิดการวิจัยการนำเวกเตอร์ของไวรัสที่ไม่มีรายงานการติดเชื้อในสัตว์ และมีรายงานการนำมาทดสอบใช้เป็นวัคซีนแล้วพบว่ามีประสิทธิภาพสูง ในการคุ้มโรค มาทดลองโดยใช้เทคนิคพันธุวิศวกรรมทำให้อ่อนเชื้อและแทรกยีนของโปรตีนเป้าหมายที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกัน ร่วมกับการสร้างอนุภาคไวรัสโดยเทคนิครีเวอร์สเจเนติกส์ สำหรับพัฒนาวัคซีนทางเลือกในการป้องกันโรคระบาดที่สำคัญในการผลิตสัตว์

Ÿในส่วนของการความปลอดภัยอาหารและการจัดการฟาร์ม : เกิดความร่วมมือในการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับเชื้อก่อโรคในอาหาร 2 โครงการด้วยกัน คือ

1.การประเมินความเสี่ยงของเชื้อซัลโมเนลลาในพ่อแม่พันธุ์ไก่เนื้อ โรงฟักไข่ไก่ ฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อและหลังการผลิตสู่ผู้บริโภค เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการและการผลิตเพื่อลดการปนเปื้อนของ เชื้อซัลโมเนลลาในเนื้อไก่สดแช่เย็น ตลอดกระบวนการผลิตตั้งแต่โรงฟัก ฟาร์มจนถึงผู้บริโภค

2.การศึกษาสำรวจข้อมูลการติดเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ (Campylobacter) เพื่อให้สามารถระบุถึงแหล่งที่มาและปัจจัยเสี่ยงต่อการติดเชื้อและการแพร่กระจายของเชื้อแคมไพโลแบคเตอร์ ในกระบวนการผลิตไก่ตลอดห่วงโซ่การผลิต และสุดท้ายเพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงของการปนเปื้อนเชื้อในเนื้อไก่ได้ ซึ่งข้อมูลที่ได้สามารถนำมากำหนดแนวทางการจัดการและการผลิตเพื่อลดการปนเปื้อนและลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนของเชื้อในอุตสาหกรรมการผลิตไก่ได้

View :786

ไอดีซีเผยตลาดโทรศัพท์มือถือไทยยังคงโตต่อเนื่องแม้จะได้รับ ผลกระทบจากน้ำท่วมก็ตาม

March 22nd, 2012 Comments off

ไอดีซีระบุถึงแม้ตลาดโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยไม่สามารถหนีผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 ได้ก็ตาม แต่ก็ยังแสดงให้เห็นว่ามีความยืดหยุ่นในระดับสูง ดังเห็นได้จากแรงซื้อที่ปรับตัวสูงขึ้นทันทีที่สถานการณ์น้ำท่วมบรรเทาลง

ยอดจัดส่งโทรศัพท์มือถือของประเทศไทย ประจำปี 2554 ที่มา: IDC's Asia/Pacific Quarterly Mobile Phone Tracker, 4Q 2011


ตลาดโทรศัพท์มือถือของประเทศไทยในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2554 นั้นได้มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสที่ 3 คิดเป็นการเติบโตในอัตราที่สูงถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วโดยการเติบโตหลักมาจากฝั่งของสมาร์ทโฟน ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 66% %

View :710

แบล็กเบอร์รี่ ติดอันดับแบรนด์ยอดนิยมบนโซเชี่ยลมีเดีย

March 21st, 2012 No comments

ปัจจุบัน แบล็กเบอร์รี่มีจำนวนแฟนบนโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Google +, LinkedIn, บล็อก Inside BlackBerry Blogs และบนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กอื่นๆ ทั้งในระดับทั่วโลกและระดับภูมิภาค ทั้งหมดรวมกันเกินกว่า 25 ล้านคน ทั้งนี้ ทีมแบล็กเบอร์รี่ในภูมิภาคต่างๆ ได้ตั้งเป้าหมายใหม่ในปีนี้ไว้สำหรับแฟนๆ และกลุ่ม followers โดยเราจะยังคงขยายความเติบโตและจำนวนแฟนต่อไป สำหรับสถิติด้านฐานข้อมูลแฟน และการติดอันดับของแบล็กเบอร์รี่ มีดังต่อไปนี้

ผลสำรวจแฟนบนโซเชี่ยลมีเดียของแบล็กเบอร์รี่ จากการรวบรวมแฮชแท็ก #TeamBlackBerry โดย Geographic Property
· ยุโรปตะวันออกกลางและทวีปแอฟริกา มีแฟนมากกว่า 2.2 ล้านคน
· ละตินอเมริกา มีแฟนมากกว่า 4.4 ล้านคน
· เอเชียแปซิฟิก มีแฟนมากกว่า 4.2 ล้านคน
· สำนักงานใหญ่ / อเมริกาเหนือ มีแฟนมากกว่า 16.3 ล้านคน
· ยอดรวมทั้งหมดของจำนวนแฟน และ followers ทั่วโลก คือ 27.1 ล้านคน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย เรามีความภาคภูมิใจที่เรามีจำนวนแฟนบนเฟซบุ๊คเพจ BlackBerry Thailand มากกว่า 400,000 คน และได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่มเว็บเพจยอดนิยม 5 อันดับแรก โดย Social Baker เราขอขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา และเราขอสัญญาว่าจะนำเสนอเนื้อหาที่น่าสนใจมากยิ่งขึ้นบนหน้าเฟซบุ๊คของเราต่อไป!

การจัดอันดับแบรนด์แบล็กเบอร์รี่บนโซเชี่ยลมีเดีย
· อันดับ 2 จากการจัดอันดับ 100 แบรนด์ชั้นนำบนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก โดย The Virtue 100
· อันดับ 5 จากการจัดอันดับ 50 อันดับแบรนด์ยอดนิยมของโลกบนโซเชี่ยลมีเดีย (ในกลุ่มแบรนด์โซเชี่ยล + แบรนด์ระดับสากล)
· อันดับ 9 จากการจัดอันดับ 200 อันดับแบรนด์ยอดนิยมบนโซเชี่ยลมีเดีย โดย Ad Age
· อันดับ 10 จากการจัดอันดับ แบรนด์ที่มการสร้างสรรค์ความสัมพันธ์เป็นอย่างดีกับแฟนบนเฟซบุ๊ค โดย Ad Age
· อันดับ 15 จากการจัดอันดับ แบรนด์ยอดนิยมบนทวิตเตอร์ โดย Mashable
ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าขมได้ที่ เฟซบุ๊คเพจ BlackBerry Worldwide
เผยแพร่วันที่: 19 มีนาคม 2555

ริมประกาศจัดงาน BlackBerry 10 Jam
เวลาแห่งการรอคอยมาถึงแล้ว เหล่านักพัฒนาสามารถพบกับแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด BlackBerry® 10 บนบล็อกสำหรับนักพัฒนาของแบล็กเบอร์รี่ BlackBerry DevBlog

ริม ได้ประกาศการจัดงาน BlackBerry 10 Jam ซึ่งจะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 1 – 3 พฤษภาคมนี้ ณ The Hilton Bonnet Creek ในออร์แลนโด ฟลอริดา ซึ่งจะจัดขึ้นพร้อมกับการประชุม BlackBerry World™

BlackBerry 10 Jam จะจัดขึ้นเพื่อนักพัฒนาโดยเฉพาะ ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสุดพิเศษสำหรับนักพัฒนาในการที่จะได้พบปะพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์มของแบล็กเบอร์รี่โดยตรง และเพื่อเรียนรู้ประโยชน์และโอกาสในการสร้างธุรกิจจากแบล็กเบอร์รี่แพลตฟอร์ม ภายในงานจะมีการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกสำหรับนักพัฒนา ด้านการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อรองรับการเปิดตัวระบบปฏิบัติการใหม่ล่าสุด 10 ในช่วงปลายปีนี้
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงาน BlackBerry 10 Jam เข้าไปที่ www.blackberryjamconference.com การประชุม BlackBerry 10 Jam สงวนสิทธิ์สำหรับนักพัฒนาเท่านั้น
เผยแพร่วันที่: 19 มีนาคม 2555

ริม แนะนำแบล็กเบอร์รี่ มินิ คีย์บอร์ด สำหรับแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊ก แท็บเล็ต
ริม แนะนำ BlackBerry® Mini Keyboard™ สำหรับ BlackBerry® PlayBook™ แท็บเล็ต ซึ่งมาพร้อมกับขนาดพกพาสุดบางเบาและเคสดีไซน์โฉบเฉี่ยว ปรับเปลี่ยนได้ นอกเหนือจาก QWERTY คียบอร์ดแบบสมบูรณ์ มินิ คีย์บอร์ด ยังนำเสนอการผสานรวม touchpad ซึ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานในการควบคุมและกำหนดทิศทางของแบล็กเบอร์รี่เพลย์บุ๊กได้อย่างง่ายดาย ประหนึ่งใช้งานจากระบบหน้าจอสัมผัสของตัวแท็บเล็ต และเมื่อใช้งานคีย์บอร์ดจริง ตัวคีย์บอร์ดเสมือนจริงบนหน้าจอแท็บเล็ตจะหายไป พร้อมสำหรับการโชว์ดิสเพลย์แบบ100% เต็ม

กำหนดการวางจำหน่าย
มินิ คีย์บอร์ด มีพร้อมสำหรับการสั่งซื้อล่วงหน้า (pre-order) ในหลายๆ ประเทศ ผ่านทางเว็บไซท์ www.shopblackberry.com ซึ่งวางจำหน่ายในราคา 119.99 เหรียญสหรัฐฯ (หรือ 3,540 บาทโดยประมาณ)

View :713

แซส คว้าผู้นำระบบการบริหารแคมเปญการตลาดแบบหลายช่องทางจากองค์กรด้านการวิจัยอิสระ

March 21st, 2012 No comments

แซส คว้าผู้นำแพลตฟอร์มการบริหารแคมเปญการตลาดแบบหลายช่องทางจาก ฟอเรสเตอร์ เวฟ โดยระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าอัจฉิริยะ (SAS Customer Intelligence) ได้ ถูกจัดอันดับสูงสุดในกลุ่มด้านกลยุทธ์ และยังได้เป็นผู้นำในด้านการประเมินผลของ ฟอเรสเตอร์ CCCM เวฟ ล่าสุดด้วย นอกจากนี้ยังได้รับคะแนนสูงสุดในด้านการหาจุดเหมาะสมทางการตลาด การวิเคราะห์ และรายงาน รวมทั้งการใช้งานแอพพลิเคชั่น กลยุทธ์องค์กร และด้านการเงิน

แซสในฐานะผู้นำซอฟต์แวร์ด้านการวิเคราะห์เชิงธุรกิจ ได้เป็นผู้นำในระบบการบริหารการตลาดแบบบูรณาการ (Integrated Marketing Management) โดยได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถเชิงลึกในด้านการหาจุดเหมาะสมทางการตลาด การบริหารด้านการตอบสนองลูกค้า การวิเคราะห์และการผสานช่องทางการตลาดที่หลากหลาย โดยฟอเรสเตอร์ ได้กล่าวไว้ว่า “คุณสมบัติด้านการวางแผนของโปรแกรมเอสเซทลิงค์ที่รวดเร็วในชุดโปรแกรมระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าอัจฉริยะ (Customer Intelligence) ช่วยเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรในด้านจุดคุ้ม การวิเคราะห์ และออกแบบแคมเปญ”

หนึ่งในลูกค้าหลายร้อยหลาย คือ บริษัท ยูซี (YouSee) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเคเบิลทีวีรายใหญที่สุดของเดนมาร์ค ใช้แซสเพื่อวางแผนกิจกรรมการขายอย่างต่อเนื่องและการสร้างยอดขายที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งทำตามพฤติกรรมของลูกค้าผ่านหลายช่องทางด้วยกัน

นายเอ็นเดอร์ส เอ็ม อาร์ ซอเรนเซน ประธานเจ้าหน้าด้านการตลาด ของยูซี กล่าวว่า ด้วยแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ข้อมูลของแซสช่วยให้ยูซีสามารถใช้ข้อมูลของลูกค้าได้อย่างชาญฉลาดมากขึ้น การเข้าใจถึงความชอบของลูกค้าอย่างถ่องแท้ช่วยให้เราประสบความสำเร็จในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยผ่านช่องทางทั้งหมดของเรา ซึ่งประกอบด้วยเว็บไซต์ คอลล์เซ็นเตอร์ และร้านค้า”

“อีกหนึ่งวิธีที่เราใช้ระบบอัจฉริยะของแซส คือ การเชื่อมพนักงานในคอลล์เซ็นเตอร์ด้วยข้อมูลที่ถูกวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ เพื่อช่วยให้การสนทนาเข้าถึงลูกค้าทำได้อย่างเหมาะสมกับลูกค้านั้นๆมากขึ้น และสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุดให้กับลูกค้า ที่นำมาซึ่งความสำเร็จมากกว่าบทสนทนาที่มาจากความรู้สึกและสัญชาติญาณของพนักงานเอง” นายซอเรนเซนกล่าว

แซส ได้ขยายความสามารถของทางการตลาดในส่วนต่างๆ ได้อย่างมาก ประกอบด้วยกลยุทธ์และการวางแผน ข้อมูลและการวิเคราะห์ การตอบสนองและการรวมกลุ่มของช่องทางที่หลายแบบ และพฤติกรรมของลูกค้า โดยนายวิลสัน เรจ์ ผู้ดูแลผลิตภัณฑ์การตลาดทั่วโลกสำหรับระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าอัจริยะ (Customer Intelligence) กล่าวว่า “แซสได้รับการยอมรับโดยนักวิเคราะห์จากฟอเรสเตอร์ประจำปี 2012 ว่า เป็นผู้นำด้านการบริหารแคมเปญที่สามารถใช้ช่องทางการตลาดได้หลายรูปแบบ และการ์ทเนอร์ ประจำปี 2011 ว่า เป็นผู้นำการบริหารการตลาดแบบบูรณาการ โดยเราเชื่อว่าการรับรู้ของอุตสาหกรรมนี้ได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับคำมั่นสัญญาในการเปลี่ยนการตลาดของลูกค้า ด้วยการนำเสนอระบบการบริหารการตลาดแบบบูรณาการที่สามารถให้ความเป็นเลิศด้านการปฏิบัติงาน แคมเปญที่ผ่านช่องทางที่หลากหลายอย่างรวดเร็ว และตรงกับธุรกิจอย่างแท้จริง

การติดตั้ง SAS Customer Intelligence Solution สามารถทำได้ด้วย การซื้อแบบสัญญา การใช้เอ็นเตอร์ไพร์ส โฮสติ้ง และ Software as a Service (SaaS)

แซสยังได้รับให้เป็นผู้นำจากการ์ทเนอร์ ในด้าน CRM Multichannel Campaign Management และ Integrated Marketing Management ในปี 2011 และใน ปี 2012 ได้เป็นผู้นำในด้านMarketing Resource Management โดย SAS Customer Intelligence เป็นชุดโปรแกรมที่ครบวงจรที่สุดของโซลูชั่นการตลาดแบบผสมผสานสำหรับองค์กรที่พร้อมใช้งาน ประกอบด้วย ระบบการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า (SAS for Customer Experience Analytics) ระบบการตลาดดิจิตอล (SAS Digital Marketing) ระบบการตลาดแบบอัตโนมัติ (SAS Marketing Automation) ระบบหาจุดเหมาะสมที่สุดในการออกแคมเปญ (SAS Marketing Optimization) และระบบการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ (SAS Real-Time Decision Manager)

ด้านนายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แซส ซอฟท์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การได้รับการยอมรับและยกย่องจากองค์กรด้านการวิจัยต่างๆ นับว่าเป็นสิ่งที่ยืนยันให้เห็นถึงความสามารถของระบบวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าอัจฉริยะ (SAS Customer Intelligence (CI) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้บริหารและนักการตลาดสามารถรวบรวมข้อมูลของลูกค้าจากทุกๆ แหล่งมาวิเคราะห์เชิงลึกในทุกมิติ และคาดการณ์ความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ทําให้สามารถกำหนดกลยุทธ์ในการออกแคมเปญทางการตลาดได้อย่างตรงเป้าหมาย และช่วยลดความเสี่ยงการออกแคมเปญในแต่ละครั้ง รวมถึงสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายด้วยการต่อยอดแคมเปญแบบเรียลไทม์ได้ตรงใจขึ้น

สำหรับ แซส ซอฟท์แวร์ (ประเทศไทย) จำกัด ถือว่าในปีนี้ได้ให้ความสำคัญกับโซลูชั่นดังกล่าวเป็นอย่างมาก โดยเราได้นำเสนอไปยังกลุ่มลูกค้าต่างๆ อาทิ ธนาคาร โทรคมนาคม ภาครัฐ การศึกษา ค้าปลีก และประกันภัย

View :624

ดีแทคร่วมกับคณะบัญชี จุฬาฯ ให้นิสิตใช้แพ็กเกจ 3G ฟรี

March 21st, 2012 No comments


นายชัยยศ จิรบวรกุล (ที่ 4 จากขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มลูกค้า บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น () มอบแพ็กเกจ dtac 3G ให้ รองศาสตราจารย์ ดร.พสุ เดชะรินทร์ (ที่ 5 จากซ้าย) คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำหรับให้นิสิตและบุคลากรของคณะได้ใช้ฟรี เป็นการต่อยอดการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพเพื่อประโยชน์ในการสนับสนุนด้านการเรียน การศึกษา โดยดีแทคได้มอบสิทธิพิเศษในการทดลองใช้ ฟรี เป็นระยะเวลา 90 วัน สามารถใช้ได้ทั้งระบบเติมเงิน และระบบรายเดือน

View :1336

ทรูมูฟ เอช จัดโปรโมชั่น ไอโฟน สมาร์ทโฟน และแอร์การ์ด สุดคุ้มในงานคอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2012

March 21st, 2012 No comments

ผู้นำบริการ 3G ตัวจริง และผู้นำด้านสมาร์ทโฟน ชวนลูกค้าสัมผัสประสบการณ์การใช้งานเต็มประสิทธิภาพ ผ่านบริการทรูมูฟ เอช 3G+ ที่ใช้ได้จริงวันนี้ ครอบคลุมครบ 77 จังหวัด 843 อำเภอ 5,158 ตำบล และจะครบทุกอำเภอ (928 อำเภอ) 7,235 ตำบล ภายในสิ้นปีนี้ ออนไลน์เต็มสปีดเร็วและแรงกว่า ด้วยความเร็วสูงสุดถึง 42 Mbps* มอบข้อเสนอสุดพิเศษ รับลมร้อนสำหรับลูกค้าที่ซื้อ ไอแพด และอื่นๆ ในงาน “คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2012” พร้อมแพ็กเกจสุดคุ้มทั้งแบบรายเดือนและแบบเติมเงินให้เลือกมากมาย พบกันที่บูธทรูมูฟ เอช วันที่ 22-25 มีนาคมนี้ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ข้อเสนอสุดพิเศษจากทรูมูฟ เอช ในงาน “คอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2012” ได้แก่

· อิสระเต็มที่ทุกไลฟ์สไตล์กับทรูมูฟ เอช iPhone 4 และ iPhone 4S มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อทรูมูฟ เอช iPhone 4 หรือ iPhone 4S พร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือน XL 899 หรือแพ็กเกจ XXL 999 รับส่วนลดค่าเครื่องเพิ่ม 1,000 บาท พร้อมสิทธิ์ผ่อน 0% นานสูงสุด 12 เดือน และรับเงินคืนสูงสุด 20% ผ่านบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ พิเศษ! รับฟรี ฟิล์มกันรอย Autozkin film protection มูลค่า 590 บาท (ของมีจำนวนจำกัด)

· สาวก iPad 2 เล่นเน็ตเต็มสปีดบนเครือข่าย 3G+ จากทรูมูฟ เอช เพียงซื้อทรูมูฟ เอช iPad 2 พร้อมสมัครแพ็กเกจ Net(i) 899 บาท/เดือน รับส่วนลดค่าเครื่อง 2,400 บาท พร้อมสิทธิ์ผ่อน 0% นานสูงสุด 12 เดือน และรับเงินคืนสูงสุด 20% ผ่านบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ พิเศษ! รับส่วนลดซื้ออุปกรณ์เสริมสำหรับ iPad 2 ในราคาลดสูงสุด 30% (ของมีจำนวนจำกัด)

· แฟนพันธุ์แท้ ซัมซุง พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ซื้อ Samsung Galaxy Tab 7.7, Samsung Galaxy Tab 7.0 + และ Samsung Galaxy Note รับสิทธิ์ผ่อน 0% นาน 10 เดือน ผ่านบัตรเครดิตซิตี้แบงก์ และรับฟรี ฟิล์มกันรอย Autozkin film protection มูลค่าสูงสุด 690 บาท รวมทั้งของสมนาคุณอื่นๆ มากมาย พร้อมสนุกกับรายการโปรดจากทรูวิชั่นส์มากกว่า 32 ช่องรายการได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอพพลิเคชั่น “ทีวี เอนิแวร์” (TV Anywhere) ดูฟรี นาน 12 เดือน

· ทรูมูฟ เอช แอร์การ์ด มีให้เลือกทุกรุ่น รองรับทุกความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

- Ultra Surf แอร์การ์ดใหม่ล่าสุด รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ความเร็วสูงถึง 42 Mbps. ราคา 3,990 บาท พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อแอร์การ์ด Ultra Surf พร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือน Net 899 รับส่วนลดค่าบริการรายเดือน 200 บาท/เดือน นาน 6 เดือน

- Power Surf รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ความเร็วสูงสุด 21 Mbps. ราคา 2,590 บาท และ Surf รองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ความเร็วสูงสุด 7.2 Mbps. ราคาพิเศษเพียง 1,190 บาท (ราคาปกติ 1,390 บาท) พิเศษสุด! สำหรับลูกค้าที่ซื้อแอร์การ์ด Power Surf หรือ Surf พร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือน Net 899 รับส่วนลดค่าแอร์การ์ด 50% และส่วนลดค่าบริการรายเดือน เดือนละ 50% นาน 4 เดือน

· Mi-Fi รุ่นใหม่ล่าสุดที่สามารถรองรับการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ความเร็วสูงสุดถึง 21 Mbps (จากปกติรองรับการเชื่อมต่อที่ความเร็วสูงสุด 7.2 Mbps) กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไร้สายให้ใช้งานพร้อมกันได้สูงสุด 5 เครื่อง ราคา 3,590 บาท เมื่อซื้อพร้อมสมัครแพ็กเกจรายเดือน Net 899 รับส่วนลดค่าบริการรายเดือน 200 บาท/เดือน นาน 6 เดือน

* ความเร็วในการใช้บริการ 3G+ และ WiFi ขึ้นอยู่กับปริมาณผู้ใช้งาน ณ จุดที่ใช้งานและอุปกรณ์ที่รองรับ

View :926

“วีเทค” ไม่หวั่นลุยประมูลคอมพ์ไทยเข้มแข็งภาคจบ พร้อมผนึก BenQ ลุยธุรกิจใหม่ เชื่อยอดทะลุ 1.5 พันล้าน

March 21st, 2012 No comments

“วีเทค” ผนึกพันธมิตรลุยประมูลคอมฯโครงการไทยเข้มแข็งภาคจบ หลังขยับแชร์เพิ่มอีก 20% พร้อมเปิดตัว BENQ พันธมิตรล่าสุดกรุยทางธุรกิจอุปกรณ์การแพทย์ทั่วประเทศ เชื่อมือ พันธมิตรอินเตอร์แบรนด์ ฟูจิตสึ, เล็คมาร์ค และดีลเลอร์ภูมิภาค มัดใจบริการรายย่อย มั่นใจยอดรายได้รวมทะลุ1,500 ล้านบาท


นายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี เทคโนโลยี ซิสเต็มส์ จำกัด เปิดเผยว่า “วี เทคโนโลยี ซิสเต็มส์ หรือ วีเทค” ร่วมกับ บริษัท เอเทค คอมพิวเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของประเทศ ภายใต้แบรนด์ “ATEC COMPUTER” จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการเข้าร่วมประมูลโครงการคอมพิวเตอร์ ของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง โดยในปีนี้ บริษัทฯ ได้ร่วมกับ บริษัท ฟูจิตสึ ซีสเต็ม บีสซีเนส (ประเทศไทย), บริษัท เล็คมาร์ค จำกัด, บริษัท เอเทค คอมพิวเตอร์ จำกัด และบริษัท โพเวลอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ จำกัด เพื่อเข้าร่วมประมูลโครงการคอมพิวเตอร์ ของกระทรวง ศึกษาธิการ ในโครงการไทยเข้มแข็งระยะ 3 ของกระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้งบประมาณราว 900 ล้านบาท

โดยใน 2 ปีที่ผ่านมา วีเทค ได้เข้าร่วมประมูลในโครงการดังกล่าวตั้งแต่ปีแรกของโครงการไทยเข้มแข็งที่มีงบประมาณในการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ทั่วประเทศรวมอยู่ที่ 7,949 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นปีแรกที่ 4,000 ล้านบาท โดย วีเทคสามารถดึงส่วนแบ่งทางการตลาดได้ประมาณ 12.5% หรือคิดเป็นเม็ดเงินราว 400 ล้านบาท และในปีที่ผ่านมาวีเทคแชร์ตลาดได้ที่ 400 ล้านบาท ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางบางส่วน และปีนี้พันธมิตรเดิมยังคงเหนียวแน่น รวมถึง ดีลเลอร์พันธมิตรที่ยังคงเข้มแข็ง ในการบริการหลังการขาย จึงพร้อมลุยศึกประมูลคอมพิวเตอร์ของกระทรวงศึกษาธิการซึ่งเป็นปีสุดท้ายของโครงการ ที่ V-Tech คาดว่าจะสามารถแชร์ส่วนแบ่งได้อีกราว 20 %

“กลุ่มลูกค้าของ V-Tech แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ ภาครัฐและภาคเอกชน โดยในปีที่ผ่านมา มียอดรายได้ทะลุ 1,000 ล้านบาท โครงการที่สำคัญคืองานระบบ 3G ของ True โดยในปีนี้เรามีพันธมิตรอินเตอร์แบรนด์อย่าง BENQ ให้ V-Tech เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ชั้นนำของโลก แต่เพียงผู้เดียว ซึ่งเชื่อว่าโปรเจคนี้จะทำให้ยอดรายได้ของ V-Tech เติบโตขึ้นอีกราว 90 ล้านบาท” นาย ณัฐพงศ์ กล่าวในที่สุด
สำหรับโครงการไทยเข้มแข็งของกระทรวงศึกษาธิการนั้น ได้จัดสรรงบประมาณในการจัดหาคอมพิวเตอร์เกือบ 400,000 เครื่องในระยะสัญญา 3 ปีภายใต้งบประมาณราว 7,949 ล้านบาท โดยระยะแรกของโครงการจัดประมูลไปแล้วราว 4,000 ล้านบาท และอีกประมาณ 3,979 ล้านบาท สำหรับโครงการไทยเข้มแข็งมีเป้าหมายเพื่อขยายอัตราส่วนการใช้งานคอมพิวเตอร์ต่อนักเรียนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 1 เครื่องต่อนักเรียน 10 คน จากปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 1 เครื่องต่อนักเรียน 40 คน โดยจะมีการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างน้อย 4.82 แสนเครื่อง จัดให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ 17,328 โรง ที่มีอัตราส่วนยังไม่ได้ 1 ต่อ 10 ในปัจจุบัน

ส่วนความร่วมมือที่จะเกิดขึ้นกับ BenQ นั้น จะเป็นการแตกไลน์ธุรกิจใหม่ของ BenQ จากธุรกิจ It สู่เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ที่ BenQ บริษัทแม่ในไต้หวันได้เข้า Takeover ธุรกิจโรงพยาบาลและบริษัทผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ โดยได้ผลิตและส่งออกแล้วในตลาดยุโรป ซึ่งอุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ของ BenQ จะโดดเด่นด้วยนวัตกรรม คุณภาพที่สูง จึงมองว่าตลาดเมืองไทยเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต ซึ่ง BenQ ไว้วางใจให้ V-tec ทำตลาดในเมืองไทยแต่เพียงผู้เดียว

โดยสินค้าจะมี 2 กลุ่มคือ เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ เช่นเตียงผ่าตัด ,ผ้าก๊อสพันแผลที่มีส่วนผสมของโปรตีนไคโตซานที่ช่วยให้เลือดหยุดไหลอย่างรวดเร็ว และเทปซิลปิดกันน้ำหลังผ่าตัด เป็นต้น และ กลุ่มความงาม ที่จะมีสินค้าเป็น แอนท์เพลท (แผ่นปิดสิว) ที่มีคุณสมบัติหยุดการเกิดสิวอักเสบทันที เชื่อว่าจะเป็นตลาดที่มีกระแสตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภค เนื่องจากประเทศไทยมีไลฟ์สไตล์ในการดูแลสุขภาพตัวเอง สูงเช่นเดียวกับสังคมยุโรป

“สินค้าตัวใหม่นี้จะเปิดตัวในเดือนพ.ค. โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญจะเป็นโรงพยาบาลเอกชนในกทม.เป็นหลัก ยอดขายเราวางไว้ที่ 90 ล้านบาท พร้อมกับตั้งงบทำการตลาดร่วมกัน กับ BenQ ไว้ที่ 20 ล้านบาท ทั้ง Above the line และ Below the line ส่วนในปีที่ 2 คาดว่ายอดขายจะเพิ่มไปที่ 200 ล้านบาท เพราะในเมืองไทยเอง เรายังไม่มีคู่
แข่งที่ชัดเจน” นายณัฐพงศ์กล่าวในที่สุด

จากเป้าหมายดังกล่าวจะทำให้เป้าหมายภายในปี 2555 ของ V Tech อยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนจากงานภาครัฐที่ 30% ภาคเอกชน 30% จากกลุ่มธุรกิจใหม่ที่ร่วมกับ BenQ อีก ราว 15% และอื่นๆอีก 5%

View :624

ก.ไอซีที ระดมความคิดเห็น 20 หน่วยงานวางแนวทางส่งเสริมการเข้าถึงข้อมูลด้านไอซีทีแก่คนพิการ

March 21st, 2012 No comments

นายสมบูรณ์ เมฆไพบูลย์วัฒนา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมระดมความคิดเห็น (Focus Group) ครั้งที่ 10 ตามกฎกระทรวงมาตรา 20 (6) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ภายใต้โครงการพัฒนา ICTและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับคนพิการทุกประเภท ว่า กระทรวงฯ มีนโยบายให้ความสำคัญกับการส่งเสริมประชาชนทุกภาคส่วนในสังคมให้ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) และมีโอกาสเข้าถึงICT อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ซึ่งรวมถึงไปกลุ่มคนพิการที่ขาดโอกาส และความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลที่มีอยู่รอบตัวในปัจจุบัน โดยกระทรวงฯ เชื่อมั่นว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีความรู้ ความสามารถ และมีศักยภาพที่จะพัฒนาสังคม และประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน หากแต่จะต้องมีการส่งเสริม และสนับสนุนด้านความสะดวก และเครื่องมือหรืออุปกรณ์เฉพาะทางที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงข้อมูลและความรู้ด้าน ICT สำหรับคนพิการทุกประเภทได้อย่างทั่วถึง

​ดังนั้น กระทรวงฯ จึงได้ดำเนินการโครงการพัฒนา ICT และเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวก สำหรับคนพิการทุกประเภท เพื่อกำหนดให้มีกรอบแนวทางเชิงนโยบาย โดยมีการจัดเวทีสำหรับระดมความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ ความต้องการต่าง ๆ รวม ไปถึงการสัมมนาเพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารอันประกอบด้วยผลการดำเนินงานที่ได้จากโครงการฯ ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของข้อมูล ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดแนวทาง เชิงนโยบายที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับความต้องการของผู้รับบริการอย่างแท้จริง

​“ในการดำเนินโครงการพัฒนา ICT ฯ นี้ กระทรวงฯ ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั้งการศึกษา สำรวจ และรวบรวมข้อมูลความต้องการทางด้านการบริการ หรือข้อมูลข่าวสาร จากองค์กรคนพิการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งข้อมูลความต้องการของคนพิการ เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดกรอบแนวทางเชิงนโยบาย และข้อเสนอแนะทางด้านกิจกรรม และวิธีการปฏิบัติของกระทรวงฯ เพื่อที่จะนำไปใช้ในการให้บริการและสนับสนุนการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของคนพิการทุกประเภทได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

และหนึ่งในกิจกรรมสำคัญ คือ การระดมความคิดเห็นจากบุคคลที่เกี่ยวข้องด้านคนพิการ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นเป็นจำนวน 10 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 10 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอข้อคิดเห็นที่ช่วยพัฒนาการใช้ ICT ให้กับคนพิการ รวบรวมข้อมูล และให้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข เพื่อให้คนพิการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากข้อมูลข่าวสาร การสื่อสาร บริการโทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการสื่อสาร สำหรับคนพิการทุกประเภท ตลอดจนบริการสื่อสาธารณะ ตามกฎกระทรวงในมาตรา 20 (6) แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
พ.ศ. 2550 โดยได้เชิญหน่วยงานองค์กรด้านการวิจัยและเทคโนโลยี หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมรวม 20 หน่วยงาน

View :562

Rio+Social ประกาศก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์โดยผลักดันให้การประชุมของสหประชาชาติ ในรูปแบบสื่อสังคมโลกดิจิตอลทั่วโลก

March 21st, 2012 No comments

ฮันส์ เวสต์เบิร์ก เท็ด เทอร์เนอร์ พีท แคชมอร์ ฟาบริโอ บาร์โบซา และโกรบรุนด์ลัน เป็นผู้บรรยายกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับการยืนยันแล้ว

ในขณะที่ความสนใจของโลกได้หันไปที่การประชุม +20 ซึ่งเป็นการประชุมว่าด้วยการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติที่กำลังจะมีขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ในบราซิล วันนี้องค์กรต่างๆ ที่จัดงาน Social Good Summit ทุกฤดูใบไม้ร่วงในนิวยอร์กที่ได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญได้ประกาศความเป็นพันธมิตรและเหตุการณ์พิเศษเชิงนวัตกรรมที่มีชื่อว่า +Social (ริโอพลัสโซเชียล) +Social จะมีขึ้นในวันที่ 19 มิถุนายนนี้ในเมืองริโอ เดอ จาเนโร พร้อมกับการประชุมสุดยอด +กลุ่ม20ชาติผู้นำ ที่สำคัญในประวัติศาสตร์ การดำเนินงานนี้จะเป็นการร่วมมือกันระหว่าง มูลนิธิ (the United Nations Foundation) แมชแชเบิล (Mashable) ไนน์ตี้เซคกัน สตรีท วาย (92nd Street Y) บริษัทอีริคสัน (Ericsson) และอีดีพี (EDP) เพื่อสร้างผลักดันให้เกิดการสนทนาแบบออนไลน์ทั่วโลกกับบุคคลเกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อเติมพลังให้กับอนาคตที่มีนวัตกรรมมากขึ้นและที่ดีขึ้นสำหรับโลกของเรา

Rio+Social ต้องการให้เกิดการอภิปรายและสนทนาเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ตั้งแต่เรื่องพลังงานที่ยั่งยืนไปจนถึงการขจัดความยากจน โดยการประชุมสุดยอด Rio+กลุ่ม20ชาติผู้นำจะมีการถ่ายทอดสดไปยังทั่วทุกมุมโลกและ “สื่อสังคมโลกดิจิตอลก็จะเปิดประตูให้คนรุ่นใหม่ๆเข้าร่วมการอภิปรายเพื่อการพัฒนาในระดับระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่องด้วย” แคธี แคลวิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมูลนิธิสหประชาชาติกล่าว “บรรดาผู้นำของโลกกำลังรับฟัง และที่ดีกว่านั้นคือกำลังทำงานโดยการประสานงานกับเหล่าผู้บุกเบิกของ #socialgood เพื่อเปลี่ยนวิธีการในการเข้าถึงวิธีการแก้ไขโดยรวม”

“ในช่วงเวลาที่มีปัญหาในระดับโลกมากมายที่ดึงดูดความสนใจของเรา สื่อสังคมโลกดิจิตอลจะทำให้เราทุกคนสามารถมีโอกาสในการเข้าร่วมในการสนทนาได้ง่ายมากขึ้น” พีท แคชมอร์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแมชแชเบิลกล่าว “Rio+Social จะพยายามตอบข้อเรียกร้องของทุกๆคนที่เข้าร่วมการสนทนาในการประชุมในครั้งนี้”

สหประชาชาติได้เริ่มการประชุมสุดยอด Earth Summit เป็นครั้งแรกในริโอเมื่อปี 2535 เทคโนโลยีมีบทบาทเล็กน้อยในการสร้างระเบียบวาระด้านการพัฒนาระดับโลก ยี่สิบปีถัดมา เหตุการณ์ได้เปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง โดยในงานนี้ Rio+Social จะเป็นตัวผลักดันให้เกิดการสนทนาเกี่ยวกับปัญหาด้านความยั่งยืนในยุคศตวรรษที่ 21

ฮันส์ เวสต์เบิร์ก ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทอีริคสันกล่าวว่า “เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และบรอดแบนด์ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของสื่อสังคมโลกดิจิตอล และเทคโนโลยีนี้ก็มีบทบาทที่สำคัญในแก้ไขปัญหาด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลกเรา ผู้ใช้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่หลายพันล้านคนทั่วโลกได้ทำให้เกิดโลกสังคมเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติและเป็นส่วนสำคัญในการการเปลี่ยนแปลงโลกและสังคมของเราที่ดีขึ้น”

การที่บริษัทอีดีพีซึ่งเป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทนเข้ามาเป็นหุ้นส่วนร่วมในครั้งนี้ จะทำให้การสนทนา Rio+Social ช่วยผลักดันให้เกิดการพัฒนาเพื่ออนาคตอย่างยั่งยืนด้วย และการใช้พลังงานสะอาดก็เป็นหัวข้อสำคัญของการสนทนาในการประชุมของ Rio+กลุ่ม20ชาติผู้นำด้วย

Rio+Social จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากการสนับสนุนของชุมชนธุรกิจในบราซิล พันธมิตรด้านการสื่อสารท้องถิ่นของ Rio+Social คือไลฟ์แอด (LiveAD) ซึ่งเป็นกลุ่มนวัตกรรมที่มีความมุ่งมั่นในการนำวิธีการใหม่ๆ สู่การดำเนินงานแบบออนไลน์ในอเมริกาใต้และทั่วโลก เมื่อเร็วๆนี้ ไลฟ์แอดเพิ่งได้รับรางวัล Facebook Studio Award ประจำปี 2555 ทำให้บริษัทนี้เป็นที่หนึ่งของบริษัทด้านนี้ในการบุกเบิกการรณรงค์ที่บุกบั่นเส้นทางใหม่ๆ ในการตลาดทั่วโลก ไลฟ์แอดจะทำให้มั่นใจได้ว่า Rio+Social จะสามารถขยายขอบเขตไปยังพื้นที่ที่สื่อดิจิตอลสามารถทำได้

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Rio+Social รวมถึงวิธีการเข้ามามีส่วนร่วม โปรดเยี่ยมชมได้ที่ www.rioplussocial.com

View :649

โปรโมชั่นพิเศษจากบราเดอร์ ในงาน คอมมาร์ตไทยแลนด์ 22-25 มีนานี้

March 21st, 2012 No comments

บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) ผู้นำด้านเทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ ที่ครอบคลุมถึงการพิมพ์ที่เหมาะตั้งแต่ผู้ใช้ตามบ้าน สำนักงานขนาดกลาง และย่อม ไปจนองค์กรขนาดใหญ่ มอบโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ ในงานคอมมาร์ต ไทยแลนด์ 2012 ยกขบวนสินค้าคุณภาพมาลดราคา พร้อมรับบัตรกำนัล มูลค่าสูงสุด 5,000 บาท พร้อมผ่อน 0% นาน 10 เดือน ทั้งเครื่องพิมพ์เลเซอร์และแอลอีดี เครื่องอิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชั่น และเครื่องพิมพ์ฉลากพี-ทัช (P-Touch), ตลับหมึกเครื่องพิมพ์, เทปพิมพ์ฉลาก พร้อมรับบัตรชมคอนเสิร์ต Brother presents Singular’ S Concert ฟรี และยังลุ้น Exclusive Meet & Greet กับศิลปินวงซิงกูล่าร์อีกด้วย พบกันได้ที่บูธผลิตภัณฑ์บราเดอร์ 22-25 มีนาคม ศกนี้ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-950-2930 หรือ www.brother.co.th

View :651